| ก | พยัญชนะตัวต้น เป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กก. |
| ก กา น. เรียกแม่บทแจกลูกพยัญชนะต้นกับสระโดยไม่มีตัวสะกด |
| ว่า แม่ ก กา หรือมาตรา ก กา. |
| ก ข [โบ อ่านว่า กอข้อ] น. พยัญชนะแต่ ก ถึง ฮ. |
| ก ข ไม่กระดิกหู [โบ อ่านว่า กอข้อ-] (สํา) น. ผู้ที่เรียนหนังสือ |
| แล้วไม่รู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้. |
| ก หัน น. อักษร ก คู่ ในหนังสือโบราณใช้แทนไม้หันอากาศตัวหนึ่ง |
| เป็นตัวสะกดตัวหนึ่ง เช่น จกก = จัก หลกก = หลัก. |
|
|
| ก็ ๑ | สัน. แล้ว, จึง, ย่อม, เช่น พอหันหน้ามาก็พบเขา ทำดีก็ได้ดี. |
|
|
| ก็ ๒ | นิ. ไขความ เช่น ถึงแก่กรรมก็ตายนั่นเอง ประสาทพิการก็บ้านั่นเอง, |
| เน้นความให้เด่นหรือให้ชัดแจ้ง เช่น ทั้งฟืนเจ้าก็หัก ทั้งผักเจ้าก็หา. |
| ก็ดี, ก็ได้ ๑ นิ. แสดงความหมายเป็นส่วน ๆ หรือเน้นความให้มี |
| น้ำหนักเท่ากัน เช่น บิดาก็ดี มารดาก็ดี ย่อมรักบุตร ยานี้กินก็ได้ |
| ทาก็ได้. |
| ก็ได้ ๒ นิ. แสดงความหมายว่ายอมอย่างไม่เต็มใจนัก เช่น |
| ท่านจะไปก็ได้. |
| ก็ตาม นิ. ใช้อย่าง ก็ดี, แต่บางแห่งมีแววความหมายเท่ากับ |
| ก็ตามใจ ก็ตามที ก็ตามเรื่อง แล้วแต่กรณีที่ใช้ โดยอาศัย |
| พฤติการณ์ของเรื่องเป็นเครื่องแวดล้อม. |
| ก็แหละ นิ. คําขึ้นต้นใหม่ต่อข้อความเดิม เช่น ก็แหละการที่ |
| บุคคลจะมีความเจริญได้นั้น จะต้องมีคุณธรรม. |
|
|
| กก ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว ก ข ค ฆ สะกดว่า แม่กก หรือ |
| มาตรากก. |
|
|
| กก ๒ | น. โคน เช่น กกไม้, ต้น เช่น กกขา, ลําต้น เช่น กกเสา. |
| กกหู น. บริเวณหลังใบหู. |
|
|
| กก ๓ | น. ชื่อไม้ล้มลุกในวงศ์ Cyperaceae เกิดในที่ชุ่มแฉะ ชนิดลําต้นกลมใช้ทอ |
| หรือสานเสื่อ เรียกว่า กกกลม หรือ กกเสื่อ (Cyperus corymbosus |
| Rottb., C. tegetiformis Roxb.) ที่ลําต้นเป็นสามเหลี่ยม เช่น กกลังกา |
| (C. alternifolius L.) กกสามเหลี่ยม [Schoenoplectus grossus (L.f.) |
| Palla] กกขนาก หรือ กกกระหนาก (C. difformis L.). |
|
|
| กก ๔ | ก. แนบไว้กับอก โดยปรกติเป็นอิริยาบถนอน เช่น กกกอด กกไข่ |
| กกลูก, โดยปริยายหมายความว่า เก็บนิ่งไว้นานเกินควร เช่น เอา |
| เรื่องไปกกไว้. |
|
|
| กก ๕ | (ถิ่น-พายัพ) ก. ตัด, บั่น, เช่น กกกิ่ง กกยอด. |
|
|
| กก ๖ | น. ซอกด้านในหรือซอกด้านหลังของบานประตูหรือหน้าต่าง, |
| ถ้าเป็นด้านหลังของแผ่นบานประตู เรียกว่า กกประตู, ถ้าเป็น |
| ด้านหลังของแผ่นบานหน้าต่าง เรียกว่า กกหน้าต่าง. |
|
|
| กก ๗ | ดู กะวะ ๒. |
|
|
| ก๊ก | น. พวก, หมู่, เหล่า, โดยปรกติมักใช้เข้าคู่กันว่า เป็นก๊กเป็นพวก |
| เป็นก๊กเป็นหมู่ เป็นก๊กเป็นเหล่า. (จ. ว่า ประเทศ). |
|
|
| กกขนาก | ดู กก ๓. |
|
|
| กกช้าง | น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Typha angustifolia L. ในวงศ์ Typhaceae ขึ้นใน |
| น้ำ ช่อดอกคล้ายธูปขนาดใหญ่, กกธูป ธูปฤๅษี ปรือ หรือ เฟื้อ ก็เรียก. |
|
|
| กกธูป | ดู กกช้าง. |
|
|
| กกุธภัณฑ์ | [กะกุดทะ-] น. เครื่องหมายความเป็นพระราชาธิบดี ตามที่ |
| แสดงไว้ในบรมราชาภิเษก ร. ๗ คือ ๑. พระมหาพิชัยมงกุฎ |
| ๒. พระแสงขรรค์ชัยศรี ๓. ธารพระกร ๔. วาลวีชนี (พัดกับ |
| แส้จามรี) ๕. ฉลองพระบาท รวมเรียกว่า เบญจราชกกุธภัณฑ์. |
| (ป. กกุธ ว่า เครื่องหมายความเป็นพระราชา + ภณฺฑ ว่า ของ |
| ใช้; ระบุไว้ในอภิธานัปปทีปิกา คาถาที่ ๓๕๘ ว่า พระขรรค์ ฉัตร |
| อุณหิส ฉลองพระบาทวาลวีชนี คือ มีฉัตรแทนธารพระกร; ใน |
| จดหมายเหตุบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๒ มีทั้งฉัตรและธารพระกร |
| พระแสงขรรค์ พระแสงดาบ วาลวีชนี พระมหาพิชัยมงกุฎ และ |
| ฉลองพระบาท รวมเป็น ๗ สิ่ง. |
| (รูปภาพ เบญจราชกกุธภัณฑ์) |
| วาลวีชนี ที่ปรากฏวัตถุเป็นพัดกับแส้จามรีนั้น แต่ก่อนเป็นพัด |
| ใบตาลอย่างที่เรียกว่า พัชนีฝักมะขาม ต่อมาท่านเห็นควรเป็น |
| แส้จามรีจะถูกกว่า เพราะศัพท์ว่า วาลวีชนี หมายความเป็น |
| แส้ขนโคชนิดหนึ่ง จึงสร้างแส้จามรีขึ้น แต่ก็ไม่อาจเลิกพัดใบตาล |
| ของเก่า เป็นอันรวมไว้ทั้ง ๒ อย่างในเครื่องที่เรียกว่า วาลวีชนี). |
|
|
| กง ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว ง สะกด ว่า แม่กง หรือ มาตรากง. |
|
|
| กง ๒ | น. วง, ส่วนรอบของล้อเกวียนหรือล้อรถม้าเป็นต้น, เรียกสิ่งที่มี |
| ลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ขนมกง, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคํา |
| วง ว่า เป็นวงเป็นกง; ไร่ล้มลุกที่ถางป่าเป็นหย่อม ๆ ตามเนื้อที่ |
| และกั้นเป็นขอบเขตไว้. (กลอน) ก. แวดล้อม เช่น ม้ากันม้ากง. |
| (ไทยสิบสองปันนาและสิบสองจุไทย กง ว่า ขอบเขตที่ล้อม |
| เช่น ดินกง คือ ดินที่ล้อมเป็นขอบเขตไว้, ร่ายกง คือไร่ที่ล้อม |
| เป็นขอบเขตไว้). |
| กงเกวียน น. ล้อเกวียน. |
| กงเกวียนกำเกวียน (สํา) ใช้เป็นคําอุปมาหมายความว่า เวร |
| สนองเวร, กรรมสนองกรรม, เช่น ทําแก่เขาอย่างไร ตนหรือ |
| ลูกหลานเป็นต้นของตนก็อาจจะถูกทำในทำนองเดียวกัน |
| อย่างนั้นบ้าง เป็นกงเกวียนกําเกวียน. |
| กงจักร น. สิ่งที่มีรูปเป็นวงกลม มีริมเป็นแฉก ๆ โดยรอบ. |
| กงพัด ๑ น. กงสําหรับพัด เป็นรูปใบพัดที่หมุนได้ เช่น กงพัดสีลม |
| กงพัดเครื่องสีฝัด กงพัดเครื่องระหัด; ประตูหมุน; เครื่องมือชนิดหนึ่ง |
| เป็นไม้ยาวประมาณ ๕๐ เซนติเมตร เจาะรูหัวท้าย ใส่ไม้ขวาง สําหรับ |
| พัดด้าย. |
| กงพัด ๒ น. ไม้เหลี่ยมสอดในรูซึ่งเจาะที่โคนเสาเรือน ปลายทั้ง ๒ |
| ยื่นออกมาวางอยู่บนหมอน (ซึ่งเรียกว่า งัว) ข้างละต้น, หรือถ้าไม่ |
| เจาะรู ก็ใช้เป็น ๒ อัน ตีขวางขนาบโคนเสาข้างละอันวางอยู่บน |
| หมอนเหมือนกัน เพื่อกันทรุด. |
| กงเวียน (โบ) น. เครื่องมือสำหรับเขียนวงกลม ส่วนโค้งของวงกลม |
| หรือกะระยะ ทำด้วยโลหะ มี ๒ ขา ปลายข้างหนึ่งแหลม ปลายอีกข้าง |
| หนึ่งมีดินสอเป็นต้น อีกแบบหนึ่งมีปลายแหลมทั้ง ๒ ข้าง แบบหลังนี้ใช้ |
| สำหรับเขียนบนโลหะก็ได้, กางเวียน หรือ วงเวียน ก็ว่า. |
|
|
| กง ๓ | น. ไม้รูปโค้งที่ตั้งเป็นโครงเรือ (เทียบมลายู กง, ตะเลง กง, ในความ |
| เดียวกัน); ไม้สําหรับดีดฝ้ายมีรูปเหมือนคันธนู เรียกว่า ไม้กง หรือ |
| ไม้กงดีดฝ้าย (เทียบอะหม ไม้กงดีดฝ้าย และ คันกระสุน ว่า กง; |
| พายัพ ว่า โก๋ง ได้แก่ คันกระสุน), เสลี่ยงที่มีพนักโค้งเหมือนกงเรือ |
| เรียกว่า เสลี่ยงกง. |
| กงข้าง, กงค้าง น. กงที่ตรึงข้างไม่ถึงท้องเรือสลับกับกงวาน. |
| (ตํานานภาษีอากร). |
| กงวาน น. กงที่มีรูสําหรับน้ำเดินที่ท้องเรือ. (ม. ร่ายยาว กุมาร). |
|
|
| กง ๔ | น. ปลามังกง. (ประถม ก กา ในจินดามณี). |
|
|
| กง ๕ | ดู จงโคร่ง, โจงโคร่ง. |
|
|
| ก่ง | ก. ทำให้งอเป็นรูปโค้ง, ทำให้โค้ง, เช่น ก่งศร ก่งคอ, โก่ง ก็ว่า. |
| ว. โค้ง เช่น คิ้วก่ง, โก่ง ก็ว่า. |
|
|
| ก้ง | (ถิ่น-พายัพ) ว. ลาย, ด่าง, เช่น แมวก้ง ผ้าตาก้ง (คือ ผ้าตาโต ๆ |
| ที่มีสีต่าง ๆ กัน). |
|
|
| ก๊ง | (ปาก) ก. ดื่ม (ใช้แก่เหล้า) เช่น ก๊งเหล้า. น. หน่วยตวงเหล้าโรง |
| เป็นต้นตามวิธีประเพณี ๑ ก๊ง เท่ากับ ๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร. (จ.). |
|
|
| กงกอน | ดู โกงกาง. |
|
|
| กงการ | (ปาก) น. กิจการ, หน้าที่, ธุระ, เช่น กงการอะไรของคุณ |
| ไม่ใช่กงการของฉัน. |
|
|
| กงโก้ | (ปาก) ว. โก่ง ๆ โค้ง ๆ เช่น ยืนกงโก้, หลังโกงไม่น่าดู เช่น |
| ผอมกงโก้; เกะกะไม่เรียบร้อย เช่น กงโก้ กงกก, โกงโก้ ก็ว่า. |
|
|
| ก้งโค้ง | ก. โก่งก้นให้โด่ง, โน้มตัวลงยกก้นให้สูงขึ้น, โก้งโค้ง ก็ว่า. |
|
|
| กงฉาก | น. เครื่องยึดมุมฉาก. |
|
|
| กงไฉ่ | น. ผักกาดเค็มชนิดหนึ่งของจีน. (จ. ก้งไฉ่ ว่า ผักดองเค็ม). |
|
|
| กงเต๊ก | น. การทําบุญให้แก่ผู้ตายตามพิธีของนักบวชนิกายจีนและญวน |
| มีการสวดและเผากระดาษที่ทําเป็นรูปต่าง ๆ มีบ้านเรือน คนใช้ |
| เป็นต้น. (จ.). |
|
|
| กงสี | น. ของกองกลางที่ใช้รวมกันสําหรับคนหมู่หนึ่ง ๆ, หุ้นส่วน, บริษัท. |
| (จ. กงซี ว่า บริษัททําการค้า, กิจการที่จัดเป็นสาธารณะ). |
|
|
| กงสุล | (กฎ) น. ชื่อตําแหน่งของบุคคลซึ่งรัฐบาลของประเทศหนึ่งแต่งตั้ง |
| ให้เป็นผู้แทนประจําอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของอีกประเทศหนึ่ง เพื่อทํา |
| หน้าที่ช่วยเหลือคนชาติของประเทศผู้แต่งตั้งกงสุลที่ไปอยู่ในเมือง |
| ต่างประเทศนั้น ๆ และเพื่อดูแลผลประโยชน์ทั่วไปของประเทศ |
| ผู้แต่งตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพาณิชย์ กงสุล มี ๒ |
| ประเภท คือ (๑) กงสุลโดยอาชีพ ได้แก่ ผู้ที่เป็นข้าราชการของ |
| ประเทศผู้แต่งตั้ง และ (๒) กงสุลกิตติมศักดิ์ได้แก่ ผู้ได้รับแต่งตั้ง |
| ซึ่งมิใช่ข้าราชการและไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งอาจเป็นคนชาติของ |
| ประเทศผู้แต่งตั้ง หรือคนชาติอื่นก็ได้ กงสุลที่มีตําแหน่งเป็นหัวหน้า |
| สถานกงสุลมี ๔ ระดับ คือ กงสุลใหญ่ กงสุล รองกงสุล และตัวแทน |
| ฝ่ายกงสุล. ว. เกี่ยวกับกงสุล เช่น สถานกงสุล เขตกงสุล พนักงาน |
| ฝ่ายกงสุล. (ฝ. consul). |
|
|
| กช, กช- | [กด, กดชะ-] (กลอน; ตัดมาจาก บงกช) น. ดอกบัว เช่น ดุจบัวอัน |
| บานชู กชกรรณิกามาศ. (สมุทรโฆษ), โดยมากใช้เข้าคู่กับคํา กร |
| เป็น กรกช เช่น กรกชชุลีคัล. (อิเหนาคําฉันท์). (ป. ปงฺกช). |
| กชกร [กดชะกอน] (กลอน) น. ''ดอกบัวคือมือ'' คือ กระพุ่มมือ |
| เช่น กชกรต่างแต่งตั้ง ศิรสา. (หริภุญชัย). |
|
|
| กฎ | [กด] (โบ) ก. จดไว้เป็นหลักฐาน เช่น ให้นายยกกระบัตรกฎปาก |
| หลากคําไว้. (กฎหมายอายัดทาส), ตรา เช่น ตรัสแก่ขุนศรีภูริปรีชา |
| ให้กฎเป็นตําราไว้. (อัยการเบ็ดเสร็จ), ''พระมหาธรรมราชาก็ตรัส |
| ให้กฎลงมาให้เอาพระยารามเป็นพระยาพิชัย.'' (พงศ. ๑๑๓๖). |
| (เทียบ ข. กต่ ว่า จด). น. คําบังคับ เช่น จึ่งสมเด็จพระมหินทราธิราช |
| เจ้าแผ่นดินก็ตรัสให้ทําตามกฎให้ลงมานั้นทุกประการ. (พ.ศ. ๑๑๓๖); |
| (กฎ) ข้อกําหนดหรือข้อบัญญัติที่บังคับให้ต้องมีการปฏิบัติตาม |
| เช่น กฎกระทรวง กฎหมาย; (วิทยา) ข้อกําหนดในเรื่องธรรมชาติ |
| ตามที่ค้นคว้าได้. (อ. law). |
| กฎกระทรวง (กฎ) น. บทบัญญัติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงออก |
| โดยอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติ หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมาย |
| ที่มีฐานะเท่าพระราชบัญญัติ เป็นต้นว่า ประมวลกฎหมาย |
| พระราชกําหนด, เดิมเรียกว่า กฎเสนาบดี. |
| กฎเกณฑ์ น. ข้อกําหนดที่วางไว้เป็นหลัก, หลักเกณฑ์. |
| กฎข้อบังคับ (กฎ) น. บทบัญญัติที่เป็นชั้นข้อบังคับซึ่งกําหนดขึ้น |
| ไว้เป็นระเบียบในการปฏิบัติหรือดําเนินการตามกฎหมาย, |
| ปัจจุบันนิยมใช้ว่า ข้อบังคับ. |
| กฎทบวง (กฎ) น. ข้อบัญญัติที่รัฐมนตรีว่าการทบวงออกโดยอาศัย |
| อํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเช่นเดียวกับกฎกระทรวง. |
| กฎธรรมชาติ น. กฎในเรื่องธรรมชาติ. |
| กฎธรรมดา น. ข้อกําหนดระเบียบการปฏิบัติเนื่องจากธรรมดา |
| วิสัยของมนุษย์และสังคม. |
| กฎบัตร (กฎ) น. ตราสารที่จัดตั้ง จัดระเบียบ และกําหนด |
| อํานาจหน้าที่ขององค์การ. |
| กฎบัตรกฎหมาย (ปาก) น. กระบวนกฎหมาย, เชิงกฎหมาย. |
| กฎบัตรสหประชาชาติ น. ตราสารที่สถาปนาและจัดระเบียบองค์การ |
| ระหว่างประเทศที่เรียกว่า องค์การสหประชาชาติ. |
| กฎมณเฑียรบาล, กฎมณเทียรบาล (โบ) น. กฎมนเทียรบาล. |
| กฎมนเทียรบาล (กฎ) น. ข้อบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับพระราชฐาน |
| พระราชวงศ์ และระเบียบการปกครองในราชสํานัก, โบราณใช้ว่า |
| กฎมณเฑียรบาล หรือ กฎมณเทียรบาล ก็มี. |
| กฎยุทธวินัย (กฎ; เลิก) น. ชื่อย่อของกฎว่าด้วยยุทธวินัย |
| และการลงอาญาทหารบกฐานละเมิดยุทธวินัย. |
| กฎศีลธรรม น. กฎว่าด้วยการกระทำที่ถูกต้องและ |
| ไม่ถูกต้องทางศีลธรรม. |
| กฎเสนาบดี (เลิก) ดู กฎกระทรวง. |
| กฎหมู่ น. อํานาจกดดันที่บุคคลจํานวนมากนํามาใช้บีบบังคับให้อีก |
| ฝ่ายหนึ่งกระทําหรือเว้นกระทําสิ่งที่บุคคลจำนวนนั้นต้องการ |
| (มักไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย). |
| กฎแห่งกรรม น. กฎว่าด้วยกรรมและผลแห่งกรรม |
| ที่ผู้กระทําจักต้องได้รับ. |
| กฎอัยการศึก (กฎ) น. กฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นไว้สําหรับประกาศใช้ |
| เมื่อมีเหตุจําเป็น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น |
| ในกรณีเกิดสงคราม การจลาจล ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก |
| เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอํานาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน |
| ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษา |
| ความสงบเรียบร้อย และศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษา |
| คดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือน. |
|
|
| กฎหมาย | (กฎ) น. กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น หรือ |
| ที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ใน |
| การบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม หรือ |
| เพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือ |
| ระหว่างบุคคลกับรัฐ. (โบ) ก. จดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน |
| เช่น สั่งให้นายอินกฎหมายผู้มีชื่อทั้งนี้ไว้. (พงศ. อยุธยา), ทําหนังสือ |
| เป็นหลักฐาน เช่น อนึ่ง มีผู้ทําหนังสือร้องเรียนกฎหมายว่า.... |
| (พระราชกําหนดเก่า); ออกหมายกําหนด เช่น ให้มหาดไทยกลาโหม |
| กฎหมายบอกแก่ตระลาการ ถ้ากฎหมายมิทั่วจะเอาตัวผู้กฎหมาย |
| ลงโทษ. (พระราชกําหนดเก่า); กฎหมายงานพระบรมศพครั้ง |
| กรุงเก่า; ตราสั่ง เช่น จึ่งกฎหมายให้สามไป เดือนหนึ่งจอมไตร |
| ดํารัสให้เร่งคืนมา. (พากย์); กําหนดขีดขั้น เช่น ให้ปลูกโรงรจนา |
| ใน นอกหน้าศาลชัย ให้ตั้งพิกัดกฎหมาย. (พากย์). |
| กฎหมายนานาประเทศ (กฎ; โบ) น. ชื่อเดิมของกฎหมายระหว่าง |
| ประเทศ. (ดู กฎหมายระหว่างประเทศ). |
| กฎหมายปกครอง (กฎ) น. กฎหมายสาขาหนึ่งของกฎหมายมหาชน |
| ที่วางหลักเกี่ยวกับการจัดระเบียบในทางปกครองของรัฐ และการ |
| ดำเนินกิจกรรมของฝ่ายปกครองในการจัดทำบริการสาธารณะ |
| รวมทั้งวางหลักความเกี่ยวพันในทางปกครองระหว่างฝ่ายปกครอง |
| กับเอกชน. (อ. administrative law). |
| กฎหมายปิดปาก (กฎ) น. หลักกฎหมายที่ไม่ยอมให้อ้าง |
| หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ |
| ตามพฤติการณ์ ไม่ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นจะเป็นจริง |
| หรือไม่ก็ตาม. (อ. estoppel). |
| กฎหมายพาณิชย์ (กฎ) น. กฎหมายที่วางระเบียบความเกี่ยวพัน |
| ทางการค้าหรือธุรกิจระหว่างบุคคล เช่น กฎหมายว่าด้วยการซื้อขาย |
| การเช่าทรัพย์ การจํานอง การจํานํา ตั๋วเงิน หุ้นส่วนบริษัท. |
| (อ. commercial law). |
| กฎหมายแพ่ง (กฎ) น. กฎหมายที่วางระเบียบความเกี่ยวพัน |
| ระหว่างบุคคลเกี่ยวกับสถานภาพ สิทธิ และหน้าที่ของบุคคล |
| ตามกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยนิติกรรม ละเมิดทรัพย์สิน |
| ครอบครัว มรดก. (อ. civil law). |
| กฎหมายมหาชน (กฎ) น.กฎหมายที่วางระเบียบความเกี่ยวพัน |
| ระหว่างรัฐกับเอกชน ในฐานะที่รัฐมีอำนาจปกครองเอกชนที่อยู่ |
| ในดินแดนของรัฐนั้น เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายอาญา. |
| (อ. public law). |
| กฎหมายระหว่างประเทศ (กฎ) น. หลักกฎหมายหรือหลักปฏิบัติ |
| ที่ยอมรับกันว่าด้วยรัฐและความเกี่ยวพันระหว่างรัฐ รวมทั้งความ |
| เกี่ยวพันระหว่างรัฐกับองค์การระหว่างประเทศและประชาคม |
| ระหว่างประเทศ, เดิมเรียกว่า กฎหมายนานาประเทศ. |
| (อ. international law). |
| กฎหมายรัฐธรรมนูญ (กฎ) น. กฎหมายสาขาหนึ่งของกฎหมาย |
| มหาชนที่มีวัตถุประสงค์ในการวางระเบียบการปกครองรัฐในทาง |
| การเมือง โดยกำหนดโครงสร้างของรัฐ ระบอบการปกครอง |
| การใช้อำนาจอธิปไตยและการดำเนินงานของสถาบันสูงสุดของ |
| รัฐที่ใช้อำนาจอธิปไตย. (อ. constitutional law). |
| กฎหมายเหตุ น. จดหมายเหตุ. (พงศ. ประเสริฐ); (กฎ;โบ) |
| กฎเกณฑ์การปฏิบัติที่ตราขึ้นหรือเนื่องจากประเพณีซึ่งมีค่าบังคับ. |
| กฎหมายอาญา (กฎ) น. กฎหมายที่กําหนดลักษณะของการกระทํา |
| ที่ถือว่าเป็นความผิด และกําหนดบทลงโทษทางอาญาสําหรับ |
| ความผิดนั้น. (อ. criminal law). |
| กฎหมายเอกชน (กฎ) น. กฎหมายที่วางระเบียบความเกี่ยวพัน |
| ระหว่างเอกชนหรือระหว่างเอกชนกับรัฐ ในฐานะที่รัฐดำเนินการ |
| อย่างเอกชนเกี่ยวกับสถานภาพของบุคคลตามกฎหมาย สิทธิและ |
| หน้าที่ของเอกชน รวมทั้งวางระเบียบเกี่ยวกับทรัพย์สินของเอกชน |
| เช่น กฎหมายแพ่ง กฎหมายพาณิชย์. (อ. private law). |
|
|
| กฏิ | (แบบ) น. สะเอว. (ป.). |
|
|
| กฏุก, กฏุก- | [กะตุก, กะตุกะ-] ว. เผ็ด, เผ็ดร้อน, เช่น ตรีกฏุก |
| หมายถึงเครื่องยาที่เผ็ดร้อนรวม ๓ อย่าง คือ พริกไทย |
| ดีปลี ขิงแห้ง. (ป.). |
| กฏุกผล [กะตุกะผน] (แบบ) น. ผลอันเผ็ดร้อน. |
| (ชุมนุมตํารากลอน ปาราชิตฉันท์). |
|
|
| กฐิน, กฐิน- | [กะถิน, กะถินนะ-] น. ผ้าพิเศษที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตแก่ |
| ภิกษุสงฆ์เฉพาะกฐินกาล, ตามศัพท์แปลว่า ไม้สะดึง คือ |
| กรอบไม้สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวร; คํา กฐิน นี้ ใช้ประกอบ |
| กับคําอื่นอันเนื่องด้วยพิธีกฐิน ผ้าที่ถวายแก่ภิกษุสงฆ์ในพิธีนี้ |
| เรียกว่า ผ้ากฐิน ในฤดูกาลเรียกว่า กฐินกาล [กะถินนะกาน] |
| คือระยะเวลาตั้งแต่แรมค่าหนึ่ง เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ |
| ระยะเวลานี้เรียกเป็นสามัญว่า เทศกาลกฐิน [เทดสะกานกะถิน] |
| ฤดูกฐิน หรือ หน้ากฐิน ก็มี ก่อนจะถึงกฐินกาลผู้ประสงค์จะถวาย |
| ผ้ากฐินแก่ภิกษุสงฆ์วัดใดจะต้องไปแจ้งความจํานงว่าจะนำผ้ากฐิน |
| ไปทอดที่วัดนั้นเป็นการล่วงหน้า การแสดงความจํานงล่วงหน้านี้ |
| เรียกว่า จองกฐิน การทําพิธีถวายผ้ากฐิน เรียกว่า ทอดกฐิน |
| พระภิกษุผู้ได้รับมอบผ้ากฐินจากสงฆ์โดยวิธีที่กําหนดไว้ใน |
| พระวินัย เรียกว่า ผู้กรานกฐิน ผู้ครองกฐิน หรือ องค์ครองกฐิน |
| เฉพาะผ้ากฐิน บางทีก็เรียกว่า องค์กฐิน ถ้าพร้อมกับของอื่นอัน |
| เป็นบริวารสําหรับถวายภิกษุสงฆ์ เรียกว่า เครื่องกฐิน หรือ |
| บริวารกฐิน [บอริวานกะถิน] เมื่อนําผ้ากฐินไปทอดโดยมีขบวน |
| แห่ เรียกว่า แห่กฐิน ถ้ามีพิธีฉลอง เรียกว่า ฉลองกฐิน |
| การที่ภิกษุสงฆ์ผู้ร่วมอยู่ในพิธีอนุโมทนาต่อองค์ครองกฐิน |
| ตามพระวินัย หรือการที่บุคคลแสดงความยินดีในการที่เขาทอดกฐิน |
| เรียกว่า อนุโมทนากฐิน [อะนุโมทะนากะถิน] ภิกษุสงฆ์ผู้ได้ |
| อนุโมทนากฐินแล้วนั้น ย่อมได้ชื่อว่าเป็น ผู้กรานกฐิน ด้วย ผลของ |
| การทอดกฐิน เรียกว่า อานิสงส์กฐิน, ในทางวินัยสิทธิพิเศษ |
| ๕ ประการซึ่งมีแก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว ก็เรียกว่า |
| อานิสงส์กฐิน เช่นกัน. (ดู กรานกฐิน และ จุลกฐิน). |
| กฐินทาน [กะถินนะทาน] น. การทอดกฐิน. |
| กฐินัตถารกรรม [กะถินัดถาระกํา] น. การกรานกฐิน. |
| (ป. ก??น + อตฺถาร + ส. กรฺม). |
|
|
| กฐินัตถารกรรม | ดู กฐิน, กฐิน-. |
|
|
| กณิกนันต์ | [กะนิกนัน] (แบบ) ว. ละเอียดยิ่ง เช่น ลวดหลายลายกณิกนันต์. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป. กณิก ว่า น้อย + อนนฺต ว่า ไม่มีที่สุด). |
|
|
| กณิการ์ | น. ไม้กรรณิการ์. (ม. ร่ายยาว ทานกัณฑ์). |
|
|
| กด ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว จ ฉ ช ซ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ถ |
| ท ธ ศ ษ ส สะกด ว่า แม่กด หรือ มาตรากด. |
|
|
| กด ๒ | น. (๑) ชื่อปลาไม่มีเกล็ด มีหนวด หลายชนิด หลายขนาด |
| ครีบหลังตอนแรกและครีบอกมีก้านครีบเป็นเงี่ยง ครีบหลัง |
| ตอนที่ ๒ เป็นครีบไขมัน ส่วนใหญ่เป็นสกุล Arius |
| ในวงศ์ Ariidae พบมากในเขตน้ำกร่อย เช่น กดแดง หรือ |
| กดหัวโม่ง (A. caelatus) บางชนิดพบในทะเล เช่น |
| กดทะเล หรือ ริวกิว (A. thalassinus), ที่อยู่ในสกุล Ketengus |
| ได้แก่ กดหัวโต (K. typus), ในสกุล Hemipimelodus เช่น |
| กดโป๊ะ (H. borneensis). (๒) ชื่อปลาน้ำจืดบางชนิดในสกุล |
| Mystus วงศ์ Bagriidae ลักษณะทั่วไปคล้ายกด (๑) เช่น |
| กดเหลือง ชงโลง หรือ กดขาว (M. nemurus) กดคัง (M. wyckii). |
|
|
| กด ๓ | น. ชื่อนกชนิดหนึ่ง เช่น นกกดอดทนสู้ พบงูเห่าเอาปีกบัง. |
| (ประพาสธารทองแดง). |
|
|
| กด ๔ | ก. บังคับลง, ข่ม, ใช้กําลังดันให้ลง, โดยปริยายหมายความว่า แกล้ง |
| กักไว้ เช่น กดคดี; ทำให้มีค่าน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น เช่น กดราคา |
| กดคะแนน; (กลอน) สะกด, ขืน, เช่น อย่ากดใจฟั้นย่า นานนัก. (ลอ). |
| กดขี่ ก. ข่มให้อยู่ในอํานาจตน, ใช้บังคับเอา, ทําอํานาจเอา, |
| บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ข่มเหง เป็น กดขี่ข่มเหง. |
| กดคอ (ปาก) ก. บังคับเอา. |
| กดดัน ก. บีบคั้น. |
| กดน้ำ (ปาก) ก. ใช้กําลังกดสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มิดลงไปในน้ำ |
| ในความว่า จับกดน้ำ จับหัวกดน้ำ. |
| กดหัว (ปาก) ก. ทําให้หือไม่ขึ้น. |
|
|
| กด ๕ | น. คํากํากับชื่อปีในวิธีนับศักราชของไทยเหนือ ตรงกับเลข ๗. |
|
|
| กดขาว | ดู กดเหลือง. |
|
|
| กดเหลือง | น. ชื่อปลาน้ำจืดชนิด Mystus nemurus ในวงศ์ Bagriidae ไม่มีเกล็ด |
| หัวแบน หนวดยาวถึงครีบก้น ข้างลำตัวสีเหลือง ด้านหลังสีน้ำตาลดำ |
| มีชุกชุมทั่วไปแม้ในเขตน้ำกร่อยใกล้ปากแม่น้ำ, กดขาว หรือ ชงโลง |
| ก็เรียก. |
|
|
| กตเวทิตา | [กะตะ-] น. ความเป็นผู้ประกาศคุณท่าน, ความเป็นผู้สนอง |
| คุณท่าน, เป็นคําคู่กันกับ กตัญญุตา. (ป.). |
|
|
| กตเวที | [กะตะ-] ว. (ผู้) ประกาศคุณท่าน, (ผู้) สนองคุณท่าน, เป็นคําคู่กัน |
| กับ กตัญญู. [ป. กต ว่า (อุปการคุณ) ที่ท่านทําแล้ว + เวที ว่า |
| ผู้ให้รู้, ผู้ประกาศ]. |
|
|
| กตัญชลี | [กะตันชะลี] (แบบ) ก. ยกมือไหว้. (ป. กต ว่า อันเขาทําแล้ว |
| + อญฺชลี ว่า กระพุ่มมือ). |
|
|
| กตัญญุตา | [กะตัน-] น. ความกตัญญู, ความเป็นผู้รู้อุปการคุณที่ท่านทำให้, |
| ความเป็นผู้รู้คุณท่าน. (ป.). |
|
|
| กตัญญู | [กะตัน-] น. (ผู้) รู้อุปการะที่ท่านทําให้, (ผู้) รู้คุณท่าน, |
| เป็นคําคู่กันกับ กตเวที. [ป. กต ว่า (อุปการคุณ) |
| ที่ท่านทําแล้ว + ญู ว่า ผู้รู้]. |
|
|
| กตาธิการ | [กะตาทิกาน] (แบบ) น. อธิการ (บารมีอันยิ่ง) ที่ทําไว้. |
| ว. มีอธิการที่ทําไว้, มีบารมีที่สั่งสมไว้. (ป. กต ว่า อัน |
| เขาทําแล้ว + อธิการ). |
|
|
| กตาภินิหาร | [กะตาพินิหาน] (แบบ) น. อภินิหาร (บุญอันยิ่ง) ที่ทําไว้. |
| ว. มีอภินิหารที่ทําไว้. (ป. กต ว่า อันเขาทําแล้ว + อภินิหาร). |
|
|
| กติกา | [กะ-] น. กฎเกณฑ์หรือข้อตกลงที่บุคคลตั้งแต่ ๒ ฝ่ายขึ้นไปกําหนด |
| ขึ้นเป็นหลักปฏิบัติ เช่น กติกาชกมวย กติกาฟุตบอล; (กฎ) หนังสือ |
| สัญญา; ข้อตกลง. (ป.; อ. covenant). |
| กติกาสัญญา (กฎ) น. ความตกลงระหว่างประเทศ. (อ. pact). |
|
|
| กถา | [กะ-] น. ถ้อยคํา, เรื่อง, คําอธิบาย, คํากล่าว. (ป.). |
| กถามรรค [-มัก] น. ลาดเลาแห่งกถา ได้แก่เรื่องที่แต่งตาม |
| อัตโนมัติของผู้แต่งว่าด้วยธรรมนั้น ๆ. (ส. กถา + มรฺค ว่า ทาง). |
| กถามรรคเทศนา [-มักคะเทดสะหฺนา] น. เทศนาฝ่ายกถามรรค, |
| คู่กับ สุตตันตเทศนา. ( ส. -เทศนา ว่า การแสดง). |
| กถามุข น. เบื้องต้นของเนื้อเรื่อง. (ป.; ส. -มุข ว่า หน้า). |
|
|
| กถิกาจารย์ | [กะถิกาจาน] (แบบ) น. อาจารย์ผู้กล่าว. (ป., ส. กถิก |
| + ส. อาจารฺย). |
|
|
| กทรรป | [กะทับ] (แบบ) ก. กําหนัด เช่น ตรูกามกทรรปหฤทัย. |
| (สมุทรโฆษ). (ส. กนฺทรฺป ว่า กามเทพ). |
|
|
| กทลี | [กะทะ-] (แบบ) น. กล้วย. (ป.). |
|
|
| กน ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว ญ ณ น ร ล ฬ สะกด ว่า |
| แม่กน หรือ มาตรากน. |
|
|
| กน ๒ | (โบ) ก. มัว, คอย, เฝ้า, เช่น จะกนกินแต่น้ำตาอนาทร. |
| (นิ. ลอนดอน). |
|
|
| ก่น ๑ | (โบ) ก. ตั้งหน้า, มุ่ง, เช่น อยู่เย็นยงงก่นเกอดพิจลการ. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). |
|
|
| ก่น ๒ | ก. ขุดโค่น. |
| ก่นโคตร ก. ขุดโคตรขึ้นมาด่า. |
| ก่นแต่ ก. เฝ้าแต่, มัวแต่, เช่น ก่นแต่จะร้องไห้. |
| ก่นสร้าง (โบ) ก. ขุดโค่นต้นไม้ตอไม้และแผ้วถางเพื่อปลูกสร้าง, |
| โก่นสร้าง ก็ว่า. |
|
|
| ก้น | น. ส่วนเบื้องล่างหรือส่วนท้ายของลําตัว, โดยปริยายหมายความ |
| ถึงบริเวณก้นด้วย เช่น ล้างก้น; ส่วนล่างของภาชนะ เช่น ก้นหม้อ, |
| ส่วนสุดของห้วงหรือแอ่ง เช่น ก้นบ่อ ก้นสระ ก้นคลอง, |
| ตรงข้ามกับปาก; ส่วนสุดที่เหลือ เช่น ก้นเทียน ก้นบุหรี่. |
| ก้นกบ น. ปลายกระดูกสันหลังที่สุดลงมาข้างล่าง, |
| พายัพเรียก ก้นหย่อน, โดยปริยายเรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึง |
| เช่นนั้น เช่น ก้นกบว่าวจุฬา. |
| ก้นกระดก (สำ) ว. ลืมตัวเพราะถูกเยินยอ. |
| ก้นกุฏิ [-กุดติ] (ปาก) ว. ที่สนิทเป็นที่ไว้วางใจได้. |
| ก้นครัว (ปาก) ว. ไม่ได้ออกหน้าออกตา. |
| ก้นตะกรน น. ก้นที่มีขี้ตะกอน. ว. เดนคัด, เดนเลือก, ขนาดเล็กมาก, |
| ในคำว่า มะม่วงก้นตะกรน. |
| ก้นบึ้ง น. ส่วนสุดของสิ่งที่ลึก, ส่วนใต้สุด, โดยปริยายหมายถึง |
| ลักษณะที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ก้นบึ้งของหัวใจ. |
| ก้นปอด น. ก้นที่สอบเล็กผิดปรกติ, ก้นที่ไม่ใคร่มีเนื้อ. |
| ก้นปิด ว. เรียกใบไม้ที่มีก้านติดอยู่ภายในของใบ เช่น |
| ใบบัว ใบมะละกอ ว่า ใบก้นปิด. |
| ก้นแมลงสาบ ว. แหลมมนอย่างก้นแมลงสาบ, เรียกเครื่องมือเหล็ก |
| ที่มีลักษณะเช่นนั้นว่า เหล็กก้นแมลงสาบ. |
| ก้นย้อย น. เนื้อก้น ๒ ข้างที่ยุ้ยออกมา. |
| ก้นหนัก ว. ไปนั่งคุยอยู่นาน ไม่ยอมกลับง่าย ๆ. |
| ก้นหย่อน (ถิ่น-พายัพ) น. ก้นกบ. |
| ก้นหอย น. รอยเส้นขดวนเข้าหาศูนย์กลางอย่างรูปก้นหอยมีที่ |
| นิ้วมือเป็นต้น, โดยปริยายเรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น |
| ม้วนผมแบบก้นหอย. |
| ก้นอ้อย น. เนื้อก้น ๒ ข้างตรงที่นั่งทับ. |
|
|
| กนก | [กะหฺนก] (แบบ) น. ทองคํา เช่น มาลากนก = มาลัยทอง, |
| โดยมากใช้ประกอบเป็นส่วนหน้าของสมาส เช่น กนกนัครา. |
| (สมุทรโฆษ). (ป.; ส.). |
|
|
| ก้นขบ | น. ชื่องูชนิด Cylindrophis ruffus ในวงศ์ Aniliidae หรือ Uropeltidae |
| สีดําแกมม่วง มีลายขาวเป็นปล้อง ๆ ไม่มีพิษ แต่เข้าใจกันว่ามีพิษ |
| ข้างหางเพราะชูและแผ่หางซึ่งปลายมีสีแดงส้ม. |
|
|
| ก้นปล่อง | น. ชื่อยุงในสกุล Anopheles วงศ์ Culicidae มีหลายชนิด |
| ที่พบเป็นสามัญเช่น ชนิด A. minimus ยุงเหล่านี้เวลาเกาะ |
| หรือดูดเลือดคนหรือสัตว์ หัวจะปักลง ก้นชี้ขึ้น ผนังด้านล่าง |
| ของส่วนท้องไม่มีเกล็ด ตัวเมียมีรยางค์ที่ปากยาวออกมา |
| ๑ คู่ เช่นเดียวกับตัวผู้ ทําให้เหมือนกับมีปากเป็นสามแฉก |
| ตัวเมียดูดเลือดและบางชนิดเป็นพาหะในการนําโรคมาสู่คน |
| และสัตว์ เช่น โรคมาลาเรีย ตัวผู้กินน้ำหรือน้ำหวานจากดอกไม้. |
|
|
| ก้นปูด | (ถิ่น-พายัพ) น. นกกะปูด. (ดู กะปูด). |
|
|
| กนิษฐ-,กนิษฐ์ | [กะนิดถะ-, กะนิด] ว. ''น้อยที่สุด''. (ส.; ป. กนิฏฺ?), |
| (ราชา) ถ้าใช้ว่า พระกนิษฐภคินี หมายถึง น้องสาว, |
| ถ้าใช้ว่า พระกนิษฐภาดา หมายถึง น้องชาย, ถ้าใช้ว่า |
| พระกนิษฐา หมายถึง น้องสาว.(ส.; ป. กนิฏฺ?). |
| กนิษฐภคินี น. น้องหญิง. (-ป., ส. ภคินี ว่า น้องหญิง). |
| กนิษฐภาดา น. น้องชาย. (-ป. ภาตา ว่า น้องชาย). |
|
|
| กนิษฐา | (กลอน) น. น้องสาว, คู่กับ เชษฐา คือ พี่ชาย; |
| (ราชา) นิ้วก้อย ใช้ว่า พระกนิษฐา. (ส.). |
|
|
| กบ ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว บ ป พ ฟ ภ สะกด ว่า แม่กบ |
| หรือ มาตรากบ. |
|
|
| กบ ๒ | น. ชื่อสัตว์สี่เท้าสะเทินน้ำสะเทินบกในวงศ์ Ranidae ไม่มีหาง |
| ตีนแบนมีหนังติดเป็นพืด กระโดดได้ไกล ว่ายน้ำดําน้ำได้เร็ว |
| มักวางไข่ในน้ำ เมื่อยังเป็นตัวอ่อนจะมีหาง อยู่ในน้ำเรียกว่า |
| ลูกอ๊อด ภายหลังจึงงอกขา หางหดหายไป แล้วขึ้นอาศัยบนบก |
| หน้าแล้งอยู่แต่ในรู ไม่ออกหาอาหารชั่วคราว เรียกว่า กบจําศีล |
| มีหลายชนิด เช่น กบนา (Rana tigerina). |
| กบเต้น น. ชื่อเพลงไทยร้องรํา ๒ ชั้นสมัยกรุงศรีอยุธยา |
| หน้าทับสองไม้ คือ ชั้นต้นมีทํานองช้าก่อนแล้วก็เร็วเข้ากํากับกันไป |
| ใช้กับบทโศกหรือรัญจวน เช่นตอนรจนาคร่าครวญน้อยใจที่ |
| สังข์ทองจะไม่ช่วยตีคลี. (ดึกดําบรรพ์). |
| กบเต้นกลางสระบัว น. ชื่อกลบทชนิดหนึ่ง ตัวอย่างว่า |
| หมายชิดมิตรเชือนไม่เหมือนหมาย. |
| กบเต้นต่อยหอย น. ชื่อกลบทชนิดหนึ่ง ตัวอย่างว่า คิดยิ่งแสนแค้น |
| ยิ่งศรเสียบทรวงหมอง. |
| กบเต้นสลักเพชร น. ชื่อกลบทชนิดหนึ่ง ตัวอย่างว่า เจ็บเรียมห่าง |
| จางรักให้ใจเรียมหวน. |
| กบเต้นสามตอน น. ชื่อกลบทชนิดหนึ่ง ตัวอย่างว่า |
| เจ็บคําจําคิดจิตขวย. |
| กบทูด น. ชื่อกบภูเขาขนาดใหญ่ชนิด Rana blythii |
| ในวงศ์ Ranidae ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย |
| ตัวยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ลําอาศัยในป่าดงดิบชื้น |
| ตามธารบนภูเขา. |
| กบนา น. ชื่อกบชนิด Rana tigerina ในวงศ์ Ranidae ตัวสีเขียว มีลาย |
| สีเข้ม มักอาศัยในรูตามคันนา นิยมนำมาทำเป็นอาหาร. |
| กบในกะลาครอบ (สำ) น. ผู้มีความรู้และประสบการณ์น้อยแต่ |
| สำคัญตนว่ามีความรู้มาก. |
| กบบัว น. ชื่อกบชนิด Rana erythraea ในวงศ์ Ranidae ตัวสีเขียว |
| ขนาดเล็กกว่ากบนา มักอาศัยอยู่ตามกอบัว จึงมีผู้เรียกว่า เขียดบัว |
| และร้องเสียงจิ๊ก ๆ บางครั้งจึงเรียกว่า เขียดจิก. |
| กบเลือกนาย (สํา) น. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาอยู่เรื่อย ๆ. |
|
|
| กบ ๓ | ดู คางคก ๒. |
|
|
| กบ ๔ | น. เครื่องมือช่างไม้สําหรับไสไม้ ทําหน้าไม้ให้เรียบ ให้เป็น |
| ราง หรือลอกบัว ลอกลวด มีมากชนิดด้วยกัน เช่น กบกระดี่ |
| กบบรรทัด กบบัว; อุปกรณ์ใช้เหลาดินสอ. |
|
|
| กบ ๕ | น. (๑) ชื่อทุเรียนพันธุ์หนึ่ง. (๒) ชื่อไม้ล้มลุกมีหัวชนิดหนึ่งในสกุล |
| Geodorum วงศ์ Orchidaceae หัวมีลักษณะเหมือนกบ เชื่อกันว่า |
| ใช้ในทางอยู่ยงคงกระพันได้, ข้าวอังกุลี ก็เรียก. |
|
|
| กบ ๖ | ว. เต็มมาก, เต็มแน่น, เช่น ข้าวกบหม้อ มะพร้าวมีลูกกบคอ. |
|
|
| กบ ๗ | ก. ประกบ. |
| กบแจะ (ปาก) ก. แตะ, กระทบ, ประกบกัน, |
| (ใช้เฉพาะการเล่นอย่างเล่นโยนหลุม โดยโยนสตางค์ |
| หรือเบี้ยให้ไปแตะหรือประกบกัน), แจะ ก็ว่า. |
|
|
| กบ ๘ | น. สลักไม้ที่ใส่ไว้ด้านในส่วนล่างตอนกลางของบานหน้าต่าง |
| หรือประตู ทําหน้าที่คล้ายกลอน เมื่อปิดหน้าต่างหรือประตู |
| ใช้กบนี้สอดเข้าในช่องเจาะตัวไม้ธรณี. |
|
|
| กบฏ | [กะบด] ก. ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ทรยศ. น. การ |
| ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ความทรยศ; ผู้ประทุษร้าย |
| ต่อทางอาณาจักร, ผู้ทรยศ, ขบถ ก็ว่า; (กฎ) ชื่อความผิด |
| อาญาฐานกระทําความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน |
| ราชอาณาจักร โดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้ |
| กําลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ |
| หรือล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร หรืออํานาจ |
| ตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอํานาจ |
| ปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร เรียกว่า |
| ความผิดฐานเป็นกบฏ. (ส. กปฏ ว่า ความคด, ความโกง). |
|
|
| กบดาน | ก. นอนพังพาบกับพื้นใต้น้ำ เป็นอาการของจระเข้, |
| โดยปริยายหมายถึงหลบซ่อนตัวไม่ออกมา. |
|
|
| กบทู | น. สันแห่งหลังคาเรือน, ไม้ข่มข้างกลอน. |
|
|
| กบาล | [กะบาน] น. ส่วนกลางของกะโหลกศีรษะ, หัว, (คําไม่สุภาพ) |
| เช่น ตีกบาล เขกกบาล; แผ่นกระเบื้อง; ลานกลางหมู่บ้าน |
| เรียกว่า กบาลบ้าน; เครื่องเซ่นผีที่ใส่ภาชนะกับตุ๊กตาแล้ว |
| นําไปทิ้งที่ทางสามแพร่ง และต่อยหัวตุ๊กตาเสีย เรียกว่า |
| เสียกบาล, เรียกภาชนะที่ใส่เครื่องเช่นนั้น เช่น เอาเหล้า |
| ข้าวใส่กบาลออกเซ่นวัก. (ขุนช้างขุนแผน), บางทีใช้ว่า |
| กระบาล เช่น ปรุตรุเคลือบกระบาลหิน. (จารึกวัดโพธิ์). |
| (ป., ส. กปาล ว่า กะโหลกหัว). |
|
|
| กบินทร์ | [กะ-] (แบบ) น. พญาลิง, กเบนทร์ ก็ว่า. (ป., ส. กปิ |
| = ลิง + ส. อินฺทฺร = ผู้เป็นใหญ่). |
|
|
| กบิล ๑ | [กะบิน] (แบบ) น. ลิง. (ส. กปิล). |
|
|
| กบิล ๒ | [กะบิน] น. ระเบียบ, แบบ, ทาง, เช่น กบิลความ; วิธีการ |
| เช่น กบิลเมือง; กระบวน, หมู่, เช่น กบิลไม้; บรรดา เช่น |
| กบิลว่าน, คํานี้บางทีเขียนเป็น กะบิล กระบิล ระบิล. |
| (เทียบ ฮ. กปิล ว่า ชนิด, จําพวก, ตระกูล). |
|
|
| กบี่ | [กะ-] น. ลิง, นิยมเขียนเป็น กระบี่. (ป., ส. กปิ). |
| กบี่ธุช ดู กระบี่ธุช ที่ กระบี่ ๑. |
|
|
| กบูร | [กะบูน] (แบบ) ว. แต่ง, ประดับ, งาม, เช่น ก็ใช้สาวสนม |
| อนนกบูร. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์), คํานี้บางทีเขียนเป็น |
| กระบูร กระบวร ขบูร ขบวร. |
|
|
| กเบนทร์ | [กะ-] (กลอน) ดู กบินทร์. |
|
|
| กโบร | [กะโบน] (แบบ) น. ศอก, ข้อศอก. (พจน.). (ป. กปฺปร; ส. กูรฺปร). |
|
|
| กโบล | [กะโบน] น. แก้ม. (ป. กโปล). |
|
|
| กปณ | [กะปะนะ] ว. กําพร้า, อนาถา, ไร้ญาติ, ยากไร้, น่าสงสาร, |
| (กลอน) เขียนเป็น กปนา ก็มี เช่น แม้มนุษยกปนาจํานง |
| ขอสิ่งประสงค์ประสาททาน. (ม. คําหลวง มัทรี). (ป.). |
|
|
| กปณก | [กะปะนก] น. ผู้อนาถา, ผู้ไร้ญาติ, ผู้น่าสงสาร, เขียนเป็น |
| กปนก ก็มี เช่น เถ้ากปนกแพนกพล้าว มีแม่ย้าวสาวศรหนึ่ง |
| น้นน. (ม. คำหลวง ชูชก). (ป.). |
|
|
| กปณา | [กะปะนา] ว. อนาถา, ไร้ญาติ, น่าสงสาร, เขียนเป็น กปนา |
| ก็มี เช่น แม้มนุษยกปนาจำนง ขอสิ่งประสงค์ประสาททาน. |
| (ม. คำหลวง มัทรี). (ป. กปณ) |
|
|
| กปิ | [กะ-] (แบบ) น. ลิง เช่น ทรงพาหะองคต กปิยศโยธิน. |
| (พากย์). (ป., ส.). |
|
|
| กปิตัน | (โบ) น. กัปตัน, นายเรือ; หัวหน้าหมู่ชน. |
|
|
| กม ๑ | น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว ม สะกด ว่า แม่กม หรือ มาตรากม. |
|
|
| กม ๒ | (โบ) ก. กุม เช่น เกลือกเจ้าแม่มาคิดคม ครุบคั้นกินกม |
| บไว้บวางตัวตู. (เสือโค). |
|
|
| ก้ม | ก. ทําให้ต่าลงโดยอาการน้อม (ใช้เฉพาะ หัว หน้า และหลัง) |
| เช่น ก้มหัว ก้มหน้า ก้มหลัง. |
| ก้มหน้า (สํา) ก. จําทน เช่น ต้องก้มหน้าทําตามประสายาก. |
| ก้มหน้าก้มตา (สํา) ก. ทําโดยไม่มองดูสิ่งอื่น, ทําโดยตั้งใจ, |
| เช่น ก้มหน้าก้มตาทําไปจนกว่าจะสําเร็จ. |
| ก้มหลัง ก. น้อมหลังลงเพื่อแสดงกิริยาเคารพ. |
| ก้มหัว ก. น้อมหัวลงเพื่อแสดงกิริยาเคารพ, โดยปริยายหมายความ |
| ว่า ยอมอ่อนน้อม (มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร. |
|
|
| กมณฑลาภิเษก | [กะมนทะ-] (แบบ) น. หม้อน้ำสรง เช่น อนนเต็มใน |
| กมณฑลาภิเษก. (ม. คําหลวง มหาราช). (ป., ส. |
| กมณฺฑลุ = หม้อน้ำ + ส. อภิเษก = รด). |
|
|
| กมณฑโลทก | [กะมนทะ-] (แบบ) น. น้ำในหม้อ เช่น ชําระพระองค์ด้วย |
| กมณฑโลทก. (ม. คําหลวง มหาราช). (ป., ส. กมณฺฑลุ |
| = หม้อน้ำ + อุทก = น้ำ). |
|
|
| กมล | [กะมน] (แบบ) น. บัว เช่น บาทกมล. (สมุทรโฆษ); ใจ |
| เช่น ดวงกมล. ว. เหมือนบัว เช่น เต้าสุวรรณกมลคนที. |
| (ม. คําหลวง หิมพานต์), บางทีใช้ว่า กระมล. (ป., ส.). |
|
|
| กมล- , กมลา | [กะมะละ-, กะมะ-] น. ชื่อฉันท์วรรณพฤติ กําหนดด้วย |
| ๔ คณะสลับกัน คือ ส คณะ ย คณะ ส คณะ ย คณะ |
| (ตามแบบว่า กมลาติ เณยฺยา สยเสหิ โย เจ) ตัวอย่างว่า |
| จะวิสัชนาสาร พิสดารก็หลายเลบง เรียกว่า กมลฉันท์ |
| หรือ กมลาฉันท์. (ป. ว่า นางงาม; ส. ว่า พระลักษมี). |
|
|
| กมลาศ | [กะมะลาด] (กลอน) น. บัว; ใจ. (ป., ส. กมล + ศ เข้าลิลิต). |
|
|
| กมลาสน์ | [กะมะลาด] (แบบ) น. ผู้มีบัวเป็นที่นั่ง คือ พระพรหม. |
| (ป., ส. กมล = บัว + อาสน = ที่นั่ง). |
|
|
| กมเลศ | [กะมะเลด] (กลอน) น. บัว; ใจ; พระนารายณ์ เช่น ดุจองค์ |
| สมเด็จกมเลศอันลีลาศ ลงจากชั้นสุทธาวาสบวรวิมาน. |
| (ม. ร่ายยาว ฉกษัตริย์). (ป., ส. กมล + ศ เข้าลิลิต; ใน |
| สันสกฤตหมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งพระลักษมี คือ |
| พระนารายณ์ มาจาก กมลา = พระลักษมี + อีศ = เป็นใหญ่). |
|
|
| กมัณฑลุ | [กะมันทะ-] (แบบ) น. กะโหลกน้ำเต้า, เต้าน้ำ, หม้อน้ำ, |
| ภาชนะใส่น้ำเล็ก ๆ เป็นบริขารเครื่องใช้ประจําของนักบวชนอก |
| พระพุทธศาสนา ทําด้วยไม้หรือดิน, เช่น กมัณฑลุภาชน์ = ภาชนะ |
| ใส่น้ำ คือ เต้าน้ำ. (ม. ร่ายยาว วนปเวสน์), ใช้ว่า กมัณฑลู ก็มี |
| เช่น บัดนี้คาวียุพราชาชัยลีลา ก็เอากมัณฑลูลง. (เสือโค). (ป., ส.). |
|
|
| กมุท | [กะมุด] (แบบ) น. บัว เช่น ส่งดวงกมุทให้กัณหา. (ม. คําหลวง |
| มัทรี). (ป., ส. กุมุท ว่า บัวสายดอกขาว). |
|
|
| กร ๑ | [กอน] น. ผู้ทํา, ใช้ประกอบเป็นส่วนหลังของสมาส เช่น |
| กรรมกร เกษตรกร. (ป.). |
|
|
| กร ๒ | [กอน] น. มือ (มักใช้ในบทประพันธ์); แขน เช่น เจ้างามกรอ่อน |
| ดังงวงเอราวัณ. (กลบท). (ป., ส.). |
| กรกช [กอระกด] (กลอน) น. ''ดอกบัวคือมือ'' คือ กระพุ่มมือ |
| เช่น ธก็ยอกรกชประนม. (ลอ). ก. ไหว้ เช่น เอกภูธรกรกช |
| ทศนัขสมุชลิต. (ยวนพ่าย). (ดู กช). |
|
|
| กร ๓ | [กอน] น. แสง, ใช้ประกอบเป็นส่วนหลังของสมาส |
| เช่น รัชนีกร. (ป.). |
|
|
| กรก, กรก- | [กะหฺรก, กะระกะ-] (แบบ) น. ลูกเห็บ เช่น กรกวรรษ |
| = ฝนลูกเห็บ. (ป., ส.). |
|
|
| กรกัติ | [กฺระกัด] (โบ) ก. กระกัด, ใคร่, อยาก, ยินดี, เช่น |
| กรกัติกามา. (สรรพสิทธิ์). |
|
|
| กรกฎ, กรกฏ | กรกัติกามา. (สรรพสิทธิ์). |
| [กอระกด] (แบบ) น. ปู เช่น กรกฎกุ้งกั้งมังกร. (ม. ร่ายยาว |
| มหาพน); ชื่อกลุ่มดาวรูปปู เรียกว่า ราศีกรกฎ เป็นราศีที่ ๓ |
| ในจักรราศี. (ส. กรฺกฏ; ป. กกฺกฏ). |
| กรกฎาคม [กะระกะ-, กะรักกะ-] น. ชื่อเดือนที่ ๗ ตามสุริยคติ |
| ซึ่งเริ่มด้วยเดือนมกราคม มี ๓๑ วัน. (ส. กรฺกฏ = ปู + อาคม = |
| มา = เดือนที่อาทิตย์มาสู่ราศีกรกฎ); (เลิก) ชื่อเดือนที่ ๔ ตาม |
| สุริยคติ ซึ่งเริ่มด้วยเดือนเมษายน. |
|
|
| กรง | [กฺรง] น. สิ่งที่ทําเป็นซี่ ๆ สําหรับขังนกเป็นต้น ตั้งอยู่ |
| กับที่หรือยกไปได้; ในบทกลอนใช้หมายความว่า เปล |
| ก็มี เช่น ถนอมในพระกรงทอง. (เห่กล่อม). (เทียบมลายู |
| กุรง; ข. ทฺรุง). |
| กรงทอง (ราชา) น. เรียกเปลที่ทําเป็นลูกกรง ว่า พระกรงทอง. |
| กรงเล็บ น. กลุ่มเล็บของแมวหรือนกเป็นต้นเมื่อขยุ้มเหยื่อ |
| มีเค้าคล้ายกรง. |
|
|
| กรชกาย | [กะระชะ-] (แบบ) น. ร่างกาย. (ดู กรัชกาย). |
|
|
| กรณฑ์ ๑ | [กฺรน] น. ภาชนะมีฝาปิด, ภาชนะใส่น้ำ เช่น หม้อกรณฑ์, |
| กรัณฑ์ หรือ กรัณฑก ก็เรียก; ผอบ เช่น บรรจุพระบรมธาตุ |
| ในสุวรรณกรณฑ์. (เทศนาพระราชประวัติ). (ป., ส. กรณฺฑ, |
| กรณฺฑก ว่า ขวด). |
|
|
| กรณฑ์ ๒ | [กฺรน] (คณิต) น. เรียกเครื่องหมาย ?ว่า เครื่องหมายกรณฑ์; |
| วิธีหาค่าจากจํานวนจริงที่เขียนไว้ภายในเครื่องหมายกรณฑ์ |
| เช่น ? จะได้ ๗ ? จะได้ -๓. |
|
|
| กรณิการ์ | [กะระ-] น. กรรณิการ์. |
|
|
| กรณี | [กะระ-, กอระ-] น. คดี, เรื่อง, เหตุ, เช่น ในกรณีนี้ = |
| ในเรื่องนี้. (ป., ส. กรณี ว่า ที่เป็นเหตุกระทํา). |
|
|
| กรณีย-, กรณีย์, กรณียะ | [กะระ-, กอระ-] น. กิจ. ว. อันควรทํา, อันพึงทํา. (ป.). |
| กรณียกิจ น. กิจที่พึงทำ, หน้าที่อันพึงทํา. |
|
|
| กรด ๑ | [กฺรด] น. สารอย่างหนึ่ง มีรสเปรี้ยว โดยปรกติกัดหรือ |
| ทําให้สิ่งอื่นแปรไป; (เคมี) มีความหมายหลายอย่าง |
| สุดแล้วแต่ทฤษฎีที่ใช้เป็นหลักกําหนด คือ เป็นสารเคมี |
| ที่ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน และเมื่อสารนี้ละลาย |
| น้ำเป็นสารละลายแล้ว ไฮโดรเจนที่มีอยู่ทั้งหมดหรือ |
| บางส่วนต้องแปรสภาพออกมาเป็นไฮโดรเนียมไอออน |
| (H3O+) สารละลายที่ได้มีรสเปรี้ยวเปลี่ยนสีลิตมัสสี |
| น้ำเงินเป็นสีแดงได้; สารเคมีที่มีสมบัติจ่ายโปรตอนให้ |
| แก่สารอื่นได้; สารเคมีที่มีสมบัติรับอิเล็กตรอนคู่หนึ่ง |
| มาจากสารอื่นได้. (อ. acid). |
|
|
| กรด ๒ | [กฺรด] ว. คมมีลักษณะที่กัดกร่อนหรือตัดสิ่งของได้ เช่น |
| น้ำกรด = น้ำที่คม ลมกรด = ลมที่คม. |
|
|
| กรด ๓ | [กฺรด] น. ชื่อไม้เถาชนิด Combretum tetralophum C.B. Clarke |
| ในวงศ์ Combretaceae มักขึ้นในที่น้ำท่วม เช่น ตามฝั่งน้ำลําคลอง |
| ใบโดยมากออกรอบข้อ ๒ หรือ ๓ ใบ ใบอ่อนสีม่วงดํา เมื่อแก่เปลี่ยน |
| เป็นสีเขียว ผลมีสันแข็งเป็น ๔ ครีบ, เถาวัลย์กรด ก็เรียก; อีกชนิดหนึ่ง |
| คือ C. trifoliatum Vent. มีลักษณะคล้ายกันมาก แต่ผลมี ๕ ครีบ |
| เช่น กรดกระถินอินจันพรรณไม้. (นิ. อิเหนา), สีเอยเจ้าสีสด เจ้าปลูก |
| ต้นกรดไว้ริมท่า. (กล่อมเด็ก). |
|
|
| กรด ๔ | [กฺรด] น. ภาชนะใส่น้ำเทพมนตร์ของพราหมณ์ ลักษณะเหมือน |
| คนโทมีฝาปิด มีพวยอย่างกาน้ำ. (เลือนมาจาก ป. กลส; ส. กลศ). |
|
|
| กรด ๕ | [กฺรด] (ปาก) ว. ยิ่ง, มาก, เช่น ไวเป็นกรด ฉลาดเป็นกรด. |
|
|
| กรน | [กฺรน] ก. หายใจมีเสียงดังในลําคอขณะหลับ เหตุลิ้นตกจุกคอ |
| หอยหรือลิ้นตกจุกคอหอยและลิ้นไก่กับเพดานอ่อนสั่น. |
|
|
| กรนทา | [กฺรน-] (โบ) น. ไม้คนทา (ลิปิ) เช่น กรนทาดาษดวงพรายก็มี. |
| (ม. คําหลวง มหาพน). |
|
|
| กรนนเช้า | [กฺรัน-] (โบ) น. กระเช้า เช่น คร้นนเช้าก็หิ้วกรนนเช้า |
| ชายป่าเต้าไปหาชาย. (ม. คําหลวง มัทรี). |
|
|
| กรบ | [กฺรบ] น. เครื่องแทงปลา ทําด้วยไม้ ๓ อัน มัดติดกัน มีลักษณะคล้าย |
| ๓ เส้า สวมเหล็กแหลมที่ปลายด้ามรูปงอคล้ายไม้เท้า. |
|
|
| กรบูร | [กะระบูน] น. การบูร. |
|
|
| กรพินธุ์ | [กอระ-] น. ทับทิม เช่น จงแต่งเขนแต่งขันธ์ |
| ผ้าเกราะพรรณรายแพร้ว ดยรดาษแก้วกรพินธุ์. |
| (ม. คําหลวง มหาราช). (บางทีจะเพี้ยนมาจาก |
| กุรุพินท์ ซึ่งตรงกับคำสันสกฤตว่า กุรุวินฺท = ทับทิม). |
|
|
| กรภุม | [กอระ-] (โบ) น. กระพุ่ม เช่น สนธยากรภุม บุษปบังคม |
| บําบวงสรณ. (อนิรุทธ์). |
|
|
| กรม ๑ | [กฺรม] ก. ระทม, เจ็บอยู่ภายในเรื่อยไป, เช่น กรมใจ; |
| กลัด เช่น กรมหนอง. [ข. กฺรุํ (กฺรม) ว่า ลำบาก เช่น |
| กฺรุํจิต = ลำบากใจ], ตรม ก็ว่า. |
| กรมกรอม ก. ระทมใจจนเหี่ยวแห้ง, ตรมตรอม ก็ว่า. |
| กรมเกรียม ก. ระทมใจจนหม่นไหม้, ใช้ว่า เกรียมกรม |
| ตรมเตรียม หรือ เตรียมตรม ก็มี เช่น จักขานความที่ |
| เกรียมกรม. (กฤษณา). |
|
|
| กรม ๒ | [กฺรม] (แบบ) น. ลําดับ เช่น จะเล่นโดยกรม. (สมุทรโฆษ). |
| [ส.; ข. กฺรุํ (กฺรม) ว่า หมวด, หมู่, กอง; ครอบครัว เช่น |
| มวยกฺรุํ = ครอบครัวหนึ่ง]. |
| กรมศักดิ์ [กฺรมมะสัก] (กฎ; โบ) น. ชื่อกฎหมายลักษณะหนึ่ง |
| ซึ่งกําหนดระวางโทษปรับตามศักดินา อายุ และความร้ายแรง |
| หนักเบาของความผิดที่กระทํา. (สามดวง). |
|
|
| กรม ๓ | [กฺรม] น. (ก) หมู่เหล่าอันเป็นที่รวมกําลังไพร่พลของ |
| แผ่นดินตามลักษณะปกครองสมัยโบราณ เพื่อประโยชน์ |
| ในเวลาเกิดศึกสงคราม จะได้เรียกระดมคนได้ทันท่วงที |
| บรรดาชายฉกรรจ์ต้องเข้าอยู่ในกรมหรือในหมู่เหล่าใด |
| เหล่าหนึ่ง เรียกว่า สังกัดกรม มีหัวหน้าควบคุมเป็น เจ้ากรม |
| ปลัดกรม ตามลําดับ ซึ่งเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงตั้งให้ |
| เจ้านายครอบครองเป็นองค์ ๆ เรียกว่า ตั้งกรม แล้ว |
| เจ้านายพระองค์นั้นก็ ทรงกรม เป็น เจ้าต่างกรม เพราะมีกรม |
| ขึ้นต่างออกไปเป็นกรมหนึ่ง มีพระอิสริยศักดิ์ตั้งเจ้ากรม ปลัดกรม |
| เป็น หมื่น ขุน หลวง พระ พระยา ได้ และเรียกชื่อกรมนั้น ๆ |
| ตามศักดิ์เจ้ากรมว่า กรมหมื่น กรมขุน กรมหลวง กรมพระ |
| กรมสมเด็จพระ และ กรมพระยา หรือ กรมสมเด็จ เมื่อจะทรงกรม |
| สูงขึ้นกว่าเดิม ก็โปรดให้ เลื่อนกรม ขึ้น โดยเจ้ากรมมีศักดิ์เลื่อนขึ้น |
| เช่นจากหมื่นเป็นขุน, มาในปัจจุบันชื่อกรมเหล่านี้มีความหมาย |
| กลายเป็นพระอิสริยยศและพระนามเจ้านายเท่านั้น. |
| (ข) แผนกใหญ่ในราชการ ตามลักษณะปกครองในสมัยโบราณ |
| ซึ่งในปัจจุบัน เรียกว่า กระทรวง เช่น กรมพระกลาโหม คือ |
| กรมฝ่ายทหาร เป็นกระทรวงกลาโหม, กรมมหาดไทย คือ |
| กรมฝ่ายพลเรือน เป็น กระทรวงมหาดไทย, กรมเมือง หรือ |
| กรมนครบาล รวมอยู่ในกระทรวงมหาดไทย, กรมวัง |
| แยกเป็นกระทรวงวัง และกระทรวงยุติธรรม |
| (ปัจจุบันกระทรวงวังไม่มีแล้ว), กรมพระคลัง แยกเป็น |
| กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ, กรมนา |
| เป็นกระทรวงเกษตราธิการ (ปัจจุบัน คือ กระทรวงเกษตร |
| และสหกรณ์). |
| (ค) (กฎ) ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง |
| รองจากกระทรวงและทบวง. |
|
|
| กรม ๔ | [กฺรม] (โบ) ย่อมาจากคําว่า กรมธรรม์ เช่น จะคิดเอาดอกเบี้ยมิได้เลย |
| เพราะเปนเงินนอกกรม. (สามดวง). |
|
|
| กรม ๕ | [กฺรม] (โบ; กลอน) ย่อมาจากคําว่า กรรม เช่น |
| อวยสรรพเพียญชนพิธี- กรมเสร็จกํานนถวาย. (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| กรม ๖ | [กฺรม] ดู เหมือดโลด (๑). |
|
|
| กรมการ | [กฺรมมะ-] (กฎ;โบ) น. ตำแหน่งพนักงานปกครองที่มีมาแต่ |
| สมัยโบราณ และได้กำหนดไว้ในข้อบังคับลักษณะการปกครอง |
| หัวเมือง ร.ศ. ๑๑๖ เรียกว่า กรมการเมือง ซึ่งแบ่งออกเป็น |
| ๒ พวก คือ กรมการในทำเนียบ และกรมการนอกทำเนียบ. |
| (ส. กรฺม + การ). |
| กรมการจังหวัด น. คณะกรมการจังหวัด; กรมการจังหวัดแต่ละคน |
| ที่เป็นองค์ประกอบของคณะกรมการจังหวัด. |
| (ดู คณะกรมการจังหวัด). |
| กรมการนอกทำเนียบ (กฎ; โบ) น. กรมการเมืองพวกหนึ่ง |
| เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ว่าราชการเมือง |
| ในการบริหารราชการในเมืองนั้น ๆ แต่งตั้งจากบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ |
| หรือคหบดีในเมืองนั้น ๆ โดยไม่จำกัดจำนวน และถือว่าเป็น |
| กรมการชั้นผู้ใหญ่, กรมการพิเศษ ก็ว่า. |
| กรมการในทำเนียบ (กฎ; โบ) น. กรมการเมืองพวกหนึ่ง |
| เป็นตำแหน่งข้าราชการที่มีเงินเดือน ซึ่งจัดเป็น ๒ พวก |
| กรมการชั้นผู้ใหญ่ ประกอบด้วย ปลัด ยกกระบัตร |
| และผู้ช่วยราชการ กับกรมการชั้นผู้น้อย ประกอบด้วย |
| จ่าเมือง สัสดี แพ่ง ศุภมาตรา และสารเลข. |
| กรมการพิเศษ (กฎ; โบ) น. กรมการเมืองพวกหนึ่ง เป็น |
| ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ว่าราชการ |
| เมืองในการบริหารราชการในเมืองนั้น ๆ แต่งตั้งจาก |
| บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิหรือคหบดีในเมืองนั้น ๆ โดยไม่จำกัดจำนวน |
| และถือว่าเป็นกรมการชั้นผู้ใหญ่, กรมการนอกทำเนียบ ก็ว่า. |
| กรมการอำเภอ (เลิก) น. คณะกรมการอำเภอ; กรมการอำเภอแต่ละ |
| คนที่เป็นองค์ประกอบของคณะกรมการอำเภอ. |
|
|
| กรมท่า | [กฺรมมะ-] (กฎ; โบ) น. ส่วนราชการในสมัยก่อนซึ่งอยู่ในสังกัด |
| กรมพระคลัง มีหน้าที่เกี่ยวกับการต่างประเทศและปกครองเมืองท่า |
| ว. สีขาบ, สีน้าเงินแก่, เรียกว่า สีกรมท่า. |
| กรมท่าขวา [กฺรมมะ-] (กฎ; โบ) น. ส่วนราชการที่มีหน้าที่ |
| เกี่ยวกับชนชาวแขก. |
| กรมท่าซ้าย [กฺรมมะ-] (กฎ; โบ) น. ส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวกับ |
| ชนชาวจีน. |
|
|
| กรมธรรม์ | [กฺรมมะทัน] (กฎ; โบ) น. เอกสารซึ่งทาส ลูกหนี้ยินยอม |
| ให้กรมการอำเภอทำให้ไว้แก่เจ้าหนี้นายเงิน, คำนี้เรียกเต็มว่า |
| สารกรมธรรม์ หรือย่อว่า สารกรม, บางทีเรียกเพียงคำเดียวว่า |
| กรม ก็มี เช่น กู้หนี้ถือสีนกันเข้าชื่อในกรมหลายคน. (สามดวง); |
| กรมธรรม์ประกันภัย. (ส. กรฺม + ธรฺม). |
| กรมธรรม์ประกันภัย (กฎ) น. ตราสารที่มีลายมือชื่อของ |
| ผู้รับประกันภัยและมีรายการแสดงวัตถุที่เอาประกันภัย |
| จำนวนงินเอาประกันภัย ชื่อผู้เอาประกันภัย ชื่อผู้รับประกันภัย |
| วันที่สัญญาเริ่มต้นและสิ้นสุด และอื่น ๆ ตามที่กฎหมายบังคับ |
| ตลอดจนเงื่อนไขเกี่ยวกับประโยชน์ สิทธิ และหน้าที่ของ |
| ผู้เอาประกันภัย และผู้รับประกันภัย, มักเรียกสั้น ๆ ว่า กรมธรรม์. |
| (อ. policy of insurance). |
|
|
| กรมนา | [กฺรมมะ-] ดู กรม ๓. |
|
|
| กรมวัง | [กฺรมมะ-] น. แผนกราชการที่บริหารกิจการในพระราชสํานัก; |
| ข้าราชการแผนกนี้ เช่น กรมวังรับสั่งใส่เกศี. (อิเหนา). |
|
|
| กรร ๑ | [กัน] (โบ) ก. จับ เช่น กรกรรนฤบดี. (สมุทรโฆษ). (ข. กาน่ ว่า ถือ). |
|
|
| กรร ๒ | [กัน] (เลิก) ก. กัน เช่น เรือกรร. |
|
|
| กรร- ๓ | [กัน-] ใช้เป็นพยางค์หน้า (ซึ่งโบราณเขียนเป็น กนน หรือ |
| กัน ก็มี) แทน กระ เช่น กรรชิง - กันชิง - กระชิง, กรรเช้า - |
| กรนนเช้า - กระเช้า, กรรเชอ - กนนเชอ - กระเชอ, กรรโชก - |
| กันโชก - กระโชก, กรรพุ่ม - กระพุ่ม, กรรลึง - กระลึง. |
|
|
| กรรกง | [กัน-] (เลิก) น. ที่ล้อมวง เช่น จําเนียรกรรกงรอบนั้น. |
| (ม. คําหลวง นครกัณฑ์), ใช้เป็น กงกรร ก็มี เช่น |
| แลสับสังกัดกงกรร. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรกฎ | [กันกด] (แบบ) น. ปู เช่น จริวจราวจรัลชลจรมกรกรรกฎกูรม์. |
| (สมุทรโฆษ). (ส. กรฺกฏ; ป. กกฺกฏ). |
|
|
| กรรกศ | [กันกด] (แบบ) ว. หยาบช้า, เขียนเป็น กรรกษ ก็มี เช่น |
| อันว่าพระญาติท่ววไท้ บมิหวังไหว้พระตถาคต ใจแลไป |
| กรรกษ บารนี ฯ. (ม. คําหลวง ทศพร). (ส. กรฺกศ). |
|
|
| กรรเกด | [กัน-] (กลอน) น. การะเกด เช่น จงกลกรรเกดแก้ว |
| กรองมาลย์. (ทวาทศมาส). |
|
|
| กรรไกร | [กันไกฺร] น. ตะไกร. (เลือนมาจาก กรรไตร). (ดู ตะไกร ๑). |
|
|
| กรรเจียก | [กัน-] น. เครื่องประดับหูมีรูปเป็นกระหนก เช่น กรรเจียก |
| ซ้อนจอนแก้วแพรวพราว. (อิเหนา). [ข. ตฺรเจียก ว่า หู]. |
| กรรเจียกจอน น. เครื่องประดับหู, เขียนเป็น กรรเจียกจร ก็มี เช่น |
| กรรเจียกจอนจําหลักลายซ้ายขวา. (สังข์ทอง). |
|
|
| กรรชิง | [กัน-] น. เครื่องเข้ากระบวนแห่ในการพระราชพิธีบางอย่างเช่น |
| รับช้างเผือกหรือแรกนาขวัญเป็นต้น รูปคล้ายกลด มีคันถือคล้าย |
| ร่ม, โบราณใช้เป็นร่มเครื่องยศ คู่กันกับคานหามตามบรรดาศักดิ์ |
| มีชั้นตามที่หุ้มผ้าแดงหรือหุ้มผ้าขาวโรยทอง เรียกว่า พื้นกํามะลอ, |
| ถ้ามีริ้วขาวและน้ำเงินสลับกันที่ระบาย เรียกว่า กรรชิงเกล็ด, |
| กระชิง กระฉิ่ง กะชิง กันฉิ่ง หรือ กันชิง ก็เรียก. |
|
|
| กรรชิด | [กัน-] (โบ; กลอน) ก. กระชิด เช่น สองกรกลเกียดเกี้ยว |
| กรรชิด. (ลอ). |
|
|
| กรรเชอ | [กัน-] (โบ) น. กระเชอ. |
|
|
| กรรเช้า | [กัน-] (โบ) น. กระเช้า. |
|
|
| กรรเชียง | [กัน-] น. เครื่องพุ้ยน้ำให้เรือเดิน รูปคล้ายแจว มีหลักสําหรับ |
| พาด ใช้เหนี่ยว; อาการที่พุ้ยเช่นนั้น เรียกว่า ตีกรรเชียง, ใช้ว่า |
| กระเชียง ก็มี. |
|
|
| กรรเชียงปู | [กัน-] น. เรียกขาคู่สุดท้ายของปูในวงศ์ Portunidae เช่น |
| ปูม้า ปูทะเล ซึ่งปล้องปลายมีลักษณะแบนคล้ายใบพาย, |
| กระเชียงปู ก็เรียก. |
|
|
| กรรโชก | [กัน-] ก. ขู่เอาด้วยกิริยาหรือวาจาให้กลัว, เขียนเป็น |
| กันโชก หรือ กําโชก ก็มี. (แผลงมาจาก กระโชก). (กฎ) |
| น. ชื่อความผิดอาญาฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือ |
| ยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น |
| ทรัพย์สิน โดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทํา |
| อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน |
| ของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอม |
| เช่นว่านั้น เรียกว่า ความผิดฐานกรรโชก. |
|
|
| กรรซ้นน | [กันซั้น] (โบ) ก. ทัน, กระชั้น, เช่น พราหมณ์จะมากรรซ้นน. |
| (ม. คําหลวง กุมาร). |
|
|
| กรรแซง | [กัน-] (เลิก) น. กองทําหน้าที่แซงในกระบวนพยุหยาตรา |
| เพื่อป้องกันจอมทัพ, คู่กันกับ กรรแทรก คือ กองทําหน้าที่ |
| แทรกเพื่อป้องกันจอมทัพ. (ดู กันแซง ที่ กัน ๓). |
|
|
| กรรฐ์, กรรฐา | [กัน, กันถา] น. คอ. (เทียบ ข. กรฺฐ ว่า คอ). (เลือนมาจาก กัณฐ์). |
|
|
| กรรณ, กรรณ- | [กัน, กันนะ-] น. หู, ใบหู, กลอน ใช้เป็น กรรณา ก็มี เช่น |
| กรรณาคือกลีบกาญจ- นปัทม์. (สมุทรโฆษ), ราชาศัพท์ |
| ใช้ว่า พระกรรณ. (ส. กรฺณ). |
| กรรณยุคล [กันนะ-] น. หูทั้ง ๒ ข้าง เช่น ในพระกรรณยุคลท่านนั้น. |
| (ม. คําหลวง มหาราช). (ป., ส. ยุคล ว่า คู่). |
|
|
| กรรณา | [กัน-] (กลอน) ดู กรรณ, กรรณ-. |
|
|
| กรรณิกา | [กัน-] (แบบ) น. ดอกไม้ เช่น ดุจบัวอันบานชู กชกรรณิกามาศ. |
| (สมุทรโฆษ). (ส. กรฺณิกา ว่า ฝักบัว, ช่อฟ้า; ป. กณฺณิกา). |
|
|
| กรรณิการ์ | น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Nyctanthes arbortristis L. |
| ในวงศ์ Oleaceae ใบคาย ดอกหอม กลีบขาว หลอดดอก |
| สีแสด ใช้ย้อมผ้า, เขียนเป็น กณิการ์ หรือ กรณิการ์ ก็มี. |
|
|
| กรรดิ | [กัด] ก. ยกย่อง, สรรเสริญ, เช่น ยาคนชี้เทพยผู้ ไกรกรรดิ ก็ดี. |
| (ยวนพ่าย). (เลือนมาจาก ป. กตฺถติ ว่า ยกย่อง, สรรเสริญ). |
|
|
| กรรดิก, กรรดึก | [กัน-] (แบบ) น. เดือน ๑๒. (ดู กัตติกมาส). |
|
|
| กรรตุ, กรรตุ- | [กัด, กัดตุ-] (ไว) น. ผู้ทํา. (ป. กตฺตุ; ส. กรฺตฺฤ). |
| กรรตุการก [กัดตุ-] (ไว) น. ผู้ทําหรือผู้ใช้ให้ทำ เป็นส่วนสําคัญ |
| ส่วนหนึ่งใน ๒ ส่วนของประโยคที่ไม่ต้องมีกรรมมารับ เช่น เด็กวิ่ง |
| วิ่ง เป็น กรรตุการก หรือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งใน ๓ ส่วนของ |
| ประโยคที่กริยาต้องมีกรรมรับ เช่น ตํารวจยิงผู้ร้าย ตํารวจ เป็น |
| กรรตุการก. (ป., ส. การก ว่า ผู้ทำ). |
| กรรตุวาจก [กัดตุ-] (ไว) ก. กริยาที่บอกว่าประธานเป็นกรรตุการก |
| คือผู้ทำหรือผู้ใช้ให้ทำ, เช่น กริยาของประโยคที่แสดงว่าประธานทํา |
| หน้าที่เป็นกรรตุการกคือเป็นผู้ทําหรือผู้ใช้ให้ทํา เช่น ครูเขียนหนังสือ |
| (ประธานเป็นผู้ทํา) ครูให้นักเรียนเขียนหนังสือ (ประธานเป็นผู้ใช้ให้ทํา). |
| (ป., ส. วาจก ว่า ผู้กล่าว). |
| กรรตุสัญญา [กัดตุ-] น. นามที่เป็นคําร้องเรียกชื่อลอย ๆ เช่น |
| แล้วกล่าววาจาอันสุนทร ดูก่อนกุมภกรรณยักษี. (รามเกียรติ์ |
| ร. ๑). (ป. สญฺ?า = นาม, ชื่อ). |
|
|
| กรรไตร | [กันไตฺร] น. ตะไกร. (ข. กนฺไตฺร; ส. กรฺตริ). |
|
|
| กรรทบ | [กัน-] (กลอน) ก. กระทบ เช่น ฟองฟัดซัดดล กรรทบนาวี. |
| (สรรพสิทธิ์). |
|
|
| กรรแทก | [กัน-] ก. กระแทก, เขียนเป็น กันแทก ก็มี เช่น หัวล้านชาวไร่ |
| ไล่ปาม เข้าขวิดติดตาม กันแทกก็หัวไถดินฯ. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรแทรก | [กันแซก] (เลิก) น. กองทําหน้าที่แทรกในกระบวนพยุหยาตรา |
| เพื่อป้องกันจอมทัพ, คู่กันกับ กรรแซง คือ กองทำหน้าที่แซงเพื่อ |
| ป้องกันจอมทัพ. (ดู กันแทรก ที่ กัน ๓). |
|
|
| กรรบาสิก, กรรปาสิก | [กับบา-, กับปา-] (แบบ) ว. อันทอด้วยฝ้าย. |
| (ส. การฺปาสิก; ป. กปฺปาสิก). |
| กรรบาสิกพัสตร์ [กับบาสิกะ-] น. ผ้าอันทอด้วยฝ้าย คือ ผ้าฝ้าย. |
| (ใน ม. ร่ายยาว นครกัณฑ์ ว่า มาแต่แคว้นกาสี). (ส. วสฺตฺร ว่า ผ้า). |
|
|
| กรรบิด | [กัน-] น. มีด, ราชาศัพท์ว่า พระกรรบิด. (ข. กำบิต ว่า มีด). |
|
|
| กรรบูร | [กันบูน] (แบบ) น. การบูร เช่น กฤษณากระวานการ- |
| บูรกูรกระเหนียดกรร- บูรแกมกำคูนคันธ์ รสจวงกำจร |
| มา. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรปุระ | [กัน-] (กลอน) น. ศอก. (ดู กโบร). |
|
|
| กรรพุม, กรรพุ่ม | [กัน-] (โบ; แผลงมาจาก กระพุ่ม) น. มือที่ประนม |
| เช่น ถวายกรกรรพุม. (ม. คําหลวง ทศพร); พุ่ม เช่น |
| กรรพุมมาลย์ = พุ่มดอกไม้. |
|
|
| กรรภิรมย์ | [กัน-] น. ฉัตร ๕ ชั้นสํารับหนึ่ง ทําด้วยผ้าขาวลงยันต์เส้นทอง |
| ใช้ถุงปัศตูแดงสวม มี ๓ องค์ด้วยกัน คือ พระเสมาธิปัต พระฉัตรชัย |
| พระเกาวพ่ายหรือพระเกาวพ่าห์ เป็นเครื่องสูง ใช้กางเชิญนํา |
| พระราชยานเวลาเสด็จพระราชดําเนินโดยกระบวนพยุหยาตรา |
| และใช้เข้าพิธีคชกรรมเชิญนําช้างเผือกขึ้นจากแพเข้าสู่โรงสมโภช |
| หรือใช้ผูกเสาพระแท่นมณฑลในพระราชพิธีใหญ่, เขียนเป็น |
| กรรม์ภิรมย์ กันภิรมย์ หรือ กันพิรุณ ก็มี. |
|
|
| กรรม ๑, กรรม- ๑ | [กำ, กำมะ-] น. (๑) การ, การกระทำ, การงาน, กิจ, เช่น |
| พลีกรรม ต่างกรรมต่างวาระ, เป็นการดีก็ได้ ชั่วก็ได้ เช่น |
| กุศลกรรม อกุศลกรรม. (๒) การกระทำที่ส่งผลร้ายมา |
| ยังปัจจุบัน หรือซึ่งจะส่งผลร้ายต่อไปในอนาคต เช่น บัดนี้ |
| กรรมตามทันแล้ว ระวังกรรมจะตามทันนะ. (๓) บาป, |
| เคราะห์, เช่น คนมีกรรม กรรมของฉันแท้ ๆ. (๔) ความตาย |
| ในคำว่า ถึงแก่กรรม. |
| กรรมกร [กำมะกอน] น. คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน. |
| (ส. กฺรม = การงาน + กร = ผู้ทำ; ป. กมฺม + กร). |
| กรรมกรณ์ [กำมะกอน] น. อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา. |
| ก. ลงโทษ เช่น สามซ้ำควรกรรมกรณ์ นุกิจราชอาชญา. |
| (กฤษณา). (ส. กรฺม + กรณ = การกระทำ; ป. กมฺม + กรณ). |
| กรรมการ ๑ [กำมะกาน] น. บุคคลที่ได้รับเลือกหรือได้รับแต่งตั้ง |
| เข้าเป็นคณะร่วมกันทำงานหรือกระทำกิจการบางอย่างซึ่งได้รับ |
| มอบหมาย, เมื่อรวมกันเป็นคณะ เรียกว่า คณะกรรมการ เช่น |
| คณะกรรมการกฤษฎีกา. (ส. กรฺม + การ; ป. กมฺม + การ). |
| กรรมการ ๒ (โบ; กลอน) น. ผู้รับใช้ เช่น ข้าขอภักดีภูบาล |
| เป็นทาสกรรมการ ไปกว่าจะสิ้นสุดสกนธ์. (เสือโค). |
| กรรมการิณี [กํามะ-] น. กรรมการซึ่งเป็นเพศหญิง. |
| (ส. กรฺม + การิณี). |
| กรรมขัย [กำมะไข] (โบ) น. การสิ้นอายุเพราะกรรม เช่น อันว่า |
| อายุสม์ยังมิควรตายแลมาตายดั่งนั้นชื่อว่ากรรมขัยแล. (ไตรภูมิ). |
| (ส. กรฺม + ป. ขย). |
| กรรมคติ [กํามะคะติ] น. ทางดําเนินแห่งกรรม. |
| (ส. กรฺม + ส., ป. คติ ว่า ที่ไป). |
| กรรมชรูป [กํามะชะรูบ] น. รูปของคนและสัตว์. |
| (ส.; ป. กมฺมชรูป ว่า รูปที่เกิดแต่กรรม). |
| กรรมชวาต [กำมะชะวาด] น. ลมเกิดแต่กรรม คือ ลมเกิดในครรภ์ |
| เวลาคลอดบุตร ได้แก่ ลมเบ่ง เช่น พอถึงพระหัตถ์พระราชเทวีก็ทรง |
| จับเอากิ่งรัง พอเกิดลมกรรมชวาตหวั่นไหวประชวรพระครรภ์. |
| (ปฐมสมโพธิกถา). (สฺ กรฺม + ช = เกิด + วาต = ลม). |
| กรรมฐาน [กำมะถาน] น. ที่ตั้งแห่งการงาน หมายเอาอุบาย |
| ทางใจ มี ๒ ประการ คือ สมถกรรมฐาน เป็นอุบายสงบใจ และ |
| วิปัสสนา กรรมฐาน เป็นอุบายเรืองปัญญา. (ส.; ป. กมฺมฏฺ?าน). |
| กรรมบถ [กำมะบด] น. ทางแห่งกรรม มี ๒ อย่างตามลักษณะ คือ |
| กุศลกรรมบถและอกุศลกรรมบถ.(ส. กรฺม + ปถ = ทาง; ป. กมฺมปถ). |
| กรรมพันธุ์ [กำมะพัน] ว. มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ คือ เกี่ยวเนื่องด้วย |
| กรรมของตนเอง. น. ลักษณะ นิสัย ตลอดจนโรคหรือความวิกล |
| วิการบางอย่างที่ลูกหลานสืบมาจากบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย หรือ |
| พ่อแม่, พันธุกรรม ก็ว่า. (ส. กรฺม + พนฺธุ; ป. กมฺมพนฺธุ = ''มีกรรม |
| เป็นเผ่าพันธุ์'' เกี่ยวเนื่องด้วยกรรมของตนเอง). |
| กรรมวาจา [กำมะ-] น. คำประกาศกิจการในท่ามกลางสงฆ์. |
| (สฺ กรฺม + วาจา = คำ; ป. กมฺม + วาจา). |
| กรรมวาจาจารย์ [กํามะวาจาจาน] น. อาจารย์ผู้ให้สําเร็จกรรมวาจา |
| คือ คู่สวด. (ส. กรฺมวาจา + อาจารฺย = อาจารย์). |
| กรรมวิธี [กํามะวิที] น. ลักษณะอาการหรือวิธีการที่ผันแปรหรือ |
| เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์ทําขึ้นอันดําเนินติดต่อ |
| กันเรื่อยไปเป็นลําดับ, กระบวนวิธีดําเนินการในประดิษฐกรรม. |
| กรรมวิบาก [กํามะวิบาก] น. ผลของกรรม. (ส. กรฺม + วิปาก = |
| ผล; ป. กมฺม + วิปาก). |
| กรรมเวร [กําเวน] น. การกระทําที่สนองผลร้ายซึ่งทําไว้แต่ปาง |
| ก่อน; คำแสดงความรู้สึกเดือดร้อนเพราะกรรมหรือชะตากรรมใน |
| อดีต เช่น อายุตั้ง ๗๐ ปีแล้วยังต้องมาหาบขนมขายอีก กรรมเวร |
| แท้ ๆ, เวร หรือ เวรกรรม ก็ว่า. |
| กรรมศาลา [กํามะ-] น. โรงงาน. (ส. กรฺม + ศาลา = โรง). |
| กรรมสัมปาทิก [กํามะสําปาทิก] น. ผู้ยังการงานให้ถึงพร้อม; |
| (กฎ; เลิก) บุคคลที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้ทําหน้าที่กรรมการ |
| ของสมาคม. (ส. กรฺม + สมฺปาทิก = ผู้ให้ถึงพร้อม). |
| กรรมสิทธิ์ [กํามะสิด] น. ความเป็นเจ้าของทรัพย์; (กฎ) สิทธิ |
| ทั้งปวงที่ผู้เป็นเจ้าของมีอยู่เหนือทรัพย์สิน อันได้แก่ สิทธิใช้สอย |
| จําหน่าย ได้ดอกผล กับทั้งสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน |
| ของตน และสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน |
| นั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย. (ส. กรฺม + สิทฺธิ = ความสำเร็จ; |
| ป. กมฺมสิทฺธิ). |
| กรรมสิทธิ์รวม (กฎ) น. กรรมสิทธิ์ของบุคคลหลายคนร่วมกัน |
| ในทรัพย์สินอันใดอันหนึ่ง. |
|
|
| กรรม ๒, กรรม- ๒ | [กํา, กํามะ-] (ไว) น. ผู้ถูกกระทํา เช่น คนกินข้าว ข้าว เป็นกรรม |
| ของกริยา กิน. |
| กรรมการก [กํามะ-] (ไว) น. ผู้ถูกทํา เป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่ง |
| ใน ๓ ส่วนของประโยคที่กริยาต้องมีกรรมรับ เช่น ตํารวจยิงผู้ร้าย |
| ผู้ร้าย เป็น กรรมการก ถ้าต้องการให้ผู้ถูกทําเด่น ก็เรียงเป็นภาค |
| ประธานของประโยค เช่น ผู้ร้ายถูกตํารวจยิง. |
| กรรมวาจก [กํามะ-] (ไว) ก. กริยาที่บอกว่าประธานเป็นกรรมการก |
| หรือผู้ถูกทํา, กริยาของประโยคที่แสดงว่าประธานทําหน้าที่เป็น |
| กรรมการก คือ ผู้ถูกทํา, กริยาของประโยคกรรมวาจกต้องใช้ |
| สกรรมกริยา คือ กริยาที่ต้องมีกรรมรับ บางทีก็มีกริยานุเคราะห์ |
| ''ถูก'' นำ และใช้หมายไปในทางไม่ดี เช่น เด็กถูกตี ผู้ทำความผิด |
| ถูกลงโทษ, แต่บางทีก็ไม่ปรากฏกริยานุเคราะห์ ''ถูก'' เช่น หนังสือ |
| เล่มนี้แต่งดีมาก. |
|
|
| กรรม์ | [กัน] (กลอน) น. กรรม |
|
|
| กรรม์ภิรมย์ | ดู กรรภิรมย์. |
|
|
| กรรมัชวาต | [กํามัดชะ-] ดู กรรมชวาต ที่ กรรม ๑, กรรม- ๑. |
|
|
| กรรมาชีพ | [กํา-] น. คําเรียกชนชั้นกรรมกรหรือลูกจ้างผู้หาเลี้ยงชีพด้วย |
| ค่าจ้างแรงงานว่า ชนกรรมาชีพ. (อ. proletariat). |
|
|
| กรรมาธิการ | [กํา-] น. บุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเลือกและตั้ง |
| เป็นคณะกรรมาธิการ เพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบสวน |
| หรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของแต่ละสภา |
| แล้วรายงานต่อสภาคณะกรรมาธิการมี ๒ ประเภท คือ |
| คณะกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ |
| คณะกรรมาธิการสามัญประกอบด้วยบุคคลซึ่งเป็นสมาชิก |
| ของสภาล้วน ๆ คณะกรรมาธิการวิสามัญประกอบด้วยบุคคล |
| ผู้เป็นสมาชิกและบุคคลที่มิได้เป็นสมาชิกของสภารวมกัน หรือ |
| บุคคลที่มิได้เป็นสมาชิกของสภาทั้งหมดที่สภาเลือกและตั้งเป็น |
| คณะกรรมาธิการวิสามัญ. |
|
|
| กรรมาร | [กํามาน] (แบบ) น. ช่างทอง เช่น กรรมารบุตร. (ส. กรฺมาร; |
| ป. กมฺมาร). |
|
|
| กรรลี | [กัน-] น. โทษ. (ส. กลี แผลงเป็น กระลี และแผลง กระลี เป็น กรรลี). |
|
|
| กรรลึง | [กัน-] (กลอน; แผลงมาจาก กระลึง) ก. จับ. |
|
|
| กรรษก | [กัดสก] (แบบ) น. ชาวนา. (ส. กรฺษก; ป. กสฺสก). |
|
|
| กรรสะ | [กัน-] (ราชา) ก. ไอ, ใช้ว่า ทรงพระกรรสะ. (ป. กาส; ส. กาศ). |
|
|
| กรรแสง ๑ | [กัน-] (กลอน; แผลงมาจาก กระแสง) ก. ส่งเสียงร้อง เช่น |
| เทพฤๅษีสรรเสริญแชรง ชัยชัยรบแรง กรรแสงแลสาธุการา. |
| (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรแสง ๒ | [กัน-] (โบ) น. ผ้าสไบ เช่น กรรแสงสวมคอหิ้ว ตายบทันลัดนิ้ว |
| หนึ่งดี. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ดู กันแสง). |
|
|
| กรรหาย | [กัน-] (โบ; กลอน) ก. อยากได้, หิวโหย, เช่น กามกรรหายยั่วข้าง. |
| (ลอ), ให้หยุดพลพักร้อน กรรหายผ่อนเอาทับ. (นิ. พลเสพย์). |
|
|
| กรรเหิม | [กัน-] (โบ; กลอน) ก. เหิม เช่น กรรเหิมหายหว่นนหว่า. |
| (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). |
|
|
| กรรโหย | [กัน-] (โบ; กลอน) ก. โหย, คร่ำครวญ เช่น มีกระเรียนร้องก้อง |
| กรรโหย. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรเอา | [กัน-] (โบ; กลอน; แผลงมาจาก กระเอา) ว. กลมกล่อม เช่น |
| ไพเราะรสหวาน บรรสานกรรเอาเอาใจ. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กรรุณา | [กฺระ-] (โบ) น. กรุณา เช่น ถ้าทรงพระกรรุณา. (สามดวง). |
|
|
| กรลุมพาง | [กระ] (โบ) น. กระลุมพาง, กลองหน้าเดียว, เช่น ปี่จีนโสดสรใน |
| ใดต่าง ทงงกรลุมพางพอฟงง. (ม. คำหลวง มหาราช). |
|
|
| กรวด ๑ | [กฺรวด] น. ก้อนหินเล็ก ๆ เขื่องกว่าเม็ดทราย. (ข. คฺรัวสฺ). |
|
|
| กรวด ๒ | [กฺรวด] น. ชื่อดอกไม้ไฟชนิดหนึ่ง ใช้ไม้อ้อบรรจุดินดำ มีหางยาว |
| เมื่อจุดชนวนแล้วเหวี่ยงให้พุ่งขึ้นสูง, จรวด ก็เรียก. ว. สูงชัน เช่น |
| หลังคากรวด, คู่กับ หลังคาดาด, ในคําประพันธ์ใช้ว่า จรวด หรือ |
| ตรวด ก็มี เช่น เฒ่าก็วิ่งตรวดตรงขึ้นต้นไม้. (ม. ร่ายยาว ชูชก). |
|
|
| กรวด ๓ | [กฺรวด] ก. หลั่งน้ำ เช่น น้ำพระเต้าสิโตทกธารามารดริน |
| กรวดลงในมืออินทพฤฒาจารย์. (ม. กาพย์ สักบรรพ). (ข. จฺรวจ). |
| กรวดน้ำ ก. แผ่ส่วนบุญด้วยวิธีหลั่งน้ำ; (ปาก) โดยปริยาย |
| หมายความว่า ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย, มักใช้ว่า กรวดน้ำ |
| คว่ำกะลา หรือ กรวดน้ำคว่ำขัน. |
|
|
| กรวน | [กฺรวน] (ถิ่น-ภูเก็ต) น. กลอยทําเป็นชิ้นเล็ก ๆ. (วิทยาจารย์ |
| ล. ๑๖ ต. ๒). |
|
|
| กรวบ, กร๊วบ | [กฺรวบ, กฺร๊วบ] ว. เสียงดังเช่นเคี้ยวถูกของแข็ง. |
|
|
| กรวม | [กฺรวม] ก. สวม เช่น วงแหวนกรวมหัวเสา, ครอบ เช่น |
| เอากรวยกรวมพนมดอกไม้, คร่อม เช่น ปลูกเรือนกรวม |
| ตอ ปลูกเรือนกรวมทาง; รวมความหมายหลายอย่าง |
| เช่น กรวมความ; กํากวม เช่น พูดกรวมข้อ. (ปาเลกัว). |
|
|
| กร้วม | ว. เสียงเคี้ยวสิ่งของที่เปราะให้แตก หรือเสียงของแข็ง |
| กระทบกันอย่างแรง. |
|
|
| กรวย ๑ | น. ของมีรูปกลม กลวง ยาวเรียวแหลม, เรียกขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วย |
| แป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาลปีบ เป็นต้น หยอดในกรวยใบตองว่า ขนม |
| กรวย, กระทงมีฝาเป็นกรวยครอบ ข้างในใส่หมากหรือเมี่ยงสําหรับ |
| ถวายพระอุปัชฌาย์และคู่สวดในการบวชนาค เรียกว่า กรวยอุปัชฌาย์ |
| และกรวยคู่สวด; (วิทยา) รูปตันมีลักษณะฐานกลมและแหลมเรียว |
| ไปโดยลําดับ เรียกว่า รูปกรวย. (อ. cone). |
| กรวยเชิง น. ลายที่ทําเป็นรูปกรวย ใช้เป็นลายชายผ้าและปลายเสา |
| เรียกชื่อต่าง ๆ กันแล้วแต่ลายอยู่ที่ไหน เช่น ถ้าอยู่ที่เชิงผ้า เรียกว่า |
| กรวยเชิง, ถ้าอยู่ที่เชิงผ้าเกี้ยว เรียกว่า เชิงเกี้ยว, ถ้าอยู่ที่ด้ามหอก |
| เรียกว่า เชิงหอก. |
|
|
| กรวย ๒ | น. (๑) ชื่อไม้ต้นชนิด Horsfieldia irya (Gaertn.) Warb. ในวงศ์ |
| Myristicaceae ขึ้นตามฝั่งน้าลําคลอง ใบเป็นมันคล้ายใบจําปี |
| แต่เรียวและนิ่มกว่า ดอกสีเหลือง ผลกลมเป็นพวงคล้ายมะไฟ, |
| กรวยบ้าน ก็เรียก. (๒) ชื่อไม้พุ่มชนิด Casearia grewiifolia Vent. |
| ในวงศ์ Flacourtiaceae ใบคล้ายชนิดแรกแต่ปลายป้อม มีขนมาก |
| ขอบใบมีจักเล็ก ๆ เชื่อกันว่าเป็นยาสูบแก้ริดสีดวงจมูก, กรวยป่า |
| ก็เรียก. |
|
|
| กรวย ๓ | (โบ) ก. สักหรือแทงด้วยแหลน เช่น กรวยปลา. |
|
|
| กรวยบ้าน | ดู กรวย ๒ (๑). |
|
|
| กรวยป่า | ดู กรวย ๒ (๒). |
|
|
| กรวิก ๑ | [กะระ-, กอระ-] (แบบ) น. นกการเวก. (ไตรภูมิ). (ป., ส. กรวีก). |
|
|
| กรวิก ๒ | [กะระ-, กอระ-] น. ชื่อภูเขาชั้นที่ ๓ ในหมู่เขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมเป็น |
| วงกลมรอบเขาพระสุเมรุ. (ป.; ส. กรวีก). (ดู สัตบริภัณฑ์, สัตภัณฑ์). |
|
|
| กรสานต์ | [กฺระ-] (โบ; กลอน) ว. กระสานติ์, สงบ, ราบคาบ, เช่น |
| ดำรงกรษัตรให้กรสานต์. (ยวนพ่าย). |
|
|
| กรสาปน, กรสาปน์ | [กฺระสาบ] (แบบ) น. กระษาปณ์ เช่น แลพราหมณ์น้นนได้ทอง |
| ร้อยกรสาปน เปนลาภด้วยเดอรขอทานทุกวันวารแก่มหาชน |
| ทงงหลายบมิขาดเลย. (ม. คําหลวง ชูชก). (ส. การฺษาปณ). |
|
|
| กรสุทธิ์ | [กะระ-] น. ''การชําระมือให้หมดจด'', พิธีอย่างหนึ่งของ |
| พราหมณ์ ก่อนที่จะประกอบพิธีใด ๆ จะต้องชำระมือให้ |
| สะอาดเสียก่อน, กระสูทธิ์ ก็ว่า. (ส. กรศุทฺธิ). |
|
|
| กรอ ๑ | ก. ม้วนด้ายเข้าหลอดด้วยไนหรือเครื่องจักร; ควง |
| เช่น กรเกาะขอกรอธาร เงือดง้าง. (ลิลิตพยุหยาตรา). |
|
|
| กรอ ๒ | ก. แสดงกิริยาเลียบเคียงกันในเชิงชู้สาว มักเป็นอาการที่ |
| ผู้ชายหนุ่ม ๆ แต่งตัวแล้วชวนเพื่อนกันเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง |
| เช่น นักเลงหนุ่มหนุ่มนั้น เที่ยวกรอ. (พิธีทวาทศมาส), บางที |
| ก็ใช้ว่า กรอผู้หญิง. ว. อาการที่ติดพันกันในเชิงชู้สาว เช่น |
| หนุ่มคนนี้มีผู้หญิงติดกรอทีเดียว. |
| กรอกรุย ก. ทําท่าเจ้าชู้ เช่น ห่มเพลาะกรูมกรอกรุยฉุยเฉิดฉัน. |
| (มณีพิชัย). |
|
|
| กรอ ๓ | ก. แต่งให้เรียบ เช่น กรอฟัน กรอไม้. |
|
|
| กรอ ๔ | ว. ยากจน, เข็ญใจ, ฝืดเคือง, ในคำว่า เบียดกรอ. |
| (ข. กฺร ว่า ยาก, ลำบาก). |
|
|
| กร้อ | น. เครื่องสานยาชัน รูปคล้ายปุ้งกี๋ แต่เล็กกว่า ใช้วิดน้ำเรือ |
| เช่น ส่วนตัวมึงคือกร้อ แต่งไว้วิดเรือ. (โคลงกวี), สามัญ |
| เรียกว่า ตะกร้อ. (เทียบ ข. กฺรฬ ว่า ไห). |
| (รูปภาพ กร้อ) |
|
|
| กรอก ๑ | [กฺรอก] ก. เทลงในช่องแคบ เช่น กรอกหม้อ กรอกขวด, หรือใช้ |
| โดยปริยายก็ได้ เช่น พูดกรอกหู; ลงข้อความหรือจํานวนเลข |
| เช่น กรอกบัญชี. ว. แห้งจนคลอน, ใช้แก่หมากและฝักมะขาม |
| ว่า หมากกรอก มะขามกรอก. |
|
|
| กรอก ๒ | น. ชื่อนกยางขนาดเล็กในวงศ์ Ardeidae ในประเทศไทยมี ๓ ชนิด |
| คือ ยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) หัวสีน้ำตาลแดง หลังสีเทา |
| อมดำ อกสีแดง ยางกรอกพันธุ์ชวา (A. speciosa) หัวและคอสีเหลือง |
| หลังสีเทาอมดำ อกสีเหลือง และยางกรอกพันธุ์อินเดีย (A. grayii) |
| หัวและคอสีเหลือง หลังสีแดงเข้ม อกสีน้ำตาลเหลือง กินปลา. |
|
|
| กร็อกกร๋อย | ว. ไม่ชุ่มชื่น, ไม่สมบูรณ์. |
|
|
| กรอกแกรก ๑ | [กฺรอกแกฺรก] ว. เสียงอย่างเสียงใบไม้แห้งกระทบกัน. |
|
|
| กรอกแกรก ๒ | [กฺรอกแกฺรก] (โบ) น. การเล่นพนันชนิดหนึ่ง. (ราชกิจจา. ล. ๑). |
|
|
| กรอง ๑ | [กฺรอง] ก. ร้อย เช่น กรองมาลัย = ร้อยดอกไม้; ถัก, ทอ, เช่น |
| กรองแฝก กรองคา. |
| กรองทอง น. ผ้าโปร่งอันทอหรือถักด้วยเส้นลวดทองหรือไหมทอง. |
|
|
| กรอง ๒ | [กฺรอง] ก. เอาของละเอียดออกจากของหยาบ เช่น กรองทราย, |
| เอาฝุ่นละอองหรือของสกปรกออก เช่น กรองน้ำมัน กรองอากาศ, |
| ใช้เครื่องกรองมีผ้าเป็นต้น คัดเอาผงหรือกากออกจากน้ำหรือสิ่ง |
| ที่เป็นน้ำ เช่น กรองน้ำ กรองกะทิ. |
|
|
| กรอง ๓ | [กฺรอง] (กลอน) น. กําไล, โดยมากใช้ประกอบกับคําอื่น ๆ เช่น |
| กรองเชิง = กําไลเท้า กรองได = กําไลมือ กรองศอ = สร้อยคอ, |
| สร้อยนวม เช่น กรองศอซ้อนสลับทับอังศา. (อิเหนา). [ข. กง |
| (กอง) ว่า กำไล, วงกลม]. |
|
|
| กรอง ๔ | [กฺรอง] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กระชอน. |
|
|
| กรองกรอย | ว. ไม่ชุ่มชื่น, ไม่สมบูรณ์; ซอมซ่อ (มักใช้แก่การแต่งกาย), |
| ตองตอย ก็ใช้; (กลอน; ถิ่น-ปักษ์ใต้) ตกอับ, แร้นแค้น, เช่น |
| ผัวเมียสองคนจนกรองกรอย. (สังข์ทอง). |
|
|
| กรอด ๑ | [กะหฺรอด] ดู ปรอด. |
|
|
| กรอด ๒ | [กฺรอด] ว. เซียวลง เช่น ผอมกรอด; เสียงดังอย่างเสียงกัดฟัน. |
|
|
| กร่อน | ก. หมดไปสิ้นไปทีละน้อย, ร่อยหรอ, สึกหรอ. |
|
|
| กรอบ ๑ | [กฺรอบ] น. สิ่งที่ประกอบตามริมวัตถุมีรูปภาพเป็นต้น, โดยปริยาย |
| หมายความว่า ขอบเขตกําหนด เช่น ทํางานอยู่ในกรอบ. |
| กรอบเช็ดหน้า น. กรอบประตูหรือหน้าต่าง, เช็ดหน้า หรือ |
| วงกบ ก็เรียก. |
| กรอบหน้า น. เครื่องประดับขอบหน้าผากเป็นรูปกระจังเป็นต้น. |
| (รูปภาพ กรอบหน้า) |
|
|
| กรอบ ๒ | ว. แตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ง่าย, เปราะ; (ปาก) แทบดํารงตน |
| ไปไม่รอด เช่น จนกรอบ. |
| กรอบเกรียบ (โบ) ว. มีเสียงดังอย่างเสียงเหยียบถูกของแห้ง |
| หรือกรอบ, เกรียบกรอบ ก็ว่า. |
| กรอบแกรบ ว. เต็มที เช่น แห้งกรอบแกรบ จนกรอบแกรบ; |
| มีเสียงดังอย่างเสียงเหยียบถูกของแห้งหรือกรอบ. |
|
|
| กรอม ๑ | [กฺรอม] ว. ปกหรือคลุมยาวลงมาเกินควร เช่น นุ่งผ้าซิ่นกรอมส้น. |
|
|
| กรอม ๒ | [กฺรอม] ว. ระทม, เจ็บช้ำอยู่ภายในเรื่อยไป, เช่น กรอมใจ. |
|
|
| กร่อม, กร่อม ๆ | (โบ) ว. ช้า ๆ เงื่อง ๆ แต่ทําเรื่อยไป (มักใช้แก่การเดิน พายเรือ |
| หรือลุยน้ำ) เช่น เดินกร่อม ๆ กรําฝนฟ้า พายเรือกร่อม ๆ. |
| (อักษรประโยค). |
|
|
| กร่อย | [กฺร่อย] ว. ไม่จืดสนิทหรือไม่หวานสนิท เพราะมีรสเค็มเจือ, |
| โดยปริยายหมายความว่า หมดรสสนุกหรือหมดความ |
| ครึกครื้น เช่น การแสดงที่ไม่สนุกทำให้คนดูรู้สึกกร่อย. |
|
|
| กระ ๑ | น. ชื่อเต่าทะเลชนิด Eretmochelys imbricata ในวงศ์ Cheloniidae |
| หลังเป็นเกล็ดแผ่นโต ๆ ดูเหมือนซ้อนเหลื่อมกันอย่างกระเบื้องมุง |
| หลังคาสีน้ำตาลลายเหลือง ปากงุ้มคล้ายปากเหยี่ยว ขาแบนเป็นพาย |
| มีไข่กลมเปลือกนิ่มเหนียว ไข่ตามหาดทรายครั้งละ ๑๕๐-๒๕๐ ฟอง. |
| (ข. กราส่). |
|
|
| กระ ๒ | น. ชื่อไม้ต้นชนิด Elateriospermum tapos Blume |
| ในวงศ์ Euphorbiaceae ผลกลมมี ๓ พู เปลือกแข็ง เมื่อแก่สีคล้ำ |
| เกือบดํา เมล็ดรูปยาวรี เปลือกแข็งเป็นมันสีน้ำตาลเข้ม ภายในมี |
| เนื้อขาว ๒ กลีบประกบกัน เมื่อดิบมีพิษร้ายแรง ดองหรือคั่วแล้ว |
| กินได้ รสมัน เรียกว่า ลูกกระ, ปักษ์ใต้และมลายูเรียก ประ. |
|
|
| กระ ๓ | น. จุดดำ ๆ หรือจุดน้ำตาลขึ้นประปรายที่ผิวกายคน สัตว์ หรือสิ่งอื่น ๆ, |
| ประ ก็ว่า. |
|
|
| กระ ๔ | ใช้เป็นพยางค์หน้า (๑) ซึ่งเดิมเป็น ก กํา กุ ข ต ส เช่น กบิล - กระบิล, |
| กําแพง - กระแพง, กุฎี - กระฎี, ขจัด - กระจัด, ตวัด - กระหวัด, สะท้อน |
| - กระท้อน. (๒) โบราณใช้แทน ตระ เช่น ตระกูล - กระกูล, ตระลาการ |
| - กระลาการ. (อัยการเบ็ดเสร็จ). (๓) เติมหน้าคําโดยไม่มีความหมายก็มี |
| เช่น ซุ้ม - กระซุ้ม, โดด - กระโดด, พุ่ม - กระพุ่ม, ยาจก - กระยาจก, |
| เติมให้มีความหมายแน่นแฟ้นขึ้นก็มี เช่น ทํา - กระทํา, ทุ้ง - กระทุ้ง, |
| เสือกสน - กระเสือกกระสน. (๔) ย้าหน้าคําอันขึ้นต้นด้วย ก |
| ในบทกลอน คือ กระกรี๊ด กระกรุ่น กระกลับกลอก กระเกริ่น |
| กระเกรียม กระเกรียว กระเกรี้ยว กระเกริก. (๕) นอกนี้เป็น กระ |
| มาแต่เดิม เช่น กระทรวง กระบือ. |
|
|
| กระกร | (กลอน) ก. ฉายรัศมี เช่น ทินกรกระกรจามี- กรกรรัศมี |
| ดุรงครัตน์พรรณราย. (สมุทรโฆษ). (กระ + ส. กร = รัศมี). |
|
|
| กระกรับกระเกรียบ | (โบ; กลอน) ว. กระด้าง, หยาบ, เช่น หนงงหยาบสุรเสียงศัพท์ |
| ดูก็กระกรับกระเกรียบ. (ม. คําหลวง กุมาร). |
|
|
| กระกรี๊ด | (กลอน) ว. เสียงกรีด ๆ ดั่งเสียงหญิงร้องด้วยความตกใจ |
| เช่น แต่ร้องจนสุดสิ้นพระสุรเสียงสำเนียงกระกรี๊ดกรีด. |
| (ม. ร่ายยาว กุมาร). |
|
|
| กระกรุ่น | (กลอน) ว. กรุ่น ๆ เช่น ไฟฟุนกระกรุ่นเกรียม. (สรรพสิทธิ์). |
|
|
| กระกลับกลอก | (กลอน) ก. กลับกลอก เช่น มีตาดุจแก้วแสงสาย |
| กระกลับกลอกพราย ชื่อรัตนจักษุมงคล. (ตําราช้างคําฉันท์). |
|
|
| กระกวด | (โบ; กลอน) ว. สูงชัน, กรวด, กรกวด ก็ว่า เช่น อยู่จอมด้วยกรกวด |
| กิ่งก้านรวดรยงงามอยู่น้นน. (ม. คําหลวง มัทรี). |
|
|