เก็งก. กะ, คาดหมายไว้อย่างมั่นใจ, เช่น เก็งหมัด เก็งข้อสอบ.
เก็งกำไร ก. หวังหากําไรด้วยการเสี่ยง.
เก่งว. สามารถในทางใดทางหนึ่ง เช่น เก่งคํานวณ เรียนเก่ง,
เป็นเช่นนั้นบ่อย ๆ, มักเป็นเช่นนั้น, เช่น เป็นหวัดเก่ง หลับเก่ง ลืมเก่ง.
เก่งกาจ ก. กล้าหาญไม่กลัวอะไร.
เก่งแต่ปาก ว. ดีแต่พูด ทําไม่ได้, ไม่เก่งจริง.
เก้งน. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องในวงศ์ Cervidae ตัวเล็ก ขนสีน้ำตาล
จนถึงน้ำตาลเข้ม หน้าผากเป็นสันเห็นได้ชัดเจน ตัวผู้มีเขาและเขี้ยว
ในประเทศไทยมี ๒ ชนิด ที่รู้จักกันทั่วไปคือ อีเก้ง หรือฟาน
(Muntiacus muntjak) อีกชนิดหนึ่งคือ เก้งหม้อ หรือ เก้งดํา (M. feae)
ตัวโตกว่าชนิดแรก ขนสีน้ำตาลแก่เกือบดํา ที่หัวมีขนลักษณะคล้าย
จุกสีเหลืองแซมดํา, ปักษ์ใต้เรียก กวางจุก.
เก๋งน. เรือนตึกมีรูปหลังคาแบบศาลเจ้าจีน; เครื่องบังมีฝาและ
หลังคาแบนสําหรับเรือและรถ, เรียกเรือหรือรถที่มีลักษณะเช่นนั้นว่า
เรือเก๋ง รถเก๋ง.
เก๋งพั้ง น. เรือสําปั้นขนาดใหญ่มีเก๋งกลางลํา เช่น เรือเก๋งพั้งทั้งสอง
สํารองเสร็จ. (นิ. ลอนดอน).
-เกงกอยใช้เข้าคู่กับคํา เขย่ง เป็น เขย่งเกงกอย.
(ไทยใหญ่ เกง ว่า กระโดดตีนเดียวเนื่องในการเล่น).
เก้งก้างว. มีลักษณะหรือกิริยาท่าทางดูเกะกะไม่เรียบร้อย.
เกงเขง, เกงเคง(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกระเจี๊ยบเปรี้ยว. (ดู กระเจี๊ยบเปรี้ยว ที่ กระเจี๊ยบ).
เก็จ ๑น. แก้วประดับ.
เก็จ ๒น. ส่วนที่ยื่นออกมาจากหรือลึกเข้าไปในฝาผนัง กําแพง ฐาน
หรือเชิงกลอน.
เกจิอาจารย์น. ``อาจารย์บางพวก'', อาจารย์ที่เชื่อกันว่ามีความรู้ความสามารถ
ในด้านคาถาอาคมและการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง. (ป.).
เกชา, เกอิชาน. ผู้หญิงญี่ปุ่นที่มีศิลปะและวิชาชีพในการปรนนิบัติผู้ชาย. (ญิ.).
เกณฑ์น. หลักที่กําหนดไว้ เช่น อายุเข้าเกณฑ์, หลักวินิจฉัย เช่น
ถือความรู้เป็นเกณฑ์. ก. บังคับหรือขอร้องแกมบังคับ เช่น
เกณฑ์ประชาชนมาทําถนน.
เกณฑ์ทหาร (ปาก) ก. เรียกบุคคลมาตรวจเลือกเข้ารับ
ราชการทหารกองประจำการในยามปรกติ.
เกณฑ์เมืองรั้ง น. ตําแหน่งเก่าในราชการ ซึ่งเป็นตําแหน่งสํารองเจ้าเมือง.
เกณฑ์หัด น. ทหารลูกหมู่เลกสมที่ให้หัดตามแบบทหารสมัยใหม่.
เกณฑ์ตะพัดน. เครื่องผูกสําหรับหัดช้างให้เดินฝีเท้าเรียบ. (สิบสองเดือน).
เกด ๑น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Manilkara hexandra (Roxb.) Dubard
ในวงศ์ Sapotaceae ผลคล้ายละมุดสีดา สุกแล้วมีรสหวาน กินได้.
เกด ๒ดู เนื้ออ่อน และ สายยู.
เกด ๓น. ลูกองุ่นแห้งชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกเกด.
(อ. raisin คงเพี้ยนมาจาก grape = องุ่น).
เก็ด(ถิ่น-พายัพ) น. ชื่อไม้ต้นหลายชนิดในสกุล Dalbergia
วงศ์ Leguminosae เช่น เก็ดดํา เก็ดแดง เนื้อไม้ใช้ทําเครื่องเรือนได้.
เกตุ, เกตุ-[เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร) ชื่อดาวพระเคราะห์ดวงที่ ๙
หมายถึงตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถี
ลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจาก
ใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี เรียกว่า พระราหู.
(ป., ส.).
เกตุมาลา [เก-ตุมาลา, เกดมาลา] น. พระรัศมีซึ่งเปล่งอยู่
เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า. (ป.).
เกน ๑น. นาง. (ช.).
เกน ๒(โบ) น. เกณฑ์.
เกน ๆว. อาการที่ตะโกนหรือร้องดัง ๆ ใช้ว่า ตะโกนเกน ๆ ร้องเกน ๆ,
เช่น มนนก็จรจรัลไปมาในป่า ก็ได้ยินซ่าศับท์ สำนยงพราหมณ์ไห้
ในต้นไม้เกนเกนอยู่น้นน. (ม. คำหลวง ชูชก).
เก่นก. เข่น, หนัก, แรง, เร่ง, เช่น ตาแกก็มุมุ่นมุ่งเขม้น
ถ่อกายเก่นตะเกียกเดิน. (ม. ร่ายยาว กุมาร).
เก็บ ๑ก. เอาไปหรือเอามาจากที่ เช่น เก็บผ้า เก็บผลไม้, เอาเข้าที่
เช่น เอาหนังสือไปเก็บ เอารถไปเก็บ, เอาสิ่งของที่ตกหล่นอยู่ขึ้นมา
เช่น เก็บของตก, รวบรวมไว้ เช่น เก็บคะแนน, เรียกเอา เช่น เก็บค่าเช่า
เก็บค่าน้ำ, รักษาไว้ เช่น ห้องเก็บของ. ว. ถ้าประกอบหลังคํานามหมายความว่า
ที่เก็บไว้ เช่น ของเก็บ = ของที่เก็บไว้, เงินเก็บ = เงินที่ออมเก็บไว้,
เมียเก็บ = เมียที่เก็บไว้ไม่ออกหน้าออกตา, หมากเก็บ = สิ่งที่เป็นเม็ด
เป็นก้อนแข็ง เด็กใช้โยนเก็บขึ้นไว้ในมือ เป็นการเล่นชนิดหนึ่งของเด็ก.
เก็บกวาด ก. เก็บข้าวของให้เข้าที่และกวาดทำความสะอาด.
เก็บกิน ก. เก็บผลประโยชน์เอาไว้ใช้สอยยังชีพ เช่น
มีห้องแถวอยู่ ๒ ห้องได้อาศัยเก็บกินค่าเช่า.
เก็บเกี่ยว ก. เก็บรวบรวมพืชผลจากที่ได้หว่านหรือลงไว้.
เก็บข้าว ก. เอาข้าวมาจากลูกหนี้แทนเงินที่ยืมไปใช้ก่อน,
ใช้คู่กับคำ ตกข้าว.
เก็บข้าวตก ก. เก็บรวงข้าวที่เก็บเกี่ยวตกหล่นในท้องนา.
เก็บความ ก. เลือกเอาแต่ข้อความที่สําคัญ.
เก็บงำ ก. รักษาไว้ให้มิดชิด, รักษาไว้ให้ดี.
เก็บดอกไม้ร่วมต้น (สำ) ก. เคยทำบุญกุศลร่วมกันมาแต่ชาติก่อน
จึงมาอยู่ร่วมกันในชาตินี้, เด็ดดอกไม้ร่วมต้น ก็ว่า.
เก็บตก ก. เก็บของที่ผู้อื่นทําตกไว้.
เก็บตัว ๑ ก. กักตัวไว้.
เก็บตัว ๒, เก็บเนื้อเก็บตัว ก. สงวนตัวไม่ไปงานสังคม,
ไม่ออกสังคม, ไม่คบหาสมาคมกับใคร.
เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน (สํา) ก. เก็บเล็กผสมน้อย, ทําอะไรที่ประกอบด้วย
ส่วนเล็กส่วนน้อย โน่นบ้างนี่บ้าง จนสําเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา.
เก็บผม ก. เอากรรไตรเล็มผมให้เสมอกัน.
เก็บไร ก. ถอนผมที่ไรออกเพื่อรักษาไรผมให้งาม.
เก็บเล็กผสมน้อย ก. เก็บไว้ทีละเล็กละน้อย.
เก็บเล็ม ก. ค่อย ๆ เก็บทีละน้อย.
เก็บเล่ม ก. รวบรวมหนังสือหรือแผ่นภาพที่พิมพ์ไว้แล้ว
เรียงตามลําดับเลขหน้าเข้าเป็นเล่ม (ใช้แก่การพิมพ์).
เก็บสี ก. รักษาสีไม่ให้จางตกไป.
เก็บหน้าผ้า ก. ทอกันหน้าผ้าไม่ให้เส้นด้ายหลุดออกมา.
เก็บหอมรอมริบ ก. เก็บรวบรวมไว้ทีละเล็กละน้อย.
เก็บ ๒น. เรียกวิธีการบรรเลงเครื่องดนตรีดำเนินทำนองทั่วไป
ที่เพิ่มเติมเสียงสอดแทรกให้มีพยางค์ถี่ขึ้นมากกว่าทำนอง
เนื้อเพลงธรรมดาว่า ทางเก็บ.
เกม ๑น. การแข่งขันที่มีกติกากำหนด เช่น เกมกีฬา, การเล่นเพื่อความสนุก
เช่น เกมคอมพิวเตอร์, การแสดงเพื่อสาธิตกิจกรรม เช่น เกมการบริหาร,
โดยปริยายหมายถึงการแสดงที่ใช้กลวิธีหรือเล่ห์เหลี่ยมเพื่อหักล้างกัน
เช่น เกมการเมือง, ลักษณนามเรียกการแข่งขันหรือการเล่นที่จบลงด้วย
การแพ้ชนะกันครั้งหนึ่ง ๆ เช่น เล่นแบดมินตัน ๓ เกม. (อ. game).
เกม ๒(ปาก) ก. สิ้นสุด, จบ, เช่น เรื่องนี้เกมไปนานแล้ว. (อ. game).
เกย ๑น. เรียกคำหรือพยางค์ที่มีตัว ย สะกด ว่า แม่เกย หรือ มาตราเกย.
เกย ๒น. เกยขนาดเล็กเคลื่อนย้ายไปได้ สำหรับเจ้านายใช้เป็นที่เสด็จขึ้น
หรือลงพาหนะ; นอกชานหรือพื้นซึ่งสูงขึ้นที่เรียกว่า เนินปราสาท
หรือ โคกปราสาท เพราะการก่อสร้างนิยมสร้างบนพื้นที่ถมสูง
มีสภาพเป็นนอกชาน เรียกว่า เกย เกยชาลา หรือ ไพที ก็มี.
ก. แล่นหรือเสือกขึ้นไปค้างอยู่พาดอยู่, ถูกซัดหรือลากขึ้นไปติดอยู่
ค้างอยู่ เช่น เรือเกยฝั่ง, พาดทับเฉพาะชายหรือริม เช่น ปูเสื่อเกยกัน.
(รูปภาพ เกย)
เกยลา น. เกยน้อยที่ยกไปได้ ใช้เป็นที่เสด็จขึ้นลงแห่งเจ้านาย
รองจากพระเจ้าแผ่นดินลงมา; นอกชาน.
เกยแห้ง ก. ขึ้นไปค้างอยู่บนบก.
เกยูร[-ยูน] (แบบ) น. สร้อยอ่อน, สายสร้อย, ทองต้นแขน, กําไล. (ป., ส.).
เกรง[เกฺรง] ว. นึกกลัวไปเอง, นึกวิตกไปเอง, เช่น เกรงว่าเขาจะเดือดร้อน.
เกรงกลัว ก. กลัว.
เกรงขาม ก. คร้าม, เกรง.
เกรงใจ, เกรงอกเกรงใจ ก. ไม่อยากจะให้ผู้อื่นรู้สึกลําบาก
เดือดร้อนรําคาญใจ.
เกร็ง[เกฺร็ง] ก. ทํากล้ามเนื้อให้แข็ง เช่น เกร็งข้อ เกร็งแขน. ว. อาการที่
กล้ามเนื้อเป็นต้นแข็งอย่างงอไม่ได้ เช่น มือเกร็ง เท้าเกร็ง.
เกร็ด ๑[เกฺร็ด] น. ลําน้ำเล็กที่เป็นทางลัดเชื่อมลําน้ำใหญ่สายเดียวกัน
ทั้ง ๒ ข้าง, ใช้เป็น เตร็ด ก็มี.
เกร็ด ๒[เกฺร็ด] น. ส่วนย่อยหรือส่วนเบ็ดเตล็ด ซึ่งเป็นเรื่องสนุกหรือน่าสนใจ
ที่เล่าหรือเขียนถึงเหตุการณ์สั้น ๆ ตอนใดตอนหนึ่งในชีวประวัติบุคคล
สำคัญ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง เช่น เกร็ดพงศาวดาร,
เรื่องที่เขียนเล่าถึงบรรยากาศที่น่าสนใจหรือสนุกขบขัน
ในที่ประชุมก่อนที่จะมีผลสรุปออกมา.
เกรน[เกฺรน] น. มาตราชั่งอย่างหนึ่งของอังกฤษ ๑ เกรน
เท่ากับ ๖๔.๗๙๙ มิลลิกรัม. (อ. grain).
เกร่อ[เกฺร่อ] ว. ลักษณะบางอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องกินเรื่องใช้เป็นต้นที่
คนโดยมากมักทํากัน เช่นกินกันเกร่อ เที่ยวกันเกร่อ ใช้กันเกร่อ.
เกรอะ[เกฺรอะ] ก. แยกเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำใสหรือส่วนละเอียดที่นอนก้น
อยู่ด้วยเครื่องกรองมีผ้าหนาหรือกระดาษฟางเป็นต้น เช่น เกรอะน้ำปลา
เกรอะแป้ง. ว. เป็นตะกอนทับถมอย่างของที่นอนก้นซับซ้อนอยู่
เช่น ตะกอนเกรอะ, เขรอะ หรือ เขลอะ ก็ว่า.
เกรอะกรัง [เกฺรอะกฺรัง] ว. หมักหมมแห้งติดอยู่.
เกราะ ๑[เกฺราะ] น. เครื่องสวมใส่หรือเครื่องหุ้มสําหรับป้องกันอาวุธ
หรืออันตราย เช่น เสื้อเกราะ รถเกราะ.
เกราะ ๒[เกฺราะ] น. เครื่องสัญญาณทําด้วยไม้ ใช้ตีหรือสั่นให้ดัง.
เกราะ ๓[เกฺราะ] ว. แห้งจนกรอบในลักษณะอย่างหญ้าแห้งหวายแห้งเป็นต้น
เช่น ฟางแห้งเกราะ มะขามเกราะ.
เกราะ ๔[เกฺราะ] ก. พูดเลียบเคียง เช่น อย่าคําเพราะเกราะกล่าวเจรจา.
(รามเกียรติ์ ร. ๑), ใช้ว่า เกลาะ ก็มี เช่น ใช่จะแกล้งกล่าวเกลาะ
ให้เพราะพริ้ง. (อิเหนา).
เกริก[เกฺริก] ว. กึกก้อง, ดังสนั่น, เลื่องลือ, ยิ่ง.
เกริน[เกฺริน] น. ส่วนที่ต่อขึ้นไปที่หัวหรือท้ายราชรถ หรือขนาบอยู่
๒ ข้างบุษบก มีลักษณะคล้ายโขนเรือที่งอนอ่อน.
เกรินบันไดนาค น. เกรินซึ่งเป็นแท่นเลื่อนบนรางลาดประดับรูปนาค
ใช้ในการเชิญพระบรมโกศโดยกว้านขึ้นหรือผ่อนลง.
เกรินบุษบก น. เกรินที่ต่อออกไปทางด้านข้างฐานบุษบกมาลาทั้ง
๒ ข้าง เพื่อส่งรูปฐานบุษบกให้งอนแอ่นขึ้นคล้ายหัวและหางเรือ.
เกรินราชรถ น. เกรินที่ส่วนหัวและท้ายราชรถ.
เกริ่น ๑[เกฺริ่น] ก. บอกข่าวให้รู้ล่วงหน้า เช่น เกริ่นข่าว, อาการที่ฝ่ายชายร้องนํา
ในเพลงพื้นเมือง เช่น เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพื่อเชื้อเชิญฝ่ายหญิง
ให้ร้องตอบ; ร้องหา, เรียกหา, เช่นนกเขาขันเกริ่น ผีกู่เกริ่น.
เกริ่น ๒[เกฺริ่น] (ถิ่น-จันทบุรี) น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง
ทําด้วยไม้ไผ่ผ่าเป็นซีก ๆ ผูกด้วยหวายให้เป็นแผง,
ปัจจุบันเรียกว่า เฝือก.
เกรียก ๑[เกฺรียก] ก. เอามีดสับ ผ่า หรือจักชิ้นไม้ให้ฉีกออกไปตามเนื้อไม้
เพื่อให้เป็นซีกเป็นเสี้ยวน้อย ๆ เช่น เกรียกไม้ทำเชื้อไฟ.
เกรียก ๒[เกฺรียก] น. ระยะยาวชั่วนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้กางออก
เช่น ยาวแค่เกรียก.
เกรียง ๑[เกฺรียง] น. เครื่องมือสําหรับใช้ในการถือปูน ทําด้วยไม้หรือเหล็ก
เป็นรูปแบน ๆ.
เกรียง ๒[เกฺรียง] ว. ใหญ่, ยิ่ง, มาก, เช่น มีศัพท์สําเนียงเกรียงระงม.
(ม. คําหลวง กุมาร).
เกรียงไกร [-ไกฺร] ว. ใหญ่ยิ่ง.
เกรียด[เกฺรียด] ว. เสียงเขียดร้อง เช่น เสียงกรอดเกรียดเขียดกบเข้าขบเคี้ยว.
(นิ. เพชร).
เกรียน ๑[เกฺรียน] ว. สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือพื้นที่
เช่น ผมเกรียน หมาขนเกรียน หญ้าเกรียน.
เกรียน ๒[เกฺรียน] ดู เลี่ยน ๑.
เกรียน ๓[เกฺรียน] น. แป้งซึ่งนวดด้วยน้ำร้อนแล้วไม่น่ายเป็นเม็ดปนอยู่
เม็ดนั้นเรียกว่า เกรียน; เรียกปลายข้าวขนาดเล็กว่า ข้าวปลายเกรียน.
เกรียบ[เกฺรียบ] น. ตะกั่วที่ประสมโลหะบางอย่างเพื่อให้แข็ง
เรียกว่า ตะกั่วเกรียบ; เรียกของกินทําด้วยข้าวเป็นแผ่น ๆ
มีหลายอย่าง เช่น ข้าวเกรียบว่าว ข้าวเกรียบงา ข้าวเกรียบอ่อน.
เกรียม[เกฺรียม] ว. เกือบไหม้, ลักษณะอาการของสิ่งบางอย่างที่ถูกความร้อน
มีไฟเป็นต้นเผาจนเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเป็นต้น เช่น ทอดปลาจนเกรียม
ถูกแดดเผาจนหน้าเกรียม, โดยปริยายหมายถึงลักษณะที่คล้ายคลึง
เช่นนั้น เช่น เป็นทุกข์จนหน้าเกรียม.
เกรียมกรมก. ระทมใจจนหม่นไหม้, ใช้เป็น กรมเกรียม เตรียมตรม
หรือ ตรมเตรียม ก็ได้.
เกรียว[เกฺรียว] ว. ลักษณะที่ต่อเนื่องกันมาก ๆ เป็นแถว ๆ เช่น มากันเกรียว,
ลักษณะอาการที่เป็นอย่างเดียวพร้อม ๆ กัน เช่น ขนลุกเกรียว,
เสียงเอ็ดอึงพร้อมกันหลาย ๆ เสียง เช่น หมาเห่าเกรียว เล่นกันเกรียว.
เกรียวกราว ว. เสียงเอ็ดอึงพร้อมกันหลาย ๆ เสียง, โดยปริยายหมายความว่า
ที่รู้และพูดกันทั่วไป เช่น เป็นข่าวเกรียวกราว.
เกรี้ยว, เกรี้ยว ๆ[เกฺรี้ยว] ว. อาการที่แสดงความเดือดดาลหรือโกรธมาก
เช่น อนิจจามาร้องอยู่เกรี้ยว ๆ. (มโนห์รา).
เกรี้ยวกราด ก. แสดงกิริยาท่าทางพร้อมทั้งดุด่าว่ากล่าวเป็นต้น
อย่างรุนแรงด้วยความโกรธ, กราดเกรี้ยว ก็ใช้.
เกรี้ยวโกรธ ก. โกรธจัด, โกรธเกรี้ยว ก็ว่า.
เกเรว. เกกมะเหรก, มีนิสัยเป็นพาล ชอบแกล้งชอบรังแกและเอาเปรียบเขา,
มักใช้เข้าคู่กับคํา พาล เป็น พาลเกเร.
เกเรเกตุง (ปาก) ว. ไม่เอางานเอาการ, ไม่เอาเรื่องเอาราว.
เกเรเกเส (ปาก) ว. ไม่ตรงไปตรงมา.
เกล็ดน. ส่วนที่เป็นแผ่น ๆ ซ้อนเหลื่อมกันห่อหุ้มตัวปลาและ
สัตว์เลื้อยคลานบางชนิด, สิ่งที่แข็งตัวเป็นแผ่นบาง ๆ คล้ายเกล็ดปลา
เช่น เกล็ดพิมเสน น้ำตาลขึ้นเกล็ด, โดยปริยายหมายความถึงสิ่งที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น บานเกล็ด ฝาเกล็ด เกล็ดเสื้อ.
ก. ขบให้เมล็ดแตกเพื่อกินเนื้อใน (ใช้แก่สิ่งที่เป็นเม็ดเล็ก ๆ) เช่น
เกล็ดเมล็ดแตงโม นกเกล็ดข้าว, โดยปริยายหมายความว่าตัดเอา
แต่ที่ดี ๆ เช่น เกล็ดไพ่.
เกล็ดกระดี่ ว. เรียกอาการโรคที่เกิดขึ้นที่ตาเด็กว่า ตาเกล็ดกระดี่.
เกล็ดกระโห้ น. ชื่อขนมทําด้วยแป้ง น้ำตาล ไข่ เป็นแผ่น ๆ
คล้ายเกล็ดปลากระโห้ ผิงให้สุกกรอบ.
เกล็ดนาค น. ชื่อลายมีรูปเป็นครึ่งวงกลมซ้อนกันคล้ายเกล็ดปลา.
เกล็ดเลือด น. เม็ดเลือดขนาดเล็ก เล็กกว่าเม็ดเลือดแดงและ
เม็ดเลือดขาวมาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด.
เกล็ดถี่ดู นางเกล็ด.
เกล็ดปลาช่อนน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Phyllodium pulchellum (L.) Desv.
ในวงศ์ Leguminosae ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ช่อดอกยาว
ดอกเล็กอยู่ภายในกาบรูปหอยแครงซึ่งประกบเรียงกันไปตาม
แนวก้านช่อดอก, ลิ่นต้น ก็เรียก.
เกล็ดหอยน. (๑) เทียนเกล็ดหอย. (ดู เทียนเกล็ดหอย ที่ เทียน ๓).
(๒) ดู หญ้าเกล็ดหอย.
เกลศ[กะเหฺลด] (แบบ) น. กิเลส เช่น ตัดมูลเกลศมาร. (ส.).
เกลอ[เกฺลอ] น. เพื่อนสนิท.
เกลา[เกฺลา] ก. ทําสิ่งที่ยังขรุขระอยู่ให้เกลี้ยงหรือได้รูปทรงดีขึ้น
เช่น เกลาไม้ไผ่, ทำให้ดีขึ้นหรือเรียบร้อยขึ้น เช่น เกลาสํานวน
หนังสือ เกลานิสัย.
เกลากลึง ว. งามเกลี้ยงเกลา, กลึงเกลา ก็ว่า.
เกล้า[เกฺล้า] น. หัว (ใช้เฉพาะในโวหารแสดงความเคารพอย่างสูง)
เช่น มารดาบังเกิดเกล้า. ก. มุ่นผมให้เรียบร้อย เช่น เกล้าจุก เกล้ามวย.
เกล้ากระผม ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด เพศชาย พูดกับผู้ใหญ่ด้วยความเคารพมาก
หรือกับพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์, พูดสั้น ๆ ว่า เกล้า หรือเขียนย่อว่า
เกล้าฯ, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
เกล้ากระหม่อม ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด เพศชาย เพ็ดทูลพระอนุวงศ์
ชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอที่มิได้ทรงกรม, พระวรวงศ์เธอที่ทรงกรม
และสมเด็จพระสังฆราช, ถ้าผู้พูดเป็นเพศหญิงใช้ว่า เกล้ากระหม่อมฉัน,
เขียนย่อว่า เกล้าฯ, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
เกลาะ[เกฺลาะ] ก. พูดเลียบเคียง เช่น ใช่จะแกล้งกล่าวเกลาะให้เพราะพริ้ง.
(อิเหนา), ใช้ว่า เกราะ ก็มี เช่น อย่าคําเพราะเกราะกล่าวเจรจา.
(รามเกียรติ์ ร. ๑).
เกลี่ย[เกฺลี่ย] ก. กระจายของออกไปให้เสมอกัน.
เกลี่ยไกล่ ก. พูดจาให้ตกลงกัน, พูดให้ปรองดองกัน;
ทําให้เรียบร้อย, ทําให้มีส่วนเสมอกัน, ไกล่เกลี่ย ก็ว่า.
เกลี้ย[เกฺลี้ย] (แบบ) ก. ชักชวน, ทําให้ไล่เลี่ยกัน,
เช่น เกลี้ยกระมลบันโดย. (ตะเลงพ่าย).
เกลี้ยกล่อม ก. ชักชวนจูงใจให้ร่วมพวก, พูดจูงใจ
ให้คล้อยตามหรือปฏิบัติตาม.
เกลียง[เกฺลียง] น. หญ้า เช่น เกลียงอ่อนห่อนโคลด ละไว้. (โลกนิติ).
เกลี้ยง ๑[เกฺลี้ยง] ว. เรียบ ๆ ไม่ขรุขระหรือไม่มีลวดลาย;
หมดไม่มีเหลือไม่มีอะไรติดอยู่ เช่น หมดเกลี้ยง กินเสียเกลี้ยง.
เกลี้ยงเกลา ว. หมดจดหรือเรียบร้อย เช่น หน้าตาเกลี้ยงเกลา
หนังสือเล่มนี้สํานวนเกลี้ยงเกลา.
เกลี้ยง ๒น. ส้มเกลี้ยง. (ดู ส้ม ๑).
เกลียด[เกฺลียด] ก. ชัง, รังเกียจมาก, ไม่ชอบจนรู้สึกไม่อยากพบ
อยากเห็นเป็นต้น, บางทีใช้คู่กับคํา ชัง ว่า เกลียดชัง.
เกลียดตัวกินไข่ (สํา) ก. เกลียดตัวเขา แต่อยากได้ผลประโยชน์จากเขา,
มักใช้เข้าคู่กับ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ว่า เกลียดตัวกินไข่
เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง.
เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง (สํา) ก. เกลียดตัวเขา แต่อยากได้
ผลประโยชน์จากเขา, มักใช้เข้าคู่กับ เกลียดตัวกินไข่ ว่า
เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง.
เกลียว[เกฺลียว] น. สิ่งที่มีลักษณะเป็นรอยพันหรือบิดโดยรอยต่อเนื่อง
อย่างสว่าน หรือตะปูควงหรือเชือกที่ฟั่นเป็นต้น, ลักษณะของเชือก
ที่ฟั่น. ก. กิริยาที่หมุนบิดให้เชือกเขม็งขึ้น เรียกว่า ตีเกลียว,
ถ้าเอาเชือก ๒ เส้นฟั่นควบเป็นเส้นเดียวกัน แล้วเอาเชือกเส้นที่ ๓
ซึ่งเขม็งแล้ว ควบเข้าไประหว่างเชือก ๒ เส้นนั้น โดยคลายเกลียว
ที่ปลายเชือก ๒ เส้นแรกเล็กน้อยเพื่อให้เชือกเส้นที่ ๓ สอดควบ
เข้าด้วยกันได้จนตลอดเรียกว่า สับเกลียว หรือ สับเชือก.
ว. โดยปริยายหมายความว่า ขยันขันแข็ง เช่น หากินตัวเป็นเกลียว,
น้ำหนึ่งใจเดียวกัน เช่น เข้ากันเป็นเกลียว, ในลักษณะนี้ถ้าไม่เข้าเกลียวกัน
คือแตกพวกหรือไม่ถูกกัน หรือมีความเห็นไม่ลงรอยกัน เรียกว่า ปีนเกลียว.
เกลียวกลม ก. กลมเกลียว.
เกลียวข้าง น. กล้ามเนื้อที่สีข้าง.
เกลียวคอ น. กล้ามเนื้อที่คอ สําหรับทําให้เอี้ยวคอได้สะดวก.
เกลียวหวาน น. เกลียวของนอตเป็นต้นที่ชำรุดไม่กินเกลียวกัน.
เกลี่ยวดำ[เกฺลี่ยว-] น. โรคเปลี่ยวดํา.
เกลือ[เกฺลือ] น. วัตถุที่มีรสเค็ม ใช้ประกอบอาหารเป็นต้น โดยทั่วไป
ได้มาจากน้ำทะเล, เกลือสมุทร ก็เรียก; (วิทยา) สารประกอบซึ่ง
ประกอบด้วยโลหะหรือหมู่ธาตุที่เทียบเท่าโลหะกับอนุมูลกรด.
เกลือกรด (เคมี) น. เกลือที่เกิดขึ้นโดยธาตุไฮโดรเจนชนิดที่แปร
สภาพเป็นไอออนได้ ซึ่งมีอยู่ในโมเลกุลของกรด ถูกโลหะหรือ
หมู่ธาตุที่เทียบเท่าโลหะเข้ามาแทนที่ไม่หมด เช่น
โซเดียมไฮโดรเจนซัลเฟต (NaHSO4). (อ. acid salt).
เกลือแกง น. เกลือปรกติชนิดหนึ่งชื่อโซเดียมคลอไรด์ (NaCl)
ลักษณะเป็นผลึกสีขาวละลายน้ำได้ มีมากในน้ำทะเล ใช้ปรุงอาหาร
ทําเครื่องดองเค็ม, เมื่ออยู่ในสภาพบริสุทธิ์ที่สุด ใช้ละลายในน้ำกลั่น
เรียกว่า น้ำเกลือ สําหรับให้ผู้ป่วยโดยให้ทางเส้นเลือด ใช้ในอุตสาหกรรมทําสบู่
อุตสาหกรรมผลิตโซดาแผดเผา. (อ. common salt).
เกลือเงิน น. เกลือปรกติชนิดหนึ่งชื่อซิลเวอร์ไนเทรต (AgNO3)
ลักษณะเป็นผลึกสีขาวละลายน้ำได้ ใช้ประโยชน์ในทางแพทย์
อุตสาหกรรมชุบโลหะให้เป็นเงิน.
เกลือจิ้มเกลือ (สํา) ว. ไม่ยอมเสียเปรียบกัน, แก้เผ็ดให้สาสมกัน.
น. คนเค็มต่อคนเค็มมาพบกัน.
เกลือจืด น. เกลือที่ตกผลึกก่อนเกลือชนิดอื่น ๆ ในการทํานาเกลือ
มีปนอยู่กับเกลือที่ใช้ในการปรุงอาหารเสมอ ไม่มีรส หรือ เกลือที่
ได้จากการเผายิปซัม, ยิปซัม หรือ หินฟองเต้าหู้ ก็เรียก.
เกลือด่าง น. เกลือเบสิก.
เกลือด่างคลี น. ชื่อเกลือชนิดหนึ่งในตํารายาไทย.
เกลือเบสิก (เคมี) น. เกลือที่เกิดขึ้นโดยอนุมูลกรดเข้าไปแทนที่
หมู่ไฮดรอกซิล (OH) ซึ่งมีอยู่ในโมเลกุลของเบสไม่หมด เช่น
เลดไฮดรอกซีคลอไรด์ [Pb(OH)Cl], เกลือด่าง ก็ว่า. (อ. basic salt).
เกลือปรกติ (เคมี) น. เกลือที่เกิดขึ้นโดยธาตุไฮโดรเจนชนิดที่
แปรสภาพเป็นไอออนได้ ซึ่งมีอยู่ในโมเลกุลของกรดถูกโลหะหรือ
หมู่ธาตุที่เทียบเท่าโลหะเข้ามาแทนที่จนหมดสิ้น เช่น
โซเดียมซัลเฟต (Na2SO4). (อ. normal salt).
เกลือเป็นหนอน (สํา) น. ญาติมิตร สามีภรรยา บุตรธิดา เพื่อนร่วมงาน
หรือคนในบ้าน คิดคดทรยศ, ไส้เป็นหนอน ก็ว่า.
เกลือฟอง น. ชื่อเกลือชนิดหนึ่งในตํารายาไทย.
เกลือยูเรต น. เกลือของกรดยูริก.
เกลือสมุทร น. เกลือที่ได้จากน้ำทะเล.
เกลือสินเธาว์ น. เกลือที่ได้จากดินเค็ม.
เกลื้อ[เกฺลื้อ] ก. เกลือก, เกลี้ย, กลั้ว, ระคน, เจือ.
เกลือก ๑[เกฺลือก] ก. กลิ้งหรือเสือกตัวไปมา เช่น เกลือกตม เกลือกฝุ่น,
เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งทําเช่นนั้นเพื่อให้สิ่งอื่นติด เช่น เอาขนมเกลือกงา.
เกลือกกลั้ว ก. คบหาสมาคม, คลุกคลี, เช่น เกลือกกลั้วกับคนพาล;
ทําให้มัวหมอง, ทําให้มีมลทิน, เช่น ไม่มีอะไรมาเกลือกกลั้ว.
เกลือกกลิ้ง ก. กลิ้งหรือเสือกตัวไปมา เช่น นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอน,
เกลือก ก็ว่า; พยายามกระเสือกกระสนไปตามมีตามได้หรือด้วย
ความทุกข์ทรมาน เช่น นอนกลิ้งเกลือกไปมาด้วยความทุรนทุราย,
กลิ้งเกลือก ก็ว่า.
เกลือก ๒[เกฺลือก] ก. เกรง. สัน. หาก, ถ้า, แม้, บางที, เผื่อว่า,
มักใช้ว่า เกลือกว่า เช่น แม่อย่าสามานย์ด้วยวาจา
มันจะตามถ้อยคำเข้ามาประสมประสาน เกลือกว่า
เหยื่อมันสาธารณ์แม่จะอดสู. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
เกลื้อน[เกฺลื้อน] น. ชื่อโรคผิวหนังเกิดจากเชื้อรา (Malassezia furfur)
ขึ้นเป็นดวงขาว ๆ อาจมีอาการคัน, ขี้เกลื้อน ก็ว่า.
เกลื่อน ๑[เกฺลื่อน] ว. เรี่ยรายหรือกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เช่น ลอยเกลื่อน
หล่นเกลื่อน. ก. ทําให้ยุบหรือราบลง เช่น เกลื่อนที่ เกลื่อนฝี.
เกลื่อนกล่น, เกลื่อนกลาด ว. เกลื่อน.
เกลื่อน ๒, เกลื่อนความ[เกฺลื่อน] ก. เสความ.
เกไล(โบ) น. ลักษณะนุ่งผ้าแบบหนึ่งสําหรับขี่ช้างเช่นช้างน้ำมัน.
(ตําราขี่ช้าง).
เกวัฏ[เกวัด] (แบบ) น. ชาวประมง, พรานเบ็ด,
พรานแห, พรานปลา. (ป. เกวฏฺฏ).
เกวียน[เกฺวียน] น. ยานชนิดหนึ่ง มีล้อ ๒ ล้อ ใช้ควายหรือวัวเทียม,
ลักษณนามว่า เล่ม; ชื่อมาตราตวง ๘๐ สัด หรือ ๑๐๐ ถัง เป็น ๑ เกวียน.
เกวียนหลวง น. มาตราตวงตามแบบราชการ มีอัตราเท่ากับ
๒,๐๐๐ ลิตร หรือ ๒ กิโลลิตร, อักษรย่อว่า กว.
เกศ, เกศ-[เกด, เกดสะ-] (แบบ) น. ผม, ในบทกลอนใช้หมายถึง
หัว ก็มี เช่น ก้มเกศ.
เกศธาตุ น. ผม (มักใช้ทางศาสนา) เช่น พระเกศธาตุ
หมายถึง พระเกศาของพระพุทธเจ้า.
เกศพ, เกศวะ[-สบ, เกสะวะ] ว. ผู้มีผมงาม, ใช้เป็นนามของพระนารายณ์
หรือพระกฤษณะซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระนารายณ์. (ส.).
เกศา(กลอน) น. หัว; ผม.
เกศากันต์ ก. ตัดจุก, โกนจุก, (ใช้เฉพาะเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า).
เกศินีน. นางผู้มีผมงาม เช่น โฉมแก้วเกศินีนาฏ.
(ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ส.).
เกศี(กลอน) น. หัว; ผม.
เกษตร[กะเสด] น. ที่ดิน, ทุ่ง, นา, ไร่; (โบ) แดน
เช่น พุทธเกษตร. (ส. เกฺษตฺร; ป. เขตฺต).
เกษตรกร [กะเสดตฺระกอน] น. ผู้ทําเกษตรกรรม. (ส.).
เกษตรกรรม [กะเสดตฺระกํา] น. การใช้ที่ดินเพาะปลูกพืชต่าง ๆ
รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ การประมงและการป่าไม้. (ส.).
เกษตรและสหกรณ์ น. ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการเกษตร
การเศรษฐกิจการเกษตร การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร
การชลประทาน การประมง การปศุสัตว์ การป่าไม้
การพัฒนาที่ดิน และการสหกรณ์.
เกษตรศาสตร์ [กะเสดตฺระสาด] น. วิชาว่าด้วยเกษตรกรรม.
(ส. เกฺษตฺร + ศาสฺตฺร = วิชา).
เกษม[กะเสม] น. ความสุขสบาย, ความปลอดภัย, มักใช้เข้าคู่กับคําอื่น
เช่น สุขเกษม เกษมศานต์. (โบ เขียนเป็นกระเษม, เขษม ก็มี). (ส.; ป. เขม).
เกษมศานต์, เกษมสันต์ ว. โปร่งอารมณ์, ชื่นชมยินดี.
(ส. เกฺษม + ศานฺต, ส. เกฺษม + ป. สนฺต).
เกษียณ[กะเสียน] ก. สิ้นไป (ใช้เกี่ยวกับการกําหนดอายุ)
เช่น เกษียณอายุราชการ. (ส. กฺษีณ; ป. ขีณ).
เกษียณอายุ [กะเสียน-] ก. ครบกําหนดอายุรับราชการ,
สิ้นกําหนดเวลารับราชการหรือการทํางาน, พูดสั้น ๆ ว่า
เกษียณ ก็มี.
เกษียน[กะเสียน] น. ข้อความที่เขียนแทรกไว้เช่นในใบลาน,
ข้อความที่เขียนไว้บนหัวกระดาษคําสั่ง หรือหนังสือราชการ
เรียกว่า หัวเกษียน. ก. เขียน. ว. เล็กน้อย. (แผลงมาจาก เขียน).
เกษียร[กะเสียน] (แบบ) น. น้ำนม. (ส. กฺษีร; ป. ขีร).
เกษียรสมุทร น. ทะเลน้ำนม, ที่ประทับของพระนารายณ์.
(ส. กฺษีร + สมุทฺร).
เกส, เกสา, เกสีน. เกศ, เกศา, เกศี. (ป.).
เกสร[-สอน] น. ส่วนในของดอกไม้โดยมากเป็นเส้น ๆ เช่น เกสรบัว,
เรณูหรือผงเหลืองที่มีอยู่ในดอกไม้ ติดอยู่กับก้านเกสรก็มี
ติดกับเมล็ดเกาะอยู่กับดอกก็มี, ส่วนสืบพันธุ์ของดอกไม้;
(แบบ) ขนสร้อยคอสิงโต เช่น เกสรสร้อยศอดังผ้ารัตกัมพล.
(ม. ร่ายยาว มหาพน). (ป.; ส. เกสร, เกศร).
เกสรทั้งห้า น. เกสรดอกไม้ ๕ ชนิด มี เกสรดอกพิกุล เกสรดอก
บุนนาค เกสรดอกสารภี เกสรดอกบัวหลวง เกสรดอกมะลิ.
เกสรี[เกสะรี, เกดสะรี] (แบบ) น. สิงโต, สิงห์, ราชสีห์. (ป.).
เก้อว. แสดงสีหน้าเจื่อนเพราะรู้สึกผิดคาดหรือทําอะไรผิดพลาดไป
เช่น ทําหน้าเก้อ, รู้สึกผิดคาดผิดหวัง เช่น ไปเก้อ คอยเก้อ,
ผิดแผกไปจากผู้อื่นเขาหรือแต่งตัวรอจะไปงานแล้วไม่ได้ไป
เช่น แต่งตัวเก้อ; กระดาก, อาย, เช่น ทําแก้เก้อ; ขัดเขินหรือค้างอยู่
เพราะไม่เข้ากัน ไม่รับกัน เช่น รําเก้อ เรือนหลังนี้ทําไม่ได้ส่วนดูเก้อ
ข้อความที่เขียนไว้เก้อไม่รับกัน.
เก้อเขิน ว. อาการที่วางหน้าไม่สนิท, รู้สึกกระดากอาย.
เกะว. สั้น เช่น ควายเขาเกะแค่หู. (สิบสองเดือน).
เกะกะว. กีด, ขวาง, ไม่เป็นระเบียบ, เช่น วางของเกะกะ;
ประพฤติเป็นพาลเกเร เช่น คนเกะกะ.
เกาก. เอาเล็บหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายเล็บครูดผิวหนังเพื่อให้หายคันเป็นต้น,
อาการที่สมอเรือครูดไปตามพื้นท้องน้ำ ไม่ยึดอยู่กับที่.
เกาสมอ ก. ลากสมอครูดไปตามพื้นท้องน้ำ โดยเฉพาะ
ในขณะที่กำลังกว้านสมอขึ้นเก็บ.
เก่าว. ก่อน เช่น ครูคนเก่า กรรมเก่า; ไม่ใหม่ เช่น ผ้าเก่า ของเก่า,
คํานี้เมื่อใช้ประกอบกับคําอื่น ๆ มีความหมายต่าง ๆ กัน
แล้วแต่คําที่นํามาประกอบ เช่น มือเก่า หมายถึง ชํานาญ,
หัวเก่า หมายถึง ครึ ไม่ทันสมัย, รถเก่า หมายถึง รถที่ใช้แล้ว.
เก้าน. จํานวนแปดบวกหนึ่ง; ชื่อเดือนจันทรคติ เรียกว่า
เดือน ๙ ตกในราวเดือนสิงหาคม.
เก๋าน. ชื่อปลาทะเลหลายชนิดในวงศ์ Serranidae ที่มีสีต่าง ๆ เป็นแต้ม
ด่าง ดวง ลาย หรือจุดประคล้าทึบ เช่น ตุ๊กแก (Epinephelus salmoides)
หมอทะเล (Promicrops lanceolatus).
เกาต์น. ชื่อโรคอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นเพราะมีกรดยูริกในเลือดมากเกินไป
เป็นผลให้เกิดการตกตะกอนเป็นเกลือยูเรตในเนื้อเยื่อบริเวณข้อ
เช่น ที่ข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ข้อเท้า หรือ บริเวณอวัยวะอื่น ทําให้มี
อาการบวมและปวด. (อ. gout).
เกาทัณฑ์น. ธนู, กุทัณฑ์ ก็ใช้. (ป., ส. โกทณฺฑ).
เกาทุมพร[-ทุมพอน] น. ผ้าทอด้วยขนสัตว์เนื้อละเอียด เช่น เกาทุมพรแพงค่าควรแสน.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป. โกทุมฺพร, โกฏุมฺพร).
เกาบินน. ผ้าปิดของลับ. (ส. เกาปิน; ป. โกปิน).
เกาบิล[-บิน] น. ชื่อแหวนคู่กับสายธุรําในพิธีพราหมณ์.
เกามาร[-มาน] (โบ) น. กุมาร เช่น กูจะขอพระราชทานเกามารท้งงสองพระองค์.
(ม. คําหลวง กุมาร).
เกาลัดน. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Sterculia monosperma Vent.
ในวงศ์ Sterculiaceae ขอบใบเรียบ ดอกเล็ก สีชมพูอมเขียว
เปลือกผลหนา ไม่มีหนาม เมื่อแก่จะปริแยกออกจากกัน เมล็ดเกลี้ยง
สีน้ำตาลแกมแดง เปลือกไม่แข็ง เนื้อในสีขาว กินได้.
เกาลัดจีนน. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Castanea mollissima Blume
ในวงศ์ Fagaceae ขอบใบจักแหลม ดอกเล็ก สีน้ำตาลอ่อน
เปลือกหุ้มผลหนามีหนามแหลม เมื่อแก่จะปริแยกออกจากกัน
เมล็ดเกลี้ยง เปลือกแข็ง สีน้ำตาลแกมแดง เนื้อในสีขาว กินได้.
เกาลินน. ดินเกาเหลียง. (อ. kaolin).
เกาไศย[-ไส] (แบบ) น. ผ้าไหม. (ส. เกาเศยฺย; ป. โกเสยฺย).
เกาหลี[-หฺลี] น. ชื่อประเทศและชนชาติหนึ่ง อยู่ในคาบสมุทร
ทางตะวันออกของทวีปเอเชีย.
เกาเหลา[-เหฺลา] น. แกงมีลักษณะอย่างแกงจืด. (จ.).
เกาเหลียง ๑[-เหฺลียง] น. ชื่อเหล้าจีนชนิดหนึ่ง. (จ.).
เกาเหลียง ๒[-เหฺลียง] น. ชื่อดินชนิดหนึ่ง ใช้ปั้นทําเครื่องเคลือบดินเผาได้ดี,
ดินเกาลิน ก็เรียก. (จ.).
เก้าอี้น. ที่สําหรับนั่ง มีขาและพนักพิง มักยกย้ายไปมาได้ มีหลายชนิด
ถ้ามีรูปยาวใช้นอน เรียกว่าเก้าอี้นอน, ถ้าใช้โยกได้ เรียกว่า เก้าอี้โยก,
ลักษณนามว่า ตัว. (จ.).
เกาะ ๑น. ส่วนของแผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบ; ละเมาะ, โดยปริยายใช้เรียก
ขึ้นพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้เป็นต้นหนาแน่น มีทุ่งหรือที่เตียนล้อมรอบ
หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น.
เกาะ ๒ก. จับหรือยึดสิ่งใดไว้เพื่อทรงอยู่ เช่น นกเกาะกิ่งไม้ แมงมุมเกาะฝา,
เอาสิ่งมีขอเป็นต้นเกี่ยวเข้ากับสิ่งอื่นเพื่อให้ติดอยู่ เช่น เอาขอเกาะต้นไม้,
โดยปริยายหมายความถึงอาการที่เข้าไปติดแน่นอยู่ เช่น ปลิงเกาะ
หรือเข้าเป็นหมู่หรือกลุ่มเดียวกัน เช่น ดินเกาะเป็นก้อนบินเกาะหมู่
วิ่งเกาะกลุ่ม; ไปเอาตัวมาโดยอํานาจศาลเป็นต้น เช่น ไปเกาะตัวมา.
เกาะกิน ก. อาศัยกินอยู่กับคนอื่นโดยเอาแต่ประโยชน์ฝ่ายเดียว
ไม่ช่วยทํางานหรือช่วยเหลือจุนเจือผู้นั้น, ทําตัวดุจกาฝาก.
เกาะ ๓ว. เสียงเคาะ.
เกาะแกะก. พูดพาดพิงเชิงชู้สาว, พูดเชิงเกี้ยวพาราสี, เช่น
มันเกาะแกะเกินก้ำเป็นธรรมดา. (ขุนช้างขุนแผน),
เคาะแคะ ก็ว่า.
เกิง(โบ; กลอน) ว. ล่วง เช่น ตกพ่างบุษบนนเกิง ขาดขว้นน.
(ทวาทศมาส).
เกิ้ง(ถิ่น-พายัพ) ก. กั้น, บัง, มุง, เช่น เอาผ้าเกิ้งแดด เกิ้งหลังคา. น. ฉัตร.
เกิดก. เป็นขึ้น, มีขึ้น, กําเนิด; มีขึ้นเป็นขึ้นโดยกะทันหัน
เช่น เกิดตายไปเสียก่อนที่จะได้รับมรดก เกิดฝนตกลงมา.
เกิดสูรย์ (ปาก) ก. เกิดสุริยุปราคา, มักใช้เข้าคู่กับคํา
เกิดจันทร์ เป็น เกิดสูรย์เกิดจันทร์.
เกินว. พ้น, เลย, คํานี้ใช้แก่ลักษณะที่มีมากกว่าหรือยิ่งกว่ากําหนด
เช่น เกินขนาด เกินฐานะ เกินเวลา เกินสมควร.
เกินการ ก. มากกว่าที่ต้องประสงค์ เช่น แก่เกินการ
เอาของมาเกินการ.
เกินกิน ว. กินไม่ดีเพราะแก่เกินไป เช่น อ้อยท่อนนี้แก่เกินกิน.
เกินคน ว. ยิ่งกว่าคนสามัญ เช่น ฉลาดเกินคน เลวเกินคน.
เกินงาม ว. มากไปจนหมดงาม เช่น แต่งตัวเกินงาม.
เกินดี ว. เลยไปจนหมดดี เช่น ทําเกินดี คือใช้ให้ไปทําอะไร
แต่ทําจนเกินต้องการ เรียกว่า ทําเกินดี.
เกินตัว ว. เกินฐานะ เช่น ใช้จ่ายเกินตัว, เกินสภาพปรกติ
เช่น รู้เกินตัว ทำงานเกินตัว.
เกินไป ว. คําประกอบท้ายคําวิเศษณ์ เพื่อเน้นความหมาย
แสดงว่าเกินกําหนด เกินพอดี เช่น กินมากเกินไป ดีเกินไป
สุกเกินไป.
เกินเลย ก. แสดงกิริยาวาจาต่อผู้อื่นโดยขาดสัมมาคารวะ,
เหลื่อมล้ำทางจํานวน.
เกินหน้า, เกินหน้าเกินตา ว. เกินกว่า เด่นกว่า หรือดีกว่าฐานะ
ของตนเองหรือของคนอื่น.
เกิบ ๑(ถิ่น-พายัพ, อีสาน) น. เกือก.
เกิบ ๒(โบ) ก. กําบัง, บัง, เช่น เศวตฉัตรรัตนก้งง เกิบบนบรรจถรณ์.
(สรรพสิทธิ์), เฉกฉายกมลาสน์ฉัตรา เกิบก้งงเกศา. (สรรพสิทธิ์).
เกียกกาย ๑น. กองเสบียง (เป็นส่วนหนึ่งในกองทัพ), หัวหน้าแห่งกองเสบียงนั้น.
เกียกกาย ๒ก. ตะเกียกตะกาย, ขวนขวาย, เช่น ค่อยเกียกกายหาเลี้ยงตน. (สุบิน).
เกียงก. เกี่ยง, รังเกียจ, ไม่ลงรอย, เกี่ยงแย่ง, เกี่ยงแย้ง,
เช่น คนใดอันรังร้าย จิตรพิศเกียงกล. (จารึกวัดโพธิ์),
โดยมากใช้เป็น เกี่ยง.
เกี่ยงก. อาการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมทําเพราะกลัวจะเสียเปรียบกันเป็นต้น.
เกี่ยงงอน ก. เกี่ยงอย่างมีเงื่อนไข, เกี่ยงเอาเชิง.
เกี่ยงตาย ก. เลี่ยงไปทางตาย, ยอมตาย, เช่น หวั่นฤทธิ์คิดครั่นสงคราม
จักยุทธพยายาม คือขวัญสกนธ์เกี่ยงตาย. (สรรพสิทธิ์).
เกี๋ยง ๑(ถิ่น-พายัพ) น. เดือนแรกของปีนับทางจันทรคติ คือ เดือนอ้าย.
เกี๋ยง ๒(ถิ่น-พายัพ) ก. ขีดกา, ขีดไขว้.
เกี๋ยงคำ(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นลําเจียก. (ดู ลำเจียก).
เกียจ[เกียด] ก. คด, ไม่ซื่อ, โกง, คร้าน.
เกียจกล ก. ซ่อนกล.
เกียจคร้าน ก. ขี้เกียจ, ไม่อยากทํางาน.
เกียด ๑น. เรียกไม้ที่ปักขึ้นกลางลานสําหรับผูกควายหรือ
วัวให้ย่ำนวดข้าวไปรอบ ๆ ว่า เสาเกียด.
เกียด ๒ก. กัน, กั้น.
เกียดกัน ก. กันไม่ให้ทําโดยสะดวก.
เกียด ๓(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ก. ปาดให้เสมอ.
เกียนน. อ่าว, ทะเล, เช่น เกาะเกียน. (ข.).
เกี้ยมไฉ่น. ผักดองเค็มชนิดหนึ่ง. (จ.).
เกี้ยมอี๋น. ของกินชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเจ้า เป็นตัว ๆ คล้ายลอดช่อง.
(จ. ว่า เจียมอี๊).
เกียร์น. กลอุปกรณ์ที่ส่งผ่านกําลังและการเคลื่อนที่จากส่วนหนึ่งไปยังอีก
ส่วนหนึ่งของเครื่องกล; ส่วนหนึ่งของรถยนต์ เรือยนต์ เป็นต้น
ต่อจากคลัตช์ ทําหน้าที่เปลี่ยนอัตราส่วนการทดรอบระหว่าง
เครื่องยนต์กับล้อ, เขียนเป็น เกีย ก็มี. (อ. gear).
เกียรติ, เกียรติ-, เกียรติ์[เกียด, เกียดติ-, เกียน] น. ชื่อเสียง, ความยกย่องนับถือ,
ความมีหน้ามีตา. (ส. กีรฺติ; ป. กิตฺติ ว่า คำเล่าลือ, คำสรรเสริญ).
เกียรติคุณ [เกียดติคุน] น. คุณที่เลื่องลือ, ชื่อเสียงโดยคุณงามความดี.
เกียรตินิยม [เกียดนิยม] น. ความรู้ดีเด่นเหนือระดับปรกติ
ที่มหาวิทยาลัยกําหนดไว้.
เกียรติประวัติ [เกียดติปฺระหฺวัด, เกียดปฺระหฺวัด]
น. ประวัติที่ได้รับความสรรเสริญ, ประวัติที่เลื่องลือ.
เกียรติภูมิ [เกียดติพูม] น. เกียรติเพราะความนิยม.
เกียรติยศ [เกียดติยด] น. เกียรติโดยฐานะตําแหน่งหน้าที่
หรือชาติชั้นวรรณะ.
เกียรติศักดิ์ [เกียดติสัก] น. เกียรติ, เกียรติตามฐานะของแต่ละบุคคล.
เกียรติมุข[เกียดมุก] น. อมนุษย์บริวารพระศิวะ ทำเป็นรูปหน้ายักษ์ปนหน้าสิงห์
ตากลมถลน ไม่มีคาง ปากแสยะ ไม่มีขากรรไกรล่าง ไม่มีร่างกาย
ไม่มีแขนขา เชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้ารักษาธรณีประตู เป็นเครื่องป้องกัน
บ้านเรือน ขับไล่เสนียดจัญไร และคอยคุ้มครองนับถือพระศิวะ
มักทำเป็นลวดลายแกะสลักหรือปูนปั้น เช่นที่ทับหลังปราสาทหิน
บางแห่ง ตามซุ้มปรางค์หรือเจดีย์ และที่ฐานพระพุทธรูป, กาฬมุข
หรือ หน้ากาฬ ก็เรียก.
เกี่ยวก. อาการที่สิ่งงอเป็นขอเกาะติดหรือเหนี่ยวไว้ เช่น
ทอดสมอให้เกี่ยวแง่หินไว้, เอาของที่มีลักษณะเช่นนั้น
เกาะติดหรือเหนี่ยวไว้ เช่น เอาขอเกี่ยว, ติดต่อผูกพัน, แตะต้อง,
ยุ่งเกี่ยว, ข้องแวะ, เช่น เรื่องนี้อันตรายมากอย่าเอาตัวเข้าไปเกี่ยวเลย,
เกี่ยวข้อง ก็ว่า; อาการที่สิ่งแหลมคมขูดขีด สะกิด เป็นต้น เช่น
หนามเกี่ยว ตะปูเกี่ยว, ตัดด้วยเคียว เช่น เกี่ยวข้าว เกี่ยวหญ้า เกี่ยวแฝก;
โดยปริยายหมายความว่า เนื่อง เช่น เกี่ยวด้วยเรื่องนี้.
เกี่ยวก้อย (สำ) ก. อาการที่แสดงความคุ้นเคยสนิทสนมกัน
เช่น เขาเกี่ยวก้อยกันไปเที่ยวเชียงใหม่.
เกี่ยวข้อง ก. ติดต่อผูกพัน, แตะต้อง, ยุ่งเกี่ยว, ข้องแวะ, เกี่ยว ก็ว่า.
เกี่ยวข้าว น. เรียกเพลงร้องแก้กันในเวลาเกี่ยวข้าวทํานองเพลงเรือว่า
เพลงเกี่ยวข้าว.
เกี่ยวดอง ว. นับเป็นญาติกันทางเขยหรือสะใภ้.
เกี่ยวดองหนองยุ่ง (ปาก) ว. เกี่ยวดองกันอย่างซับซ้อน.
เกี่ยวเบ็ด ก. เอาเบ็ดไปเกี่ยวเหยื่อ, เอาเหยื่อมาเกี่ยวเบ็ด.
เกี่ยวแฝกมุงป่า (สํา) ก. ทําอะไรเกินกําลังความสามารถของตัว.
เกี่ยวพัน ก. ติดเนื่องกัน, พัวพัน.
เกี่ยวโยง ก. ต่อเนื่องไปถึง.
เกี้ยว ๑น. เครื่องประดับลักษณะเป็นวงคล้ายพวงมาลัยสําหรับสวมจุก,
ราชาศัพท์ว่า พระเกี้ยว; เครื่องประดับที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น
เช่น เกี้ยวลอมพอก เกี้ยวชฎา; ผ้าคาดพุงสำหรับขุนนาง เรียกว่า ผ้าเกี้ยว
เช่น เกี้ยวลาย คือผ้าคาดพุงที่มีลาย (บางทีเข้าใจกันว่าเป็นผ้านุ่ง
อย่างหนึ่ง) .ก. รัด, พันแน่น, ติดแน่น, เช่น เพราะประพฤติมันเกี้ยว
เกี่ยงร้ายแกมดี. (โลกนิติ); พูดให้รักในเชิงชู้สาว, พูดแทะโลม,
พูดเลียบเคียงเพื่อให้สมปรารถนา.
เกี้ยวเกไล น. วิธีนุ่งผ้าชนิดหนึ่งสําหรับขี่ช้าง.
เกี้ยวคอไก่ น. วิธีนุ่งผ้าเอาชายพกรัดอีกชายหนึ่งไว้
แล้วเหน็บให้แน่น.
เกี้ยวนวม น. เกี้ยวที่ใส่หัวและนวมที่สวมคอ.
เกี้ยวพาน, เกี้ยวพาราสี ก. พูดให้รักในเชิงชู้สาว.
เกี้ยว ๒น. คานหามของจีนชนิดหนึ่ง. (จ.).
เกี้ยวประทีป น. ซุ้มไฟทําเป็นรูปอย่างเกี้ยว.
เกี๊ยวน. ของกินชนิดหนึ่งใช้แผ่นแป้งสาลี ตัดเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ
ห่อหมูสับเป็นต้น. (จ.).
เกี๊ยะน. เกือกไม้แบบจีน. (จ.).
เกื้อ, เกื้อกูลก. อุดหนุน, เจือจาน, เอื้อเฟื้อ, เผื่อแผ่.
เกือก(ปาก) น. รองเท้า, ลักษณนามว่า คู่ หรือ ข้าง,
ราชาศัพท์ว่า รองพระบาท หรือ ฉลองพระบาท.
เกือกม้า น. เหล็กรูปโค้งสําหรับรองกีบม้า.
เกือบว. จวน, เจียน, แทบ, หวิด.
เกือบไป ก. จวนเจียน, จักแหล่น.
แก ๑น. ชื่อนกชนิด Corvus splendens ในวงศ์ Corvidae รูปร่างคล้ายกา
แต่ตัวและปากเล็กกว่า ด้านหลังท้ายทอยสีเทา, อีแก ก็เรียก.
แก ๒ส. คําใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วยซึ่งเป็นผู้ที่สนิทสนม หรือผู้น้อย,
เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒; (ปาก) คําใช้แทนผู้ที่เราพูดถึง,
เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓.
แก่ ๑ว. มีอายุมาก เช่น แก่ไปทุกวัน ไม้แก่ เด็กคนนี้แก่กว่าเด็กคนนั้น,
อยู่ในวัยชรา เช่น คนแก่ หญิงแก่, จัด เช่น เหลืองแก่ แก่เปรี้ยว
แก่หวาน; โดยปริยายหมายความว่า จัดเจน หนัก หรือยิ่งไปในทางนั้น
เช่น แก่สังคม แก่วิชา แก่เหล้า แก่เล่น แก่ไฟ.
แก่กล้า ก. เข้มแข็ง, ยวดยิ่ง, เช่น ศรัทธาแก่กล้า.
แก่ดีกรี (ปาก) ว. ดื่มสุราหรือเมรัยมาก.
แก่แดด ว. ทําเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ (มักใช้แก่เด็ก).
แก่ตัว ว. ย่างเข้าวัยแก่.
แก่บ้าน (ถิ่น-พายัพ) น. ผู้ใหญ่บ้าน, นายบ้าน.
แก่ไฟ ว. ใช้ไฟแรงเกินไป (มักใช้แก่การหุงหรือ
ต้มที่ใช้ไฟแรงจนเกือบไหม้).
แก่แรด ว. จัดจ้านเกินอายุ, แก่เกินอายุ, แก่มาก.
แก่วัด ว. อยู่วัดนาน, มีท่าทีหรือความคิดเห็นแบบคนที่ได้รับ
การอบรมจากวัดหรืออยู่วัดนาน; รู้มาก.
แก่ ๒บ. ใช้นําหน้านามฝ่ายรับ เช่น ให้เงินแก่เด็ก.
แก่ ๓(ถิ่น-อีสาน) ก. ลาก เช่น แก่เกวียน.
แก้ ๑น. ชื่อเบี้ยตัวโต ๆ สําหรับขัดผ้านุ่งให้ผิวเป็นมัน เช่น ผ้าลาย
เรียกว่า เบี้ยอีแก้ หรือ เบี้ยแก้ใหญ่. (ดู เบี้ยแก้ ประกอบ).
แก้ ๒ก. ทําให้คลายจากลักษณะที่แน่นที่ติดขัดหรือที่เป็นเงื่อนเป็นปมอยู่
เช่น แก้ปม แก้เงื่อน; ทําให้หลุดให้พ้นไป เช่น แก้คดี; ทําให้ดีขึ้น,
ทําให้ใช้การได้, ทำส่วนที่เสียให้คืนดีอย่างเดิม, ดัดแปลงให้ดีขึ้น,
เช่น แก้นาฬิกา แก้เครื่องจักร, แก้ไข ก็ว่า; ทําให้หาย เช่น แก้เก้อ
แก้ขวย แก้จน แก้โรค; เฉลย, อธิบายให้เข้าใจ, เช่น แก้ปัญหา แก้กระทู้;
ร้องเพลงหรือลำตัดเป็นต้นโต้ตอบกัน; เอากลับคืนมาให้ได้ เช่น
ไปตีแก้เอาเมืองคืน.
แก้เกี้ยว ก. แก้อย่างย้อนรอยให้หายกัน เช่น พูดแก้เกี้ยว ฟ้องแก้เกี้ยว.
แก้ขวย, แก้เขิน ก. กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อบรรเทาความกระดากอาย.
แก้ขัด ก. แก้ข้อขัดข้องให้ลุล่วงไปชั่วคราว.
แก้ไข ก. ทําส่วนที่เสียให้คืนดีอย่างเดิม, ดัดแปลงให้ดีขึ้น, แก้ ก็ว่า.
แก้เคล็ด ก. กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เชื่อกันว่าเป็นวิธีปัดเป่าหรือ
ป้องกันภัยหรือเหตุร้ายที่จะมีมา.
แก้แค้น ก. ทําตอบด้วยความแค้นหรือเพื่อให้หายแค้น.
แก้เชิง ก. ใช้เล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิง หรือ อุบาย หักล้างเล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิง
หรืออุบายของอีกฝ่ายหนึ่ง.
แก้ตก ก. แก้ให้สําเร็จลุล่วงไปได้.
แก้ตัว ก. พูดหรือทําเพื่อปลดเปลื้องความผิดหรือข้อผิดพลาดของตน.
แก้ต่าง (กฎ) ก. ว่าความแทนจําเลย, ใช้คู่กับ ว่าต่าง ซึ่งหมายถึง
ว่าความแทนโจทก์.
แก้ที ก. แก้ตาเดิน (ใช้แก่การเล่นหมากรุก).
แก้โทษ ก. ลุแก่โทษ.
แก้บน ก. เซ่นสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่ตนได้บนบานไว้, ใช้บน ก็ว่า.
แก้บาป ก. สารภาพความผิดเพื่อให้พ้นบาป.
แก้ผ้า ก. เอาผ้าที่นุ่งอยู่ออกจากตัว, เปลือยกายไม่นุ่งผ้า,
เช่น เด็กนอนแก้ผ้า เด็กแก้ผ้าวิ่งโทง ๆ.
แก้เผ็ด ก. ทําตอบแก่ผู้ที่เคยทําความเจ็บปวดให้แก่ตัวไว้เพื่อให้สาสมกัน.
แก้ฝัน ก. เล่าฝันให้ผู้อื่นทํานาย, ทํานายฝัน.
แก้ฟ้อง (กฎ) ก. แก้ไขคำฟ้องตามที่ศาลสั่งในกรณีที่
คำฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย; ยื่นคำให้การเป็นข้อ
ต่อสู้คดีเพื่อแก้คำฟ้อง.
แก้มือ ก. ขอสู้ใหม่, ทําสิ่งที่เสียแล้วเพื่อให้ดีขึ้น.
แก้ลำ ก. ใช้ชั้นเชิงตอบโต้ให้เท่าเทียมกันหรือหนักมือขึ้น.
แก้หน้า ก. ทําให้พ้นอาย.
แกงน. กับข้าวประเภทที่เป็นน้า มีชื่อต่าง ๆ ตามวิธีปรุงและเครื่องปรุง
เช่น แกงจืด แกงเผ็ด แกงส้ม. (ดูที่คํานั้น ๆ). ก. ทํากับข้าว
ประเภทที่เป็นแกง.
แกงคั่ว น. แกงกะทิชนิดหนึ่ง คล้ายแกงเผ็ดแต่มีรสออกเปรี้ยว
เช่น แกงคั่วผักบุ้ง แกงคั่วมะระ.
แกงจืด น. กับข้าวที่ปรุงเป็นน้า รสไม่เผ็ด.
แกงบวด น. ของหวานที่ใช้ผลไม้ เผือก มัน ฟักทอง เป็นต้น
ต้มกับน้ำตาลและกะทิ.
แกงป่า น. แกงเผ็ดที่ไม่ใส่กะทิ.
แกงเผ็ด น. แกงพวกหนึ่ง ปรุงด้วยเครื่องเผ็ดร้อนเช่นเครื่องเทศ
กะทิ มีรสเผ็ด.
แกงร้อน น. ชื่อแกงจืดชนิดหนึ่งใส่วุ้นเส้น.
แกงส้ม น. แกงพวกหนึ่ง มีลักษณะคล้ายแกงเผ็ด แต่ไม่ใส่เครื่องเทศ
กะทิ หรือ น้ำมัน มีรสเปรี้ยวด้วยน้ำส้มมะขาม ใช้ผัก ผลไม้ หรือ
ดอกไม้บางอย่าง เป็นต้น แกงกับกุ้งหรือปลา เรียกชื่อตามสิ่งนั้น ๆ
เช่น แกงส้มผักกาดขาว แกงส้มมะละกอ แกงส้มดอกแค.
แก่งน. พืดหินหรือโขดหินที่กีดขวางทางน้ำ มักจะมีตามต้นแม่น้ำ.
แก้งก. ขูดให้หมด; เคล็ด, ยอก, เช่น คอแก้ง.
แก้งก้น น. เรียกไม้ชําระว่า ไม้แก้งก้น.
แก๊ง(ปาก) น. กลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า (มักใช้ในความหมายไม่ดี)
เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล. (อ. gang).
แกงขมน. เครื่องกินกับขนมจีนน้ายา มีมะระหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
แล้วลวกให้สุก.
แกงไดน. รอยกากบาทหรือรอยขีดเขียน ซึ่งบุคคลทําไว้เป็นสําคัญ,
ในทางกฎหมาย ถ้าทําลงในเอกสารโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง
๒ คน หรือทําต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ.
แกงแนงน. ไม้ค้ายันไขว้เป็นรูปกากบาทระหว่างเสา
เพื่อป้องกันโครงสร้างมิให้เซหรือรวน.
แก่งแย่งก. พยายามเอารัดเอาเปรียบกันหรือจะเอาแต่ได้ข้างเดียว,
ไม่ปรองดองกัน.
แกโดลิเนียมน. ธาตุลําดับที่ ๖๔ สัญลักษณ์ Gd เป็นโลหะที่หายากมาก
ลักษณะเป็นของแข็ง หลอมละลายที่๑๓๑๒? ซ. (อ. gadolinium).
แกนน. วัตถุแข็งที่อยู่ตรงกลางของสิ่งอื่นสําหรับยึดให้อยู่,
วัตถุแข็งที่มีสิ่งอื่นหุ้ม. ว. แข็งเป็นไตอยู่ข้างใน (มักใช้แก่ผลไม้)
เช่น ทุเรียนแกน มะม่วงแกน; ขัดสน,จําใจ, เช่น อยู่ไปแกน ๆ
เต็มแกน.
แกนทราย น. แกนที่ใช้ในการหล่อพระพุทธรูปหรืองานประติมากรรมไทย
ด้วยวิธีสูญขี้ผึ้ง ทำด้วยทรายผสมดินเหนียว หมักให้ชุ่มและ
เหยียบให้เข้ากันจนเหนียว จึงปั้นขึ้นเป็นรูปเลา ๆ เรียกว่า โกลน
แล้วผึ่งให้แห้ง จากนั้นเอาขี้ผึ้งพอกและปั้นส่วนผิวจนเป็นรูป
ตามที่ต้องการ.
แก่นน. เนื้อไม้แข็งและมีสีเข้ม อยู่ถัดกระพี้เข้าไป, เนื้อแท้, หลักสําคัญ
เช่น แก่นพระศาสนา. ว. ดื้อรั้นซุกซนไม่เกรงกลัวใคร.
แก่นแก้ว ว. ยิ่งในทางที่เลว, เก่งในทางซุกซนหรือในทางไม่สู้ดี.
(ถิ่น-พายัพ) น. เพชร.
แก่นสาร น. สิ่งที่ยั่งยืนถาวร, หลักที่ควรยึดถือ, คุณประโยชน์,
(มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น ไม่เป็นแก่นสาร
แกนะ[กะแหฺนะ] (โบ) ก. แกะ, สลัก, เจาะ.
แกแนน. เรียกเด็กที่ทําตัวอวดรู้เป็นผู้ใหญ่ว่า เด็กแกแน.
แก๊ปน. ชื่อหมวกของทหารตํารวจหรือข้าราชการพลเรือนเป็นต้น
ที่มีกะบังหน้า เรียกว่า หมวกแก๊ป; เครื่องที่ทําให้ระเบิดเป็น
ประกายติดดินปืน เดิมมีรูปเหมือนหมวกแก๊ปแต่ไม่มีกะบังปิดหน้า;
ชื่อปืนชนิดหนึ่ง มีนกสับ ใช้ยัดกระสุนและดินปืนทางปาก และสับแก๊ป
เรียกว่า ปืนแก๊ป. (อ. cap).
แกมว. ปน เช่น ด้ายแกมไหม คือ ด้ายปนไหม, แต่มีความหมาย
ไปในทางที่ว่า สิ่งที่ปนมีอยู่เป็นส่วนน้อย.
แก้มน. บริเวณหน้าทั้ง ๒ ข้างถัดตาลงมา, ราชาศัพท์ว่า พระปราง,
โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่มีรูปเช่นนั้น เช่น เฉือนมะม่วงเอาแต่
๒ แก้ม = เฉือนเอา ๒ ส่วนที่มีลักษณะเหมือนแก้ม.
แก้มช้ำน. ชื่อปลาน้าจืดชนิด Puntius orphoides ในวงศ์ Cyprinidae
รูปร่างคล้ายปลาตะเพียน แต่มีลักษณะเด่นที่มีลําตัวยาวกว่า
โดยเฉพาะที่แผ่นปิดเหงือกมีสีแดงเรื่อคล้ายรอยช้ำ
สุดแผ่นปิดเหงือกดํา โคนครีบหางมีจุดสีดํา พื้นครีบสีแดง
ขอบบนและล่างดํา มีชุกชุมทั่วไป ยาวได้ถึง ๒๕ เซนติเมตร,
ปักษ์ใต้เรียก ปก.
แก้มแดงน. ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L.
แกมมา(ฟิสิกส์) น. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือโฟตอน (photon)
ที่มีพลังงานสูงมาก มีช่วงคลื่นสั้นมาก มักเรียกกันว่า รังสีแกมมา
เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร/วินาที มีอํานาจใน
การเจาะทะลุได้สูง สามารถเจาะทะลุแผ่นตะกั่วหนาหลายเซนติเมตรได้
เกิดจากการเสื่อมสลายของสารกัมมันตรังสี เช่น ธาตุเรเดียม
ธาตุโคบอลต์-๖๐ หรือเกิดจากการที่อนุภาคบีตาพุ่งชนอะตอมของธาตุ
ใช้ประโยชน์ในการแพทย์รักษาโรคมะเร็งและในการเกษตร.
(อ. gamma).
แก้มแหม่มน. ชื่อชมพู่พันธุ์หนึ่งของชนิด Eugenia javanica Lam.
ผลกลมแป้น สีชมพูเรื่อ ๆ.
แกรก[แกฺรก] ว. เสียงดังเหมือนเล็บขูดพื้น, เสียงอย่างเสียงที่เกิดจากการ
ย่องหรือเล็ดลอด.
แกร่ง[แกฺร่ง] ว. แข็ง, แข็งกร้าว.
แกร็น[แกฺร็น] ว. ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช).
แกรนิต[แกฺร-] น. หินอัคนีชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยหินเขี้ยวหนุมาน
หินฟันม้า และแร่กลีบหินเป็นส่วนใหญ่ มีหลายสี ขัดให้เป็นเงาได้
กรดไม่กัด แข็งและทนทานมาก. (อ. granite).
แกรไฟต์[แกฺร-] น. อัญรูปหนึ่งของธาตุคาร์บอน ชื่อสามัญเรียกว่า
พลัมเบโก (plumbago) หรือแร่ดินสอดํา ลักษณะเป็นของแข็ง
มีรูปผลึกเป็นแผ่นบาง ๆ ทึบแสง อ่อนนุ่ม สีเทาเข้มถึงดํา เนื้ออ่อน
เป็นตัวนําความร้อนและไฟฟ้าได้ดี มักใช้ทําไส้ดินสอดํา
เบ้าหลอมโลหะ น้ามันหล่อลื่นบางชนิด ไส้ถ่านไฟฉาย ไส้ไฟอาร์ก
ใช้เป็นตัวลดความเร็วช่วยควบคุมจํานวนอนุภาคนิวตรอนใน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์. (อ. graphite).
แกร่ว[แกฺร่ว] ว. ทนรอหรือทนอยู่กับที่เป็นเวลานาน.
แกระ ๑[แกฺระ] น. เครื่องมือชนิดหนึ่งสําหรับตัดรวงข้าว ใช้ทางปักษ์ใต้.
ก. ตัด, แทง, เช่น กฤชกรดแกระทรวง. (ขุนช้างขุนแผน).
แกระ ๒[แกฺระ] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กรับ.
แกล[แกฺล] (ราชา) น. หน้าต่าง, ใช้ว่า พระแกล เช่น เปิดพระแกล.
แกล่[แกฺล่] (โบ) ว. ใกล้, เกือบ, เช่น สามลักษณะนี้ใกล้ แกล่แม้นไป่มี.
(โลกนิติ).
แกล้ง[แกฺล้ง] ก. ทําให้เดือดร้อนรําคาญ เช่น เขาแกล้งฉัน,
แสร้ง เช่น เขาแกล้งทําเป็นปวดฟัน, จงใจทํา พูด
หรือแสดงอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เขาเสียหาย
อาย เดือดร้อน ขัดข้อง เข้าใจผิด เป็นต้น เช่น
ข้าพเจ้าไม่ได้ทําผิดเลยแต่เขาแกล้งใส่ร้าย; (โบ) ตั้งใจ, จงใจ,
เช่น แกล้งประกาศแก่สงฆ์. (ม. คําหลวง วนปเวสน์).
แกล้งเกลา ว. ประณีต, ประดิดประดอย.
แกลน[แกฺลน] (โบ; กลอน) ก. คร้าม, กลัว, เกรง,
เช่น ฤๅแกลนกําลังศร. (สรรพสิทธิ์).
แกลบ ๑[แกฺลบ] น. เปลือกข้าวที่สีหรือตําแตกออกจากเมล็ดข้าว.
แกลบ ๒[แกฺลบ] น. ชื่อแมลงพวกเดียวกับแมลงสาบ แต่มีขนาดเล็กกว่า
คือ ยาว ๑.๓-๑.๕ เซนติเมตร กว้าง ๕-๑๐ มิลลิเมตร ลําตัวแบน
รูปไข่ ขอบหน้าด้านหลังของปล้องอกยื่นออกไปคลุมหัว หนวดยาว
ขายาว มีหนามคลุมเต็ม บางชนิดอาศัยอยู่ตามขี้เลื่อย หรือกองแกลบ
ที่ผุพัง เช่นชนิด Pycnocelis surinamensis ในวงศ์ Blaberidae
แต่บางชนิดอาศัยอยู่ในบ้านเรือน ตามกองกระดาษหรือเศษขยะมูลฝอย
เช่น ชนิด Blattella germanica, Supella supellectilium ในวงศ์ Blattellidae.
แกลบ ๓[แกฺลบ] น. เรียกม้าพันธุ์เล็กว่า ม้าแกลบ;
เรียกวิหารขนาดเล็กว่า วิหารแกลบ.
แกลบ ๔[แกฺลบ] น. เทียนแกลบ. (ดู เทียนแกลบ ที่ เทียน ๓).
แกลบหนู, แกลบหูหนู[แกฺลบ-] ดู กระดูกอึ่ง.
แกล้ม[แกฺล้ม] น. ของกินกับเหล้า, กับแกล้ม ก็ว่า. ว. ไปด้วยกัน,
ควบคู่กันไป, แกมกัน, (ใช้แก่กิริยากิน) เช่น กินแกล้มเหล้า.
แกลลอน[แกน-] น. หน่วยวัดปริมาตรของอังกฤษ ๑ แกลลอน = ๔.๕๔๖๐๙ ลิตร
(British Imperial gallon), หน่วยวัดปริมาตรของสหรัฐอเมริกา
[แกน-] น. ธาตุลําดับที่ ๓๑ สัญลักษณ์ Ga เป็นโลหะสีขาวคล้ายเงิน
แกลเลียม[แกน-] น. ธาตุลําดับที่ ๓๑ สัญลักษณ์ Ga เป็นโลหะสีขาวคล้ายเงิน
ลักษณะเป็นของแข็ง หลอมละลายที่ ๒๙.๗๘ บซ เดือดที่ ๒๑๐๐ บซ.
ใช้ทําเทอร์โมมิเตอร์ชนิดใช้วัดอุณหภูมิสูง ๆ สารประกอบแกลเลียม
อาร์เซไนด์ใช้ประโยชน์เป็นวัตถุกึ่งตัวนํา. (อ. gallium).
แกล้ว[แกฺล้ว] ว. กล้า, องอาจ, เก่ง, ว่องไว.
แกละ[แกฺละ] น. ผมเด็กผู้ชายที่เอาไว้เป็นแหยมตรงแง่ศีรษะ
เรียกว่า ผมแกละ.
แกแล ๑(ถิ่น-พายัพ) น. กาแล, ชื่อไม้เครื่องเรือนที่ต่อจากปั้นลมทั้ง ๒ ด้าน
ไปไขว้กัน อยู่ตอนบนสุดของหลังคาที่ยื่นจากจั่ว อาจสลักลวดลาย
ตามแต่จะเห็นงาม, บางถิ่นเรียก กะแล.
แกแล ๒น. ชื่อไม้พุ่มรอเลื้อยเนื้อแข็งชนิด Maclura cochinchinensis
(Lour.) Corner ในวงศ์ Moraceae ขึ้นในป่าดิบ ต้นมีหนาม
แก่นเหลืองใช้ย้อมผ้าและทํายา, กะแล หรือ เข ก็เรียก.
แกว ๑น. คนชาติหนึ่งในเขตตังเกี๋ย.
แกว ๒น. เรียกไม้ยาว ๆ ที่ผูกเบ็ดที่ปลายสําหรับชักกบในรูว่า ขอแกว.
แกว ๓น. เบาะแส, ระแคะระคาย, ในคําว่า รู้แกว.
แกว ๔น. (๑) พริกแกว. [ดู ขี้หนู ๑ (๑)]. (๒) มันแกว. (ดู มันแกว ที่ มัน ๑).
แก้ว ๑น. หินแข็งใส แลลอดเข้าไปข้างในได้ ได้แก่จําพวกเพชรพลอย,
ของที่ทําเทียมให้มีลักษณะเช่นนั้น, ของที่ได้จากการใช้ทรายขาว
เป็นส่วนประกอบสําคัญมาหลอมกับสารที่มีสมบัติเป็นด่างเช่น
ออกไซด์ของโซเดียม ออกไซด์ของแคลเซียม แล้วมีลักษณะเช่นนั้น;
เรียกภาชนะที่ทําด้วยแก้วสําหรับใส่น้ำกินเป็นต้นว่า ถ้วยแก้ว
หรือเรียกสั้น ๆ ว่า แก้ว, เรียกภาชนะที่ทําด้วยแก้ว เช่น ชามแก้ว;
โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่เคารพนับถือยิ่ง ในคําว่า แก้ว ทั้ง ๓ อันหมายถึง
พระรัตนตรัย, หรือใช้ประกอบคํานามให้หมายความว่าสิ่งนั้นมีค่ามาก
เป็นที่รัก หรือดีเยี่ยม เช่น นางแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว ลูกแก้ว,
หรือใช้เรียกของใสบางชนิด เช่น กระดาษแก้ว ผ้าแก้ว ข้าวเหนียวแก้ว.
แก้วก๊อ (ถิ่น-พายัพ) น. ทับทิม.
แก้วกุ้ง น. รังไข่ของกุ้งที่เจริญเต็มที่ มีสีแดงอมส้มหรือสีส้ม,
ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นมันกุ้งที่เป็นก้อนอยู่ในหัวกุ้ง.
แก้วแกลบ [-แกฺลบ] น. ตะกรันเกิดจากเถ้าแกลบที่แข็ง มีสีขาว;
ชื่อแร่หินชนิดหนึ่ง.
แก้วชิงดวง น. ชื่อลายชนิดหนึ่ง เป็นลายแย่งดอกกันหรือเป็น
ดอกเกี่ยวกัน, ชิงดวง ก็ว่า.
แก้วตา น. ส่วนสําคัญของตาที่ทําให้แลเห็น, ส่วนใสของดวงตา
มีรูปกลมนูนทั้ง ๒ ข้าง ลักษณะใส แต่พื้นหลังนูนออกมากกว่าพื้นหน้า
ตั้งอยู่ภายในดวงตา (ข้างหลังกระจกตา กั้นอยู่ระหว่าง
posterior chamber กับ vitreous body ของดวงตา);
โดยปริยายใช้เรียกสิ่งที่รักยิ่ง.
แก้วผลึก น. แก้วหินสีขาวสลัว. (อ. milky quartz).
แก้วมรกต น. ชื่อโรคซางละอองเป็นฝ้าบาง ๆ ที่ขึ้นตามลิ้น
และในปาก มีสีเขียวดังสีใบไม้ กระทําให้หน้าเขียว บางทีก็เหลือง
หรือดํา ลิ้นกระด้าง คางแข็ง มือกํา เท้างอ. (แพทย์).
แก้ววิเชียร น. ชื่อโรคซางละอองเป็นฝ้าบาง ๆ ที่ขึ้นตามลิ้น
หรือเพดานหรือกระพุ้งแก้ม สีขาวดั่งเนื้อในมะพร้าว มีอาการท้องอืด
ลงท้องนับหนไม่ถ้วน. (แพทย์).
แก้วสารพัดนึก น. แก้วที่เชื่อกันว่า ถ้าผู้ใดมีอยู่แล้ว นึกอะไรได้อย่างใจ.
แก้วสีไม้ไผ่ น. ไพฑูรย์, เพชรตาแมว.
แก้วหิน น. แร่เขี้ยวหนุมาน สีขาวใสหรือมัว.
แก้วหู น. เยื่อในหูสําหรับรับเสียง.
แก้ว ๒น. ชื่อนกปากงุ้มเป็นขอในวงศ์ Psittacidae ตัวสีเขียว
ปากมีหลายสี เช่น แดง เหลือง อยู่รวมกันเป็นฝูง กินเมล็ดพืช
และผลไม้ ในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น แก้วโม่ง
(Psittacula eupatria) แก้วหัวแพร (P. roseata).
แก้ว ๓น. ชื่อตัวหนอนซึ่งเป็นตัวอ่อนของผีเสื้อ ตามลําตัวมีขนน้อยและ
มักเป็นขนสั้น ๆ ผิวลําตัวเป็นมันเลื่อมคล้ายแก้ว มีสีสันต่าง ๆ กัน
บางชนิดสีเขียว เขียวปนเหลือง และบางชนิดมีลายเป็นดวง ๆ
บางชนิดจะปล่อยสารใสคล้ายแก้วเห็นเป็นทางเมื่อเคลื่อนผ่านไป
เช่น หนอนแก้วส้ม (เช่น ชนิด Papilio demoleus) ในวงศ์ Papilionidae.
แก้ว ๔น. ชื่อปลาทะเลพวกปลาจวดชนิด Otolithoides biauritus
ในวงศ์ Sciaenidae ลําตัวยาวเรียว ปากเล็ก ทู่ ฟันเล็ก ครีบหางแหลม
ก้านครีบก้นมีขนาดเล็ก เกล็ดในแนวเส้นข้างตัวขยายใหญ่และ
นูนเป็นสัน ลําตัวสีเทา ใกล้สันท้องมีสีเงินคล้ายปลาจวดชนิดอื่น
ยาวได้ถึง ๑ เมตร, จวดลาก ก็เรียก.
แก้ว ๕น. (๑) ชื่อไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดกลางชนิด Murraya paniculata (L.)
Jack ในวงศ์ Rutaceae ขึ้นตามป่าดิบ กิ่งก้านสีขาว ใบสีเขียวสด
เป็นมัน ดอกสีขาว กลิ่นหอม เนื้อไม้แข็งใส เหนียว มีลาย ใช้ทําด้ามมีด
และไม้ถือ. (๒) ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L.
นิยมกินดิบ ๆ หรือดอง. (๓) ส้มแก้ว. (ดู ส้ม ๑). (๔) (ถิ่น-พายัพ)
ต้นพิกุล. (ดู พิกุล).
แก้วกาหลงน. ต้นกระเบาใหญ่ที่มีแต่ดอกเพศผู้. (ดู กระเบา ๑).
แกว่ง[แกฺว่ง] ก. อาการที่เคลื่อนไหวไปทางโน้นทีทางนี้ทีโดยที่โคน
หรือต้นของสิ่งนั้นติดอยู่กับสิ่งอื่น, โดยปริยายหมายความว่า
ไม่อยู่กับที่, ไม่อยู่ในแนว, เช่น จิตแกว่ง.
แกว่งกวัด [แกฺว่งกฺวัด] ก. จับด้ามวัตถุให้ปลายตั้งขึ้นแล้วปัดไปมา
เช่น แกว่งกวัดอาวุธ, ไม่อยู่ที่ เช่น จิตแกว่งกวัด, กวัดแกว่ง ก็ว่า.
แกว่งไกว ก. แกว่งไปมา.
แกว่งตีนหาเสี้ยน, แกว่งเท้าหาเสี้ยน (สํา) ก. รนหาเรื่องเดือดร้อน.
แกว่น[แกฺว่น] (โบ) น. แก่น. ว. แกล้วกล้า, ว่องไว.
แก๊สน. อากาศธาตุ, (วิทยา) สถานะหนึ่งของสสาร รูปร่างและ
ปริมาตรไม่คงที่ขึ้นอยู่กับภาชนะที่บรรจุ, เรียกไฟซึ่งเกิดจากการ
จุดอะเซทิลีน (acetylene) ซึ่งได้จากก้อนแคลเซียมคาร์ไบด์ทำ
ปฏิกิริยากับน้ำว่า ไฟแก๊ส, ก๊าซ ก็ว่า. (อ. gas).
แกะ ๑น. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องในสกุล Ovis วงศ์ Bovidae รูปร่างคล้ายแพะ
แต่มีขนเป็นปุยหนา ใช้ทําเครื่องนุ่งห่ม.
แกะดำ (สํา) น. คนที่ทําอะไรผิดเพื่อนผิดฝูงในกลุ่มนั้น ๆ
(ใช้ในทางไม่ดี).
แกะ ๒ก. เอาเล็บมือค่อย ๆ แคะเพื่อให้หลุดออก เช่น แกะสะเก็ด,
เอาสิ่งที่มีลักษณะคล้ายเล็บมือทําเช่นนั้น, ทําเป็นลวดลายหรือรูปต่าง ๆ
ด้วยเครื่องมือ โดยวิธีแกะ เช่น แกะตรา, โดยปริยายหมายความว่า
เหมือนกันอย่างกับโขกหรือแคะมาจากพิมพ์เดียวกัน ในความว่า
เหมือนกันอย่างกับแกะ; เอามือแงะหรือง้างสิ่งที่เกาะติดกันแน่น
หรือกอดไว้แน่นให้หลุดออกจากกัน เช่น แกะมือที่กําแน่น.
แกะรอย ก. ติดตามหาร่องรอย.
แกะแร ก. แกะพื้นผิวโลหะให้เป็นเส้นหรือเป็นเหลี่ยม
ขึ้นเงาดูคล้ายฝังเพชร.
แกะสะเก็ด ก. เป็นคําเปรียบหมายความว่ารื้อฟื้น
เรื่องเก่าขึ้นมาพูดให้เจ็บใจ.
โก่, โก้ ๑(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ก. กู่ตะโกน, เรียกดัง ๆ.
โก้ ๒, โก้หร่านว. หรูหราภูมิฐาน (มักใช้แก่กิริยาแต่งตัวหรือการแสดงกิริยาอื่น ๆ).
โก๋เก๋ ว. หรูหรางามเข้าที (มักใช้แก่กิริยาแต่งตัวหรือการแสดงกิริยาอื่น ๆ).
โก๋น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเหนียวผสมน้ำตาลทราย
อัดใส่พิมพ์เป็นรูปต่าง ๆ.
โกก ๑น. ไม้รูปโค้งปลายทั้ง ๒ ข้างงอขึ้นเล็กน้อย ใช้พาดคอวัว
หรือคอควายสําหรับลากเลื่อนเป็นต้น, คอม ตะโกก หรือ
ตะโหงก ก็เรียก. ว. เสียงดังอย่างเคาะไม้ด้วยกะลา.
โกกเกก ก. คดโกง, เกะกะระราน, เกกมะเหรก, เช่น
มีกิริยาโกกเกกร้ายกาจ. (ม. กาพย์ กุมารบรรพ).
โกก ๒(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. คอก เช่น แขนโกก ว่า แขนคอก.
โกกนุท[โกกะนุด] น. บัวแดง. (ป., ส. โกกนท).
โกกิล-, โกกิลา[-ละ-] น. นกดุเหว่า เช่น โกกิลาหรือจะฝ่าเข้าฝูงหงส์.
(ม. ร่ายยาว ทานกัณฑ์). (ป., ส.).
โกโก้ ๑น. ชื่อเครื่องดื่มที่ทํามาจากเมล็ดผลโกโก้.
โกโก้ ๒น. ชื่อไม้ต้นชนิด Theobroma cacao L. ในวงศ์ Sterculiaceae
ดอกเล็ก สีขาวอมเหลืองหรือขาวอมชมพู ออกตามกิ่งและลําต้น
ผลคล้ายมะละกอขนาดเล็ก ผิวแข็งขรุขระ สีน้ำตาล เมล็ดแก่คั่วแล้ว
บดเป็นผง ใช้ชงเป็นเครื่องดื่มและทําขนมได้.
โกงก. ใช้อุบายหรือเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง เช่น โกงเงิน,
แสดงอาการดื้อไม่ยอมทําตาม เช่น เด็กโกง ม้าโกง.
ว. โค้ง, ไม่ตรง, เช่น หลังโกง.
โก่งก. ทำให้งอเป็นรูปโค้ง, ทําให้โค้ง, เช่น โก่งศร โก่งคอ, ก่ง ก็ว่า;
บอกราคาเกินสมควร เช่น โก่งราคา. ว. โค้ง เช่น คิ้วโก่ง, ก่ง ก็ว่า.
โกงกางน. ชื่อไม้ต้นในสกุล Rhizophora วงศ์ Rhizophoraceae
ขึ้นตามป่าเลนชายทะเล นิยมใช้ทําฟืนและเผาถ่านกันมาก
เมล็ดงอกตั้งแต่อยู่บนต้น ลักษณะเรียวยาวคล้ายฝัก มี ๒ ชนิด
คือ โกงกางใบใหญ่ หรือ กงกอน (R. mucronata Poir.) และ
โกงกางใบเล็ก (R. apiculata Blume) ชนิดนี้นิยมใช้ทำฟืนและ
เผาถ่านกันมาก, พังกา ก็เรียก.
โก้งเก้งว. มีลักษณะหรือท่าทางสูงโย่งเย่ง.
โกงโก้ว. กงโก้.
โก้งโค้งก. โก่งก้นให้โด่ง, โน้มตัวลงยกก้นให้สูงขึ้น, ก้งโค้ง ก็ว่า.
น. ที่เทลูกบาศก์สกา รูปคล้ายครก.
โกเชาว์(แบบ; กลอน) น. ผ้าทําด้วยขนแพะ เช่น ไพจิตรนิทรกําราล
กาฬโกเชาว์. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป. โกชว).
โกญจ-[โกนจะ-] (แบบ),
โกญจา (กลอน) น. นกกระเรียน เช่น แขกเต้าดุเหว่าแก้ว โกญจา.
(โลกนิติ). (ป.).
โกญจนะ [โกนจะนะ] (กลอน) ย่อมาจาก โกญจนาท เช่น
เสียงช้างก้องโกญจนสำเนียง. (สมุทรโฆษ).
โกญจนาท น. การบันลือเสียงเหมือนนกกระเรียน, ความกึกก้อง,
(โดยมากใช้แก่เสียงช้าง). (ป.).
โกฏิ[โกด] น. ชื่อมาตรานับ เท่ากับ ๑๐ ล้าน.
โกฐ[โกด] น. ชื่อเครื่องยาสมุนไพรจําพวกหนึ่ง ได้จากส่วนต่าง ๆ ของพืช
มีหลายชนิด คือ โกฐทั้ง ๕ ได้แก่ โกฐหัวบัว โกฐสอ โกฐเขมา
โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา, โกฐทั้ง ๗ เพิ่ม โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว,
โกฐทั้ง ๙ เพิ่ม โกฐพุงปลา โกฐชฎามังสี, และมีโกฐพิเศษอีก ๓ ชนิด
คือ โกฐกักกรา โกฐกะกลิ้ง และโกฐน้ำเต้า, ตํารายาแผนโบราณ
เขียนเป็น โกฎ โกฏ โกฏฐ์ โกด หรือ โกษฐ์ ก็มี. (ป. โกฏฺ?).
โกฐกระดูก น. ชื่อเรียกเหง้าแห้งของไม้ล้มลุกชนิด Saussurea lappa
C.B. Clarke ในวงศ์ Compositae.
โกฐกะกลิ้ง น. ชื่อเรียกเมล็ดแก่แห้งของต้นแสลงใจ
(Strychnos nux-vomica L.) ในวงศ์ Strychnaceae.
โกฐกักกรา น. ชื่อเรียกรากแห้งของไม้ล้มลุกชนิด
Anacyclus pyrethrum (L.) DC. ในวงศ์ Compositae.
โกฐก้านพร้าว น. ชื่อเรียกรากแห้งของไม้ล้มลุกชนิด
Picrorhiza kurroa Royle ex Benth. ในวงศ์ Scrophulariaceae,
โกฐก้านมะพร้าว ก็เรียก.
โกฐเขมา [-ขะเหฺมา] น. ชื่อเรียกเหง้าและรากแห้งของไม้ล้มลุก
หลายชนิดในสกุล Atractylodes วงศ์ Umbelliferae เช่น
ชนิด A. lyrata Sieb. et Zucc., โกฐหอม ก็เรียก.
โกฐจุฬาลัมพา, โกฐจุฬาลำพา น. ชื่อเรียกเรือนยอด (แห้ง)
ที่กําลังมีดอกของพืช ๓ ชนิด ในสกุล Artemisia วงศ์ Compositae
เช่น ชนิด A. vulgaris L.
โกฐชฎามังษี, โกฐชฎามังสี น. ชื่อเรียกรากแห้งของไม้ล้มลุกชนิด
Nardostachys jatamansi DC. ในวงศ์ Valerianaceae.
โกฐเชียง น. ชื่อเรียกเหง้าและรากแห้งของไม้ล้มลุกชนิด
Livisticum officinale Koch. ในวงศ์ Umbelliferae.
โกฐน้ำเต้า น. ชื่อเรียกเหง้าและรากแห้งของพืช ๖ ชนิด
ในสกุล Rheum วงศ์ Polygonaceae เช่น ชนิด R. officinale Baillon.,
R. palmatum L.
โกฐพุงปลา น. ชื่อเรียกสิ่งที่นูนปูดขึ้นมาตามกิ่งและใบของไม้ต้น
หลายชนิดในสกุล Terminalia วงศ์ Combretaceae เช่น
สมอไทย (T. chebula Retz.), อีสานเรียก ปูดกกส้มมอ.
โกฐสอ น. ชื่อเรียกรากแห้งของไม้ล้มลุกหลายชนิดในสกุล
Angelica วงศ์ Umbelliferae เช่น ชนิด A. sylvestris L.,
A. glabra Makino.
โกฐหอม ดู โกฐเขมา.
โกฐหัวบัว น. ชื่อเรียกเหง้า ราก ใบ และดอกแห้งของไม้ล้มลุก ๓ ชนิด
ในวงศ์ Umbelliferae คือ ชนิด Cnidium officinale Makino,
Conioselinum univittatum Turcz. และ Licusticum wallichii
Franchet.
โกฐาส[โกดถาด] (แบบ) น. ส่วน เช่น พรพอใจบ้นนน้นนอนนเป็น
โกฐาสถ้อย. (ม. คําหลวง ทศพร). (ป. โกฏฺ?าส).
โกณก, โกณะ[-นก] (แบบ) น. มุม, เหลี่ยม, เช่น เปนจดูรโกณก ครรโภทกเพ็ญพยง.
(ม. คําหลวง วนปเวสน์). (ป.).
โกดังน. โรงเก็บสินค้าหรือสิ่งของเป็นต้น, กุดัง ก็เรียก.
โกตไตน. เสื้อชนิดหนึ่ง เช่น ห่มโกตไตอวดอ้าง. (พยุหยาตรา), กุฏไต ก็ว่า.
โกทัณฑ์น. เกาทัณฑ์. (ป., ส.).
โกน ๑น. ลูก. (ข. กูน).
โกน ๒ก. ขูดผมหรือขนด้วยคมมีด. น. ชื่อวันที่พระสงฆ์ในเมืองไทยปลงผม
ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่า หรือ แรม ๑๔ ค่า ถ้าเป็นเดือนขาดก็เป็น
แรม ๑๓ ค่า เรียกว่า วันโกน, คู่กับ วันพระ; (ปาก)
ชื่อวันก่อนวันพระวันหนึ่งได้แก่วันขึ้น ๗ ค่า ขึ้น ๑๔ ค่า
แรม ๗ ค่า และแรม ๑๔ ค่า ถ้าเป็นเดือนขาดก็แรม ๑๓ ค่า
เรียกว่า วันโกน.
โก่นก. ก่น.
โก๋น(ถิ่น-พายัพ, อีสาน) น. โพรงไม้, รูที่อยู่ตามลําต้นไม้.
ว. เรียกผึ้งที่ทํารังในโพรงไม้ว่า ผึ้งโก๋น.
โกปินำ(โบ; กลอน) น. ผ้าปิดของลับ เช่น แล้วเกี่ยวรัดโกปินํา.
(รามเกียรติ์ ร. ๑). (ป. โกปิน).
โกมล ๑ว. อ่อน, งาม, หวาน, ไพเราะ, เช่น กรรณาคือกลีบกมลโก-
มลกามแกล้งผจง. (สมุทรโฆษ). (ป., ส.).
โกมล ๒น. ดอกบัว เช่น ก็ทัดทานวาริชโกมล.
(ม. คําหลวง มหาราช). (ป. กมล).
โกมุท น. บัวแดง. (ป.).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒