กระแหร่ม[-แหฺร่ม] ก. กระแอม คือ ทําเสียงขึ้นมาจากคอ เช่นเพื่อ
มิให้น้ำมูกลงคอเมื่อเป็นหวัด หรือเพื่อให้หายเสลดติดคอ.
กระแหล่ง[-แหฺล่ง] น. วัตถุคล้ายกระดิ่ง แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน ทําด้วยเหล็ก
ใช้แขวนคอม้า โค กระบือ.
กระโห้น. ชื่อปลาน้ำจืดชนิด Catlocarpio siamensis
ในวงศ์ Cyprinidae หัวโต เกล็ดใหญ่ ลําตัวด้านหลัง
สีเทาดํา หางและครีบสีแดงคล้ำหรือส้ม พบใน
แม่น้ำใหญ่หลายสายของประเทศไทย เคยพบ
ขนาดยาวได้ถึง ๓ เมตร นับเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง
ที่มีขนาดใหญ่มากในจําพวกปลามีเกล็ดด้วยกัน,
กระมัน หรือ หัวมัน ก็เรียก.
กระโหนด[-โหฺนด] น. ตาล เช่น ย่านป่าขายพัดกระโหนดคัน
กลมคันแบนใหญ่น้อย. (อธิบายแผนที่กรุงศรีอยุธยา).
(แผลงมาจาก โตนด).
กระโหม[-โหมฺ] (กลอน) ก. โหม เช่น ศัพท์ส้าวกระโหมโครม. (บุณโณวาท).
กระโหย[-โหยฺ] (กลอน) ก. โหย คือ ร้องไห้, คร่ำครวญ.
กระโหย่ง ๑[-โหฺย่ง] ก. ทําให้สูงขึ้น เช่น กระโหย่งตัว,
ทำสิ่งที่รวมตัวกันให้โปร่งหรือขยายตัวให้หลวมขึ้น
เช่น กระโหย่งฟาง, กระหย่ง หย่ง หรือ โหย่ง ก็ว่า.
กระโหย่ง ๒[-โหฺย่ง] ว. อาการที่เดินหรือวิ่งไม่เต็มเท้า คือ จดแต่ปลายเท้า
เพื่อทําให้ตนสูงขึ้น หรือเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เช่น เดินกระโหย่ง
วิ่งกระโหย่ง, เรียกรอยเท้าที่ไม่เต็ม เห็นแต่ปลายเท้าและส้นเท้าว่า
รอยเท้ากระโหย่ง, อาการที่นั่งเอาปลายเท้าตั้งลงที่พื้น ส้นเท้าทั้ง
๒ รับก้น เรียกว่า นั่งกระโหย่ง, กระหย่ง หย่ง หย่ง ๆ โหย่ง
หรือ โหย่ง ๆ ก็ว่า.
-กระอ่วนใช้เข้าคู่กับคํา กระอัก เป็น กระอักกระอ่วน.
กระอวล(กลอน) ว. อวล, หอมตลบ.
กระอ้อกระแอ้ว. อ้อแอ้, อาการออกเสียงของเด็กที่เริ่มหัดพูด,
อาการที่พูดไม่ชัดอย่างคนเมา.
กระออดกระแอดว. ออดแอด, อาการที่บ่นไม่รู้จักจบ, อาการที่ป่วยอยู่บ่อย ๆ.
กระออบว. มีกลิ่นหอม. (ข. กฺรอูบ).
กระออม ๑ดู โคกกระออม.
กระออม ๒(กลอน) น. ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาชัน รูปคล้ายกระบุง
ไม่มีคอ ใช้ใส่น้ำ เช่น สรงสนานน้ำทิพย์สิบกระออม. (คาวี),
กะออม กัลออม หรือ กะละออม ก็ว่า.
กระอ้อมกระแอ้มว. อ้อมแอ้ม, ไม่ฉะฉาน, ไม่ชัดเจน, ไม่เต็มปาก, (ใช้แก่กริยาพูด).
กระอักก. ทะลักออกมาจากคอ เช่น กระอักเลือด.
กระอักกระอ่วน ว. ป่วน, พิพักพิพ่วน, ลังเลใจ,
ตกลงใจไม่ได้, อักอ่วน ก็ว่า.
กระอักกระไอ ว. อิดเอื้อน, ไม่กล้าพูด,
ทําเสียงไออุบอับอยู่ในคอ, เช่น
พูดจากุกกักกระอักกระไอ (ไกรทอง).
กระอั้วแทงควายน. ชื่อการเล่นชนิดหนึ่งในการสมโภชของหลวง,
บางทีเรียก กระอั้ว ว่า นางอั้ว เช่น นางอั้วเพ่งผัวเอน
ควายเสี่ยว.
กระอ้าน. โรคพืชชนิดหนึ่งเกิดแก่ใบยาสูบ ทําให้ใบเฉาเหี่ยวแห้ง
หรือตายนึ่ง.
กระอาน(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อเต่าน้ำกร่อยชนิด Batagur baska
ในวงศ์ Emydidae สามารถปรับตัวอยู่ในน้ำจืดได้
พบเฉพาะทางภาคใต้, กะอาน ก็เรียก.
กระอิด(กลอน) ว. อิดโรย เช่น อกกระอิดกว่าชื่นแล. (ม. คำหลวง กุมาร).
กระอิดกระเอื้อนก. อิดเอื้อน, ไม่กล้าที่จะพูด, กล่าวไม่เต็มปาก;
แสดงอาการไม่สู้เต็มใจ.
กระอึก(กลอน) ก. อึกทึก, อึง, เช่น ตระคอกคึกกระอึกอึง.
(กลบท ๒; ม. คําหลวง จุลพน).
กระอึกกระอักว. อาการที่พูดไม่ออก ติดกึกกักอยู่ในคอเพราะกลัว
หรือประหม่าเป็นต้น, อึกอัก หรือ อึก ๆ อัก ๆ ก็ว่า.
กระอึด(โบ; กลอน) ก. อึดอัด, สะอึก, เช่น กระอึดอกเซนเซน
ช่วยเหน้า. (กําสรวล).
กระอืดก. ร้องไห้ร่ำไร, ร่ำไห้, เช่น เกรงอาตม์กระอืดโอย. (สรรพสิทธิ์),
จำนองกระอืดโอย ทุกขทรวงละลวงกาม. (อนิรุทธ์).
กระอุ(กลอน) ก. ระอุ; ร้อนรน เช่น กระอุอุระประปราณ.
(สมุทรโฆษ; สรรพสิทธิ์), หนึ่งรัศมีพระสุริยเย็น รัศมีพระจันทร์
เป็น กระอุแลกลับร้อนรน. (อภิไธยโพธิบาทว์), ใช้เป็น กระอุก
หรือ ประอุก ก็มี.
กระอุก(กลอน) ก. ระอุ; ร้อนรน เช่น กระอุกกระลับร้อน,
ใช้เป็น กระอุ หรือ ประอุก ก็มี.
กระเอบ(กลอน) ว. อร่อย, หอมหวาน, เช่น ลิ้มไล้โอชกระเอบหวาน.
(ม. คําหลวง จุลพน).
กระเอา(กลอน) ว. กลมกล่อม.
กระเอิก(กลอน) ว. เอิกเกริก เช่น พลเกรอกกระเออกอึง. (สรรพสิทธิ์).
กระเอิบ(กลอน) ก. เอิบ, อิ่ม, เช่น เถ้ากระเอิบเรอสมออกแล.
(ม. คําหลวง กุมาร).
-กระแอ้ใช้เข้าคู่กับคํา กระอ้อ เป็น กระอ้อกระแอ้.
กระแอก ๑น. เชือกหรือลวดหนังตีเป็นเกลียวหุ้มผ้าแดง
ปลายสายทั้ง ๒ ข้างผูกกับสายสําอางคร่อมอยู่ทาง
ท้ายสันหลังช้าง สำหรับควาญช้างจับเมื่อเวลาคับขัน,
กระแซง หรือ ประแอก ก็เรียก.
กระแอก ๒น. อีกา. (ข. แกฺอก).
-กระแอดใช้เข้าคู่กับคํา กระออด เป็น กระออดกระแอด.
กระแอบดู ตะขาบ ๑. (ข. แกฺอบ).
กระแอม ๑ก. ทําเสียงแอมในคอคล้ายไอ เพื่อให้โปร่งคอ
ให้เสียงหายเครือ เพื่อให้เขารู้ หรือระวัง เป็นต้น,
นิยมใช้เข้าคู่กับคํา กระไอ เป็น กระแอมกระไอ.
กระแอม ๒น. ลายที่ผูกเป็นตัวลอย ๆ ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ขนมเปียกปูนคล้ายลายกระหนกหางโต ใช้สําหรับอุด
หรือปิดช่องไฟระหว่างลายกระหนกเครือวัลย์ เรียกว่า
ลูกกระแอม, ตัวที่บอกให้รู้ว่าได้ทําอะไรแปลกไปจาก
การประดิษฐ์ แสดงเป็นตัวลูกไม้เพิ่มขึ้น เรียกว่า ตัวกระแอม.
-กระแอ้มใช้เข้าคู่กับคํา กระอ้อม เป็น กระอ้อมกระแอ้ม.
กระไอ ๑น. กลิ่น (ใช้เฉพาะกลิ่นของสิ่งที่จวนจะบูด)
เช่น แกงมีกระไอจวนจะบูดแล้ว, สะไอ ก็ว่า.
ว. มีกลิ่นเหม็นแสดงว่าจวนจะบูด เช่น
ข้าวเหม็นกระไอ, สะไอ ก็ว่า.
กระไอ ๒ก. ไอ, ใช้เข้าคู่กับคํา กระอัก หรือ กระแอม เป็น
กระอักกระไอ กระแอมกระไอ หรือ กระไอกระแอม.
กระไอกระแอม ก. ทําเสียงไอเสียงแอม เช่น ถ้ามันจะ
เกริ่นกรายกระไอกระแอมแอบเข้ามา. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
กรัก[กฺรัก] น. แก่นขนุนใช้ย้อมผ้า; (โบ) โรงกรัก คือ โรงที่ต้มกรักในวัด.
(ตะเลง ว่า แก่นไม้; ข. กราก่ ว่า แก่นขนุน).
กรักขี[กฺรัก-] ดู สักขี ๒.
กรัง ๑[กฺรัง] ก. แห้ง เช่น เสบียงกรัง, แห้งติดแน่นอยู่ เช่น ขี้มูกขี้ตากรัง.
กรัง ๒[กฺรัง] น. เนิน เช่น กึกก้องไพรกรัง. (อนิรุทธ์), อเนกทั่วไพรกรัง.
(ดุษฎีสังเวย).
กรัชกาย[กะรัดชะ-, กะหฺรัดชะ-, กฺรัดชะ-] (แบบ) น. ร่างกาย
เช่น เจ้างามยามประจงจัดกรัชกาย. (กลบทบัวบานกลีบขยาย).
[ป. ก (น้ำ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีในน้ำ
(น้ำ หมายถึง น้ำกาม น้ำอสุจิ, ธุลีในน้ำ คือ ตัวสเปิร์มที่อยู่
ในน้ำอสุจิ), ก (สรีระ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีในสรีระ,
กายอันบังเกิดด้วยดีด้วยธุลีเป็นไปในสรีระ (บาฬีลิปิกรม),
ก (กุจฺฉิต = น่ารังเกียจ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีที่
น่ารังเกียจ, กร (การกระทำ) + ช (เกิด) + กาย = กายที่เกิดด้วยสันถวะ
(ความเชยชิด) อันมารดาบิดากระทำแล้ว].
กรัณฑ-, กรัณฑ์[กะรันทะ-, กะรัน] (แบบ) น. ตลับ, หีบ, หม้อ, เช่น
รัตนกรัณฑ์ = ตลับเพชร. (สังโยคพิธาน), กรัณฑรัตน. (ยวนพ่าย),
กรัณฑขลังขังน้าทิพมุรธา ภิเษกท่าน. (ราชาภิเษก ร. ๗).
(ดู กรณฑ์ ๑).
กรัณฑก ดู กรณฑ์ ๑.
กรัณย์[กะรัน] น. กิจ. ว. อันพึงทํา เช่น ราชกรัณย์. (ป. กรณีย).
กรัน ๑[กฺรัน] ว. เล็ก, แคระ, เช่น กรวดกรันขราราย. (สุธน).
กรัน ๒[กฺรัน] น. ชื่อกล้วยพันธุ์หนึ่งของชนิด Musa sapientum L.
ผลสั้นป้อม มีเมล็ดมาก, กล้วยเต่า ก็เรียก.
กรับ ๑[กฺรับ] น. ไม้สําหรับตีให้อาณัติสัญญาณหรือขยับเป็นจังหวะ
ทำด้วยไม้ไผ่ซีกหรือไม้แก่น ๒ อัน รูปร่างแบนยาวประมาณ
๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๓-๔ เซนติเมตร หนาประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร
เมื่อตีหรือขยับให้ไม้ทั้ง ๒ อันนั้นกระทบกันจะได้ยินเสียงเป็น
``กรับ ๆ'' เช่น รัวกรับ ขยับกรับ.
กรับขยับ น. กรับเสภา.
กรับคู่ น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้ไผ่ซีกหรือไม้แก่นเป็นคู่
สำหรับตีเป็นจังหวะในการฟ้อนรำขับร้อง.
กรับพวง น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้แผ่นบาง ๆ หรือ
แผ่นทองเหลืองหรือแผ่นงาช้างหลาย ๆ อัน และมีไม้แก่น
หรืองาประกับ ๒ ข้างอย่างด้ามพัด ตอนหัวข้างหนึ่งเจาะรู
ร้อยเชือก เวลาตีใช้มือข้างหนึ่งจับตรงหัวทางเชือกร้อย
แล้วฟาดข้างหนึ่งลงบนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง สำหรับตีเป็น
จังหวะประกอบการฟ้อนรำและขับร้อง หรือใช้ตีรัวเป็น
อาณัติสัญญาณ.
กรับเสภา น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้แก่นเช่นไม้ชิงชัน
เป็นรูปสี่เหลี่ยม ยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร หนาประมาณ
๕ เซนติเมตร ลบเหลี่ยมเล็กน้อยเพื่อมิให้บาดมือและให้
สามารถกลิ้งตัวกระทบกันได้สะดวก ใช้ประกอบในการขับเสภา
โดยผู้ขับเสภาจะต้องใช้กรับ ๒ คู่ ถือไว้ข้างละคู่ ขณะที่ขับ
เสภาก็ขยับกรับแต่ละคู่ให้กระทบกันเข้าจังหวะกับเสียงขับ,
กรับขยับ ก็เรียก.
กรับ ๒[กฺรับ] (โบ) ก. แห้งติดอยู่เหมือนกาวติดชาม ว่า กรับแห้ง. (ปรัดเล).
กรัม[กฺรํา] น. หน่วยมาตราชั่งน้ำหนัก ตามมาตราเมตริก
มีอัตรา = ๑๐๐ เซนติกรัม หรือ ๑ ใน ๑,๐๐๐ แห่งกิโลกรัม,
ตามมาตราประเพณี อัตรา ๖๐๐ กรัม = ๑ ชั่งหลวง, อักษรย่อว่า ก.
(ฝ. gramme).
กราก[กฺราก] ก. ตรงเข้าไปโดยเร็ว เช่น กรากเข้าไป. ว. รวดเร็ว
เช่น น้ำไหลเชี่ยวกราก; เรียกสิ่งที่หุงหรือนึ่งสวยมากเกินไปว่า
สวยกราก เช่น ข้าวสวยกราก ถั่วสวยกราก, แข็งอย่างผ้าลาย
ที่ยังไม่ได้ซักหรือผ้าที่ลงแป้งจนแข็ง; เสียงอย่างเสียงลากกิ่งไม้.
กราง ๑[กฺราง] ก. ถูไปถูมาด้วยบุ้ง ตะไบ หรือหนังกระเบน.
กราง ๒[กฺราง] (โบ; กลอน) ว. เสียงอย่างเสียงใบตาลแห้งที่ถูกลมพัด
กระทบกัน เช่น ด่งงไม้รงงรจิตร อันอยู่ชชิดทางเทา
ร่มเย็นเอาใจโลกย์ ลําโล้โบกใบกราง. (ม. คําหลวง ชูชก).
กรางเกรียง ว. เสียงอย่างเดียวกับกราง เช่น
ก้องกงรถก้องกรางเกรียง. (พากย์; สุธน).
กร่าง[กฺร่าง] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ชนิด Ficus altissima
Blume ในวงศ์ Moraceae เปลือกเรียบสีเทา ใบกว้างหนารูปไข่
ปลายมน ไม่มีขน ผลกลม เมื่อสุกสีส้มออกแดง, ลุง ฮ่างหลวง
หรือ ไทรทอง ก็เรียก. (ปาก) ว. อาการที่ทำท่าทางหรือพูดจาวางโต
เช่น เขาชอบทำกร่างอยู่เรื่อย.
กราด ๑[กฺราด] น. ไม้กวาดที่ทําเป็นซี่ยาว ๆ ห่าง ๆ มีด้ามยาวสําหรับ
ใช้กวาดที่ลานวัดเป็นต้น. (ข. จฺราศ). ก. กวาดด้วยกราด.
กราด ๒[กฺราด] น. เครื่องขูดไคลม้าทําด้วยเหล็ก มีฟันคล้ายกระต่าย
ขูดมะพร้าว; เครื่องจีมไม้ให้แน่น.
กราด ๓[กฺราด] น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้ประกอบกับเรือ,
บางถิ่นเรียกว่า กรีด หรือ เรือกรีด, เวลาจับสัตว์น้ำใช้แจวไปตาม
ฝั่งคลองหรือแม่น้ำ โดยให้ไม้สําหรับกรีดนั้นระไปในน้ำ.
กราด ๔[กฺราด] น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Dipterocarpus intricatus Dyer
ในวงศ์ Dipterocarpaceae ขึ้นในป่าเต็งรัง ต้นมียางเหนียว เจาะ
เอาน้ำมันยางได้, ยางกราด เหียงกราด ตะแบง หรือ สะแบง ก็เรียก.
กราด ๕[กฺราด] ก. กวดให้แน่น เช่น กราดลิ่ม, กวดให้อยู่ในบังคับ เช่น
กราดควาย กราดเด็ก; พ่นน้ำนกและไก่แล้วเอาออกผึ่งแดด;
ตากอยู่กลางแดดกลางลม. ว. ซัดส่ายไปโดยไม่เจาะจง เช่น
ยิงกราด, สาดไป เช่น ด่ากราด.
กราดเกรี้ยว ก. แสดงกิริยาท่าทางพร้อมทั้งดุด่าว่ากล่าวเป็นต้น
อย่างรุนแรงด้วยความโกรธ, เกรี้ยวกราด ก็ใช้.
กราด ๖[กฺราด] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เล็ก, แคระ, แกร็น.
-กราดใช้เข้าคู่กับคํา กรีด เป็น กรีดกราด.
กราดวง[กฺรา-] น. ลูกมะพร้าวทุยที่ตัดครึ่งท่อน สําหรับถูพื้นบ้าน
หรือหวีด้ายทอหูก, เสียงที่พูดกันเป็นกระดวง.
กราน ๑[กฺราน] (โบ) น. ไฟ เช่น เชิงกราน, ธุมาก็ปรากฏแก่กราน. (กฤษณา).
กราน ๒[กฺราน] ใช้เข้าคู่กับคําอื่น หมายความว่า ทอดตัว หรือ ล้มตัวลงราบ
เช่น ก้มกราน หมอบกราน, หมายความว่า ค้ำ, ยัน, เช่น ยันกราน
ยืนกราน, ในบทกลอนใช้โดยลําพังก็มี เช่น ก็กรานในกลางรณภู.
(สมุทรโฆษ), พระรามตัดตีนสินมือเสีย กรานคอไปไว้ที่นอกเมือง.
(มโนห์รา), โบราณเขียนเป็น กราล ก็มี.
กรานกฐิน [-กะถิน] ก. ขึงไม้สะดึง คือ เอาผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรเข้าขึง
ที่ไม้สะดึง เย็บเสร็จแล้วบอกแก่ภิกษุทั้งหลายผู้ร่วมใจกันยกผ้า
ให้ในนามของสงฆ์เพื่ออนุโมทนา, ภิกษุผู้เย็บจีวรเช่นนั้น เรียกว่า
ผู้กราน, พิธีทําบัดนี้ คือ สงฆ์ยกผ้าอันไม่พอแจกกันให้ภิกษุรูปหนึ่ง
ภิกษุรูปนั้นทําตั้งแต่ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อม เสร็จในวันนั้น ทํา
พินทุกัปปะอธิษฐานเป็นจีวรครอง เป็นจีวรกฐิน เรียกว่ากรานกฐิน.
(อุปสมบทวิธี). (ดู กฐิน). (ข. กราล ว่า ปู, ลาด).
กร้าน[กฺร้าน] ว. มีผิวด้าน, มีผิวไม่สดใส; กระด้าง, แข็ง, หยาบ.
กราบ ๑[กฺราบ] น. ไม้เสริมแคมเรือให้สูงขึ้น, ส่วนของเรือตอนที่มีไม้เสริม,
ไม้กระดานที่ติดตรงแคมเรือไปตามแนวนอนสําหรับเดิน,
เรียกส่วนด้านข้างของเรือรบว่า กราบ.
กราบ ๒[กฺราบ] ก. แสดงความเคารพด้วยวิธีนั่งประนมมือขึ้นเสมอหน้าผาก
แล้วน้อมศีรษะลงจดพื้น, ถ้าหมอบแล้วน้อมศีรษะลงจดมือที่
ประนมอยู่กับพื้น เรียกว่า หมอบกราบ, ประนมมือเสมอหน้าผาก
แล้วน้อมศีรษะลงจดมือที่วางอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ก็อนุโลมถือว่าเป็น
กราบ เช่น กราบลงบนตัก, เรียกกราบไหว้ด้วยตั้งอวัยวะทั้ง ๕
ลงกับพื้น คือ กราบเอาเข่าทั้ง ๒ จดพื้น ฝ่ามือทั้ง ๒ วางราบ
ติดพื้น และหน้าผากจดพื้นว่า กราบโดยเบญจางคประดิษฐ์
เป็นอาการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด, โดยปริยายใช้เป็น
คําแสดงอาการเคารพเหมือนอย่างกราบ เช่น กราบทูล กราบเรียน.
กราบพระ (โบ) น. ผ้ากราบ.
กราบ ๓[กฺราบ] (โบ) ก. นอน เช่น เถ้าก็กราบกรนอึงอยู่นั้น.
(ม. คําหลวง กุมาร).
กราบ ๔[กฺราบ] (โบ) ว. ตราบ เช่น กราบเท่ากัลปาวสาน. (พงศ. อยุธยา).
กราฟน. แผนภูมิที่ใช้เส้น จุด หรือภาพเป็นต้น เพื่อแสดงความ
เปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรตัวหนึ่งเทียบกับความเปลี่ยนแปลง
ค่าของตัวแปรตัวอื่น; (คณิต) เซตของจุดที่เรียงกันอย่างมีระเบียบ
ตามที่กําหนดขึ้นด้วยสมการหรืออสมการ. (อ. graph).
กราม[กฺราม] น. ฟันที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร.
กรามช้าง ๑ น. ตําราแพทย์แผนโบราณว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง
ขึ้นที่แถวกราม มีอาการเป็นเนื้อร้ายงอกขึ้นที่ต่อมแถวก้านคาง
ทําให้ขากรรไตรพองโตใหญ่ออกมา เรียกว่า มะเร็งกรามช้าง.
กรามช้าง ๒น. ชื่อกล้วยชนิดหนึ่ง เรียกว่า กล้วยกรามช้าง. (ตําราปลูกไม้ผล).
กรามพลู[กฺรามพฺลู] (โบ) น. กานพลู เช่น แห้วหมูพิชกรามพลูก็มี.
(ม. คําหลวง มหาพน). (เทียบทมิฬ กฺรามปู).
กราย ๑[กฺราย] น. ชื่อปลาน้ำจืดชนิด Notopterus chitala
ในวงศ์ Notopteridae หัวและลําตัวแบนข้างมาก สันหัวแอ่นลง
ท้องเป็นสันคม ครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบก้นยาวต่อเนื่องกับครีบหาง
ซึ่งเล็กและมีขอบกลม บริเวณเหนือครีบก้นมีจุดสีดํา ๕-๑๐ จุด เรียง
เป็นแถวตามยาว ขนาดยาวได้ถึง ๑ เมตร, ตองกราย หรือ หางแพน
ก็เรียก.
กราย ๒[กฺราย] น. โรคซางจรชนิดหนึ่ง มีอาการตัวร้อน
ลงราก กระหายน้ำ. (แพทย์).
กราย ๓[กฺราย] ก. เคลื่อนไหวอย่างมีท่าทาง, เดินอย่างมีท่าที,
เช่น ห่มเสื้อกรายดาบง่า. (ลอ), ลอยชายกรายแขนเข้าในห้อง.
(คาวี); เดินเฉียดเข้าไปใกล้ ๆ, เดินเฉียดใกล้เข้าไปอย่างไม่มีคารวะ,
เช่น เดินกรายศีรษะ, ใช้เข้าคู่กับคํา กรีด กรุย และ กล้ำ เป็น
กรีดกราย กรุยกราย และ กล้ำกราย.
กราย ๔[กฺราย] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Xylopia malayana
Hook.f. et Thomson ในวงศ์ Annonaceae เนื้อไม้ผ่าง่าย
ใช้ทําฟืนและกระเบื้องไม้มุงหลังคา.
กร่าย[กฺร่าย] น. ผ้าคาดที่ถักเป็นตาข่าย เช่น คาดกร่ายชายทองวาง
ร่วงรุ้ง. (กาพย์ห่อโคลง).
กราล[กฺราน] (โบ) ดู กราน ๒.
กราว ๑[กฺราว] (โบ; คําเดียวกับ จราว) น. ตะพาบน้า เช่น
ตัวกราวมีกริวพ่นชลสินธุ์. (ดู ตะพาบ, ตะพาบน้า).
กราว ๒[กฺราว] ว. เสียงดังคล้ายเช่นนั้น เช่น เสียงของแข็งจํานวนมาก ๆ
ร่วงลงกระทบพื้นหรือหลังคาพร้อม ๆ กัน หรือเสียงที่คน
จํานวนมากตบมือพร้อม ๆ กัน.
กราว ๓[กฺราว] น. ชื่อเพลงหน้าพาทย์ ใช้ในเวลายกทัพหรือแสดงอาการร่าเริง,
ครั้นมีเพลงกราวอื่น ๆ ด้วย เพลงนี้เรียกว่า กราวใน, ต่อนี้ทําบทเชิด,
ถ้ามีการพากย์ เช่น พากย์รถก่อนยกทัพออก ทําเพลงกราวในหยุด
หมายความว่าสุดเจรจาแล้วใช้กราวในพอหยุดป้องหน้าแล้วจึงพากย์,
สําหรับบทของมนุษย์ ลิง หรือเทวดา เปลี่ยนเป็น กราวนอก
ใช้เป็นเพลงประจํากัณฑ์มหาราชในเวลามีเทศน์มหาชาติ
และเรียกว่า กราวเขน ก็ได้ เพราะเมื่อยกกองทัพ พวกเขนออกก่อน,
ถ้าเกี่ยวกับการรําเยาะเย้ยใช้เพลง กราวรำ, อาณัติสัญญาณลาโรง
ก็ใช้เพลงนี้, เมื่อประสมลูกฆ้องมอญเป็น กราวรำมอญ,
นอกนี้ถ้าประสมลูกฆ้องใน ๑๒ ภาษา ก็มีชื่อตามภาษานั้น ๆ
คือ กราวกระแซ เจือไปข้างเพลงลาว ๆ, กราวเขมร มีเนื้อร้อง
เป็นเพลงเขมร, กราวจีน ทําในเวลาเข้าเฝ้าหรือเดินเล่นหรือ
เล่นสนุกกัน ทํานองเป็นเพลงจีน ๒ ชั้น.
กร้าว[กฺร้าว] ว. แข็งกระด้าง, แข็งมากหรือแข็งเกินพอดี
ซึ่งอาจแตกบิ่นได้ง่าย, ไม่นุ่มนวล.
กราวด่างดู ม่านลาย.
กราวรูด[กฺราว-] (ปาก) ว. ตลอดหมด, ไม่เว้น, เช่น จับกราวรูด.
กราสิก[กฺรา-] (โบ; กลอน) น. ผ้าด้ายแกมไหม เช่น พัสตรากราสิกศรี.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป. กาสิก; ส. กาศิก).
กรำ[กฺรํา] ว. ตรํา, ฝ่า, ทนลําบาก, เช่น กรําแดด กรําฝน,
เคี่ยวเข็ญเย็นค่ากรําไป. (พระราชนิพนธ์ ร. ๖).
กร่ำ ๑[กฺร่ำ] น. ที่ล่อปลาให้เข้าไปอยู่ ใช้ไม้ปักตามชายฝั่งลําแม่น้ำ
เป็นรูปกลมบ้าง รีบ้าง ภายในสุมด้วยกิ่งไม้เพื่อล่อให้ปลาเข้าอาศัย
เมื่อเวลาจะจับก็เอาเฝือกหรืออวนล้อม แล้วเอาไม้ที่สุมนั้นออก,
เขียนเป็น กล่ำ ก็มี.
กร่ำ ๒[กฺร่ำ] ก. เอาพร้าหวดตัดตอหญ้าที่เหลืออยู่ให้เตียน.
กร่ำ ๓[กฺร่ำ] (โบ) น. ไม้ปักที่หมายร่องน้ำที่ทะเล. (ปรัดเล).
กร่ำ ๔[กฺร่ำ] (ปาก) ว. ใช้ประกอบกับอาการเมา เช่น เมาเหล้า
ว่า เมากร่ำ หมายความว่า เมาเรื่อยไป.
กร่ำกรุ่น[กฺร่ำกฺรุ่น] ว. สีมัว ๆ ไม่ชัด เช่น สีกร่ำกรุ่นเป็นอย่างไรฉันไม่เคย.
กริก, กริ๊ก[กฺริก, กฺริ๊ก] ว. เสียงของแข็ง เช่น แก้ว โลหะ กระทบกัน.
กริกกริว[กฺริกกฺริว] ว. ขี้ริ้ว, เลว, เช่น โฉมใช่โฉมคนค้า
หน้าใช่หน้ากริกกริว. (ลอ).
กริกกรี[กฺริกกฺรี] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. มีทีท่าเจ้าชู้.
กริ่ง ๑[กฺริ่ง] น. เครื่องบอกสัญญาณมีเสียงดังเช่นนั้น;
เรียกพระเครื่องที่ทําด้วยโลหะ ข้างในกลวง มีก้อนโลหะ
คลอนเขย่าดังกริ่ง ๆ ว่า พระกริ่ง.
กริ่ง ๒[กฺริ่ง] ก. นึกแคลง, นึกระแวง, นึกสงสัย.
กริ่งเกรง ก. ระแวงกลัวไป.
กริ่งใจ ก. นึกแคลงใจ.
กริ๊ง[กฺริ๊ง] ว. เสียงแหลมเบาอย่างเสียงของแข็งเช่นแท่งโลหะกระทบกัน.
กริงกริว[กฺริงกฺริว] ว. เล็ก เช่น มนุษย์น้อยกริงกริวผิวเนื้อเหลือง.
กริ้งกริ้ว[กฺริ้งกฺริ้ว] (ถิ่น - ปักษ์ใต้) ว. เล็ก, ผอม,
เช่น รูปร่างกริ้งกริ้ว คือ รูปร่างเล็ก.
กริช[กฺริด] น. อาวุธชนิดหนึ่ง คล้ายมีด ๒ คม ปลายแหลม
ใบมีดตรงก็มีคดก็มี เป็นของชาวมลายู.
กริณี, กรินี[กะ-] (แบบ) น. ช้างพัง, ใช้ว่า กิริณี หรือ กิรินี ก็มี.
(ส. กริณี; ป. กรินี).
กริตย-[กฺริดตะยะ-] (โบ; กลอน) ก. ทํา เช่น พระบาทสญไชยก็ชําระ
กริตยภิษิตสรรพางค์. (ม. คําหลวง มหาราช). (ส. กฺฤตฺย).
กริน[กะ-] (แบบ) น. ช้าง, ช้างพลาย, เช่น กรินไกรอาสนอัศวาชี.
(ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ส.).
กรินทร์ น. พญาช้าง, ช้างที่ควรยกย่อง, เช่น เบื้องนั้นบรรลุ
ผู้เผือกกรินทร์ หนึ่งฤๅ. (ลิลิตพยุหยาตรา), ใช้เป็น กเรนทร์ ก็มี.
(ส. กรินฺ + อินฺทฺร = กรินทร์ = ช้างใหญ่, ช้างศึก, ช้างพระอินทร์).
กรินทร์ดู กริน.
กรินี[กะ-] ดู กริณี.
กริบ[กฺริบ] ก. ขริบ, ตัดให้พลันขาดด้วยกรรไกรโดยไม่มีเสียงหรือ
มีเสียงเช่นนั้น เช่น กริบผม กริบชายผ้า, ตัดขาดโดยฉับไวและ
แนบเนียนด้วยความคม. ว. มาก เช่น คมกริบ;โดยปริยาย
หมายความว่า เงียบไม่มีเสียงดัง เช่น เงียบกริบ ย่องกริบ.
กริม[กฺริม] น. ชื่อปลาน้ำจืดขนาดเล็กในสกุล Trichopsis
วงศ์ Anabantidae พบทั่วไป รูปร่างคล้ายปลากัด
ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่หัวแหลมกว่า และสีไม่สดสวย
มักมีแถบสีเข้มพาดตลอดข้างตัว ๒-๓ แถบ ที่พบมากได้แก่
กริมข้างลาย (T. vittatus), กัดป่า ก็เรียก.
กริ่ม[กฺริ่ม] ก. กระหยิ่ม, ครึ้มใจ, อิ่มใจ.
ว. อาการที่เมาเหล้าอย่างใจดี เรียกว่า เมากริ่ม.
กริยา[กฺริยา, กะริยา] (ไว) น. คําที่แสดงอาการของนามหรือสรรพนาม.
(ส. กฺริยา; ป. กิริยา).
กริยานุเคราะห์ (ไว) น. กริยาที่ใช้ช่วยกริยาอื่น
เช่น คง จะ ถูก น่า, กริยาช่วย ก็ว่า.
กริยาวิเศษณ์ (ไว) น. คําวิเศษณ์ใช้ประกอบคํากริยา
หรือคําวิเศษณ์ด้วยกันให้มีความแปลกออกไป.
กริยาวิเศษณ์วลี (ไว) น. ท่อนความที่มีคํากริยาวิเศษณ์
ที่พ่วงบุรพบทเข้าขยายกริยา เช่น ม้าวิ่งไปข้างโน้น
ความที่ขีดสัญประกาศนั้นเป็นกริยาวิเศษณ์วลี.
กริยาวิเศษณานุประโยค [-วิเสสะนานุปฺระโหฺยก] (ไว)
น. อนุประโยคที่ประกอบกริยาหรือวิเศษณ์ในสังกรประโยค,
ประโยควิเศษณ์ ก็ว่า.
กริว ๑[กฺริว] น. เต่า เช่น เขียนกริวขึ้นขี่ที่ต้นคอ. (ขุนช้างขุนแผน),
จริว หรือ ตริว ก็ว่า. (ดู ตะพาบ, ตะพาบน้ำ).
กริวลาย ดู ม่านลาย.
กริว ๒[กฺริว] ว. เกรียว เช่น บางหมู่ก็กริวเกริ่น. (ม. ฉันท์ มหาพน).
กริวกราว ว. เสียงโห่, เสียงเอ็ดอึงพร้อมกันหลาย ๆ เสียง,
เช่น บ้างโบกธงธุชพรายพราวโลดเต้นกริวกราว.
กริ้ว[กฺริ้ว] (ราชา) ก. โกรธ, เคือง, ในบทกลอนโบราณใช้ในที่สามัญก็มี
เช่น ฝูงมหาชนท้งงหลายกริ้วโกรธ. (ม. คําหลวง ชูชก).
กรี ๑[กะรี] (แบบ) น. ช้าง เช่น ถัดนั้นพลนิกรพวกกรี.
(ม. คําหลวง มหาราช).
กรี ๒[กฺรี] (กลอน) ย่อมาจาก กรีธา เช่น
ให้เรานี้กรีพลออกเดินไพร. (อิเหนา).
กรี ๓[กฺรี] น. โครงแข็งแหลมที่หัวกุ้ง.
กรีฑา[กฺรีทา] น. กีฬาประเภทหนึ่ง แบ่งออกเป็นประเภทลู่
และประเภทลาน; การเล่นสนุก เช่น กรีฑาร่าเริงรื่น;
การเล่นสมพาส เช่น ในกามกรีฑากล. (กฤษณา);
การประลองยุทธ์. (ส.).
กรีฑากร ก. ทํากรีฑา เช่น ปางกรีฑากร อนงค์ในแท่นทอง.
(สมุทรโฆษ).
กรีฑาภิรมย์ ว. น่ารื่นรมย์ยิ่งในกรีฑา, (โบ) ใช้ว่า กรีธา ก็มี
เช่น แห่งอรอาตมชายา อันกรีธาภิรมย์. (ม. คําหลวง ทศพร).
กรีฑารมย์ ว. เป็นที่ยินดีในกรีฑา เช่น สองท้าวเสมอกัน
และควรที่กรีฑารมย์. (สมุทรโฆษ).
กรีฑาสถาน น. สถานที่เล่นกีฬา.
กรีด ๑[กฺรีด] (ถิ่น) น. เครื่องจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง. (ดู กราด ๓).
กรีด ๒[กฺรีด] ก. มีท่วงท่าที่มีลีลางดงามอย่างละครรำ.
กรีดกราย ว. เยื้องกราย, เดินทอดแขน, มีท่าทางหยิบหย่ง,
ทำอะไรไม่เต็มกำลัง.
กรีดน้ำตา ว. เช็ดน้ำตาด้วยนิ้วอย่างละครรำ, โดยปริยาย
เป็นคำแสดงความหมั่นไส้ว่าแสร้งร้องไห้ทำให้ดูน่าสงสาร
เช่น เรื่องแค่นี้มานั่งกรีดน้ำตาอยู่ได้.
กรีดนิ้ว ก. กรายนิ้ว, ใช้นิ้วมือหยิบอย่างมีท่าทีหยิบหย่ง.
กรีดเล็บ ก. อาการที่ใช้เล็บเก็บสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีท่างาม
เช่น กรีดเล็บเก็บพวงสุมาลี นารีขับเพลงวังเวงใจ. (เงาะป่า).
กรีด ๓[กฺรีด] ก. ขีดให้เป็นรอยหรือให้ขาด เช่น เอากากเพชรกรีดกระจก
เอามีดกรีดใบตองเย็บกระทง; ระไป, ครูดไป, เช่น เอาหลังเล็บ
กรีดลูกทุเรียนเพื่อให้รู้ว่ากินได้หรือยัง; เอาคมมีดสะบัดบนของ
แข็งเพื่อให้คม เช่น เอามีดกรีดหินเพื่อให้คม กรีดมีดบนปากชาม.
กรีดไพ่ ก. สับไพ่ป๊อกโดยวิธีแยกไพ่ออกเป็น ๒ ส่วน
ใช้มือแต่ละข้างจับไพ่แต่ละส่วนไว้ แล้วใช้ที่หัวแม่มือระไพ่
แต่ละใบให้ล้มทับสลับกันจนหมดแล้วผลักรวมเข้าด้วยกัน.
กรีด ๔[กฺรีด] ว. อาการที่ร้องเสียงแหลม. ก. ร้องเสียงแหลม
เช่น กรีดร้อง กรีดเสียง.
กรีดกราด [-กฺราด] ว. อาการที่ร้องอุทานเพื่อเรียกร้อง
ความสนใจเป็นต้น.
กรี๊ดว. อาการที่เปล่งเสียงร้องดังเช่นนั้นด้วยความตกใจหรือโกรธเป็นต้น.
กรี๊ดกร๊าด ว. อาการที่เปล่งเสียงร้องอุทานแสดงความพอใจเป็นต้น.
กรีธา[กฺรีทา] ก. เคลื่อน, ยก, เดินทางเป็นหมู่เป็นกระบวน,
(ใช้ในการยกทัพ).
กรีธาทัพ ก. ยกกระบวนทัพ, เดินกองทัพ.
กรีธาพล ก. รวมพลเข้าเป็นกระบวน.
กรีษ[กะหฺรีด] (แบบ) น. คูถ, อุจจาระ, ขี้. (ส.; ป. กรีส).
กรีส[กะหฺรีด] น. อาหารเก่า, คูถ, อุจจาระ, ขี้, เช่น หนึ่งน้ำมูตรกรีส
ฤๅเกียจฤๅกีด คำคนติฉิน. (สรรพสิทธิ์). (ป.; ส. กรีษ);
(แบบ) มาตราวัดความยาวเท่ากับ ๑ เส้น ๑๑ วา ๑ ศอก
หรือ ๑๒๕ ศอก, ความจุเท่ากับ ๔ อัมพณะ คือ ประมาณ
๔๔ ทะนาน. (ลิปิ). (ป. กรีส; ส. กรฺษ).
กรึกถอง[กรึกฺถองฺ] (โบ) ว. มากมาย, ตรึกถอง ก็ใช้.
กรึง[กฺรึง] (โบ) ก. ตรึง, ปักแน่น, ทําให้อยู่กับที่,
เช่น ต้องศรพรหมาสตร์ฤทธิรณ กรึงแน่นทรวงบน
ตลอดจนยอดปฤษฎางค์. (พากย์).
กรึ๊บ[กฺรึ๊บ] ว. เสียงเกิดจากการกลืนของเหลวเช่นเหล้าอย่างรวดเร็ว,
ลักษณนามเรียกการดื่มเหล้าอึกหนึ่ง ๆ ด้วยอาการอย่างนั้น
เช่น ดื่มเหล้ากรึ๊บหนึ่ง ดื่มเหล้า ๒ กรึ๊บ. (ปาก) ก. ดื่ม
(มักใช้แก่เหล้า).
กรึ่ม[กฺรึ่ม] ว. อาการที่เมาเหล้าตลอดทั้งวัน เรียกว่า เมากรึ่ม.
กรุ ๑[กฺรุ] น. ห้องที่ทําไว้ใต้ดิน ใต้พระเจดีย์ เป็นต้น
สำหรับเก็บพระพุทธรูปและสิ่งอื่น ๆ,โดยปริยาย
หมายถึงกระทรวง ทบวง กรม ที่ข้าราชการใน
สังกัดถูกเรียกตัวเข้ามาอยู่ประจำโดยมิได้มี
ตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ เพื่อเป็นการลงโทษหรือ
ก่อนเกษียณอายุราชการ ในความว่า เรียกเก็บเข้ากรุ.
กรุ ๒[กฺรุ] ก. ปิดกันช่องโหว่หรือที่ว่าง เช่น กรุฝา, รองไว้ข้างล่าง
เช่น กรุก้นชะลอม, ปิดกั้น เช่น กรุบ่อ, กรองกรุฉลุกรเม็ด
ช่อช้อย. (เพชรมงกุฎ). น. เรียกบ่อซึ่งมีสิ่งรองไว้ที่ก้นว่า
บ่อกรุ หรือ กรุ.
กรุก[กฺรุก] ก. ขลุก, ขลุกขลุ่ย, ง่วนอยู่, เช่น พรรษาหนึ่งสองพรรษาไม่ผาสุก
เข้าบ้านกรุกเลยลาสิกขาบท. (นิ. เดือน). ว. เสียงดังกุก เช่น
ได้ยินเสียงกรุกลุกขึ้นมอง. (คาวี).
กรุกกรัก ก. ขลุกขลัก เช่น กรุกกรักประดักประเดิดเปิดฝาลุ้ง. (คาวี).
ว. เสียงดังกุกกัก เช่น ได้ยินเสียงกรุกกรักก็ทักถาม. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
กรุกกรู๊ว. เสียงนกเขาขันคู, จุ๊กกรู๊ ก็ว่า.
กรุง[กฺรุง] น. เมืองหลวง, เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งรัฐบาลกลาง,
แต่ก่อนหมายถึงประเทศก็ได้ เช่น กรุงสยาม กรุงจีน;
(โบ) กษัตริย์ เช่น จึ่งกรุงสุทโธทนเห็นอัศจรรย์ก็ทูลพลันด่งงนี้ฯ.
(ม. คำหลวง ทศพร).
กรุ้งกริ่ง[กฺรุ้งกฺริ่ง] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้, กรุ้มกริ่ม ก็ว่า.
กรุงเขมาหมายถึงกระทรวง ทบวง กรม ที่ข้าราชการใน
สังกัดถูกเรียกตัวเข้ามาอยู่ประจำโดยมิได้มี
ตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ เพื่อเป็นการลงโทษหรือ
ก่อนเกษียณอายุราชการ ในความว่า เรียกเก็บเข้ากรุ.
[กฺรุ] ก. ปิดกันช่องโหว่หรือที่ว่าง เช่น กรุฝา, รองไว้ข้างล่าง
เช่น กรุก้นชะลอม, ปิดกั้น เช่น กรุบ่อ, กรองกรุฉลุกรเม็ด
ช่อช้อย. (เพชรมงกุฎ). น. เรียกบ่อซึ่งมีสิ่งรองไว้ที่ก้นว่า
บ่อกรุ หรือ กรุ.
[กฺรุก] ก. ขลุก, ขลุกขลุ่ย, ง่วนอยู่, เช่น พรรษาหนึ่งสองพรรษาไม่ผาสุก
เข้าบ้านกรุกเลยลาสิกขาบท. (นิ. เดือน). ว. เสียงดังกุก เช่น
ได้ยินเสียงกรุกลุกขึ้นมอง. (คาวี).
กรุกกรัก ก. ขลุกขลัก เช่น กรุกกรักประดักประเดิดเปิดฝาลุ้ง. (คาวี).
ว. เสียงดังกุกกัก เช่น ได้ยินเสียงกรุกกรักก็ทักถาม. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
ว. เสียงนกเขาขันคู, จุ๊กกรู๊ ก็ว่า.
[กฺรุง] น. เมืองหลวง, เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งรัฐบาลกลาง,
แต่ก่อนหมายถึงประเทศก็ได้ เช่น กรุงสยาม กรุงจีน;
(โบ) กษัตริย์ เช่น จึ่งกรุงสุทโธทนเห็นอัศจรรย์ก็ทูลพลันด่งงนี้ฯ.
(ม. คำหลวง ทศพร).
[กฺรุ้งกฺริ่ง] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้, กรุ้มกริ่ม ก็ว่า.
[กฺรุงขะเหฺมา] น. ชื่อไม้เถาชนิด Cissampelos pareira L. var.
hirsuta (Buch. ex DC.) Forman ในวงศ์ Menispermaceae
ใบรูปสามเหลี่ยมปลายมน ผลกลม เมื่อสุกสีแดง.
กรุงพาลี[กฺรุง-] น. ภาชนะทำด้วยกาบกล้วย เป็นรูปกระบะสี่เหลี่ยม
สำหรับวางเครื่องเซ่นสังเวย เรียกว่า บัตรกรุงพาลี หรือ บัตรพระภูมิ,
เรียกสั้น ๆ ว่า บัตรพลี. (มาจากชื่อท้าวพลี). (รามเกียรติ์ ร. ๖).
กรุณ[กะรุน] (กลอน) น. กรุณา.
กรุณา[กะรุนา] น. ความสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ เป็น
๑ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณามุทิตา อุเบกขา;
ใช้ประกอบหน้ากริยาแสดงความขอร้องอย่างสุภาพ เช่น กรุณาส่ง;
ใช้ร่วมกับคำ พระ เป็นสรรพนามสําหรับพระเจ้าแผ่นดิน เช่น
กราบบังคมทูลพระกรุณา. (ป.).
กรุณาทฤคุณ [-ทฺรึคุน] (โบ; แบบ) น. กรุณาธิคุณ,
คุณอันยิ่งใหญ่ คือ กรุณา.
กรุณาธิคุณ น. คุณอันยิ่งใหญ่ คือ กรุณา. (ป. กรุณา + อธิ + คุณ).
กรุน[กฺรุน] ก. ตัด, ทําลาย, เช่น จะกรุนจะกราดสงคราม.
(ม. ฉันท์ มหาราช). (ถิ่นพายัพ กุน ว่า ตัด, ทําลาย,
ใช้คู่กับ กาด ว่า ทําให้ราบลง).
กรุ่น[กฺรุ่น] ว. อาการของไฟที่ยังไม่ดับแต่ไม่ถึงกับลุกโพลง
เช่น ไฟติดกรุ่นอยู่, โดยปริยายหมายความว่า ยังเหลืออยู่บ้าง,
มีเรื่อย ๆ อยู่, เช่น ควันกรุ่น หอมกรุ่น; ยังไม่ดับสนิท,
ร้อนรุ่มอยู่ภายใน, เช่น โกรธกรุ่น.
กรุบ[กฺรุบ] ว. เสียงดังเช่นนั้นเมื่อเคี้ยวของแข็งที่แตกง่าย.
น. ขนมปั้นก้อนชนิดหนึ่ง เรียกว่า ขนมกรุบ;
เรียกกะลาอ่อนของมะพร้าวว่า กรุบมะพร้าว.
กรุบกริบ ว. เสียงกุกกิก.
กรุ่ม[กฺรุ่ม] ก. ขันบ่อย ๆ (ปรกติใช้แก่นกเขา แต่ใช้แก่นกอื่นก็มีบ้าง)
เช่น บางพวกจับเป็นคู่คูขันกันโดยธรรมดาเวลากรุ่มกําลังที่ตั้งขึ้น
ตามฤดู. (ม. ร. ๔ วนปเวสน์); โดยปริยายหมายความว่า
สบายเรื่อย ๆ ไป เช่น มีเงินตรากินกรุ่มเป็นภูมิฐาน. (นิ. เดือน);
รุ่มร้อน, ระอุ, เช่น นรกเท่ากรุ่ม เปลวร้อนเหมือนไฟ. (สุบิน).
กรุ้มกริ่ม[กฺรุ้มกฺริ่ม] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้
เช่น เห็นผู้หญิงเดินผ่านมาก็ทำกรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที,
กรุ้งกริ่ง ก็ว่า.
กรุย ๑[กฺรุย] น. หลักที่ปักรายไว้เป็นเครื่องหมาย เช่น ปักกรุย.
ก. ปักหลักหรือถางเป็นแนวไว้ เช่น กรุยทาง. (ข. ตฺรุย).
กรุย ๒[กฺรุย] ว. ทําทีท่าเจ้าชู้ เช่น ห่มเพลาะกรูมกรอกรุยฉุยเฉิดฉัน.
(มณีพิชัย).
กรุยกราย ว. เดินทําทีท่าเจ้าชู้; มีท่าทางหยิบหย่ง, ในบทกลอนใช้ว่า
กรายกรุย ก็มี เช่น อย่านุ่งลายกรายกรุยทําฉุยไป. (สุภาษิตสุนทรภู่).
กรุยเกรียว[กฺรุย-] (กลอน) ว. เกรียวกราว เช่น แสรกเสียงกรุยเกรียว.
(ดุษฎีสังเวย).
กรู ๑[กฺรู] ว. อาการที่ไปพร้อม ๆ กันโดยเร็ว เช่น วิ่งกรูกันไป.
กรู ๒[กฺรู] น. ข้าวชนิดที่ทําเพื่ออุทิศให้เปรตประเภทหนึ่งใน
พิธีสารท เรียกว่า ข้าวกรู.
กรูด ๑[กฺรูด] (โบ) น. มะกรูด เช่น งั่วนาวทรนาวเนกกรูดฉุรเฉกจรุงธาร.
(ม. คําหลวง จุลพน); (ถิ่น-ปักษ์ใต้) มะกรูด.
กรูด ๒[กฺรูด] ว. เสียงอย่างเสียงที่ลากของหนักถูไปกับพื้น;
อาการที่ถอยอย่างรวดเร็วไม่มีระเบียบหรืออย่างตั้งตัวไม่ติด
ในคําว่า ถอยกรูด.
กรูด ๓[กฺรูด] น. โรคหูด.
กรูม[กฺรูม] ว. กรอม, คลุม, เช่น ห่มเพลาะกรูมกรอกรุยฉุยเฉิดฉัน.
(มณีพิชัย).
กเรณุ[กะเรนุ] (แบบ) น. ช้าง เช่น ไร้เกวียนกาญจนยานสินธพแลสี-
พิกากเรณุหัสดี ดำรง. (สรรพสิทธิ์).(ป.).
กเรณุกา (แบบ) น. ช้างพัง. (ป.).
กเรนทร, กเรนทร์(กลอน; แผลงมาจาก กรินทร์) น. ช้าง เช่น พลคชคณหาญหัก
กเรนทรปรปักษ์ ปราบประลัย. (สมุทรโฆษ).
กฤช[กฺริด] (โบ) น. กริช.
กฤด-[กฺริดะ-] (แบบ) ว. อันกระทําแล้ว (ใช้ประกอบเป็นส่วนหน้า
ของสมาส), ในบทกลอนแผลงเป็น กฤษฎา ก็มี. (ส. กฺฤต; ป. กต).
กฤดาญชลี [กฺริดานชะลี] ก. ยกมือไหว้. (ส.; ป. กตญฺชลี =
มีกระพุ่มมืออันทําแล้ว), ในบทกลอนใช้แผลงเป็นรูปต่าง ๆ
คือ กฤดาอัญชลี กฤษฎา กฤษฎาญ กฤษฎาญชลี กฤษฎาญชุลี
กฤษฎาญชลิต กฤษฎาญชวลิตวา กฤษฎาญชวลิศ กฤษฎาญชวเลศ.
กฤดาธิการ [กฺริดาทิกาน] น. บารมีอันยิ่งใหญ่ที่ทําไว้.
ว. มีบารมีอันยิ่งใหญ่ที่ทําไว้. (ส.; ป. กตาธิการ),
ในบทกลอนใช้เป็น กฤดา หรือ กฤดาการ ก็มี.
กฤดาภินิหาร [กฺริดาพินิหาน] น. อภินิหาร (บุญอันยิ่ง) ที่ทําไว้.
ว. มีอภินิหารที่ทําไว้, (ส.; ป. กตาภินิหาร), ในบทกลอนใช้แผลง
เป็น กฤษฎา หรือ กฤษฎาภินิหาร ก็มี.
กฤดยาเกียรณ[กฺริดดะยาเกียน] (แบบ) ว. พร้อมด้วยเกียรติยศ
เช่น ความชอบกอปรกฤดยากยรณ. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์).
(ส. กีรฺติ + อากีรฺณ).
กฤดา, กฤดาการ[กฺริดา, กฺริดากาน] (โบ; กลอน) น. บารมีอันยิ่งที่ทำไว้
(กร่อนมาจาก กฤดาธิการ) เช่น ทรงพระกฤดาเดชานุภาพยิ่งทวีขึ้น.
(พงศ. อยุธยา), ผู้ใดมีบุญญากฤดาการ. (เสภาสุนทรภู่).
กฤดาญชลีดู กฤด-.
กฤดาธิการดู กฤด-.
กฤดาภินิหารดู กฤด-.
กฤดายุค[กฺริดา-] น. ชื่อยุคแรกของจตุรยุคตามคติของพราหมณ์
ในยุคนี้มนุษย์มีธรรมะสูงสุด คือ เต็ม ๔ ใน ๔ ส่วน
และมีอายุยืนยาวที่สุด. (ส. กฺฤตยุค). (ดู จตุรยุค).
กฤดาอัญชลี[กฺริ-] (โบ; กลอน) แยกคําจาก กฤดาญชลี เช่น ขอถวายกฤดาอัญ-
ชลีโอนศิโรจร. (ตําราช้างคําฉันท์).
กฤดิ[กฺริดดิ] (โบ; กลอน) น. เกียรติ เช่น วรกฤดิโอฬาร.
(ชุมนุมตํารากลอน). (ส. กีรฺติ; ป. กิตฺติ).
กฤดีกา, กฤตยฎีกา[กฺริ-, กฺริดตะยะ-] แผลงมาจาก กติกา เช่น อันว่าความกฤดีกา
แต่สองราแรกทรงพรต. (ม. คําหลวง กุมาร), ชําระกฤตยฎีกา.
(ไวพจน์พิจารณ์).
กฤตติกา[กฺริดติ-] น. ดาวฤกษ์ที่ ๓ มี ๘ ดวง เห็นเป็นรูปธงสามเหลี่ยม
มีหางเรียวยาว, ดาวธงสามเหลี่ยมหรือ ดาวลูกไก่ ก็เรียก,
(โบ) เขียนเป็น กฤติกา ก็มี. (ส. กฺฤตฺติกา; ป. กตฺติกา).
กฤตย-[กฺริดตะยะ-] (โบ; กลอน) ก. ทํา. (ส.).
กฤตยา ๑[กฺริดตะ-] (โบ; กลอน) น. เกียรติ
เช่น เสื่อมกฤตยาสยามยศ. (ตะเลงพ่าย).
กฤตยา ๒, กฤติยา[กฺริดตะ-, กฺริดติ-] น. การใช้เวทมนตร์, เสน่ห์, อาถรรพณ์,
เช่น มนตร์กฤตยานั้นซั้น เสื่อมสิ้นทุกอัน. (โลกนิติ),
หาแม่มดถ้วนหน้า หมู่แก้ กฤติยา. (ลอ).
กฤติกา[กฺริดติ-] (โบ) น. ดาวฤกษ์ที่ ๓ มี ๘ ดวง เห็นเป็นรูปธงสามเหลี่ยม
มีหางเรียวยาว เช่น หมู่สามสมมุติ์กุกกุฏโบ- ดกกฤติกาขาน.
(สรรพสิทธิ์), ดาวธงสามเหลี่ยม หรือ ดาวลูกไก่ ก็เรียก.
(ส. กฺฤตฺติกา; ป. กตฺติกา).
กฤษฎา ๑[กฺริดสะดา] (โบ; กลอน; แผลงมาจาก กฤด)
ว. ที่ทําแล้ว เช่น เพื่อพระราชกฤษฎา แต่กี้
(ราชกิจที่ทรงทํามาแล้ว). (ตะเลงพ่าย).
กฤษฎา ๒, กฤษฎาภินิหาร[กฺริดสะ-] (โบ; กลอน) แผลงมาจาก กฤดาภินิหาร
เช่น เชิญชมชื่นกฤษฎา. (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์).
กฤษฎา ๓, กฤษฎาญ, กฤษฎาญชลิต, กฤษฎาญชลี, กฤษฎาญชวลิตวา, กฤษฎาญชวลิศ, กฤษฎาญชวเลศ, กฤษฎาญชุลี[กฺริดสะดา, -ดาน, -ดานชะลิด, -ดานชะลี, -ดานชะวะลิดตะวา,
-ดานชะวะลิด, -ดานชะวะเลด,-ดานชุลี] (โบ; กลอน) แผลงมาจาก
กฤดาญชลี เช่น ถวายอภิวันทกฤษฎาญ กฤษฎาการกราบเกล้า.
(ม. คําหลวง มัทรี; ฉกษัตริย์), กฤษฎาญชลิตไหว้. (มาลัยคําหลวง),
กฤษฎาญชลียะยุ่งแล. (ม. คําหลวง ทศพร), อันว่ากฤษฎาญชวลิตวา.
(มาลัยคำหลวง), อนนว่าเจ้าสากลกฤษฎาญชวลิศท่านธแล้ว.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์), ถวายกฤษฎาญชวเลศ ทูลแถลงเหตุนุสนธ์.
(เพชรมงกุฎ), กฤษฎาญชุลีน้อม. (ฉันทลักษณ์).
กฤษฎาธาร[กฺริดสะดาทาน] น. พระที่นั่งที่ทําขึ้นสําหรับเกียรติยศ (?)
เช่น พระมหาพิชัยราชรถกฤษฎาธาร. (เรื่องพระบรมศพ).
กฤษฎี[กฺริดสะดี] (แบบ; กลอน) น. รูป เช่น พระอินทราธิราชแปรกฤษฎี.
(สมุทรโฆษ). (ส. อากฺฤติ = รูป).
กฤษฎีกา[กฺริดสะ-] น. แผลงมาจาก กติกา เช่น ก็รับพระกฤษฎีกากําหนด
แห่งพระดาบสว่าสาธุแล. (ม. คําหลวง วนปเวสน์);
(กฎ) บทกฎหมายซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น เพื่อใช้ในการ
บริหาร เรียกว่า พระราชกฤษฎีกา; ชื่อคณะกรรมการประกอบด้วย
กรรมการร่างกฎหมายและกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ รวมเรียกว่า
คณะกรรมการกฤษฎีกา; (กฎ; โบ) พระราชโองการที่มี
ลักษณะเป็นกฎหมาย.
กฤษณา[กฺริดสะหฺนา] น. ส่วนของเนื้อไม้ซึ่งมีสีดํา เกิดเมื่อต้นไม้มีบาดแผล
พบเฉพาะในต้นไม้ชนิด Aquilaria crassna Pierre ex H. Lec.
และ A. malaccensis Lam. ในวงศ์ Thymelaeaceae กลิ่นหอม
ใช้ทํายาได้.
กล, กล-[กน, กนละ-] น. การลวงหรือล่อลวงให้หลงหรือให้เข้าใจผิด
เพื่อให้ฉงนหรือเสียเปรียบ เช่น เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม เช่น กลโกง;
เรียกการเล่นที่ลวงตาให้เห็นเป็นจริงว่า เล่นกล; เครื่องกลไก,
เครื่องจักร, เครื่องยนต์, เช่น ช่างกล. ว. เช่น, อย่าง, เหมือน, เช่น
เหตุผลกลใด; เคลือบแฝง เช่น ถ้าจําเลยให้การเป็นกลความ.
(กฎหมาย).
กลไก [กน-] น. ตัวจักรต่าง ๆ, โดยปริยายหมายความว่า
บุคคลผู้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในระดับ ต่าง ๆ, ระบบหรือองค์การ
ที่บุคคลผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ ปฏิบัติงานร่วมกันดุจเครื่องจักร,
ระบบที่จะให้งานสําเร็จตามประสงค์, เช่น กลไกการปกครอง;
(วิทยา) กระบวนการต่อเนื่องที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยา เช่น กลไก
การย่อยอาหาร กลไกของการสร้างอาหารของพืชโดยการ
สังเคราะห์ด้วยแสง. (อ. mechanism).
กลฉ้อฉล [กน-] (กฎ) น. การใช้อุบายหลอกลวงด้วยการแสดง
ข้อความอันเป็นเท็จ หรือการจงใจปิดบังซ่อนเร้นข้อความจริงเพื่อให้
ผู้อื่นหลงผิดแสดงเจตนาทำนิติกรรม การแสดงเจตนาเพราะถูก
กลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ. (อ. fraud).
กลบท [กนละบด] น. คําประพันธ์ที่บัญญัติให้ใช้คําหรือสัมผัส
เป็นชั้นเชิงยิ่งกว่าธรรมดา เช่น อมรแมนแม่นแม้นเจ้างามโฉม.
(กลบทตรีประดับ).
กลพยาน [กน-] น. พยานที่ถูกวานให้ไปถามเป็นคํานับ. (สามดวง).
กลไฟ [กน-] น. เรียกเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้น
เป็นเชื้อเพลิง มีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟ นิยมใช้แล่นในท้องทะเลหรือ
มหาสมุทร ว่า เรือกลไฟ.
กลเม็ด ๑ [กนละเม็ด] น. วิธีที่แยบคายหรือพลิกแพลง, กัลเม็ด ก็ว่า.
กลยุทธ์ [กนละ-] น. การรบที่มีเล่ห์เหลี่ยม, วิธีการที่ต้องใช้กลอุบาย
ต่าง ๆ, เล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้.
กลวิธี [กนละ-] น. วิธีพลิกแพลง โดยอาศัยความรู้ความชํานาญ.
กลศาสตร์ [กนละ-] น. วิชาฟิสิกส์สาขาหนึ่ง ที่ศึกษาเกี่ยวกับ
การกระทําของแรงต่อเทหวัตถุ และผลที่เกิดขึ้นแก่เทหวัตถุนั้น
ภายหลังที่ถูกแรงมากระทํา. (อ. mechanics).
กลอักษร [กน-, กนละ-] น. ชื่อเพลงยาวกลบทที่ซ่อนเงื่อนไว้ให้
อ่านฉงน ตัวอย่างว่า โอ้อกเอ๋ยแสนวิตก กระไรเลยระกําใจ
จะจากไกลไม่เคย ให้อ่านว่า โอ้อกเอ๋ยแสนวิตกโอ้อกเอ๋ย
กระไรเลยระกำใจกระไรเลย จะจากไกลไม่เคยจะจากไกล.
(กลอักษรงูกลืนหาง). (จารึกวัดโพธิ์).
กลอุปกรณ์ [กนอุปะกอน, กนอุบปะกอน] น. อุปกรณ์เชิงกลที่
ออกแบบหรือผลิตขึ้นเพื่อใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
กลด ๑[กฺลด] น. ร่มขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ขอบร่มมีระบาย
คันยาวกว่าก้านร่ม ใช้ถือกั้นเจ้านาย หรือพระภิกษุที่
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์, ราชาศัพท์ว่า พระกลด,
เรียกร่มขนาดใหญ่มีด้าม สำหรับพระธุดงค์โดยเฉพาะ,
เรียกดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่มีแสงสีรุ้งเป็นวงกลมล้อมรอบว่า
ดวงอาทิตย์ทรงกลด ดวงจันทร์ทรงกลด. (ข. กฺลส).
กลดกำมะลอ น. ร่มชนิดหนึ่ง พื้นขาวโรยทองเป็นเครื่องยศ.
กลดพระสุเมรุ น. ท่ารําละครท่าหนึ่ง อยู่ในอันดับว่า
สารถีชักรถ กลดพระสุเมรุ ตระเวนเวหา. (ฟ้อน).
กลด ๒[กฺลด] (โบ) น. ภาชนะใส่น้ำเทพมนตร์ของพราหมณ์. (ดู กลศ).
กล่น[กฺล่น] ก. เกลื่อนกลาด, ดื่นดาษ, เรี่ยรายอยู่.
กลบ[กฺลบ] ก. กิริยาที่เอาสิ่งซึ่งเป็นผงโรยทับข้างบนเพื่อปิดบัง,
เอาดินหรือสิ่งอื่น ๆ ใส่ลงไปในที่เป็นหลุมเป็นบ่อ
หรือเป็นแอ่งเพื่อให้เต็มหรือไม่ให้เห็นร่องรอย,
โดยปริยายหมายความว่า ปิดบัง เช่น กลบความ, ใช้เนื้อ,
ทดแทน, เช่น ให้เอาสินไหมมากลบทรัพย์นั้นเสีย. (กฎ. ราชบุรี),
กลบลบ ก็ว่าเช่น หักกลบลบหนี้.
กลบเกลี่ย ก. ปิดให้เรียบสนิท.
กลบเกลื่อน ก. ทําให้เรื่องเลือนหายไป.
กลบบัตรสุมเพลิง น. ชื่อพิธีพราหมณ์อย่างหนึ่ง ทําแก้เสนียด.
กลม ๑[กฺลม] น. ชื่อเพลงไทยของเก่าที่ใช้เครื่องปี่พาทย์
ทําตอนตัวละครรำออกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยตัวคนเดียว
จะเหาะหรือเดินก็ได้, และใช้เป็นเพลงประจํากัณฑ์สักบรรพ
ในเวลามีเทศน์มหาชาติ.
กลม ๒[กฺลม] ดู เหมือดโลด (๑).
กลม ๓[กฺลม] ลักษณนามเรียกจํานวนเหล้าบางประเภท
ที่บรรจุในภาชนะกลม ส่วนมากเป็นขวด เช่น เหล้ากลมหนึ่ง
เหล้า ๒ กลม. ว. มีสัณฐานโดยรอบไม่เป็นเหลี่ยม,
ถ้าเหมือนลูกหิน เรียกว่า ลูกกลม, ถ้าเหมือนเส้นที่ลาก
เป็นวงมาจดกัน โดยมีเส้นรัศมียาวเท่ากัน เรียกว่า วงกลม,
ถ้าเหมือนสตางค์ เรียกว่า กลมแบน, ถ้าเหมือนกระบอกไม้ไผ่
เรียกว่า กลมยาว, ถ้าเหมือนลูกไข่ แต่หัวและท้ายเท่ากัน
เรียกว่า กลมรี; (ปาก) อ้วน เช่น เขามีสุขภาพดีขึ้นจนดูกลมไปทั้งตัว;
(กลอน) โดยปริยายว่า เรียบร้อยดี เช่น ใจพระลออยู่บมิกลม. (ลอ);
กลิ้งกลอกเต็มตัว เช่น คนกลมดั่งน้ำกลอกใบบัว.
กลมกล่อม ว. ที่เข้ากันพอดี (ใช้แก่รสหรือเสียง).
กลมกลืน ก. เข้ากันได้ดี, ไม่ขัดแย้งกัน.
กลมกลืนกลอน น. ชื่อเพลงยาวกลอักษร ตัวอย่างว่า
แสนเสียดายหายห่างโอ้ แสนเสียดายกรายนาฏช่าง
แสนเสียดายงอนงามเจ้า ให้อ่านว่า แสนเสียดาย
หายห่างโอ้ห่างหาย แสนเสียดายกรายนาฏช่างนาฏกราย
แสนเสียดายงอนงามเจ้างามงอน. (จารึกวัดโพธิ์).
กลมเกลียว ว. ที่เข้ากันได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.
กลมดิก ว. กลมทีเดียว, กลิ้งไปได้รอบตัว,
โดยปริยายหมายความว่า กลิ้งกลอก.
กลมเป็นลูกมะนาว, กลิ้งเป็นลูกมะนาว (สํา) ว. หลบหลีก
ไปได้ คล่องจนจับไม่ติด (มักใช้ในทางไม่ดี).
กลม ๔[กฺลม] ว. (โบ) ปวง, หมด, สิ้น, เช่น ทั้งกลม คือ ทั้งปวง,
จึ่งได้เมืองแก่กูทงงกลํ. (จารึกสยาม); เรียกหญิงที่ตายพร้อม
กับลูกที่อยู่ในท้องว่า หญิงตายทั้งกลม หมายถึง ตายทั้งหมด
คือ ตายทั้งแม่ทั้งลูก.
กลมภะ[กะลมพะ] (กลอน) ว. หลายอย่างรวมกัน เช่น
จําหลักจําหลอกกลม- ภบังอวจจําหลักกราย. (สมุทรโฆษ).
(ทมิฬ กลมฺป).
กลเม็ด ๑ดูใน กล, กล-.
กลเม็ด ๒[กนละ-] น. ชื่อเทียนชนิดหนึ่ง ซึ่งตามประเพณีเดิมจุด
ตั้งแต่วันเกิดมาและเลี้ยงไฟต่อกันไว้จนถึงวันตาย
เมื่อถึงวันเผาก็ใช้ไฟนั้นเผา เรียกว่า เทียนกลเม็ด,
เทียนจุดคู่ชีพเวลาจะสิ้นใจ.
กลละ[กะละละ] (แบบ) น. รูปเริ่มแรกที่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา
เช่น ผู้หญิงอันมีครรภ์ด้วยชลามพุชโยนิ เมื่อแรกก่อเป็นนั้น
น้อยนักหนา เรียกชื่อว่า กลละหัวปีมีเท่านี้. (ไตรภูมิ). (ป., ส.).
กลวง ๑[กฺลวง] ว. เป็นรูเป็นโพรงข้างใน, ไม่ตัน.
กลวง ๒[กฺลวง] น. บริเวณ, ที่ว่าง, ท่ามกลาง, เช่น
ในกลวงป่าตาลนี้มีศาลาสองอัน. (จารึกสยาม).
กลวง ๓[กฺลวง] (ปาก) น. โรงถลุงดีบุก, คลวง ก็ว่า.
กลวม[กฺลวม] (โบ) ก. กรวม, สวม; ทับ เช่น บงงเมฆกลวมกลุ้มหล้า
หล่อแสง. (ยวนพ่าย).
กล้วย ๑[กฺล้วย] น. ชื่อไม้ล้มลุกหลายชนิดในสกุล Musa
วงศ์ Musaceae จัดแยกออกได้เป็น ๒ จําพวก
จําพวกที่แตกหน่อเป็นกอ ผลสุกเนื้อนุ่ม กินได้
มีหลายชนิดและหลายพันธุ์ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่
กล้วยหอม บางชนิดผลสุกเนื้อแข็ง มักเผา ต้ม หรือเชื่อมกิน
เช่น กล้วยกล้าย กล้วยหักมุก,จําพวกที่ไม่แตกหน่อเป็นกอ
ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ใบประดับไม่ร่วง เช่น กล้วยนวล กล้วยผา.
กล้วย ๆ (ปาก) ว. ง่ายมาก เช่น เรื่องกล้วย ๆ ของกล้วย ๆ.
กล้วยกล้าย ดู กล้าย.
กล้วยแขก น. กล้วยน้ำว้าชุบแป้งทอด.
กล้วยงวงช้าง ดู ร้อยหวี.
กล้วยใต้ (ถิ่น-เชียงใหม่) น. กล้วยน้ำว้า. (ดู น้ำว้า).
กล้วยสั้น ดู กุ ๒.
กล้วย ๒[กฺล้วย] น. (๑) ชื่อปลาทะเลขนาดเล็กชนิด Stolephorus indicus
ในวงศ์ Engraulidae รูปร่างกลมยาว ที่สันท้องระหว่างครีบท้อง
กับครีบก้นมีหนามแหลม ๒-๕ อัน มีสีเด่นเพียงแถบสีเงินพาด
ตลอดข้างลําตัว มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใกล้ฝั่ง อาจปนกับปลาชนิดอื่น
ในสกุลเดียวกันซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และอาจมีชื่อเรียกปะปนกัน เช่น
กะตัก หัวอ่อน มะลิ ไส้ตัน หัวไม้ขีด เส้นขนมจีน เก๋ย.
(๒) ดู ซ่อนทราย (๑).
กล้วยน้อยน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Xylopia vielana Pierre
ในวงศ์ Annonaceae กิ่งสีน้ำตาลดําดอกหอม รากสีดํา
กลิ่นเหมือนน้ำมันดิน เชื่อกันว่ารากใช้แก้พิษงู.
กล้วยไม้น. (๑) ชื่อพรรณไม้หลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Orchidaceae
ลักษณะต้น ใบ และช่อดอกต่าง ๆกัน บางชนิดเกาะตามต้นไม้
และหิน บางชนิดขึ้นอยู่บนพื้นดิน บางชนิดมีดอกงาม บางชนิดมี
กลิ่นหอม, พายัพเรียก เอื้อง. (๒) (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ต้นจุกโรหินี.
(ดู จุกโรหินี).
กล้วยหมูสังน. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Uvaria grandiflora Roxb.
ในวงศ์ Annonaceae มีแถบปักษ์ใต้ ดอกสีแดงเลือดนก,
ย่านนมควาย ก็เรียก.
กลศ[กฺลด] น. ภาชนะใส่น้ำเทพมนตร์ของพราหมณ์ มีลักษณะ
เหมือนคนโท มีฝาปิด มีพวยอย่างกาน้ำ เรียกว่า หม้อกลศ,
(โบ) เขียนเป็น กลด ก็มี. (ส.; ป. กลส).
กลหาย[กะละ-] (โบ; กลอน) ก. กระหาย เช่น
อันว่าทวยท่ววทงงหลายหื่นกลหายสาหัส.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์).
กลเหย[กะละ-] (โบ) ก. ระเหย, ซ่านออก.
กล้อ ๑[กฺล้อ] น. เรือโกลน. ว. กลม. ก. ทําให้กลม;
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) โคลง เช่น เรือกล้อ ว่า เรือโคลง.
กล้อ ๒[กฺล้อ] (โบ) น. เครื่องสานยาชันชนิดหนึ่ง เช่น ก็ให้น้ำเต็มเต้า
เข้าเต็มไห ไปเต็มหม้อ ชื่อว่ากล้อก็บมิให้พร่องเลอย.
(ม. คําหลวง ชูชก). (ดู กร้อ). (เทียบ ข. กฺรฬ ว่า ไห).
กลอก[กฺลอก] ก. เคลื่อนหรือขยับเขยื้อนกลับไปกลับมา
ภายในเขตของสิ่งนั้น ๆ เช่น กลอกตา กลอกหน้า,
ทําให้มีอาการเช่นนั้น เช่น กลอกน้ำร้อนในถ้วยเพื่อให้เย็น.
กลอกกลับ ว. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, พลิกแพลง,
(ใช้แก่กริยาพูด), กลับกลอก ก็ว่า.
กลอกแกลก (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เหลวไหล, ไม่แน่นอน.
กลอง ๑[กฺลอง] น. เครื่องตีทําด้วยไม้เป็นต้น มีลักษณะกลม กลวง
ขึงด้วยหนัง มีหลายชนิด, ถ้าขึ้นหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมาก
ใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่า กลองยาว หรือ เถิดเทิง,
ถ้าขึ้นหนังหน้าเดียว มีรูปกลมแบนและตื้น เรียกว่า กลองรํามะนา,
ถ้าขึ้นหนังทั้ง ๒ หน้า ร้อยโยงเข้าด้วยกันด้วยหนังเรียด เรียกว่า
กลองมลายู, ถ้าร้อยโยงด้วยหวาย เรียกว่า กลองแขก กลองชนะ,
ถ้าขึ้นหนังตรึงแน่นทั้ง ๒ หน้า เรียกว่า กลองทัด.
กลองเพล [-เพน] น. กลองทัดขนาดใหญ่ใช้ตีเป็นสัญญาณ
บอกเวลา ๑๑ นาฬิกา เพื่อภิกษุสามเณรจะได้ฉันเพล.
กลอง ๒[กฺลอง] น. ชื่อเพลงชนิดหนึ่งเป็นเพลงแขก ใช้ปี่ชวาและกลองแขก
ทํานองเล่นกระบี่กระบอง ที่เรียกว่า สะระหม่า, ทําตอนที่เล่นกีฬา
ท่าต่าง ๆ มีรําดาบ รําง้าว เป็นต้น เรียกว่า เพลงกลองแขก ก็ได้,
อีกอย่างหนึ่งเมื่อรําเป็นท่ามลายู ซึ่งเรียกว่า สะระหม่าแขก
ใช้เพลง เรียกว่า กลองมลายูเครื่องและทํานองอย่างเดียวกับ
เพลงกลองแขก แต่ในตอนนี้รํากริช.
กลองโยน ดู ทะแยกลองโยน.
กล่อง[กฺล่อง] น. ภาชนะใส่สิ่งของรูปกลมหรือเหลี่ยมมีฝาปิด,
สิ่งที่ทําเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีลิ้นชักเข้าออกได้
สําหรับบรรจุไม้ขีดไฟ เรียกว่า กล่องไม้ขีดไฟ, กลักไม้ขีดไฟ
ก็เรียก.
กล่องเสียง น. อวัยวะสำคัญในการเปล่งเสียงพูด
ตั้งอยู่บริเวณส่วนบนของหลอดลม.
กล้อง ๑[กฺล้อง] น. วัตถุลักษณะยาวกลวงตลอด, เรียกของใช้บางอย่างที่มี
ลักษณะเช่นนั้น เช่น กล้องเป่าแล่น กล้องส่อง; เครื่องที่มีรูปร่างต่าง ๆ
ประกอบด้วยเลนส์สําหรับถ่ายภาพหรือขยายภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป
กล้องจุลทรรศน์; (ถิ่น-ปักษ์ใต้) หลอด เช่น กล้องเกียง ว่า หลอดตะเกียง.
กล้องจุลทรรศน์ น. กล้องขยายดูของเล็กให้เห็นเป็นของใหญ่.
(อ. microscope).
กล้องตาเรือ น. กล้องปริทรรศน์.
กล้องตุด (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กล้องไม้ซาง.
กล้องโทรทรรศน์ น. กล้องสำหรับดูของไกลให้เห็นใกล้,
กล้องส่องทางไกล ก็ว่า. (อ. telescope).
กล้องปริทรรศน์ [ปะริทัด] น. กล้องชนิดหนึ่งที่ใช้มองดูสิ่งต่าง ๆ
ซึ่งมีที่กำบังขวางกั้น หรือใช้มองดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่เหนือระดับสายตา
ผู้มอง เช่น กล้องเรือดำน้ำ, กล้องตาเรือ ก็เรียก. (อ. periscope).
กล้องระดับ น. กล้องสํารวจชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องวัดระดับชนิด
ฟองน้ำที่ใช้ประกอบกับกล้องส่องเพื่อใช้หาระดับสูงต่ำของพื้นที่.
กล้องวัดมุม น. กล้องสํารวจชนิดหนึ่ง สําหรับวัดมุมแนวนอนและ
แนวยืนได้ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าที่หมายเล็งจะอยู่บนพื้นดินหรือ
ในท้องฟ้าก็ตาม ประกอบด้วยจานองศาแนวนอนกับแนวยืนเพื่อ
ใช้วัดมุม. (อ. theodolite).
กล้องสนาม น. กล้องส่องทางไกล มี ๒ ตา.
กล้องสลัด น. กล้องที่ใช้ใส่อาวุธซัดไป. (พิชัยสงคราม);
กล้องส่องทางไกล มีตาเดียว.
กล้องส่องทางไกล น. กล้องโทรทรรศน์,
กล้องสําหรับส่องดูของไกลให้เห็นใกล้.
กล้องสำรวจ น. กล้องที่ใช้ในงานรังวัดและสํารวจทําแผนที่
มีหลายชนิด เช่น กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องถ่ายรูปทางอากาศ.
กล้อง ๒[กฺล้อง] ว. เรียกข้าวที่สีเอาเปลือกออกโดยยังมีจมูกข้าวและ
เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ว่า ข้าวกล้อง. ก. ตำข้าวเปลือกให้เปลือกหลุด;
เกลา, โกลน; โดยปริยายใช้ว่า ทุบ, ถอง.
กล้องแกล้ง[กฺล้องแกฺล้ง] ว. มีรูปร่างเอวเล็กเอวบาง, อ้อนแอ้น;
มีท่าทางเป็นเชิงเจ้าชู้.
กลอน ๑[กฺลอน] น. ไม้ขัดประตูหน้าต่าง, ดาล, เครื่องสลักประตูหน้าต่าง;
ไม้ที่พาดบนแปสําหรับวางเครื่องมุงหลังคาจากเป็นต้น.
กลอน ๒[กฺลอน] น. คําประพันธ์ซึ่งแต่เดิมเรียกคําเรียงที่มีสัมผัสทั่วไป
จะเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ หรือร่ายก็ตาม เช่นในคำว่า
ชุมนุมตํารากลอน, ครั้นเรียกเฉพาะคําประพันธ์เฉพาะอย่างเป็น
โคลง ฉันท์ กาพย์ ร่าย แล้ว คําประพันธ์นอกนี้อีกอย่างหนึ่งจึง
เรียกว่ากลอน เป็นลํานําสําหรับขับร้องบ้าง คือ บทละคร สักวา เสภา
บทดอกสร้อย, เป็นเพลงสําหรับอ่านบ้าง คือ กลอนเพลงยาว
หรือ กลอนตลาด.
กลอนด้น น. คํากลอนที่ว่าดะไปไม่คํานึงถึงหลักสัมผัส.
กลอนตลาด น. คํากลอนสามัญ โดยมากเป็นกลอน ๘ เช่น
กลอนนิราศ นิทานคำกลอน.
กลอนบทละคร น. กลอนเล่าเรื่อง ใช้เป็นบทแสดง วรรคแรกจะต้อง
ขึ้นต้นด้วย เมื่อนั้น บัดนั้น หรือ มาจะกล่าวบทไป.
กลอนเพลงยาว น. กลอนที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงความรัก
หรือเล่าสู่กันฟัง เป็นต้น ขึ้นต้นด้วยวรรครับหรือวรรคที่ ๒ ของบท.
กลอนลิลิต น. คํากลอนที่แต่งอย่างร่าย. (ชุมนุมตํารากลอน).
กลอนสด น. กลอนที่ผูกและกล่าวขึ้นในปัจจุบันโดยไม่ได้คิดมาก่อน,
โดยปริยายหมายความว่า ข้อความที่กล่าวขึ้นในปัจจุบัน
โดยมิได้เตรียมตัวมาก่อน เช่น พูดกลอนสด.
กลอนสวด น. กลอนที่อ่านเป็นทํานองสวด แต่งเป็นกาพย์ยานี ๑๑
หรือ กาพย์ฉบัง ๑๖ และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ข้อความที่แต่ง
มักเป็นเรื่องในศาสนา.
กลอนสุภาพ น. กลอนเพลงยาว บางครั้งเรียกว่า กลอนตลาด.
กลอน ๓[กฺลอน] น. ลูกตุ้ม, ขลุบ, เช่น แกว่งกลอนยรรยงยุทธ์. (อนิรุทธ์).
กล่อน[กฺล่อน] น. ชื่อโรคชนิดหนึ่ง ตามตําราแพทย์แผนโบราณว่า
เกิดจากของเหลวเข้าไปขังอยู่ในถุงอัณฑะ, ถ้าของเหลวนั้นเป็นน้ำ
เรียกว่า กล่อนน้ำ, ถ้าเป็นเลือด เรียกว่า กล่อนเลือด, ถ้าเป็นหนอง
เรียกว่า กล่อนหนอง.
กล้อน[กฺล้อน] ก. ตัดหรือทําให้เกรียน (ใช้แก่ผมหรือขนสัตว์).
ว. เลี่ยน, โล้น.
กล่อม ๑[กฺล่อม] น. ชื่อมาตราเงินโบราณ ๒ กล่อม เป็น ๑ กล่ำ.
กล่อม ๒[กฺล่อม] ก. ถากแต่งให้กลมงาม เช่น กล่อมเสา กล่อมไม้;
โดยปริยายหมายความว่า เหมาะเจาะ เช่น
น้ำหอมกล่อมกลิ่นดอกไม้กลั่น. (ขุนช้างขุนแผน).
กล่อมเกลา [-เกฺลา] ก. ทําให้เรียบร้อย, ทําให้ดี,
โดยปริยายหมายความว่า อบรมให้มีนิสัยไปในทางดี.
กล่อมเกลี้ยง ก. อบรมเลี้ยงดูให้มีนิสัยดี.
กล่อมท้อง ก. ใช้ฝ่ามือคลึงบริเวณท้องเบา ๆ เพื่อให้คลอดง่าย.
กล่อมมดลูก ก. เร่งให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้นโดยการประคบบริเวณท้อง.
กล่อม ๓[กฺล่อม] น. ชื่อเพลงเครื่องปี่พาทย์ ทําตอนพระเข้าหานาง
ซึ่งเรียกว่า โลม หรือตอนขับบําเรอ เรียกว่า กล่อมมโหรี
อันใช้เป็นเครื่องสายประสมในภายหลัง และมีชื่อเป็นชนิดต่าง ๆ
คือ กล่อมช้าง กล่อมพระยา กล่อมนารี และกล่อมในพิธีพราหมณ์
เรียกว่า ช้าหงส์ หรือ ช้าเจ้าหงส์, ชาวบ้านมักเรียกว่า กล่อมหงส์.
ก. ร้องเป็นทํานองเพื่อเล้าโลมใจหรือให้เพลิน, โดยปริยายหมาย
ความว่า พูดให้น้อมใจตาม หรือ ทําให้เพลิดเพลิน เช่น
กล่อมใจ กล่อมอารมณ์.
กล่อมหอ ก. ขับร้องหรือเล่นดนตรีเพื่อให้ครึกครื้นในพิธีแต่งงาน
บ่าวสาวก่อนถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาว.
กล้อมแกล้ม[กฺล้อมแกฺล้ม] ก. เคี้ยวไม่ทันแหลกแล้วรีบกลืน, เคี้ยวไม่ถนัด;
พูดอ้อมแอ้มพอให้ผ่านไป, พูดไม่สู้ชัดความเพื่อให้เสร็จไป;
กะล่อมกะแล่ม ก็ว่า.
กลอย ๑[กฺลอย] น. ชื่อไม้เถามีหนามชนิด Dioscorea hispida Dennst.
ในวงศ์ Dioscoreaceae มีหัวกลมใหญ่อยู่ใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบ
มีใบย่อย ๓ ใบ หัวดิบมีพิษเบื่อเมา แต่เมื่อฝานแช่น้ำไหลและนํามา
นึ่งหรือต้มให้สุกแล้วกินได้.
กลอย ๒[กฺลอย] ก. คล้อย, ร่วม, เช่น กลอยใจ กลอยสวาท.
กลัก[กฺลัก] น. สิ่งที่ทําเป็นรูปคล้ายกระบอกสําหรับบรรจุของ
เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือของขนาดเล็ก มีฝาสวมปาก เช่น กลักพริก
กลักเกลือ, ซองยาสูบทําด้วยเมล็ดตาล มีฝาสวมปาก, สิ่งที่ทําเป็น
รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีลิ้นชักเข้าออกได้ สําหรับบรรจุไม้ขีดไฟ
เรียกว่า กลักไม้ขีดไฟ, กล่องไม้ขีดไฟ ก็เรียก.
กลัง[กฺลัง] (โบ) น. คลัง คือ ไม้กระบอกที่ร้อยโซ่หรือเชือก
สําหรับล่ามสัตว์. (สุธน).
กลัด[กฺลัด] น. สวะที่ติดขวางคลองแน่นอยู่.
ก. เสียบขัดไว้ให้อยู่ด้วยของแหลม เช่น กลัดไม้กลัด
กลัดเข็มกลัด; โดยปริยายเรียกอาการที่สิ่งบางอย่างคั่งอยู่ข้างใน
เช่น กลัดหนอง.
กลัดกลุ้ม ก. ขัดข้องกลุ้มอยู่ในอก.
กลัดมัน ว. มีความรู้สึกในทางกามารมณ์อย่างรุนแรง.
กลั่น[กฺลั่น] ก. คัดเอาแต่ส่วนหรือสิ่งที่สําคัญหรือที่เป็นเนื้อแท้
ด้วยวิธีต้มให้ออกเป็นไอ แล้วใช้ความเย็นบังคับให้เป็นของเหลว
เช่น กลั่นน้ำ, โดยปริยายหมายความว่า คัดเอา เลือกเอา.
กลั่นกรอง ก. คัดเลือกเอาแต่สิ่งที่เห็นว่าดีที่สุด,
พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ.
กลั่นแกล้ง ก. หาความไม่ดีใส่ให้, หาอุบายให้ร้ายโดยวิธีต่าง ๆ,
แกล้งใส่ความ.
กลั้น[กฺลั้น] ก. บังคับความรู้สึกหรือสิ่งที่อยู่ภายใน
ร่างกายไม่ให้แสดงออกหรือหลุดออกมา.
กลั้นใจ ก. อั้นลมหายใจ.
กลันทะ, กลันทก์[กะลันทะ] (แบบ) น. กระแต, กระรอก.
(ป. กลนฺท, กลนฺทก; ส. กลนฺทก, กลนฺตก).
กลับ[กฺลับ] ก. ตรงกันข้ามกับภาวะเดิมหรือทิศทางเดิม เช่น
กลับหน้าเป็นหลัง กลับบ้าน, คืนมาสู่ภาวะเดิม เช่น กลับมีอีก,
พลิกหน้าเป็นหลัง เช่น กลับปลา, เปลี่ยน เช่น กลับชาติ กลับใจ,
ทําตรงกันข้ามกับที่คาดหมายหรือที่ควรจะเป็น เช่น เราพูดด้วยดี ๆ
เขากลับด่าเอา.
กลับกลอก ก. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, พลิกแพลง, (ใช้แก่กริยาพูด)
เช่น พูดจากลับกลอก, กลอกกลับ ก็ว่า.
กลับกลาย ก. เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไป.
กลับเกลือก ว. กลอกขึ้นกลอกลง (ใช้แก่ตา), กระลับกระเลือก ก็ว่า.
กลับคำ ก. พูดแล้วไม่เป็นตามพูด, ไม่ทำตามที่พูดไว้,
พูดแล้วเปลี่ยนคำพูด.
กลับคืน ก. กลับที่เดิม, สู่สภาพเดิม.
กลับตาลปัตร [กฺลับตาละปัด] ว. ผิดความคาดหมายอย่าง
ตรงกันข้ามแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ.
กลับเนื้อกลับตัว (สํา) ก. เลิกทําความชั่วหันมาทําความดี.
กลับไปกลับมา ก. กลับกลอก, พลิกแพลง, ไม่แน่นอน.
กลับหน้ามือเป็นหลังมือ (สํา) ก. เปลี่ยนแปลงหรือทําให้ผิดไป
จากเดิมอย่างตรงกันข้าม, พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ก็ว่า.
กลัมพก, กลัมพัก[กะลํา-] (แบบ) น. ผักบุ้ง เช่น ประเทศที่ต่ำน้ำลึกล้วนเหล่ากลัมพัก
พ่านทอดยอดยาวสล้างสลอน. (ม. ร. ๔ มหาพน). (ป., ส. กลมฺพก).
กลัมพร[กะลําพอน] (แบบ) น. โทษใหญ่, ความฉิบหาย, เช่น
มาทํากลัมพรภัย. (เสือโค), อันจ่อมกลัมพรภัย. (สมุทรโฆษ),
ในบทกลอนโดยมากใช้แผลงเป็น กระลําพร หรือ กระลํา ก็มี.
กลัว[กฺลัว] ก. รู้สึกไม่อยากประสบสิ่งที่ไม่ดีแก่ตัว เช่น กลัวบาป
กลัวถูกติเตียน, รู้สึกหวาดเพราะคาดว่าจะประสบภัย เช่น
กลัวเสือ กลัวไฟไหม้.
กลัวน้ำ น. โรคพิษสุนัขบ้า เรียกว่า โรคกลัวน้ำ.
กลัวลาน ก. กลัวจนตั้งสติไม่อยู่.
กลั้ว[กฺลั้ว] ก. เอาน้ำหรือของเหลวเข้าไปสัมผัสพอให้ชุ่ม.
กลั้วเกลี้ย ก. คลุกคลี. ว. มีเล็กน้อยไม่ถึงกับมากทีเดียว,
พอมีอยู่บ้าง, จวนหมด, หวุดหวิด, เช่น น้ำกลั้วเกลี้ยคลอง
แกงมีน้ำกลั้วเกลี้ย; พอเป็นไปได้, พอประทังไปได้.
กลั้วคอ ก. ดื่มน้ำแต่น้อย ๆ พอให้ชุ่มคอ.
กลา[กะลา] (แบบ) น. เสี้ยวที่ ๑๖ แห่งดวงเดือน, ดวงเดือน;
ระเบียบพิธีของการบูชา เช่น ไปคํานับศาลสุรากลากิจ. (อภัย),
ใช้ว่า กระลา ก็มี. (ป., ส.).
กล่า[กฺล่า] (โบ; กลอน) ก. ควัก, แขวะ, แหวะ, เช่น
อีกกรบอกหววมึงกูจะผ่า กูจะกล่าเอาขวนนหววมึงออกแล.
(ม. คําหลวง ชูชก).
กล้า ๑[กฺล้า] น. ต้นข้าวที่เพาะไว้สําหรับย้ายไปปลูกที่อื่น,
โดยอนุโลมเรียกพืชที่เพาะไว้สําหรับย้ายไปปลูกในที่อื่นว่า
กล้า เช่น กล้าพริก กล้ามะเขือ.
กล้า ๒[กฺล้า] ก. ไม่กลัว, ไม่ครั่นคร้าม. ว. แข็ง เช่น เหล็กกล้า,
แรง เช่น เวทนากล้า.
กล้าได้กล้าเสีย ว. ใจป้ำ, ใจเป็นนักเลง, ไม่กลัวขาดทุน.
กล้านักมักบิ่น (สํา) ว. กล้าเกินไปมักจะเป็นอันตราย.
กลาก[กฺลาก] น. ชื่อโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง มีหลายชนิด เกิดจากเชื้อรา
ขึ้นเป็นวง มีอาการคัน, ขี้กลาก ก็ว่า, (ราชา) โรคดวงเดือน.
กลากลาด[กฺลากฺลาด] (กลอน) ว. มากหลาย, เกลื่อนกล่น, เช่น
มากลากลาดกันแดน. (ลอ).
กลาง[กฺลาง] น. ส่วนที่ไม่ค่อนไปข้างใดข้างหนึ่ง,
โดยปริยายหมายความว่า ในที่หรือเวลาระหว่าง เช่น
กลางฝน; ที่รวม, ที่รวมกิจการงานที่มีสาขาย่อยออกไป,
เช่น สํานักงานกลาง ไปรษณีย์กลาง.
กลางเก่ากลางใหม่ ว. ไม่เก่าไม่ใหม่.
กลางคน ว. มีอายุพ้นวัยหนุ่มสาว แต่ยังไม่แก่.
กลางคัน ว. ในระหว่างเหตุการณ์, ในระหว่างที่ยังไม่เสร็จ.
กลางค่ำ (โบ; กลอน) น. เวลากลางคืน, ใช้เข้าคู่กับคํา กลางคืน
เป็น กลางค่ากลางคืน. (ดู ค่า).
กลางคืน น. ระยะเวลาตั้งแต่ย่ำค่ำถึงย่ำรุ่ง,
(กฎ) เวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น.
กลางแจ้ง น. นอกร่มไม้ชายคา.
กลางใจมือ น. อุ้งมือ.
กลางช้าง น. ตําแหน่งพนักงานประจํากลางหลังช้าง.
กลางดิน น. นอกที่มุงที่บัง เช่น นอนกลางดินกินกลางทราย.
กลางดึก น. เวลากลางคืนตอนดึก ประมาณตั้งแต่เที่ยงคืนไป.
กลางเดือน น. วันเพ็ญ เช่น กลางเดือน ๖.
กลางทาสี (กฎ; โบ) น. เรียกหญิงที่มีทุกข์ยาก
ชายช่วยไถ่มาเลี้ยงเป็นเมีย ว่า เมียกลางทาสี. (สามดวง).
กลางนอก (กฎ; โบ) น. เรียกหญิงที่ชายสู่ขอมาเลี้ยงเป็นอนุภริยาว่า
เมียกลางนอก. (สามดวง).
กลางบ้าน ว. ใช้เรียกยาเกร็ดที่ชาวบ้านเชื่อถือกันเองว่า ยากลางบ้าน.
กลางแปลง ว. ที่แสดงหรือเล่นเป็นต้นในที่แจ้ง เช่น โขนกลางแปลง
หนังกลางแปลง คล้องช้างกลางแปลง.
กลางเมือง น. ประชาชน ในคําว่า ฉ้อกลางเมือง หมายถึง
ฉ้อโกงประชาชน; การรบกันเองในเมือง เรียกว่า ศึกกลางเมือง;
(กฎ; โบ) เรียกหญิงที่บิดามารดายินยอมยกให้เป็นภริยาชายว่า
เมียกลางเมือง. (สามดวง).
กลางวัน น. ระยะเวลาตั้งแต่ย่ำรุ่งถึงย่ำค่ำ, ระยะเวลาราว ๆ เที่ยง,
เรียกอาหารระหว่างมื้อเช้ากับมื้อเย็นว่า อาหารกลางวัน.
กลางหาว น. กลางแจ้ง เช่น รองน้ำฝนกลางหาว,
บนฟ้า เช่น เครื่องบินรบกันกลางหาว.
กลาด[กฺลาด] ว. ดาษดื่น, ใช้เข้าคู่กับคํา เกลื่อน เป็น เกลื่อนกลาด
หรือ กลาดเกลื่อน.
กลาดเกลื่อน [กฺลาด-] ว. ดาษดื่น, เรี่ยรายอยู่มาก, เกลื่อนกลาด ก็ว่า.
กลาบาต[กะลาบาด] น. พวกนั่งยามตามไฟ, การตามไฟรักษายาม;
ก้อนที่มีแสงซึ่งตกจากอากาศลงมาสู่ผิวโลก ถือว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย,
อุกกาบาต ก็เรียก. (บางทีจะเป็นคําตัดมาจาก ''อุกลาบาต'' ดูอุกกา).
กลาป[กะหฺลาบ] (แบบ) น. หมวด, ฟ่อน, กํา, มัด; ฝูงใหญ่. (ป., ส.).
กล้าม[กฺล้าม] น. เนื้อมะพร้าวห้าว; มัดเนื้อที่รวมกันเป็นก้อน ๆ
ในกายคนและสัตว์ เรียกว่า กล้ามเนื้อ.
กลาย[กฺลาย] ก. เปลี่ยนไป, แปรปรวนไป, เช่น
หน้าหนาวกลายเป็นหน้าร้อน, เป็นอื่นไป, แปลงไป,
เช่น ศรกลายเป็นทิพย์กระยาหาร เปรี้ยวหวานตกลงตรงหน้า.
(รามเกียรติ์ ร. ๒), (โบ; กลอน) ใช้ในความว่า กราย ก็มี เช่น
ไปกลายบ๋านของตนก็ดี. (จารึกสยาม), จักเจริญสวัสดิภาพศักดิศรี
ศัตรูไพรี บห่อนจะใกล้กลายตน. (โชค-โบราณ). ว. ที่แปลงไป
เช่น แผลกลาย; เรียกปีที่ล่วงหรือเปลี่ยนไปแล้วปีหนึ่งว่า ปีกลาย.
กล้าย[กฺล้าย] น. ชื่อกล้วยลูกผสมพันธุ์หนึ่งในสกุล Musa
วงศ์ Musaceae ผลใหญ่โค้ง เป็นเหลี่ยม และยาวกว่ากล้วยหอม
เปลือกหนา เนื้อเหนียว ไส้แข็งสีส้ม รสหวาน นิยมกินเมื่อทำให้
สุกแล้ว, กล้วยกล้าย ก็เรียก.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒