| กระแหร่ม | [-แหฺร่ม] ก. กระแอม คือ ทําเสียงขึ้นมาจากคอ เช่นเพื่อ |
| มิให้น้ำมูกลงคอเมื่อเป็นหวัด หรือเพื่อให้หายเสลดติดคอ. |
|
|
| กระแหล่ง | [-แหฺล่ง] น. วัตถุคล้ายกระดิ่ง แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน ทําด้วยเหล็ก |
| ใช้แขวนคอม้า โค กระบือ. |
|
|
| กระโห้ | น. ชื่อปลาน้ำจืดชนิด Catlocarpio siamensis |
| ในวงศ์ Cyprinidae หัวโต เกล็ดใหญ่ ลําตัวด้านหลัง |
| สีเทาดํา หางและครีบสีแดงคล้ำหรือส้ม พบใน |
| แม่น้ำใหญ่หลายสายของประเทศไทย เคยพบ |
| ขนาดยาวได้ถึง ๓ เมตร นับเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง |
| ที่มีขนาดใหญ่มากในจําพวกปลามีเกล็ดด้วยกัน, |
| กระมัน หรือ หัวมัน ก็เรียก. |
|
|
| กระโหนด | [-โหฺนด] น. ตาล เช่น ย่านป่าขายพัดกระโหนดคัน |
| กลมคันแบนใหญ่น้อย. (อธิบายแผนที่กรุงศรีอยุธยา). |
| (แผลงมาจาก โตนด). |
|
|
| กระโหม | [-โหมฺ] (กลอน) ก. โหม เช่น ศัพท์ส้าวกระโหมโครม. (บุณโณวาท). |
|
|
| กระโหย | [-โหยฺ] (กลอน) ก. โหย คือ ร้องไห้, คร่ำครวญ. |
|
|
| กระโหย่ง ๑ | [-โหฺย่ง] ก. ทําให้สูงขึ้น เช่น กระโหย่งตัว, |
| ทำสิ่งที่รวมตัวกันให้โปร่งหรือขยายตัวให้หลวมขึ้น |
| เช่น กระโหย่งฟาง, กระหย่ง หย่ง หรือ โหย่ง ก็ว่า. |
|
|
| กระโหย่ง ๒ | [-โหฺย่ง] ว. อาการที่เดินหรือวิ่งไม่เต็มเท้า คือ จดแต่ปลายเท้า |
| เพื่อทําให้ตนสูงขึ้น หรือเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เช่น เดินกระโหย่ง |
| วิ่งกระโหย่ง, เรียกรอยเท้าที่ไม่เต็ม เห็นแต่ปลายเท้าและส้นเท้าว่า |
| รอยเท้ากระโหย่ง, อาการที่นั่งเอาปลายเท้าตั้งลงที่พื้น ส้นเท้าทั้ง |
| ๒ รับก้น เรียกว่า นั่งกระโหย่ง, กระหย่ง หย่ง หย่ง ๆ โหย่ง |
| หรือ โหย่ง ๆ ก็ว่า. |
|
|
| -กระอ่วน | ใช้เข้าคู่กับคํา กระอัก เป็น กระอักกระอ่วน. |
|
|
| กระอวล | (กลอน) ว. อวล, หอมตลบ. |
|
|
| กระอ้อกระแอ้ | ว. อ้อแอ้, อาการออกเสียงของเด็กที่เริ่มหัดพูด, |
| อาการที่พูดไม่ชัดอย่างคนเมา. |
|
|
| กระออดกระแอด | ว. ออดแอด, อาการที่บ่นไม่รู้จักจบ, อาการที่ป่วยอยู่บ่อย ๆ. |
|
|
| กระออบ | ว. มีกลิ่นหอม. (ข. กฺรอูบ). |
|
|
| กระออม ๑ | ดู โคกกระออม. |
|
|
| กระออม ๒ | (กลอน) น. ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาชัน รูปคล้ายกระบุง |
| ไม่มีคอ ใช้ใส่น้ำ เช่น สรงสนานน้ำทิพย์สิบกระออม. (คาวี), |
| กะออม กัลออม หรือ กะละออม ก็ว่า. |
|
|
| กระอ้อมกระแอ้ม | ว. อ้อมแอ้ม, ไม่ฉะฉาน, ไม่ชัดเจน, ไม่เต็มปาก, (ใช้แก่กริยาพูด). |
|
|
| กระอัก | ก. ทะลักออกมาจากคอ เช่น กระอักเลือด. |
| กระอักกระอ่วน ว. ป่วน, พิพักพิพ่วน, ลังเลใจ, |
| ตกลงใจไม่ได้, อักอ่วน ก็ว่า. |
| กระอักกระไอ ว. อิดเอื้อน, ไม่กล้าพูด, |
| ทําเสียงไออุบอับอยู่ในคอ, เช่น |
| พูดจากุกกักกระอักกระไอ (ไกรทอง). |
|
|
| กระอั้วแทงควาย | น. ชื่อการเล่นชนิดหนึ่งในการสมโภชของหลวง, |
| บางทีเรียก กระอั้ว ว่า นางอั้ว เช่น นางอั้วเพ่งผัวเอน |
| ควายเสี่ยว. |
|
|
| กระอ้า | น. โรคพืชชนิดหนึ่งเกิดแก่ใบยาสูบ ทําให้ใบเฉาเหี่ยวแห้ง |
| หรือตายนึ่ง. |
|
|
| กระอาน | (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อเต่าน้ำกร่อยชนิด Batagur baska |
| ในวงศ์ Emydidae สามารถปรับตัวอยู่ในน้ำจืดได้ |
| พบเฉพาะทางภาคใต้, กะอาน ก็เรียก. |
|
|
| กระอิด | (กลอน) ว. อิดโรย เช่น อกกระอิดกว่าชื่นแล. (ม. คำหลวง กุมาร). |
|
|
| กระอิดกระเอื้อน | ก. อิดเอื้อน, ไม่กล้าที่จะพูด, กล่าวไม่เต็มปาก; |
| แสดงอาการไม่สู้เต็มใจ. |
|
|
| กระอึก | (กลอน) ก. อึกทึก, อึง, เช่น ตระคอกคึกกระอึกอึง. |
| (กลบท ๒; ม. คําหลวง จุลพน). |
|
|
| กระอึกกระอัก | ว. อาการที่พูดไม่ออก ติดกึกกักอยู่ในคอเพราะกลัว |
| หรือประหม่าเป็นต้น, อึกอัก หรือ อึก ๆ อัก ๆ ก็ว่า. |
|
|
| กระอึด | (โบ; กลอน) ก. อึดอัด, สะอึก, เช่น กระอึดอกเซนเซน |
| ช่วยเหน้า. (กําสรวล). |
|
|
| กระอืด | ก. ร้องไห้ร่ำไร, ร่ำไห้, เช่น เกรงอาตม์กระอืดโอย. (สรรพสิทธิ์), |
| จำนองกระอืดโอย ทุกขทรวงละลวงกาม. (อนิรุทธ์). |
|
|
| กระอุ | (กลอน) ก. ระอุ; ร้อนรน เช่น กระอุอุระประปราณ. |
| (สมุทรโฆษ; สรรพสิทธิ์), หนึ่งรัศมีพระสุริยเย็น รัศมีพระจันทร์ |
| เป็น กระอุแลกลับร้อนรน. (อภิไธยโพธิบาทว์), ใช้เป็น กระอุก |
| หรือ ประอุก ก็มี. |
|
|
| กระอุก | (กลอน) ก. ระอุ; ร้อนรน เช่น กระอุกกระลับร้อน, |
| ใช้เป็น กระอุ หรือ ประอุก ก็มี. |
|
|
| กระเอบ | (กลอน) ว. อร่อย, หอมหวาน, เช่น ลิ้มไล้โอชกระเอบหวาน. |
| (ม. คําหลวง จุลพน). |
|
|
| กระเอา | (กลอน) ว. กลมกล่อม. |
|
|
| กระเอิก | (กลอน) ว. เอิกเกริก เช่น พลเกรอกกระเออกอึง. (สรรพสิทธิ์). |
|
|
| กระเอิบ | (กลอน) ก. เอิบ, อิ่ม, เช่น เถ้ากระเอิบเรอสมออกแล. |
| (ม. คําหลวง กุมาร). |
|
|
| -กระแอ้ | ใช้เข้าคู่กับคํา กระอ้อ เป็น กระอ้อกระแอ้. |
|
|
| กระแอก ๑ | น. เชือกหรือลวดหนังตีเป็นเกลียวหุ้มผ้าแดง |
| ปลายสายทั้ง ๒ ข้างผูกกับสายสําอางคร่อมอยู่ทาง |
| ท้ายสันหลังช้าง สำหรับควาญช้างจับเมื่อเวลาคับขัน, |
| กระแซง หรือ ประแอก ก็เรียก. |
|
|
| กระแอก ๒ | น. อีกา. (ข. แกฺอก). |
|
|
| -กระแอด | ใช้เข้าคู่กับคํา กระออด เป็น กระออดกระแอด. |
|
|
| กระแอบ | ดู ตะขาบ ๑. (ข. แกฺอบ). |
|
|
| กระแอม ๑ | ก. ทําเสียงแอมในคอคล้ายไอ เพื่อให้โปร่งคอ |
| ให้เสียงหายเครือ เพื่อให้เขารู้ หรือระวัง เป็นต้น, |
| นิยมใช้เข้าคู่กับคํา กระไอ เป็น กระแอมกระไอ. |
|
|
| กระแอม ๒ | น. ลายที่ผูกเป็นตัวลอย ๆ ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม |
| ขนมเปียกปูนคล้ายลายกระหนกหางโต ใช้สําหรับอุด |
| หรือปิดช่องไฟระหว่างลายกระหนกเครือวัลย์ เรียกว่า |
| ลูกกระแอม, ตัวที่บอกให้รู้ว่าได้ทําอะไรแปลกไปจาก |
| การประดิษฐ์ แสดงเป็นตัวลูกไม้เพิ่มขึ้น เรียกว่า ตัวกระแอม. |
|
|
| -กระแอ้ม | ใช้เข้าคู่กับคํา กระอ้อม เป็น กระอ้อมกระแอ้ม. |
|
|
| กระไอ ๑ | น. กลิ่น (ใช้เฉพาะกลิ่นของสิ่งที่จวนจะบูด) |
| เช่น แกงมีกระไอจวนจะบูดแล้ว, สะไอ ก็ว่า. |
| ว. มีกลิ่นเหม็นแสดงว่าจวนจะบูด เช่น |
| ข้าวเหม็นกระไอ, สะไอ ก็ว่า. |
|
|
| กระไอ ๒ | ก. ไอ, ใช้เข้าคู่กับคํา กระอัก หรือ กระแอม เป็น |
| กระอักกระไอ กระแอมกระไอ หรือ กระไอกระแอม. |
| กระไอกระแอม ก. ทําเสียงไอเสียงแอม เช่น ถ้ามันจะ |
| เกริ่นกรายกระไอกระแอมแอบเข้ามา. (ม. ร่ายยาว ชูชก). |
|
|
| กรัก | [กฺรัก] น. แก่นขนุนใช้ย้อมผ้า; (โบ) โรงกรัก คือ โรงที่ต้มกรักในวัด. |
| (ตะเลง ว่า แก่นไม้; ข. กราก่ ว่า แก่นขนุน). |
|
|
| กรักขี | [กฺรัก-] ดู สักขี ๒. |
|
|
| กรัง ๑ | [กฺรัง] ก. แห้ง เช่น เสบียงกรัง, แห้งติดแน่นอยู่ เช่น ขี้มูกขี้ตากรัง. |
|
|
| กรัง ๒ | [กฺรัง] น. เนิน เช่น กึกก้องไพรกรัง. (อนิรุทธ์), อเนกทั่วไพรกรัง. |
| (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| กรัชกาย | [กะรัดชะ-, กะหฺรัดชะ-, กฺรัดชะ-] (แบบ) น. ร่างกาย |
| เช่น เจ้างามยามประจงจัดกรัชกาย. (กลบทบัวบานกลีบขยาย). |
| [ป. ก (น้ำ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีในน้ำ |
| (น้ำ หมายถึง น้ำกาม น้ำอสุจิ, ธุลีในน้ำ คือ ตัวสเปิร์มที่อยู่ |
| ในน้ำอสุจิ), ก (สรีระ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีในสรีระ, |
| กายอันบังเกิดด้วยดีด้วยธุลีเป็นไปในสรีระ (บาฬีลิปิกรม), |
| ก (กุจฺฉิต = น่ารังเกียจ) + รช (ธุลี) + กาย = กายที่เกิดจากธุลีที่ |
| น่ารังเกียจ, กร (การกระทำ) + ช (เกิด) + กาย = กายที่เกิดด้วยสันถวะ |
| (ความเชยชิด) อันมารดาบิดากระทำแล้ว]. |
|
|
| กรัณฑ-, กรัณฑ์ | [กะรันทะ-, กะรัน] (แบบ) น. ตลับ, หีบ, หม้อ, เช่น |
| รัตนกรัณฑ์ = ตลับเพชร. (สังโยคพิธาน), กรัณฑรัตน. (ยวนพ่าย), |
| กรัณฑขลังขังน้าทิพมุรธา ภิเษกท่าน. (ราชาภิเษก ร. ๗). |
| (ดู กรณฑ์ ๑). |
| กรัณฑก ดู กรณฑ์ ๑. |
|
|
| กรัณย์ | [กะรัน] น. กิจ. ว. อันพึงทํา เช่น ราชกรัณย์. (ป. กรณีย). |
|
|
| กรัน ๑ | [กฺรัน] ว. เล็ก, แคระ, เช่น กรวดกรันขราราย. (สุธน). |
|
|
| กรัน ๒ | [กฺรัน] น. ชื่อกล้วยพันธุ์หนึ่งของชนิด Musa sapientum L. |
| ผลสั้นป้อม มีเมล็ดมาก, กล้วยเต่า ก็เรียก. |
|
|
| กรับ ๑ | [กฺรับ] น. ไม้สําหรับตีให้อาณัติสัญญาณหรือขยับเป็นจังหวะ |
| ทำด้วยไม้ไผ่ซีกหรือไม้แก่น ๒ อัน รูปร่างแบนยาวประมาณ |
| ๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๓-๔ เซนติเมตร หนาประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร |
| เมื่อตีหรือขยับให้ไม้ทั้ง ๒ อันนั้นกระทบกันจะได้ยินเสียงเป็น |
| ``กรับ ๆ'' เช่น รัวกรับ ขยับกรับ. |
| กรับขยับ น. กรับเสภา. |
| กรับคู่ น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้ไผ่ซีกหรือไม้แก่นเป็นคู่ |
| สำหรับตีเป็นจังหวะในการฟ้อนรำขับร้อง. |
| กรับพวง น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้แผ่นบาง ๆ หรือ |
| แผ่นทองเหลืองหรือแผ่นงาช้างหลาย ๆ อัน และมีไม้แก่น |
| หรืองาประกับ ๒ ข้างอย่างด้ามพัด ตอนหัวข้างหนึ่งเจาะรู |
| ร้อยเชือก เวลาตีใช้มือข้างหนึ่งจับตรงหัวทางเชือกร้อย |
| แล้วฟาดข้างหนึ่งลงบนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง สำหรับตีเป็น |
| จังหวะประกอบการฟ้อนรำและขับร้อง หรือใช้ตีรัวเป็น |
| อาณัติสัญญาณ. |
| กรับเสภา น. กรับชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้แก่นเช่นไม้ชิงชัน |
| เป็นรูปสี่เหลี่ยม ยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร หนาประมาณ |
| ๕ เซนติเมตร ลบเหลี่ยมเล็กน้อยเพื่อมิให้บาดมือและให้ |
| สามารถกลิ้งตัวกระทบกันได้สะดวก ใช้ประกอบในการขับเสภา |
| โดยผู้ขับเสภาจะต้องใช้กรับ ๒ คู่ ถือไว้ข้างละคู่ ขณะที่ขับ |
| เสภาก็ขยับกรับแต่ละคู่ให้กระทบกันเข้าจังหวะกับเสียงขับ, |
| กรับขยับ ก็เรียก. |
|
|
| กรับ ๒ | [กฺรับ] (โบ) ก. แห้งติดอยู่เหมือนกาวติดชาม ว่า กรับแห้ง. (ปรัดเล). |
|
|
| กรัม | [กฺรํา] น. หน่วยมาตราชั่งน้ำหนัก ตามมาตราเมตริก |
| มีอัตรา = ๑๐๐ เซนติกรัม หรือ ๑ ใน ๑,๐๐๐ แห่งกิโลกรัม, |
| ตามมาตราประเพณี อัตรา ๖๐๐ กรัม = ๑ ชั่งหลวง, อักษรย่อว่า ก. |
| (ฝ. gramme). |
|
|
| กราก | [กฺราก] ก. ตรงเข้าไปโดยเร็ว เช่น กรากเข้าไป. ว. รวดเร็ว |
| เช่น น้ำไหลเชี่ยวกราก; เรียกสิ่งที่หุงหรือนึ่งสวยมากเกินไปว่า |
| สวยกราก เช่น ข้าวสวยกราก ถั่วสวยกราก, แข็งอย่างผ้าลาย |
| ที่ยังไม่ได้ซักหรือผ้าที่ลงแป้งจนแข็ง; เสียงอย่างเสียงลากกิ่งไม้. |
|
|
| กราง ๑ | [กฺราง] ก. ถูไปถูมาด้วยบุ้ง ตะไบ หรือหนังกระเบน. |
|
|
| กราง ๒ | [กฺราง] (โบ; กลอน) ว. เสียงอย่างเสียงใบตาลแห้งที่ถูกลมพัด |
| กระทบกัน เช่น ด่งงไม้รงงรจิตร อันอยู่ชชิดทางเทา |
| ร่มเย็นเอาใจโลกย์ ลําโล้โบกใบกราง. (ม. คําหลวง ชูชก). |
| กรางเกรียง ว. เสียงอย่างเดียวกับกราง เช่น |
| ก้องกงรถก้องกรางเกรียง. (พากย์; สุธน). |
|
|
| กร่าง | [กฺร่าง] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ชนิด Ficus altissima |
| Blume ในวงศ์ Moraceae เปลือกเรียบสีเทา ใบกว้างหนารูปไข่ |
| ปลายมน ไม่มีขน ผลกลม เมื่อสุกสีส้มออกแดง, ลุง ฮ่างหลวง |
| หรือ ไทรทอง ก็เรียก. (ปาก) ว. อาการที่ทำท่าทางหรือพูดจาวางโต |
| เช่น เขาชอบทำกร่างอยู่เรื่อย. |
|
|
| กราด ๑ | [กฺราด] น. ไม้กวาดที่ทําเป็นซี่ยาว ๆ ห่าง ๆ มีด้ามยาวสําหรับ |
| ใช้กวาดที่ลานวัดเป็นต้น. (ข. จฺราศ). ก. กวาดด้วยกราด. |
|
|
| กราด ๒ | [กฺราด] น. เครื่องขูดไคลม้าทําด้วยเหล็ก มีฟันคล้ายกระต่าย |
| ขูดมะพร้าว; เครื่องจีมไม้ให้แน่น. |
|
|
| กราด ๓ | [กฺราด] น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้ประกอบกับเรือ, |
| บางถิ่นเรียกว่า กรีด หรือ เรือกรีด, เวลาจับสัตว์น้ำใช้แจวไปตาม |
| ฝั่งคลองหรือแม่น้ำ โดยให้ไม้สําหรับกรีดนั้นระไปในน้ำ. |
|
|
| กราด ๔ | [กฺราด] น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Dipterocarpus intricatus Dyer |
| ในวงศ์ Dipterocarpaceae ขึ้นในป่าเต็งรัง ต้นมียางเหนียว เจาะ |
| เอาน้ำมันยางได้, ยางกราด เหียงกราด ตะแบง หรือ สะแบง ก็เรียก. |
|
|
| กราด ๕ | [กฺราด] ก. กวดให้แน่น เช่น กราดลิ่ม, กวดให้อยู่ในบังคับ เช่น |
| กราดควาย กราดเด็ก; พ่นน้ำนกและไก่แล้วเอาออกผึ่งแดด; |
| ตากอยู่กลางแดดกลางลม. ว. ซัดส่ายไปโดยไม่เจาะจง เช่น |
| ยิงกราด, สาดไป เช่น ด่ากราด. |
| กราดเกรี้ยว ก. แสดงกิริยาท่าทางพร้อมทั้งดุด่าว่ากล่าวเป็นต้น |
| อย่างรุนแรงด้วยความโกรธ, เกรี้ยวกราด ก็ใช้. |
|
|
| กราด ๖ | [กฺราด] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เล็ก, แคระ, แกร็น. |
|
|
| -กราด | ใช้เข้าคู่กับคํา กรีด เป็น กรีดกราด. |
|
|
| กราดวง | [กฺรา-] น. ลูกมะพร้าวทุยที่ตัดครึ่งท่อน สําหรับถูพื้นบ้าน |
| หรือหวีด้ายทอหูก, เสียงที่พูดกันเป็นกระดวง. |
|
|
| กราน ๑ | [กฺราน] (โบ) น. ไฟ เช่น เชิงกราน, ธุมาก็ปรากฏแก่กราน. (กฤษณา). |
|
|
| กราน ๒ | [กฺราน] ใช้เข้าคู่กับคําอื่น หมายความว่า ทอดตัว หรือ ล้มตัวลงราบ |
| เช่น ก้มกราน หมอบกราน, หมายความว่า ค้ำ, ยัน, เช่น ยันกราน |
| ยืนกราน, ในบทกลอนใช้โดยลําพังก็มี เช่น ก็กรานในกลางรณภู. |
| (สมุทรโฆษ), พระรามตัดตีนสินมือเสีย กรานคอไปไว้ที่นอกเมือง. |
| (มโนห์รา), โบราณเขียนเป็น กราล ก็มี. |
| กรานกฐิน [-กะถิน] ก. ขึงไม้สะดึง คือ เอาผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรเข้าขึง |
| ที่ไม้สะดึง เย็บเสร็จแล้วบอกแก่ภิกษุทั้งหลายผู้ร่วมใจกันยกผ้า |
| ให้ในนามของสงฆ์เพื่ออนุโมทนา, ภิกษุผู้เย็บจีวรเช่นนั้น เรียกว่า |
| ผู้กราน, พิธีทําบัดนี้ คือ สงฆ์ยกผ้าอันไม่พอแจกกันให้ภิกษุรูปหนึ่ง |
| ภิกษุรูปนั้นทําตั้งแต่ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อม เสร็จในวันนั้น ทํา |
| พินทุกัปปะอธิษฐานเป็นจีวรครอง เป็นจีวรกฐิน เรียกว่ากรานกฐิน. |
| (อุปสมบทวิธี). (ดู กฐิน). (ข. กราล ว่า ปู, ลาด). |
|
|
| กร้าน | [กฺร้าน] ว. มีผิวด้าน, มีผิวไม่สดใส; กระด้าง, แข็ง, หยาบ. |
|
|
| กราบ ๑ | [กฺราบ] น. ไม้เสริมแคมเรือให้สูงขึ้น, ส่วนของเรือตอนที่มีไม้เสริม, |
| ไม้กระดานที่ติดตรงแคมเรือไปตามแนวนอนสําหรับเดิน, |
| เรียกส่วนด้านข้างของเรือรบว่า กราบ. |
|
|
| กราบ ๒ | [กฺราบ] ก. แสดงความเคารพด้วยวิธีนั่งประนมมือขึ้นเสมอหน้าผาก |
| แล้วน้อมศีรษะลงจดพื้น, ถ้าหมอบแล้วน้อมศีรษะลงจดมือที่ |
| ประนมอยู่กับพื้น เรียกว่า หมอบกราบ, ประนมมือเสมอหน้าผาก |
| แล้วน้อมศีรษะลงจดมือที่วางอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ก็อนุโลมถือว่าเป็น |
| กราบ เช่น กราบลงบนตัก, เรียกกราบไหว้ด้วยตั้งอวัยวะทั้ง ๕ |
| ลงกับพื้น คือ กราบเอาเข่าทั้ง ๒ จดพื้น ฝ่ามือทั้ง ๒ วางราบ |
| ติดพื้น และหน้าผากจดพื้นว่า กราบโดยเบญจางคประดิษฐ์ |
| เป็นอาการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด, โดยปริยายใช้เป็น |
| คําแสดงอาการเคารพเหมือนอย่างกราบ เช่น กราบทูล กราบเรียน. |
| กราบพระ (โบ) น. ผ้ากราบ. |
|
|
| กราบ ๓ | [กฺราบ] (โบ) ก. นอน เช่น เถ้าก็กราบกรนอึงอยู่นั้น. |
| (ม. คําหลวง กุมาร). |
|
|
| กราบ ๔ | [กฺราบ] (โบ) ว. ตราบ เช่น กราบเท่ากัลปาวสาน. (พงศ. อยุธยา). |
|
|
| กราฟ | น. แผนภูมิที่ใช้เส้น จุด หรือภาพเป็นต้น เพื่อแสดงความ |
| เปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรตัวหนึ่งเทียบกับความเปลี่ยนแปลง |
| ค่าของตัวแปรตัวอื่น; (คณิต) เซตของจุดที่เรียงกันอย่างมีระเบียบ |
| ตามที่กําหนดขึ้นด้วยสมการหรืออสมการ. (อ. graph). |
|
|
| กราม | [กฺราม] น. ฟันที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร. |
| กรามช้าง ๑ น. ตําราแพทย์แผนโบราณว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง |
| ขึ้นที่แถวกราม มีอาการเป็นเนื้อร้ายงอกขึ้นที่ต่อมแถวก้านคาง |
| ทําให้ขากรรไตรพองโตใหญ่ออกมา เรียกว่า มะเร็งกรามช้าง. |
|
|
| กรามช้าง ๒ | น. ชื่อกล้วยชนิดหนึ่ง เรียกว่า กล้วยกรามช้าง. (ตําราปลูกไม้ผล). |
|
|
| กรามพลู | [กฺรามพฺลู] (โบ) น. กานพลู เช่น แห้วหมูพิชกรามพลูก็มี. |
| (ม. คําหลวง มหาพน). (เทียบทมิฬ กฺรามปู). |
|
|
| กราย ๑ | [กฺราย] น. ชื่อปลาน้ำจืดชนิด Notopterus chitala |
| ในวงศ์ Notopteridae หัวและลําตัวแบนข้างมาก สันหัวแอ่นลง |
| ท้องเป็นสันคม ครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบก้นยาวต่อเนื่องกับครีบหาง |
| ซึ่งเล็กและมีขอบกลม บริเวณเหนือครีบก้นมีจุดสีดํา ๕-๑๐ จุด เรียง |
| เป็นแถวตามยาว ขนาดยาวได้ถึง ๑ เมตร, ตองกราย หรือ หางแพน |
| ก็เรียก. |
|
|
| กราย ๒ | [กฺราย] น. โรคซางจรชนิดหนึ่ง มีอาการตัวร้อน |
| ลงราก กระหายน้ำ. (แพทย์). |
|
|
| กราย ๓ | [กฺราย] ก. เคลื่อนไหวอย่างมีท่าทาง, เดินอย่างมีท่าที, |
| เช่น ห่มเสื้อกรายดาบง่า. (ลอ), ลอยชายกรายแขนเข้าในห้อง. |
| (คาวี); เดินเฉียดเข้าไปใกล้ ๆ, เดินเฉียดใกล้เข้าไปอย่างไม่มีคารวะ, |
| เช่น เดินกรายศีรษะ, ใช้เข้าคู่กับคํา กรีด กรุย และ กล้ำ เป็น |
| กรีดกราย กรุยกราย และ กล้ำกราย. |
|
|
| กราย ๔ | [กฺราย] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Xylopia malayana |
| Hook.f. et Thomson ในวงศ์ Annonaceae เนื้อไม้ผ่าง่าย |
| ใช้ทําฟืนและกระเบื้องไม้มุงหลังคา. |
|
|
| กร่าย | [กฺร่าย] น. ผ้าคาดที่ถักเป็นตาข่าย เช่น คาดกร่ายชายทองวาง |
| ร่วงรุ้ง. (กาพย์ห่อโคลง). |
|
|
| กราล | [กฺราน] (โบ) ดู กราน ๒. |
|
|
| กราว ๑ | [กฺราว] (โบ; คําเดียวกับ จราว) น. ตะพาบน้า เช่น |
| ตัวกราวมีกริวพ่นชลสินธุ์. (ดู ตะพาบ, ตะพาบน้า). |
|
|
| กราว ๒ | [กฺราว] ว. เสียงดังคล้ายเช่นนั้น เช่น เสียงของแข็งจํานวนมาก ๆ |
| ร่วงลงกระทบพื้นหรือหลังคาพร้อม ๆ กัน หรือเสียงที่คน |
| จํานวนมากตบมือพร้อม ๆ กัน. |
|
|
| กราว ๓ | [กฺราว] น. ชื่อเพลงหน้าพาทย์ ใช้ในเวลายกทัพหรือแสดงอาการร่าเริง, |
| ครั้นมีเพลงกราวอื่น ๆ ด้วย เพลงนี้เรียกว่า กราวใน, ต่อนี้ทําบทเชิด, |
| ถ้ามีการพากย์ เช่น พากย์รถก่อนยกทัพออก ทําเพลงกราวในหยุด |
| หมายความว่าสุดเจรจาแล้วใช้กราวในพอหยุดป้องหน้าแล้วจึงพากย์, |
| สําหรับบทของมนุษย์ ลิง หรือเทวดา เปลี่ยนเป็น กราวนอก |
| ใช้เป็นเพลงประจํากัณฑ์มหาราชในเวลามีเทศน์มหาชาติ |
| และเรียกว่า กราวเขน ก็ได้ เพราะเมื่อยกกองทัพ พวกเขนออกก่อน, |
| ถ้าเกี่ยวกับการรําเยาะเย้ยใช้เพลง กราวรำ, อาณัติสัญญาณลาโรง |
| ก็ใช้เพลงนี้, เมื่อประสมลูกฆ้องมอญเป็น กราวรำมอญ, |
| นอกนี้ถ้าประสมลูกฆ้องใน ๑๒ ภาษา ก็มีชื่อตามภาษานั้น ๆ |
| คือ กราวกระแซ เจือไปข้างเพลงลาว ๆ, กราวเขมร มีเนื้อร้อง |
| เป็นเพลงเขมร, กราวจีน ทําในเวลาเข้าเฝ้าหรือเดินเล่นหรือ |
| เล่นสนุกกัน ทํานองเป็นเพลงจีน ๒ ชั้น. |
|
|
| กร้าว | [กฺร้าว] ว. แข็งกระด้าง, แข็งมากหรือแข็งเกินพอดี |
| ซึ่งอาจแตกบิ่นได้ง่าย, ไม่นุ่มนวล. |
|
|
| กราวด่าง | ดู ม่านลาย. |
|
|
| กราวรูด | [กฺราว-] (ปาก) ว. ตลอดหมด, ไม่เว้น, เช่น จับกราวรูด. |
|
|
| กราสิก | [กฺรา-] (โบ; กลอน) น. ผ้าด้ายแกมไหม เช่น พัสตรากราสิกศรี. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป. กาสิก; ส. กาศิก). |
|
|
| กรำ | [กฺรํา] ว. ตรํา, ฝ่า, ทนลําบาก, เช่น กรําแดด กรําฝน, |
| เคี่ยวเข็ญเย็นค่ากรําไป. (พระราชนิพนธ์ ร. ๖). |
|
|
| กร่ำ ๑ | [กฺร่ำ] น. ที่ล่อปลาให้เข้าไปอยู่ ใช้ไม้ปักตามชายฝั่งลําแม่น้ำ |
| เป็นรูปกลมบ้าง รีบ้าง ภายในสุมด้วยกิ่งไม้เพื่อล่อให้ปลาเข้าอาศัย |
| เมื่อเวลาจะจับก็เอาเฝือกหรืออวนล้อม แล้วเอาไม้ที่สุมนั้นออก, |
| เขียนเป็น กล่ำ ก็มี. |
|
|
| กร่ำ ๒ | [กฺร่ำ] ก. เอาพร้าหวดตัดตอหญ้าที่เหลืออยู่ให้เตียน. |
|
|
| กร่ำ ๓ | [กฺร่ำ] (โบ) น. ไม้ปักที่หมายร่องน้ำที่ทะเล. (ปรัดเล). |
|
|
| กร่ำ ๔ | [กฺร่ำ] (ปาก) ว. ใช้ประกอบกับอาการเมา เช่น เมาเหล้า |
| ว่า เมากร่ำ หมายความว่า เมาเรื่อยไป. |
|
|
| กร่ำกรุ่น | [กฺร่ำกฺรุ่น] ว. สีมัว ๆ ไม่ชัด เช่น สีกร่ำกรุ่นเป็นอย่างไรฉันไม่เคย. |
|
|
| กริก, กริ๊ก | [กฺริก, กฺริ๊ก] ว. เสียงของแข็ง เช่น แก้ว โลหะ กระทบกัน. |
|
|
| กริกกริว | [กฺริกกฺริว] ว. ขี้ริ้ว, เลว, เช่น โฉมใช่โฉมคนค้า |
| หน้าใช่หน้ากริกกริว. (ลอ). |
|
|
| กริกกรี | [กฺริกกฺรี] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. มีทีท่าเจ้าชู้. |
|
|
| กริ่ง ๑ | [กฺริ่ง] น. เครื่องบอกสัญญาณมีเสียงดังเช่นนั้น; |
| เรียกพระเครื่องที่ทําด้วยโลหะ ข้างในกลวง มีก้อนโลหะ |
| คลอนเขย่าดังกริ่ง ๆ ว่า พระกริ่ง. |
|
|
| กริ่ง ๒ | [กฺริ่ง] ก. นึกแคลง, นึกระแวง, นึกสงสัย. |
| กริ่งเกรง ก. ระแวงกลัวไป. |
| กริ่งใจ ก. นึกแคลงใจ. |
|
|
| กริ๊ง | [กฺริ๊ง] ว. เสียงแหลมเบาอย่างเสียงของแข็งเช่นแท่งโลหะกระทบกัน. |
|
|
| กริงกริว | [กฺริงกฺริว] ว. เล็ก เช่น มนุษย์น้อยกริงกริวผิวเนื้อเหลือง. |
|
|
| กริ้งกริ้ว | [กฺริ้งกฺริ้ว] (ถิ่น - ปักษ์ใต้) ว. เล็ก, ผอม, |
| เช่น รูปร่างกริ้งกริ้ว คือ รูปร่างเล็ก. |
|
|
| กริช | [กฺริด] น. อาวุธชนิดหนึ่ง คล้ายมีด ๒ คม ปลายแหลม |
| ใบมีดตรงก็มีคดก็มี เป็นของชาวมลายู. |
|
|
| กริณี, กรินี | [กะ-] (แบบ) น. ช้างพัง, ใช้ว่า กิริณี หรือ กิรินี ก็มี. |
| (ส. กริณี; ป. กรินี). |
|
|
| กริตย- | [กฺริดตะยะ-] (โบ; กลอน) ก. ทํา เช่น พระบาทสญไชยก็ชําระ |
| กริตยภิษิตสรรพางค์. (ม. คําหลวง มหาราช). (ส. กฺฤตฺย). |
|
|
| กริน | [กะ-] (แบบ) น. ช้าง, ช้างพลาย, เช่น กรินไกรอาสนอัศวาชี. |
| (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ส.). |
| กรินทร์ น. พญาช้าง, ช้างที่ควรยกย่อง, เช่น เบื้องนั้นบรรลุ |
| ผู้เผือกกรินทร์ หนึ่งฤๅ. (ลิลิตพยุหยาตรา), ใช้เป็น กเรนทร์ ก็มี. |
| (ส. กรินฺ + อินฺทฺร = กรินทร์ = ช้างใหญ่, ช้างศึก, ช้างพระอินทร์). |
|
|
| กรินทร์ | ดู กริน. |
|
|
| กรินี | [กะ-] ดู กริณี. |
|
|
| กริบ | [กฺริบ] ก. ขริบ, ตัดให้พลันขาดด้วยกรรไกรโดยไม่มีเสียงหรือ |
| มีเสียงเช่นนั้น เช่น กริบผม กริบชายผ้า, ตัดขาดโดยฉับไวและ |
| แนบเนียนด้วยความคม. ว. มาก เช่น คมกริบ;โดยปริยาย |
| หมายความว่า เงียบไม่มีเสียงดัง เช่น เงียบกริบ ย่องกริบ. |
|
|
| กริม | [กฺริม] น. ชื่อปลาน้ำจืดขนาดเล็กในสกุล Trichopsis |
| วงศ์ Anabantidae พบทั่วไป รูปร่างคล้ายปลากัด |
| ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่หัวแหลมกว่า และสีไม่สดสวย |
| มักมีแถบสีเข้มพาดตลอดข้างตัว ๒-๓ แถบ ที่พบมากได้แก่ |
| กริมข้างลาย (T. vittatus), กัดป่า ก็เรียก. |
|
|
| กริ่ม | [กฺริ่ม] ก. กระหยิ่ม, ครึ้มใจ, อิ่มใจ. |
| ว. อาการที่เมาเหล้าอย่างใจดี เรียกว่า เมากริ่ม. |
|
|
| กริยา | [กฺริยา, กะริยา] (ไว) น. คําที่แสดงอาการของนามหรือสรรพนาม. |
| (ส. กฺริยา; ป. กิริยา). |
| กริยานุเคราะห์ (ไว) น. กริยาที่ใช้ช่วยกริยาอื่น |
| เช่น คง จะ ถูก น่า, กริยาช่วย ก็ว่า. |
| กริยาวิเศษณ์ (ไว) น. คําวิเศษณ์ใช้ประกอบคํากริยา |
| หรือคําวิเศษณ์ด้วยกันให้มีความแปลกออกไป. |
| กริยาวิเศษณ์วลี (ไว) น. ท่อนความที่มีคํากริยาวิเศษณ์ |
| ที่พ่วงบุรพบทเข้าขยายกริยา เช่น ม้าวิ่งไปข้างโน้น |
| ความที่ขีดสัญประกาศนั้นเป็นกริยาวิเศษณ์วลี. |
| กริยาวิเศษณานุประโยค [-วิเสสะนานุปฺระโหฺยก] (ไว) |
| น. อนุประโยคที่ประกอบกริยาหรือวิเศษณ์ในสังกรประโยค, |
| ประโยควิเศษณ์ ก็ว่า. |
|
|
| กริว ๑ | [กฺริว] น. เต่า เช่น เขียนกริวขึ้นขี่ที่ต้นคอ. (ขุนช้างขุนแผน), |
| จริว หรือ ตริว ก็ว่า. (ดู ตะพาบ, ตะพาบน้ำ). |
| กริวลาย ดู ม่านลาย. |
|
|
| กริว ๒ | [กฺริว] ว. เกรียว เช่น บางหมู่ก็กริวเกริ่น. (ม. ฉันท์ มหาพน). |
| กริวกราว ว. เสียงโห่, เสียงเอ็ดอึงพร้อมกันหลาย ๆ เสียง, |
| เช่น บ้างโบกธงธุชพรายพราวโลดเต้นกริวกราว. |
|
|
| กริ้ว | [กฺริ้ว] (ราชา) ก. โกรธ, เคือง, ในบทกลอนโบราณใช้ในที่สามัญก็มี |
| เช่น ฝูงมหาชนท้งงหลายกริ้วโกรธ. (ม. คําหลวง ชูชก). |
|
|
| กรี ๑ | [กะรี] (แบบ) น. ช้าง เช่น ถัดนั้นพลนิกรพวกกรี. |
| (ม. คําหลวง มหาราช). |
|
|
| กรี ๒ | [กฺรี] (กลอน) ย่อมาจาก กรีธา เช่น |
| ให้เรานี้กรีพลออกเดินไพร. (อิเหนา). |
|
|
| กรี ๓ | [กฺรี] น. โครงแข็งแหลมที่หัวกุ้ง. |
|
|
| กรีฑา | [กฺรีทา] น. กีฬาประเภทหนึ่ง แบ่งออกเป็นประเภทลู่ |
| และประเภทลาน; การเล่นสนุก เช่น กรีฑาร่าเริงรื่น; |
| การเล่นสมพาส เช่น ในกามกรีฑากล. (กฤษณา); |
| การประลองยุทธ์. (ส.). |
| กรีฑากร ก. ทํากรีฑา เช่น ปางกรีฑากร อนงค์ในแท่นทอง. |
| (สมุทรโฆษ). |
| กรีฑาภิรมย์ ว. น่ารื่นรมย์ยิ่งในกรีฑา, (โบ) ใช้ว่า กรีธา ก็มี |
| เช่น แห่งอรอาตมชายา อันกรีธาภิรมย์. (ม. คําหลวง ทศพร). |
| กรีฑารมย์ ว. เป็นที่ยินดีในกรีฑา เช่น สองท้าวเสมอกัน |
| และควรที่กรีฑารมย์. (สมุทรโฆษ). |
| กรีฑาสถาน น. สถานที่เล่นกีฬา. |
|
|
| กรีด ๑ | [กฺรีด] (ถิ่น) น. เครื่องจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง. (ดู กราด ๓). |
|
|
| กรีด ๒ | [กฺรีด] ก. มีท่วงท่าที่มีลีลางดงามอย่างละครรำ. |
| กรีดกราย ว. เยื้องกราย, เดินทอดแขน, มีท่าทางหยิบหย่ง, |
| ทำอะไรไม่เต็มกำลัง. |
| กรีดน้ำตา ว. เช็ดน้ำตาด้วยนิ้วอย่างละครรำ, โดยปริยาย |
| เป็นคำแสดงความหมั่นไส้ว่าแสร้งร้องไห้ทำให้ดูน่าสงสาร |
| เช่น เรื่องแค่นี้มานั่งกรีดน้ำตาอยู่ได้. |
| กรีดนิ้ว ก. กรายนิ้ว, ใช้นิ้วมือหยิบอย่างมีท่าทีหยิบหย่ง. |
| กรีดเล็บ ก. อาการที่ใช้เล็บเก็บสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีท่างาม |
| เช่น กรีดเล็บเก็บพวงสุมาลี นารีขับเพลงวังเวงใจ. (เงาะป่า). |
|
|
| กรีด ๓ | [กฺรีด] ก. ขีดให้เป็นรอยหรือให้ขาด เช่น เอากากเพชรกรีดกระจก |
| เอามีดกรีดใบตองเย็บกระทง; ระไป, ครูดไป, เช่น เอาหลังเล็บ |
| กรีดลูกทุเรียนเพื่อให้รู้ว่ากินได้หรือยัง; เอาคมมีดสะบัดบนของ |
| แข็งเพื่อให้คม เช่น เอามีดกรีดหินเพื่อให้คม กรีดมีดบนปากชาม. |
| กรีดไพ่ ก. สับไพ่ป๊อกโดยวิธีแยกไพ่ออกเป็น ๒ ส่วน |
| ใช้มือแต่ละข้างจับไพ่แต่ละส่วนไว้ แล้วใช้ที่หัวแม่มือระไพ่ |
| แต่ละใบให้ล้มทับสลับกันจนหมดแล้วผลักรวมเข้าด้วยกัน. |
|
|
| กรีด ๔ | [กฺรีด] ว. อาการที่ร้องเสียงแหลม. ก. ร้องเสียงแหลม |
| เช่น กรีดร้อง กรีดเสียง. |
| กรีดกราด [-กฺราด] ว. อาการที่ร้องอุทานเพื่อเรียกร้อง |
| ความสนใจเป็นต้น. |
|
|
| กรี๊ด | ว. อาการที่เปล่งเสียงร้องดังเช่นนั้นด้วยความตกใจหรือโกรธเป็นต้น. |
| กรี๊ดกร๊าด ว. อาการที่เปล่งเสียงร้องอุทานแสดงความพอใจเป็นต้น. |
|
|
| กรีธา | [กฺรีทา] ก. เคลื่อน, ยก, เดินทางเป็นหมู่เป็นกระบวน, |
| (ใช้ในการยกทัพ). |
| กรีธาทัพ ก. ยกกระบวนทัพ, เดินกองทัพ. |
| กรีธาพล ก. รวมพลเข้าเป็นกระบวน. |
|
|
| กรีษ | [กะหฺรีด] (แบบ) น. คูถ, อุจจาระ, ขี้. (ส.; ป. กรีส). |
|
|
| กรีส | [กะหฺรีด] น. อาหารเก่า, คูถ, อุจจาระ, ขี้, เช่น หนึ่งน้ำมูตรกรีส |
| ฤๅเกียจฤๅกีด คำคนติฉิน. (สรรพสิทธิ์). (ป.; ส. กรีษ); |
| (แบบ) มาตราวัดความยาวเท่ากับ ๑ เส้น ๑๑ วา ๑ ศอก |
| หรือ ๑๒๕ ศอก, ความจุเท่ากับ ๔ อัมพณะ คือ ประมาณ |
| ๔๔ ทะนาน. (ลิปิ). (ป. กรีส; ส. กรฺษ). |
|
|
| กรึกถอง | [กรึกฺถองฺ] (โบ) ว. มากมาย, ตรึกถอง ก็ใช้. |
|
|
| กรึง | [กฺรึง] (โบ) ก. ตรึง, ปักแน่น, ทําให้อยู่กับที่, |
| เช่น ต้องศรพรหมาสตร์ฤทธิรณ กรึงแน่นทรวงบน |
| ตลอดจนยอดปฤษฎางค์. (พากย์). |
|
|
| กรึ๊บ | [กฺรึ๊บ] ว. เสียงเกิดจากการกลืนของเหลวเช่นเหล้าอย่างรวดเร็ว, |
| ลักษณนามเรียกการดื่มเหล้าอึกหนึ่ง ๆ ด้วยอาการอย่างนั้น |
| เช่น ดื่มเหล้ากรึ๊บหนึ่ง ดื่มเหล้า ๒ กรึ๊บ. (ปาก) ก. ดื่ม |
| (มักใช้แก่เหล้า). |
|
|
| กรึ่ม | [กฺรึ่ม] ว. อาการที่เมาเหล้าตลอดทั้งวัน เรียกว่า เมากรึ่ม. |
|
|
| กรุ ๑ | [กฺรุ] น. ห้องที่ทําไว้ใต้ดิน ใต้พระเจดีย์ เป็นต้น |
| สำหรับเก็บพระพุทธรูปและสิ่งอื่น ๆ,โดยปริยาย |
| หมายถึงกระทรวง ทบวง กรม ที่ข้าราชการใน |
| สังกัดถูกเรียกตัวเข้ามาอยู่ประจำโดยมิได้มี |
| ตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ เพื่อเป็นการลงโทษหรือ |
| ก่อนเกษียณอายุราชการ ในความว่า เรียกเก็บเข้ากรุ. |
|
|
| กรุ ๒ | [กฺรุ] ก. ปิดกันช่องโหว่หรือที่ว่าง เช่น กรุฝา, รองไว้ข้างล่าง |
| เช่น กรุก้นชะลอม, ปิดกั้น เช่น กรุบ่อ, กรองกรุฉลุกรเม็ด |
| ช่อช้อย. (เพชรมงกุฎ). น. เรียกบ่อซึ่งมีสิ่งรองไว้ที่ก้นว่า |
| บ่อกรุ หรือ กรุ. |
|
|
| กรุก | [กฺรุก] ก. ขลุก, ขลุกขลุ่ย, ง่วนอยู่, เช่น พรรษาหนึ่งสองพรรษาไม่ผาสุก |
| เข้าบ้านกรุกเลยลาสิกขาบท. (นิ. เดือน). ว. เสียงดังกุก เช่น |
| ได้ยินเสียงกรุกลุกขึ้นมอง. (คาวี). |
| กรุกกรัก ก. ขลุกขลัก เช่น กรุกกรักประดักประเดิดเปิดฝาลุ้ง. (คาวี). |
| ว. เสียงดังกุกกัก เช่น ได้ยินเสียงกรุกกรักก็ทักถาม. (ม. ร่ายยาว ชูชก). |
|
|
| กรุกกรู๊ | ว. เสียงนกเขาขันคู, จุ๊กกรู๊ ก็ว่า. |
|
|
| กรุง | [กฺรุง] น. เมืองหลวง, เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งรัฐบาลกลาง, |
| แต่ก่อนหมายถึงประเทศก็ได้ เช่น กรุงสยาม กรุงจีน; |
| (โบ) กษัตริย์ เช่น จึ่งกรุงสุทโธทนเห็นอัศจรรย์ก็ทูลพลันด่งงนี้ฯ. |
| (ม. คำหลวง ทศพร). |
|
|
| กรุ้งกริ่ง | [กฺรุ้งกฺริ่ง] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้, กรุ้มกริ่ม ก็ว่า. |
|
|
| กรุงเขมา | หมายถึงกระทรวง ทบวง กรม ที่ข้าราชการใน |
| สังกัดถูกเรียกตัวเข้ามาอยู่ประจำโดยมิได้มี |
| ตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ เพื่อเป็นการลงโทษหรือ |
| ก่อนเกษียณอายุราชการ ในความว่า เรียกเก็บเข้ากรุ. |
| [กฺรุ] ก. ปิดกันช่องโหว่หรือที่ว่าง เช่น กรุฝา, รองไว้ข้างล่าง |
| เช่น กรุก้นชะลอม, ปิดกั้น เช่น กรุบ่อ, กรองกรุฉลุกรเม็ด |
| ช่อช้อย. (เพชรมงกุฎ). น. เรียกบ่อซึ่งมีสิ่งรองไว้ที่ก้นว่า |
| บ่อกรุ หรือ กรุ. |
| [กฺรุก] ก. ขลุก, ขลุกขลุ่ย, ง่วนอยู่, เช่น พรรษาหนึ่งสองพรรษาไม่ผาสุก |
| เข้าบ้านกรุกเลยลาสิกขาบท. (นิ. เดือน). ว. เสียงดังกุก เช่น |
| ได้ยินเสียงกรุกลุกขึ้นมอง. (คาวี). |
| กรุกกรัก ก. ขลุกขลัก เช่น กรุกกรักประดักประเดิดเปิดฝาลุ้ง. (คาวี). |
| ว. เสียงดังกุกกัก เช่น ได้ยินเสียงกรุกกรักก็ทักถาม. (ม. ร่ายยาว ชูชก). |
| ว. เสียงนกเขาขันคู, จุ๊กกรู๊ ก็ว่า. |
| [กฺรุง] น. เมืองหลวง, เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งรัฐบาลกลาง, |
| แต่ก่อนหมายถึงประเทศก็ได้ เช่น กรุงสยาม กรุงจีน; |
| (โบ) กษัตริย์ เช่น จึ่งกรุงสุทโธทนเห็นอัศจรรย์ก็ทูลพลันด่งงนี้ฯ. |
| (ม. คำหลวง ทศพร). |
| [กฺรุ้งกฺริ่ง] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้, กรุ้มกริ่ม ก็ว่า. |
| [กฺรุงขะเหฺมา] น. ชื่อไม้เถาชนิด Cissampelos pareira L. var. |
| hirsuta (Buch. ex DC.) Forman ในวงศ์ Menispermaceae |
| ใบรูปสามเหลี่ยมปลายมน ผลกลม เมื่อสุกสีแดง. |
|
|
| กรุงพาลี | [กฺรุง-] น. ภาชนะทำด้วยกาบกล้วย เป็นรูปกระบะสี่เหลี่ยม |
| สำหรับวางเครื่องเซ่นสังเวย เรียกว่า บัตรกรุงพาลี หรือ บัตรพระภูมิ, |
| เรียกสั้น ๆ ว่า บัตรพลี. (มาจากชื่อท้าวพลี). (รามเกียรติ์ ร. ๖). |
|
|
| กรุณ | [กะรุน] (กลอน) น. กรุณา. |
|
|
| กรุณา | [กะรุนา] น. ความสงสารคิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ เป็น |
| ๑ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณามุทิตา อุเบกขา; |
| ใช้ประกอบหน้ากริยาแสดงความขอร้องอย่างสุภาพ เช่น กรุณาส่ง; |
| ใช้ร่วมกับคำ พระ เป็นสรรพนามสําหรับพระเจ้าแผ่นดิน เช่น |
| กราบบังคมทูลพระกรุณา. (ป.). |
| กรุณาทฤคุณ [-ทฺรึคุน] (โบ; แบบ) น. กรุณาธิคุณ, |
| คุณอันยิ่งใหญ่ คือ กรุณา. |
| กรุณาธิคุณ น. คุณอันยิ่งใหญ่ คือ กรุณา. (ป. กรุณา + อธิ + คุณ). |
|
|
| กรุน | [กฺรุน] ก. ตัด, ทําลาย, เช่น จะกรุนจะกราดสงคราม. |
| (ม. ฉันท์ มหาราช). (ถิ่นพายัพ กุน ว่า ตัด, ทําลาย, |
| ใช้คู่กับ กาด ว่า ทําให้ราบลง). |
|
|
| กรุ่น | [กฺรุ่น] ว. อาการของไฟที่ยังไม่ดับแต่ไม่ถึงกับลุกโพลง |
| เช่น ไฟติดกรุ่นอยู่, โดยปริยายหมายความว่า ยังเหลืออยู่บ้าง, |
| มีเรื่อย ๆ อยู่, เช่น ควันกรุ่น หอมกรุ่น; ยังไม่ดับสนิท, |
| ร้อนรุ่มอยู่ภายใน, เช่น โกรธกรุ่น. |
|
|
| กรุบ | [กฺรุบ] ว. เสียงดังเช่นนั้นเมื่อเคี้ยวของแข็งที่แตกง่าย. |
| น. ขนมปั้นก้อนชนิดหนึ่ง เรียกว่า ขนมกรุบ; |
| เรียกกะลาอ่อนของมะพร้าวว่า กรุบมะพร้าว. |
| กรุบกริบ ว. เสียงกุกกิก. |
|
|
| กรุ่ม | [กฺรุ่ม] ก. ขันบ่อย ๆ (ปรกติใช้แก่นกเขา แต่ใช้แก่นกอื่นก็มีบ้าง) |
| เช่น บางพวกจับเป็นคู่คูขันกันโดยธรรมดาเวลากรุ่มกําลังที่ตั้งขึ้น |
| ตามฤดู. (ม. ร. ๔ วนปเวสน์); โดยปริยายหมายความว่า |
| สบายเรื่อย ๆ ไป เช่น มีเงินตรากินกรุ่มเป็นภูมิฐาน. (นิ. เดือน); |
| รุ่มร้อน, ระอุ, เช่น นรกเท่ากรุ่ม เปลวร้อนเหมือนไฟ. (สุบิน). |
|
|
| กรุ้มกริ่ม | [กฺรุ้มกฺริ่ม] ก. แสดงสีหน้า แววตา และท่าทางเจ้าชู้ |
| เช่น เห็นผู้หญิงเดินผ่านมาก็ทำกรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที, |
| กรุ้งกริ่ง ก็ว่า. |
|
|
| กรุย ๑ | [กฺรุย] น. หลักที่ปักรายไว้เป็นเครื่องหมาย เช่น ปักกรุย. |
| ก. ปักหลักหรือถางเป็นแนวไว้ เช่น กรุยทาง. (ข. ตฺรุย). |
|
|
| กรุย ๒ | [กฺรุย] ว. ทําทีท่าเจ้าชู้ เช่น ห่มเพลาะกรูมกรอกรุยฉุยเฉิดฉัน. |
| (มณีพิชัย). |
| กรุยกราย ว. เดินทําทีท่าเจ้าชู้; มีท่าทางหยิบหย่ง, ในบทกลอนใช้ว่า |
| กรายกรุย ก็มี เช่น อย่านุ่งลายกรายกรุยทําฉุยไป. (สุภาษิตสุนทรภู่). |
|
|
| กรุยเกรียว | [กฺรุย-] (กลอน) ว. เกรียวกราว เช่น แสรกเสียงกรุยเกรียว. |
| (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| กรู ๑ | [กฺรู] ว. อาการที่ไปพร้อม ๆ กันโดยเร็ว เช่น วิ่งกรูกันไป. |
|
|
| กรู ๒ | [กฺรู] น. ข้าวชนิดที่ทําเพื่ออุทิศให้เปรตประเภทหนึ่งใน |
| พิธีสารท เรียกว่า ข้าวกรู. |
|
|
| กรูด ๑ | [กฺรูด] (โบ) น. มะกรูด เช่น งั่วนาวทรนาวเนกกรูดฉุรเฉกจรุงธาร. |
| (ม. คําหลวง จุลพน); (ถิ่น-ปักษ์ใต้) มะกรูด. |
|
|
| กรูด ๒ | [กฺรูด] ว. เสียงอย่างเสียงที่ลากของหนักถูไปกับพื้น; |
| อาการที่ถอยอย่างรวดเร็วไม่มีระเบียบหรืออย่างตั้งตัวไม่ติด |
| ในคําว่า ถอยกรูด. |
|
|
| กรูด ๓ | [กฺรูด] น. โรคหูด. |
|
|
| กรูม | [กฺรูม] ว. กรอม, คลุม, เช่น ห่มเพลาะกรูมกรอกรุยฉุยเฉิดฉัน. |
| (มณีพิชัย). |
|
|
| กเรณุ | [กะเรนุ] (แบบ) น. ช้าง เช่น ไร้เกวียนกาญจนยานสินธพแลสี- |
| พิกากเรณุหัสดี ดำรง. (สรรพสิทธิ์).(ป.). |
| กเรณุกา (แบบ) น. ช้างพัง. (ป.). |
|
|
| กเรนทร, กเรนทร์ | (กลอน; แผลงมาจาก กรินทร์) น. ช้าง เช่น พลคชคณหาญหัก |
| กเรนทรปรปักษ์ ปราบประลัย. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| กฤช | [กฺริด] (โบ) น. กริช. |
|
|
| กฤด- | [กฺริดะ-] (แบบ) ว. อันกระทําแล้ว (ใช้ประกอบเป็นส่วนหน้า |
| ของสมาส), ในบทกลอนแผลงเป็น กฤษฎา ก็มี. (ส. กฺฤต; ป. กต). |
| กฤดาญชลี [กฺริดานชะลี] ก. ยกมือไหว้. (ส.; ป. กตญฺชลี = |
| มีกระพุ่มมืออันทําแล้ว), ในบทกลอนใช้แผลงเป็นรูปต่าง ๆ |
| คือ กฤดาอัญชลี กฤษฎา กฤษฎาญ กฤษฎาญชลี กฤษฎาญชุลี |
| กฤษฎาญชลิต กฤษฎาญชวลิตวา กฤษฎาญชวลิศ กฤษฎาญชวเลศ. |
| กฤดาธิการ [กฺริดาทิกาน] น. บารมีอันยิ่งใหญ่ที่ทําไว้. |
| ว. มีบารมีอันยิ่งใหญ่ที่ทําไว้. (ส.; ป. กตาธิการ), |
| ในบทกลอนใช้เป็น กฤดา หรือ กฤดาการ ก็มี. |
| กฤดาภินิหาร [กฺริดาพินิหาน] น. อภินิหาร (บุญอันยิ่ง) ที่ทําไว้. |
| ว. มีอภินิหารที่ทําไว้, (ส.; ป. กตาภินิหาร), ในบทกลอนใช้แผลง |
| เป็น กฤษฎา หรือ กฤษฎาภินิหาร ก็มี. |
|
|
| กฤดยาเกียรณ | [กฺริดดะยาเกียน] (แบบ) ว. พร้อมด้วยเกียรติยศ |
| เช่น ความชอบกอปรกฤดยากยรณ. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). |
| (ส. กีรฺติ + อากีรฺณ). |
|
|
| กฤดา, กฤดาการ | [กฺริดา, กฺริดากาน] (โบ; กลอน) น. บารมีอันยิ่งที่ทำไว้ |
| (กร่อนมาจาก กฤดาธิการ) เช่น ทรงพระกฤดาเดชานุภาพยิ่งทวีขึ้น. |
| (พงศ. อยุธยา), ผู้ใดมีบุญญากฤดาการ. (เสภาสุนทรภู่). |
|
|
| กฤดาญชลี | ดู กฤด-. |
|
|
| กฤดาธิการ | ดู กฤด-. |
|
|
| กฤดาภินิหาร | ดู กฤด-. |
|
|
| กฤดายุค | [กฺริดา-] น. ชื่อยุคแรกของจตุรยุคตามคติของพราหมณ์ |
| ในยุคนี้มนุษย์มีธรรมะสูงสุด คือ เต็ม ๔ ใน ๔ ส่วน |
| และมีอายุยืนยาวที่สุด. (ส. กฺฤตยุค). (ดู จตุรยุค). |
|
|
| กฤดาอัญชลี | [กฺริ-] (โบ; กลอน) แยกคําจาก กฤดาญชลี เช่น ขอถวายกฤดาอัญ- |
| ชลีโอนศิโรจร. (ตําราช้างคําฉันท์). |
|
|
| กฤดิ | [กฺริดดิ] (โบ; กลอน) น. เกียรติ เช่น วรกฤดิโอฬาร. |
| (ชุมนุมตํารากลอน). (ส. กีรฺติ; ป. กิตฺติ). |
|
|
| กฤดีกา, กฤตยฎีกา | [กฺริ-, กฺริดตะยะ-] แผลงมาจาก กติกา เช่น อันว่าความกฤดีกา |
| แต่สองราแรกทรงพรต. (ม. คําหลวง กุมาร), ชําระกฤตยฎีกา. |
| (ไวพจน์พิจารณ์). |
|
|
| กฤตติกา | [กฺริดติ-] น. ดาวฤกษ์ที่ ๓ มี ๘ ดวง เห็นเป็นรูปธงสามเหลี่ยม |
| มีหางเรียวยาว, ดาวธงสามเหลี่ยมหรือ ดาวลูกไก่ ก็เรียก, |
| (โบ) เขียนเป็น กฤติกา ก็มี. (ส. กฺฤตฺติกา; ป. กตฺติกา). |
|
|
| กฤตย- | [กฺริดตะยะ-] (โบ; กลอน) ก. ทํา. (ส.). |
|
|
| กฤตยา ๑ | [กฺริดตะ-] (โบ; กลอน) น. เกียรติ |
| เช่น เสื่อมกฤตยาสยามยศ. (ตะเลงพ่าย). |
|
|
| กฤตยา ๒, กฤติยา | [กฺริดตะ-, กฺริดติ-] น. การใช้เวทมนตร์, เสน่ห์, อาถรรพณ์, |
| เช่น มนตร์กฤตยานั้นซั้น เสื่อมสิ้นทุกอัน. (โลกนิติ), |
| หาแม่มดถ้วนหน้า หมู่แก้ กฤติยา. (ลอ). |
|
|
| กฤติกา | [กฺริดติ-] (โบ) น. ดาวฤกษ์ที่ ๓ มี ๘ ดวง เห็นเป็นรูปธงสามเหลี่ยม |
| มีหางเรียวยาว เช่น หมู่สามสมมุติ์กุกกุฏโบ- ดกกฤติกาขาน. |
| (สรรพสิทธิ์), ดาวธงสามเหลี่ยม หรือ ดาวลูกไก่ ก็เรียก. |
| (ส. กฺฤตฺติกา; ป. กตฺติกา). |
|
|
| กฤษฎา ๑ | [กฺริดสะดา] (โบ; กลอน; แผลงมาจาก กฤด) |
| ว. ที่ทําแล้ว เช่น เพื่อพระราชกฤษฎา แต่กี้ |
| (ราชกิจที่ทรงทํามาแล้ว). (ตะเลงพ่าย). |
|
|
| กฤษฎา ๒, กฤษฎาภินิหาร | [กฺริดสะ-] (โบ; กลอน) แผลงมาจาก กฤดาภินิหาร |
| เช่น เชิญชมชื่นกฤษฎา. (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). |
|
|
| กฤษฎา ๓, กฤษฎาญ, กฤษฎาญชลิต, กฤษฎาญชลี, กฤษฎาญชวลิตวา, กฤษฎาญชวลิศ, กฤษฎาญชวเลศ, กฤษฎาญชุลี | [กฺริดสะดา, -ดาน, -ดานชะลิด, -ดานชะลี, -ดานชะวะลิดตะวา, |
| -ดานชะวะลิด, -ดานชะวะเลด,-ดานชุลี] (โบ; กลอน) แผลงมาจาก |
| กฤดาญชลี เช่น ถวายอภิวันทกฤษฎาญ กฤษฎาการกราบเกล้า. |
| (ม. คําหลวง มัทรี; ฉกษัตริย์), กฤษฎาญชลิตไหว้. (มาลัยคําหลวง), |
| กฤษฎาญชลียะยุ่งแล. (ม. คําหลวง ทศพร), อันว่ากฤษฎาญชวลิตวา. |
| (มาลัยคำหลวง), อนนว่าเจ้าสากลกฤษฎาญชวลิศท่านธแล้ว. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์), ถวายกฤษฎาญชวเลศ ทูลแถลงเหตุนุสนธ์. |
| (เพชรมงกุฎ), กฤษฎาญชุลีน้อม. (ฉันทลักษณ์). |
|
|
| กฤษฎาธาร | [กฺริดสะดาทาน] น. พระที่นั่งที่ทําขึ้นสําหรับเกียรติยศ (?) |
| เช่น พระมหาพิชัยราชรถกฤษฎาธาร. (เรื่องพระบรมศพ). |
|
|
| กฤษฎี | [กฺริดสะดี] (แบบ; กลอน) น. รูป เช่น พระอินทราธิราชแปรกฤษฎี. |
| (สมุทรโฆษ). (ส. อากฺฤติ = รูป). |
|
|
| กฤษฎีกา | [กฺริดสะ-] น. แผลงมาจาก กติกา เช่น ก็รับพระกฤษฎีกากําหนด |
| แห่งพระดาบสว่าสาธุแล. (ม. คําหลวง วนปเวสน์); |
| (กฎ) บทกฎหมายซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น เพื่อใช้ในการ |
| บริหาร เรียกว่า พระราชกฤษฎีกา; ชื่อคณะกรรมการประกอบด้วย |
| กรรมการร่างกฎหมายและกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ รวมเรียกว่า |
| คณะกรรมการกฤษฎีกา; (กฎ; โบ) พระราชโองการที่มี |
| ลักษณะเป็นกฎหมาย. |
|
|
| กฤษณา | [กฺริดสะหฺนา] น. ส่วนของเนื้อไม้ซึ่งมีสีดํา เกิดเมื่อต้นไม้มีบาดแผล |
| พบเฉพาะในต้นไม้ชนิด Aquilaria crassna Pierre ex H. Lec. |
| และ A. malaccensis Lam. ในวงศ์ Thymelaeaceae กลิ่นหอม |
| ใช้ทํายาได้. |
|
|
| กล, กล- | [กน, กนละ-] น. การลวงหรือล่อลวงให้หลงหรือให้เข้าใจผิด |
| เพื่อให้ฉงนหรือเสียเปรียบ เช่น เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม เช่น กลโกง; |
| เรียกการเล่นที่ลวงตาให้เห็นเป็นจริงว่า เล่นกล; เครื่องกลไก, |
| เครื่องจักร, เครื่องยนต์, เช่น ช่างกล. ว. เช่น, อย่าง, เหมือน, เช่น |
| เหตุผลกลใด; เคลือบแฝง เช่น ถ้าจําเลยให้การเป็นกลความ. |
| (กฎหมาย). |
| กลไก [กน-] น. ตัวจักรต่าง ๆ, โดยปริยายหมายความว่า |
| บุคคลผู้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในระดับ ต่าง ๆ, ระบบหรือองค์การ |
| ที่บุคคลผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ ปฏิบัติงานร่วมกันดุจเครื่องจักร, |
| ระบบที่จะให้งานสําเร็จตามประสงค์, เช่น กลไกการปกครอง; |
| (วิทยา) กระบวนการต่อเนื่องที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยา เช่น กลไก |
| การย่อยอาหาร กลไกของการสร้างอาหารของพืชโดยการ |
| สังเคราะห์ด้วยแสง. (อ. mechanism). |
| กลฉ้อฉล [กน-] (กฎ) น. การใช้อุบายหลอกลวงด้วยการแสดง |
| ข้อความอันเป็นเท็จ หรือการจงใจปิดบังซ่อนเร้นข้อความจริงเพื่อให้ |
| ผู้อื่นหลงผิดแสดงเจตนาทำนิติกรรม การแสดงเจตนาเพราะถูก |
| กลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ. (อ. fraud). |
| กลบท [กนละบด] น. คําประพันธ์ที่บัญญัติให้ใช้คําหรือสัมผัส |
| เป็นชั้นเชิงยิ่งกว่าธรรมดา เช่น อมรแมนแม่นแม้นเจ้างามโฉม. |
| (กลบทตรีประดับ). |
| กลพยาน [กน-] น. พยานที่ถูกวานให้ไปถามเป็นคํานับ. (สามดวง). |
| กลไฟ [กน-] น. เรียกเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นต้น |
| เป็นเชื้อเพลิง มีขนาดใหญ่กว่าเรือไฟ นิยมใช้แล่นในท้องทะเลหรือ |
| มหาสมุทร ว่า เรือกลไฟ. |
| กลเม็ด ๑ [กนละเม็ด] น. วิธีที่แยบคายหรือพลิกแพลง, กัลเม็ด ก็ว่า. |
| กลยุทธ์ [กนละ-] น. การรบที่มีเล่ห์เหลี่ยม, วิธีการที่ต้องใช้กลอุบาย |
| ต่าง ๆ, เล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้. |
| กลวิธี [กนละ-] น. วิธีพลิกแพลง โดยอาศัยความรู้ความชํานาญ. |
| กลศาสตร์ [กนละ-] น. วิชาฟิสิกส์สาขาหนึ่ง ที่ศึกษาเกี่ยวกับ |
| การกระทําของแรงต่อเทหวัตถุ และผลที่เกิดขึ้นแก่เทหวัตถุนั้น |
| ภายหลังที่ถูกแรงมากระทํา. (อ. mechanics). |
| กลอักษร [กน-, กนละ-] น. ชื่อเพลงยาวกลบทที่ซ่อนเงื่อนไว้ให้ |
| อ่านฉงน ตัวอย่างว่า โอ้อกเอ๋ยแสนวิตก กระไรเลยระกําใจ |
| จะจากไกลไม่เคย ให้อ่านว่า โอ้อกเอ๋ยแสนวิตกโอ้อกเอ๋ย |
| กระไรเลยระกำใจกระไรเลย จะจากไกลไม่เคยจะจากไกล. |
| (กลอักษรงูกลืนหาง). (จารึกวัดโพธิ์). |
| กลอุปกรณ์ [กนอุปะกอน, กนอุบปะกอน] น. อุปกรณ์เชิงกลที่ |
| ออกแบบหรือผลิตขึ้นเพื่อใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง. |
|
|
| กลด ๑ | [กฺลด] น. ร่มขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ขอบร่มมีระบาย |
| คันยาวกว่าก้านร่ม ใช้ถือกั้นเจ้านาย หรือพระภิกษุที่ |
| ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์, ราชาศัพท์ว่า พระกลด, |
| เรียกร่มขนาดใหญ่มีด้าม สำหรับพระธุดงค์โดยเฉพาะ, |
| เรียกดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่มีแสงสีรุ้งเป็นวงกลมล้อมรอบว่า |
| ดวงอาทิตย์ทรงกลด ดวงจันทร์ทรงกลด. (ข. กฺลส). |
| กลดกำมะลอ น. ร่มชนิดหนึ่ง พื้นขาวโรยทองเป็นเครื่องยศ. |
| กลดพระสุเมรุ น. ท่ารําละครท่าหนึ่ง อยู่ในอันดับว่า |
| สารถีชักรถ กลดพระสุเมรุ ตระเวนเวหา. (ฟ้อน). |
|
|
| กลด ๒ | [กฺลด] (โบ) น. ภาชนะใส่น้ำเทพมนตร์ของพราหมณ์. (ดู กลศ). |
|
|
| กล่น | [กฺล่น] ก. เกลื่อนกลาด, ดื่นดาษ, เรี่ยรายอยู่. |
|
|
| กลบ | [กฺลบ] ก. กิริยาที่เอาสิ่งซึ่งเป็นผงโรยทับข้างบนเพื่อปิดบัง, |
| เอาดินหรือสิ่งอื่น ๆ ใส่ลงไปในที่เป็นหลุมเป็นบ่อ |
| หรือเป็นแอ่งเพื่อให้เต็มหรือไม่ให้เห็นร่องรอย, |
| โดยปริยายหมายความว่า ปิดบัง เช่น กลบความ, ใช้เนื้อ, |
| ทดแทน, เช่น ให้เอาสินไหมมากลบทรัพย์นั้นเสีย. (กฎ. ราชบุรี), |
| กลบลบ ก็ว่าเช่น หักกลบลบหนี้. |
| กลบเกลี่ย ก. ปิดให้เรียบสนิท. |
| กลบเกลื่อน ก. ทําให้เรื่องเลือนหายไป. |
| กลบบัตรสุมเพลิง น. ชื่อพิธีพราหมณ์อย่างหนึ่ง ทําแก้เสนียด. |
|
|
| กลม ๑ | [กฺลม] น. ชื่อเพลงไทยของเก่าที่ใช้เครื่องปี่พาทย์ |
| ทําตอนตัวละครรำออกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยตัวคนเดียว |
| จะเหาะหรือเดินก็ได้, และใช้เป็นเพลงประจํากัณฑ์สักบรรพ |
| ในเวลามีเทศน์มหาชาติ. |
|
|
| กลม ๒ | [กฺลม] ดู เหมือดโลด (๑). |
|
|
| กลม ๓ | [กฺลม] ลักษณนามเรียกจํานวนเหล้าบางประเภท |
| ที่บรรจุในภาชนะกลม ส่วนมากเป็นขวด เช่น เหล้ากลมหนึ่ง |
| เหล้า ๒ กลม. ว. มีสัณฐานโดยรอบไม่เป็นเหลี่ยม, |
| ถ้าเหมือนลูกหิน เรียกว่า ลูกกลม, ถ้าเหมือนเส้นที่ลาก |
| เป็นวงมาจดกัน โดยมีเส้นรัศมียาวเท่ากัน เรียกว่า วงกลม, |
| ถ้าเหมือนสตางค์ เรียกว่า กลมแบน, ถ้าเหมือนกระบอกไม้ไผ่ |
| เรียกว่า กลมยาว, ถ้าเหมือนลูกไข่ แต่หัวและท้ายเท่ากัน |
| เรียกว่า กลมรี; (ปาก) อ้วน เช่น เขามีสุขภาพดีขึ้นจนดูกลมไปทั้งตัว; |
| (กลอน) โดยปริยายว่า เรียบร้อยดี เช่น ใจพระลออยู่บมิกลม. (ลอ); |
| กลิ้งกลอกเต็มตัว เช่น คนกลมดั่งน้ำกลอกใบบัว. |
| กลมกล่อม ว. ที่เข้ากันพอดี (ใช้แก่รสหรือเสียง). |
| กลมกลืน ก. เข้ากันได้ดี, ไม่ขัดแย้งกัน. |
| กลมกลืนกลอน น. ชื่อเพลงยาวกลอักษร ตัวอย่างว่า |
| แสนเสียดายหายห่างโอ้ แสนเสียดายกรายนาฏช่าง |
| แสนเสียดายงอนงามเจ้า ให้อ่านว่า แสนเสียดาย |
| หายห่างโอ้ห่างหาย แสนเสียดายกรายนาฏช่างนาฏกราย |
| แสนเสียดายงอนงามเจ้างามงอน. (จารึกวัดโพธิ์). |
| กลมเกลียว ว. ที่เข้ากันได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน. |
| กลมดิก ว. กลมทีเดียว, กลิ้งไปได้รอบตัว, |
| โดยปริยายหมายความว่า กลิ้งกลอก. |
| กลมเป็นลูกมะนาว, กลิ้งเป็นลูกมะนาว (สํา) ว. หลบหลีก |
| ไปได้ คล่องจนจับไม่ติด (มักใช้ในทางไม่ดี). |
|
|
| กลม ๔ | [กฺลม] ว. (โบ) ปวง, หมด, สิ้น, เช่น ทั้งกลม คือ ทั้งปวง, |
| จึ่งได้เมืองแก่กูทงงกลํ. (จารึกสยาม); เรียกหญิงที่ตายพร้อม |
| กับลูกที่อยู่ในท้องว่า หญิงตายทั้งกลม หมายถึง ตายทั้งหมด |
| คือ ตายทั้งแม่ทั้งลูก. |
|
|
| กลมภะ | [กะลมพะ] (กลอน) ว. หลายอย่างรวมกัน เช่น |
| จําหลักจําหลอกกลม- ภบังอวจจําหลักกราย. (สมุทรโฆษ). |
| (ทมิฬ กลมฺป). |
|
|
| กลเม็ด ๑ | ดูใน กล, กล-. |
|
|
| กลเม็ด ๒ | [กนละ-] น. ชื่อเทียนชนิดหนึ่ง ซึ่งตามประเพณีเดิมจุด |
| ตั้งแต่วันเกิดมาและเลี้ยงไฟต่อกันไว้จนถึงวันตาย |
| เมื่อถึงวันเผาก็ใช้ไฟนั้นเผา เรียกว่า เทียนกลเม็ด, |
| เทียนจุดคู่ชีพเวลาจะสิ้นใจ. |
|
|
| กลละ | [กะละละ] (แบบ) น. รูปเริ่มแรกที่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา |
| เช่น ผู้หญิงอันมีครรภ์ด้วยชลามพุชโยนิ เมื่อแรกก่อเป็นนั้น |
| น้อยนักหนา เรียกชื่อว่า กลละหัวปีมีเท่านี้. (ไตรภูมิ). (ป., ส.). |
|
|
| กลวง ๑ | [กฺลวง] ว. เป็นรูเป็นโพรงข้างใน, ไม่ตัน. |
|
|
| กลวง ๒ | [กฺลวง] น. บริเวณ, ที่ว่าง, ท่ามกลาง, เช่น |
| ในกลวงป่าตาลนี้มีศาลาสองอัน. (จารึกสยาม). |
|
|
| กลวง ๓ | [กฺลวง] (ปาก) น. โรงถลุงดีบุก, คลวง ก็ว่า. |
|
|
| กลวม | [กฺลวม] (โบ) ก. กรวม, สวม; ทับ เช่น บงงเมฆกลวมกลุ้มหล้า |
| หล่อแสง. (ยวนพ่าย). |
|
|
| กล้วย ๑ | [กฺล้วย] น. ชื่อไม้ล้มลุกหลายชนิดในสกุล Musa |
| วงศ์ Musaceae จัดแยกออกได้เป็น ๒ จําพวก |
| จําพวกที่แตกหน่อเป็นกอ ผลสุกเนื้อนุ่ม กินได้ |
| มีหลายชนิดและหลายพันธุ์ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ |
| กล้วยหอม บางชนิดผลสุกเนื้อแข็ง มักเผา ต้ม หรือเชื่อมกิน |
| เช่น กล้วยกล้าย กล้วยหักมุก,จําพวกที่ไม่แตกหน่อเป็นกอ |
| ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ใบประดับไม่ร่วง เช่น กล้วยนวล กล้วยผา. |
| กล้วย ๆ (ปาก) ว. ง่ายมาก เช่น เรื่องกล้วย ๆ ของกล้วย ๆ. |
| กล้วยกล้าย ดู กล้าย. |
| กล้วยแขก น. กล้วยน้ำว้าชุบแป้งทอด. |
| กล้วยงวงช้าง ดู ร้อยหวี. |
| กล้วยใต้ (ถิ่น-เชียงใหม่) น. กล้วยน้ำว้า. (ดู น้ำว้า). |
| กล้วยสั้น ดู กุ ๒. |
|
|
| กล้วย ๒ | [กฺล้วย] น. (๑) ชื่อปลาทะเลขนาดเล็กชนิด Stolephorus indicus |
| ในวงศ์ Engraulidae รูปร่างกลมยาว ที่สันท้องระหว่างครีบท้อง |
| กับครีบก้นมีหนามแหลม ๒-๕ อัน มีสีเด่นเพียงแถบสีเงินพาด |
| ตลอดข้างลําตัว มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใกล้ฝั่ง อาจปนกับปลาชนิดอื่น |
| ในสกุลเดียวกันซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และอาจมีชื่อเรียกปะปนกัน เช่น |
| กะตัก หัวอ่อน มะลิ ไส้ตัน หัวไม้ขีด เส้นขนมจีน เก๋ย. |
| (๒) ดู ซ่อนทราย (๑). |
|
|
| กล้วยน้อย | น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Xylopia vielana Pierre |
| ในวงศ์ Annonaceae กิ่งสีน้ำตาลดําดอกหอม รากสีดํา |
| กลิ่นเหมือนน้ำมันดิน เชื่อกันว่ารากใช้แก้พิษงู. |
|
|
| กล้วยไม้ | น. (๑) ชื่อพรรณไม้หลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Orchidaceae |
| ลักษณะต้น ใบ และช่อดอกต่าง ๆกัน บางชนิดเกาะตามต้นไม้ |
| และหิน บางชนิดขึ้นอยู่บนพื้นดิน บางชนิดมีดอกงาม บางชนิดมี |
| กลิ่นหอม, พายัพเรียก เอื้อง. (๒) (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ต้นจุกโรหินี. |
| (ดู จุกโรหินี). |
|
|
| กล้วยหมูสัง | น. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Uvaria grandiflora Roxb. |
| ในวงศ์ Annonaceae มีแถบปักษ์ใต้ ดอกสีแดงเลือดนก, |
| ย่านนมควาย ก็เรียก. |
|
|
| กลศ | [กฺลด] น. ภาชนะใส่น้ำเทพมนตร์ของพราหมณ์ มีลักษณะ |
| เหมือนคนโท มีฝาปิด มีพวยอย่างกาน้ำ เรียกว่า หม้อกลศ, |
| (โบ) เขียนเป็น กลด ก็มี. (ส.; ป. กลส). |
|
|
| กลหาย | [กะละ-] (โบ; กลอน) ก. กระหาย เช่น |
| อันว่าทวยท่ววทงงหลายหื่นกลหายสาหัส. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). |
|
|
| กลเหย | [กะละ-] (โบ) ก. ระเหย, ซ่านออก. |
|
|
| กล้อ ๑ | [กฺล้อ] น. เรือโกลน. ว. กลม. ก. ทําให้กลม; |
| (ถิ่น-ปักษ์ใต้) โคลง เช่น เรือกล้อ ว่า เรือโคลง. |
|
|
| กล้อ ๒ | [กฺล้อ] (โบ) น. เครื่องสานยาชันชนิดหนึ่ง เช่น ก็ให้น้ำเต็มเต้า |
| เข้าเต็มไห ไปเต็มหม้อ ชื่อว่ากล้อก็บมิให้พร่องเลอย. |
| (ม. คําหลวง ชูชก). (ดู กร้อ). (เทียบ ข. กฺรฬ ว่า ไห). |
|
|
| กลอก | [กฺลอก] ก. เคลื่อนหรือขยับเขยื้อนกลับไปกลับมา |
| ภายในเขตของสิ่งนั้น ๆ เช่น กลอกตา กลอกหน้า, |
| ทําให้มีอาการเช่นนั้น เช่น กลอกน้ำร้อนในถ้วยเพื่อให้เย็น. |
| กลอกกลับ ว. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, พลิกแพลง, |
| (ใช้แก่กริยาพูด), กลับกลอก ก็ว่า. |
| กลอกแกลก (ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เหลวไหล, ไม่แน่นอน. |
|
|
| กลอง ๑ | [กฺลอง] น. เครื่องตีทําด้วยไม้เป็นต้น มีลักษณะกลม กลวง |
| ขึงด้วยหนัง มีหลายชนิด, ถ้าขึ้นหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมาก |
| ใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่า กลองยาว หรือ เถิดเทิง, |
| ถ้าขึ้นหนังหน้าเดียว มีรูปกลมแบนและตื้น เรียกว่า กลองรํามะนา, |
| ถ้าขึ้นหนังทั้ง ๒ หน้า ร้อยโยงเข้าด้วยกันด้วยหนังเรียด เรียกว่า |
| กลองมลายู, ถ้าร้อยโยงด้วยหวาย เรียกว่า กลองแขก กลองชนะ, |
| ถ้าขึ้นหนังตรึงแน่นทั้ง ๒ หน้า เรียกว่า กลองทัด. |
| กลองเพล [-เพน] น. กลองทัดขนาดใหญ่ใช้ตีเป็นสัญญาณ |
| บอกเวลา ๑๑ นาฬิกา เพื่อภิกษุสามเณรจะได้ฉันเพล. |
|
|
| กลอง ๒ | [กฺลอง] น. ชื่อเพลงชนิดหนึ่งเป็นเพลงแขก ใช้ปี่ชวาและกลองแขก |
| ทํานองเล่นกระบี่กระบอง ที่เรียกว่า สะระหม่า, ทําตอนที่เล่นกีฬา |
| ท่าต่าง ๆ มีรําดาบ รําง้าว เป็นต้น เรียกว่า เพลงกลองแขก ก็ได้, |
| อีกอย่างหนึ่งเมื่อรําเป็นท่ามลายู ซึ่งเรียกว่า สะระหม่าแขก |
| ใช้เพลง เรียกว่า กลองมลายูเครื่องและทํานองอย่างเดียวกับ |
| เพลงกลองแขก แต่ในตอนนี้รํากริช. |
| กลองโยน ดู ทะแยกลองโยน. |
|
|
| กล่อง | [กฺล่อง] น. ภาชนะใส่สิ่งของรูปกลมหรือเหลี่ยมมีฝาปิด, |
| สิ่งที่ทําเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีลิ้นชักเข้าออกได้ |
| สําหรับบรรจุไม้ขีดไฟ เรียกว่า กล่องไม้ขีดไฟ, กลักไม้ขีดไฟ |
| ก็เรียก. |
| กล่องเสียง น. อวัยวะสำคัญในการเปล่งเสียงพูด |
| ตั้งอยู่บริเวณส่วนบนของหลอดลม. |
|
|
| กล้อง ๑ | [กฺล้อง] น. วัตถุลักษณะยาวกลวงตลอด, เรียกของใช้บางอย่างที่มี |
| ลักษณะเช่นนั้น เช่น กล้องเป่าแล่น กล้องส่อง; เครื่องที่มีรูปร่างต่าง ๆ |
| ประกอบด้วยเลนส์สําหรับถ่ายภาพหรือขยายภาพ เช่น กล้องถ่ายรูป |
| กล้องจุลทรรศน์; (ถิ่น-ปักษ์ใต้) หลอด เช่น กล้องเกียง ว่า หลอดตะเกียง. |
| กล้องจุลทรรศน์ น. กล้องขยายดูของเล็กให้เห็นเป็นของใหญ่. |
| (อ. microscope). |
| กล้องตาเรือ น. กล้องปริทรรศน์. |
| กล้องตุด (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กล้องไม้ซาง. |
| กล้องโทรทรรศน์ น. กล้องสำหรับดูของไกลให้เห็นใกล้, |
| กล้องส่องทางไกล ก็ว่า. (อ. telescope). |
| กล้องปริทรรศน์ [ปะริทัด] น. กล้องชนิดหนึ่งที่ใช้มองดูสิ่งต่าง ๆ |
| ซึ่งมีที่กำบังขวางกั้น หรือใช้มองดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่เหนือระดับสายตา |
| ผู้มอง เช่น กล้องเรือดำน้ำ, กล้องตาเรือ ก็เรียก. (อ. periscope). |
| กล้องระดับ น. กล้องสํารวจชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องวัดระดับชนิด |
| ฟองน้ำที่ใช้ประกอบกับกล้องส่องเพื่อใช้หาระดับสูงต่ำของพื้นที่. |
| กล้องวัดมุม น. กล้องสํารวจชนิดหนึ่ง สําหรับวัดมุมแนวนอนและ |
| แนวยืนได้ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าที่หมายเล็งจะอยู่บนพื้นดินหรือ |
| ในท้องฟ้าก็ตาม ประกอบด้วยจานองศาแนวนอนกับแนวยืนเพื่อ |
| ใช้วัดมุม. (อ. theodolite). |
| กล้องสนาม น. กล้องส่องทางไกล มี ๒ ตา. |
| กล้องสลัด น. กล้องที่ใช้ใส่อาวุธซัดไป. (พิชัยสงคราม); |
| กล้องส่องทางไกล มีตาเดียว. |
| กล้องส่องทางไกล น. กล้องโทรทรรศน์, |
| กล้องสําหรับส่องดูของไกลให้เห็นใกล้. |
| กล้องสำรวจ น. กล้องที่ใช้ในงานรังวัดและสํารวจทําแผนที่ |
| มีหลายชนิด เช่น กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องถ่ายรูปทางอากาศ. |
|
|
| กล้อง ๒ | [กฺล้อง] ว. เรียกข้าวที่สีเอาเปลือกออกโดยยังมีจมูกข้าวและ |
| เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ว่า ข้าวกล้อง. ก. ตำข้าวเปลือกให้เปลือกหลุด; |
| เกลา, โกลน; โดยปริยายใช้ว่า ทุบ, ถอง. |
|
|
| กล้องแกล้ง | [กฺล้องแกฺล้ง] ว. มีรูปร่างเอวเล็กเอวบาง, อ้อนแอ้น; |
| มีท่าทางเป็นเชิงเจ้าชู้. |
|
|
| กลอน ๑ | [กฺลอน] น. ไม้ขัดประตูหน้าต่าง, ดาล, เครื่องสลักประตูหน้าต่าง; |
| ไม้ที่พาดบนแปสําหรับวางเครื่องมุงหลังคาจากเป็นต้น. |
|
|
| กลอน ๒ | [กฺลอน] น. คําประพันธ์ซึ่งแต่เดิมเรียกคําเรียงที่มีสัมผัสทั่วไป |
| จะเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ หรือร่ายก็ตาม เช่นในคำว่า |
| ชุมนุมตํารากลอน, ครั้นเรียกเฉพาะคําประพันธ์เฉพาะอย่างเป็น |
| โคลง ฉันท์ กาพย์ ร่าย แล้ว คําประพันธ์นอกนี้อีกอย่างหนึ่งจึง |
| เรียกว่ากลอน เป็นลํานําสําหรับขับร้องบ้าง คือ บทละคร สักวา เสภา |
| บทดอกสร้อย, เป็นเพลงสําหรับอ่านบ้าง คือ กลอนเพลงยาว |
| หรือ กลอนตลาด. |
| กลอนด้น น. คํากลอนที่ว่าดะไปไม่คํานึงถึงหลักสัมผัส. |
| กลอนตลาด น. คํากลอนสามัญ โดยมากเป็นกลอน ๘ เช่น |
| กลอนนิราศ นิทานคำกลอน. |
| กลอนบทละคร น. กลอนเล่าเรื่อง ใช้เป็นบทแสดง วรรคแรกจะต้อง |
| ขึ้นต้นด้วย เมื่อนั้น บัดนั้น หรือ มาจะกล่าวบทไป. |
| กลอนเพลงยาว น. กลอนที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงความรัก |
| หรือเล่าสู่กันฟัง เป็นต้น ขึ้นต้นด้วยวรรครับหรือวรรคที่ ๒ ของบท. |
| กลอนลิลิต น. คํากลอนที่แต่งอย่างร่าย. (ชุมนุมตํารากลอน). |
| กลอนสด น. กลอนที่ผูกและกล่าวขึ้นในปัจจุบันโดยไม่ได้คิดมาก่อน, |
| โดยปริยายหมายความว่า ข้อความที่กล่าวขึ้นในปัจจุบัน |
| โดยมิได้เตรียมตัวมาก่อน เช่น พูดกลอนสด. |
| กลอนสวด น. กลอนที่อ่านเป็นทํานองสวด แต่งเป็นกาพย์ยานี ๑๑ |
| หรือ กาพย์ฉบัง ๑๖ และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ข้อความที่แต่ง |
| มักเป็นเรื่องในศาสนา. |
| กลอนสุภาพ น. กลอนเพลงยาว บางครั้งเรียกว่า กลอนตลาด. |
|
|
| กลอน ๓ | [กฺลอน] น. ลูกตุ้ม, ขลุบ, เช่น แกว่งกลอนยรรยงยุทธ์. (อนิรุทธ์). |
|
|
| กล่อน | [กฺล่อน] น. ชื่อโรคชนิดหนึ่ง ตามตําราแพทย์แผนโบราณว่า |
| เกิดจากของเหลวเข้าไปขังอยู่ในถุงอัณฑะ, ถ้าของเหลวนั้นเป็นน้ำ |
| เรียกว่า กล่อนน้ำ, ถ้าเป็นเลือด เรียกว่า กล่อนเลือด, ถ้าเป็นหนอง |
| เรียกว่า กล่อนหนอง. |
|
|
| กล้อน | [กฺล้อน] ก. ตัดหรือทําให้เกรียน (ใช้แก่ผมหรือขนสัตว์). |
| ว. เลี่ยน, โล้น. |
|
|
| กล่อม ๑ | [กฺล่อม] น. ชื่อมาตราเงินโบราณ ๒ กล่อม เป็น ๑ กล่ำ. |
|
|
| กล่อม ๒ | [กฺล่อม] ก. ถากแต่งให้กลมงาม เช่น กล่อมเสา กล่อมไม้; |
| โดยปริยายหมายความว่า เหมาะเจาะ เช่น |
| น้ำหอมกล่อมกลิ่นดอกไม้กลั่น. (ขุนช้างขุนแผน). |
| กล่อมเกลา [-เกฺลา] ก. ทําให้เรียบร้อย, ทําให้ดี, |
| โดยปริยายหมายความว่า อบรมให้มีนิสัยไปในทางดี. |
| กล่อมเกลี้ยง ก. อบรมเลี้ยงดูให้มีนิสัยดี. |
| กล่อมท้อง ก. ใช้ฝ่ามือคลึงบริเวณท้องเบา ๆ เพื่อให้คลอดง่าย. |
| กล่อมมดลูก ก. เร่งให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้นโดยการประคบบริเวณท้อง. |
|
|
| กล่อม ๓ | [กฺล่อม] น. ชื่อเพลงเครื่องปี่พาทย์ ทําตอนพระเข้าหานาง |
| ซึ่งเรียกว่า โลม หรือตอนขับบําเรอ เรียกว่า กล่อมมโหรี |
| อันใช้เป็นเครื่องสายประสมในภายหลัง และมีชื่อเป็นชนิดต่าง ๆ |
| คือ กล่อมช้าง กล่อมพระยา กล่อมนารี และกล่อมในพิธีพราหมณ์ |
| เรียกว่า ช้าหงส์ หรือ ช้าเจ้าหงส์, ชาวบ้านมักเรียกว่า กล่อมหงส์. |
| ก. ร้องเป็นทํานองเพื่อเล้าโลมใจหรือให้เพลิน, โดยปริยายหมาย |
| ความว่า พูดให้น้อมใจตาม หรือ ทําให้เพลิดเพลิน เช่น |
| กล่อมใจ กล่อมอารมณ์. |
| กล่อมหอ ก. ขับร้องหรือเล่นดนตรีเพื่อให้ครึกครื้นในพิธีแต่งงาน |
| บ่าวสาวก่อนถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาว. |
|
|
| กล้อมแกล้ม | [กฺล้อมแกฺล้ม] ก. เคี้ยวไม่ทันแหลกแล้วรีบกลืน, เคี้ยวไม่ถนัด; |
| พูดอ้อมแอ้มพอให้ผ่านไป, พูดไม่สู้ชัดความเพื่อให้เสร็จไป; |
| กะล่อมกะแล่ม ก็ว่า. |
|
|
| กลอย ๑ | [กฺลอย] น. ชื่อไม้เถามีหนามชนิด Dioscorea hispida Dennst. |
| ในวงศ์ Dioscoreaceae มีหัวกลมใหญ่อยู่ใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบ |
| มีใบย่อย ๓ ใบ หัวดิบมีพิษเบื่อเมา แต่เมื่อฝานแช่น้ำไหลและนํามา |
| นึ่งหรือต้มให้สุกแล้วกินได้. |
|
|
| กลอย ๒ | [กฺลอย] ก. คล้อย, ร่วม, เช่น กลอยใจ กลอยสวาท. |
|
|
| กลัก | [กฺลัก] น. สิ่งที่ทําเป็นรูปคล้ายกระบอกสําหรับบรรจุของ |
| เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือของขนาดเล็ก มีฝาสวมปาก เช่น กลักพริก |
| กลักเกลือ, ซองยาสูบทําด้วยเมล็ดตาล มีฝาสวมปาก, สิ่งที่ทําเป็น |
| รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีลิ้นชักเข้าออกได้ สําหรับบรรจุไม้ขีดไฟ |
| เรียกว่า กลักไม้ขีดไฟ, กล่องไม้ขีดไฟ ก็เรียก. |
|
|
| กลัง | [กฺลัง] (โบ) น. คลัง คือ ไม้กระบอกที่ร้อยโซ่หรือเชือก |
| สําหรับล่ามสัตว์. (สุธน). |
|
|
| กลัด | [กฺลัด] น. สวะที่ติดขวางคลองแน่นอยู่. |
| ก. เสียบขัดไว้ให้อยู่ด้วยของแหลม เช่น กลัดไม้กลัด |
| กลัดเข็มกลัด; โดยปริยายเรียกอาการที่สิ่งบางอย่างคั่งอยู่ข้างใน |
| เช่น กลัดหนอง. |
| กลัดกลุ้ม ก. ขัดข้องกลุ้มอยู่ในอก. |
| กลัดมัน ว. มีความรู้สึกในทางกามารมณ์อย่างรุนแรง. |
|
|
| กลั่น | [กฺลั่น] ก. คัดเอาแต่ส่วนหรือสิ่งที่สําคัญหรือที่เป็นเนื้อแท้ |
| ด้วยวิธีต้มให้ออกเป็นไอ แล้วใช้ความเย็นบังคับให้เป็นของเหลว |
| เช่น กลั่นน้ำ, โดยปริยายหมายความว่า คัดเอา เลือกเอา. |
| กลั่นกรอง ก. คัดเลือกเอาแต่สิ่งที่เห็นว่าดีที่สุด, |
| พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ. |
| กลั่นแกล้ง ก. หาความไม่ดีใส่ให้, หาอุบายให้ร้ายโดยวิธีต่าง ๆ, |
| แกล้งใส่ความ. |
|
|
| กลั้น | [กฺลั้น] ก. บังคับความรู้สึกหรือสิ่งที่อยู่ภายใน |
| ร่างกายไม่ให้แสดงออกหรือหลุดออกมา. |
| กลั้นใจ ก. อั้นลมหายใจ. |
|
|
| กลันทะ, กลันทก์ | [กะลันทะ] (แบบ) น. กระแต, กระรอก. |
| (ป. กลนฺท, กลนฺทก; ส. กลนฺทก, กลนฺตก). |
|
|
| กลับ | [กฺลับ] ก. ตรงกันข้ามกับภาวะเดิมหรือทิศทางเดิม เช่น |
| กลับหน้าเป็นหลัง กลับบ้าน, คืนมาสู่ภาวะเดิม เช่น กลับมีอีก, |
| พลิกหน้าเป็นหลัง เช่น กลับปลา, เปลี่ยน เช่น กลับชาติ กลับใจ, |
| ทําตรงกันข้ามกับที่คาดหมายหรือที่ควรจะเป็น เช่น เราพูดด้วยดี ๆ |
| เขากลับด่าเอา. |
| กลับกลอก ก. ไม่อยู่กับร่องกับรอย, พลิกแพลง, (ใช้แก่กริยาพูด) |
| เช่น พูดจากลับกลอก, กลอกกลับ ก็ว่า. |
| กลับกลาย ก. เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไป. |
| กลับเกลือก ว. กลอกขึ้นกลอกลง (ใช้แก่ตา), กระลับกระเลือก ก็ว่า. |
| กลับคำ ก. พูดแล้วไม่เป็นตามพูด, ไม่ทำตามที่พูดไว้, |
| พูดแล้วเปลี่ยนคำพูด. |
| กลับคืน ก. กลับที่เดิม, สู่สภาพเดิม. |
| กลับตาลปัตร [กฺลับตาละปัด] ว. ผิดความคาดหมายอย่าง |
| ตรงกันข้ามแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ. |
| กลับเนื้อกลับตัว (สํา) ก. เลิกทําความชั่วหันมาทําความดี. |
| กลับไปกลับมา ก. กลับกลอก, พลิกแพลง, ไม่แน่นอน. |
| กลับหน้ามือเป็นหลังมือ (สํา) ก. เปลี่ยนแปลงหรือทําให้ผิดไป |
| จากเดิมอย่างตรงกันข้าม, พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ก็ว่า. |
|
|
| กลัมพก, กลัมพัก | [กะลํา-] (แบบ) น. ผักบุ้ง เช่น ประเทศที่ต่ำน้ำลึกล้วนเหล่ากลัมพัก |
| พ่านทอดยอดยาวสล้างสลอน. (ม. ร. ๔ มหาพน). (ป., ส. กลมฺพก). |
|
|
| กลัมพร | [กะลําพอน] (แบบ) น. โทษใหญ่, ความฉิบหาย, เช่น |
| มาทํากลัมพรภัย. (เสือโค), อันจ่อมกลัมพรภัย. (สมุทรโฆษ), |
| ในบทกลอนโดยมากใช้แผลงเป็น กระลําพร หรือ กระลํา ก็มี. |
|
|
| กลัว | [กฺลัว] ก. รู้สึกไม่อยากประสบสิ่งที่ไม่ดีแก่ตัว เช่น กลัวบาป |
| กลัวถูกติเตียน, รู้สึกหวาดเพราะคาดว่าจะประสบภัย เช่น |
| กลัวเสือ กลัวไฟไหม้. |
| กลัวน้ำ น. โรคพิษสุนัขบ้า เรียกว่า โรคกลัวน้ำ. |
| กลัวลาน ก. กลัวจนตั้งสติไม่อยู่. |
|
|
| กลั้ว | [กฺลั้ว] ก. เอาน้ำหรือของเหลวเข้าไปสัมผัสพอให้ชุ่ม. |
| กลั้วเกลี้ย ก. คลุกคลี. ว. มีเล็กน้อยไม่ถึงกับมากทีเดียว, |
| พอมีอยู่บ้าง, จวนหมด, หวุดหวิด, เช่น น้ำกลั้วเกลี้ยคลอง |
| แกงมีน้ำกลั้วเกลี้ย; พอเป็นไปได้, พอประทังไปได้. |
| กลั้วคอ ก. ดื่มน้ำแต่น้อย ๆ พอให้ชุ่มคอ. |
|
|
| กลา | [กะลา] (แบบ) น. เสี้ยวที่ ๑๖ แห่งดวงเดือน, ดวงเดือน; |
| ระเบียบพิธีของการบูชา เช่น ไปคํานับศาลสุรากลากิจ. (อภัย), |
| ใช้ว่า กระลา ก็มี. (ป., ส.). |
|
|
| กล่า | [กฺล่า] (โบ; กลอน) ก. ควัก, แขวะ, แหวะ, เช่น |
| อีกกรบอกหววมึงกูจะผ่า กูจะกล่าเอาขวนนหววมึงออกแล. |
| (ม. คําหลวง ชูชก). |
|
|
| กล้า ๑ | [กฺล้า] น. ต้นข้าวที่เพาะไว้สําหรับย้ายไปปลูกที่อื่น, |
| โดยอนุโลมเรียกพืชที่เพาะไว้สําหรับย้ายไปปลูกในที่อื่นว่า |
| กล้า เช่น กล้าพริก กล้ามะเขือ. |
|
|
| กล้า ๒ | [กฺล้า] ก. ไม่กลัว, ไม่ครั่นคร้าม. ว. แข็ง เช่น เหล็กกล้า, |
| แรง เช่น เวทนากล้า. |
| กล้าได้กล้าเสีย ว. ใจป้ำ, ใจเป็นนักเลง, ไม่กลัวขาดทุน. |
| กล้านักมักบิ่น (สํา) ว. กล้าเกินไปมักจะเป็นอันตราย. |
|
|
| กลาก | [กฺลาก] น. ชื่อโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง มีหลายชนิด เกิดจากเชื้อรา |
| ขึ้นเป็นวง มีอาการคัน, ขี้กลาก ก็ว่า, (ราชา) โรคดวงเดือน. |
|
|
| กลากลาด | [กฺลากฺลาด] (กลอน) ว. มากหลาย, เกลื่อนกล่น, เช่น |
| มากลากลาดกันแดน. (ลอ). |
|
|
| กลาง | [กฺลาง] น. ส่วนที่ไม่ค่อนไปข้างใดข้างหนึ่ง, |
| โดยปริยายหมายความว่า ในที่หรือเวลาระหว่าง เช่น |
| กลางฝน; ที่รวม, ที่รวมกิจการงานที่มีสาขาย่อยออกไป, |
| เช่น สํานักงานกลาง ไปรษณีย์กลาง. |
| กลางเก่ากลางใหม่ ว. ไม่เก่าไม่ใหม่. |
| กลางคน ว. มีอายุพ้นวัยหนุ่มสาว แต่ยังไม่แก่. |
| กลางคัน ว. ในระหว่างเหตุการณ์, ในระหว่างที่ยังไม่เสร็จ. |
| กลางค่ำ (โบ; กลอน) น. เวลากลางคืน, ใช้เข้าคู่กับคํา กลางคืน |
| เป็น กลางค่ากลางคืน. (ดู ค่า). |
| กลางคืน น. ระยะเวลาตั้งแต่ย่ำค่ำถึงย่ำรุ่ง, |
| (กฎ) เวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น. |
| กลางแจ้ง น. นอกร่มไม้ชายคา. |
| กลางใจมือ น. อุ้งมือ. |
| กลางช้าง น. ตําแหน่งพนักงานประจํากลางหลังช้าง. |
| กลางดิน น. นอกที่มุงที่บัง เช่น นอนกลางดินกินกลางทราย. |
| กลางดึก น. เวลากลางคืนตอนดึก ประมาณตั้งแต่เที่ยงคืนไป. |
| กลางเดือน น. วันเพ็ญ เช่น กลางเดือน ๖. |
| กลางทาสี (กฎ; โบ) น. เรียกหญิงที่มีทุกข์ยาก |
| ชายช่วยไถ่มาเลี้ยงเป็นเมีย ว่า เมียกลางทาสี. (สามดวง). |
| กลางนอก (กฎ; โบ) น. เรียกหญิงที่ชายสู่ขอมาเลี้ยงเป็นอนุภริยาว่า |
| เมียกลางนอก. (สามดวง). |
| กลางบ้าน ว. ใช้เรียกยาเกร็ดที่ชาวบ้านเชื่อถือกันเองว่า ยากลางบ้าน. |
| กลางแปลง ว. ที่แสดงหรือเล่นเป็นต้นในที่แจ้ง เช่น โขนกลางแปลง |
| หนังกลางแปลง คล้องช้างกลางแปลง. |
| กลางเมือง น. ประชาชน ในคําว่า ฉ้อกลางเมือง หมายถึง |
| ฉ้อโกงประชาชน; การรบกันเองในเมือง เรียกว่า ศึกกลางเมือง; |
| (กฎ; โบ) เรียกหญิงที่บิดามารดายินยอมยกให้เป็นภริยาชายว่า |
| เมียกลางเมือง. (สามดวง). |
| กลางวัน น. ระยะเวลาตั้งแต่ย่ำรุ่งถึงย่ำค่ำ, ระยะเวลาราว ๆ เที่ยง, |
| เรียกอาหารระหว่างมื้อเช้ากับมื้อเย็นว่า อาหารกลางวัน. |
| กลางหาว น. กลางแจ้ง เช่น รองน้ำฝนกลางหาว, |
| บนฟ้า เช่น เครื่องบินรบกันกลางหาว. |
|
|
| กลาด | [กฺลาด] ว. ดาษดื่น, ใช้เข้าคู่กับคํา เกลื่อน เป็น เกลื่อนกลาด |
| หรือ กลาดเกลื่อน. |
| กลาดเกลื่อน [กฺลาด-] ว. ดาษดื่น, เรี่ยรายอยู่มาก, เกลื่อนกลาด ก็ว่า. |
|
|
| กลาบาต | [กะลาบาด] น. พวกนั่งยามตามไฟ, การตามไฟรักษายาม; |
| ก้อนที่มีแสงซึ่งตกจากอากาศลงมาสู่ผิวโลก ถือว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย, |
| อุกกาบาต ก็เรียก. (บางทีจะเป็นคําตัดมาจาก ''อุกลาบาต'' ดูอุกกา). |
|
|
| กลาป | [กะหฺลาบ] (แบบ) น. หมวด, ฟ่อน, กํา, มัด; ฝูงใหญ่. (ป., ส.). |
|
|
| กล้าม | [กฺล้าม] น. เนื้อมะพร้าวห้าว; มัดเนื้อที่รวมกันเป็นก้อน ๆ |
| ในกายคนและสัตว์ เรียกว่า กล้ามเนื้อ. |
|
|
| กลาย | [กฺลาย] ก. เปลี่ยนไป, แปรปรวนไป, เช่น |
| หน้าหนาวกลายเป็นหน้าร้อน, เป็นอื่นไป, แปลงไป, |
| เช่น ศรกลายเป็นทิพย์กระยาหาร เปรี้ยวหวานตกลงตรงหน้า. |
| (รามเกียรติ์ ร. ๒), (โบ; กลอน) ใช้ในความว่า กราย ก็มี เช่น |
| ไปกลายบ๋านของตนก็ดี. (จารึกสยาม), จักเจริญสวัสดิภาพศักดิศรี |
| ศัตรูไพรี บห่อนจะใกล้กลายตน. (โชค-โบราณ). ว. ที่แปลงไป |
| เช่น แผลกลาย; เรียกปีที่ล่วงหรือเปลี่ยนไปแล้วปีหนึ่งว่า ปีกลาย. |
|
|
| กล้าย | [กฺล้าย] น. ชื่อกล้วยลูกผสมพันธุ์หนึ่งในสกุล Musa |
| วงศ์ Musaceae ผลใหญ่โค้ง เป็นเหลี่ยม และยาวกว่ากล้วยหอม |
| เปลือกหนา เนื้อเหนียว ไส้แข็งสีส้ม รสหวาน นิยมกินเมื่อทำให้ |
| สุกแล้ว, กล้วยกล้าย ก็เรียก. |
|
|