กลายกลอก[-กฺลอก] ดู กระลายกระหลอก.
กล่าว[กฺล่าว] ก. บอก, แจ้ง, พูด, เช่น กล่าวคําเท็จ; แสดง เช่น
กล่าวเกลาอรรถเอมอร. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์); ขับร้อง เช่น
จะกล่าวกลอนแก้ไข. (อิเหนา); สู่ขอ เช่น ถึงจรกามากล่าวนางไว้.
(อิเหนา); แต่งงาน เช่น ฝรั่งกล่าวแหม่ม. (ประเพณีของชาวคริสเตียน),
คํานี้ใช้เป็นปรกติในภาษาเขียน แต่ใช้เป็นภาษาพูดก็มีในบางลักษณะ
เช่น กล่าวสุนทรพจน์.
กล่าวเกลี้ยง (กลอน) ก. พูดเพราะ เช่น กล่าวเกลี้ยงไมตรีชวนชัก.
(เสือโค).
กล่าวขวัญ ก. พูดถึง, พูดออกชื่อและการกระทําของคนอื่น.
กล่าวโทษ ก. แจ้งว่ากระทําผิด.
กล่าวหา ก. ฟ้อง, กล่าวโทษ.
กล่าวโอม (ถิ่น-อีสาน) ก. สู่ขอ.
กลาโหม[กะลาโหมฺ] น. ชื่อกรมที่ปกครองหัวเมืองฝ่ายใต้ในสมัยโบราณ
มีสมุหพระกลาโหมเป็นประธาน; ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่
เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจาก
ภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ; การชุมนุมพลรบ.
กล่ำ ๑[กฺล่ำ] น. ชื่อมาตราเงินโบราณ ๒ กล่อม เท่ากับ ๑ กล่ำ
คือ อัฐ, ๒ กล่ำ เป็น ๑ ไพ. (กล่ำ ได้แก่ มะกล่ำตาช้าง, กล่อม
ได้แก่ มะกล่ำตาหนู).
กล่ำ ๒[กฺล่ำ] น. เครื่องดักปลาชนิดหนึ่ง. (ดู กร่ำ ๑).
กล่ำ ๓[กะหฺล่ำ] (โบ; กลอน) ใช้เข้าคู่กับคํา กระเลือก
หมายความว่า กลอกไปกลอกมา.
กล้ำ[กฺล้ำ] ก. ควบ เช่น กล้ำอักษร อักษรกล้ำ, ทําให้เข้ากัน, กลืนกัน,
เช่น กล้ำเสียง เสียงกล้ำ, มีโทษอันหนึ่งไซร้ กลบกล้ำพันคุณ.
(โลกนิติ), คือดั่งปากเว้นกล้ำ แกล่เหมี้ยงหมากพลู. (โลกนิติ),
กัลยาจะกล้ำอําความตาย. (อิเหนา).
กล้ำกราย ก. เข้าไปปะปน, ล่วงเข้าไป.
กล้ำกลืน ก. ฝืนใจ, อดกลั้นไม่แสดงให้เห็น.
กลิ่ง[กฺลิ่ง] (โบ; กลอน) ก. เลือกสรร เช่น แลพี่แกล้งกลิ่งให้แล้ว.
(ม. คําหลวง ทศพร).
กลิ้ง[กฺลิ้ง] ก. อาการอย่างของกลมพลิกเลื่อนไปตามพื้น เช่น ซุงกลิ้ง
ครกกลิ้ง ลูกหินกลิ้ง, ทําให้ของกลมพลิกเลื่อนไปตามพื้น เช่น
กลิ้งครก กลิ้งซุง กลิ้งลูกหิน; โดยปริยายหมายความว่า คล่อง,
ไม่มีติด, เช่น คนคนนี้กลิ้งได้รอบตัว. (โบ) น. ร่ม เช่น
เมลืองมล่านกลิ้งเพรื้อม เพรอศพราย. (ยวนพ่าย).
(มลายู giling ว่า กลิ้ง, คลึง, มวน).
กลิ้งกลอก ก. กลับไปกลับมาเอาแน่ไม่ได้.
กลิ้งเกลือก ก. พยายามกระเสือกกระสนไปตามมีตามได้ เช่น
ยากจนก็กลิ้งเกลือกไปตามบุญตามกรรมไม่ขอพึ่งใคร,
เกลือกกลิ้ง ก็ใช้.
กลิ้งเป็นลูกมะนาว (สํา) ว. หลบหลีกไปได้คล่องจนจับไม่ติด
(มักใช้ในทางไม่ดี), กลมเป็นลูกมะนาว ก็ว่า.
กลิ้งกลางดง[กฺลิ้งกฺลาง-] น. ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งในสกุล Dioscorea
วงศ์ Dioscoreaceae ตามง่ามใบมีหัวกลมขรุขระ.
กลิงค์[กะลิง] น. เรียกชาวอินเดียใต้พวกหนึ่งที่มีผิวดําว่า แขกกลิงค์,
กลึงค์ หรือ กะเล็ง ก็ว่า. (คํานี้เดิมหมายถึงชาวอินเดียที่มาจาก
แคว้นกลิงคราษฎร์).
กลิ่น ๑[กฺลิ่น] น. สิ่งที่รู้ได้ด้วยจมูก คือ เหม็น หอม และอื่น ๆ,
บางทีใช้หมายความว่า เหม็น เช่น ของสิ่งนั้นมีกลิ่น.
กลิ่นอาย น. กลิ่น. (เป็นคําที่มีความหมายซ้า อาย ก็ว่า กลิ่น).
กลิ่น ๒[กฺลิ่น] น. ชื่อพวงดอกไม้ร้อยมีรูปแบนประกอบด้วยอุบะ,
ถ้าทําให้ผูกแขวนคว่าลงมา เรียกว่า กลิ่นคว่า, ถ้าทําให้ผูกแขวน
ตะแคง เรียกว่า กลิ่นตะแคง.
กลิ้ม[กฺลิ้ม] ก. เล็มหน้าผ้า, เย็บหน้าผ้าให้เป็น
ตะเข็บเพื่อมิให้ชายผ้าหลุดออก.
กลี[กะลี] น. สิ่งร้าย, โทษ; เรียกโรคห่าที่เป็นแก่สัตว์เลี้ยงเช่นเป็ด
ไก่ วัว ควาย; ด้านของลูกสกาที่มีแต้มเดียว คือมีแต่ทางแพ้;
ชื่อผีร้ายหรือผีการพนันตามคติของพราหมณ์.
ว. ร้าย, ไม่เป็นมงคล, มักใช้ว่า กาลี. (ป., ส. กลิ).
กลียุค [กะลี-] น. ชื่อยุคที่ ๔ ของจตุรยุคตามคติของพราหมณ์
ในยุคนี้ธรรมะของมนุษย์ลดลงเหลือเพียง ๑ ใน ๔ ส่วน
เมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค และอายุของมนุษย์ก็สั้นลง
โดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน. (ป., ส. กลิยุค). (ดู จตุรยุค).
กลียุคศักราช น. ศักราชที่เริ่มตั้งก่อนพุทธศักราช ๒๕๕๘ ปี
(กลียุคศักราชลบด้วย ๒๕๕๘ เท่ากับพุทธศักราช).
กลี่[กฺลี่] น. ภาชนะสําหรับใส่หมากบุหรี่ โดยมากมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มีลิ้นข้างใน ยกออกได้.
กลีบ[กฺลีบ] น. ส่วนของดอกไม้ที่เรียงหรือซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
รอบเกสร โดยปรกติเป็นแผ่นบาง ๆ, ใช้เรียกของอื่นที่มี
ลักษณะเช่นนั้น เช่น กลีบตา กลีบผ้า กลีบเมฆ.
กลีบตา น. เปลือกตา.
กลีบบัว น. เรียกพานที่ริมปากทําเป็นรูปกลีบบัวโดยรอบว่า
พานกลีบบัว.
กลีบหิน น. แร่ไมกา. (ดู ไมกา).
กลึง[กฺลึง] ก. ทําให้กลมหรือให้เป็นรูปต่าง ๆ ด้วยเครื่องหมุน.
กลึงเกลา ว. งามเกลี้ยงเกลา, เกลากลึง ก็ว่า.
กลึ้ง[กฺลึ้ง] (โบ) น. กลิ้ง คือ ร่ม. (กฎมนเทียรบาล ในกฎหมายราชบุรี).
กลึงกล่อม[-กฺล่อม] น. ชื่อไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นชนิด Polyalthia suberosa
(Roxb.) Thwaites ในวงศ์ Annonaceae ใบเดี่ยว เรียงสลับ
ดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยงด้านบนมีขน กลีบดอกสีเหลืองคล้ำ
ผลเป็นกลุ่ม เมื่อสุกสีแดง.
กลึงค์[กะลึง] น. แขกกลิงค์. (ดู กลิงค์).
กลืน[กฺลืน] ก. อาการที่ทําให้อาหารหรือสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่ในปากล่วงลําคอ
ลงไป, โดยปริยายใช้หมายถึงอาการที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น
ก็ใช้ว่า กลืน ได้ในความหมายเช่นทําให้หายหรือให้สูญไป
เช่น ถูกกลืนชาติ, อดกลั้นไม่สําแดงให้ปรากฏออกมา เช่น
กลืนทุกข์ กลืนโศก, ประสานกันหรือเข้ากันได้สนิทดี เช่น สีกลืนกัน.
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก. พะอืดพะอม.
กลุ่ม[กฺลุ่ม] น. คน สัตว์ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นหมู่ ๆ
หรือเป็นกลุ่มก้อน เช่น กลุ่มคน กลุ่มมด กลุ่มดาว กลุ่มด้าย;
อาการที่เข้ามารวมกันเช่นนี้ เรียกว่า จับกลุ่ม; ลักษณนามเรียก
ของที่เป็นกลุ่ม เช่น ด้าย ๓ กลุ่ม.
กลุ้ม[กฺลุ้ม] ก. รวมประดังคับคั่ง เช่น พูดกันกลุ้ม, ปกคลุมอยู่ทําให้มืดคลุ้ม
เช่น ควันกลุ้ม เมฆกลุ้ม; รู้สึกอัดอั้นยุ่งใจ เช่น
คิดไม่ออกกลุ้มเหลือเกิน; ชุลมุน, ขวักไขว่, เช่น วิ่งกันให้กลุ้ม.
กลุ้มใจ ก. รู้สึกรําคาญหรือยุ่งยากใจ ไม่รู้ว่าจะทําอย่างไร.
กลุ้มรุม ก. ประดังห้อมล้อมเข้ามา.
กลุ้มอกกลุ้มใจ ก. กลุ้มใจ
กลู่[กฺลู่] (โบ; กลอน) ก. เกลื่อน, ใช้เข้าคู่กับคํา กลาด เช่น
โกยกลู่กลาดคือลาญใน. (ม. คําหลวง จุลพน).
กลูโคส[กฺลู-] (วิทยา) น. น้ำตาลชนิดหนึ่งประเภทโมโนแซ็กคาไรด์
ชนิดแอลโดเฮ็กโซส ลักษณะเป็นของแข็งสีขาว หลอมละลายที่
๑๔๖ ? ซ. มีในผลองุ่นสุก น้ำผึ้ง และผลไม้โดยมากที่มีรสหวาน
เป็นองค์ระกอบปรกติในเลือด และมีในปัสสาวะของผู้ป่วยเป็น
โรคเบาหวาน มีรสหวานน้อยกว่าน้าตาลทราย, เดกซ์โทรส ก็เรียก.
(อ. glucose).
กลูน, กลูน์[กะลูน, กะลู] (แบบ) ก. กรุณา เช่นทุษฐโจรรันทำ กรรมแก่บดีสูร
ยศใดบกลูน และมาลักอัครขรรค์. (สมุทรโฆษ). ว. น่าสงสาร
เช่น สลดกลูน์ลุงทรวง. (สุธน). (ป.).
กเลวระ[กะเลวะระ] (แบบ) น. ซากศพ เช่น ถึงกระนั้นก็จะพบพานซึ่ง
กเลวระร่าง มิเลือดก็เนื้อจะเหลืออยู่บ้างสักสิ่งอัน. (ม. ร่ายยาว มัทรี),
ใช้ว่า กเฬวราก ก็มี. (ป., ส.).
กวดก. ทําให้แน่น ให้ตึง หรือให้เขม็งยิ่งขึ้น เช่น กวดเชือก กวดตะปู,
เร่งรัดให้ดียิ่งขึ้นหรือเพื่อให้ทัน เช่น กวดวิชา วิ่งกวด.
น. เหล็กเครื่องมือสําหรับกวดเลี่ยมขอบภาชนะ เรียกว่า เหล็กกวด.
กวดขัน ว. เอาจริงเอาจัง, เร่งรัดให้ยิ่งขึ้น.
กวน ๑(ถิ่น-อีสาน) (ปาก) น. กวาน, ชื่อตําแหน่งขุนนางในภาคอีสาน
สมัยโบราณ แต่ชาวอีสานบางถิ่นออกเสียงเป็น กวน เช่น
บ้านเมืองข้อนขุนกวน ยาดไพร่.
กวน ๒ก. คนให้เข้ากัน, คนให้เข้ากันจนข้น, เช่น กวนขนม,
คนให้ทั่วกันหรือให้วนไปโดยรอบ เช่น กวนน้ำ;
รบกวนทําให้เกิดความรําคาญ เช่น กวนใจ,
ก่อกวนทําให้วุ่นวาย เช่น กวนบ้านกวนเมือง,
ชวนให้เกิดความรําคาญ ชวนให้ทําร้าย เช่น
กวนมือ กวนตีน. น. เรียกของกินที่ทําด้วยผลไม้เป็นต้น
เคี่ยวกับน้ำตาลแล้วคนให้เข้ากันจนข้น เช่น ขนมกวน
ทุเรียนกวน สับปะรดกวน.
กวนน้ำให้ขุ่น (สํา) ก. ทําเรื่องราวที่สงบอยู่แล้วให้เกิดวุ่นวายขึ้นมา.
กวม(โบ) ก. ครอบงํา เช่น มืดมนกวมกลุ้ม.
กวย ๑(ถิ่น-พายัพ) น. ตะกร้า.
กวย ๒น. ชาติข่า ในตระกูลมอญ-เขมร.
กวยจั๊บน. ชื่อของกินชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งที่ใช้ทําเส้นก๋วยเตี๋ยว
แต่หั่นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ ต้มสุกแล้วปรุงด้วยเครื่องมีหมูเป็นต้น. (จ).
กวยจี๊น. เมล็ดแตงโมต้มแล้วตากให้แห้ง ใช้ขบเคี้ยว. (จ).
ก๋วยเตี๋ยวน. ชื่อของกินชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเจ้า เป็นเส้น ๆ
ลวกสุกแล้วปรุงด้วยเครื่องมีหมูเป็นต้น. (จ).
กวะ[กะวะ] (กลอน) ว. (ราว)-กะว่า, (ราว)-กับว่า,
เช่น นกกระจอกทํารังราวกวะไม้. (จารึกวัดโพธิ์).
กวะกวัก[กฺวะกฺวัก] ก. กวัก เช่น กวะกวักคือกวักทักถาม. (สรรพสิทธิ์).
ว. กวัก ๆ, เป็นเสียงนกกวักร้อง, เช่น นกกวักลักแลเพื่อนพลาง
กวักปีกกวักหาง ก็ร้องกวะกวักทักทาย. (สมุทรโฆษ).
กวะแกว่ง[กฺวะแกฺว่ง] ก. แกว่งไปมา เช่น ช่อช้อยกวะแกว่งไกว.
(ม. คําหลวง จุลพน).
กวัก ๑[กฺวัก] น. ชื่อนกชนิด Amaurornis phoenicurus
ในวงศ์ Rallidae ลําตัวสั้น ขาและนิ้วยาว หน้าผากและ
ลําตัวด้านล่างสีขาว อาศัยอยู่ตามหนองน้ำ เดินหากินบนใบพืชน้ำ
เช่น บัว จอก แหน ในตอนเช้าหรือพลบค่ำ ร้องเสียงดัง ``กวัก ๆ''.
กวัก ๒[กฺวัก] ก. อาการที่ใช้สิ่งแบน ๆ พุ้ยเข้าหาตัว, ใช้มือทําอาการเช่นนั้น
เพื่อเป็นสัญญาณให้เข้ามาหา เรียกว่า กวักมือ, อาการที่นกใช้ปีกพุ้ย
อากาศบินไป เรียกว่า นกกวักปีก.
กวัด[กฺวัด] ก. จับด้ามวัตถุให้ปลายตั้งขึ้นแล้วปัดไปมา, ใช้เข้าคู่กับคํา
แกว่ง เป็น กวัดแกว่ง หรือ แกว่งกวัด หรือใช้เข้าคู่กับคำ ไกว เป็น
กวัดไกว.
กวัดแกว่ง [กฺวัดแกฺว่ง] ก. จับด้ามวัตถุให้ปลายตั้งขึ้นแล้วปัดไปมา
เช่น กวัดแกว่งอาวุธ, ไม่อยู่ที่ เช่น จิตกวัดแกว่ง, แกว่งกวัด ก็ว่า.
กวัดไกว [กฺวัดไกฺว] ก. วัดเหวี่ยงไปมา, ไม่อยู่ที่.
กวัดไกวไสส่ง ก. ไล่ไปให้พ้น.
กวา[กฺวา] น. แตงกวา. (ดู แตง).
กว่า[กฺว่า] ว. เกิน เช่น กว่าบาท; เป็นคําใช้เปรียบเทียบในการประมาณ
เช่น มากกว่า น้อยกว่า ดีกว่า, ย่อมพลกว่าพลแกว่น.
(ม. คําหลวง มหาราช). บ. เลยไป, พ้นไป. สัน. ก่อน, ยังไม่ทัน,
เช่น กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้, มักใช้เข้าคู่กับคํา จะ...ก็ เป็น กว่าจะ...ก็
หรือ กว่า...จะ...ก็, โบราณใช้ว่า ยิ่ง ก็มี เช่น ใจกว่าห้วงอรรณพ.
(ม. คําหลวง นครกัณฑ์); ใช้เป็นกริยาว่า ไปจาก ก็มี เช่น แทบทาง
ที่จะกว่า. (ม. คําหลวง จุลพน), ผิออกนางธจะกว่า. (ม. คําหลวง กุมาร);
ใช้เป็นวิเศษณ์ว่า จากไป ก็มี เช่น ล๋ตายหายกว่า. (จารึกสยาม).
กว่าชื่น (โบ) ว. ยิ่ง, ยิ่งนัก.
กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ (สำ) ว. ลักษณะของการทำงานที่มีความลังเลใจ
ทำให้แก้ไขปัญหาได้ไม่ทันท่วงทีเมื่อได้อย่างหนึ่ง แต่ต้องเสียอีกอย่าง
หนึ่งไป ดุจเอาถั่วกับงามาคั่วพร้อมกัน กว่าจะคั่วจนถั่วสุก
งาก็จะไหม้หมดไปก่อน.
กว่าเพื่อน ว. คําใช้เปรียบเทียบ หมายถึง ที่สุดในหมู่
เช่น ดีกว่าเพื่อน เลวกว่าเพื่อน.
กว้า[กฺว้า] (โบ) ว. หรือ, อะไร, ทําไม, เป็นไร, บ้างซิ, บ้างเถิด,
ว้า, หวามใจ, เช่น ในรลุงนาภี พรั่นกว้า. (ทวาทศมาส).
กวาง ๑[กฺวาง] น. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องหลายชนิด ในวงศ์ Cervidae
เป็นสัตว์กีบคู่ ลำตัวเพรียว คอและขายาว หางสั้น ตัวเมียเล็กกว่าตัวผู้
มีทั้งชนิดมีเขาและไม่มีเขาในเพศเดียวกันหรือต่างเพศ เช่น กวางป่า
(Cervus unicolor).
กวางแขม ดู เนื้อทราย ที่ เนื้อ ๒.
กวางจุก (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. เก้ง. (ดู เก้ง).
กวางเดินดง น. ชื่อวิธีรําท่าหนึ่งอยู่ในลําดับว่า นาคาม้วนหาง
กวางเดินดง หงส์ลีลา. (ฟ้อน); ชื่อกลบทอย่างหนึ่ง เช่น
อกเอ๋ยอกประหลาดจริงที่นิ่งเฉย โอ้เอ๋ยผิดคิดไม่เห็นจะเป็นเลย
เสียดายเอ๋ยที่พี่เคยสงวนงาม. (กลบท).
กวางทราย ดู เนื้อทราย ที่ เนื้อ ๒.
กวาง ๒[กฺวาง] น. (๑) ชื่อปลางัวบางชนิดในวงศ์ Triacanthidae,
Monacanthidae และ Balistidae. (ดู งัว ๕ ประกอบ).
(๒) ปลาม้า. (ดู ม้า ๓).
กว่าง[กฺว่าง] น. ชื่อด้วงปีกแข็งชนิด Xylotrupes gideon
ในวงศ์ Dynastidae ตัวมีสีตั้งแต่สีน้ำตาลอมแดงจนถึงเกือบดำ
ตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่เรียกว่า กว่างโซ้ง หรือ กว่างชน มีเขาที่หลังอก
ยื่นยาวเป็นจะงอยเรียวไปทางด้านหน้าและโค้งลง ตรงปลายเป็น
๒ แฉก กับที่หัวมีเขาเล็กยื่นออกไปเป็นเขาเดี่ยว โค้งขึ้นคล้ายนอแรด
แต่ปลายแยกเป็น ๒ แฉก ตัวผู้ที่มีขนาดย่อมมีเขาสั้นเรียก กว่างกิ
หรือ กว่างแซม ตัวเมียไม่มีเขาเรียก กว่างแม่ หรือ กว่างอีลุ่ม,
อาจเรียกแมลงปีกแข็งชนิดอื่นที่มีเขาว่าแมงกว่าง หรือ
แมงกวาง เช่นกัน.
กว้าง[กฺว้าง] น. ด้านสั้นที่คู่กับด้านยาว. ว. ไม่แคบ, แผ่ออกไป.
กว้างขวาง ก. แผ่ออกไปมาก, ใหญ่โต, เช่น มีเนื้อที่กว้างขวาง;
เผื่อแผ่ เช่น มีน้าใจกว้างขวาง, รู้จักคนมากและมีคนรู้จักมาก
เช่น กว้างขวางในสังคม.
กว้างใหญ่ ก. แผ่ออกไปไกล.
กวางเขน[กฺวาง-] (โบ) น. นกกางเขน เช่น บ่าวขุนกวางเขนเขจร.
(สมุทรโฆษ).
กวางโจน[กฺวาง-] น. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็ง ผลกลมรีป้อมขนาดหัวแม่มือ
เปลือกคาย เมื่อสุกสีแดงชาด ออกเป็นพวงกระจุก เนื้อบางสีขาว
คล้ายสาคู รสเปรี้ยว กินได้ กวางชอบกิน มีตามป่าดอนทั่วไป.
กว่างชนดู กว่าง.
กวางชะมดน. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กในสกุล Moschus
วงศ์ Moschidae ลำตัวป้อม หัวเล็กไม่มีเขา ขนหยาบมีสีแตกต่างกัน
ตัวเมียเขี้ยวสั้นมาก ตัวผู้มีเขี้ยวยาวคล้ายใบมีดยื่นพ้นริมฝีปาก
และมีต่อมกลิ่นอยู่ระหว่างสะดือกับอวัยวะเพศ ขับสารคล้ายขี้ผึ้ง
ออกมา เรียกว่า ชะมดเชียง ใช้แต่งกลิ่นเครื่องหอมและทำยาได้
มักอาศัยอยู่ตามป่าสนและป่าผลัดใบรกทึบบนภูเขา มี ๔ ชนิด
ได้แก่ กวางชะมดไซบีเรีย (M. moschiferus) กวางชะมดเขาสูง
(M. chrysogaster) กวางชะมดดำ (M. fuscus) และกวางชะมดป่า
(M. berezovskii) ไม่พบในประเทศไทย แต่ที่นำมาเลี้ยงในประเทศไทย
ได้แก่ กวางชะมดป่า.
กว่างโซ้งดู กว่าง.
กวางตุ้ง ๑[กฺวาง-] น. ชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน,
เรียกภาษาของชาวจีนในมณฑลนี้ ว่า ภาษากวางตุ้ง.
กวางตุ้ง ๒[กฺวาง-] น. ชื่อผักกาดชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผักกาดกวางตุ้ง. (ดู กาด ๑).
กวางทองน. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.
กวางป่าน. ชื่อกวางชนิด Cervus unicolor ในวงศ์ Cervidae
เป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนยาวหยาบสีน้ำตาล
ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง มักอยู่ลำพังตัวเดียวยกเว้น
ฤดูผสมพันธุ์, กวางม้า ก็เรียก.
กวางผา[กฺวาง-] น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Naemorhedus goral
ในวงศ์ Bovidae ลักษณะคล้ายแพะและเลียงผา แต่มีขนาดเล็กกว่า
ขนสีเทาหรือน้ำตาลปนเทา มีแถบขนสีดำตลอดแนวสันหลัง
ตัวผู้เขายาวกว่าตัวเมีย อาศัยอยู่บนภูเขาสูงชัน กินพืช
เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย.
กวางม้าดู กวางป่า.
กวาด[กฺวาด] ก. ทําให้เตียนหรือหมดฝุ่นละอองด้วยไม้กวาดเป็นต้น,
ทำให้ของเคลื่อนไปในทางเดียวกัน เช่น กวาดของลงจากโต๊ะ,
โดยปริยายหมายความว่า เอาไปให้หมดสิ้นเหมือนอย่างกวาด เช่น
กวาดครัวเชลย โจรกวาดทรัพย์สิน; เอายาป้ายในลําคอ เรียกว่า
กวาดยา. น. สิ่งที่ใช้กวาด ทําด้วยดอกอ่อนของต้นเลาเป็นต้น
มัดเป็นกำ ๆ เรียกว่า ไม้กวาด, ถ้าทำด้วยทางมะพร้าวเรียกว่า
ไม้กวาดทางมะพร้าว.
กวาดต้อน ก. รวบรวมคนหรือสัตว์พาหนะเป็นต้น เอามาเป็นของตน.
กวาดตา ก. ส่ายตาดูทั่วไป.
กวาดล้าง ก. กําจัดให้หมดไป เช่น กวาดล้างอันธพาล
กวาดล้างโจรผู้ร้าย.
กวาน, กว่าน[กฺวาน, กฺว่าน] น. ขุนนาง เช่น แล้วบัญชาสั่งเสียพวกเพี้ยกวาน
ให้ไปเชิญสองท่านแม่ทัพใหญ่. (ขุนช้างขุนแผน),
เพลี้ยกว่านบ้านท้าวไข้ ข่าวสยวน. (ยวนพ่าย).
กว้าน ๑[กฺว้าน] น. ตึก ใช้ควบกันว่า ตึกกว้าน; (ถิ่น-ปักษ์ใต้)
ที่อยู่ซึ่งปลูกไว้คล้ายโรงนา พื้นอยู่กับดิน.
กว้าน ๒[กฺว้าน] น. เครื่องสําหรับฉุดดึงและยกของหนัก. ก. ฉุดด้วยกว้าน,
ขันกว้าน ก็เรียก; รวบรวมจากที่ต่าง ๆ มาไว้เป็นจํานวนมาก เช่น
กว้านสินค้ามากักตุนไว้.
กว๊าน[กฺว๊าน] (ถิ่น-พายัพ) น. บึง; น้ำตอนลึก, น้ำตอนที่ไหลวน.
กว้าว[กฺว้าว] ดู ขว้าว.
กวาวเครือ[กฺวาว-] น. ชื่อไม้พุ่มรอเลื้อยชนิด Pueraria candollei
Grah. var. mirifica (Airy Shaw et Suvatabandhu) Niyomdham
ในวงศ์ Leguminosae ดอกเล็ก สีม่วงอ่อน มีหัวกลม ๆ ออกที่
โคนต้นและตามราก ใช้ทํายาได้.
กวิน[กะวิน] (โบ) ว. ดีงาม เช่น ใครกวินซื่อแท้. (แช่งน้ำ).
(ทมิฬ แปลว่า งาม).
กวี[กะวี] น. ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทกลอน
จําแนกเป็น ๔ คือ ๑. จินตกวี แต่งโดยความคิด ๒. สุตกวี
แต่งโดยได้ฟังมา ๓. อรรถกวี แต่งตามความจริง ๔. ปฏิภาณกวี
แต่งกลอนสด. (ป.).
กวีนิพนธ์ น. คําประพันธ์ที่กวีแต่ง.
กษณะ[กะสะหฺนะ] (กลอน) น. ครู่, ครั้ง, คราว. (ส.; ป. ขณ).
กษมา ๑[กะสะ-] (แบบ) น. ความอดกลั้น, ความอดโทษ,
เช่น พระกษมาเสมอหล้า สี่แดน. (ยวนพ่าย).
ก. กล่าวคําขอโทษ, โดยมากใช้ว่า ษมา. (ส. กฺษมา; ป. ขมา).
กษมา ๒[กะสะ-] (แบบ) น. แผ่นดิน. (ส. กฺษฺมา; ป. ฉมา).
กษัตร[กะสัด] (โบ) น. พระเจ้าแผ่นดิน, เจ้านาย. (ส. กฺษตฺร; ป. ขตฺต).
กษัตรา[กะสัดตฺรา] (กลอน) น. กษัตริย์ เช่น คือพรหมทัตกษัตรา. (กฤษณา).
กษัตราธิราช น. พระเจ้าแผ่นดิน.
กษัตริย์[กะสัด] น. พระเจ้าแผ่นดิน, ใช้เต็มว่า พระมหากษัตริย์,
คนในวรรณะที่ ๒ แห่งสังคมฮินดู ซึ่งมีอยู่ ๔ วรรณะ ได้แก่
วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์ วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทร.
(ส. กฺษตฺริย ว่า ผู้ป้องกันภัย, ชาตินักรบ; ป. ขตฺติย).
ว. แท้ไม่มีอื่นปน เช่น ทองเนื้อกษัตริย์,
เรียกรูปพรรณที่ทําด้วยโลหะมีราคา เช่น ถ้าทําด้วยเงิน ทอง นาก
สลับกัน เรียกว่า สามกษัตริย์.
กษัตริยชาติ [กะสัดตฺริยะชาด] น. ชาติกษัตริย์ เช่น รู้แน่ว่าเป็น
กษัตริยชาติ. (ม. ร่ายยาว สักบรรพ).
กษัตรี[กะสัดตฺรี] (กลอน) น. กษัตริย์ผู้หญิง เช่น สมเด็จพระแก้วกษัตรี.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์); เจ้าผู้หญิง เช่น สองกษัตรีเจ้าหล้า
แกล้วกว่าแกล้วใจกล้า กว่ากล้ากลัวอาย. (ลอ); สตรี เช่น
จักเสื่อมสวัสดิ์กษัตรี. (กฤษณา).
กษัตรีย์[กะสัดตฺรี] (กลอน) น. กษัตริย์ เช่น พินทุทัตกษัตรีย์. (สมุทรโฆษ);
เจ้าผู้หญิง เช่น อันว่าพระมหาสัตว์แลกษัตรีย์. (ม. คําหลวง วนปเวสน์).
กษัตรีศูร[กะสัดตฺรีสูน] (กลอน) น. กษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ เช่น
เจ้าไตรภพโลกเมาลีเป็นกษัตรีศูร. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์).
(ส. กฺษตฺร + อีศฺวร).
กษัย, กษัย-[กะไส, กะไสยะ-] น. การสิ้นไป, การหมดไป, การเสื่อมไป,
การน้อยไป; ชื่อโรคตามตำราแพทย์แผนโบราณว่า ทำให้ร่างกาย
ทรุดโทรม มีอาการผอมแห้งตัวเหลืองเท้าเย็น, เขียนเป็น กระษัย ก็มี.
(ส. กฺษย).
กษัยกล่อน น. ชื่อโรคทางตําราแพทย์แผนโบราณว่า ทําให้ผอมแห้ง
ซึ่งเกิดจากโรคกล่อน, เขียนเป็น กระษัยกล่อน ก็มี.
กษัยการ [กะไสยะกาน] น. การที่สิ่งต่าง ๆ ค่อยผุพังและแพร่สะพัด
หรือกระจัดกระจายไปเพราะพลังลมพลังน้ำ หรือปฏิกิริยาเคมี.
(อ. erosion).
กษัยน้ำ น. กษัยเนื่องจากเลือด น้ำเหลือง หรือ เสมหะเป็นพิษ
ถ้ารวมทั้ง ๓ ประการ เรียกว่า กษัยเลือด.
กษัยเลือด น. กษัยเนื่องจากเลือด น้ำเหลือง และเสมหะเป็นพิษ.
กษาปณ์[กะสาบ] (แบบ) น. กระษาปณ์, เงินตราที่ทําด้วยโลหะ,
ตําลึง (= ๒๐ มาสก) เช่น ได้ถึงร้อยกษาปณ์. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
กษิดิ, กษีดิ[กะสิดิ, กะสีดิ] (แบบ) น. แผ่นดิน. (ส. กฺษิติ),
ในบทกลอนใช้เป็นส่วนหน้าสมาส แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน
เช่น กษิดินทรทายทานแล้ว. (ส. กฺษิติ + อินฺทฺร),.
อนนว่ากษีดิศรสุริยทงงหลาย (ส. กฺษิติ + อีศฺวร),
อนนว่า พระแพศยันดรกษิดิศวร์. (ส. กฺษิติ + อีศฺวร).
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์, วนปเวสน์).
กษีณาศรพ[กะสีนาสบ] (แบบ) น. ขีณาสพ, พระผู้สิ้นอาสวะ, พระอรหันต์,
เขียนเป็น กษีณาศรพ กษิณาศรพย และ กษิณาสยพ ก็มี เช่น
อันว่าพระโลกยเชษฐาจารย์ ก็มีพุทธโองการพระคาถา
ให้กษิณาศรพทงงหลายฟงง ดังนี้. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์),
อันว่าพระสาศดาบพิตร จะปกาสิตคาถา แก่กษิณาศรพยทงงหลาย
ด่งงนี้. (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ส. กฺษีณ + อาสฺรว).
กษีร-, กษีระ[กะสีระ] (แบบ) น. น้ำนม เช่น กษีรสุทธมฤธู. (เสือโค). (ส.).
กษีรธารา น. สายน้ำนม เช่น ให้เสวยโภชนและกษีรธารา.
(ม. คําหลวง นครกัณฑ์).
กษีรรส น. น้ำนม เช่น เปรียบเหมือนกษีรรสคือน้ำนมสดขาวสะอาด.
(ม. ร่ายยาว สักบรรพ).
กษีรามพุ น. น้ำนม เช่น ดูดดื่มกษีรามพุ. (สมุทรโฆษ).
(ส. กฺษีร + อมฺพุ).
กษีรารณพ [กะสีราระนบ] น. ทะเลน้ำนม. (ส. กฺษีร + อรฺณว).
กษีรามพุดู กษีร-, กษีระ.
กษีรารณพดู กษีร-, กษีระ.
กสานติ์[กะ-] (กลอน) ว. สงบ, ราบคาบ, เช่น ผ่องน้ำใจกสานติ์.
(เฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์). (ก + ป. สนฺติ), กระสานติ์ ก็ใช้.
กสิ, กสิ-[กะ-] น. การทํานา, การเพาะปลูก. (ป.).
กสิกร [กะสิกอน] น. ผู้ทําไร่ไถนา.
กสิกรรม น. การทําไร่ไถนา.
กสิณ[กะสิน] น. สมถกรรมฐานหมวดหนึ่งว่าด้วยอารมณ์ที่กําหนดธาตุ
๔ คือ ปฐวี (ดิน) อาโป (น้า) เตโช (ไฟ) วาโย (ลม), ว่าด้วยวรรณะ (สี)
๔ คือ นีล (สีเขียว) ปีต (สีเหลือง) โลหิต (สีแดง) โอทาต (สีขาว),
ว่าด้วยอากาศ (ที่ว่าง) และ อาโลก (แสงสว่าง) รวมเป็น ๑๐ อย่าง. (ป.).
กหังปายา[กะ-] น. เกณฑ์สําหรับลบพุทธศักราชเป็นจุลศักราช
ตรงกับเลข ๑๑๘๑.
กหาปณะ[กะหาปะนะ] (แบบ) น. เงินตรามีพิกัดเท่ากับ ๒๐ มาสก
หรือ ๑ ตําลึง คือ ๔ บาท. (ป.).
กเฬวราก[กะเลวะราก] (กลอน) น. ซากศพ, บางทีใช้เข้าคู่กันเป็น
กเฬวรากซากศพ, เขียนเป็น กเฬวราก์ ก็มี เช่น
เผากเฬวราก์ผู้อนาถ. (มาลัยคําหลวง).
กอ ๑น. กลุ่มแห่งต้นไม้ที่เกิดจากเหง้าเดียวกัน เช่น กอหญ้า กอแขม
กอไผ่, ต้นไม้ที่ขึ้นเป็นกลุ่ม เช่น กอข้าว, ใช้เข้าคู่กับคํา เหล่า ว่า
เหล่ากอ หมายความว่า เชื้อสาย.
กอ ๒(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นก่อ. (ดู ก่อ ๒).
กอ ๓ดู หนอนกอ ที่ หนอน ๑.
ก่อ ๑ก. ทําให้เกิดขึ้น มีขึ้น หรือเป็นรูปขึ้น เช่น ก่อไฟ ก่อสงคราม ก่อตึก.
ก่อกรรมทำเข็ญ ก. ก่อความเดือดร้อนให้ร่ำไป.
ก่อกวน ก. ก่อให้เกิดความรําคาญหรือไม่สงบอยู่ได้.
ก่อการ ก. ริเริ่มการ.
ก่อตั้ง ก. จัดตั้งขึ้น, ริเริ่มตั้งขึ้น.
ก่อร่างสร้างตัว ก. ตั้งเนื้อตั้งตัวได้เป็นหลักฐาน.
ก่อฤกษ์ ก. ทําพิธีเริ่มก่อสร้าง เช่น วางอิฐวางหิน.
ก่อแล้วต้องสาน (สํา) ก. เริ่มอะไรแล้วต้องทําต่อให้เสร็จ.
ก่อสร้าง ก. ก่อและสร้างโดยใช้อิฐและปูนเป็นส่วนใหญ่.
ก่อหวอด ก. เริ่มจับกลุ่มเพื่อทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
ก่อ ๒น. ชื่อไม้ต้นหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Fagaceae บางชนิดผลมี
เนื้อในกินได้ รสมัน, ปักษ์ใต้เรียก กอ.
ก่อ ๓(ถิ่น-พายัพ) น. ปลาช่อน. (ดู ช่อน).
ก่อ ๔ว. งอ ในคำว่า งอก่อ หรือ งอก่องอขิง. (ไทลื้อ ก่อ ว่า งอ).
ก้อ ๑ว. แสดงอาการเจ้าชู้ เช่น ไก่ก้อ.
ก้อร่อก้อติก ว. แสดงอาการเจ้าชู้, ทําเป็นเจ้าชู้.
ก้อ ๒น. ชนชาวเขาพวกหนึ่ง ในตระกูลทิเบต-พม่า มีอยู่ทาง
แถบเหนือของไทย คล้ายพวกมูเซอ, อีก้อ ก็เรียก.
ก๊อ(ถิ่น-พายัพ) น. ทับทิม เช่น ต้นก๊อ ว่า ต้นทับทิม. (พจน. ๒๔๙๓).
กอก ๑ก. ดูดเลือด หนอง หรือลมออกจากร่างกายหรือดูดเอาน้ำนม
ออกจากเต้านมโดยใช้ถ้วย กระบอก ฯลฯ เป็นเครื่องดูด.
กอก ๒น. มะกอก.
ก๊อก ๑น. เครื่องเปิดปิดน้ำจากท่อหรือภาชนะ, หัวก๊อก ก็เรียก. (อ. cock).
ก๊อก ๒น. เรียกเปลือกต้นก่อชนิด Quercus suber L.
ในวงศ์ Fagaceae ที่ใช้ทําจุกขวดและอื่น ๆ ว่า ไม้ก๊อก.
กอแกก. เกาะแกะ เช่น อย่ากอแกชาววังหลังจะลาย.
กอง ๑ก. ทําให้รวมสุมกันไว้, สุมกันไว้. น. สิ่งต่าง ๆ ที่รวมกันไว้เช่นนั้น
เช่น กองมะม่วง กองฟืน, สิ่งต่าง ๆ ที่สุมกันไว้ เช่น กองขยะ;
กำลังพลของทหาร ตำรวจ เป็นต้น จำนวน ๔ หมวด เรียกว่า กองร้อย,
ถ้าเป็นทหารหรือตำรวจหัวหน้าจะต้องมียศร้อยเอก เรือเอก
เรืออากาศเอก หรือร้อยตำรวจเอก เรียกว่า ผู้บังคับกองร้อย
หรือทั่ว ๆ ไปเรียกว่า ผู้กอง เฉพาะตำรวจนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
สารวัตร; ส่วนราชการที่รองจากกรม. ว. ถ้ามีคํา เป็น ประกอบหน้า
หมายความว่า มาก เช่น โตขึ้นเป็นกอง มากกว่าเป็นกอง.
กองกลาง น. สิ่งที่กันไว้เป็นส่วนรวม หรือเป็นสาธารณะ.
กองกูณฑ์ น. กองไฟที่ใช้ในพิธีบูชาไฟ.
กองเกิน น. ผู้ขึ้นทะเบียนรับราชการทหาร แต่ทางการยังไม่เรียก
เข้ารับราชการ.
กองเกียรติยศ น. กองทหารหรือตํารวจเป็นต้น ที่จัดขึ้นเพื่อให้
เป็นเกียรติแก่ประมุขของประเทศ บุคคลสําคัญ ศพทหารตํารวจ
หรือสิ่งอื่น ๆ เช่น ธงชัยเฉลิมพล.
กองข้าว น. พิธีอย่างหนึ่งที่ชาวชนบทห่อข้าวพร้อมด้วยของหวาน
พากันไปเซ่นผีตามป่าในหน้าแล้ง.
กองโจร น. หน่วยกําลังที่ทําการรบแบบโจร.
กองทัพ น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วย ทหาร ๓ กองพล
และมีทหารหน่วยอื่น ๆ เช่น หน่วยทหารช่าง หน่วยทหารสื่อสาร
หน่วยทหารรถถัง หน่วยทหารปืนใหญ่ เป็นส่วนประกอบ
มีแม่ทัพเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองทัพน้อย น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วยทหารหลายกองพล
มีจํานวนไม่แน่นอน เป็นการจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีแม่ทัพน้อยเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองทุน น. เงินหรือทรัพย์สินที่เอามารวมเป็นก้อนเดียวกัน
เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ในการสมรส.
กองพล น. หน่วยทหารซึ่งมีทหารราบ ๓ กรม เป็นหลัก
มีทหารหน่วยอื่น ๆ เช่น หน่วยทหารปืนใหญ่ หน่วยทหารรถถัง
หน่วยทหารซึ่งมีทหารราบ ทหารขนส่ง หน่วยทหารสารวัตร
เป็นส่วนประกอบ มีผู้บัญชาการกองพลเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองพัน น. หน่วยทหารซึ่งประกอบด้วยทหาร ๔ กองร้อย
มีผู้บังคับกองพันเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองฟอน น. กองขี้เถ้าศพที่เผาแล้ว.
กองมรดก ดู มรดก.
กองร้อย น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วยทหาร ๔ หมวด
มีผู้บังคับกองร้อยเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองหนุน น. ทหารที่ปลดออกจากประจําการหรือที่ปลดจาก
กองเกินเมื่ออายุครบกําหนด, ทหารที่จัดไว้เพื่อเพิ่มเติมหรือ
สับเปลี่ยนแนวหน้า.
กอง ๒ดู รกฟ้า.
กอง ๓(ถิ่น-พายัพ) น. ถนน, ทางเดิน, เช่น กางกอง ว่า กลางถนน.
ก่อง ๑น. เครื่องประดับหน้าอก; ชื่อแผ่นผ้าที่ปิดอกหญิงคล้ายเต่า
ที่หญิงรุ่นสาวใช้.
ก่อง ๒ว. สุกใส, สว่าง, งาม.
ก่อง ๓น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้ในจังหวัดหนองคาย
ทําด้วยตาข่าย ซึ่งด้านหนึ่งติดกับลําไม้ไผ่คล้ายธง
ทิ้งชายด้านหนึ่งลงไปในน้ำ มุมหนึ่งถ่วงด้วยหิน และ
อีกมุมหนึ่งมีเชือกโยงมาบนเรือ ลากติดไปกับเรือ
พอรู้ว่าปลาติดตาข่ายก็สาวเชือกขึ้นมา.
ก่อง ๔น. ไม้ชนิดหนึ่ง ผลคล้ายลางสาด แต่เปลือกหนา. (พจน. ๒๔๙๓).
ก้อง ๑ว. ดังมากอย่างเสียงในที่จํากัดเช่นในโบสถ์, ดังไปได้ไกล
เช่น เขาตะโกนก้องมาจากที่สูง.
ก้อง ๒น. บรรณาการ ในคำว่า จิ้มก้อง. (จ.).
กองกอยน. ผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่ามีตีนเดียว ไม่มีสะบ้าหัวเข่า
จึงต้องเดินเขย่งเกงกอย ชอบออกมาดูดเลือดที่หัวแม่เท้า
ของคนที่นอนหลับพักแรมในป่า.
ก๊อซน. เรียกผ้าบาง โปร่ง ที่ใช้ปิดแผลหรือพันแผลว่า ผ้าก๊อซ. (อ. gauze).
กอดก. โอบไว้ในวงแขน, โดยปริยายหมายถึงอาการที่มีลักษณะ
คล้ายคลึงเช่นนั้น.
กอดแข้งกอดขา, กอดมือกอดตีน ก. ประจบประแจง.
ก่อนว. เดิม, เริ่ม, ลําดับแรก, เช่น แต่ก่อน, ถ้าใช้ประกอบหลังคํานาม
บอกเวลา หมายความว่า ล่วงมาแล้ว เช่น วันก่อน เดือนก่อน,
ถ้าใช้ประกอบหน้าคํานามบอกเวลา หมายความว่า ยังไม่มาถึง
เช่น ก่อนเที่ยง, ใช้ประกอบหลังคํากริยา บางกรณีหมายความว่า
ให้ระงับยับยั้งไว้ชั่วคราว เช่น หยุดก่อน รอก่อน, บางกรณี
หมายความว่า ล่วงหน้า เช่น ไปก่อน.
ก้อนน. คําบอกลักษณะของเล็ก ๆ ที่เกาะหรือติดรวมกันแน่น
ไม่กําหนดรูปแน่นอน โดยมากมีลักษณะค่อนข้างกลม เช่น
ข้าวเกาะกันเป็นก้อน, เรียกสิ่งที่มีลักษณะเช่นนั้น เช่น ก้อนข้าว;
สิ่งที่แยกหรือแตกออกจากสิ่งใหญ่ ไม่กําหนดรูปแน่นอน
โดยมากมีลักษณะค่อนข้างกลม เช่น ก้อนอิฐ ก้อนหิน
ก้อนดิน; ลักษณนามเรียกของเช่นนั้น เช่น ข้าว ๓ ก้อน
หิน ๒ ก้อน; โดยปริยายหมายถึง จํานวนรวม เช่น ได้เป็นเงินก้อน;
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) เงิน ๑ สลึง (ที่สงขลามีค่า = ๑๕ สตางค์).
ก้อนขี้หมา น. ปุ่มเหนือปลายปากบนของจระเข้, ขี้หมา หรือ
หัวขี้หมา ก็เรียก.
ก้อนเส้า น. ก้อนดิน ก้อนอิฐ หรือก้อนหินเป็นต้นที่เอามาตั้งต่างเตา;
ชื่อดาวฤกษ์ภรณี มี ๓ ดวง.
กอบก. เอามือ ๒ ข้างรวบสิ่งของเข้ามาจนนิ้วก้อยของมือชิดกันแล้วยกขึ้น.
น. เรียกของที่กอบขึ้นครั้งหนึ่ง ๆ ว่า กอบหนึ่ง ๆ,
ลักษณนามเรียกปริมาณของของที่กอบขึ้นมาเช่นนั้น เช่น
ทรายกอบหนึ่ง ข้าวสาร ๒ กอบ.
กอบโกย ก. ขนเอาไปเป็นจํานวนมาก, รวบเอาไปเป็นจํานวนมาก.
กอบด้วย ว. มี (มักจะใช้ในคําที่กล่าวถึงลักษณะเพิ่มเติม) เช่น
นาย ก เป็นผู้มีอํานาจและกอบด้วยเมตตา, ประกอบด้วย.
กอบนางน. ชื่อไม้เถาชนิด Chilocarpus costatus Miq.
ในวงศ์ Apocynaceae พบทางปักษ์ใต้ มียางขาว,
ย่านกอบนาง ก็เรียก.
ก๊อบปี้น. กระดาษที่ใช้สําหรับทําสําเนา เรียกว่า กระดาษก๊อบปี้.
(อ. carbon paper); (ปาก) ลักษณนามเรียกสําเนาหนังสือ เช่น
ก๊อบปี้หนึ่ง สําเนา ๒ ก๊อบปี้. (อ. copy).
กอปร[กอบ] ก. ประกอบ.
ก้อม(โบ) น. ปลาย. ว. ค่อม, เตี้ย. ก. ก้ม.
กอมก้อ(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกะเพรา. (ดู กะเพรา).
ก่อมก้อว. ค่อม, เตี้ย, เช่น มีเจ่งตาบอดพลาย ก่อมก้อ. (โลกนิติ).
กอยน. คนป่าพวกหนึ่ง ตัวดํา ผมหยิก อยู่ในแหลมมลายู, เงาะ ก็เรียก.
ก๋อยดู อีก๋อย.
ก้อย ๑น. นิ้วเล็กที่สุดของนิ้วทั้ง ๕ เรียกว่า นิ้วก้อย; ในการเล่นปั่นแปะ
หรือโยนหัวโยนก้อย เรียกสมมุติด้านหนึ่งของสตางค์หรือ
เหรียญกระษาปณ์ว่า ด้านก้อย, คู่กับ ด้านหัว; โดยปริยาย
หมายความว่า เล็ก เช่น หัวเท่ากิ่งก้อย คือ หัวเล็กนิดเดียว,
ไม่รู้จักนิ้วก้อยหัวแม่มือ หมายความว่า ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่
หรือ ไม่รู้จักต่ำสูง.
ก้อย ๒น. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง คล้ายพล่า ทำด้วยกุ้งสด เรียกว่า ก้อยกุ้ง;
(ถิ่น-อีสาน) ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำจากเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ดิบ ๆ
คล้ายพล่า.
ก้อร่อก้อติกว. อาการที่ทําเป็นเจ้าชู้.
กอริลลาน. ชื่อลิงไม่มีหางชนิด Gorilla gorilla ในวงศ์ Pongidae
เป็นลิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวสูงขนาดคนแต่ล่าสันและ
แข็งแรงกว่ามาก มีถิ่นกําเนิดในทวีปแอฟริกา.
กอล์ฟ[กฺวาง] น. (๑) ชื่อปลางัวบางชนิดในวงศ์ Triacanthidae,
Monacanthidae และ Balistidae. (ดู งัว ๕ ประกอบ).
(๒) ปลาม้า. (ดู ม้า ๓).
[กฺว่าง] น. ชื่อด้วงปีกแข็งชนิด Xylotrupes gideon
ในวงศ์ Dynastidae ตัวมีสีตั้งแต่สีน้ำตาลอมแดงจนถึงเกือบดำ
ตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่เรียกว่า กว่างโซ้ง หรือ กว่างชน มีเขาที่หลังอก
ยื่นยาวเป็นจะงอยเรียวไปทางด้านหน้าและโค้งลง ตรงปลายเป็น
๒ แฉก กับที่หัวมีเขาเล็กยื่นออกไปเป็นเขาเดี่ยว โค้งขึ้นคล้ายนอแรด
แต่ปลายแยกเป็น ๒ แฉก ตัวผู้ที่มีขนาดย่อมมีเขาสั้นเรียก กว่างกิ
หรือ กว่างแซม ตัวเมียไม่มีเขาเรียก กว่างแม่ หรือ กว่างอีลุ่ม,
อาจเรียกแมลงปีกแข็งชนิดอื่นที่มีเขาว่าแมงกว่าง หรือ
แมงกวาง เช่นกัน.
[กฺว้าง] น. ด้านสั้นที่คู่กับด้านยาว. ว. ไม่แคบ, แผ่ออกไป.
กว้างขวาง ก. แผ่ออกไปมาก, ใหญ่โต, เช่น มีเนื้อที่กว้างขวาง;
เผื่อแผ่ เช่น มีน้าใจกว้างขวาง, รู้จักคนมากและมีคนรู้จักมาก
เช่น กว้างขวางในสังคม.
กว้างใหญ่ ก. แผ่ออกไปไกล.
[กฺวาง-] (โบ) น. นกกางเขน เช่น บ่าวขุนกวางเขนเขจร.
(สมุทรโฆษ).
[กฺวาง-] น. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็ง ผลกลมรีป้อมขนาดหัวแม่มือ
เปลือกคาย เมื่อสุกสีแดงชาด ออกเป็นพวงกระจุก เนื้อบางสีขาว
คล้ายสาคู รสเปรี้ยว กินได้ กวางชอบกิน มีตามป่าดอนทั่วไป.
ดู กว่าง.
น. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กในสกุล Moschus
วงศ์ Moschidae ลำตัวป้อม หัวเล็กไม่มีเขา ขนหยาบมีสีแตกต่างกัน
ตัวเมียเขี้ยวสั้นมาก ตัวผู้มีเขี้ยวยาวคล้ายใบมีดยื่นพ้นริมฝีปาก
และมีต่อมกลิ่นอยู่ระหว่างสะดือกับอวัยวะเพศ ขับสารคล้ายขี้ผึ้ง
ออกมา เรียกว่า ชะมดเชียง ใช้แต่งกลิ่นเครื่องหอมและทำยาได้
มักอาศัยอยู่ตามป่าสนและป่าผลัดใบรกทึบบนภูเขา มี ๔ ชนิด
ได้แก่ กวางชะมดไซบีเรีย (M. moschiferus) กวางชะมดเขาสูง
(M. chrysogaster) กวางชะมดดำ (M. fuscus) และกวางชะมดป่า
(M. berezovskii) ไม่พบในประเทศไทย แต่ที่นำมาเลี้ยงในประเทศไทย
ได้แก่ กวางชะมดป่า.
ดู กว่าง.
[กฺวาง-] น. ชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน,
เรียกภาษาของชาวจีนในมณฑลนี้ ว่า ภาษากวางตุ้ง.
[กฺวาง-] น. ชื่อผักกาดชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผักกาดกวางตุ้ง. (ดู กาด ๑).
น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.
น. ชื่อกวางชนิด Cervus unicolor ในวงศ์ Cervidae
เป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนยาวหยาบสีน้ำตาล
ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง มักอยู่ลำพังตัวเดียวยกเว้น
ฤดูผสมพันธุ์, กวางม้า ก็เรียก.
[กฺวาง-] น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Naemorhedus goral
ในวงศ์ Bovidae ลักษณะคล้ายแพะและเลียงผา แต่มีขนาดเล็กกว่า
ขนสีเทาหรือน้ำตาลปนเทา มีแถบขนสีดำตลอดแนวสันหลัง
ตัวผู้เขายาวกว่าตัวเมีย อาศัยอยู่บนภูเขาสูงชัน กินพืช
เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย.
ดู กวางป่า.
[กฺวาด] ก. ทําให้เตียนหรือหมดฝุ่นละอองด้วยไม้กวาดเป็นต้น,
ทำให้ของเคลื่อนไปในทางเดียวกัน เช่น กวาดของลงจากโต๊ะ,
โดยปริยายหมายความว่า เอาไปให้หมดสิ้นเหมือนอย่างกวาด เช่น
กวาดครัวเชลย โจรกวาดทรัพย์สิน; เอายาป้ายในลําคอ เรียกว่า
กวาดยา. น. สิ่งที่ใช้กวาด ทําด้วยดอกอ่อนของต้นเลาเป็นต้น
มัดเป็นกำ ๆ เรียกว่า ไม้กวาด, ถ้าทำด้วยทางมะพร้าวเรียกว่า
ไม้กวาดทางมะพร้าว.
กวาดต้อน ก. รวบรวมคนหรือสัตว์พาหนะเป็นต้น เอามาเป็นของตน.
กวาดตา ก. ส่ายตาดูทั่วไป.
กวาดล้าง ก. กําจัดให้หมดไป เช่น กวาดล้างอันธพาล
กวาดล้างโจรผู้ร้าย.
[กฺวาน, กฺว่าน] น. ขุนนาง เช่น แล้วบัญชาสั่งเสียพวกเพี้ยกวาน
ให้ไปเชิญสองท่านแม่ทัพใหญ่. (ขุนช้างขุนแผน),
เพลี้ยกว่านบ้านท้าวไข้ ข่าวสยวน. (ยวนพ่าย).
[กฺว้าน] น. ตึก ใช้ควบกันว่า ตึกกว้าน; (ถิ่น-ปักษ์ใต้)
ที่อยู่ซึ่งปลูกไว้คล้ายโรงนา พื้นอยู่กับดิน.
[กฺว้าน] น. เครื่องสําหรับฉุดดึงและยกของหนัก. ก. ฉุดด้วยกว้าน,
ขันกว้าน ก็เรียก; รวบรวมจากที่ต่าง ๆ มาไว้เป็นจํานวนมาก เช่น
กว้านสินค้ามากักตุนไว้.
[กฺว๊าน] (ถิ่น-พายัพ) น. บึง; น้ำตอนลึก, น้ำตอนที่ไหลวน.
[กฺว้าว] ดู ขว้าว.
[กฺวาว-] น. ชื่อไม้พุ่มรอเลื้อยชนิด Pueraria candollei
Grah. var. mirifica (Airy Shaw et Suvatabandhu) Niyomdham
ในวงศ์ Leguminosae ดอกเล็ก สีม่วงอ่อน มีหัวกลม ๆ ออกที่
โคนต้นและตามราก ใช้ทํายาได้.
[กะวิน] (โบ) ว. ดีงาม เช่น ใครกวินซื่อแท้. (แช่งน้ำ).
(ทมิฬ แปลว่า งาม).
[กะวี] น. ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทกลอน
จําแนกเป็น ๔ คือ ๑. จินตกวี แต่งโดยความคิด ๒. สุตกวี
แต่งโดยได้ฟังมา ๓. อรรถกวี แต่งตามความจริง ๔. ปฏิภาณกวี
แต่งกลอนสด. (ป.).
กวีนิพนธ์ น. คําประพันธ์ที่กวีแต่ง.
[กะสะหฺนะ] (กลอน) น. ครู่, ครั้ง, คราว. (ส.; ป. ขณ).
[กะสะ-] (แบบ) น. ความอดกลั้น, ความอดโทษ,
เช่น พระกษมาเสมอหล้า สี่แดน. (ยวนพ่าย).
ก. กล่าวคําขอโทษ, โดยมากใช้ว่า ษมา. (ส. กฺษมา; ป. ขมา).
[กะสะ-] (แบบ) น. แผ่นดิน. (ส. กฺษฺมา; ป. ฉมา).
[กะสัด] (โบ) น. พระเจ้าแผ่นดิน, เจ้านาย. (ส. กฺษตฺร; ป. ขตฺต).
[กะสัดตฺรา] (กลอน) น. กษัตริย์ เช่น คือพรหมทัตกษัตรา. (กฤษณา).
กษัตราธิราช น. พระเจ้าแผ่นดิน.
[กะสัด] น. พระเจ้าแผ่นดิน, ใช้เต็มว่า พระมหากษัตริย์,
คนในวรรณะที่ ๒ แห่งสังคมฮินดู ซึ่งมีอยู่ ๔ วรรณะ ได้แก่
วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์ วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทร.
(ส. กฺษตฺริย ว่า ผู้ป้องกันภัย, ชาตินักรบ; ป. ขตฺติย).
ว. แท้ไม่มีอื่นปน เช่น ทองเนื้อกษัตริย์,
เรียกรูปพรรณที่ทําด้วยโลหะมีราคา เช่น ถ้าทําด้วยเงิน ทอง นาก
สลับกัน เรียกว่า สามกษัตริย์.
กษัตริยชาติ [กะสัดตฺริยะชาด] น. ชาติกษัตริย์ เช่น รู้แน่ว่าเป็น
กษัตริยชาติ. (ม. ร่ายยาว สักบรรพ).
[กะสัดตฺรี] (กลอน) น. กษัตริย์ผู้หญิง เช่น สมเด็จพระแก้วกษัตรี.
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์); เจ้าผู้หญิง เช่น สองกษัตรีเจ้าหล้า
แกล้วกว่าแกล้วใจกล้า กว่ากล้ากลัวอาย. (ลอ); สตรี เช่น
จักเสื่อมสวัสดิ์กษัตรี. (กฤษณา).
[กะสัดตฺรี] (กลอน) น. กษัตริย์ เช่น พินทุทัตกษัตรีย์. (สมุทรโฆษ);
เจ้าผู้หญิง เช่น อันว่าพระมหาสัตว์แลกษัตรีย์. (ม. คําหลวง วนปเวสน์).
[กะสัดตฺรีสูน] (กลอน) น. กษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ เช่น
เจ้าไตรภพโลกเมาลีเป็นกษัตรีศูร. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์).
(ส. กฺษตฺร + อีศฺวร).
[กะไส, กะไสยะ-] น. การสิ้นไป, การหมดไป, การเสื่อมไป,
การน้อยไป; ชื่อโรคตามตำราแพทย์แผนโบราณว่า ทำให้ร่างกาย
ทรุดโทรม มีอาการผอมแห้งตัวเหลืองเท้าเย็น, เขียนเป็น กระษัย ก็มี.
(ส. กฺษย).
กษัยกล่อน น. ชื่อโรคทางตําราแพทย์แผนโบราณว่า ทําให้ผอมแห้ง
ซึ่งเกิดจากโรคกล่อน, เขียนเป็น กระษัยกล่อน ก็มี.
กษัยการ [กะไสยะกาน] น. การที่สิ่งต่าง ๆ ค่อยผุพังและแพร่สะพัด
หรือกระจัดกระจายไปเพราะพลังลมพลังน้ำ หรือปฏิกิริยาเคมี.
(อ. erosion).
กษัยน้ำ น. กษัยเนื่องจากเลือด น้ำเหลือง หรือ เสมหะเป็นพิษ
ถ้ารวมทั้ง ๓ ประการ เรียกว่า กษัยเลือด.
กษัยเลือด น. กษัยเนื่องจากเลือด น้ำเหลือง และเสมหะเป็นพิษ.
[กะสาบ] (แบบ) น. กระษาปณ์, เงินตราที่ทําด้วยโลหะ,
ตําลึง (= ๒๐ มาสก) เช่น ได้ถึงร้อยกษาปณ์. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
[กะสิดิ, กะสีดิ] (แบบ) น. แผ่นดิน. (ส. กฺษิติ),
ในบทกลอนใช้เป็นส่วนหน้าสมาส แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน
เช่น กษิดินทรทายทานแล้ว. (ส. กฺษิติ + อินฺทฺร),.
อนนว่ากษีดิศรสุริยทงงหลาย (ส. กฺษิติ + อีศฺวร),
อนนว่า พระแพศยันดรกษิดิศวร์. (ส. กฺษิติ + อีศฺวร).
(ม. คําหลวง ทานกัณฑ์, วนปเวสน์).
[กะสีนาสบ] (แบบ) น. ขีณาสพ, พระผู้สิ้นอาสวะ, พระอรหันต์,
เขียนเป็น กษีณาศรพ กษิณาศรพย และ กษิณาสยพ ก็มี เช่น
อันว่าพระโลกยเชษฐาจารย์ ก็มีพุทธโองการพระคาถา
ให้กษิณาศรพทงงหลายฟงง ดังนี้. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์),
อันว่าพระสาศดาบพิตร จะปกาสิตคาถา แก่กษิณาศรพยทงงหลาย
ด่งงนี้. (ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ส. กฺษีณ + อาสฺรว).
[กะสีระ] (แบบ) น. น้ำนม เช่น กษีรสุทธมฤธู. (เสือโค). (ส.).
กษีรธารา น. สายน้ำนม เช่น ให้เสวยโภชนและกษีรธารา.
(ม. คําหลวง นครกัณฑ์).
กษีรรส น. น้ำนม เช่น เปรียบเหมือนกษีรรสคือน้ำนมสดขาวสะอาด.
(ม. ร่ายยาว สักบรรพ).
กษีรามพุ น. น้ำนม เช่น ดูดดื่มกษีรามพุ. (สมุทรโฆษ).
(ส. กฺษีร + อมฺพุ).
กษีรารณพ [กะสีราระนบ] น. ทะเลน้ำนม. (ส. กฺษีร + อรฺณว).
ดู กษีร-, กษีระ.
ดู กษีร-, กษีระ.
[กะ-] (กลอน) ว. สงบ, ราบคาบ, เช่น ผ่องน้ำใจกสานติ์.
(เฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์). (ก + ป. สนฺติ), กระสานติ์ ก็ใช้.
[กะ-] น. การทํานา, การเพาะปลูก. (ป.).
กสิกร [กะสิกอน] น. ผู้ทําไร่ไถนา.
กสิกรรม น. การทําไร่ไถนา.
[กะสิน] น. สมถกรรมฐานหมวดหนึ่งว่าด้วยอารมณ์ที่กําหนดธาตุ
๔ คือ ปฐวี (ดิน) อาโป (น้า) เตโช (ไฟ) วาโย (ลม), ว่าด้วยวรรณะ (สี)
๔ คือ นีล (สีเขียว) ปีต (สีเหลือง) โลหิต (สีแดง) โอทาต (สีขาว),
ว่าด้วยอากาศ (ที่ว่าง) และ อาโลก (แสงสว่าง) รวมเป็น ๑๐ อย่าง. (ป.).
[กะ-] น. เกณฑ์สําหรับลบพุทธศักราชเป็นจุลศักราช
ตรงกับเลข ๑๑๘๑.
[กะหาปะนะ] (แบบ) น. เงินตรามีพิกัดเท่ากับ ๒๐ มาสก
หรือ ๑ ตําลึง คือ ๔ บาท. (ป.).
[กะเลวะราก] (กลอน) น. ซากศพ, บางทีใช้เข้าคู่กันเป็น
กเฬวรากซากศพ, เขียนเป็น กเฬวราก์ ก็มี เช่น
เผากเฬวราก์ผู้อนาถ. (มาลัยคําหลวง).
น. กลุ่มแห่งต้นไม้ที่เกิดจากเหง้าเดียวกัน เช่น กอหญ้า กอแขม
กอไผ่, ต้นไม้ที่ขึ้นเป็นกลุ่ม เช่น กอข้าว, ใช้เข้าคู่กับคํา เหล่า ว่า
เหล่ากอ หมายความว่า เชื้อสาย.
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นก่อ. (ดู ก่อ ๒).
ดู หนอนกอ ที่ หนอน ๑.
ก. ทําให้เกิดขึ้น มีขึ้น หรือเป็นรูปขึ้น เช่น ก่อไฟ ก่อสงคราม ก่อตึก.
ก่อกรรมทำเข็ญ ก. ก่อความเดือดร้อนให้ร่ำไป.
ก่อกวน ก. ก่อให้เกิดความรําคาญหรือไม่สงบอยู่ได้.
ก่อการ ก. ริเริ่มการ.
ก่อตั้ง ก. จัดตั้งขึ้น, ริเริ่มตั้งขึ้น.
ก่อร่างสร้างตัว ก. ตั้งเนื้อตั้งตัวได้เป็นหลักฐาน.
ก่อฤกษ์ ก. ทําพิธีเริ่มก่อสร้าง เช่น วางอิฐวางหิน.
ก่อแล้วต้องสาน (สํา) ก. เริ่มอะไรแล้วต้องทําต่อให้เสร็จ.
ก่อสร้าง ก. ก่อและสร้างโดยใช้อิฐและปูนเป็นส่วนใหญ่.
ก่อหวอด ก. เริ่มจับกลุ่มเพื่อทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
น. ชื่อไม้ต้นหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Fagaceae บางชนิดผลมี
เนื้อในกินได้ รสมัน, ปักษ์ใต้เรียก กอ.
(ถิ่น-พายัพ) น. ปลาช่อน. (ดู ช่อน).
ว. งอ ในคำว่า งอก่อ หรือ งอก่องอขิง. (ไทลื้อ ก่อ ว่า งอ).
ว. แสดงอาการเจ้าชู้ เช่น ไก่ก้อ.
ก้อร่อก้อติก ว. แสดงอาการเจ้าชู้, ทําเป็นเจ้าชู้.
น. ชนชาวเขาพวกหนึ่ง ในตระกูลทิเบต-พม่า มีอยู่ทาง
แถบเหนือของไทย คล้ายพวกมูเซอ, อีก้อ ก็เรียก.
(ถิ่น-พายัพ) น. ทับทิม เช่น ต้นก๊อ ว่า ต้นทับทิม. (พจน. ๒๔๙๓).
ก. ดูดเลือด หนอง หรือลมออกจากร่างกายหรือดูดเอาน้ำนม
ออกจากเต้านมโดยใช้ถ้วย กระบอก ฯลฯ เป็นเครื่องดูด.
น. มะกอก.
น. เครื่องเปิดปิดน้ำจากท่อหรือภาชนะ, หัวก๊อก ก็เรียก. (อ. cock).
น. เรียกเปลือกต้นก่อชนิด Quercus suber L.
ในวงศ์ Fagaceae ที่ใช้ทําจุกขวดและอื่น ๆ ว่า ไม้ก๊อก.
ก. เกาะแกะ เช่น อย่ากอแกชาววังหลังจะลาย.
ก. ทําให้รวมสุมกันไว้, สุมกันไว้. น. สิ่งต่าง ๆ ที่รวมกันไว้เช่นนั้น
เช่น กองมะม่วง กองฟืน, สิ่งต่าง ๆ ที่สุมกันไว้ เช่น กองขยะ;
กำลังพลของทหาร ตำรวจ เป็นต้น จำนวน ๔ หมวด เรียกว่า กองร้อย,
ถ้าเป็นทหารหรือตำรวจหัวหน้าจะต้องมียศร้อยเอก เรือเอก
เรืออากาศเอก หรือร้อยตำรวจเอก เรียกว่า ผู้บังคับกองร้อย
หรือทั่ว ๆ ไปเรียกว่า ผู้กอง เฉพาะตำรวจนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
สารวัตร; ส่วนราชการที่รองจากกรม. ว. ถ้ามีคํา เป็น ประกอบหน้า
หมายความว่า มาก เช่น โตขึ้นเป็นกอง มากกว่าเป็นกอง.
กองกลาง น. สิ่งที่กันไว้เป็นส่วนรวม หรือเป็นสาธารณะ.
กองกูณฑ์ น. กองไฟที่ใช้ในพิธีบูชาไฟ.
กองเกิน น. ผู้ขึ้นทะเบียนรับราชการทหาร แต่ทางการยังไม่เรียก
เข้ารับราชการ.
กองเกียรติยศ น. กองทหารหรือตํารวจเป็นต้น ที่จัดขึ้นเพื่อให้
เป็นเกียรติแก่ประมุขของประเทศ บุคคลสําคัญ ศพทหารตํารวจ
หรือสิ่งอื่น ๆ เช่น ธงชัยเฉลิมพล.
กองข้าว น. พิธีอย่างหนึ่งที่ชาวชนบทห่อข้าวพร้อมด้วยของหวาน
พากันไปเซ่นผีตามป่าในหน้าแล้ง.
กองโจร น. หน่วยกําลังที่ทําการรบแบบโจร.
กองทัพ น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วย ทหาร ๓ กองพล
และมีทหารหน่วยอื่น ๆ เช่น หน่วยทหารช่าง หน่วยทหารสื่อสาร
หน่วยทหารรถถัง หน่วยทหารปืนใหญ่ เป็นส่วนประกอบ
มีแม่ทัพเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองทัพน้อย น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วยทหารหลายกองพล
มีจํานวนไม่แน่นอน เป็นการจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีแม่ทัพน้อยเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองทุน น. เงินหรือทรัพย์สินที่เอามารวมเป็นก้อนเดียวกัน
เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ในการสมรส.
กองพล น. หน่วยทหารซึ่งมีทหารราบ ๓ กรม เป็นหลัก
มีทหารหน่วยอื่น ๆ เช่น หน่วยทหารปืนใหญ่ หน่วยทหารรถถัง
หน่วยทหารซึ่งมีทหารราบ ทหารขนส่ง หน่วยทหารสารวัตร
เป็นส่วนประกอบ มีผู้บัญชาการกองพลเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองพัน น. หน่วยทหารซึ่งประกอบด้วยทหาร ๔ กองร้อย
มีผู้บังคับกองพันเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองฟอน น. กองขี้เถ้าศพที่เผาแล้ว.
กองมรดก ดู มรดก.
กองร้อย น. หน่วยทหารที่ประกอบด้วยทหาร ๔ หมวด
มีผู้บังคับกองร้อยเป็นผู้บังคับบัญชา.
กองหนุน น. ทหารที่ปลดออกจากประจําการหรือที่ปลดจาก
กองเกินเมื่ออายุครบกําหนด, ทหารที่จัดไว้เพื่อเพิ่มเติมหรือ
สับเปลี่ยนแนวหน้า.
ดู รกฟ้า.
(ถิ่น-พายัพ) น. ถนน, ทางเดิน, เช่น กางกอง ว่า กลางถนน.
น. เครื่องประดับหน้าอก; ชื่อแผ่นผ้าที่ปิดอกหญิงคล้ายเต่า
ที่หญิงรุ่นสาวใช้.
ว. สุกใส, สว่าง, งาม.
น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้ในจังหวัดหนองคาย
ทําด้วยตาข่าย ซึ่งด้านหนึ่งติดกับลําไม้ไผ่คล้ายธง
ทิ้งชายด้านหนึ่งลงไปในน้ำ มุมหนึ่งถ่วงด้วยหิน และ
อีกมุมหนึ่งมีเชือกโยงมาบนเรือ ลากติดไปกับเรือ
พอรู้ว่าปลาติดตาข่ายก็สาวเชือกขึ้นมา.
น. ไม้ชนิดหนึ่ง ผลคล้ายลางสาด แต่เปลือกหนา. (พจน. ๒๔๙๓).
ว. ดังมากอย่างเสียงในที่จํากัดเช่นในโบสถ์, ดังไปได้ไกล
เช่น เขาตะโกนก้องมาจากที่สูง.
น. บรรณาการ ในคำว่า จิ้มก้อง. (จ.).
น. ผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่ามีตีนเดียว ไม่มีสะบ้าหัวเข่า
จึงต้องเดินเขย่งเกงกอย ชอบออกมาดูดเลือดที่หัวแม่เท้า
ของคนที่นอนหลับพักแรมในป่า.
น. เรียกผ้าบาง โปร่ง ที่ใช้ปิดแผลหรือพันแผลว่า ผ้าก๊อซ. (อ. gauze).
ก. โอบไว้ในวงแขน, โดยปริยายหมายถึงอาการที่มีลักษณะ
คล้ายคลึงเช่นนั้น.
กอดแข้งกอดขา, กอดมือกอดตีน ก. ประจบประแจง.
ว. เดิม, เริ่ม, ลําดับแรก, เช่น แต่ก่อน, ถ้าใช้ประกอบหลังคํานาม
บอกเวลา หมายความว่า ล่วงมาแล้ว เช่น วันก่อน เดือนก่อน,
ถ้าใช้ประกอบหน้าคํานามบอกเวลา หมายความว่า ยังไม่มาถึง
เช่น ก่อนเที่ยง, ใช้ประกอบหลังคํากริยา บางกรณีหมายความว่า
ให้ระงับยับยั้งไว้ชั่วคราว เช่น หยุดก่อน รอก่อน, บางกรณี
หมายความว่า ล่วงหน้า เช่น ไปก่อน.
น. คําบอกลักษณะของเล็ก ๆ ที่เกาะหรือติดรวมกันแน่น
ไม่กําหนดรูปแน่นอน โดยมากมีลักษณะค่อนข้างกลม เช่น
ข้าวเกาะกันเป็นก้อน, เรียกสิ่งที่มีลักษณะเช่นนั้น เช่น ก้อนข้าว;
สิ่งที่แยกหรือแตกออกจากสิ่งใหญ่ ไม่กําหนดรูปแน่นอน
โดยมากมีลักษณะค่อนข้างกลม เช่น ก้อนอิฐ ก้อนหิน
ก้อนดิน; ลักษณนามเรียกของเช่นนั้น เช่น ข้าว ๓ ก้อน
หิน ๒ ก้อน; โดยปริยายหมายถึง จํานวนรวม เช่น ได้เป็นเงินก้อน;
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) เงิน ๑ สลึง (ที่สงขลามีค่า = ๑๕ สตางค์).
ก้อนขี้หมา น. ปุ่มเหนือปลายปากบนของจระเข้, ขี้หมา หรือ
หัวขี้หมา ก็เรียก.
ก้อนเส้า น. ก้อนดิน ก้อนอิฐ หรือก้อนหินเป็นต้นที่เอามาตั้งต่างเตา;
ชื่อดาวฤกษ์ภรณี มี ๓ ดวง.
ก. เอามือ ๒ ข้างรวบสิ่งของเข้ามาจนนิ้วก้อยของมือชิดกันแล้วยกขึ้น.
น. เรียกของที่กอบขึ้นครั้งหนึ่ง ๆ ว่า กอบหนึ่ง ๆ,
ลักษณนามเรียกปริมาณของของที่กอบขึ้นมาเช่นนั้น เช่น
ทรายกอบหนึ่ง ข้าวสาร ๒ กอบ.
กอบโกย ก. ขนเอาไปเป็นจํานวนมาก, รวบเอาไปเป็นจํานวนมาก.
กอบด้วย ว. มี (มักจะใช้ในคําที่กล่าวถึงลักษณะเพิ่มเติม) เช่น
นาย ก เป็นผู้มีอํานาจและกอบด้วยเมตตา, ประกอบด้วย.
น. ชื่อไม้เถาชนิด Chilocarpus costatus Miq.
ในวงศ์ Apocynaceae พบทางปักษ์ใต้ มียางขาว,
ย่านกอบนาง ก็เรียก.
น. กระดาษที่ใช้สําหรับทําสําเนา เรียกว่า กระดาษก๊อบปี้.
(อ. carbon paper); (ปาก) ลักษณนามเรียกสําเนาหนังสือ เช่น
ก๊อบปี้หนึ่ง สําเนา ๒ ก๊อบปี้. (อ. copy).
[กอบ] ก. ประกอบ.
(โบ) น. ปลาย. ว. ค่อม, เตี้ย. ก. ก้ม.
(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกะเพรา. (ดู กะเพรา).
ว. ค่อม, เตี้ย, เช่น มีเจ่งตาบอดพลาย ก่อมก้อ. (โลกนิติ).
น. คนป่าพวกหนึ่ง ตัวดํา ผมหยิก อยู่ในแหลมมลายู, เงาะ ก็เรียก.
ดู อีก๋อย.
น. นิ้วเล็กที่สุดของนิ้วทั้ง ๕ เรียกว่า นิ้วก้อย; ในการเล่นปั่นแปะ
หรือโยนหัวโยนก้อย เรียกสมมุติด้านหนึ่งของสตางค์หรือ
เหรียญกระษาปณ์ว่า ด้านก้อย, คู่กับ ด้านหัว; โดยปริยาย
หมายความว่า เล็ก เช่น หัวเท่ากิ่งก้อย คือ หัวเล็กนิดเดียว,
ไม่รู้จักนิ้วก้อยหัวแม่มือ หมายความว่า ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่
หรือ ไม่รู้จักต่ำสูง.
น. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง คล้ายพล่า ทำด้วยกุ้งสด เรียกว่า ก้อยกุ้ง;
(ถิ่น-อีสาน) ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำจากเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ดิบ ๆ
คล้ายพล่า.
ว. อาการที่ทําเป็นเจ้าชู้.
น. ชื่อลิงไม่มีหางชนิด Gorilla gorilla ในวงศ์ Pongidae
เป็นลิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตัวสูงขนาดคนแต่ล่าสันและ
แข็งแรงกว่ามาก มีถิ่นกําเนิดในทวีปแอฟริกา.
น. กีฬาชนิดหนึ่ง ใช้ไม้ตีลูกกลมผ่านพื้นที่ขวางกั้นที่เตรียมไว้ให้มี
ลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น เป็นหลุมทราย บ่อน้ำ ให้ไปลงหลุมที่กําหนด.
(อ. golf).
กอและ ๑(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อเรือประมงตามชายฝั่งทะเลทางภาคใต้
รูปร่างยาวเพรียว หัวและท้ายเรือแหลมสูง เขียนลวดลาย
สีสันต่าง ๆ ไว้อย่างสวยงาม.
กอและ ๒(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. เรียกอาหารชนิดหนึ่ง ทำด้วยไก่ที่ถอดกระดูก
ชุบเครื่องปรุงรส ปิ้งให้สุก ว่า ไก่กอและ.
กอเอี๊ยะน. ขี้ผึ้งปิดแผลชนิดหนึ่งแบบจีน. (จ.).
กะ ๑น. เครื่องหมายบอกทํานองสวด เช่น กะมหาชาติคําหลวง,
ทํานองสวด เช่น สวดกะ; รอบการเข้าเวร, ระยะเวลาที่
ผลัดเปลี่ยนกันทํางาน, เช่น กะแรก กะที่ ๒. ก. กําหนด,
หมาย, คะเน, ประมาณ.
กะเกณฑ์ ก. บังคับ, กําหนดเป็นเชิงบังคับ.
กะ ๒ว. ใช้รวมกับคําวิเศษณ์ เช่น เหมือนกะ ราวกะ ถึงกะ.
บ. ใช้นําหน้าผู้รับพูดหรือรับบอก เช่นพี่พูดกะน้อง
เขากล่าวกะฉัน เขาบอกกะท่าน. สัน. ใช้แทนคําว่า กับ
เช่น ยายกะตา, ใช้แทนคําว่าแก่ เช่น มีกะใจ.
(เป็นคําเสียงกร่อนมาจาก กับ หรือ แก่).
กะ ๓น. ส่วนของสมอแบบหนึ่ง ลักษณะคล้ายแขนยื่นออกไป ๒ ข้าง
สำหรับช่วยยึดเกาะติดพื้นท้องน้ำ.
กะสมอ ก. นำสมอเรือไปทอดไว้ในที่ที่เรือใหญ่ต้องการเข้าจอด
หรือเทียบเรือ ซึ่งเป็นที่เข้าจอดหรือเข้าเทียบแล้วค่อย ๆ
กว้านสมอนำเรือเข้าไป.
กะ ๔น. ชื่อเงื่อนชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับผูกเรือเพื่อคล้องกับที่ยึดหรือเสายึดเรือ
เป็นเงื่อนที่แน่นแต่แก้ออกง่าย, ถ้าผูกเงื่อนชนิดทำห่วงไว้ก่อน
เรียกว่า กะห่วง.
กะ- ๕พยางค์หน้าอันใช้เป็น กระ- ได้, แต่มีบางคําซึ่งต้องการพยางค์นี้เพื่อ
สละสลวยหรือเน้นคําให้เด่นขึ้น เช่น เกริก เป็น กะเกริก,
หรือเกิดเป็นพยางค์หน้าขึ้น โดยแยกเอาตัวสะกดในแม่กกแห่งคํา
หน้ามานํา เช่น นกยาง เป็น นก-กะยาง, ผักโฉม เป็น ผัก-กะโฉม,
ลูกดุม เป็น ลูก-กะดุม.
ต่อไปนี้เป็นคําที่ขึ้นด้วยพยางค์ กะ- ซึ่งเคยใช้เป็นกระ- ได้,
ให้ดูคําแปลที่ กระ- นั้น ๆ คือ :-
กะเกริก, กะเกริ่น.
กะง่อนกะแง่น, กะเง้ากะงอด.
กะจก, กะจ้อน, กะจ้อยร่อย, กะจะ, กะจัง, กะจับ, กะจับปิ้ง,
กะจับปี่, กะจ่า, กะจาด, กะจาบ, กะจิบ, กะจิริด, กะจี้, กะจุก,
กะจุ๋งกะจิ๋ง, กะจุบ, กะจุ๋มกะจิ๋ม, กะจุย, กะจู้, กะจู๋กะจี๋,
กะเจอะกะเจิง, กะเจา, กะเจ้า, กะเจาะ, กะเจิง, กะเจิดกะเจิง,
กะเจี้ยง, กะเจี๊ยบ, กะเจียว, กะแจะ, กะโจน, กะโจม.
กะฉอก, กะฉ่อน, กะฉับกะเฉง, กะฉีก, กะฉูด, กะเฉด, กะโฉม.
กะชดกะช้อย, กะชอน, กะชั้น, กะชับ, กะชาก, กะชาย, กะชุ,
กะชุ่มกะชวย, กะแชง.
กะซิก, กะซิบ, กะซุง, กะซุบกะซิบ, กะเซ็น, กะเซอ,
กะเซอะกะเซอ, กะเซอะกะเซิง, กะเซ้า, กะเซิง, กะแซะ.
กะดก, กะด้ง, กะดวง, กะดวน, กะด้วมกะเดี้ยม, กะดอ,
กะดอง, กะดอน, กะดอม, กะดักกะเดี้ย, กะดังงา, กะดาก,
กะด้าง, กะดางลาง, กะดาน, กะดิก, กะดิ่ง, กะดิบ, กะดี่, กะดี้,
กะดี้กะเดียม, กะดึง, กะดุกกะดิก, กะดุ้งกะดิ้ง, กะดุบกะดิบ,
กะดุม, กะดูก, กะเด็น, กะเด้า, กะเดาะ, กะเดิด, กะเดียด, กะเดือก,
กะเดื่อง, กะแด็ก ๆ, กะแด้แร่, กะแด่ว, กะแดะ, กะโดก, กะโดด,
กะโดน, กะได.
กะตรกกะตรํา, กะต้อ, กะตรับ, กะตรุม, กะต้วมกะเตี้ยม,
กะต่องกะแต่ง, กะต๊อบ, กะต้อยตีวิด, กะตัก, กะตั้ว, กะต่าย,
กะติก, กะตือรือร้น, กะตุก, กะตุกกะติก, กะตุ้งกะติ้ง, กะตุ้น,
กะเตง, กะเต็น, กะเตอะ, กะเตาะ, กะเตาะกะแตะ, กะเตื้อง,
กะแต, กะโตกกะตาก.
กะถด, กะถั่ว, กะถาง, กะถิก, กะถิน, กะเถิบ, กะโถน.
กะทง, กะทบ, กะทอก, กะท่อนกะแท่น, กะท่อม, กะท้อมกะแท้ม,
กะทะ, กะทั่ง, กะทั่งติด, กะทา, กะทาย, กะทาหอง, กะทํา, กะทิง,
กะทึง, กะทืบ, กะทุง, กะทุ้ง, กะทุ่ม, กะทุ่มหมู, กะทู้, กะเท่,
กะเทียม, กะแทก.
กะนั้น, กะนี้, กะโน้น, กะไน.
กะบก, กะบวย, กะบะ, กะบั้วกะเบี้ย, กะบาก, กะบาย, กะบิ,
กะบิด, กะบี่, กะบุง, กะบุ่มกะบ่าม, กะบู้กะบี้, กะบูน, กะเบน,
กะเบา, กะเบียด, กะเบียน, กะเบื้อง, กะแบกงา, กะแบะ.
กะปรี้กะเปร่า, กะป้อกะแป้, กะป๋อง, กะปอดกะแปด, กะปั้วกะเปี้ย,
กะป่ำ, กะปุก, กะปุ่มกะป่ำ, กะเป๋า, กะเปาะ, กะโปก.
กะผลีกะผลาม, กะผีก.
กะพอก, กะพอง, กะพัก, กะพัง, กะพังเหิร, กะพังโหม, กะพัน,
กะพี้, กะพือ, กะพุ้ง, กะเพาะ, กะเพิง, กะเพื่อม.
กะฟัดกะเฟียด, กะฟูมกะฟาย.
กะมัง, กะมิดกะเมี้ยน, กะเมาะ.
กะย่องกะแย่ง, กะย่อม, กะยาง, กะยาหงัน,
กะยิ้มกะย่อง, กะยืดกะยาด.
กะรอก, กะเรียน, กะไร.
กะลําพัก, กะลําพุก, กะลุมพุก, กะลุมพู.
กะวาน, กะวิน, กะวีกะวาด, กะวูดกะวาด, กะเวยกะวาย, กะแวน.
กะสง, กะสม, กะสร้อย, กะสวน, กะสวย, กะสอบ, กะสัง, กะสัน,
กะสับกะส่าย, กะสา, กะสาบ, กะสาย, กะสือ, กะสุน, กะสูบ,
กะเสด, กะเส็นกะสาย, กะเส่า, กะเสาะกะแสะ, กะเสือกกะสน,
กะแสง, กะแสะ.
กะหนก, กะหนาบ, กะหมั่ง, กะหัง, กะหึม, กะหืดกะหอบ, กะแห,
กะแหน่, กะแหนะ, กะโห้.
กะอ้อกะแอ้, กะออดกะแอด, กะออม, กะอ้อมกะแอ้ม, กะแอก,
กะแอม, กะไอ.
กะกร่อม(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. เครื่องมือจับปูทะเล เป็นของชาวประมงตั้งแต่
จังหวัดชุมพรถึงสุราษฎร์ธานี, บางทีเรียกว่า กร่อม หรือ ตะกร่อม,
ใช้ไม้ไผ่อันเดียวผ่าตอนปลายออกเป็น ๔ ซี่ และซี่เหล่านั้นเหลา
ให้อ่อน จะเป็นรูปกลมหรือแบนก็ได้ เอาวงแหวนทําด้วยไม้ไผ่
หรือหวายหรือลวดใส่ในหว่างซี่เหล่านั้นเพื่อบังคับให้ถ่างออก.
กะกร้าว(กลอน) ว. มีเสียงอย่างขบฟันดังกร้วม ๆ, (โบ) เขียนเป็น กกร้าว ก็มี
เช่น กเกรอกขบฟนนก็ดูร้าว กกร้าวขบฟนนกดูแรง.
(ม. คําหลวง มหาราช).
กะกลิ้งน. โกฐกะกลิ้ง. (ดู โกฐกะกลิ้ง ที่ โกฐ).
กะก่อง(กลอน) ว. งดงาม เช่น คางเพลาคือกลวิมลกัณฐกะก่องคือแสงสรวล.
(สมุทรโฆษ).
กะกังน. พี่ชาย. (ช. kakang).
กะกึก(กลอน) ว. กึก ๆ เช่น ดังกะกึกกุกกักชักสายพาดขึ้นกับไก.
(ม. ร่ายยาว กุมาร).
กะเกาะ(กลอน) ว. เสียงดังเช่นนั้น เช่น เคาะพระทวารดังกะเกาะก้องกึก.
(ม. ร่ายยาว ชูชก).
กะโกระ[-โกฺระ] (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ภาชนะชนิดหนึ่งสานด้วยใบเตย
รูปร่างคล้ายครุ.
กะง้องกะแง้ง(ถิ่น-พายัพ) ว. คดไปคดมา, งอไปงอมา.
กะจังดู กระจัง ๒.
กะแจะดู กระแจะ ๒.
กะชะน. ภาชนะสานชนิดหนึ่ง ตั้งได้คล้ายตะกร้า รูปร่างสูงตรงขึ้นไป
สําหรับบรรจุเครื่องเดินทาง เช่น ผ้าและอาหาร ปากไม่มีขอบ
เพื่อบีบให้ติดกันแล้วร้อยเชือกแขวนไปบนหลังสัตว์บรรทุก เป็นต้น;
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ตะกร้าชนิดหนึ่ง.
กะชัง(โบ) น. น้ำปัสสาวะแห่งทารก, น้ำคร่ำ, เขียนเป็น กระชัง ก็มี.
(มิวเซียม). (ดู กระชัง ๓).
กะชามาศน. ทองที่เกิดในน้ำ. (ปาเลกัว).
กะชิง ๑ดู กรรชิง.
กะชิง ๒ดู กะพ้อ ๒.
กะชึ่กกะชั่กว. ติด ๆ ขัด ๆ, ไปไม่สะดวก.
กะแช่น. น้ำเมาชนิดหนึ่ง ใช้ข้าวเหนียวนึ่งหมักแช่กับแป้งเชื้อ
แต่ยังมิได้กลั่นเป็นสุรา.
กะซวก(ปาก) ก. แทง เช่น กะซวกไส้.
กะซ้าหอยดู กะส้าหอย.
กะซี่น. ผลหมากที่แกนไม่มีไส้ขาว, กะซี้ ก็ว่า เช่น กินหมากกะซี้
เป็นหนี้เขาจนตาย.
กะโซ่, กะโซ้ ๑น. เผ่าข่าโซ้ เป็นชาวป่าทางภาคอีสานของไทย
มีลักษณะคล้ายเขมร. (วิทยาจารย์).
กะโซ้ ๒(ถิ่น-อีสาน) น. เครื่องวิดน้ำรูปร่างคล้ายเรือครึ่งท่อน, โชงโลง.
กะดก(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กาบ เช่น กะดกหมาก = กาบหมาก,
ชาวพื้นเมืองเรียกว่า ดก.
กะดงดู ชาปีไหน.
กะดวนก. ตอกลิ่มเข้าไปในไม้. (ปาเลกัว).
กะดอก ๆ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เปล่า ๆ, เฉย ๆ.
กะดะ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ก. สอย, กระทุ้ง.
กะดังบายดู กะตังใบ.
กะดัด(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นราชดัด. (ดู ราชดัด).
กะด้าง(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกระด้าง. [ดู กระด้าง ๑ (๒)].
กะดำกะด่างว. ดํา ๆ ด่าง ๆ, สีไม่เสมอกัน.
กะดีน. โรงที่ประชุมทําพิธีฝ่ายศาสนาอิสลาม นิกายเจ้าเซ็น
เช่น กะดีเจ้าเซ็นแขกเต้น ตีอก. (นิ. ประธม).
(เทียบ ฮินดี คัดดี ว่า พระแท่น).
กะดี่ก. ดีดหรืองัดของหนักขึ้น เช่น กะดี่ซุง กะดี่เสา.
กะดุ้ง(ถิ่น-อีสาน) น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายยอยก,
เรียกเป็นสามัญว่า สะดุ้ง.
กะเด้(ถิ่น) ว. ประเดี๋ยว เช่น รอกะเด้ = รอประเดี๋ยว, เดี๋ยวนี้
เช่น ไปกะเด้ = ไปเดี๋ยวนี้.
กะเดกว. โยก, โคลง.
กะเดี๋ยว(ปาก) ว. ประเดี๋ยว.
กะได(โบ) ว. เคย เช่น เดาะกะไดไดเลียม ลอดเคล้น. (นิ. นรินทร์).
กะตรุด[-ตฺรุด] (กลอน) น. ตะกรุด เช่น พระกะตรุดเลศเลขลง เลิศแล้ว.
(พยุหยาตรา), กะตุด ก็ใช้.
กะตอก(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. กระโถน.
กะต่อย ๑(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เล็ก, ลีบ, เช่น สะตอกะต่อย ว่า ลูกสะตอลีบ.
กะต่อย ๒น. พลูป่า เรียกว่า พลูกะต่อย. (ปรัดเล).
กะตักน. ชื่อปลาทะเลขนาดเล็กทุกชนิดในสกุล Encrasicholina
และ Stolephorus ในวงศ์ Engraulidae รูปร่างยาว กลม
หรือแบนข้างเล็กน้อยแล้วแต่ชนิด ปากกว้าง ที่สันท้องระหว่าง
ครีบท้องและครีบก้นมีหนามแหลม ๒-๗ อัน ข้างลําตัวมีสีเด่นเป็น
เพียงแถบสีเงินพาดตลอดตามยาว มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ใกล้ฝั่ง
อาจคละกันหลายชนิด, หัวอ่อน ไส้ตัน เส้นขนมจีน หัวไม้ขีด
มะลิ เก๋ย เรียกปะปนกันระหว่างชนิด หรือต่างกันตามท้องถิ่นที่จับ.
กะตั้ก, กะตั้ก ๆ(ปาก) น. กองใหญ่, จำนวนมากมาย, เช่น เขามีเงินเป็นกะตั้ก ๆ.
กะตังน. การขึ้นเกล็ด.
กะตังมูตร [-มูด] น. ปัสสาวะที่ขึ้นเกล็ดที่ผิวหน้า.
กะตังกะติ้ว ๑น. น้ำยางที่ได้จากไม้เถาหลายชนิดในวงศ์ Apocynaceae เช่น มวก
(Parameria barbata Schum.) กะตังกะติ้ว หรือ คุยช้าง
(Willughbeia edulis Roxb.) และ ตังติ้ว (Urceola esculenta Benth.).
กะตังกะติ้ว ๒น. ชื่อไม้เถาชนิด Willughbeia edulis Roxb.
ในวงศ์ Apocynaceae มีน้ำยางขาว, คุยช้าง ก็เรียก.
กะตังใบน. ชื่อไม้พุ่ม ๒ ชนิด ในสกุล Leea วงศ์ Leeaceae คือ
ชนิด L. indica (Burm.f.) Merr.ใบเป็นใบประกอบ
ใบย่อยรูปไข่ปลายแหลม ดอกเล็ก สีขาวอมเขียว ออกเป็นช่อตามยอด
ผลสีเขียว ใบใช้ทํายาได้, กะดังบาย ก็เรียก; และชนิด L. rubra Blume
ex Spreng. ดอกมีก้านช่อ ดอกและผลสีแดง, เขือง ก็เรียก.
กะต่า(ถิ่น-อีสาน) น. ตะกร้า, ตะกร้ามีหูหิ้ว; หูก.
กะต๊ากว. เสียงไก่ตัวเมียร้องเมื่อตกใจหรือออกไข่.
กะต้ำน. เครื่องมือจับสัตว์น้ำตามริมฝั่งชนิดหนึ่ง
ใช้เฝือกกั้นเป็นคอก ๓ ด้าน ด้านหนึ่งมีประตูเปิดปิดได้
ในคอกสะด้วยกิ่งไม้เพื่อล่อให้ปลาเข้าอยู่, ต้อน ก็ว่า.
กะติ๊กริกว. เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้น (มักใช้แก่เด็ก). ก. จริตจะก้าน, ระริก.
กะติงกะแตงก. กุลีกุจอ เช่น พระชาลีก็ลีลาแล่นไปก่อน กะติงกะแตงต้อนรับ.
(ม. กาพย์ กุมาร), กะตึงกะแตง ก็ใช้.
กะตีบ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นมะแฟน. (ดู มะแฟน).
กะตึงกะแตงก. กะติงกะแตง.
กะตุ๊ก, กะตูกก. ร้องกระแทกเสียงที่ริมหูคนอื่นว่า ''กะตุ๊ก'' จนหูอื้อ
เป็นการล้อกันเล่น เรียกว่า กะตูกที่หู.
กะตุด(ปาก) น. ตะกรุด, บางทีเรียก กะตรุด ก็มี.
กะตุมู(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นขมิ้นอ้อย. (ดู ขมิ้นอ้อย ที่ ขมิ้น).
กะเตกก. ไสช้างให้เดิน, มักพูดสั้น ๆ ว่า เตก.
กะเตงก. พาหรือเอาไปด้วย เช่น จะกะเตงกระเป๋าไปให้เกะกะทำไม
กะเตงลูกไปตามหาพ่อ.
กะเตง ๆว. ลักษณะที่ไปอย่างไม่เรียบร้อยคล้ายกับมีของถ่วงอยู่ข้างหนึ่ง
เช่น อุ้มลูกกะเตง ๆ พายเรือกะเตง ๆ, กะเตงเรง ก็ว่า, ลักษณะที่ไป
อย่างเรื่อยเปื่อย เช่น วัน ๆ ได้แต่กะเตง ๆ ไปโน่นไปนี่.
กะเตงเรงว. กะเตง ๆ.
กะแตวว. ลักษณะที่ไปรบกวนบ่อย ๆ, หย่อย ๆ, เซ้าซี้.
กะแต่วว. แสดงลักษณะของการร้องหรือการทวงสิ่งของบ่อย ๆ
ว่า ร้องกะแต่ว ๆ.
กะโต๊กว. เสียงไก่ตัวผู้ร้อง.
กะโตงกะเตงว. โตง ๆ เตง ๆ, ติดอยู่รุงรัง, พัวพัน.
กะโต้งโห่งว. เสียงนกยูงร้อง.
กะถัวน. นกกระตั้ว. (พจน. ๒๔๙๓).
กะทกรกน. (๑) ชื่อไม้พุ่มรอเลื้อยชนิด Olax scandens Roxb.
ในวงศ์ Olacaceae ตามลําต้นมีหนามห่าง ๆ ใบรูปไข่หรือรี ๆ
ดอกเล็ก สีขาว อยู่เป็นกระจุกที่ง่ามใบ ผลกลมหรือรีขนาดเท่า
เม็ดบัวเขื่อง ๆ เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันทั่วไป, น้ำใจใคร่ นางจุม
หรือ นางชม ก็เรียก, อุดรเรียก เยี่ยวงัว. (๒) ชื่อไม้เถาชนิด
Passiflora foetida L. ในวงศ์ Passifloraceae มีมือเกาะ ใบป้อมมี
๓ หยัก ดอกสีขาว ผลกลม เมื่อสุกสีเหลือง มีกาบเป็นฝอยหุ้ม
ยอดนํามาต้มใช้เป็นผัก, เถาเงาะ เงาะป่า หญ้ารกช้าง เถาสิงโต
ถลกบาตร หรือ กระโปรงทอง ก็เรียก.
กะทอน. ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ตาโปร่งอย่างชะลอม
รูปร่างเป็นกระบอก สําหรับใส่เสื้อผ้าและของอื่น ๆ
ใช้กันมากในภาคอีสาน.
กะทัง(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Litsea monopetala
(Roxb.) Pers. ในวงศ์ Lauraceae มีมากทางปักษ์ใต้ ใบเมื่อขยี้มี
กลิ่นฉุนคล้ายการบูร ไม้ใช้ก่อสร้างบ้านเรือนได้.
กะทังหัน น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ชนิด Calophyllum thorelii Pierre
ในวงศ์ Guttiferae ดอกสีขาว ผลเล็ก รูปไข่ เนื้อไม้ใช้ทําพื้น ฝา
เสาบ้าน และเสากระโดงเรือได้.
กะทัดรัดว. สมทรง, สมส่วน, เหมาะเจาะ.
กะทัน(ถิ่น-พายัพ, อีสาน) น. ต้นพุทรา. (ดู พุทรา).
กะทันหันว. ทันใด, ปัจจุบันทันด่วน, จวนแจ.
กะทับน. นกตะขาบ. (พจน. ๒๔๙๓).
กะทำ(โบ) ก. กระทํา, ทํา.
กะทิ ๑น. น้ำที่คั้นออกจากมะพร้าวขูดโดยเจือน้ำบ้างเล็กน้อย,
ถ้าคั้นจากเนื้อมะพร้าวขูดล้วน ๆ เรียกว่า หัวกะทิ,
ของหวานทําด้วยน้ำตาลกวนกับมะพร้าวคล้ายหน้ากระฉีก
แต่ใช้น้ำตาลมากกว่า เรียกว่า น้ำตาลกะทิ, มะพร้าวห้าวที่มีน้ำข้น
เนื้ออ่อนกล้ามหนา เรียกว่า มะพร้าวกะทิ. ว. โดยปริยายหมายความว่า
ที่ดีเด่นเป็นพิเศษ เรียกว่า หัวกะทิ.
กะทิ ๒ดู กระติ๊ด ๑.
กะทิขูดดู สีกรุด.
กะทือน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Zingiber zerumbet (L.) Smith
ในวงศ์ Zingiberaceae ดอกสีเหลือง ผลกลมสีแดง เหง้าสีเหลืองอ่อน
กลิ่นหอม ใช้ทํายาได้ เมื่ออ่อนใช้ปรุงอาหาร ช่อดอกอ่อนใช้เป็นผัก.
กะทุนน. ชื่อแมลงพวกแมลงปอ แมลงปอเข็ม และแมลงช้างตัวเต็มวัย
ซึ่งมีลักษณะคล้ายแมลงปอ แต่มีหนวดยาว, ในบางจังหวัดเช่น
นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
สมุทรปราการ เรียก กระทุน กระชุน หรือ ปะทุน.
กะเทยน. คนที่มีอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง, คนที่มีจิตใจและกิริยาอาการ
ตรงข้ามกับเพศของตน; ผลไม้ที่เมล็ดลีบ เช่น ลําไยกะเทย.
(อะหม ว่า เทย).
กะเทยนางหมั่นน. ชื่อลิ้นจี่พันธุ์หนึ่งที่เคยปลูกในกรุงเทพมหานคร.
กะเทาะก. ล่อนหลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ หรือเป็นแผ่น ๆ, ทําให้ล่อนหลุดออก
เช่น กะเทาะเม็ดบัว. น. สิ่งของหรือเปลือกไม้ที่หลุดล่อนออกมาจาก
พื้นเดิมหรือจากต้น เช่น กะเทาะมะขาม.
กะแท้น. ชื่อแมลงพวกมวนขนาดเล็ก ตัวยาว ๘-๑๒ มิลลิเมตร
รูปร่างคล้ายโล่ สีน้ำตาลแก่อมดําหรือสีเกือบดํา
เมื่อจับต้องตัวจะปล่อยกลิ่นฉุนเหม็นติดมือ บางทีคล้ายกลิ่น
อุจจาระของคน มีหลายชนิด ที่พบกันแพร่หลาย ได้แก่
ชนิด Geotomus pygmaeus ในวงศ์ Podopidae.
กะแท่งน. ชื่อไม้ล้มลุกในสกุล Amorphophallus วงศ์ Araceae
ต้นเล็กราวเท่านิ้วมือ เวลาออกดอกไม่มีใบ ก้านช่อดอกอ่อน ๆ
ใช้แกงได้, พายัพเรียก ดอกก้าน.
กะแทนดู มะแฟน.
กะนวลน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Garcinia merguensis Wight
ในวงศ์ Guttiferae มียางสีเหลืองจาง ๆ.
กะนัด(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ไม้แบน ๒ อันนอกตะกอสําหรับขัดเส้นด้าย
เพื่อกันด้ายยุ่ง.
กะบอนกะบึง(กลอน) ก. โกรธอย่างแสนงอน, โดยมากใช้ กะบึงกะบอน.
ว. ไม่รู้จักจบ, เง้า ๆ งอด ๆ, (ใช้แก่กริยาบ่น) เช่น
คอยสะบัดปัดกรกะบอนกะบึง. (อิเหนา), โดยมากใช้ กะบึงกะบอน.
กะบ่อนกะแบ่นว. กระท่อนกระแท่น, ไม่เสมอทั่วกัน, ไม่เรียบเสมอกัน,
เช่น ตัดผมกะบ่อนกะแบ่น ทาสีกะบ่อนกะแบ่น.
กะบัง ๑น. เครื่องบัง เช่น กะบังหมวก, เครื่องกั้น, เครื่องรับ, เช่น กะบังหอก.
กะบังลม น. แผ่นกั้นประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อและเนื้อพังผืดแยก
ช่องท้องออกจากช่องอก มีอาการยืดและหดได้เพื่อช่วยในการหายใจ.
กะบังหน้า น. กรอบหน้าเป็นเครื่องประดับ.
กะบัง ๒น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้เสาหรือไม้ลําปักทางซ้าย
และทางขวาเรียงกันเป็นลําดับ แล้วเอาเฝือกขนาบกับเสาทั้ง ๒ ข้าง
อย่างเดียวกับจิบ แต่ระหว่างกลางทําร้านซึ่งสานด้วยไม้ไผ่ตลอดเป็น
ทางเพื่อให้ปลาเสือกตัวขึ้นแล้วเลื่อนตกลงไปในถุงอวนหรือตาข่าย
ที่ดักไว้ปลายทาง ต้องจับในเวลาที่น้ำไหลเชี่ยว, กะบังรังเฝือก ก็ว่า.
กะบัง ๓น. ดอกไม้.
กะบัง ๔น. ดินขาว.
กะบั้ง(ถิ่น-อีสาน) น. บ้องไม้ไผ่.
กะบังรังเฝือกดู กะบัง ๒.
กะบิ้งน. ของที่เป็นแผ่นเล็ก ๆ, ลักษณนามบอกสัณฐาน
สําหรับที่ดินน้อย ๆ แปลงหนึ่ง ๆ ว่า กะบิ้งหนึ่ง ๆ.
กะบิลน. ระเบียบ, หมู่. (ดู กบิล ๒).
กะบึงกะบอนก. โกรธอย่างแสนงอน, กะบอนกะบึง ก็ว่า. ว. ไม่รู้จักจบ,
เง้า ๆ งอด ๆ, (ใช้แก่กริยาบ่น), กะบอนกะบึง ก็ว่า.
กะบุดดู กัง.
กะเบ้อ(ถิ่น-พายัพ) น. ผีเสื้อกลางวัน. (ดู ผีเสื้อ ๑).
กะเบียน(ถิ่น-อีสาน) น. ถาดไม้ใช้เป็นสํารับ, กระบะ.
กะเบือน. เรียกครกดินหรือสากที่ตําข้าวเบือว่า ครกกะเบือ สากกะเบือ.
(เพี้ยนมาจาก ข้าวเบือ).
กะปริดกะปรอย[-ปฺริด-ปฺรอย] ว. มีอาการออกหรือไหลออกน้อย ๆ หยุดบ้าง
ออกบ้าง, อาการที่ฝนตกน้อย ๆ ตก ๆ หยุด ๆ, โดยปริยายหมายถึง
อาการที่ทํา ๆ หยุด ๆ ไม่เป็นล่าเป็นสัน, กะปริบกะปรอย ก็ว่า.
กะปริบ[-ปฺริบ] ก. กะพริบ, มักใช้ซ้ำคําว่า กะปริบ ๆ หมายความว่า
กะพริบถี่ ๆ เช่น ทําตากะปริบ ๆ, ปริบ ๆ ก็ว่า.
กะปริบกะปรอย [-ปฺริบ-ปฺรอย] ว. มีอาการออกหรือไหลออกน้อย ๆ
หยุดบ้าง ออกบ้าง, อาการที่ฝนตกน้อย ๆ ตก ๆ หยุด ๆ, โดยปริยาย
หมายถึงอาการที่ทำ ๆ หยุด ๆ ไม่เป็นล่ำเป็นสัน, กะปริดกะปรอย
ก็ว่า.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒