กะปลกกะเปลี้ย[-ปฺลก-เปฺลี้ย] ว. อ่อนเพลีย, อ่อนเปลี้ย, ไม่แข็งแรง.
กะปวกกะเปียกว. อ่อนกําลังจนแทบไม่อาจทรงตัวได้ตามลําพัง, ปวกเปียก ก็ว่า.
กะปอม(ถิ่น-อีสาน) น. กิ้งก่า. (ดู กิ้งก่า).
กะปอมขางดู ปอมข่าง.
กะปะน. ชื่องูพิษชนิด Calloselasma rhodostoma
ในวงศ์ Viperidae ตัวยาว ๕๐-๘๐ เซนติเมตร
ลายสีน้ำตาลเข้ม บนหลังมีลายรูปสามเหลี่ยมสีน้ำตาลแก่
เรียงสลับเยื้องกันเป็นคู่ ๆ จมูกงอน ริมฝีปากเหลือง และ
มีแนวสีเหลืองพาดบนลูกตาถึงมุมปาก, ตัวที่มีสีคล้ำเรียก งูปะบุก.
กะปั่น(โบ) น. กําปั่น. (ตํานานอักษรไทย ของเซเดส์).
กะป้ำกะเป๋อว. เลอะ ๆ เทอะ ๆ, หลง ๆ ลืม ๆ, ป้ำเป๋อ หรือ ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ก็ว่า.
กะปิน. ของเค็มทําด้วยเคยกับเกลือโขลกและหมักไว้ใช้ปรุงอาหาร,
เยื่อเคย ก็ว่า. (พม่า ว่า งาปิ).
กะปู(ปาก) น. ตะปู.
กะปูดน. ชื่อนกในวงศ์ Centropodidae ขนปีกสีน้ำตาลแดง ลําตัวสีดํา
ร้องเสียง ''ปูด ๆ'' เดินหรือวิ่งหากินตามพื้นป่าโปร่ง บินได้
ในระยะทางสั้น ๆ มี ๓ ชนิด คือ กะปูดใหญ่ (Centropus sinensis)
กะปูดเล็ก (C. bengalensis) และกะปูดนิ้วสั้น (C. rectunguis), ปูด
ก็เรียก, พายัพเรียก ก้นปูด.
กะปูดหลูดก. บวมไปทั้งตัว. (ปาเลกัว).
กะเปะ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ภาชนะชนิดหนึ่ง สําหรับตักน้ำขึ้นมาจากบ่อ.
กะเปิ๊บกะป๊าบ(ปาก) ว. พูดเสียงดังเอะอะและไม่ระมัดระวังวาจาหรือท่าทาง,
มีกิริยาท่าทางหรือแต่งตัวรุงรังไม่เรียบร้อย.
กะเปียดน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Premna tomentosa Willd.
ในวงศ์ Labiatae ลักษณะคล้ายต้นสัก แต่ใบเล็กกว่า รูปไข่หรือรี
ปลายแหลมก้านยาว เนื้อไม้ละเอียด ใช้ทําประโยชน์ได้, พายัพเรียก
สักขี้ไก่.
กะแป้นน. เรือหางแมงป่องขนาดเล็ก มีใช้มากตามลําน้ำปิง.
กะแปะน. เงินปลีกโบราณ เช่น กะแปะทองแดง กะแปะดีบุก, อีแปะ ก็เรียก.
กะโปรง[-โปฺรง] น. ผ้านุ่งผู้หญิงแบบสากล; ฝาครอบเครื่องรถยนต์หรือ
ฝาครอบที่เก็บของข้างหน้าและข้างหลังรถยนต์; กระบุงรูปกลมสูง
ปากผายมาก พื้นก้นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กสอบลง ลักษณะคล้าย
กระโปรงบาน สำหรับขนข้าวเปลือกหรือมะพร้าวเป็นต้น; ภาชนะ
เย็บด้วยกาบหมากหรือใบไม้สำหรับใส่ของต่าง ๆ; กระโปรง ก็ใช้.
กะโปโลว. ไม่ได้เรื่องราว; มอมแมม เช่น เด็กกะโปโล.
กะผลุบกะโผล่[-ผฺลุบ-โผฺล่] ว. ผลุบ ๆ โผล่ ๆ.
กะเผ่น(กลอน) ว. เผ่น, ลอย, เช่น ชมบรรพตเสลาสูงกะเผ่น. (พงศ. เหนือ).
กะเผลก[-เผฺลก] ก. อาการเดินไม่ปรกติ เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง.
กะโผลกกะเผลก[-โผฺลก-เผฺลก] ว. อาการเดินไม่ปรกติ คือ ยกขาข้างหนึ่งไม่ได้ระดับ
กับอีกข้างหนึ่งอย่างคนขาพิการเดิน, อาการที่เดินไปด้วยความ
ลําบากหรือเคลื่อนไปบนพื้นที่ที่ขรุขระ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ, โขยกเขยก
ก็ว่า.
กะพง ๑น. ชื่อปลาหลายชนิดในหลายวงศ์ ลำตัวหนา แบนข้างเล็กน้อย
หัวโตลาดลงมาจากด้านหลัง ตาค่อนข้างโต ปากกว้าง เช่น
กะพงแดง (Lutjanus malabaricus) ในวงศ์ Lutjanidae,
กะพงขาว (Lates calcarifer) ในวงศ์ Centropomidae,
กะพงลาย (Datnioides quadrifasciatus) ในวงศ์ Lobotidae.
กะพง ๒น. ชื่อหอยทะเลกาบคู่ชนิด Musculista senhousia ในวงศ์ Mytilidae
เปลือกบางยาวรีสีเขียว มีลายเป็นเส้นสีน้ำตาล อาศัยอยู่ตามพื้น
ท้องทะเลที่เป็นเลนปนทราย โดยยึดติดกันเองเป็นกระจุกหรือ
แผ่เป็นแผ่นใหญ่.
กะพง ๓ดู สมพง.
กะพรวดกะพราด[-พฺรวด-พฺราด] ว. พรวด ๆ พราด ๆ, ลุกลน, ลนลาน.
กะพร่องกะแพร่ง[-พฺร่อง-แพฺร่ง] ว. ขาด ๆ วิ่น ๆ, มีบ้างขาดบ้าง, ไม่สม่ำเสมอ;
ไม่เต็มที่, ไม่ครบถ้วน, ไม่พอเพียง, (ตามที่คาดหมายไว้).
กะพริบ[-พฺริบ] ก. ปิดและเปิดหนังตาโดยเร็ว, โดยปริยายหมายถึงอาการที่
คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ไฟกะพริบ.
กะพรุน[-พฺรุน] น. แมงกะพรุน.
กะพรูดกะพราด[-พฺรูด-พฺราด] ว. มีเสียงดังพรูดพราด.
กะพล้อ, กะพ้อ ๑น. กระบอกตักน้ำ ปากแฉลบอย่างปากพวยกา.
กะพ้อ ๒น. ชื่อปาล์มขนาดย่อมในสกุล Licuala วงศ์ Palmae มีหลายชนิด
เช่น ชนิด L. spinosa Thunb. มักขึ้นเป็นกออยู่ริมทะเล หรือในที่ซึ่ง
น้ำเค็มขึ้นถึง ลําต้นสูงถึง ๔ เมตร ใบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง
๖๐-๑๑๐ เซนติเมตร แตกเป็นแฉกลึก ก้านใบยาว ขอบก้านมีหนาม,
ชนิด L. peltata Roxb. ขึ้นตามป่าดอนในที่ชุ่มชื้นและที่แฉะ
ลักษณะคล้ายชนิดแรก แต่ก้านใบล้ำอยู่ใต้โคนใบ ทั้ง ๒ ชนิด
ใบใช้ห่อทําไต้ ห่อของ เย็บเป็นร่ม มุงหลังคาชั่วคราว ใบอ่อน
ใช้มวนบุหรี่, กะชิง ก็เรียก, ปักษ์ใต้เรียก ชิง หรือ ชิ่ง, ปาล์มพวกนี้
เรียก พ้อ ก็มี เช่น ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา. (โลกนิติ).
กะพ้อ ๓น. ชื่อนกชนิดหนึ่ง. (พจน. ๒๔๙๓).
กะพองน. ส่วนที่นูนเป็นปุ่ม ๒ ข้างศีรษะช้าง, กระพอง ตระพอง
หรือ ตะพอง ก็ว่า.
กะเพรา[-เพฺรา] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Ocimum tenuiflorum L.
ในวงศ์ Labiatae กลิ่นฉุน ใช้ปรุงอาหาร พันธุ์ที่กิ่งและก้านใบสีเขียว
อมแดงเรียก กะเพราแดง ใช้ทํายาได้, พายัพเรียก กอมก้อ.
กะเพียด, กะเพียดช้าง, กะเพียดหนูดู หนอนตายหยาก (๑).
กะมง, กะม่งดู ม่ง ๑.
กะเม็งน. ชื่อไม้ล้มลุกขนาดเล็กชนิด Eclipta prostrata L.
ในวงศ์ Compositae ขึ้นอยู่ทั่วไป ลําต้นสีม่วงคล้ำ ใบเขียวมีขนคาย
ดอกสีขาว ใช้ทํายาได้, กะเม็งตัวเมีย หรือ คัดเม็ง ก็เรียก.
กะเม็งตัวผู้ น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Wedelia chinensis (Osbeck) Merr.
ในวงศ์ Compositae ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ทอดลําต้นและ
ออกรากตอนโคน ใบคาย ดอกสีเหลือง ใช้ทํายาได้.
กะเมียน. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Uncaria gambier Roxb.
ในวงศ์ Rubiaceae ใบและกิ่งหมักแล้วนําไปสกัดได้สารที่เรียกว่า
สีเสียด ใช้ทํายาได้.
กะยุ(โบ) ก. ยก, ย่าง, เยื้อง, เช่น กะยุบาทไคลคลา. (เสือโค),
กะยุบาทเบื้องปลายตีน. (พิชัยสงคราม).
กะร่องกะแร่งว. ร่องแร่ง, ติดห้อยอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ,
ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน, ไม่สมบูรณ์.
กะระตะ(กลอน) ก. ขับม้าให้วิ่ง เช่น กะระตะอาชาชิงชัย. (อิเหนา).
(ช. g้rtak).
กะระหนะน. ชื่อเพลงไทยของเก่า เป็นเพลงเครื่องสายประสมปี่พาทย์
ทําตอนชมสวนหรือเล่นสนุก เช่น ในเรื่องอิเหนาตอนอุณากรรณ
เล่นมโหรีกับพวกในสวนดอกไม้เมืองกาหลัง.
กะรัง ๑น. ปะการัง. (ดู ปะการัง).
กะรัง ๒น. ชื่อปลาทะเลขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายชนิดในสกุล
Epinephelus, Cephalopholis และ Plectopomus วงศ์ Serranidae
รูปร่างยาวป้อม แบนข้างเล็กน้อย เกล็ดเล็ก สีตามตัวและครีบเป็น
ดอกดวง แต้ม หรือบั้ง ฉูดฉาดหรือคล้ำทึบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
ชนิดและขนาด พบอาศัยอยู่ตามบริเวณหมู่ปะการัง โขดหินใกล้ฝั่ง
หรือเกาะ.
กะรัต[-หฺรัด] น. หน่วยมาตราชั่งเพชรพลอย ๑ กะรัต เท่ากับ ๒๐ เซนติกรัม
หรือ ๓.๐๘๖๕ เกรน, ปริมาณทองคําแท้ที่ประสมอยู่กับธาตุอื่น
โดยกําหนดทองคําและโลหะที่ประสมกันนั้นรวมเป็น ๒๔ ส่วน
เช่น ทองคํา ๑๔ กะรัต หมายความว่า มีเนื้อทองคํา ๑๔ ส่วน
นอกนั้นอีก ๑๐ ส่วนเป็นธาตุอื่นประสม. (อ. carat).
กะรัตหลวง น. มาตราน้ำหนักตามวิธีประเพณี
ใช้สําหรับชั่งเพชรพลอยเท่านั้น เป็นเมตริกกะรัต
เท่ากับ ๒๐ เซนติกรัม, อักษรย่อว่า กต.
กะราง, กะลางน. ชื่อนกในวงศ์ Timaliidae ตัวขนาดนกเอี้ยง หากินเป็นฝูงตามพื้นดิน
มีหลายชนิด เช่น กะรางหัวหงอก (Garrulax leucolophus)
กะรางคอดํา (G. chinensis). (ในรําพันนามพฤกษา ฯลฯ ว่ากะราง,
ในพระลอ ว่า กะลาง).
กะรางหัวขวานน. ชื่อนกชนิด Upupa epops ในวงศ์ Upupidae
ปากยาวแหลมโค้งสีดํา หงอนสีส้มขอบดํา ลักษณะหงอน
เหมือนหมวกของอินเดียนแดง ขนตามลําตัวสีน้ำตาลแดง
มีแถบดําขาวสลับกัน, การางหัวขวาน ก็เรียก.
กะริงน. บ่วงหวายสําหรับดักสัตว์ที่กระโดด เช่นเนื้อและกวาง.
(ประพาสมลายู), กระหริ่ง ก็ใช้.
กะริงกะเรียด(โบ) ว. คําพ้อชนิดหนึ่งว่าทําเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย
คล้ายทําก้อร่อก้อติก เช่น เป็นหญิงเจ้าแม่อา อย่าทํากะริงกะเรียด
ตัวเจ้ายังน้อยสักเท่าเขียด เจ้ามาวอนแม่จะมีผัว. (มโนห์รา).
กะรุงกะรังว. อาการที่ห้อยหรือแขวนเครื่องประดับเป็นต้น จนดูรุงรัง.
กะรุ่งกะริ่งว. ขาดออกเป็นริ้ว ๆ, เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย.
กะรุนน. แร่ชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยธาตุอะลูมิเนียมกับออกซิเจน
แต่มักมีสิ่งอื่นผสมอยู่ทําให้มีสีต่าง ๆ เช่น ถ้าเป็นสีแดง เรียกว่า
ทับทิม ถ้าเป็นสีน้ำเงิน เรียกว่า พลอยสีน้ำเงิน ถ้าเป็นสีเขียว
เรียกว่า เขียวส่อง หรือ เขียวมรกต, อินเดีย เรียก คอรุน.
(อ. corundum).
กะเร(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นต้นตายใบเป็น. (ดู ต้นตายใบเป็น).
กะเรกะร่อนน. ชื่อกล้วยไม้หลายชนิดในสกุล Cymbidium
วงศ์ Orchidaceae อิงอาศัยตามต้นไม้ ใบเขียวหนา
ยาว ๒๐-๖๐ เซนติเมตร เช่น กะเรกะร่อนด้ามข้าว
(C. bicolor Lindl.) ดอกสีขาว กะเรกะร่อนปากเป็ด
(C. finlaysonianum Lindl.) ดอกสีเหลือง ปากสีแดงคล้ำ.
กะเร่กะร่อนก. เร่ร่อนเรื่อยไป, ไม่อยู่ประจําที่.
กะเร่อ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. เซ่อ, เซอะ.
กะเร่อกะร่า อาการที่แต่งกายรุ่มร่ามเกินพอดี
เช่น เขาแต่งตัวกะเร่อกะร่าผิดกาลเทศะ, ซุ่มซ่าม
เช่น เขาเดินกะเร่อกะร่าออกไปกลางถนนเลยถูกรถชน,
เซ่อซ่า เช่น เขากะเร่อกะร่าเข้าไปอยู่กับพวกเล่นการพนัน
เลยถูกจับไปด้วย, เก้งก้าง เช่น เขาเป็นคนท่าทางกะเร่อกะร่า
อย่างนั้นเอง, กะเล่อกะล่า เร่อร่า หรือ เล่อล่า ก็ว่า.
กะเรี่ยกะราดว. เรี่ยราย, กระจัดกระจาย, หกเรี่ยราด; วางหน้าไม่สนิท.
กะโรกะเรก. ง่อนแง่น, จวนจะล้ม. (ปาเลกัว).
กะลวยน. เรียกขนหางไก่ตัวผู้ที่ยื่นยาวกว่าเส้นอื่นว่า หางกะลวย.
กะลอ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นขนาดย่อมหลายชนิดในสกุล Macaranga
วงศ์ Euphorbiaceae มักขึ้นในป่าใสในที่ชุ่มชื้น ก้านใบล้ำอยู่ใต้โคนใบ
เช่น ชนิด M. tanarius Muell. Arg.
กะล่อกะแล่ว. ทีเล่นทีจริง. (ปาเลกัว).
กะลอจี๊น. ชื่อขนมของจีนชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเหนียวทอดไฟอ่อน ๆ
เวลากินคลุกงาผสมน้ำตาลทรายขาว.
กะล่อน ๑น. ชื่อมะม่วงชนิด Mangifera caloneura Kurz
ในวงศ์ Anacardiaceae ผลเล็ก เนื้อไม่มีเสี้ยน
เมื่อสุกมีกลิ่นหอมแรง, ขี้ไต้ ก็เรียก.
กะล่อน ๒ว. พูดคล่อง แต่ไม่จริงเป็นส่วนมาก.
กะล่อมกะแล่มก. เคี้ยวไม่ทันแหลกแล้วรีบกลืน, เคี้ยวไม่ถนัด;
พูดอ้อมแอ้มพอให้ผ่านไป, พูดไม่สู้ชัดความเพื่อให้เสร็จไป;
กล้อมแกล้ม ก็ว่า.
กะล่อยกะหลิบว. คล่องแคล่วว่องไวในการใช้มืออย่างแนบเนียนน่าดู;
ดูเหมือนเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง, ดูเหมือนไม่นาน, เช่น ดูกะล่อยกะหลิบ
เมื่อไม่นานมานี่เอง ล่วงเข้ามาหลายเดือนแล้ว.
กะละปังหาน. ชื่อสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ละตัวเล็กมาก
รูปร่างทรงกระบอกหรือรูปถ้วย สร้างเปลือกเป็นโครงร่างแข็ง
หุ้มลําตัว มีช่องเปิดให้ตัวโผล่ออกมา อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
โครงซากทับถมกันจนมีรูปร่างคล้ายกิ่งไม้ มีสีต่างกันแล้วแต่ชนิด
บางชนิดมีขนาดใหญ่และแข็งมาก นิยมนํามาทําเป็นลูกปัด
เครื่องประดับ พวกที่อยู่ในอันดับ Gorgonacea มีสีแดง เหลือง ส้ม
ม่วง พวกที่อยู่ในอันดับ Antipatharia มีสีดํา, กัลปังหา ก็เรียก.
(เทียบมลายู kalam pangha).
กะละมังน. เรียกชามที่ทําด้วยโลหะเคลือบว่า ชามกะละมัง.
กะละแมน. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยข้าวเหนียว กะทิ และ น้ำตาล
กวนจนเหนียวเป็นสีดํา.
กะละออมน. ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาชัน รูปคล้ายกระบุง ไม่มีคอ
ใช้ใส่น้ำ, กระออม กะออม หรือ กัลออม ก็ว่า. (ทมิฬ กะละยัม
แผลงมาจาก ส. กลศ).
กะลังตังไก่ดู ตําแย ๑.
กะลันน. ลัน, เครื่องดักปลาไหล ทําด้วยกระบอกไม้ไผ่ มีงาแซง.
กะลันทาดู คนทา.
กะลา ๑น. ส่วนแข็งที่หุ้มเนื้อมะพร้าว ถ้าผ่าซีก ซีกที่มีตา
เรียกว่า กะลาตัวผู้ ซีกที่ตัน เรียกว่า กะลาตัวเมีย;
เรียกถ้วยชามชนิดเลวเนื้อหยาบหนาว่า ชามกะลา;
เรียกผมที่ตัดเป็นรูปกะลาครอบว่า ผมทรงกะลาครอบ;
เรียกหมวกที่มีรูปคล้ายกะลาครอบว่า หมวกกะลา หรือ
หมวกกะลาครอบ; (ปาก) กะโหลก เป็นคําไม่สุภาพ เช่น
ไม่เจียมกะลาหัว คุ้มกะลาหัว. (สํา) ว. ไม่มีค่า เช่น เก่ากะลา.
กะลาซอ (ปาก) ว. คล้ายกะลาที่ทําซอ, เรียกผมที่ตัดแล้ว
เป็นรูปอย่างนั้น.
กะลา ๒น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Etlingera elatior (Jack) R.M. Smith
ในวงศ์ Zingiberaceae ต้นคล้ายข่า สูง ๓-๔ เมตร ช่อดอกคล้าย
บัวตูมแต่กลีบแข็ง สีชมพูหรือแดง มีดอกเล็ก ๆ แน่นเป็นกระจุก
อยู่ภายใน ก้านช่อดอกผุดขึ้นจากดินและยาวได้ถึง ๑ เมตร
หน่อและดอกอ่อนใช้เป็นอาหาร, กาหลา ก็เรียก,
ปักษ์ใต้เรียก ปุดกะลา.
กะลาสีน. ลูกเรือ. ว. อย่างเครื่องแต่งกายกะลาสีสมัยโบราณหรือ
พลทหารเรือปัจจุบัน เช่น หมวกกะลาสี เงื่อนกะลาสี คอเสื้อกะลาสี.
(มลายู กะลาสิ จากคำอิหร่าน ขะลาสิ).
กะลำพอน. ต้นหลุมพอ เช่น โพกพายโพกะลําพอ.
(ประชุมเชิญขวัญ). (ดู หลุมพอ).
กะลิงน. ชื่อนกปากงุ้มเป็นขอชนิด Psittacula finschii
ในวงศ์ Psittacidae หัวสีเทา ตัวสีเขียวปากแดง หางยาว.
กะลิงปลิงน. ชื่อนกชนิดหนึ่ง. (พจน. ๒๔๙๓).
กะลิ้มกะเหลี่ยว. แสดงอาการให้รู้ว่าอยากได้.
กะลิอ่อง(ถิ่น-พายัพ) น. กล้วยน้ำว้า. (ดู น้าว้า).
กะลุมพีน. ชื่อปาล์มชนิด Eleiodoxa conferta (Griff.) Burr. ในวงศ์ Palmae
ขึ้นเป็นกอในป่าพรุและที่ชื้นแฉะทางภาคใต้ ผลเป็นช่อใหญ่และแน่น
ปลายผลตัด ผิวเหลืองเกลี้ยงเป็นมัน ไม่มีหนาม เยื่อหุ้มเมล็ดขาว
รสเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ กินได้ ยางในลําต้นเหนียวใช้ติดกระดาษแทน
กาวได้, ลุมพี ก็เรียก, ปักษ์ใต้เรียก หลุมพี. (มลายู ว่า กะลุมปี).
กะเล็งน. แขกกลิงค์.
กะเล่อกะล่าว. อาการที่แต่งกายรุ่มร่ามเกินพอดี เช่น
เขาแต่งตัวกะเล่อกะล่าผิดกาลเทศะ, ซุ่มซ่าม
เช่น เขาเดินกะเล่อกะล่าออกไปกลางถนนเลยถูกรถชน,
เซ่อซ่า เช่น เขากะเล่อกะล่าเข้าไปอยู่กับพวกเล่นการพนันเลย
ถูกจับไปด้วย, เก้งก้าง เช่น เขาเป็นคนท่าทางกะเล่อกะล่า
อย่างนั้นเอง, กะเร่อกะร่า เร่อร่า หรือ เล่อล่า ก็ว่า.
กะเลิดน. ยานชนิดหนึ่งไม่มีล้อ ใช้ลากไปตามท้องนาและหมู่บ้าน
สําหรับบรรทุกฟ่อนข้าวเป็นต้น, เลื่อน ก็เรียก.
กะเลียวน. สีของม้าชนิดหนึ่ง ลักษณะเขียวอมดํา,
เรียกม้าที่มีสีเช่นนั้นว่า ม้ากะเลียว หรือ ม้าสีกะเลียว.
กะแล ๑(ถิ่น-พายัพ) น. กาแล, ชื่อไม้เครื่องเรือนที่ต่อจากปั้นลมทั้ง ๒ ด้าน
ไปไขว้กัน อยู่ตอนบนสุดของหลังคาที่ยื่นจากหน้าจั่ว อาจสลักลวดลาย
ตามแต่จะเห็นงาม, บางถิ่นเรียกว่า แกแล.
กะแล ๒ดู แกแล ๒.
กะโล่น. ภาชนะสานของโบราณ ทารัก รูปแป้น ปากคลุ่ม
ใช้ใส่ของมีเครื่องตัดผมเป็นต้น; ภาชนะสานคล้ายกระด้ง
มีหลายขนาด แต่ชนิดที่ทาชันเพื่อไม่ให้น้ารั่วออก
สําหรับหมักขี้ไต้นั้น มีขนาดใหญ่กว่ากระด้งมาก;
เรียกสีหน้าที่แสดงความดีใจหรือภาคภูมิใจมากว่า
หน้าบานเป็นกะโล่; ชื่อหมวกกันแดดชนิดหนึ่ง ทรงคลุ่ม
มีปีกแข็งโดยรอบ โครงทําด้วยไม้ฉําฉาหรือไม้ก๊อกเป็นต้น
แล้วหุ้มผ้าหรือทําด้วยใบลาน เรียกว่า หมวกกะโล่.
(รูปภาพ กะโล่)
กะโล่ยาชัน น. อาการที่หน้าบานเพราะถูกใจหรือบวมมาก
เพราะถูกตบเป็นต้น เรียกว่า หน้าบานเป็นกะโล่ยาชัน หรือ
หน้าบวมเป็นกะโล่ยาชัน.
กะโลง(ถิ่น-อีสาน) น. ลังไม้ฉําฉา, หีบไม้; (ถิ่น-พายัพ) โคลง.
กะวอกกะแวกว. อาการหลุกหลิกอย่างลิง.
กะวะ ๑น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง สําหรับรุนกุ้งรุนเคยตามชายฝั่งแม่น้ำ
ลําคลอง หรือทะเล รูปคล้ายสวิง มีถุงตาข่ายอย่างตาละเอียดแขวนอยู่
ใช้ไสตามริมฝั่งเพื่อจับกุ้งเล็ก ๆ หรือเคย.
กะวะ ๒น. ชื่อนกเงือกชนิด Buceros bicornis ในวงศ์ Bucerotidae
โคนปากด้านบนมีลักษณะโหนกคล้ายกล่องขนาดใหญ่ คอสีขาว
ปีกสีดําพาดเหลือง ปลายปีกขาว หางสีขาวพาดดํา, กก หรือ
กาฮัง ก็เรียก.
กะส้มชื่น(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นว่านน้ำ. (ดู ว่านน้ำที่ ว่าน).
กะสัง(ถิ่น-อีสาน) น. ต้นมะสัง. (ดู มะสัง).
กะส้าหอยน. เปลือกซากหอยต่าง ๆ ที่ทับถมกันอยู่ ใช้ทําปูนขาวที่เรียกว่า
ปูนหอย. (ไกลบ้าน), กะซ้าหอย ก็ว่า.
กะหนอกะแหน[-หฺนอ-แหฺน] ว. เสียงพูดอย่างน่าเอ็นดูเหมือนเสียงเด็กพูด.
กะหน็องกะแหน็งว. แปร่ง, ไม่ชัด, ฟังไม่ออก, (ใช้แก่การพูด), หน็องแหน็ง หรือ
อีหน็องอีแหน็ง ก็ว่า.
กะหนะน. ทางของต้นจากที่ใช้กรุฝา.
กะหนุงกะหนิงว. เสียงพูดจู๋จี๋ระหว่างคู่รักเป็นต้น.
กะหมอก[-หฺมอก] น. ไฟ. (ดิกชนารีไทย).
กะหร่อง(ปาก) ว. ผอมเกร็ง.
กะหรอด[-หฺรอด] น. นกกรอด. (ดู ปรอด).
กะหร็อมกะแหร็มว. มีเล็กน้อย, มีห่าง ๆ ไม่เป็นพวกเป็นหมู่, เช่น ผมขึ้น
กะหร็อมกะแหร็ม, หร็อมเเหร็ม หรือหย็อมเเหย็ม ก็ว่า.
กะหราน(ปาก) ว. อร่าม, ใช้ประกอบกับแดงหรือเหลือง
เช่น แดงกะหราน เหลืองกะหราน.
กะหรี่น. แกงชนิดหนึ่ง สีเหลือง ปรุงด้วยเครื่องแกงกะหรี่;
เรียกเครื่องแกงกะหรี่ซึ่งประกอบด้วยขมิ้นและเครื่องเทศอื่น ๆ
บดเป็นผงว่า ผงกะหรี่. (มลายู มาจากทมิฬว่า ผัด; อ. curry).
กะหรี่ปั๊บน. ชื่อของกินชนิดหนึ่ง ใช้แป้งสาลีห่อไส้ผสมผงกะหรี่
แล้วจับจีบคล้ายหอยแครง ทอดน้ำมัน.
กะหลาป๋า ๑น. ชื่อเมืองในเกาะชวาสมัยโบราณ ต่อมาเรียก ปัตตาเวีย,
ปัจจุบันชื่อ จาการ์ตา; เรียกหมวกชนิดหนึ่งสานด้วยไม้ไผ่
อย่างละเอียด รูปทรงสูง ผู้หญิงนิยมใช้ในเวลาแข่งเรือ
มีดอกไม้จีนเสียบ เป็นของเก่าในสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ ขึ้นไปว่า
หมวกกะหลาป๋า; เรียกขวดแก้วสำหรับใช้ใส่น้ำอบ
ทรงกระบอกแปดเหลี่ยม มีสีต่าง ๆ มีจุกแก้ว เถาหนึ่งมี ๓ ใบ
ว่า ขวดกะหลาป๋า.
กะหลาป๋า ๒น. ชื่อชมพู่พันธุ์หนึ่งของชนิด Syzygium samalangense (Blume)
Merr. et L.M. Perry ผลสีเขียว รสหวาน เรียกว่า ชมพู่กะหลาป๋า
เป็นพรรณไม้ชวา.
กะหล่ำน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Brassica oleracea L. ในวงศ์ Cruciferae
มีหลายพันธุ์ เช่น กะหล่าปลี หรือ กะหล่าใบ (B. oleracea L.
var. capitata L.) กะหล่าดอก หรือ กะหล่าต้น (B. oleracea L.
var. botrytis L.) กะหล่าดาว หรือ กะหล่าหัวลําต้น
[B. oleracea L. var. gemmifera (DC.) Thell.]
และ กะหล่าปม (B. oleracea L. var. gongylodes L.).
กะหลีกะหลอก. แสดงกิริยาท่าทางหรือพูดจาประจบประแจงเกินงาม.
กะหลี่กัญชาน. ใบและช่อดอกเพศเมียของกัญชาที่แห้ง ใช้สูบปนกับยาสูบ.
กะหลุกกะหลิกก. หลุก ๆ หลิก ๆ.
กะหำน. ไข่หํา, ลูกอัณฑะ.
กะหำแพะน. ชื่อมะเขือพันธุ์หนึ่งของชนิด Solanum melongena L.
กะหือว. เสียงครวญคราง.
กะหูด(ถิ่น) น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง ใช้ในท้องที่จังหวัดจันทบุรี
รูปร่างคล้ายกรวย ทําด้วยไม้ไผ่.
กะเหรี่ยงน. ชื่อชนชาวเขาเผ่าหนึ่ง ปรกติอาศัยอยู่ทางพรมแดนทิศตะวันตก
ของประเทศไทย, โซ่ ก็เรียก, (โบ) เรียกว่า กั้ง ก็มี.
กะเหลาะเปาะว. กลมน่าดู, ตะเหลาะเปาะ ก็ว่า.
กะแหยก[-แหฺยก] ดู แสยก ๒.
กะแหะก. แหะ ๆ.
กะโหลก[-โหฺลก] น. ส่วนแข็งที่หุ้มเนื้อมะพร้าวหรือตาลเป็นต้น
เรียกว่า กะโหลกมะพร้าว กะโหลกตาล, ภาชนะที่ทําด้วยกะโหลก
มะพร้าวโดยตัดทางตาออกพอเป็นช่องกว้างเพื่อใช้ตักน้ำ; กระดูกที่
หุ้มมันสมอง; โดยปริยายหมายความถึงวัตถุที่มีลักษณะเช่นนั้น
เช่น กะโหลกหุ่นหัวโขน; เรียกพรรณไม้บางชนิด เช่น ลําไย ลิ้นจี่
ที่มีผลโต เนื้อหนากว่าปรกติ เช่น ลําไยกะโหลก ลิ้นจี่กะโหลก.
กะโหล้ง[-โล่ง] (ถิ่น-พายัพ) น. กะโหลก.
กะไหล่น. กรรมวิธีเคลือบสิ่งที่เป็นโลหะด้วยเงินหรือทองเป็นต้น
โดยใช้ปรอทละลายเงินหรือทองให้เป็นของเหลว แล้วทาลงบน
โลหะที่ต้องการเคลือบ จากนั้นไล่ปรอทออกโดยใช้ความร้อน,
กาไหล่ ก็ว่า. ว. เรียกของเช่นพานเป็นต้นที่เคลือบเงินหรือทอง
ด้วยกรรมวิธีเช่นนั้นว่า พานกะไหล่เงิน พานกะไหล่ทอง.
(เทียบทมิฬ กะลายิ).
กะอวม(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Acronychia pedunculata
(L.) Miq. ในวงศ์ Rutaceae ผลเล็ก สีเขียวอ่อนหรือสีนวล กินได้,
เปล้าขลิบทอง ไพรสามกอ มะงัน หรือ กระเบื้องถ้วย ก็เรียก.
กะออมน. ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาชัน รูปคล้ายกระบุง ไม่มีคอ ใช้ใส่น้ำ,
กระออม กัลออม หรือ กะละออม ก็ว่า.
กะอานดู กระอาน.
กะอามน. กะอวม เช่น กะอามลั่นทมชวน ใจรื่น รมย์นา. (พงศ. เหนือ).
กะอิดดู ไก่ไห้ (๑).
กะอูบ(ถิ่น-พายัพ) น. ผอบ เช่น จึงแก้เอาเสื้อและผ้าคาดศีรษะ
ใส่ในกระอูบคำ. (ประชุมพงศ. ๑๐).
กะเอวน. เอว เช่น ถวัดเท้าท่าเตะมวย ตึงเมื่อย หายฮา แก้กะเอวขดค้อม
เข่าคู้โขยกโขยง. (จารึกวัดโพธิ์), สะเอว ก็ว่า.
กะแอ ๑น. เครื่องบังแดดมีคันปักดิน หมุนได้ตามต้องการ.
กะแอ ๒ว. อ่อน, เล็ก, เรียกลูกควายตัวเล็ก ๆ ตามเสียงที่มันร้องว่า
ลูกกะแอ, ลูกแหง่ ก็ว่า.
กะแอน(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกระชาย. (ดู กระชาย).
กักก. ไม่ให้ล่วงพ้นเขตที่กําหนดไว้, กำหนดเขตให้อยู่, เช่น กักตัว,
กักกัน ก็ว่า; ยึดไว้, ไม่ปล่อยไป, เช่น กักรถ กักน้ำ.
ว. หยุดชะงัก เช่น หยุดกัก.
กักกัน ก. กําหนดเขตให้อยู่, กัก ก็ว่า. (กฎ) น. วิธีการเพื่อ
ความปลอดภัยอย่างหนึ่งที่ศาลใช้ในกรณีที่ให้ควบคุมผู้กระทํา
ความผิดติดนิสัยไว้ภายในเขตกําหนด เพื่อป้องกันการกระทําความผิด
เพื่อดัดนิสัย และเพื่อฝึกหัดอาชีพ.
กักขัง ก. บังคับให้อยู่ในสถานที่อันจํากัด, เก็บตัวไว้ในสถานที่
อันจํากัด. (กฎ) น. โทษทางอาญาสถานหนึ่ง ที่ให้กักตัวผู้ต้องโทษ
ไว้ในสถานที่ซึ่งกําหนดไว้อันมิใช่เรือนจํา.
กักคุม ก. บังคับให้อยู่ในอารักขา.
กักด่าน ก. กักกุมไว้เพื่อตรวจตรา เช่นตรวจโรคติดต่อ.
กักตัว ก. ยึดไว้, ไม่ปล่อยไป.
กักตุน ก. เก็บสินค้าไว้เป็นจํานวนมากเพื่อเก็งกําไร, ตุน ก็ว่า.
(กฎ) น. มีโภคภัณฑ์ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่จําเป็นสําหรับ
ใช้จ่ายส่วนตัว และไม่นําออกจําหน่ายตามวิถีทางการค้าปรกติ.
กักบริเวณ ก. บังคับให้อยู่ในบริเวณที่กําหนดไว้.
กั๊กน. เรียกทางสี่แยกว่า สี่กั๊ก; ส่วน ๑ ใน ๔ ของเหล้าเทหนึ่ง,
ส่วน ๑ ใน ๔ ของเหล้าขวดใหญ่ขนาด ๗๕๐ ซีซี., ส่วน ๑ ใน ๔
ของน้ำแข็งซองหนึ่ง แบ่งออกได้เป็น ๔ มือ; เสื้อชนิดหนึ่ง
ตัวสั้นเสมอเอว ไม่มีแขน ไม่มีปก ผ่าอกตลอด ติดกระดุมหรือไม่ติด
ก็ได้ มักใช้สวมทับเสื้อเชิ้ต เรียกว่า เสื้อกั๊ก; วิธีแทงโปวิธีหนึ่ง
ถ้าลูกค้าแทงกั๊ก ๒ ประตูใด โปออกประตูใดประตูหนึ่งใน
๒ ประตูนั้น เจ้ามือจ่าย ๑ ต่อ ถ้าโปออกประตูอื่นนอกจาก ๒ ประตู
ที่แทงไว้ เจ้ามือกิน. (ถิ่น-พายัพ) ก. พูดติดอ่าง.
กักกรา[-กฺรา] น. โกฐกักกรา. (ดู โกฐกักกรา ที่ โกฐ).
กักการุ(แบบ) น. ดอกฟัก เช่น อิกกักการุดิเรกอเนกดิบุษปวัน
อ้อยลำแลใหญ่ครัน คือหมาก. (สมุทรโฆษ). (ป.).
กักขฬะ[กักขะหฺละ] ว. หยาบคายมาก. (ป.; ส. กกฺขฏ).
กังน. ชื่อลิงชนิด Macaca nemestrina ในวงศ์ Cercopithecidae
ขนสีน้ำตาลอมเทา หางสั้นงอโค้งขึ้นไปทางด้านหลัง ทางปักษ์ใต้
ใช้เก็บมะพร้าว, กะบุด ก็เรียก.
กั้ง ๑น. ชื่อสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังในชั้น Crustacea อันดับ
Stomatopoda มีหลายวงศ์ ส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Squillidae
หายใจด้วยเหงือก ลําตัวแบนหรือกลม แบ่งเป็นปล้อง ๆ เปลือก
ที่หุ้มท่อนหัวและอกคลุมมาถึงอกปล้องที่ ๕ แต่ไม่ถึงปล้องที่ ๘ กรี
มีลักษณะแบนราบ มี ๖ ขา, กั้งตั๊กแตน ก็เรียก.
กั้ง ๒(กลอน) ก. กั้น.
กั้ง ๓(โบ) น. กะเหรี่ยง. (อนันตวิภาค).
กั้งกระดานดู กระดาน ๒.
กังกะ(แบบ) น. เหยี่ยว เช่น เกิดเป็นภักษแก่กังกโกรญจคฤธรกา
บินมาวว่อนร่อน ก็ร้อง. (สมุทรโฆษ).
กังก้าว. จังก้า, ลักษณะยืนถ่างขาตั้งท่าเตรียมสู้ เช่น ถกเขมรกังก้าเรียก
ข้าไทย. (ขุนช้างขุนแผน-แจ้ง).
กังเกียงดู กางเกียง.
กังขาน. ความเคลือบแคลง, ความสงสัย. (ป.).
กังฉินว. คดโกง, ไม่ซื่อตรง. (จ. กังฉิน ว่า อำมาตย์ทุจริต, อำมาตย์ทรยศ).
กั้งตั๊กแตนดู กั้ง ๑.
กังฟูน. ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบหนึ่งของจีน เน้นหนักไป
ในทางฝึกสมาธิและความแข็งแกร่งว่องไวของร่างกาย.
กังวลก. ห่วงใย, มีใจพะวงอยู่. (ข.).
กังวานว. ก้องอยู่ได้นาน เช่น เสียงระฆังกังวาน,
มีกระแสเสียงก้องและแจ่มใส.
กังเวียนน. ขอบผ้าปกกระพองช้าง เช่น จัดพาดกังเวียนวาง ห่อได้.
(ตําราช้างคําโคลง-วชิรญาณ เล่ม ๒๑).
กังสดาล[-สะดาน] น. ระฆังวงเดือน เช่น
แว่วสําเนียงเสียงระฆังกังสดาล. (อิเหนา).
กังสะ(แบบ) น. สัมฤทธิ์ เช่น ดั่งดามพะกังสกล่อมเกลา. (สมุทรโฆษ). (ป.).
กังไสน. เครื่องถ้วยปั้นที่ทํามาจากแคว้นเกียงสีในประเทศจีน.
กังหันน. สิ่งที่ประกอบด้วยใบพัดหมุนได้ด้วยกําลังลม, จังหัน ก็ว่า,
โดยปริยายเรียกเครื่องหมุนบางชนิดมีรูปทํานองกังหัน
ทําให้เกิดกําลังงาน เช่น กังหันน้ำ คือเครื่องหมุนด้วยกําลังน้ำ,
กังหันลม คือเครื่องหมุนด้วยกําลังลม, กังหันไอน้ำ คือเครื่องหมุน
ด้วยกําลังไอน้ำ; (วิทยา) ใช้เรียกเครื่องจักรที่หมุนอย่างกังหัน;
ชื่อดอกไม้ไฟชนิดที่จุดแล้วหมุนอย่างกังหัน, ลักษณนามว่าต้น.
(ข. กงฺหาร).
กังหันใบพัด น. เครื่องยนต์ซึ่งใช้กังหันขับใบพัด.
กังหันไอพ่น น. เครื่องยนต์ซึ่งใช้กังหันขับเครื่องอัดอากาศ,
เครื่องยนต์ไอพ่น ก็ว่า.
กัจฉปะ[กัดฉะปะ] (แบบ) น. เต่า เช่น หมู่มัจฉกัจฉปะทุกสิ่งสรรพ์.
(ม. ร่ายยาว จุลพน). (ป., ส.).
กัจฉะ[กัดฉะ] (ราชา) น. รักแร้, ใช้ว่า พระกัจฉะ. (ป.; ส. กกฺษ).
กัจฉา[กัดฉา] (แบบ) น. สายรัดท้องช้าง. (ป.; ส. กกฺษา, กกฺษฺยา).
กัญ(แบบ) น. กันย์, ชื่อราศีหนึ่งใน ๑๒ ราศี เช่น อีกกัญเป็นชื่อราศี.
(ไวพจน์ประพันธ์). (ป. กญฺ?า).
กัญจุก, กัญจุการา(แบบ) น. เสื้อ. (ป., ส.).
กัญชา[กัน-] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Cannabis sativa L.
ในวงศ์ Cannabidaceae ใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก
ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน
ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งเรียก กะหลี่กัญชา ใช้สูบปนกับยาสูบ
มีสรรพคุณทําให้มึนเมา เปลือกลําต้นใช้ทําเชือกป่าน และทอผ้า.
กัญญา ๑[กันยา] น. สาวรุ่น, สาวน้อย. (ป.; ส. กนฺยา).
กัญญา ๒[กันยา] น. เครื่องบังแดดรูปหลังคา ใช้สําหรับแคร่หามหรือเรือยาว
เพื่อเป็นเกียรติยศ, เรียกแคร่หามหรือเรือยาวที่มีกัญญาว่า
แคร่กัญญา เรือกัญญา.
กัญญา ๓[กันยา] น. เรียกข้าวเหนียวดําพันธุ์หนึ่งที่เมล็ดดําเป็นมันว่า
ข้าวกัญญา.
กัฐ(แบบ) น. ไม้ฟืน; ไม้วัด (คือใช้ในมาตราวัด). (ป., ส. กฏฺ?; ส. กาษฺ?).
กัณฏกะ, กัณฐกะ[กันตะกะ, กันถะกะ] (แบบ) น. หนาม. (ป., ส. กณฺฏก).
กัณฐ-, กัณฐา[กันถะ-] (แบบ) น. คอ. (ป.).
กัณฐชะ (ไว) น. อักษรในภาษาบาลีและสันสกฤต
ที่มีเสียงเกิดจากเพดานอ่อน ได้แก่ พยัญชนะวรรค กคือ ก ข ค ฆ ง
และอักษรที่มีเสียงเกิดจากเส้นเสียงในลำคอ ได้แก่ ห และ สระ อะ อา.
(ป.; ส. กณฺ?วฺย).
กัณฐกะ[-ถะกะ] น. เครื่องประดับคอ เช่น คางเพลาคือ กลวิมลกัณ-
ฐกก่องคือแสงสรวล. (สมุทรโฆษ). (ป., ส.).
กัณฐัศ, กัณฐัศว์[กันถัด] น. ชื่อม้าตระกูลหนึ่ง, ในบทกลอนใช้เรียกม้าทั่วไป.
กัณฐี[กันถี] (แบบ) น. เครื่องประดับคอ เช่น
แก้วกัณฐีถนิมมาศนั้น. (ม. คําหลวง มหาราช).
กัณฑ์[กัน] น. ข้อความที่แต่งเป็นคําเทศน์เรื่องหนึ่ง ๆ
ที่จบลงคราวหนึ่ง ๆ, ตอนหนึ่ง ๆ ของคําเทศน์ที่เป็นเรื่องยาว
เช่น มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ทศพร กัณฑ์หิมพานต์,
ลักษณนามของเทศน์ เช่น เทศน์กัณฑ์หนึ่ง เทศน์ ๒ กัณฑ์;
เรื่องหรือหมวด, ตอน, ส่วนของเรื่อง. (ป.).
กัณฑ์เทศน์ น. เครื่องไทยธรรมถวายพระผู้แสดงพระธรรมเทศนา,
สิ่งของสําหรับถวายพระผู้แสดงพระธรรมเทศนา, เครื่องกัณฑ์ ก็ว่า;
เรียกการเอาเงินติดเทียนบูชากัณฑ์เทศน์หรือเรียกการเอาเงินหรือ
สิ่งของบูชาธรรมเนื่องในการเทศน์ว่า ติดกัณฑ์เทศน์.
กัณณ์(แบบ) น. หู. (ป.; ส. กรฺณ).
กัณห-[กันหะ-] ว. ดํา, มักใช้เป็นส่วนหน้าของสมาส. (ป.; ส. กฺฤษฺณ).
กัณหธรรม น. ธรรมฝ่ายดํา คือ อกุศล.
กัณหปักษ์ น. ฝ่ายดํา คือ ข้างแรม.
กัด ๑ก. เอาฟันกดไว้โดยแรง เพื่อไม่ให้สิ่งที่กดไว้หลุดไป เช่น กัดไว้ให้อยู่
กัดไว้ให้แน่น หรือเพื่อให้เข้าไปให้ทะลุ ให้ฉีกขาดเป็นต้น
เช่น สุนัขกัดเป็นแผลลึกเข้าไป หนูกัดผ้าเป็นรู ปากคันกัดเสียจนไม่มี
ชิ้นดี, โดยปริยายหมายความว่า ทําให้หมดไปสิ้นไป เช่น
สนิมกัดเหล็กจนกร่อน กัดสิวกัดฝ้าออกให้หมด, ทําให้เปื่อยเป็นแผล
เช่น ปูนกัดปาก; (ปาก) คอยหาเรื่อง เช่น เขากัดฉันไม่เลิก,
ทะเลาะวิวาท เช่น ๒ คนนี้กัดกันอยู่เสมอ.
น. เครื่องมือจับปลาทะเลชนิดอวน.
กัดติด, กัดไม่ปล่อย ก. ติดตามอย่างไม่ละวาง,
ทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง เช่น เขาทำงานแบบ
กัดไม่ปล่อย.
กัดฟัน ก. เอาฟันต่อฟันกดกันไว้แน่น เป็นอาการแสดงถึง
ความอดกลั้น, โดยปริยายหมายความว่า มานะ; ขบฟันใน
เวลานอนหลับ.
กัดลาก น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง. (ดู อวนลาก).
กัดวาง น. เครื่องมือจับสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง. (ดู อวนลอย).
กัดหางตัวเอง (สํา) ว. พูดวนไปวนมา.
กัด ๒น. ชื่อปลาน้ำจืดขนาดเล็กชนิด Betta splendens
ในวงศ์ Anabantidae ทํารังเป็นหวอดที่ผิวน้ำ ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมีย
มีสีสวยงาม สามารถกางครีบและแผ่นปิดเหงือก เปล่งสีลำตัว
ให้เข้มขึ้น ในขณะต่อสู้มักกัดกัน จึงเรียกว่า ปลากัด.
กัดป่า ดู กริม.
กัด ๓(โบ) น. พิกัด. ก. กะ เช่น ซ้นนกัดค่าพระราชกุมาร.
(ม. คําหลวง กุมาร).
กัด ๔น. คํากํากับชื่อปีในวิธีนับศักราชของไทยเหนือ ตรงกับเลข ๖.
กัตติกมาส[กัดติกะมาด] น. เดือนอันมีพระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์กัตติกา คือ
เดือน ๑๒ ตามจันทรคติ ตกในราวเดือนพฤศจิกายน. (ป.).
กัตติกา[กัด-] น. ดาวฤกษ์ที่ ๓ มี ๘ ดวง เห็นเป็นรูปธงสามเหลี่ยม
มีหางเรียวยาว, ดาวธงสามเหลี่ยม หรือ ดาวลูกไก่ ก็เรียก,
(โบ) เขียนเป็น กฤติกา ก็มี. (ป. กตฺติกา; ส. กฺฤตฺติกา).
กัตติเกยาน. การตามเพลิงในพิธีพราหมณ์.
กัตรทัณฑ์[กัดตฺระ-] (แบบ) น. ไม้เท้าคนแก่ เช่น แล้วทรงธารพระกรกัตรทัณฑ์.
(ม. ร่ายยาว วนปเวสน์). (ป. กตฺตร = คนแก่ + ทณฺฑ = ไม้เท้า;
ส. กรฺตฺร + ทณฺฑ).
กัตรา[กัดตฺรา] น. เรือผีหลอก.
กัทลี[กัดทะลี] (แบบ) น. กล้วย เช่น คิดพ่างผลกัทลี ฆ่ากล้วย. (โลกนิติ).
(ป., ส. กทลี).
กัน ๑(ปาก) ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด เพศชาย พูดกับผู้เสมอกันหรือผู้น้อย
ในทํานองกันเอง, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
กันและกัน ส. คําใช้แทนชื่อในลักษณะที่มีการกระทําร่วมกัน
หรือต่อกันโดยมีบุรพบทประกอบหน้า เช่น รักซึ่งกันและกัน
เพื่อประโยชน์ของกันและกัน.
กัน ๒ว. คําประกอบท้ายกริยาของผู้กระทําตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป
แสดงการกระทําร่วมกัน อย่างเดียวกันหรือต่อกัน
เช่น คิดกัน หารือกัน.
กันเขากันเรา (ปาก) ว. พวกเขาพวกเรา.
กันเอง ว. เป็นพวกเดียวกัน, สนิทสนมกัน, เช่น ราคากันเอง.
กัน ๓ก. กีดขวางไว้ไม่ให้เข้ามาหรือออกไป หรือไม่ให้เกิดมีขึ้น เช่น
กันฝน กันสนิม กันภัย, แยกไว้ เช่น กันเงินไว้ ๕๐๐ บาทเพื่อจ่าย
ในสิ่งที่จําเป็น กันเอาไว้เป็นพยาน. น. ชื่อช้างศึกพวกหนึ่ง มีหน้าที่
ป้องกันและล้อมทัพ, ช้างดั้ง ก็เรียก, เรียกเรือซึ่งกำหนดให้เข้ากระบวน
เสด็จทางชลมารค ทำหน้าที่ถวายอารักขา มีหลายลำ
ตั้งเป็นแถวขนาบกระบวนเรือพระที่นั่งทั้ง ๒ ข้าง
และกันอยู่ท้ายกระบวนระหว่างเรือของเจ้านายที่ตามเสด็จ
ว่า เรือกัน.
กันกง ก. ล้อมวง, กันรอบ.
กันชน น. เครื่องป้องกันการกระทบกระแทกด้านหน้าและ
ด้านหลังรถยนต์, เรียกประเทศที่กั้นอยู่ระหว่างดินแดนของ ๒ ประเทศ
เพื่อมิให้พิพาทกันในเรื่องดินแดนและผลประโยชน์ว่า ประเทศกันชน.
กันชีพ น. สายห้อยใช้สะพายเฉวียงบ่า ๒ ข้าง หรือข้างเดียว.
กันแซง ๑ น. กองทําหน้าที่แซงในพยุหยาตรา, คู่กันกับ กันแทรก
คือ กองทําหน้าที่แทรกทั้งนี้เพื่อป้องกันจอมทัพ.
กันแดด น. ชื่อหมวกชนิดหนึ่ง ทรงคลุ่ม มีปีกแข็งโดยรอบ
โครงทำด้วยไม้ก๊อกหรือไม้ฉำฉาหรือไม้โสน หุ้มด้วยผ้า, หมวกกะโล่
ก็เรียก. ว. ที่ลดความเข้มของแสง เช่น แว่นกันแดด หมวกกันแดด.
กันตัว ก. ป้องกันตัว, รักษาตัว.
กันท่า (ปาก) ก. แสดงกิริยาอาการขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นกระทําการ
อย่างใดอย่างหนึ่งได้สะดวก.
กันแทรก [-แซก] น. กองทําหน้าที่แทรก เพื่อป้องกันจอมทัพ,
คู่กันกับ กันแซง.
กันพิรุณ น. กรรภิรมย์.
กันสาด น. เพิงที่ต่อชายคาสําหรับกันฝน, บังสาด ก็เรียก.
กัน ๔ก. โกนให้เป็นเขตเสมอ เช่น กันคิ้ว กันคอ กันหน้า. (ข. กาล่).
กั่น ๑น. ส่วนที่ถัดจากโคนอาวุธหรือเครื่องมือเป็นต้น
สําหรับหยั่งลงไปในด้าม.
กั่น ๒(ถิ่น-พายัพ) ก. ดุ.
กั้นก. กีดขวางหรือทําสิ่งกีดขวางเพื่อบัง คั่น หรือกันไว้ไม่ให้เข้ามา
เช่น กั้นกลด ภูเขากั้นเขตแดน กั้นถนน.
กั้นกาง ก. กางแขนออกขวางทางไว้, โดยปริยายหมายถึง
ทําอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการขัดขวางเพื่อไม่ให้ไปดังประสงค์.
กันเกรา[-เกฺรา] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ชนิด Fagraea fragrans
Roxb. ในวงศ์ Gentianaceae ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะทั่วไปในป่าดิบ
ใบสีเขียวแก่ ค่อนข้างหนา ยาวราว ๕-๗ เซนติเมตร ดอกดก
สีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หอมมาก ออกเป็นช่อคล้ายช่อดอกเข็ม
ผลเท่าเมล็ดถั่วลันเตา เมื่อสุกสีแดง เนื้อไม้สีเหลืองละเอียด แน่น
เป็นมัน แข็งและทนทาน นิยมใช้ในการก่อสร้างต่าง ๆ, ตําเสา
หรือ มันปลา ก็เรียก.
กันไกร, กันไตร[-ไกฺร,-ไตฺร] ดู กรรไตร.
กันฉิ่งดู กรรชิง.
กันชิงน. กรรชิง.
กันเชอน. ภาชนะสานคล้ายกระจาดขนาดเล็ก แต่สูงกว่า ก้นสอบ
ปากกว้าง ใช้กระเดียด, กระเชอ ก็เรียก.
กั้นซู่(โบ) น. เครื่องจับปลาชนิดหนึ่ง กล่าวกันว่ามีลักษณะเหมือนถุง
อย่างเดียวกับโพงพาง หรือเป็นไม้ซึ่งปักเป็นปีกของเครื่องมือประจําที่
ซึ่งเรียก กั้นซู่รั้วไซมาน หรือ ซู่กั้นรั้วไซมาน.
กันแซง ๑ดูใน กัน ๓.
กันแซง ๒น. กระแชง เช่น หลังคากันแซง. (พงศ. ร. ๓/๘).
กันดอง(โบ) น. ถ่องแถว เช่น เทเพนทรพฤกษนุกันดอง. (กล่อมช้างของเก่า).
กันดาร[-ดาน] ว. อัตคัด, ฝืดเคือง, เช่น กันดารข้าว กันดารน้ำ, ลําบาก,
แห้งแล้ง, คํานี้มักใช้แก่เวลา ท้องที่ หรือถิ่นที่มีลักษณะเช่นนั้น
เช่น คราวกันดาร ทางกันดาร ที่กันดาร. น. ป่าดง, ทางลําบาก.
(ป. กนฺตาร).
กันดาล[-ดาน] น. กลาง, ท่ามกลาง, เช่น ในกันดาลท้าวทงงหลายผู้ก่อนน้นน.
(ม. คําหลวง ทศพร). (ข. กณฺฎาล).
กันไดน. หลักฐานที่ยึดถือ เช่น กรมธรรม์กันได. (กฎหมาย เล่ม ๒).
กันต์ก. ตัด, โกน, เช่น เกศากันต์ (ตัดผม, โกนผม); ยินดี, พอใจ,
เช่น สุนทรกันต์ มุทุกันต์. ว. น่าใคร่, น่าพอใจ, งดงาม,
เช่น กันตาภิรมย์ หมายถึง ยินดียิ่งในสิ่งที่น่าพอใจ.
กันตังน. ชื่อไม้ต้นมีใบคัน. (พจน. ๒๔๙๓).
กันไตร[-ไตฺร] น. กรรไตร.
กันทร[-ทอน] (แบบ) น. ถ้า, ซอกเขา (ที่เป็นเองหรือช่างทําขึ้น). (ป., ส.).
กันทรากร[-ทะรากอน] (แบบ) น. ภูเขา. (ป., ส.).
กันทะ(โบ) น. กระทะ เช่น จึ่งตั้งโลหะกันทะโดยตบะบนเส้าโขมดผี
ให้ประโคมแล้วโหมอัคคี มาลีธูปเทียนบูชา. (รามเกียรติ์ ร. ๒
ตอนศึกไมยราพณ์).
กั้นบังน. ว่านกั้นบัง. (ดู กําบัง ๓).
กันภัย, กันภัยมหิดลน. ชื่อไม้เถาชนิด Afgekia mahidolae Burtt et Chermsir.
ในวงศ์ Leguminosae พบทางจังหวัดกาญจนบุรี ใบเป็นใบประกอบ
ช่อหนึ่งมีใบย่อยหลายใบ ด้านล่างของใบมีขนสีน้ำตาล ดอกเป็นช่อตั้ง
สีขาวปนม่วง ฝักสั้นป้อมแบน ๆ ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อเฉลิม
พระเกียรติแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี.
กันภิรมย์ดู กรรภิรมย์.
กันเมียงน. เด็ก, โบราณเขียนเป็น กันมยง เช่น แลเด็กหญิงถ่าวชาววยงก็ดี
อันกันมยงทักแท่ให้แต่งแง่ดูงาม. (ม. คําหลวง ทศพร).
(ข. เกฺมง = เด็ก).
กันย์น. สาวรุ่น, สาวน้อย; ชื่อกลุ่มดาวรูปหญิงสาว เรียกว่า ราศีกันย์
เป็นราศีที่ ๕ ในจักรราศี.
กันยาน. สาวรุ่น, สาวน้อย. (ส.; ป. ก?ฺ?า).
กันยายน น. ชื่อเดือนที่ ๙ ตามสุริยคติ ซึ่งเริ่มด้วยเดือนมกราคม
มี ๓๐ วัน, (เลิก) ชื่อเดือนที่ ๖ ตามสุริยคติซึ่งเริ่มด้วยเดือนเมษายน.
(ส. กนฺยา = นางงาม, นางสาวน้อย + อายน = มา = เดือนที่อาทิตย์
มาสู่ราศีกันย์).
กันลง, กันลอง ๑น. แมลงภู่ เช่น กันลงกันลึงคลึงคนธ์. (ม. คําหลวง จุลพน). (ข. กนฺลง่);
ของที่เหลือ, มูลฝอย; การกบฏ, การบุกรุก.
กันลอง ๒ก. กระโดด, ข้าม, ผ่าน. ว. เลิศ, ยิ่ง; ล่วง, พ้น,
เช่น มหาโพยมกันลอง. (กล่อมช้างของเก่า). (ข. กนฺลง).
กันลึง(โบ) ก. จับ เช่น กันลงกันลึงคลึงคนธ์. (ม. คําหลวง จุลพน).
กันแสง(ราชา) ก. ร้องไห้, ราชาศัพท์ใช้ว่า ทรงพระกันแสง หรือ
ทรงกันแสง. (ข. กนฺแสง ว่า ผ้าเช็ดปาก, ผ้าเช็ดมือ, ผ้าเช็ดหน้า).
กั้นหยั่นน. มีดปลายแหลม มีคม ๒ ข้าง ส่วนของใบมีดตั้งแต่กั่นถึงปลาย
ใหญ่เท่ากัน เป็นอาวุธ ใช้เหน็บเอว, จีนใช้เป็นเครื่องหมายกันจัญไร
เช่นในรูปสิงโตคาบกั้นหยั่น.
กันเอาว. กรรเอา, กลมกล่อม, เช่น สรวญเสียงกันเอาเอา
มโนเทพรังรักษ์. (อนิรุทธ์).
กับ ๑น. เครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง มีลิ้นหรือไก เมื่อไปกระทบเข้าก็จะปิด
หรืองับทันที, โดยปริยายหมายถึงอุบายที่ใช้ล่อให้หลงเชื่อ.
กับระเบิด น. วัตถุระเบิดที่วางดักไว้ เมื่อไปเหยียบหรือกระทบเข้า
ก็จะระเบิดทันที.
กับ ๒เป็นคําที่เชื่อมคําหรือความเข้าด้วยกัน มีความหมายว่า รวมกันหรือ
เกี่ยวข้องกัน เช่น ฟ้ากับดิน กินกับนอน หายวับไปกับตา.
กับ ๓ลักษณนามเรียกใบลานซึ่งจัดเข้าแบบสําหรับ
จารหนังสือประมาณ ๘๐๐ ใบ.
กับ ๔, กับข้าวน. อาหารซึ่งปรกติใช้กินพร้อมข้าว.
กับแก้ ๑(ถิ่น-พายัพ) น. ชื่อไม้ล้มลุกไร้ดอกชนิด Selaginella argentea
(Wall. ex Hook. et Grev.) Spring ในวงศ์ Selaginellaceae
ใช้ทำยาได้ ใบอ่อนใช้เป็นผัก, พ่อค้าตีเมีย ก็เรียก.
กับแก้ ๒(ถิ่น-อีสาน) น. ตุ๊กแก. (ดู ตุ๊กแก ๑).
กับแกล้ม[-แกฺล้ม] น. ของกินกับเหล้า, แกล้ม ก็ว่า.
กับบุเรศ[-เรด] (แบบ; กลอน) น. การบูร เช่น กับบุเรศสมุลแว้งก็มี.
(ม. คําหลวง มหาพน). (ป. กปฺปุร).
กัป[กับ] น. อายุของโลกตั้งแต่เมื่อพระพรหมสร้างเสร็จ
จนถึงเวลาที่ไฟประลัยกัลป์มาล้างโลก, บางทีใช้เข้าคู่กับคํา กัลป์
เช่น ชั่วกัปชั่วกัลป์ นานนับกัปกัลป์พุทธันดร. (ป. กปฺป; ส. กลฺป).
(ดู กัลป-, กัลป์).
กัปตันน. นายเรือ. (อ. captain).
กัปนก[กับปะหฺนก] (แบบ) ว. กําพร้า, น่าสงสาร,
เช่น อันว่าพราหมณชรา ชีณกัปนก. (ม. คําหลวง ชูชก).
(ป. กปณก).
กัปบาสิก, กัปปาสิก(แบบ) ว. อันทอด้วยฝ้าย. (ดู กรรบาสิก).
กัปปิย- , กัปปิยะ[กับปิยะ] ว. สมควร. (ป.).
กัปปิยการก [-การก] น. ผู้ปฏิบัติภิกษุในเรื่องปัจจัย ๔ คือ
จีวร อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค.
กัปปิยภัณฑ์ น. สิ่งของที่ควรแก่ภิกษุ ได้แก่ ปัจจัย ๔ คือ
จีวร อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และสิ่งอื่น ๆ เช่น ร่ม รองเท้า.
กัปปิยโวหาร น. โวหารที่ควรแก่ภิกษุ เช่น เรียกเงินตรา ว่า
กัปปิยภัณฑ์, ถ้อยคําสํานวนที่เหมาะแก่กาลเทศะ.
กัปปีย์[กับปี] (ปาก) น. กับข้าว (ใช้เฉพาะภิกษุสามเณร),
มักใช้เข้าคู่กับ จังหัน ว่า กัปปีย์จังหัน.
กัมบน[กําบน] (แบบ) ก. หวั่นไหว, กําบน ก็ว่า. (ป. กมฺปน).
(ม. คําหลวง กุมาร, หิมพานต์).
กัมป- , กัมปน- [กําปะ-, กําปะนะ-] น. การหวั่นไหว, แผ่นดินไหว. (ป., ส.).
กัมปนาการ น. อาการคือการหวั่นไหว. (ป.).
กัมปนาท น. เสียงสนั่นหวั่นไหว. (ป. กมฺป + นาท).
กัมประโดน. ผู้ทําหน้าที่หาลูกค้าให้บริษัทหรือธนาคาร. (โปรตุเกส).
กัมปี(แบบ) ก. ไหว เช่น อันว่ามหาปรัตพีผืนผไทแท่น
แผ่นผเทศมณฑล สกลกัมปี ดุจครวีไหวหว่นนป่นนไปมาเมื่อน้นน.
(ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ป., ส. กมฺป)
กัมพล[กํา-] (แบบ) น. ผ้าทอด้วยขนสัตว์. (ป.).
กัมพุช ๑, กัมพุช-[กําพุด, กําพุดชะ-] น. แคว้นเขมร, (โบ) ชื่อแคว้นหนึ่งทาง
ตอนเหนือของอินเดีย, กัมโพช ก็ใช้.
กัมพุชพากย์ น. ภาษาเขมร.
กัมพุช ๒น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.
กัมพู(แบบ) น. หอยสังข์; ทอง เช่น กัมพูหุ้มพู่พรรณจามรี. (บุณโณวาท),
ทองสุคนธ์ปนสุวรรณ์กัมพู. (รามเกียรติ์ ร. ๒), (โบ) เขียนเป็น กําพู
กําภู ก็มี. (ป., ส. กมฺพุ).
กัมพูชาน. ชื่อประเทศเขมร.
กัมโพช[กําโพด] น. แคว้นเขมร, (โบ) ชื่อแคว้นหนึ่งทางตอนเหนือของอินเดีย,
กัมพุช ก็ใช้.
กัมมัชวาต[กํามัดชะวาด] (แบบ) น. กรรมชวาต, ลมเบ่ง. (ป.).
กัมมัฏฐานดู กรรมฐาน.
กัมมันตภาพรังสี[กํามันตะ-] น. การเสื่อมสลายโดยตัวเองของนิวเคลียสของอะตอม
ที่ไม่เสถียร เป็นผลให้ได้อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา รังสีแกมมา
ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีช่วงคลื่นสั้นมากและมีพลังงานสูง
ทั้งหมดนี้พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงมาก ในบางกรณีอาจมี
พลังงานความร้อนและพลังงานแสงเกิดตามมาด้วย เช่น
การเสื่อมสลายของนิวเคลียสของธาตุเรเดียมไปเป็นธาตุเรดอน.
(อ. radioactivity).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒