ขะยุกก. ดันเข้าไปทีละน้อย ๆ; ยุหรือหนุนส่ง.
ขะเย้อแขย่ง[-ขะแหฺย่ง] ก. กระเย้อกระแหย่ง, เขียนเป็น เขย้อแขย่ง ก็มี.
ขะแยะก. ตําเบา ๆ, ตําแซะ ๆ; เอาไหล่กระแทกเข้าไป.
ขัค ๑[ขัก] น. แรด เช่น พยัคฆขัคศฤงคาล. (สรรพสิทธิ์). (ป. ขคฺค; ส. ขฑฺค).
ขัค ๒(แบบ) น. ขรรค์ เช่น สุรขัคอนันต์. (สมุทรโฆษ). (ป. ขคฺค; ส. ขฑฺค).
ขังก. ให้อยู่ในที่ล้อมเช่นกรง คอก หรือเล้า เป็นต้น, ให้อยู่ในที่ซึ่งกันไว้
เช่น ขังนํ้า; (กฎ) กักขังจําเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล.
ขังข้อ ก. ตัดกระบอกไม้ไผ่เป็นต้นให้มีข้อติดอยู่ข้างหนึ่ง.
ขังปล้อง ว. ลักษณะกระบอกที่ตัดให้มีข้อติดอยู่ทั้ง ๒ ข้าง โดยฝาน
ข้าง ๆ ทั้ง ๒ ข้างให้เป็นขาแล้วผ่าตลอดด้านหนึ่งเพื่อทําเป็นตะขาบเป็นต้น.
ขังหน่วย ว. เรียกนํ้าตาที่ปริ่มอยู่ที่ขอบตาเมื่อร้องไห้ว่า นํ้าตาขังหน่วย,
น้ำตาคลอหน่วย หรือ น้ำตาล่อหน่วย ก็ว่า.
ขังขอกน. ชาวเมือง.
ขัช, ขัชกะ[ขัด, ขัดชะกะ] (แบบ) น. อาหารควรเคี้ยว เช่น ตั้งขัชกโภชนาหาร.
(ม. ร่ายยาว ชูชก). (ป. ขชฺช, ขชฺชก).
ขัณฑ-[ขันทะ-] น. ภาค, ตอน, ท่อน, ส่วน, ก้อน, ชิ้น. (ป., ส. ขณฺฑ).
ขัณฑสกร [ขันทดสะกอน] (โบ) น. นํ้าตาลกรวด, เครื่องยาไทย
อย่างหนึ่งคล้ายนํ้าตาลกรวด, นํ้าตาลชนิดหนึ่งเชื่อกันว่าเกิดที่ใบบัว,
เช่น เมื่อเวลาพุ่มไม้มีดอกออกตระการบานเต็มที่พร้อมฤดู เสาวคนธรสเรณู
โรยร่วงลงบนใบอุบลซึ่งลอยลาดดาดาษอยู่บนหลังน้ำ เมื่อล่วงเวลากาล
ก็ก่อเกิดโอชะวิเศษหวานเป็นมธุรส มีนามกำหนดเรียกว่า โบกขรมธุ?
ผู้เรียนรู้ลุในตำราแพทยศาสตร์ ย่อมสืบเสาะแสวงหามาประกอบใช้ในการ
โอสถ มีนามปรากฏเรียกว่า ขัณฑสกร. (ม. ร่ายยาว จุลพน). (ป. ขณฺฑสกรา;
ส.ขณฺฑศรฺกรา).
ขัณฑสีมา น. เขตแดน, เขตแดนส่วนหนึ่ง ๆ. (ป., ส.).
ขัด ๑ก. ให้ติดขวางไว้ไม่ให้หลุดออก เช่น ขัดกระดุม ขัดกลอน; เหน็บ เช่น
ขัดกระบี่; ไม่ทําตาม, ฝ่าฝืน, ขืนไว้, เช่น ขัดคําสั่ง; แย้งกัน, ไม่ลงรอยกัน.
ขัดขวาง ก. ทําให้ไม่สะดวก, ทําให้ติดขัด.
ขัดข้อง ก. ไม่ยอมให้ทํา, ไม่ตกลงด้วย, ติดขัด.
ขัดขา ก. จงใจขัดขวางเพื่อไม่ให้ทำได้สะดวก, ขัดแข้งขัดขา ก็ว่า; แทน
ชั่วคราว เป็นการแก้ขัดในการเล่นไพ่เป็นต้น, คานขา หรือ คันขา ก็ว่า.
ขัดขืน ก. ไม่ประพฤติตาม, ไม่ทําตาม.
ขัดเขมร ก. ถกเขมร เช่น ทะเลาะกูกําหมัดขัดเขมร. (ดึกดําบรรพ์).
ขัดเขิน ก. กระดากอาย.
ขัดแข็ง ก. ไม่อ่อนน้อม.
ขัดแข้งขัดขา ก. จงใจขัดขวางเพื่อไม่ให้ทำได้สะดวก, ขัดขา ก็ว่า.
ขัดคอ ก. พูดแย้งขวางเข้ามา, ไม่ให้ทําได้โดยสะดวก.
ขัดเคือง ก. โกรธเพราะถูกขัดใจเป็นต้น.
ขัดแค้น ก. โกรธเจ็บใจอยู่ไม่หาย.
ขัดจังหวะ ก. แทรกเข้ามาในระหว่างร้องรํา; ขวางเข้ามาเพื่อไม่ให้
ทําหรือพูดได้สะดวก.
ขัดใจ ก. โกรธเพราะทําไม่ถูกใจ, ไม่ยอมให้ทําตามใจ.
ขัดดอก (โบ) ก. ส่งลูกหรือเมียให้รับใช้แทนส่งดอกเบี้ย.
ขัดตะหมาด (ปาก) ว. เรียกท่านั่งคู้เข่าทั้ง ๒ ข้างให้แบะลงที่พื้น
แล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า ว่า นั่งขัดตะหมาด.
ขัดตา ก. ดูไม่ถูกตา, ดูไม่เหมาะตา, ขัดนัยน์ตา ขัดลูกตา หรือ
ขัดลูกหูลูกตา ก็ว่า.
ขัดตาทัพ ก. ยกทัพไปตั้งชั่วคราว กันไม่ให้ข้าศึกรุกลํ้าเข้ามา; (ปาก)
แก้ไขไปพลาง ๆ ก่อน.
ขัดตำนาน ก. สวดบทนําเป็นทํานองก่อนสวดมนต์.
ขัดแตะ ก. เรียกเรือนที่มีฝาเอาไม้ไผ่ซีกสอดขัดกับลูกตั้งว่า เรือน
ฝาขัดแตะ.
ขัดนัยน์ตา, ขัดลูกตา, ขัดลูกหูลูกตา ก. ขัดตา.
ขัดบท ก. แทรกเข้ามาเมื่อเขาพูดยังไม่จบเรื่อง, ใช้เลือนมาเป็น
ขัดคอ ก็มี.
ขัดเบา ก. ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก.
ขัดยอก ก. เคล็ดและรู้สึกเจ็บปวด.
ขัดแย้ง ก. ไม่ลงรอยกัน.
ขัดลาภ ก. ทําให้ไม่ได้รับสิ่งที่จะพึงได้, ทําให้ไม่มีโชค.
ขัดลำ ก. อาการที่กระสุนปืนค้างติดในลำกล้อง.
ขัดลำกล้อง (ปาก) ก. ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก (ใช้แก่ผู้ชาย).
ขัดสมาธิ [ขัดสะหฺมาด] ว. นั่งคู้เข่าทั้ง ๒ ข้างให้แบะลงที่พื้นแล้วเอา
ขาไขว้กันทับฝ่าเท้า, ถ้าเอาขาซ้อนทับกันเรียกว่า ขัดสมาธิสองชั้น,
ถ้าเอาขาขวาทับขาซ้าย เรียกว่า ขัดสมาธิราบ, ถ้าเอาฝ่าเท้าทั้ง ๒ ข้างขึ้น
ข้างบน เรียกว่า ขัดสมาธิเพชร, ขัดสมาธิราบและขัดสมาธิเพชรนั้น เป็น
ท่าพระพุทธรูปนั่ง. น. ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่ง อยู่ในพระอิริยาบถ
นั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้ง ๒ วางซ้อนกันบนพระเพลา พระหัตถ์ขวา
ทับพระหัตถ์ซ้าย.
ขัดหนัก ก. ถ่ายอุจจาระไม่ค่อยออก.
ขัดห้าง ก. ทําที่พักบนต้นไม้ในป่าชั่วคราวสําหรับคอยเฝ้าดูเหตุการณ์
หรือดักยิงสัตว์เป็นต้น.
ขัดหู ก. ฟังไม่ถูกหู, ฟังไม่เพราะหู.
ขัด ๒ก. ถูให้เกลี้ยง, ถูให้ผ่องใส, ถูให้ขึ้นเงา, เช่น ขัดขี้ไคล ขัดพื้น.
ขัดเกลา ก. ทําให้เกลี้ยงเกลา, ทําให้เรียบร้อย, อบรมพรํ่าสอน,
เช่น ขัดเกลานิสัย.
ขัด ๓ก. ไม่ใคร่จะมี, ฝืดเคือง, ไม่คล่อง, ไม่เป็นปรกติ.
ขัดสน ว. ฝืดเคือง, อัตคัด, ขาดแคลน; ลําบาก.
ขัด ๔(โบ; กลอน) ก. คาด เช่น มีพิกัดขัดค่าเป็นราคาน้อยมาก.
(ม. ร่ายยาว มหาราช).
ขัดมอนดู หญ้าขัด.
ขัดมอนตัวผู้ ดู หญ้าขัดหลวง ที่ หญ้าขัด.
ขัดมอนหลวง ดู หญ้าขัดหลวง ที่ หญ้าขัด.
ขัตติย-[-ยะ-] น. พระเจ้าแผ่นดิน. (ป.).
ขัตติยมานะ น. การถือตัวว่าเป็นกษัตริย์หรือเชื้อสายกษัตริย์.
ขัน ๑น. ภาชนะสําหรับตักหรือใส่นํ้า มีหลายชนิด.
ขันข้าวบาตร น. ขันเชิงสำหรับใส่ข้าวตักบาตร.
ขันเชิง น. ขันชนิดที่มีเชิง.
ขันน้ำพานรอง น. ขันนํ้าที่มีพานรองรับ.
ขันลงหิน น. ขันที่ทำด้วยโลหะผสมทองแดงกับดีบุก แล้วขัดให้เป็นมัน.
ขันสาคร น. ขันขนาดใหญ่ทำด้วยโลหะผสม ได้แก่ สัมฤทธิ์ ทองเหลือง
ตัวขันเป็นทรงลูกมะนาวตัด ก้นขันมีเชิง ข้างขันทำเป็นรูปหน้าสิงโตปาก
คาบห่วงซึ่งใช้เป็นหูหิ้วข้างละหู ใช้บรรจุน้ำสำหรับทำน้ำมนต์หรือสำหรับ
ผู้มีบรรดาศักดิ์ใช้อาบ.
(รูปภาพ ขันสาคร)
ขันเหม น. ขันชนิดที่เล็กกว่าขันเชิงเล็กน้อย ใส่ข้าวสารไว้ในขันสำหรับ
ปักแว่นเวียนเทียน.
ขัน ๒ก. ทำให้ตึงหรือให้แน่นด้วยวิธีหมุนกวดเร่งเข้าไป เช่น ขันชะเนาะ
ขันเกลียว. ว. แข็งแรง, กล้าหาญ, เช่น กูนี้คนขัน จะขามคนใด.
(สมุทรโฆษ).
ขันกว้าน [-กฺว้าน] ก. ฉุดด้วยกว้าน.
ขันชะเนาะ ก. บิดลูกชะเนาะให้ตึง.
ขันต่อ ก. กล้าต่อ. (กฎ) น. การต่อรองซึ่งได้เสียกันโดยอาศัย
เหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอนเป็นข้อแพ้ชนะ.
ขันสมอ [-สะหฺมอ] ก. หมุนเครื่องเอาสมอขึ้น.
ขันสู้ ก. แข่งเข้าสู้, กล้าสู้.
ขันอาสา ก. เสนอตัวเข้ารับทําโดยเต็มใจ, กล้าอาสา.
ขัน ๓ก. อาการร้องอย่างหนึ่งของไก่หรือนกบางชนิด เฉพาะในตัวผู้ เช่น
ไก่ ไก่ฟ้า นกเขา ใช้เป็นสัญญาณติดต่อสื่อสารในสัตว์ประเภทเดียวกัน
จะร้องมากในระหว่างฤดูผสมพันธุ์ หรือในเวลาจำเพาะเช่นเช้าตรู่.
ขัน ๔ก. หัวเราะ, นึกอยากหัวเราะ. ว. น่าหัวเราะ, ชวนหัวเราะ, ขบขัน ก็ว่า.
ขัน ๕ดู คัน ๓.
ขั้นน. ชั้นที่ทําลดหลั่นกันเป็นลําดับ เช่น ขั้นบันได; ลําดับ, ตอน,
เช่น ในขั้นนี้.
ขันแข็งว. อย่างเอาจริงเอาจัง เช่น ขยันขันแข็ง รับปากขันแข็ง.
ขันติ, ขันตีน. ความอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่พอใจ, ความอดทน. (ป. ขนฺติ = ความอดทน
เป็นบารมี ๑ ในบารมี ๑๐.
ขันโตก(ถิ่น-พายัพ) น. ภาชนะทําด้วยไม้กลึง ไม้ไผ่สาน หวาย หรืออย่าง
เครื่องเขิน ส่วนบนลักษณะคล้ายถาด ส่วนล่างเป็นตีนลักษณะเป็น
วงแหวนมีขนาดเล็กกว่าถาดส่วนบน โดยมีซี่ไม้ลูกมะหวดประมาณ
๖ ซี่ปักที่ตีนค้ำถาดไว้ ใช้สำหรับใส่อาหารเป็นต้น, โตก หรือ สะโตก
ก็ว่า, ลักษณนามว่า ใบ หรือ ลูก.
ขันทองพยาบาท[-พะยาบาด] น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Suregada multiflorum
(A. Juss.) Baill. ในวงศ์ Euphorbiaceae สูง ๕-๘ เมตร ใบรี หนา
ด้านบนสีเขียวแก่เป็นมัน ผลกลมมี ๓ พู ขนาดกว้างประมาณ ๒.๕
เซนติเมตร ใช้ทํายาได้.
ขันทีน. ชายที่ถูกตอน บางประเทศทางเอเชียสมัยโบราณใช้สําหรับ
ควบคุมฝ่ายใน.
ขันธ์น. ตัว, หมู่, กอง, พวก, หมวด, ส่วนหนึ่ง ๆ ของรูปกับนามที่แยก
ออกเป็น ๕ กอง คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเรียกว่า
ขันธ์ ๕ หรือ ขันธ์ทั้ง ๕. (ป.; ส. สกนฺธ).
ขันธาวาร[-ทาวาน] (แบบ) น. ค่าย, กองทัพ, เช่น เสด็จถึงขันธาวารประเทศ.
(ม. ร่ายยาว นครกัณฑ์). (ป.).
ขันหมาก ๑น. ขันใส่หมากพลูเป็นต้นซึ่งเชิญไปพร้อมกับของอื่น ๆ ในพิธีหมั้น
หรือแต่งงาน เป็นเครื่องคํานับผู้ปกครองฝ่ายหญิง.
ขันหมาก ๒น. ชื่อว่านชนิดหนึ่ง ต้นเหมือนจําปา รากเป็น ๓ แง่ ดอกเหมือนบอน
ลูกเหมือนแตงกวา. (กบิลว่าน).
ขันหมาก ๓(โบ; ราชา) น. เรียกพานใส่หมากพลูของพระเจ้าแผ่นดินว่า
พานพระขันหมาก หรือ พระขันหมาก, พานพระศรี ก็ว่า.
ขับ ๑ก. ต้อนให้ไป, บังคับให้ไป, ไล่; ไล่ตาม; บังคับให้เคลื่อนไปได้ เช่น
ขับเกวียน ขับรถม้า, สามารถบังคับเครื่องยนต์ ให้ยานพาหนะเคลื่อนที่
ไปได้ เช่น ขับรถ ขับเรือ; บังคับให้ออก เช่น ขับปัสสาวะ; ประชดอย่าง
ล้อ, พูดล้อเพื่อสนุก.
ขับขัน ว. คับขัน.
ขับขี่ ว. (ปาก) เรียกใบอนุญาตให้ขับรถได้ว่า ใบขับขี่, (กฎ) ใช้ว่า
ใบอนุญาตขับขี่. ก. สามารถบังคับเครื่องยนต์ให้ยานพาหนะ
เคลื่อนที่ไปได้.
ขับเคลื่อน ก. ผลักหรือดันให้ไปด้วยแรงดันไอนํ้าหรือกังหันเป็นต้น.
ขับเคี่ยว ก. เร่งรัด, ต่อสู้หรือแข่งขันกันไปจนถึงที่สุด หรือจนแพ้ชนะ
ไปข้างหนึ่ง.
ขับถ่าย ก. รุหรือระบายสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากร่างกาย.
ขับไล่ไสส่ง ก. ไล่ไปอย่างไม่มีเยื่อใย, ขับไสไล่ส่ง ก็ว่า.
ขับพล ก. ยกทัพ, เคลื่อนกองทัพเข้าโจมตีข้าศึก.
ขับ ๒ก. ร้องเป็นทํานอง เช่น ขับกล่อม ขับเสภา.
ขับซอ (ถิ่น) ก. ร้องเพลงโดยมีดนตรีประกอบ เช่น ขับซอยอยศอ้าง
ฦๅลูกกษัตริย์เจ้าช้าง ชื่นแท้ใครเทียมเทียบนา. (ลอ).
ขับไม้ น. การเล่นดนตรีอย่างหนึ่ง มีคนเล่น ๓ คนด้วยกัน คนหนึ่ง
ขับร้องลํานํา คนหนึ่งสีซอ ๓ สายประสานเสียง คนหนึ่งไกวบัณเฑาะว์
ให้จังหวะ; ชื่อคําประพันธ์ชนิดหนึ่ง ใช้โคลงกับกาพย์สุรางคนางค์สลับกัน.
ขับไม้บัณเฑาะว์ [-บันเดาะ] น. วิธีบรรเลงอย่างหนึ่ง; ชื่อเพลงไทยชนิดหนึ่ง.
ขับร้อง ก. ร้องเพลง.
ขัย[ไข] น. ความสิ้นไป, เขตอายุของคนที่นิยมกันว่าสูงสุด เรียกว่า
อายุขัย. (ป. ขย; ส. กฺษย).
ขัว(ถิ่น; กลอน) น. สะพาน.
ขั้วน. ส่วนที่ต่อของก้านดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และอื่น ๆ.
ขั้วกระจก น. จุดกึ่งกลางของผิวกระจกโค้งทรงกลม.
ขั้วบวก น. ขั้วไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าอีกขั้วหนึ่ง.
ขั้วแม่เหล็ก น. บริเวณที่ตัวแท่งแม่เหล็กซึ่งมีแรงแม่เหล็กมากที่สุด
โดยปรกติบริเวณดังกล่าวจะอยู่ใกล้ปลายทั้ง ๒ ของแท่งแม่เหล็ก,
ถ้าชี้ไปทางทิศเหนือ เรียกว่า ขั้วเหนือ ถ้าชี้ไปทางทิศใต้ เรียกว่า ขั้วใต้.
ขั้วแม่เหล็กโลก น. เรียกบริเวณที่มีแรงแม่เหล็กโลกมากที่สุดทาง
ซีกโลกเหนือและใต้ว่า ขั้วแม่เหล็กโลกเหนือ ขั้วแม่เหล็กโลกใต้.
ขั้วลบ น. ขั้วไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าตํ่ากว่าอีกขั้วหนึ่ง.
ขั้วโลก น. เรียกบริเวณปลายสุดของแกนโลกเหนือและใต้ที่มีละติจูด
๙๐ องศาเหนือว่า ขั้วโลกเหนือและที่มีละติจูด ๙๐ องศาใต้ว่า ขั้วโลกใต้.
ขา ๑น. อวัยวะตั้งแต่ตะโพกถึงข้อเท้า สําหรับยันกายและเดินเป็นต้น
(ไทยถิ่นอื่น ขา หมายความตั้งแต่ตะโพกถึงเข่า); สิ่งของซึ่งมีลักษณะ
คล้ายขาสําหรับยันหรือรองรับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ขาตั้ง;
เรียกส่วนที่ยื่นออกไปจากส่วนใหญ่เหมือนรูปขา เช่น ขากางเกง.
ขากบ น. ขาของว่าวจุฬา.
ขากรรไกร [-กันไกฺร] น. กระดูกต้นคางที่อ้าขึ้นอ้าลง มีลักษณะอย่าง
กรรไกร, ขากรรไตร หรือ ขาตะไกร ก็ว่า.
ขากรรไตร น. ขากรรไกร.
ขากอม [-กอม] ว. ขาโก่ง.
ขาไก่ ๑ น. เรียกขนมปังกรอบค่อนข้างแข็ง ขนาดโตเท่านิ้วหัวแม่มือ
ยาวประมาณ ๘ นิ้ว ว่า ขนมปังขาไก่.
ขาขวิด ว. อาการที่เดินสะดุดขาตัวเองเพราะอายหรือรีบร้อน เรียกว่า
เดินขาขวิด.
ขาตะเกียบ น. ขาคนที่ลีบเล็ก.
ขาตะไกร น. ขากรรไกร.
ขาทราย น. ไม้ ๒ อันผูกหรือร้อยปลายให้อ้าออกเป็นง่ามสําหรับ
รับหรือคํ้าของ.
ขานกยาง ๑ น. ปืนโบราณที่ตั้งยิงบนขาคํ้า; เรียกตรวนที่มีลูกย่าง
๒ อันว่า ตรวนขานกยาง.
ขาพับ น. ส่วนของขาที่พับได้อยู่หลังเข่า.
ขาม้า น. ครีบคู่ที่อยู่ตรงอกปลา, ตะเกียบ ก็เรียก.
ขาลาก ว. อาการที่เดินยกขาไม่ขึ้น.
ขาสิงห์ น. ขาโต๊ะ ตั่ง หรือตู้เป็นต้นที่ออกแบบให้คล้ายขาของสิงห์.
ขาหนีบ น. บริเวณโคนขาด้านหน้าตรงส่วนที่ต่อกับลำตัว.
ขาหมา น. ไม้ ๒ อันที่ทำเป็นขาไขว้กัน ใช้วางบนหลังช้าง สำหรับนั่ง
บรรทุกของ หรือลากไม้.
ขาหยั่ง [-หฺยั่ง] น. ไม้ ๓ อันผูกปลายรวมกันและกางออกไป สําหรับตั้ง
หรือห้อยของต่าง ๆ.
ขาอ่อน น. ส่วนหลังของขานับตั้งแต่โคนขาถึงขาพับ.
ขา ๒น. พวก, ฝ่าย, เช่น ขานักเลง ขาเจ้าชู้; เรียกผู้ร่วมเล่นการพนันเช่นไพ่
ว่า ขา; คราว, เที่ยว, เช่น ขากลับ ขาเข้า ขาออก; (โบ) สลึง, ใช้เฉพาะ
ราคาทองคำที่คิดเป็นราคาเงินบาท เศษที่เป็นสลึงเรียกว่า ขา เช่น
ทองคำหนัก ๑ บาท เป็นราคาเงิน ๘ บาท ๒ สลึง เรียกว่า ทองเนื้อแปด
สองขา ถ้าเป็นราคาเงิน ๘ บาท ๓ สลึง เรียกว่า ทองเนื้อแปดสามขา
ขาจร [-จอน] น. ลูกค้าที่ไม่ใช่ขาประจำ.
ขาประจำ น. ลูกค้าที่ติดต่อสม่ำเสมอ.
ขาไพ่ น. ผู้ร่วมเล่นการพนันไพ่, ลักษณนามว่า ขา.
ขาใหญ่ (ปาก) น. นักเลงผู้มีอิทธิพล, นักโทษหรือผู้กักขังที่มีอิทธิพล.
ขา ๓ว. คําขานรับของผู้หญิง.
ขา ๔(โบ) ส. เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓ แทนคำว่า เขาสองคน เช่น
สองขาพ่อลูก หมายถึง เขาสองคนพ่อลูก.
ข่า ๑น. คนชาวเขาจำพวกหนึ่ง แบ่งออกเป็น ๒ พวก พวกหนึ่งพูดภาษา
ในตระกูลมอญ-เขมร เช่น ข่า อัตตะปือ ข่าตองเหลือง และอีกพวก
หนึ่งพูดภาษาในตระกูลอินโดนีเซียน ได้แก่ ข่าระแด และ ข่าจะราย.
ข่า ๒น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Alpinia galanga (L.) Sw. ในวงศ์ Zingiberaceae
มีเหง้า ลําต้นเป็นกอ สูง ๑-๓ เมตร ดอกขาว ออกเป็นช่อที่ยอด เหง้ามี
กลิ่นฉุน ใช้ปรุงอาหารและทํายาได้.
ข่าแดง น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Achasma sphaerocephalum Holtt. ในวงศ์
Zingiberaceae ดอกสีแดง ออกเป็นช่อสั้น ๆ ใกล้พื้นดิน กินได้.
ข่า ๓น. ชื่อสัตว์นํ้าชนิดหนึ่ง ในมหาชาติคําหลวงแปลจากศัพท์ว่า สุสู, คือ
จระเข้, เช่น มงงกรฉลองเข้ข่าก็มี. (ม. คําหลวง มหาพน).
ข่า ๔น. ไม้ที่ทําเป็นร้านขึ้นคร่อมกองไฟสําหรับปิ้งปลา, ไม้ไผ่ขัดเป็น
ตารางเล็ก ๆ สำหรับวางหรือห้อยอาหารแห้งให้อยู่เหนือเตาไฟในครัว.
ข้า ๑น. บ่าวไพร่, คนรับใช้.
ข้าเก่าเต่าเลี้ยง (สํา) น. คนเก่าคนแก่, คนที่อยู่ด้วยกันในฐานะ
รับใช้มานาน.
ข้าไท น. คนรับใช้ที่ไม่ใช่ทาส.
ข้านอกเจ้าข้าวนอกหม้อ (สํา; โบ) น. จำนวนคนซึ่งมีจำนวนมาก
ย่อมกระทำหรือประพฤตินอกออกไปจากคำสั่งหรือแบบอย่างขนบ
ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมามากเช่นกัน ดังข้อความว่า กาลแต่ก่อน
เจ้านายน้อยตัวก็ไม่รั่วไม่ร้ำข้างไหนหนัก ครั้นภายหลังเจ้านายมากขึ้น
ก็เกิดการรั่วร้ำไปต่าง ๆ เป็นการข้านอกเจ้าเข้านอกหม้อ ลูกนอกพ่อ
หลานนอกปู่ เป็นขึ้น. (พระราชหัตถเลขารัชกาลที่ ๔).
ข้านอกเจ้าบ่าวนอกนาย (สำ) น. ผู้ที่กระทำหรือประพฤตินอกเหนือ
คำสั่งหรือแบบอย่างขนบธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมา.
ข้าแผ่นดิน น. พลเมือง.
ข้าเฝ้า น. ขุนนางที่มีตําแหน่งเข้าเฝ้า.
ข้าพระ (โบ) น. ผู้ที่นายเงินทำหนังสือสำคัญยกให้เป็นคนใช้ของสงฆ์,
คนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พระสงฆ์ เพื่อรักษาวัดและ
ปฏิบัติพระสงฆ์.
ข้าราชการ น. (โบ) คนที่ทําราชการตามทําเนียบ; ผู้ปฏิบัติราชการ
ในส่วนราชการ; (กฎ) บุคคลซึ่งรับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจาก
เงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือน เช่น ข้าราชการพลเรือน
ข้าราชการการเมือง ข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้าราชการตุลาการ
ข้าราชการอัยการ.
ข้าราชการอัยการ (กฎ) น. ข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการ
ดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงาน
อัยการ, ถ้ารวมถึงข้าราชการธุรการในสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย เรียกว่า
ข้าราชการฝ่ายอัยการ. (ดู อัยการ).
ข้าหลวง ๑ น. (โบ) คนที่ถวายตัวเป็นข้าของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย,
คนใช้ของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย.
ข้าหลวงเดิม น. คนใช้เก่าแก่ของเจ้านาย, คนที่พระเจ้าแผ่นดินเคย
ใช้มาแต่เมื่อยังไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน, (ปาก) คนหรือสิ่งของที่
ใช้สอยถูกใจมาเป็นเวลานาน ๆ.
ข้าหลวงน้อย น. คนใช้ของเจ้านาย.
ข้า ๒ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด พูดกับผู้ที่เสมอกันอย่างเป็นกันเองหรือผู้ใหญ่
พูดกับผู้น้อย, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ข้าเจ้า (ถิ่น-พายัพ) ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ข้าน้อย (ถิ่น-อีสาน) ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ข้าพเจ้า [ข้าพะเจ้า] ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด มักใช้อย่างเป็นทางการ,
เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ข้าพระพุทธเจ้า [ข้าพฺระพุดทะเจ้า] ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด กราบบังคม
ทูลพระเจ้าแผ่นดินหรือกราบทูลเจ้านายชั้นสูง, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ขาก ๑ก. อาการที่ทําให้เสมหะเป็นต้นในลําคอหลุดออก มักมีเสียงดังเช่นนั้น.
ขาก ๒(โบ) ก. ภูมิใจ เช่น ความยินลากขากดีจะมีไหน. (อภัย). (ไทยใหญ่).
ขาก๊วยน. กางเกงจีนขาสั้นแค่เข่า.
ขาเกวียน(โบ) น. ลูกล้อเกวียน เช่น ขาเกวียนขาหนึ่ง. (อัยการเบ็ดเสร็จ).
ขาไก่ ๑ดูใน ขา ๑.
ขาไก่ ๒น. (๑) ชื่อไม้พุ่มชนิด Strobilanthes dolicophylla R. Ben. ในวงศ์
Acanthaceae ต้นสูงประมาณ ๑ เมตร ปลูกเป็นรั้ว. (๒) ชื่อเห็ด
ชนิดหนึ่งในพวกเห็ดโคน แต่ใหญ่และแข็งกว่า. (๓) เรียกอ้อย
ชนิดลําเล็กสีเหลืองว่าอ้อยขาไก่.
ขาไก่ ๓ดู หางแข็ง.
ขาเขียดน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Monochoria vaginalis (Burm.f.) Kunth ในวงศ์
Pontederiaceae ดอกสีม่วงนํ้าเงิน เกิดในนํ้าและปลักตม กินได้.
ขาง ๑น. ไข่แมลงวัน เรียกว่า ไข่ขาง. (อะหม ขาง ว่า ขว้าง, วาง, ทิ้ง).
ขาง ๒(ถิ่น-อีสาน) น. รอดเรือน.
ขางดัง (ถิ่น-อีสาน) น. ดั้งจมูก.
ขาง ๓(ถิ่น-อีสาน) น. โลหะชนิดหนึ่งอย่างเหล็กกระทะ.
ขาง ๔(ถิ่น-อีสาน) ก. อัง, ทําให้ร้อน, ทําให้สุก, เช่น เอาขี้ผึ้งไปขางไฟ ว่า
เอาขี้ผึ้งไปอังไฟ.
ข่าง ๑น. ของเล่นอย่างหนึ่งเป็นลูกกลม ๆ มีเดือยใช้ปั่นให้หมุนด้วยมือ
หรือด้วยเชือก เรียกว่า ลูกข่าง; ชื่อดาวหมู่หนึ่งมี ๔ ดวงคล้ายรูปลูกข่าง.
ข่าง ๒น. ไม้ชนิดหนึ่ง อยู่ทางแถบทะเล เปลือกเรียบ ๆ ใบคล้ายมะขวิด
ไม้ใช้ทําฟืน. (พจน. ๒๔๙๓).
ข่าง ๓(ถิ่น-พายัพ) ก. ระบาย, ถ่าย, เช่น ข่างนํ้า ว่า ระบายนํ้า.
ข้างน. เบื้อง เช่น ข้างหน้า ข้างหลัง; ส่วน เช่น ข้างหัว ข้างท้าย; ฝ่าย เช่น
ข้างไหน ข้างนี้; สีข้าง เช่น เอาข้างเข้าถู. บ. ใกล้, ริม, เช่น ต้นฝรั่งข้างรั้ว.
ข้าง ๆ ว. ใกล้ด้านข้าง เช่น ยืนอยู่ข้าง ๆ.
ข้างกบ น. กระดานกรุกระหนาบข้างเสาในพระระเบียง ปลายแผ่น
กระดานยันใต้ท้องสะพานที่พาดอยู่บนหัวเสา, กระดานกรุกระหนาบ
ข้างคูหาหรือช่องหน้าต่างโบสถ์ วิหาร พระที่นั่งต่าง ๆ, บานกบ ก็ว่า.
ข้างขึ้น น. ส่วนของเดือนจันทรคติที่มีพระจันทร์สว่าง คือ ตั้งแต่
ขึ้นคํ่าหนึ่งไปถึงกลางเดือน.
ข้างควาย น. เรียกไม้ขนาบใกล้สันหลังคา ๒ ข้างจากหลบ มีไม้
เสียบหนูยึดกลัดให้แน่น ว่า ไม้ข้างควาย.
ข้าง ๆ คู ๆ ว. ออกนอกแนวนอกเรื่องอย่างไม่สมเหตุสมผล เช่น
เถียงไปข้าง ๆ คู ๆ.
ข้างเคียง ว. ที่อยู่ใกล้ ๆ, ที่สนิทชิดชอบกันมาก, เช่น คนข้างเคียง.
ข้างจัน น. วิธีเหลาไม้ให้เป็นผิวนูนมีลักษณะอย่างข้างของลูกจัน.
ข้างตก (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ทิศตะวันตก.
ข้างตีน (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ทิศเหนือ.
ข้างแรม น. ส่วนของเดือนจันทรคติที่พระจันทร์มืด คือ ตั้งแต่แรม
คํ่าหนึ่งไปถึงสิ้นเดือน.
ข้างหัวนอน (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ทิศใต้.
ข้างออก (ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ทิศตะวันออก.
ข้างกระดานน. ชื่อเรือต่อในจําพวกเรือข้าวชนิดหนึ่งที่เสริมข้างให้สูงขึ้น.
ข้างเงินน. ชื่อปลาทะเลขนาดเล็กทุกชนิดในสกุล Allanetta และ Stenatherina
วงศ์ Atherinidae ลําตัวค่อนข้างกลมยาว หัวโต เกล็ดใหญ่และแข็ง
ข้างลําตัวมีสีเด่นเป็นเพียงแถบสีเงินเหลือบนํ้าเงินพาดตลอดตามยาว
อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ใกล้ผิวนํ้าชายฝั่ง, หัวแข็ง หรือ หัวตะกั่ว ก็เรียก.
ขางแดงดู กางขี้มอด ที่ กาง ๒.
ข้างตะเภาน. (๑) ชื่อปลาทะเลหลายชนิดในสกุล Plectorhynchus และ Diagramma
วงศ์ Haemulidae ลำตัวป้อม แบนข้าง สันหัวโค้งลาดลง รอบปากมีเนื้อนุ่ม
ใต้คางมีรู ๑-๓ คู่ เกล็ดเล็กสากมือพื้นลำตัวและอกมักมีสีฉูดฉาด ในปลา
ขนาดเล็กมักมีลายสีทึบพาดตามยาวหลายเส้นและมักแตกเป็นจุดเมื่อตัว
โตขึ้น ขอบแผ่นปิดเหงือกและในโพรงปากมักมีสีแดงส้ม ส่วนใหญ่พบ
อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง ขนาดตั้งแต่ ๓๐-๘๐ เซนติเมตร, สร้อยนกเขา
ก็เรียก. (๒) ดู ข้างลาย.
ข้างลายน. ชื่อปลาทะเลหลายชนิดในสกุล Therapon และ Pelates วงศ์
Theraponidae มีเส้นดำข้างลำตัวข้างละ ๔-๖ เส้น แล้วแต่ชนิด
อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลและบริเวณน้ำกร่อย เช่น ชนิด T. jarbua,
P. quadrilineatus, ข้างตะเภา ออดแอด หรือ ครืดคราด ก็เรียก.
ขาณุ(แบบ) น. ตอ. (ป.).
ขาดก. แยกออกจากกันเพราะถูกดึง ตัด หรือฉีก เป็นต้น เช่น เชือกขาด
แขนขาด ผ้าขาด; ควรจะมีแต่ไม่มี เช่น เศรษฐีขาดไฟ; มีไม่ครบ, มี
ไม่เต็ม, เช่น ขาดคุณสมบัติ; ไม่ครบ, บกพร่อง, เช่น ศีลขาด; ไม่เต็ม
ตามจํานวน เช่น นับเงินขาด; ไม่มาตามกําหนด เช่น ขาดเรียน ขาดประชุม.
ขาดกัน ก. แยกจากกัน ไม่คบค้าสมาคมกันต่อไป เช่น แม้นมิยก
พลไกรไปช่วย ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี อย่าดูทั้งเปลวอัคคี แต่วันนี้
ขาดกันจนบรรลัย. (อิเหนา).
ขาดคราว ก. ไม่มีไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง.
ขาดคอช้าง ก. ถูกฟันตายบนคอช้างเมื่อเวลาชนช้างกัน, ขาดหัวช้าง ก็เรียก.
ขาดค่า ก. จํากัดราคาตายตัว.
ขาดคำ, ขาดปาก ก. ทันทีที่สุดคําพูด, ทันทีที่จบคําพูด.
ขาดแคลน ก. ขัดสน, อัตคัด.
ขาดใจ ก. สิ้นใจ, ตาย; โดยปริยายหมายความว่า ยอด, มาก, เช่น
สุดสวาทขาดใจ.
ขาดตกบกพร่อง ก. ไม่ครบ, ไม่บริบูรณ์, ยังไม่เรียบร้อย.
ขาดตลาด ก. ไม่มีขายในท้องตลาดอย่างที่เคยมี.
ขาดตอน ก. ขาดระยะกัน, ไม่ติดต่อกัน.
ขาดตัว ว. จํากัดราคาคงที่ไม่เพิ่มไม่ลด, จํากัดราคาตายตัว.
ขาดทุน ก. ได้น้อยกว่าต้นทุน.
ขาดน้ำใจ ก. ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่.
ขาดมือ ก. เคยมีแล้วหมดไป, ไม่มีเป็นการชั่วคราว.
ขาดเม็ด ก. หายสนิท, หยุดตก, (ใช้แก่ฝน).
ขาดลอย ก. สูญไปโดยไม่มีหวังว่าจะได้คืน เช่น ว่าวขาดลอย, เด็ดขาด
เช่น ชนะขาดลอย.
ขาดหัวช้าง ก. ถูกฟันตายบนคอช้างเมื่อเวลาชนช้างกัน เช่น ผู้ใด
ชนช้างมีชัยและข้าศึกขาดหัวช้าง. (กฎมนเทียรบาลในกฎ. ราชบุรี),
ขาดคอช้าง ก็เรียก.
ขาดเหลือ ก. ไม่ครบตามที่ควรมี เช่น ถ้ามีสิ่งใดขาดเหลือ ก็ขอให้บอก.
ขาดอายุ ก. พ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ใบขับขี่ขาดอายุ.
ข่าต้นน. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Cinnamomum ilicioides Cheval. ในวงศ์
Lauraceae เปลือกและเนื้อไม้มีกลิ่นหอม, พายัพเรียก พลูต้น.
ขาทนียะ[ขาทะ-] (แบบ) น. อาหารควรเคี้ยว, มักใช้เข้าคู่กับคำ โภชนียะ เป็น
ขาทนียโภชนียะ หมายความว่า อาหารที่ควรเคี้ยวและอาหารที่ควร
บริโภค. (ป.).
ขาน ๑ก. กล่าว, เรียก, เอ่ย, พูด, ตอบ, เช่น ขานรับ ขานยาม.
ขานไข (กลอน) ก. กล่าวชี้แจง.
ขานนาค ก. กล่าวคําขอบวชในพิธีบวชนาค.
ขานยาม (โบ) ก. บอกเวลาเปลี่ยนชั่วโมง.
ขานรหัส ก. ร้องเรียกโดยใช้สัญญาณหรือสัญลักษณ์ที่กําหนด
รู้กันโดยเฉพาะ.
ขาน ๒ว. ใช้ประกอบต่อคํา ``ตาย'' ว่า ไม้ตายขาน หมายความว่า ต้นไม้ที่
ยืนต้นตายเป็นแถว ๆ.
ขานกยาง ๑ดูใน ขา ๑.
ขานกยาง ๒ดู สีเสียด ๓.
ขานางน. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
ในวงศ์ Flacourtiaceae ดอกเล็ก สีเหลืองอ่อน กลิ่นเหม็น.
ขาบ ๑ว. สีนํ้าเงินแก่อมม่วง.
ขาบ ๒(ถิ่น-พายัพ) ก. แอบ, ซ่อน.
ขาม ๑ก. คร้าม, เกรง, มักใช้เข้าคู่กับคํา เกรง เป็น เกรงขาม.
ขาม ๒(กลอน) น. มะขาม.
ข่าม(ถิ่น-พายัพ) ก. อยู่ยงคงกระพัน.
ข้าม ๑ก. ยกเท้าย่างผ่านเหนือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้พ้นไป เช่น ข้ามธรณีประตู,
ผ่านจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง เช่น ข้ามฟาก ข้ามถนน, ล่วงพ้น
สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยผ่านเหนือสิ่งนั้นไป เช่น บินข้ามมหาสมุทร, ล่วงพ้น
ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ข้ามวันข้ามคืน, ผ่านเลยลําดับ เช่น
ข้ามชั้น อ่านหนังสือข้าม.
ข้ามน้ำข้ามทะเล, ข้ามน้ำข้ามท่า (สํา) ก. ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและ
ความลําบากต่าง ๆ กว่าจะได้ผลสําเร็จ.
ข้ามเรือ ก. ลงเรือข้ามน้ำไปยังอีกฝั่งหนึ่ง.
ข้ามสมุทร น. ชื่อเพลงไทยชนิดหนึ่ง.
ข้ามหน้า, ข้ามหน้าข้ามตา ก. ทําโดยไม่ไว้หน้าผู้ใด.
ข้ามหัว ก. ทําโดยพลการไม่บอกกล่าวหรือปรึกษาหารือผู้ที่ควร
บอกกล่าวหรือควรปรึกษาหารือ.
ข้าม ๒, ข้าม ๆว. เลยลําดับ, ไม่เป็นไปตามลําดับ, เช่น อ่านข้าม อ่านข้าม ๆ.
ขายก. เอาของแลกเงินตรา, โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่กันโดย
ตกลงกันว่าผู้รับโอนจะใช้ราคาแห่งทรัพย์สินนั้น มีหลายลักษณะ
คือ ชําระเงินในขณะที่ซื้อขายกัน เรียกว่า ขายเงินสด, ขายโดยยอม
เก็บเงินอันเป็นราคาของในวันหลัง เรียกว่า ขายเชื่อ, (เลิก) เอาเงินเขา
มาโดยยอมตนเข้ารับใช้การงานของเจ้าเงิน เรียกว่า ขายตัวลงเป็นทาส.
ขายขาด ก. ขายไม่รับคืน.
ขายเงินเชื่อ, ขายเชื่อ ก. ขายโดยยอมเก็บเงินอันเป็นมูลค่าในวันหลัง.
ขายเงินผ่อน ก. ขายโดยผู้ซื้อชำระเงินเป็นงวด ๆ.
ขายเงินสด ก. ขายโดยผู้ซื้อชำระเงินในขณะที่ซื้อขายกัน.
ขายชาติ ก. ขยายความลับประเทศชาติของตนแก่ศัตรูหรือเอาใจ
ออกหากไปเข้ากับศัตรู เพราะเห็นแก่สินจ้างหรือสิ่งตอบแทนเพื่อ
ทําลายล้างประเทศชาติของตน, ขายบ้านขายเมือง ก็ว่า.
ขายชื่อ ก. เอาชื่อเข้าแลกในทํานองขาย, ไม่รักชื่อ, ทําให้เสียชื่อเสียง,
ถ้าเอาชื่อผู้อื่นไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ เรียกว่า เอาชื่อไปขาย.
ขายตัว ก. เอาตัวแลกเงิน, เอาชื่อเสียงแลกเงิน.
ขายตามคำพรรณนา (กฎ) น. สัญญาซื้อขายที่คู่สัญญาตกลงซื้อขาย
ทรัพย์สินตามลักษณะและคุณภาพที่ผู้ขายได้บรรยายไว้อย่างละเอียด.
ขายตามตัวอย่าง (กฎ) น. สัญญาซื้อขายที่คู่สัญญาตกลงซื้อขาย
ทรัพย์สินตามที่ผู้ขายได้แสดงไว้.
ขายทอดตลาด (กฎ) น. การขายทรัพย์สินที่กระทําโดยเปิดเผยแก่บุคคล
ทั่วไปด้วยวิธีเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสู้ราคากัน ผู้ใดให้ราคาสูงสุดและผู้ทอด
ตลาดแสดงความตกลงด้วยเคาะไม้หรือด้วยกิริยาอย่างอื่นตามจารีต
ประเพณีในการขายทอดตลาด ผู้นั้นเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้น.
ขายบ้านขายเมือง ก. ขายชาติ.
ขายปลีก ก. ขายเป็นส่วนย่อย, ขายตรงแก่ผู้บริโภคใช้สอย.
ขายผ้าเอาหน้ารอด (สํา) ก. ยอมเสียสละแม้แต่ของจําเป็นที่ตนมีอยู่
เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนไว้, ทําให้สําเร็จลุล่วงไป เพื่อรักษาชื่อเสียง
ของตนไว้.
ขายเผื่อชอบ (กฎ) น. สัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขว่าให้ผู้ซื้อได้มีโอกาส
ตรวจดูทรัพย์สินก่อนรับซื้อ.
ขายฝาก (กฎ) น. สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ
โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้.
ขายส่ง ก. ขายเป็นจํานวนมาก ๆ แก่ร้านค้าย่อยหรือร้านที่เป็นลูกค้าประจํา.
ขายหน้า, ขายหน้าขายตา ก. อับอาย.
ขายหน้าวันละห้าเบี้ย (สํา) ก. ทําให้ต้องอับอายขายหน้าอยู่ทุกวัน.
ขายหู ก. ฟังแล้วละอาย ไม่อยากฟัง.
ขายหูขายตา (แบบ) ก. ได้ยินได้เห็นแล้วรู้สึกอายไม่อยากฟัง
ไม่อยากเห็น เช่น ดอกขายหูขายตา ดอกบนำพารู้. (ลอ), ใช้ว่า
ไขหูไขตา ก็มี.
ขายเหมา [-เหฺมา] ก. ขายเป็นจํานวนรวมทั้งหมด.
(กฎ) น. การขายซึ่งผู้ซื้อตกลงซื้อทรัพย์สินที่ผู้ขายเสนอขายหมด
ทั้งจํานวนในราคาตามที่ตกลงกัน ซึ่งผู้ซื้อต้องผูกพันชําระราคา
และผู้ขายต้องส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ ไม่ว่า
ทรัพย์สินที่ซื้อขายจะมีปริมาณมากหรือน้อยกว่าที่คิดคํานวณไว้.
ข่ายน. เครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง ถักเป็นตาร่างแห; ขอบเขต เช่น เรื่องนี้
ไม่อยู่ในข่ายที่จะพิจารณา. (พายัพ ว่าห่าย).
ข่ายงาน น. วงงานที่อยู่ในความควบคุมดูแลและประสานกัน.
ขาล[ขาน] น. ชื่อปีที่ ๓ ของรอบปีนักษัตร มีเสือเป็นเครื่องหมาย; เสือ. (ข.).
ขาว ๑น. สีชนิดหนึ่งเหมือนสําลี. ว. มีสีอย่างสำลี, โดยปริยายหมายความว่า
แจ่มแจ้ง, สะอาดบริสุทธิ์, ปราศจากมลทิน.
ขาว ๒น. เทียนขาว. (ดู เทียนขาว ที่ เทียน ๓).
ข่าวน. คําบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปรกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือ
เป็นที่สนใจ, คําบอกกล่าว, คําเล่าลือ.
ข่าวกรอง น. ข่าวที่ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วว่าเป็นข่าวที่เชื่อถือได้.
ข่าวคราว น. คําบอกเล่าเรื่องทุกข์สุข.
ข่าวพาดหัว น. ข่าวสําคัญที่นํามาพิมพ์เป็นหัวเรื่องในหน้าแรกของ
หนังสือพิมพ์ด้วยอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้เกิดความสนใจ.
ข่าวยกเมฆ น. ข่าวที่ไม่มีมูล, ข่าวเหลวไหล.
ข่าวล่า น. ข่าวที่ได้มาใหม่.
ข่าวลือ น. ข่าวที่พูดกันทั่วไป แต่ยังไม่มีอะไรยืนยันได้แน่นอน.
ข่าวสด น. ข่าวใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น.
ข่าวสาร น. ข้อความที่ส่งมาให้รู้เรื่องกัน.
ข้าวน. ชื่อไม้ล้มลุกหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Gramineae โดยเฉพาะ
ชนิด Oryza sativa L. เมล็ดเป็นอาหารหลัก มีหลายพันธุ์ เช่น ข้าวเจ้า
ข้าวเหนียว.
ข้าวก้นบาตร (สำ) น. อาหารเหลือจากพระฉันแล้วที่ศิษย์วัดได้อาศัยกิน.
ข้าวกระยาทิพย์ น. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง ปรุงด้วยเครื่องกวนมี น้ำผึ้ง
น้ำอ้อย น้ำนม ถั่ว งา เป็นต้น นิยมใช้หญิงพรหมจารีเป็นผู้กวน
มักทำในพิธีสารท, ข้าวทิพย์ ก็เรียก.
ข้าวกรู น. ข้าวชนิดที่ทําเพื่ออุทิศให้เปรตประเภทหนึ่งในพิธีสารท.
ข้าวกล้อง น. ข้าวที่สีเอาเปลือกออกโดยยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้ม
เมล็ดข้าวอยู่, เดิมใช้วิธีใส่ครกตำเรียกว่า ข้าวซ้อม หรือ ข้าวซ้อมมือ.
ข้าวกล้า น. ต้นข้าวที่เพาะไว้สําหรับย้ายไปปลูกที่อื่น, กล้า ก็เรียก.
ข้าวกลาง น. กลุ่มพันธุ์ข้าวที่ออกรวงหลังข้าวเบา คือในช่วงกลางเดือน
ตุลาคมถึงปลายเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวได้ในช่วงกลางเดือน
พฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน เช่น พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ
๑๐๕ พันธุ์ข้าว กข ๖.
ข้าวเกรียบ น. ของกินทําด้วยแป้งข้าวเจ้าหรือแป้งข้าวเหนียว เป็นแผ่น
ตากให้แห้ง แล้วปิ้งหรือทอด มีหลายชนิด เช่น ข้าวเกรียบว่าว
ข้าวเกรียบงา ข้าวเกรียบกุ้ง.
ข้าวเกรียบปากหม้อ น. ชื่อของว่างชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเจ้า
ละเลงบนผ้าที่ขึงปากหม้อน้ำเดือด มีไส้ทําด้วยกุ้งหรือหมูเป็นต้น.
ข้าวเกรียบอ่อน น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเจ้า ประสม
กับนํ้าตาลโตนดหรือนํ้าตาลมะพร้าว ละเลงบนผ้าที่ขึงปากหม้อน้ำ
เดือด มีไส้ทําด้วยถั่วและมะพร้าว กินกับนํ้าตาลคลุกงา.
ข้าวเก่า น. ข้าวที่เก็บเกี่ยวไว้ค้างปี.
ข้าวแกง น. อาหารที่ขายมีข้าวกับแกงเป็นต้น, เรียกร้านอาหาร
ประเภทนี้ว่า ร้านข้าวแกง.
ข้าวโกบ (ถิ่น-อีสาน) น. ขนมนางเล็ด.
ข้าวขวัญ น. ข้าวบายศรี.
ข้าวของ น. สิ่งของต่าง ๆ มีเครื่องใช้เครื่องประดับเป็นต้น.
ข้าวแขก น. ชื่อขนมชนิดหนึ่งทําด้วยข้าวเปียก มีหน้าคล้ายตะโก้
แต่สีเหลือง มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ.
ข้าวควบ (ถิ่น-พายัพ) น. ข้าวเกรียบใส่นํ้าตาลอ้อย มีรสหวานอย่าง
ข้าวเกรียบว่าว.
ข้าวแคบ (ถิ่น-พายัพ) น. ข้าวเกรียบที่มีรสเค็ม ๆ อย่างข้าวเกรียบกุ้ง.
ข้าวงัน (ถิ่น-อีสาน) น. ข้าวหนัก.
ข้าวจี่ ๑ (ถิ่น-พายัพ, อีสาน) น. ข้าวเหนียวนึ่งนวดกับเกลือปั้นเป็นก้อน
เสียบไม้ปิ้งไฟ บางทีใส่น้ำอ้อยงบข้างใน ทาไข่แล้วปิ้งไฟ.
ข้าวเจ้า น. ชื่อข้าวพันธุ์หนึ่งของชนิด Oryza sativa L. เนื้อเมล็ดใส
ใช้หุงเป็นอาหาร เมื่อหุงแล้วเมล็ดมักร่วนและสวย มีชื่อต่าง ๆ กัน
เช่น ข้าวปิ่นแก้ว ข้าวมันปู. (ไทยใหญ่ เจ้าว่า เปราะ, ร่วน, ไม่เหนียว).
ข้าวแจก (ถิ่น-อีสาน) น. ข้าวที่ทําบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย.
ข้าวแช่ น. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง มีข้าวสุกขัดแช่นํ้าเย็น กินกับเครื่อง
กับข้าวต่าง ๆ.
ข้าวซ้อม, ข้าวซ้อมมือ น. ข้าวที่เอาเปลือกออกโดยใช้วิธีใส่ครกตำ
ยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่, ปัจจุบันใช้เครื่องจักรสีข้าวแทน
เรียกว่า ข้าวกล้อง.
ข้าวซอย (ถิ่น-พายัพ) น. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง เป็นเส้นคล้ายบะหมี่
แล้วปรุงเครื่อง, เดิมเรียก ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ.
ข้าวแดกงา น. ข้าวเหนียวนึ่งโขลกปนงา.
ข้าวแดง, ข้าวเมล็ดแดง น. เมล็ดข้าวที่มีปลอกรำสีแดงหุ้มอยู่ร้อยละ
๒๕ ของเนื้อที่เมล็ดข้าวหรือมากกว่า.
ข้าวแดงแกงร้อน (สํา) น. บุญคุณ.
ข้าวตก น. ข้าวที่หลงเหลืออยู่ในท้องนาหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว.
ข้าวต้ม ๑ น. ข้าวที่ต้มให้สุก; ข้าวเหนียวที่ห่อด้วยใบไม้เช่นใบตอง
หรือใบมะพร้าวอ่อน แล้วต้มหรือนึ่งให้สุกอยู่ในจําพวกขนม มีชื่อ
ต่าง ๆ เช่น ข้าวต้มมัด ข้าวต้มผัด.
ข้าวต้มน้ำวุ้น น. ชื่อของหวานชนิดหนึ่ง ทําด้วยข้าวเหนียวห่อ
ใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยม ต้มสุก กินกับนํ้าเชื่อม.
ข้าวต้มปัด น. ข้าวเหนียวต้มที่ห่อด้วยใบไม้เช่นใบมะพร้าวอ่อน
หรือใบเตย มักทําถวายพระในเทศกาลออกพรรษา, ข้าวปัด ก็ว่า.
ข้าวต้มลูกโยน น. ข้าวเหนียวที่ผัดกับกะทิใส่เกลือ น้ำตาล ห่อด้วย
ใบมะพร้าวอ่อนหรือใบเตยไว้หางยาว แล้วต้มให้สุก.
ข้าวตอก ๑ น. ข้าวเปลือกข้าวเจ้าที่เอามาคั่วให้แตกบานเป็นดอก.
ข้าวตอกตั้ง น. ชื่อของหวานทําด้วยข้าวตอกคลุกนํ้าตาลและมะพร้าว
ทําเป็นแว่น ๆ เกลือกแป้ง.
ข้าวตอกแตก (ถิ่น-อีสาน) น. ข้าวตอก; โดยปริยายหมายถึงเสียงดัง
อย่างเสียงแตกของข้าวตอกที่ดังรัว เช่น เสียงพิมพ์ดีดดังอย่างข้าวตอกแตก.
ข้าวต้อง น. ต้นข้าวในนาที่โศกใบเหลืองไป ซึ่งถือกันว่าถูกผีกระทำ.
ข้าวตัง น. ข้าวสุกที่ติดเป็นแผ่นเกรียมอยู่ก้นหม้อหรือกระทะ.
ข้าวตาก น. ข้าวสุกที่ตากแห้ง.
ข้าวตู น. ข้าวตากคั่วแล้วตําเป็นผงเคล้ากับนํ้าตาลและมะพร้าว.
ข้าวแตก (ถิ่น-พายัพ) น. ข้าวตอก.
ข้าวแตน น. ขนมรังแตน. (ดู รังแตน ๒).
ข้าวทิพย์ น. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง ปรุงด้วยเครื่องกวนมี นํ้าผึ้ง นํ้าอ้อย
นํ้านม ถั่ว งา เป็นต้น นิยมใช้หญิงพรหมจารีเป็นผู้กวนมักทําในพิธี
สารท, ข้าวกระยาทิพย์ ก็เรียก.
ข้าวนก ๑ น. ชื่อไม้ล้มลุก ๒ ชนิดในวงศ์ Gramineae คือ ชนิด Oryza
granulata Nees et Arn. และชนิด Echinochloa colona (L.) Link.
ข้าวนาปรัง น. ข้าวที่ปลูกในฤดูแล้งนอกฤดูทำนา.
ข้าวนึ่ง น. ข้าวที่ได้จากการสีข้าวเปลือกซึ่งผ่านการแช่น้ำและอบ
ด้วยความร้อนแล้ว; (ถิ่น-พายัพ, อีสาน) ข้าวเหนียวนึ่ง.
ข้าวบาตร น. ข้าวสารเก่าหุงในน้ำเดือดเพื่อให้สวยเป็นตัวสำหรับ
ตักบาตร, เรียกขันเชิงสําหรับใส่ข้าวตักบาตรว่า ขันข้าวบาตร.
ข้าวบาร์เลย์ น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Hordeum vulgare L. ในวงศ์
Gramineae เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ ปลูกกันบ้างในภาคเหนือ
เมล็ดใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเบียร์ และเป็นอาหารสัตว์. (อ. barley).
ข้าวบิณฑ์ น. ข้าวตอกปั้นเป็นรูปทรงคล้ายดอกบัวตูม.
ข้าวบุหรี่ น. ข้าวหุงอย่างวิธีของแขกมีเครื่องปรุงและเนื้ออยู่ในตัว.
(กะบุลี แปลว่า ข้าวปรุงอย่างแบบชาวกรุงกาบุล).
ข้าวเบา น. กลุ่มพันธุ์ข้าวที่ได้ผลเร็วกว่ากลุ่มพันธุ์ข้าวอื่น ออกรวง
ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคมและเก็บเกี่ยวได้ใน
ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เช่น พันธุ์ข้าวเหนียว
หางยี ๗๑ พันธุ์ข้าวน้ำสะกุย ๑๙, พายัพและอีสานว่า ข้าวดอ.
ข้าวเบือ น. ข้าวสารที่ตําละเอียด ใช้ประสมกับนํ้าแกงเพื่อให้นํ้าแกงข้น.
ข้าวประดับดิน (ถิ่น-อีสาน) น. อาหารที่เอาไปวางไว้ตามต้นโพและ
พระเจดีย์เป็นต้นในเวลาเช้ามืดวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๙.
ข้าวปลูก น. ข้าวเปลือกที่เก็บไว้สําหรับทําพันธุ์.
ข้าวปัด น. ข้าวเหนียวต้มที่ห่อด้วยใบไม้เช่นใบมะพร้าวอ่อนหรือใบเตย
มักทําถวายพระในเทศกาลออกพรรษา, ข้าวต้มปัด ก็ว่า.
ข้าวป่า น. ชื่อไม้ล้มลุกหลายชนิดในสกุล Oryza วงศ์ Gramineae
เช่น ข้าวละมาน (O. minuta J. Presl) มักขึ้นแซมต้นข้าว.
ข้าวปาด (ถิ่น-อีสาน) น. ขนมชนิดหนึ่ง คล้ายขนมเปียกปูน แต่
เหนียวมาก.
ข้าวปุ้น (ถิ่น-อีสาน) น. ขนมจีน.
ข้าวเปรต น. เครื่องเซ่นเปรตในเทศกาลตรุษสารท.
ข้าวเปลือก ๑ น. เมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้เอาเปลือกออก.
ข้าวเปียก น. ข้าวที่ต้มและกวนให้เละ, ข้าวที่ต้มกับนํ้ากะทิเจือเกลือ
เล็กน้อย กวนให้สุกจนข้นหรือเละ มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ.
ข้าวผอก น. ข้าวห่อหรือข้าวที่บรรจุกระบอกไปกินกลางวัน.
ข้าวผอกกระบอกน้ำ น. ของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ และมีกระบอกนํ้าเล็ก ๆ
กรอกนํ้าแขวนกิ่งไม้ผูกไว้กับบันไดเรือน ใช้เซ่นผีในเทศกาลตรุษ.
ข้าวผัด น. ข้าวสุกผัดกับน้ำมันใส่หมูเป็นต้น.
ข้าวพระ น. อาหารคาวหวานที่จัดใส่สำรับสําหรับถวายพระพุทธ.
ข้าวพอง น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยเมล็ดข้าวเจ้าทอดน้ำมันให้พอง
เคล้ากับน้ำตาลแล้วอัดเป็นแผ่น.
ข้าวโพด น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Zea mays L. ในวงศ์ Gramineae
ลําต้นสูงคล้ายอ้อยหรือข้าวฟ่าง เมล็ดเรียงชิดกันแน่นรอบซังเป็น
ฝักกลม ๆ ยาว ๆ มีกาบหุ้มหลายชั้น.
ข้าวฟ่าง น. ชื่อไม้ล้มลุก ๒ ชนิด ในวงศ์ Gramineae คือ ข้าวฟ่าง
หางหมา [Setaria italica (L.) Pal.] ต้นสูงประมาณ ๑ เมตร เมล็ด
ขนาดเมล็ดงา และข้าวฟ่างสมุทรโคดม หรือข้าวฟ่างหางช้าง
[Sorghum bicolor (L.) Moench.] ต้นสูงประมาณ ๒ เมตร เมล็ด
ขนาดเมล็ดพริกไทย.
ข้าวเภา น. ชื่อข้าวในพิธีธนญชัยบาศรับช้างเผือกของพราหมณ์
พฤฒิบาศ คลุกด้วยสีเหลือง สีแดง แล้วปั้นเป็นก้อน ๆ, ข้าว
กระยาสังแวง ก็เรียก.
ข้าวมัน น. ข้าวเจ้าที่หุงด้วยกะทิให้สุก มักกินกับส้มตำ, ข้าวเจ้า
ผัดกับมันไก่ แล้วหุงแบบไม่เช็ดน้ำ; (ถิ่น-พายัพ) ข้าวเหนียวหุง
แล้วมูนด้วยกะทิ.
ข้าวเม่า ๑ น. ข้าวเปลือกข้าวเหนียวที่ยังไม่แก่จัดเอามาคั่วแล้วตำ
ให้แบน, ข้าวเม่าที่เอามาคั่วให้กรอบ เรียกว่า ข้าวเม่าราง, ข้าวเม่าราง
ทอดแล้วใส่เครื่องปรุง มีกุ้งแห้งทอด ถั่วลิสงทอด เต้าหู้หั่นทอด
เรียกว่า ข้าวเม่าหมี่.
ข้าวเม่าทอด น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ใช้ข้าวเม่าตำคลุกกับมะพร้าว
และน้ำตาลปึกหุ้มกล้วยไข่สุก แล้วชุบแป้งทอดเป็นแพ ๆ.
ข้าวยากหมากแพง (สํา) น. ภาวะขาดแคลนอาหาร, ทุพภิกขภัย.
ข้าวยาคู น. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง ทําด้วยเมล็ดข้าวอ่อนตําแล้วคั้น
เอานํ้าตั้งไฟจนสุก ใส่น้ำตาล เรียกว่า ข้าวยาคูน้ำ, ถ้าเคี่ยวให้แห้ง
เรียกว่า ข้าวยาคูแห้ง.
ข้าวยำ น. อาหารชนิดหนึ่งของชาวปักษ์ใต้ ใช้ข้าวสุกคลุกกับ
เครื่องปรุง มีกุ้งแห้งป่น มะพร้าวคั่ว นํ้าเคยหรือนํ้าบูดู ส้มโอ
และผักต่าง ๆ หั่นละเอียด เช่น ใบมะกรูด ตะไคร้ ถั่วฝักยาว.
ข้าวไรย์ น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Secale cereale L. ในวงศ์ Gramineae
เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ เมล็ดใช้ทําอาหารและเลี้ยงสัตว์. (อ. rye).
ข้าวละมาน (ถิ่น-อีสาน) น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Oryza minuta J. Presl
ในวงศ์ Gramineae เป็นข้าวป่าชนิดหนึ่ง มักขึ้นแซมต้นข้าว.
ข้าวสวย น. ข้าวที่หุงสุกแล้ว, ข้าวสุก ก็เรียก.
ข้าวสาก (ถิ่น-อีสาน) น. ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอาไปบูชาตามต้นโพ
และพระเจดีย์เวลาเช้ามืดในเดือน ๑๐.
ข้าวสามเดือน น. ชื่อข้าวเบาพันธุ์หนึ่งซึ่งได้ผลเร็วกว่าข้าวเบาพันธุ์อื่น
เก็บเกี่ยวได้ภายใน ๓ เดือนหลังจากปลูก.
ข้าวสาร ๑ น. ข้าวเปลือกที่สีซ้อมจนเหลือแต่เมล็ดขาวดีแล้ว.
ข้าวสาลี น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Triticum aestivum L. ในวงศ์ Gramineae
เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ เมล็ดบดเป็นแป้ง เรียกว่า แป้งสาลี ใช้ทํา
ขนมปังเป็นต้น.
ข้าวสุก น. ข้าวที่หุงสุกแล้ว, ข้าวสวย ก็เรียก.
ข้าวเส้น (ถิ่น-พายัพ) น. ขนมจีน, ขนมเส้น ก็เรียก. (ไทยใหญ่ ว่า เส้นหมี่).
ข้าวเสียแม่ซื้อ น. ข้าวปั้นเป็นก้อน แล้วทาปูน ขมิ้น เขม่า คราม เป็นต้น
จำนวน ๓-๕ ก้อน นำมาวนตัวเด็กที่ป่วย เป็นการปัดรังควาน แล้วโยน
ข้าวทีละก้อนให้ข้ามหลังคาเรือน เพื่อทิ้งให้แม่ซื้อ.
ข้าวหนัก น. กลุ่มพันธุ์ข้าวที่ได้ผลช้ากว่ากลุ่มพันธุ์ข้าวอื่น ออกรวง
ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม และเก็บเกี่ยวได้ใน
ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม เช่น พันธุ์ข้าวขาวตาแห้ง
๑๗ พันธุ์ข้าวพวงนาก ๑๖.
ข้าวหมก น. อาหารชนิดหนึ่งของมุสลิม ประกอบด้วยข้าวสวย
ปรุงด้วยเครื่องเทศและขมิ้น มีเนื้อไก่หรือเนื้อแพะหมกในข้าว.
ข้าวหมาก น. ของกินอย่างหนึ่ง ทําด้วยข้าวเหนียวนึ่งแล้วหมัก
กับแป้งเชื้อ.
ข้าวหลาม น. ข้าวเหนียวที่บรรจุในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาให้สุก.
ข้าวหลามตัด น. ข้าวเหนียวนึ่งอัดใส่ถาดโรยถั่วทอง ตัดเป็นรูป
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มักกินกับข้าวหมาก; เรียกรูปสี่เหลี่ยมด้าน
ขนานที่มีด้านทั้ง ๔ ยาวเท่ากัน แต่ไม่มีมุมภายในเป็นมุมฉาก ว่า
สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด, สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ก็เรียก.
ข้าวหัวโขน น. ข้าวตากคั่วคลุกนํ้าตาลปึก.
ข้าวเหนียว น. ชื่อข้าวพันธุ์หนึ่งของชนิด Oryza sativa L. เนื้อเมล็ด
ขุ่นกว่าข้าวเจ้า เมื่อหุงหรือนึ่งแล้วเมล็ดจะเหนียวติดกัน มีชื่อต่าง ๆ กัน
เช่น ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวเหนียวดํา, ข้าวเหนียวที่เอามากวนกับกะทิ
และนํ้าตาลทราย เรียกว่า ข้าวเหนียวแก้ว, ถ้าเอามากวนกับกะทิและ
นํ้าตาลหม้อมีสีแดงเป็นสีนํ้าตาลไหม้ เรียกว่า ข้าวเหนียวแดง, ถ้าเอา
มานึ่งใส่หน้ากะทิตัดเป็นชิ้น ๆ เรียกว่า ข้าวเหนียวตัด, ถ้าเอามาห่อ
แล้วนึ่งใส่หน้ากะทิ เรียกว่า ข้าวเหนียวห่อ; เรียกผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม
และเหนียวอย่างข้าวเหนียว เช่น สาเกข้าวเหนียว มะตาดข้าวเหนียว.
ข้าวเหนียวดำ น. ชื่อข้าวเหนียวพันธุ์หนึ่งเมล็ดสีดํา ๆ.
ข้าวเหลือเกลืออิ่ม (สํา) น. บ้านเมืองที่บริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร.
ข้าวใหม่ น. ข้าวที่เก็บเกี่ยวใหม่ในปีนั้น ๆ; ชื่อหนึ่งของดอกชมนาด.
ข้าวใหม่ปลามัน (สํา) น. อะไรที่เป็นของใหม่ก็ถือว่าดี, นิยมเรียก
ช่วงเวลาที่สามีภรรยาเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ ว่า ระยะข้าวใหม่ปลามัน.
ข้าวโอ๊ต น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Avena sativa L. ในวงศ์ Gramineae
เป็นพรรณไม้ต่างประเทศ เมล็ดใช้เป็นอาหาร. (อ. oat).
ข้าวฮาง (ถิ่น-อีสาน) น. ข้าวเหนียวที่ยังไม่แก่จัด เอามาคั่วตากแดด
ให้แห้งแล้วตําและนึ่ง.
ข้าวข้าน. ชื่อไม้ล้มลุกมีหัวใต้ดินชนิด Euphorbia sessiflora Roxb. ในวงศ์
Euphorbiaceae สูงประมาณ ๒๐ เซนติเมตรต้นและใบอวบนํ้า เส้น
กลางใบด้านล่างเป็นสันแหลม ทุกส่วนมียางขาว หัวใช้ทํายาได้,
ว่านพระฉิม ก็เรียก, เขียนเป็น เข้าค่า ก็มี.
ข้าวคำน. (๑) ต้นไม้ชนิดหนึ่ง ใช้ทํายา. (พจน. ๒๔๙๓). (๒) ดู การบูรป่า.
ข้าวจี่ ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวจี่ ๒ดู ซ้องแมว.
ขาวจีบน. ชื่อส้มโอพันธุ์หนึ่ง ผลขนาดส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ แต่แป้นกว่า.
ข้าวต้ม ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวต้ม ๒น. (๑) ชื่อไม้พุ่มชนิด Wissadula periplocifolia (L.) C. Presl ex Thwaites
ในวงศ์ Malvaceae ต้นสูงประมาณ ๑ เมตร เปลือกเหนียว ใบรูปใบโพ
โคนป้าน ผลมี ๕ พู เมื่อแก่พูแยกออกจากกัน. (๒) ดู หญ้าขัดใบยาว
ที่ หญ้าขัด.
ข้าวตอก ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวตอก ๒น. (๑) ชื่อไม้พุ่มชนิด Serissa japonica (Thunb.) Thunb. ในวงศ์
Rubiaceae ใบเล็กรูปไข่ เมื่อขยี้มีกลิ่นเหม็น ดอกสีขาวเล็ก ๆ เป็น
พรรณไม้ต่างประเทศ ปลูกเป็นไม้ดัดหรือไม้ประดับ. (๒) (ถิ่น-พายัพ)
ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Anaphalis margaritacea (L.) Benth. ex C.B. Clarke
ในวงศ์ Compositae ขึ้นอยู่บนเขาในระดับสูง ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป ขนาด
สูงราว ๕๐ เซนติเมตร ต้น ใบ ดอก มีขนสีขาวทึบ ใช้ทํายาได้. (๓) ชื่อ
ไม้พุ่มรอเลื้อยชนิด Callicarpa longifolia Lam. ในวงศ์ Labiatae ดอกเล็ก
สีม่วง ผลกลมเล็ก สุกสีขาว ใช้ทํายาได้. (๔) ชื่อเห็ดหลายชนิดในสกุล
Hemimycena วงศ์ Tricholomataceae ขึ้นตามพื้นดินเป็นกลุ่มใหญ่
ดอกเห็ดสีขาวขนาดเท่าดอกมะลิบาน ด้านล่างมีครีบ ก้านยาวตั้งตรง
เช่น ชนิด H. cucullata (Pers. ex Fr.) Sing. กินได้. (๕) ดู ตีนตุ๊กแก (๕).
ข้าวนก ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวนก ๒น. ชื่อเรือชนิดหนึ่ง เช่น ถ้าทรงเรือแผงและเรือข้าวนกประพาสบัว. (ลัทธิ).
ข้าวเปลือก ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวเปลือก ๒ดู เทียนข้าวเปลือก ที่ เทียน ๓.
ขาวพวงน. ชื่อส้มโอพันธุ์หนึ่ง ผลคล้ายส้มจุก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ ๑๕ เซนติเมตร.
ขาวม้าน. ชื่อเรียกผ้าฝ้ายทอเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีลายตาหมากรุก
ใช้ผลัดอาบนํ้าหรือเคียนพุงเป็นต้น เรียกว่า ผ้าขาวม้า, (ปาก) ผ้าขะม้า.
ข้าวมิ่น(โบ) น. ขมิ้น.
ข้าวเม่า ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวเม่า ๒น. ชื่อปลาทะเลและปลานํ้าจืดหลายชนิด ในสกุล Ambassis วงศ์
Ambassidae หรือมีผู้รวมไว้กับวงศ์ Centropomidae เป็นปลาขนาด
เล็ก ลําตัวแบนข้าง ค่อนข้างใส ก้านครีบแข็ง แหลม และมักชี้กาง
ทําให้ทิ่มตําเมื่อจับต้อง ยังพบมีผู้เรียกปลาทะเลชนิด Ephippus orbis
ในวงศ์ Ephippidae Chela วงศ์ Cyprinidae ว่า ปลาข้าวเม่า ด้วย.
ข้าวเย็นใต้น. ชื่อไม้เถาชนิด Smilax glabra Roxb. ในวงศ์ Smilacaceae
เหง้าใช้ทํายาได้.
ข้าวเย็นเหนือน. ชื่อไม้เถาชนิด Smilax china L. ในวงศ์ Smilacaceae เหง้าใช้ทํายาได้.
ข้าวสาร ๑ดูใน ข้าว.
ข้าวสาร ๒น. (๑) ชื่อไม้เถาในสกุล Raphistemma วงศ์ Asclepiadaceae เช่น
ข้าวสารดอกใหญ่ [R. pulchellum (Roxb.) Wall.] ข้าวสารดอกเล็ก
[R. hooperianum (Blume) Decne.] ทั้ง ๒ ชนิดนี้ดอกกินได้. (๒)
ดู ชะเอม (๑).
ข้าวหางช้างน. ข้าวฟ่างหางช้าง. (ดู ข้าวฟ่าง ที่ ข้าว).
ขาวใหญ่น. ชื่อส้มโอพันธุ์หนึ่ง ผลคล้ายส้มโอพันธุ์ขาวพวง แต่ขนาดใหญ่กว่า.
ข้าวใหม่ใหญ่น. ชื่อไข้ชนิดหนึ่ง มีอาการคล้ายไข้ข้าวใหม่น้อย.
ข้าวอังกุลีดู กบ ๕ (๒).
ข้าศึกน. ศัตรูของบ้านเมือง, คู่สงคราม, โดยปริยายหมายความว่า
ผู้ขัดขวางหรือทําลาย.
ข้าหลวง ๑ดูใน ข้า ๑.
ข้าหลวง ๒น. ชื่อปลาทะเลชนิด Scolopsis leucotaenia ในวงศ์ Nemipteridae
มีแถบสีขาวเด่นพาดตามยาวใกล้แนวสันหลังข้างละเส้น พบอาศัย
อยู่ตามแนวหินปะการัง.
ข้าหลวงหลังลายน. ชื่อเฟินอิงอาศัยชนิด Asplenium nidus L. ในวงศ์ Aspleniaceae
รูปทรงคล้ายชาม แตกใบอ่อนตรงกลาง.
ขำ ๑ว. มีลักษณะหน้าตาคมชวนให้มอง เช่น งามขํา ดำขำ; ขบขัน เช่น นึกขํา.
ขำ ๒น. สิ่งหรือข้อความที่มีนัย ไม่ควรเปิดเผย เช่น แล้วทูลว่านางคันธมาลี
ให้ข้านี้นำของมาถวาย เป็นความขำกำชับมามากมาย พลางยอบกาย
เข้าไปให้ใกล้ชิด. (คาวี).
ข่ำเขียว(กลอน) ว. รีบ, ด่วน, เร่ง.
ขิก(ปาก) น. เรียกรูปจําลองอวัยวะเพศชาย ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง
ว่า ไอ้ขิก อ้ายขิก หรือ ปลัดขิก, ขุนเพ็ด ก็เรียก.
ขิก ๆว. หัวเราะเสียงอย่างนั้น. (โบ) ก. หัวเราะเบา ๆ เช่น พระลออดบ่ได้
ขิกหัว. (ลอ).
ขิงน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Zingiber officinale Roscoe ในวงศ์ Zingiberaceae
เหง้ามีกลิ่น รสเผ็ด ใช้ประกอบอาหารและทํายาได้, ขิงแกลง หรือ
ขิงแครง ก็เรียก.
ขิงก็รา ข่าก็แรง (สํา) ต่างก็จัดจ้านพอ ๆ กัน, ต่างก็มีอารมณ์ร้อนพอ ๆ กัน,
ต่างไม่ยอมลดละกัน.
ขิงแห้ง น. ขิงชนิดหนึ่งที่ตากแห้ง ใช้เป็นเครื่องยาไทย.
ขิ่งก. พยายามทําสิ่งที่ยากอันตนจะต้องทําให้เสร็จ เช่น ท้าวธผู้ข้อนขิ่ง
ทําทาน. (ม. คําหลวง ชูชก).
ขิงแกลง, ขิงแครง[-แกฺลง, -แคฺรง] ดู ขิง.
ขิดน. ชื่อผ้าทอชนิดหนึ่ง มีวิธีทําลวดลายโดยใช้ไม้แผ่นแบนบางปากโค้ง
ให้ปลายหนึ่งแหลมเป็นเครื่องมือสําหรับสะกิดเส้นเครือหรือเส้นยืน
เพื่อเก็บยกขึ้นตามรูปลักษณะลวดลายที่ต้องการในแต่ละแถว แต่ละลาย,
เขียนเป็น ขิต ก็มี.
ขิปสัทโท[ขิปะ-] (ราชา) ก. กระแอม. (จินดามณี). (ป. ขิปิตสทฺท ว่า เสียงจาม).
ขิมน. ชื่อเครื่องดนตรีจีนชนิดหนึ่ง รูปคล้ายพระจันทร์ครึ่งซีก ใช้ตี.
ขี่ก. นั่งเอาขาคร่อม, โดยปริยายหมายถึงนั่งไปในยานพาหนะ.
ขี่ช้างจับตั๊กแตน (สํา) ก. ลงทุนมากแต่ได้ผลนิดหน่อย.
ขี่ม้าตีคลี น. ชื่อท่ารำท่าหนึ่ง.
ขี่ม้าเลียบค่าย น. ชื่อท่ารำท่าหนึ่ง.
ขี่ม้าส่งเมือง น. ชื่อการเล่นของเด็กอย่างหนึ่ง ฝ่ายแพ้ต้องให้ฝ่ายชนะ
ขี่หลังไปส่งถึงที่ฝ่ายชนะ.
ขี้ก. กิริยาที่ถ่ายกากอาหารออกทางทวารหนัก, ถ่ายอุจจาระ, ราชาศัพท์ว่า
ลงพระบังคนหนัก. น. กากอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการแล้วขับถ่ายออก
ทางทวารหนัก, อุจจาระ, สิ่งที่ร่างกายขับถ่ายออกมาเกรอะกรังอยู่ เช่น
ขี้ไคล ขี้รังแค ขี้หู ขี้ตา, โดยปริยายหมายความถึงสิ่งที่ไม่ต้องการ เช่น
ขี้ตะกั่ว, เศษหรือกากที่ออกมาจากสิ่งนั้น ๆ เช่น ขี้กบ ขี้เลื่อย. ว. ใช้
ประกอบหน้าคําที่แสดงความหมายในทางที่ไม่ดี เช่น ขี้เกียจ ขี้เหนียว,
หรือมักเป็นเช่นนั้น เช่น ขี้หัวเราะ ขี้ขอ.
ขี้กบ น. เศษไม้ที่ออกมาด้วยการไสกบ.
ขี้กระทาเกลือ, ขี้ทา น. ขี้เกลืออันตกกระฉาบทาไปตามพื้นดิน
หรือพื้นที่มีเกลือแห้งเกรอะอยู่เป็นกระ.
ขี้กลาก น. ชื่อโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง มีหลายชนิด เกิดจากเชื้อรา
ขึ้นเป็นวง มีอาการคัน, กลาก ก็ว่า.
ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น (สํา) ก. ทําสิ่งที่ไม่สมควรให้ผู้น้อยเห็น.
ขี้กะโล้โท้ (ปาก) ว. ไม่ดี, ไม่มีคุณภาพ, เอาเรื่องเอาราวไม่ได้.
ขี้ก้าง ๑ น. ขี้ดีบุกที่ถลุงแล้วเอาไปถลุงอีก. ว. ผอมจนเห็นซี่โครง
เป็นซี่ ๆ, ผอมเนื้อน้อย.
ขี้เกลือ น. คราบเหงื่อที่แห้งกรังจนขึ้นขาว.
ขี้เกลื้อน น. ชื่อโรคผิวหนังเกิดจากเชื้อรา Malassezia furfur ขึ้น
เป็นดวงขาว ๆ อาจมีอาการคัน, เกลื้อน ก็ว่า.
ขี้ข้า น. ทาส, ไพร่.
ขี้ครอก ๑ น. ลูกของขี้ข้า, ทาสโดยกําเนิด.
ขี้คร้าน ก. เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เช่น พอยอเข้าหน่อยขี้คร้านจะทำให้ทุกอย่าง.
ขี้คุก ว. เคยต้องโทษจําคุกมาแล้ว.
ขี้เค้า น. ขี้ข้า.
ขี้ไคล (ปาก) น. เหงื่อที่ปนกับฝุ่นละอองติดกรังอยู่กับหนังกำพร้า, ไคล ก็ว่า.
ขี้จาบ (ปาก) ว. หยาบคาย เช่น ชาติอ้ายขี้จาบปราบเพื่อนบ้าน.
(รามเกียรติ์ พลเสพย์).
ขี้ซ้าย, ขี้ไซ้ (ปาก) ว. ที่เลวกว่า (ใช้ในความปฏิเสธ) เช่น ไม่ได้ขี้ไซ้ของเขา.
ขี้เซา ว. นอนปลุกให้ตื่นยาก.
ขี้เดือด น. ขี้เมฆตามริมขอบฟ้าวิ่งเดือดพลุ่งขึ้นข้างบนซึ่งนัยว่าจะเกิดพายุ.
ขี้แดด น. ตะไคร่ที่จับบนผิวโคลนสีเขียว ๆ.
ขี้ตา, ขี้ตาเล็น (ปาก) ว. เล็กมาก.
ขี้ตืด (ปาก) ว. ตระหนี่, ขี้เหนียว ก็ว่า.
ขี้เต่า น. เมือกเหงื่อไคลที่ติดอยู่ตามรักแร้ มีกลิ่นเหม็น.
ขี้แต้ น. ดินที่แห้งแข็งเป็นตะปุ่มตะป่ำอยู่ตามทุ่งนา มักอูดขึ้นมา
จากรอยกีบเท้าวัวเท้าควาย เรียกว่า หัวขี้แต้.
ขี้ไต้ ๑ น. ส่วนของไต้ที่ใช้เป็นเชื้อไฟหรือส่วนของไต้ที่จุดและเขี่ย
ให้ร่วงหล่นลง.
ขี้ถัง (ปาก) ว. เลวทราม เช่น จงหลีกเลี่ยงเสียให้พ้นคนขี้ถัง.
(สุภาษิตสุนทรภู่).
ขี้เถ้า น. เถ้า.
ขี้ไถ ๑ ดู มูล ๓.
ขี้ทูด น. ชื่อโรคเรื้อนชนิดทําให้มือกุดเท้ากุด.
ขี้เท่อ ว. ไม่คม, ไม่ฉลาด, เซ่อ. น. ความโง่ เช่น ขยายขี้เท่อ.
ขี้เทา น. ขี้ที่ค้างอยู่ในลําไส้เด็กที่คลอดใหม่.
ขี้เทือก น. ที่ดินที่ไถและคราดเป็นต้นแล้วทำให้เป็นโคลนเป็นตม
เพื่อตกกล้า เช่น ทําขี้เทือกตกกล้า, เทือก ก็ว่า.
ขี้ปะติ๋ว ว. เล็กน้อย, ไม่สําคัญ.
ขี้ปาก น. คําที่เอาอย่างเขามาพูด; คนสําหรับเขาล้อด่าว่าและติเตียน.
ขี้เป้ ว. ไม่ได้เรื่อง เช่น คนขี้เป้ ของขี้เป้.
ขี้เป็ด น. ชื่อทรายหรือดินร่วนสีดําคล้ายขี้เป็ด.
ขี้ผง ว. เล็กน้อย, ไม่สําคัญ.
ขี้ผึ้ง ๑ น. รังผึ้งที่เอามาหุงใช้ในการต่าง ๆ เช่น ทําเทียน ทำสีผึ้ง.
ขี้ฝิ่น น. กากของฝิ่นที่สูบแล้ว, คนติดฝิ่น, ขี้ยา ก็เรียก.
ขี้แพ้ชวนตี (สํา) ก. แพ้ตามกติกาแล้วยังไม่ยอมรับว่าแพ้จะเอาชนะ
ด้วยกําลัง, แพ้แล้วพาล.
ขี้ม้า ๑ ว. เรียกสีกากีแกมเขียวว่า สีขี้ม้า.
ขี้มูก น. นํ้าเมือกที่ไหลออกทางจมูก.
ขี้เมฆ (ปาก) น. เมฆ.
ขี้แมลงวัน น. จุดดําเล็ก ๆ ที่ขึ้นตามร่างกาย, ราชาศัพท์ว่า พระปิลกะ.
ขี้แมว ๑ น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งในพวกจันอับ.
ขี้ไม่ให้หมากิน (สํา) ก. ขี้เหนียว, ตระหนี่เหนียวแน่น.
ขี้ยา น. กากของฝิ่นที่สูบแล้ว, คนติดฝิ่น, ขี้ฝิ่น ก็เรียก. ว. ติดฝิ่น.
ขี้แย ว. มักร้องไห้บ่อย ๆ, ใจน้อย.
ขี้รังแค น. ขุยหนังหัว มีลักษณะเป็นผง ๆ สีขาว, ขี้ลม หรือ รังแค ก็เรียก.
ขี้ราดโทษล่อง (สํา) ก. ทําผิดเอง แล้วกลับโทษผู้อื่น.
ขี้ริ้ว น. เรียกผ้าเก่าที่ใช้เช็ดถูเป็นต้น. ว. ไม่สวย, ไม่งาม, บางทีใช้
เข้าคู่กับคำ ขี้เหร่ เป็น ขี้ริ้วขี้เหร่.
ขี้เรื้อน น. เรื้อน. (ปาก) ว. ไม่มีคุณค่า เช่น คนขี้เรื้อน ของขี้เรื้อน.
ขี้เรื้อนกวาง น. ชื่อโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นผื่นคัน
ทําให้ผิวหนังหนา หยาบ และอาจแตกมีนํ้าเหลืองไหลหรือตกสะเก็ด
ในระยะหลัง มักเป็นตามบริเวณข้อเท้า หัวเข่า หรือบริเวณที่ที่มือ
เอื้อมไปเกาถึง.
ขี้ลม ๑ น. ขุยหนังหัว มีลักษณะเป็นผง ๆ สีขาว, ขี้รังแค หรือ รังแค ก็เรียก.
ขี้ลอก (ปาก) น. ดินที่ลอกขึ้นมาจากท้องร่อง.
ขี้ลีบ (ปาก) น. ข้าวลีบ เช่น ชาวนาคัดเอาขี้ลีบออก.
ขี้เล็บ (ปาก) ว. ใช้เปรียบของที่เล็กน้อย.
ขี้โล้ น. เรียกน้ำมันที่เป็นขี้ตะกอนว่า น้ำมันขี้โล้; กะทิที่เคี่ยวจนเป็น
น้ำมันใช้ทำอาหารบางอย่าง.
ขี้หดตดหาย (ปาก) ว. ใช้เป็นสำนวนประกอบคำ กลัว ว่า กลัวจน
ขี้หดตดหาย หมายความว่า กลัวมาก.
ขี้หมา น. ก้อนขี้หมา, หัวขี้หมา ก็เรียก. (ดู ก้อนขี้หมา ที่ก้อน). (ปาก)
ว. ไม่มีคุณค่า, ไร้สาระ, เช่น เรื่องขี้หมา ของขี้หมา.
ขี้หมูขี้หมา (ปาก) ว. ไร้สาระ, ไม่สำคัญ, ไม่มีค่า, ไม่มีราคา.
ขี้หมูราขี้หมาแห้ง ว. ไร้สาระ, ไร้ประโยชน์, เช่น เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง.
ขี้เหนียว ว. ตระหนี่, ขี้ตืด ก็ว่า.
ขี้เหร่ ว. ไม่สวย, ไม่งาม, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ขี้ริ้ว เป็น ขี้ริ้วขี้เหร่.
ขี้ใหม่หมาหอม (ปาก) ก. เห่อของใหม่.
ขี้กาน. ชื่อไม้เถาเนื้ออ่อนหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Cucurbitaceae
ผลกลมขนาดผลมะนาวถึงผลส้มเกลี้ยง สุกสีแดง เมล็ดสีเขียวแก่
มีเยื่อเป็นเมือก ๆ หุ้ม และมีรสขม เช่น ขี้กาแดง หรือ กระดึงช้างเผือก
(Trichosanthes tricuspidata Lour.).
ขี้ก้าง ๑ดูใน ขี้.
ขี้ก้าง ๒ดู ก้าง ๒.
ขี้กาดงดู กระดอม.
ขี้กาแดงน. ชื่อไม้เถาเนื้ออ่อนชนิด Trichosanthes tricuspidata Lour. ในวงศ์
Cucurbitaceae เถาเป็นเหลี่ยม มีมือเกาะแยกเป็น ๓ แฉก ใบใหญ่มน
บางทีเป็น ๕ เหลี่ยม กลีบเลี้ยงสีแดง กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมชมพู
ผลกลมใหญ่ขนาดผลส้ม สุกสีแดง เมล็ดเป็นพิษเบื่อเมา, กระดึงช้างเผือก
ก็เรียก.
ขี้กาเหลี่ยมดู กระดอม.
ขี้กุ่ง(ถิ่น-พายัพ) น. จิ้งโกร่ง. (ดู จิ้งโกร่ง).
ขี้ขมน. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Osteochilus hasselti ในวงศ์ Cyprinidae เกล็ด
ข้างตัวมีจุดสีดําจนเห็นเรียงกันเป็นลายตามยาว ๖-๘ เส้น ที่โคนครีบ
หางมีจุดสีดําใหญ่ ครีบต่าง ๆ สีแดงส้ม เฉพาะครีบอกสีเขียวอ่อน
พบทั้งในแหล่งนํ้านิ่งและนํ้าไหลทั่วทุกภาคของประเทศไทย ขนาดยาว
ได้ถึง ๓๐ เซนติเมตร, ซ่าสร้อยนกเขา นกเขา หรือ พรหมหัวเหม็น ก็เรียก.
ขี้ขวงน. ผักขี้ขวง. (ดู ขวง ๑).
ขี้ขุยดู ขี้ควาย.
ขี้เข็บดู ตะเข็บ ๑.
ขี้ครอก ๑ดูใน ขี้.
ขี้ครอก ๒น. (๑) ชื่อไม้พุ่มชนิด Urena lobata L. ในวงศ์ Malvaceae ดอกสีชมพู
ผลมีขนปลายเงี่ยงคลุม. (๒) ดู กระชับ ๑.
ขี้ครั่งน. สารซึ่งตัวครั่งผลิตออกมาหุ้มลําตัว ประกอบด้วยชันเป็น
ส่วนใหญ่ ไข และสารสีแดง.
ขี้ควายน. ชื่อปลาทะเลชนิด Polycaulus uranoscopus ในวงศ์ Synanceiidae
ตัวแบนข้างเล็กน้อย หัวสั้น ปากกว้างเชิดขึ้น ลําตัวมีรอยด่างสีนํ้าตาล
มักมีจุดขาวประปราย ขอบครีบเป็นสีดําคลํ้า เงี่ยงมีพิษ ซ่อนตัวอยู่ตาม
ซอกหินหรือพื้นท้องทะเล, ขี้ขุย ก็เรียก.
ขี้โครง(ปาก) น. ซี่โครง.
ขีณะ(แบบ) ว. สิ้นไป เช่น ถั่นคํ่าขีณะแล้ว. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). (ป.).
ขีณาสพ[ขีนาสบ] (แบบ) น. พระผู้สิ้นอาสวะ, พระอรหันต์. (ป. ขีณ + อาสว).
ขีดก. ใช้ของแหลมหรือมีดเป็นต้นทําให้เป็นเส้นหรือรอยยาว. น. แนวเส้น;
ระดับ เช่น เกินขีด, ขีดขั้น ก็ว่า; ลักษณนามเรียกสิ่งที่เป็นเส้นหรือรอยยาว
ปรากฏอยู่บนพื้นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มีรอย ๓ ขีด; (ปาก) เรียกเครื่องหมาย
แสดงระดับชั้นของข้าราชการพลเรือน เช่น ข้าราชการชั้นตรีที่บ่ามีขีดใหญ่
๑ ขีด; เรียกน้ำหนัก ๑ ใน ๑๐ ของกิโลกรัมว่า ขีดหนึ่ง.
ขีดขั้น น. ระดับแห่งความรู้ความสามารถเป็นต้น เช่น ขีดขั้นแห่งสติปัญญา.
ขีดคร่อม (กฎ) ก. ขีดเส้นขนานคู่ขวางไว้ข้างด้านหน้าเช็ค. (ดู เช็คขีดคร่อม).
ขีดคั่น ก. ขีดกั้นไว้, กำหนดไว้โดยเฉพาะ เช่น อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว
ให้ทำเครื่องหมายขีดคั่นไว้.
ขีดฆ่า (กฎ) ก. ขีดเส้นตัดข้อความในเอกสารออกและลงลายมือ
ชื่อกำกับเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อความนั้น; ตามประมวล
รัษฎากร หมายความว่า การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีกโดยขีด
เส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษและลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าไว้ด้วย.
ขีดเส้นตาย ก. กำหนดเวลาสุดท้ายให้.
ขีดเส้นใต้ น. ชื่อหนึ่งของเครื่องหมายสัญประกาศ. (ดู สัญประกาศ).
ขี้ตด(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. แมลงตด. (ดู ตด ๒).
ขี้ตังนีดู ชันโรง.
ขี้ติ้วดู ติ้ว ๑.
ขี้ไต้ ๑ดูใน ขี้.
ขี้ไต้ ๒ดู กะล่อน ๑.
ขี้ไถ ๑ดู มูล ๓.
ขี้ไถ ๒ดู มูลไถ.
ขี้นกน. (๑) ชื่อฝรั่งพันธุ์หนึ่ง ผลเล็ก ไส้แดง. (๒) ชื่อพริกขี้หนูพันธุ์หนึ่ง
รสเผ็ดร้อนกว่าพริกขี้หนูธรรมดา.
ขีปนาวุธ[ขีปะ-] น. อาวุธซึ่งถูกส่งออกไปจากผิวพิภพเพื่อใช้ประหัตประหาร
หรือทําลายในการสงคราม โดยมีการบังคับวิถีในตัวเองเพื่อนําไปสู่
เป้าหมาย การบังคับวิถีนี้บังคับเฉพาะตอนขึ้นเท่านั้น มีหลายชนิด
เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีป. (อ. ballistic missile).
ขี้ผึ้ง ๑ดูใน ขี้.
ขี้ผึ้ง ๒ดู เต่าเหลือง ที่ เต่า ๑.
ขี้มอดน. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็ก ๒ ชนิด ในวงศ์ Leguminosae คือ ชนิด
Dalbergia lanceolaria L.f. var. lakhonensis (Gagnep.) Niyomdham
ดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วงน้ำเงิน และชนิด Derris robusta Benth.
ดอกสีชมพูถึงม่วงอ่อน เนื้อไม้ฟ่าม ใช้ทําหีบหรือลัง.
ขี้ม้า ๑ดูใน ขี้.
ขี้ม้า ๒น. ชื่อส้มพันธุ์หนึ่งของชนิด Citrus reticulata Blanco.
ขี้มิ่น(ถิ่น-อีสาน, ปักษ์ใต้) น. ขมิ้น. (ดู ขมิ้น ๑).
ขี้แมว ๑ดูใน ขี้.
ขี้แมว ๒น. ชื่อมะขามพันธุ์ฝักเล็ก. (ดู มะขาม).
ขี้ยอกน. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Mystacoleucus marginatus ในวงศ์ Cyprinidae
รูปร่างทั่วไปคล้ายปลาตะเพียน เว้นแต่มีหนามแข็งยื่นจากต้นครีบหลัง
ออกไปข้างหน้า, ชื่อนี้เรียกกันเฉพาะในเขตแม่นํ้าปิงเท่านั้น ในเขต
แม่นํ้าน่านเรียก หนามไผ่, ปักษ์ใต้เรียก หญ้า.
ขีระ(แบบ) น. นํ้านม. (ป.).
ขี้แรด(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นข่อยนํ้า. (ดู ข่อยนํ้า ที่ข่อย).
ขี้แรดล้อมปรวดดู ล้อมปรวด.
ขี้ลม ๑ดูใน ขี้.
ขี้ลม ๒น. ชื่อผักที่ขึ้นปกคลุมตามต้นไม้ชายทะเล มีสีเหลืองคล้ายฝอยทอง.
(พจน. ๒๔๙๓).
ขี้สูด(ถิ่น-อีสาน) ดู ชันโรง.
ขี้หนอน[-หฺนอน] น. (๑) ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Zollingeria dongnaiensis
Pierre ในวงศ์ Sapindaceae ขึ้นตามป่าโปร่งที่ตํ่า ผลมี ๓ ครีบ. (๒)
ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Scleropyrum wallichianum (Wight et Arn.)
Arn. ในวงศ์ Santalaceae ลําต้นมีหนามแข็ง ใบอ่อนและดอกเป็นพิษ
อย่างแรง. (๓) ดู สําเภา ๒.
ขี้หน้าน. หน้า (ใช้ในความหมั่นไส้ รังเกียจ หรือ ดูหมิ่น) เช่น เกลียดขี้หน้า
ขายขี้หน้า.
ขี้หนู ๑น. (๑) ชื่อพริกชนิด Capsicum frutescens L. ในวงศ์ Solanaceae เม็ดเล็ก,
พริกแกว ก็เรียก. (๒) ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Coleus parvifolius Benth. ในวงศ์
Labiatae หัวกินได้ เรียกว่า มันขี้หนู.
ขี้หนู ๒น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวเจ้าโม่ทับน้ำ ยีให้ร่วนแล้วนึ่งให้สุก
ใส่น้ำเชื่อม เคล้าให้ฟูเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดทราย โรยด้วยมะพร้าว
ทึนทึกขูด, (ราชา) ขนมทราย.
ขี้เหล็กน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ชนิด Cassia siamea Lam. ในวงศ์
Leguminosae มักขึ้นตามริมนํ้าหรือป่าชื้น ดอกเหลืองดกเป็นช่อใหญ่
เนื้อไม้สีนํ้าตาลแก่หรือบางทีเกือบดํา มีลายเป็นเส้นสีแก่หรือสีอ่อนกว่าพื้น
แข็ง เหนียว และหนักมาก ใช้ทําเครื่องเรือนและเครื่องใช้ต่าง ๆ ใบอ่อน
และดอกกินได้.
ขี้อ้นน. (๑) ชื่อไม้พุ่มหลายชนิดในสกุล Helicteres วงศ์ Sterculiaceae
ลูกเป็นขน ๆ. (๒) ดู กระชับ ๑.
ขี้อ้ายน. (๑) ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Terminalia triptera Stapf. ในวงศ์
Combretaceae เปลือกชั้นในสีแสด รสฝาด ใช้เคี้ยวกับหมาก, กําจาย
ก็เรียก, จันทบุรีเรียก หอมกราย. (๒) ชื่อไม้ต้น ๓ ชนิดในสกุล Walsura
วงศ์ Meliaceae คือ ชนิด W. robusta Roxb., W. trichostemon Miq.
และ W. villosa Wall.
ขึงก. ทําให้ตึง เช่น ขึงเชือก ขึงจอภาพยนตร์, ผูกสิ่งเป็นเส้นให้ยาวเหยียด
ออกไปเป็นราว เช่น ขึงราว, โดยปริยายหมายถึงอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น
เช่น หน้าขึง.
ขึงขัง ว. ผึ่งผาย, เอาจริงเอาจัง, แข็งแรง.
ขึงตา ก. จ้องดูอย่างเขม็งด้วยอาการโกรธ หรือด้วยประสงค์จะห้าม.
ขึงพืด ก. จับให้นอนเหยียดยาวกางแขนกางขา.
ขึงอูด ก. นอนหงายเหยียดตรง แล้วใช้ผ้าที่ขมวดปมหัวท้ายคลุมศีรษะ
ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งใช้ปลายเท้ายันผ้าให้ตึงเพื่อกันยุงเป็นต้น.
ขึ้งก. แค้น, เคือง, โกรธ, มักใช้เข้าคู่กับคําอื่น เช่น โกรธขึ้ง ขึ้งโกรธ ขึ้งเคียด.
ขึ้งโกรธ ก. โกรธเอาจริงเอาจัง, โกรธมาก, โกรธขึ้ง ก็ว่า.
ขึ้งเคียด ก. โกรธอย่างชิงชัง.
ขึ้น ๑ก. ไปสู่เบื้องบน เบื้องสูง หรือ เบื้องหน้า, ไปสู่เบื้องที่ถือว่าตรงข้าม
กับลง; เพิ่มหรือทําให้เพิ่ม เช่น ขึ้นราคา ขึ้นภาษี ราคาขึ้น ภาษีขึ้น;
เริ่ม เช่น ขึ้นหนุ่ม ขึ้นบรรทัดใหม่; เอาเข้าไว้เป็นหลักฐาน เช่น
ขึ้นทะเบียน ขึ้นทําเนียบ; เอ่ยคําหยาบออกมาด้วยความโกรธ เช่น
ขึ้นมึง ขึ้นกู; เกิด, มี, เช่น ฝีขึ้น สนิมขึ้น; นิยมนับถือ,เลื่อมใส, เช่น
อาจารย์คนนี้มีคนขึ้นมาก; อยู่ในสังกัด เช่น กรมศิลปากรขึ้นกับ
กระทรวงศึกษาธิการ; อืดพอง เช่น ศพขึ้น ท้องขึ้น; ฟู เช่น ขนมขึ้น;
แรกปรากฏจากขอบฟ้า เช่น ตะวันขึ้น; งอก เช่น ต้นไม้ขึ้น; มีโชค
จะทําอะไรก็ประสบผล เช่น มือขึ้น ชะตาขึ้น; ก่ง เช่น ขึ้นธนู; ขึง เช่น
ขึ้นกลอง ขึ้นฆ้อง; เริ่มเดินเป็นครั้งแรก เช่น ขึ้นขุน ขึ้นโคน; ทําให้เป็น
รูปร่าง เช่น ขึ้นรูป ขึ้นกระบุง; เอาเช็คเป็นต้นไปขอรับเป็นตัวเงินจาก
ธนาคาร เรียกว่า ขึ้นเงิน; เอาเข้าเก็บไว้ เช่น ขึ้นคลัง; (ปาก) แล่นไปตาม
ทางจากใต้ไปเหนือ เช่น รถขึ้น ขาขึ้น. น. ข้างขึ้น เช่น ขึ้นคํ่าหนึ่ง ขึ้น ๒ คํ่า.
ขึ้นเขียง (ปาก)ก. ตกอยู่ในภาวะที่แทบไม่มีทางจะต่อสู้หรือเอาชนะ
หรือหลีกเลี่ยงได้เลย.
ขึ้นครู ก. ทําพิธีคํานับครูที่ประสาทวิชาให้เมื่อแรกเรียน.
ขึ้นคาน ก. มีฝีมือในทางใดทางหนึ่งจนไม่มีคู่แข่งขัน; (ปาก) โดยปริยาย
หมายถึงหญิงโสดที่มีอายุแต่ยังไม่มีสามี.
ขึ้นใจ ก. เจนใจ, จําได้แม่นยํา.
ขึ้นชื่อ ก. ลือชื่อ, เอ่ยถึงบ่อย ๆ; ยกขึ้นมาอ้าง เช่น อย่ามาขึ้นชื่อฉัน.
ขึ้นซัง ก. เข้าอยู่ในที่ซึ่งไม่มีใครจะทําอันตรายได้แล้ว, นั่งซัง ก็ว่า.
ขึ้นต้นไม้สุดยอด (สํา) ก. ขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุดแล้ว.
ขึ้นโต๊ะ ว. เรียกลักษณะของสิ่งที่ดีมีราคา, (ปาก) เรียกลักษณะของสิ่ง
ที่ไม่มีราคาแต่ยกย่องให้เป็นสิ่งที่มีราคา.
ขึ้นทะเบียนทหาร ก. แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินเมื่อมีอายุ
ย่างเข้า ๑๘ ปี, ผู้ที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว ถือว่าเป็นทหารกองเกิน.
ขึ้นนวล ก. เกิดละอองสีขาวบนผิวผลไม้หรือใบไม้บางชนิดแสดงว่า
แก่จัด เช่น ใบตองขึ้นนวล มะม่วงขึ้นนวล ฟักขึ้นนวล.
ขึ้นปาก ก. เจนปาก, คล่องปาก.
ขึ้นพลับพลา น. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
ขึ้นไม้ขึ้นมือ ก. ชี้หน้าในเวลาโกรธ เช่น มาขึ้นไม้ขึ้นมืออยู่หรบหรบ.
(ขุนช้างขุนแผน).
ขึ้นระวาง ก. เข้าทําเนียบ, เข้าประจําการ, (ใช้แก่พาหนะของหลวง คือ
ม้า ช้าง รถ และเรือ).
ขึ้นร้าน น. วิธีนับคะแนนในการเล่นหมากเก็บ โดยเอาตัวหมากทั้งหมด
วางบนหลังมือกระดกมือให้หมากลอยขึ้นแล้วหงายมือรับอย่างรวดเร็ว.
ขึ้นสนิม ก. ฝืด, ไม่คล่อง, เช่น ความรู้ขึ้นสนิมหมดแล้ว.
ขึ้นสมอง ก. นิยมมาก เช่น เขาชอบกีฬาจนขึ้นสมอง.
ขึ้นสาย ก. เทียบเสียงเครื่องดนตรีที่มีสาย.
ขึ้นเสียง ก. ออกเสียงดังด้วยความโกรธ; เทียบเสียงเครื่องดนตรี.
ขึ้นหน้าขึ้นตา ก. มีชื่อเสียง, เด่น.
ขึ้นหม้อ น. เรียกข้าวที่หุงแล้วพองตัวมากกว่าข้าวธรรมดาว่า
ข้าวขึ้นหม้อ. ว. โดยปริยายหมายความว่า มีผลประโยชน์รวดเร็ว
มากผิดปรกติ, โดดเด่น, เป็นที่โปรดปราน, โชคดี.
ขึ้นหา ก. ลอบขึ้นห้องหญิงเพื่อการชู้สาว.
ขึ้นหิ้ง (ปาก) ก. เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์; ขึ้นคาน.
ขึ้นเหนือล่องใต้ ก. เดินทางไกลไปยังที่ต่าง ๆ โดยมักไปเป็นประจํา.
ขึ้น ๒ว. ใช้ประกอบคําอื่นเพื่อเน้นความให้เด่นหรือให้ชัดแจ้งกว่าเดิม เช่น
เกิดขึ้น เป็นขึ้น สวยขึ้น สูงขึ้น; เป็นคําประกอบท้าย หมายความว่า
มากกว่าเดิม เช่น ดีขึ้น เร็วขึ้น อ้วนขึ้น; เป็นไปตามคําที่ยอหรือยุเป็นต้น
เช่น ยกขึ้น ยุขึ้น หนุนขึ้น; ดูสวยกว่าตัวจริง เช่น แต่งตัวขึ้น ถ่ายรูปขึ้น;
มีเหตุผลสมควร เช่น ฟังขึ้น, ถ้าใช้ในความปฏิเสธ เช่น เถียงไม่ขึ้น
หมายความว่า เถียงไม่ชนะ.
ขึ้นชื่อว่า ใช้เป็นคําประกอบหน้านามที่เป็นประธานหรือใช้ขึ้นต้น
ข้อความ เช่น ขึ้นชื่อว่าคนพาลละก็ต้องหลีกให้ห่างไกล.
ขึ้นฉ่ายน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Apium graveolens L. ในวงศ์ Umbelliferae
ใบคล้ายผักชีแต่โตกว่า กลิ่นฉุน เป็นพรรณไม้ที่นําเข้ามาปลูก
เพื่อเป็นอาหาร.
ขีนก. ยั้งไว้หรือบังคับไว้ไม่ให้เป็นไปตาม เช่น ขืนตัว ขืนเรือ; ไม่ควรทํา
แต่ยังกล้าทํา เช่น ขืนกิน ขืนสู้, ไม่ยอมทําตาม เช่น ขืนคําสั่ง.
ขืนใจ ก. บังคับให้ยอมทําตาม เช่น ขืนใจเด็กให้กินยา; ข่มขืน.
ขื่น ๑ว. รสฝาดเฝื่อนชวนให้คลื่นไส้ ไม่ชวนกิน; (ถิ่น-พายัพ) ฉุน.
ขื่นขม ก. รู้สึกชํ้าใจแต่ฝืนไว้ เพราะไม่สามารถแสดงออกมาได้,
ขมขื่น ก็ใช้.
ขื่อน. ชื่อไม้เครื่องบนสําหรับยึดหัวเสาด้านขวาง; เครื่องจองจํานักโทษ
ทําด้วยไม้มีช่องสําหรับสอดมือหรือเท้าแล้วมีลิ่มตอกกำกับกันขื่อหลุด;
เรียกกระดูกเชิงกรานที่ขวางอยู่ด้านหน้า.
ขื่อกะละปังหา น. ขื่อด้านสกัดหัวท้ายสําหรับรับหน้าจั่วและ
ติดกลอนปีกนก.
ขื่อขวาง, ขื่อคัด น. ขื่อที่ ๒ อยู่ใต้ขื่อเดิม อยู่ในพวกเครื่องเรือน.
ขื่อจมูก น. แกนกลางระหว่างช่องจมูก.
ขื่อเท่าต่อ ก. รู้เท่าทันกัน.
ขื่อมุก น. แกนเปลือกที่อยู่ในตัวหอยจำพวกหอยสังข์ใช้ทำ
ด้ามทัพพีเป็นต้น.
ขื่อหมู่ น. ขื่อไม่น้อยกว่า ๒ ตัว เจาะฝังเข้าไปในเสาร่วมในซึ่งเป็นมุม
แล้วทอดไปหาเสาหรือผนังของระเบียงคล้ายเต้าที่รับเชิงกลอน.
ขื่อผีน. ชื่อกําไลที่ทําด้วยเงินหรือทองเกลี้ยง ๆ หัวท้ายรีดเป็นลวด ทําเป็น
ห่วงสอดไขว้กันเพื่อรูดเข้าออกได้, กําไลคู่ผี ก็เรียก.
ขุก ๑ว. พลัน, ทันทีทันใด, เช่น ขุกเข็ญ ว่า เกิดความลําบากขึ้นทันที.
ก. คิดขึ้นได้ทันที, เกิดขึ้นในปัจจุบันทันด่วน, เช่น อาวุธอย่าวางไกล
ขุกคํ่า คืนแฮ. (โลกนิติ).
ขุก ๒, ขุก ๆว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงไอ, ขลุก หรือ ขลุก ๆ ก็ว่า.
ขุดก. กิริยาที่สับ เจาะ แทง หรือ คุ้ยเอาดินหรือสิ่งที่อยู่ในดินขึ้น เช่น
ขุดดิน ขุดศพ, อาการที่ขุดดินหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มีรูปร่างตามที่
ต้องการ เช่น ขุดหลุม; เรียกเรือชนิดที่ทําด้วยไม้ซุงทั้งต้นหรือทั้งท่อน
ขุดด้านบนให้เป็นรางแล้วเบิกปากออกให้กว้าง ถากหัวและท้ายเรือ
ให้เรียวเชิดขึ้นตามส่วน ว่า เรือขุด; โดยปริยายหมายถึงอาการที่
คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาพูด, ขุดคุ้ย หรือ คุ้ยเขี่ย ก็ว่า.
ขุดคุ้ย ก. ค้นเอาเรื่องเก่าขึ้นมาเปิดเผย, ขุด หรือ คุ้ยเขี่ย ก็ว่า.
ขุดด้วยปากถากด้วยตา (สํา) ก. แสดงอาการเหยียดหยามทั้งด้วย
วาจาและสายตา.
ขุดดินกินหญ้า (สํา) ก. ทํางานกระท้อมกระแท้มพอเลี้ยงตัวไป
วันหนึ่ง ๆ เช่นทําไร่เล็ก ๆ น้อย ๆ.
ขุดบ่อล่อปลา (สํา) ก. ทํากลอุบายเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งหลงเชื่อโดย
หวังประโยชน์จากอีกฝ่ายหนึ่ง.
ขุทกนิกายน. ชื่อคัมภีร์นิกายที่ ๕ แห่งพระสุตตันตปิฎก แปลว่า หมวดเล็กน้อย
รวบรวมข้อธรรมะที่ไม่อยู่ใน ๔ นิกายข้างต้น มี ๑๕ เรื่อง ซึ่งมี
ธรรมบทและชาดก รวมอยู่ในคัมภีร์นี้ด้วย.
ขุน ๑น. ผู้เป็นใหญ่, หัวหน้า, บรรดาศักดิ์ข้าราชการรองจากหลวงลงมา
เช่น ขุนวิจิตรมาตรา; เรียกหมากรุกตัวสําคัญที่สุด. ว. ใหญ่ เช่น ขุนเขา.
ขุนนาง (โบ) น. ข้าราชการที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร ตามปรกติ
ต้องมีศักดินาตั้งแต่ ๔๐๐ ขึ้นไป.
ขุนนางใช่พ่อแม่ หินแง่ใช่ตายาย (สำ) ถ้าไม่ใช่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย
ของตน ก็ไม่ควรไว้วางใจใคร, ทํานองเดียวกับภาษิตที่ว่า อย่าไว้ใจทาง
อย่าวางใจคน จะจนใจเอง.
ขุนน้ำ น. สายนํ้าที่ไหลจากยอดเขา.
ขุนน้ำขุนนาง (ปาก) น. ขุนนาง.
ขุนบาล (โบ) น. นายอากรหวย ก ข.
ขุนแผน ๑ (โบ) น. พรหมธาดา. (เจ้าแห่งแผน คือพระพรหม).
ขุนพล น. แม่ทัพ.
ขุนพัฒน์ (โบ) น. นายอากรบ่อนเบี้ย.
ขุนศาล (โบ) น. ผู้พิพากษาความ.
ขุนศึก น. แม่ทัพผู้มีความสามารถในการรบ.
ขุนหมื่น (โบ) น. ข้าราชการชั้นต่ำพวกหนึ่งที่เจ้าสังกัดเอาประทวน
ตั้งเป็นขุนบ้างเป็นหมื่นบ้าง.
ขุนหลวง (โบ) น. พระเจ้าแผ่นดิน เช่น เป็นขุนหลวงเสวยราชย์
ได้สองปี. (พงศ. ร. ๓).
ขุน ๒ก. ให้อาหารแก่สัตว์เลี้ยง, โดยปริยายหมายถึงเลี้ยงดูอย่างดี.
ขุนไม่ขึ้น, ขุนไม่เชื่อง (สํา) ว. เลี้ยงไม่เชื่อง มีแต่เนรคุณ.
ขุ่นว. มีลักษณะมัว ไม่ใส ไม่ชัดเจน.
ขุ่นข้องหมองใจ ก. ผิดใจกัน.
ขุ่นเคือง ก. โกรธกรุ่น ๆ อยู่ในใจ, เคืองขุ่น ก็ว่า.
ขุ่นแค้น ก. โกรธอย่างเจ็บใจ.
ขุ่นใจ ก. หมองใจ, ไม่พอใจ, ขัดเคืองกัน.
ขุ่นมัว ว. ไม่แจ่มใส.
ขุ่นหมอง ว. ไม่ผ่องใส.
ขุนทองน. ชื่อนกในวงศ์ Sturnidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับนกเอี้ยงและนกกิ้งโครง
ขนดําเลื่อมเป็นมัน ที่ปีกมีขนสีขาวแซม และมีติ่งหรือเหนียงสีเหลือง
ติดอยู่ทางหางตาทั้ง ๒ ข้าง ปากสีแสด ขาและตีนสีเหลืองจัด ร้องเลียน
เสียงคนหรือเสียงอื่น ๆ บางอย่างได้ ในประเทศไทยมี ๒ ชนิดย่อย คือ
ขุนทองเหนือ (Gracula religiosa intermedia) และ ขุนทองใต้ หรือ
ขุนทองควาย (G. r. religiosa) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าชนิดย่อยแรก,
พายัพเรียก เอี้ยงคํา.
ขุนแผน ๑ดูใน ขุน ๑.
ขุนแผน ๒น. ชื่อนกชนิด Urocissa erythrorhyncha ในวงศ์ Corvidae ซึ่งเป็น
วงศ์เดียวกับอีกา ปากสีแดง หัวและคอสีดํา ลําตัวสีฟ้าอมเทา หางยาว
กินนกเล็ก ๆ และสัตว์เลื้อยคลาน.
ขุดเพ็ดน. รูปจำลองอวัยวะเพศชาย ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง, ปลัดขิก ไอ้ขิก
หรือ อ้ายขิก ก็เรียก, ถ้าใช้เป็นเครื่องบูชาตามศาลเจ้า เรียกว่า ดอกไม้เจ้า,
ราชาศัพท์ว่า ทองพระขุน.
ขุมน. หลุม, ใช้ในบางลักษณะ เช่น ขุมขน ขุมนรก; แหล่งที่เกิดที่เก็บ เช่น
ขุมทรัพย์; ลักษณนามใช้เรียกหน่วยที่ต่อรองกันในการพนันคราวหนึ่ง ๆ
เช่น ๕ เอา ๑ เป็นหน่วยหนึ่ง เรียกว่า ขุมหนึ่ง.
ขุยน. ผงที่เกิดจากเนื้อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ติดอยู่ที่เนื้อนั้นเอง หรือหลุด
ออกมากองอยู่เป็นกลุ่ม ๆ เช่น ผิวหนังเป็นขุย ขุยกระดาษ ขุยมด.
ขุยไผ่ น. เมล็ดไผ่ที่ตกลงมากองอยู่ที่กอไผ่.
ขุยอินทรีย์ น. อินทรียวัตถุที่สลายตัวปะปนอยู่ในดิน ทําให้ดิน
อุดมสมบูรณ์. (อ. humus).
ขู(กลอน) ว. มาก. (เลือนมาจาก โข).
ขู่ก. แสดงอาการให้อีกฝ่ายหนึ่งเกรงกลัว เช่น ผู้ใหญ่ขู่เด็ก งูขู่ฟ่อ ๆ.
ขู่กรรโชก ก. ทําให้กลัวโดยแสดงกิริยาอาการจะทําร้าย.
ขู่ขวัญ ก. ทําให้หวาดกลัว, ทําให้เสียขวัญ.
ขู่เข็ญ ก. ทําให้กลัวโดยบังคับ; (กฎ) แสดงกิริยาหรือวาจาให้ผู้อื่น
ต้องกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือ
ทรัพย์สินของผู้นั้น หรือของบุคคลที่สาม.
ขูดก. เอาของมีคมเป็นต้นครูด เช่น เอาช้อนขูดมะพร้าว เอาเล็บขูดขี้ผึ้ง,
ครูดสิ่งใดสิ่งหนึ่งกับของมีคม เช่น เอามะพร้าวไปขูดกับกระต่าย.
ขูดรีด ก. แสวงหาประโยชน์โดยวิธีบีบบังคับเอา, แสวงหาประโยชน์
โดยวิธีบีบบังคับให้จํายอม.
ขูดเลือด, ขูดเลือดขูดเนื้อ ก. เรียกเอาราคาหรือดอกเบี้ยเกินสมควร.
เข ๑ว. เหล่น้อย (ใช้แก่ตา).
เข ๒ดู แลแก.
เข้(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. จระเข้. (ดู จระเข้).
เขกก. ใช้ด้านหลังของข้อนิ้วที่งอเข้าด้วยกันเคาะลงไป เช่น ใช้มะเหงกเขกหัว.
เข็ง(ถิ่น-อีสาน) น. ปลาหมอ. (ดู หมอ ๒).
เข่งน. ภาชนะสานอย่างหนึ่งมีรูปและขนาดต่าง ๆ เช่น เข่งลําไย เข่งปลาทู;
ชื่อขนมอย่างหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเหนียวกับนํ้าตาล ใส่กระทงวางใน
เข่งเล็ก ๆ นึ่งให้สุกเรียกว่า ขนมเข่ง.
เขจร[-จอน] ก. บินไป, เหาะไป. (ส. เขจร ว่า ไปในอากาศ).
เข็ญ[เข็น] ว. ยาก, ยากจน, เช่น ลําบากแสนเข็ญ.
เข็ญใจ ว. ยากจนข้นแค้น.
เข็ด ๑ลักษณนามเรียกด้ายหรือไหมหลาย ๆ ไจรวมกัน.
เข็ด ๒ก. กลัวจนไม่กล้าทําเช่นนั้นอีก เพราะเคยได้รับผลร้ายมาแล้ว, หลาบจํา,
ไม่กล้าสู้, เช่นในคําว่า เข็ดข้อ เข็ดข้อเข็ดลํา เข็ดเขี้ยว.
เข็ดขยาด ก. กลัวมากจนไม่กล้าทำ.
เข็ดข้อ, เข็ดข้อเข็ดลำ ก. ไม่กล้าสู้เพราะคร้ามข้อคร้ามลํา.
เข็ดเขี้ยว ก. ไม่กล้าสู้เพราะเคยต่อสู้กัน แล้วสู้ไม่ได้.
เข็ดฟัน ก. เสียวฟันเพราะกินของเปรี้ยว.
เขดา[ขะเดา] น. กําเดา, ความร้อน, เช่น ชลเขดาเดือดดาลพอง.
(ม. คําหลวง ฉกษัตริย์). (ข. เกฺดา).
เขต[เขด] น. แดนที่กําหนดขีดคั่นไว้ เช่น เขตป่า เขตบ้าน, เวลาที่กําหนด
ขีดคั่นไว้ เช่น หมดเขตวันที่ ๑๕. (ป. เขตฺต). (โบราณเขียนว่า เขตร).
เขตแดน น. พื้นที่ที่กําหนดขีดคั่นไว้, เส้นแบ่งพื้นที่ระหว่าง ๒ ประเทศ,
อาณาเขต.
เขตเลือกตั้ง (กฎ) น. ท้องที่ซึ่งจัดเป็นเขตอันจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น.
เขตอำนาจศาล (กฎ) น. พื้นที่และประเภทคดีที่ศาลมีอํานาจพิจารณา.
เขน ๑น. เครื่องปิดป้องศัสตราวุธ รูปกลมคล้ายกระทะ ทำด้วยโลหะ ด้านหลัง
มีห่วงสำหรับสอดแขนและมือจับ มักใช้คู่กับดาบหรือหอก.
เขน ๒น. เรียกตัวแสดงโขนพวกหนึ่งซึ่งเป็นพลรบ มีหน้าที่ออกเต้น
ในเวลายกทัพ ว่า พลเขน, เรียกอาการเต้นของพลเขนว่า เต้นเขน.
เขน ๓ก. คลี่ (ขนหางนก), มักใช้เข้าคู่กับคํา กาง เป็น กางเขน.
เขน ๔(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. พระจันทร์.
เข็นก. ดันสิ่งที่ติดขัดไม่อาจเคลื่อนไปได้โดยปรกติให้เคลื่อนไป เช่น
เข็นเรือ เข็นเกวียน, ดันให้เคลื่อนที่ไป เช่น เข็นรถ, ใช้เกวียนเป็นต้น
บรรทุกไป เช่น เข็นข้าว เข็นไม้; โดยปริยายหมายความว่า เร่งรัดให้ดี
เช่น เด็กคนนี้เข็นไม่ขึ้น. เข็นครกขึ้นเขา, เข็นครกขึ้นภูเขา (สํา)
ก. ทํางานที่ยากลำบากอย่างยิ่งโดยต้องใช้ความเพียรพยายามและอดทน
อย่างมาก หรือบางทีก็เกินกำลังความสามารถหรือสติปัญญาของตน.
เข่นก. ทุบหรือตีอย่างแรงเพื่อให้แบนเป็นต้น เช่น เข่นมีด.
เข่นเขี้ยว ก. กัดฟันด้วยความโกรธ, มักใช้เข้าคู่กับคำ เคี้ยวฟัน
เป็น เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน.
เข่นฆ่า ก. ฆ่าด้วยความโกรธแค้น.
เขนง[ขะเหฺนง] น. เขาสัตว์, เขาวัวเขาควายที่ใช้เป่าบอกอาณัติสัญญาณ;
ภาชนะใส่ดินปืน เดิมใช้เขาสัตว์; ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
เขนงนายพราน[ขะเหฺนง-] น. ชื่อไม้เถาล้มลุกชนิด Nepenthes mirabilis (Lour.) Druce
ในวงศ์ Nepenthaceae ชอบขึ้นตามพงหญ้าบนดินทรายที่ชุ่มแฉะ ปลาย
ใบเปลี่ยนเป็นรูปคล้ายกระบอก มีฝาปิด ใช้ดักจับแมลง, กระดึงพระราม
แล่งพระราม เหนงนายพราน หรือ ลึงค์นายพราน ก็เรียก.
เขน็ด[ขะเหฺน็ด] น. ฟางที่ทำเป็นเชือกมัดฟ่อนข้าว, ขะเน็ด ก็ว่า.
เขนย[ขะเหฺนย] (กลอน) น. หมอนหนุน, ราชาศัพท์ว่า พระเขนย. (ข. เขฺนิย).
เขบ็จขบวน[ขะเบ็ดขะบวน] น. ท่าทาง, ระเบียบ, ชั้นเชิง, ท่วงที.
เขบ็ต[ขะเบ็ด] น. ชื่อตัวหมายเสียงอย่างหนึ่งที่ใช้บันทึกเสียงดนตรีสากลมี
๔ ชนิด คือ เขบ็ตชั้นเดียว เขบ็ต ๒ ชั้น เขบ็ต ๓ ชั้น และเขบ็ต ๔ ชั้น.
เขม-, เขมา ๑[เขมะ-, เข-มา] น. เกษม, ความสบายใจ, ความพ้นภัย. (ป.; ส. เกฺษม).
เข็ม ๑น. เหล็กแหลมใช้เย็บผ้าเป็นต้นหรือกลัดสิ่งของ, ของอื่น ๆ ที่มีรูปร่าง
คล้ายเข็ม เช่น เข็มนาฬิกา เข็มฉีดยา; ไม้ที่เสี้ยมให้แหลมหรือวัตถุอื่น
ที่มีลักษณะเช่นนั้นสําหรับฝังเป็นรากสิ่งก่อสร้างกันทรุด, เสาเข็ม ก็ว่า;
เครื่องประดับสําหรับกลัดเป็นเครื่องหมาย เช่น เข็มข้าหลวงเดิม; โดย
ปริยายหมายความว่า จุดมุ่งหมาย เช่น ตั้งเข็มชีวิต.
เข็มกลัด น. เครื่องประดับสําหรับกลัดสไบและเสื้อเป็นต้น, เข็มซ่อนปลาย.
เข็มขัด น. เครื่องคาดเอวชนิดหนึ่ง, สายรัดเอว.
เข็มขัดนิรภัย น. เข็มขัดที่ติดอยู่ที่นั่งในรถยนต์หรือเครื่องบินเพื่อ
ป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารถูกเหวี่ยงกระเด็นจากที่นั่งเมื่อมีอุบัติเหตุ.
เข็มควัก น. เข็มที่มีปลายงอเป็นเงี่ยง สําหรับควักด้ายหรือไหมให้เป็น
ลูกไม้เป็นต้น.
เข็มซ่อนปลาย น. เข็มสําหรับใช้กลัดเสื้อผ้า, เข็มกลัด ก็ว่า.
เข็มทิศ น. ชื่อเครื่องชี้บอกทิศ มีเข็มเป็นแม่เหล็กซึ่งปลายข้างหนึ่ง
ชี้ไปทางเหนือเสมอ.
เข็มหมุด น. เข็มที่มีหัวเป็นปุ่มใช้กลัดกระดาษหรือผ้าเป็นต้น.
เข็ม ๒น. ชื่อไม้พุ่มหลายชนิดในสกุล Ixora วงศ์ Rubiaceae ดอกตูมมีลักษณะ
คล้ายเข็ม ดอกมี ๔ กลีบ สีต่าง ๆ เช่น เข็มพวงขาว (I. finlaysoniana Wall.
ex G. Don) ดอกสีขาว กลิ่นหอม ใช้ทํายาได้, เข็มเศรษฐี (I. congesta Roxb.)
ดอกสีแดง ออกเป็นช่อใหญ่.
เข็ม ๓น. (๑) ชื่อปลานํ้าจืดขนาดเล็กชนิด Dermogenys pusillus ในวงศ์
Hemirhamphidae ปากล่างยื่นยาวแหลม ลําตัวกลมเรียวยาวคล้ายเข็ม
ขอบหางกลม ยาวไม่เกิน ๘ เซนติเมตร ออกลูกเป็นตัว พบว่ายตาม
ผิวนํ้าในแหล่งนํ้านิ่งทั่วไป. (๒) ดู กระทุงเหว.
เข้มว. แรงกล้า เช่น รสเข้ม เหล้าเข้ม; แก่, จัด, (มักใช้แก่สีและรส) เช่น สีเข้ม.
เข้มข้น ว. เข้มมาก, เข้มจัด; ดุเดือด.
เข้มแข็ง ก. แข็งแรงในการงาน, ขยันขันแข็ง, ไม่ย่อท้อหวั่นไหว.
เข้มงวด ก. กวดขัน, เคร่งครัด.
เข้มขาบน. ผ้าที่ทอควบกับทองแล่งเป็นริ้ว ๆ ตามยาว. (อิหร่าน).
เข้มขาบไหม น. ผ้ามัสรู่.
เขม็ง[ขะเหฺม็ง] ว. ตึงเครียด; แน่น, แข็ง; อย่างแน่วแน่ เช่น จ้องเขม็ง.
ก. ทำให้ตึง เช่น เขม็งเกลียว.
เขม็ดแขม่[ขะเหฺม็ดขะแหฺม่] ก. กระเหม็ดกระแหม่, ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
เพราะเกรงว่าจะไม่พอใช้.
เขม่น[ขะเหฺม่น] ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเต้นเบา ๆ ขึ้นเอง ตามความเชื่อ
โบราณถือว่าเป็นนิมิตบอกเหตุร้ายหรือดีได้, กระเหม่น ก็ว่า; (ปาก)
รู้สึกไม่ชอบหน้า หรือไม่พอใจ.
เขม้น[ขะเม่น] ก. เพ่ง, จ้องดู, มุ่งโดยเฉพาะ เช่น ฝ่ายผู้ได้พิจารณาว่ากล่าว
บางคนก็ลำเอียงไปว่าทรัพจะได้เปนหลวง เขม้นว่ากล่าวกันโชกข่มขี่
จเอาแต่ทรัพเปนหลวงจงได้. (สามดวง), มักใช้เข้าคู่กับคำ มอง เป็น
เขม้นมอง หรือ มองเขม้น, (โบ) เขียนเป็น ขเม่น ก็มี เช่น ขเม่น, คือ
คนฤๅสัตวแลดูสิ่งของใด ๆ เพ่งตาดูไม่ใคร่จะกพริบ. (ปรัดเล)
เขม้นขะมัก[ขะเม่น-] ก. ตั้งใจทําอย่างรีบเร่งเพื่อให้แล้วเสร็จไป, ก้มหน้าก้มตาทํา,
ขะมักเขม้น ก็ว่า.
เขมร ๑[ขะเหฺมน] น. ชื่อประเทศและชนชาติที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีพรมแดนติดต่อกับไทย ลาว และเวียดนาม มีภาษาพูดอยู่ในตระกูล
มอญ-เขมร และมีอักษรของตนเองใช้ เรียกว่า อักษรขอม.
เขมร ๒[ขะเหฺมน] น. ชื่อเพลงไทยจําพวกหนึ่ง มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า เขมร
เช่น เขมรไทรโยค เขมรโพธิสัตว์ เขมรลออองค์.
เขมา ๑ดู เขม-.
เขมา ๒[ขะเหฺมา] น. โกฐเขมา. (ดู โกฐเขมา ที่ โกฐ). (ข. เขฺมา ว่า ดํา).
เขม่า[ขะเหฺม่า] น. ละอองดํา ๆ ที่เกิดจากควันไฟหรือดินปืน.
เขม่าซาง น. ชื่อโรคชนิดหนึ่งตามตําราแพทย์แผนโบราณ.
เขมาโกรย[ขะเหฺมาโกฺรย] น. ชื่อปลาชนิดหนึ่งมีหลังดํา. (ข. ใช้ในความว่า หลังดํา).
(พจน. ๒๔๙๓).
เขมือบ[ขะเหฺมือบ] ก. กลืนกินอย่างปลา, กินอย่างตะกละ.
เขยน. ชายที่มาแต่งงานกับญาติผู้หญิง, ผัวของญาติ, เช่น ถ้าเป็นผัวของ
ลูกสาว เรียก ลูกเขย ถ้าเป็นผัวของป้า เรียก ลุงเขย.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒