เขยก[ขะเหฺยก] ก. อาการที่เดินหรือวิ่งด้วยปลายเท้าอย่างคนเท้าเจ็บ, อาการ
ที่เดินหรือวิ่งเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างคนขาพิการ.
เขย่ง[ขะเหฺย่ง] ก. ยืนด้วยปลายเท้า, พยุงตัวให้สูงขึ้น.
เขย่งก้าวกระโดด น. การแข่งกรีฑาชนิดหนึ่ง ผู้แข่งขันวิ่งจากต้นทาง
ทีละคนจนถึงเส้นเริ่มที่มีกระดานรองรับ เขย่งเท้าข้างหนึ่งพร้อมกับ
ยันตัวขึ้นแล้วก้าวด้วยเท้าอีกข้างหนึ่ง ต่อจากนั้นจึงกระโดด ใคร
กระโดดได้ไกลที่สุดเป็นผู้ชนะ.
เขย่งเก็งกอย ก. กระโดดตีนเดียว. น. ชื่อการเล่นของเด็กอย่างหนึ่ง.
เขยตายน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Glycosmis pentaphylla (Retz.) Correa ในวงศ์ Rutaceae
ชอบขึ้นในที่ชื้นตามชายป่าและริมหมู่บ้าน สูงประมาณ ๒ เมตร ผลกลม
ขนาดราวปลายนิ้วก้อย สุกสีชมพูเรื่อ ๆ รสหวาน กินได้ รากใช้ทํายา,
กระรอกน้ำข้าว กระโรกนํ้าข้าว หรือ นํ้าข้าว ก็เรียก, พายัพและอีสาน
เรียก ส้มชื่น.
เขย้อแขย่ง[ขะเย่อขะแหฺย่ง] ก. ตะเกียกตะกายจะให้ตัวสูงขึ้น, ออกเสียงว่า
ขะเย้อขะแหย่ง ก็มี.
เขยอะขยะ[ขะเหฺยอะขะหฺยะ] ว. เหนอะหนะ, ติดรุงรัง.
เขย่า[ขะเหฺย่า] ก. อาการที่จับสิ่งใดสั่นหรือยกขึ้นยกลงเร็ว ๆ เพื่อให้สิ่งนั้น
กระเทือนหรือเคลื่อนไหว เช่น เขย่าตัวเพื่อให้ตื่น เขย่าขวดเพื่อให้ยา
ระคนกัน เขย่ากิ่งไม้เพื่อให้ลูกไม้หล่น, กระเทือน, ทําให้กระเทือน,
เช่น รถเขย่า เกวียนเขย่า, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น
เช่น เขย่าขวัญ เขย่าโลก.
เขยิน[ขะเหฺยิน] ก. ยื่นออกมา เช่น ฟันเขยิน, เผยอขึ้น เช่น ไม้เขยิน ตะปูเขยิน.
เขยิบ[ขะเหฺยิบ] ก. ขยับเลื่อนไปเล็กน้อย.
เขยิบขยาบ [-ขะหฺยาบ] ว. พะเยิบพะยาบ.
เขยิบฐานะ ก. เลื่อนฐานะสูงขึ้น.
เขยียวขยอน[ขะเหฺยียวขะหฺยอน] ว. สนั่น, หวั่นไหว, เกรียวกราว. (ข. เขฺญียวขฺญาร
ว่า เจื้อยแจ้ว).
เขยื้อน[ขะเยื่อน] ก. ไหวตัวหรือเคลื่อนที่ไปเล็กน้อย, ทําให้ไหวตัวหรือให้
เคลื่อนที่ไปเล็กน้อย.
เขรอะ, เขลอะ[เขฺรอะ, เขฺลอะ] ว. เป็นตะกอนทับถมอย่างของที่นอนก้นซับซ้อนอยู่ เช่น
ตะกอนเขรอะ, เกรอะ ก็ว่า; เลอะเทอะ เช่น รองเท้าเปื้อนโคลนเขลอะ.
ก. จับหรือเกาะซับซ้อนกันอยู่ เช่น สนิมเขรอะ ฝุ่นเขลอะ.
เขลง ๑[เขฺลง] ว. ทอดอารมณ์อย่างสบาย (ใช้แก่กริยานอน).
เขลง ๒[เขฺลง] ดู หยี ๒.
เขละ[เขฺละ] ว. เละ, เละเทะ, เกะกะ, ไม่เป็นระเบียบ, เขละขละ ก็ว่า.
เขลา[เขฺลา] ว. ขาดไหวพริบ, รู้ไม่ถึง, รู้ไม่เท่าทัน, ไม่เฉียบแหลม, ไม่ฉลาด. (ข.).
เขลาะ[เขฺลาะ] ว. กําเลาะ, หนุ่ม, สาว. (ข. เขฺลาะ ว่า หนุ่ม).
เขว[เขฺว] ว. เหไปนอกทาง, ผิดทาง, ไม่ตรงทาง.
เขษตร[ขะเสด] (โบ) น. เกษตร, ทุ่ง, นา, ไร่.
เขษม[ขะเสม] น. เกษม, ความสบายใจ, ความพ้นภัย. (ป. เขม; ส. เกษม).
เขษียร[ขะเสียน] (โบ) น. เกษียร, นํ้านม.
เขฬะ[เข-ละ] น. นํ้าลาย, ราชาศัพท์ว่า พระเขฬะ. (ป.).
เขะขะว. เกะกะ, กีดขวาง.
เขา ๑น. เนินที่นูนสูงขึ้นไปเป็นจอมเด่น.
เขามอ น. เขาจําลองที่ทําไว้ดูเล่นในบ้านเป็นต้น.
เขา ๒น. สิ่งที่งอกออกมาจากหัวสัตว์บางพวก มีลักษณะแข็ง.
เขากวาง ๑ น. ชื่อขวากชนิดหนึ่งทําด้วยต้นไม้หรือกิ่งไม้ เสี้ยมปลาย
ให้แหลมเพื่อกีดขวางข้าศึก.
เขากวางอ่อน น. เขากวางที่งอกใหม่หลังผลัดเขา มีหนังอ่อนนุ่มหุ้ม
มีขนสั้นสีน้ำตาลเป็นมัน นิยมใช้ทำยา.
เขา ๓น. ชื่อนกในวงศ์ Columbidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับนกลุมพูและนกพิราบ
ขนสีนํ้าตาล บางชนิดออกสีนํ้าตาลแดง ลําตัวมีลาย มักอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูง
หากินเมล็ดพืชบนพื้นดิน ในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น เขาใหญ่ หรือ
เขาหลวง (Streptopelia chinensis) เขาไฟ (S. tranquebarica) เขาชวา
(Geopelia striata). เขาเปล้า ดู เปล้า ๒.
เขา ๔น. เถาวัลย์ เช่น เครือเขา.
เข่าน. ส่วนที่ต่อระหว่างขาส่วนบนกับขาส่วนล่าง สําหรับคู้ขาเข้าและ
เหยียดขาออก เช่น คุกเข่า ตีเข่า ขึ้นเข่า, ราชาศัพท์ว่า พระชานุ.
เข่าลอย น. ท่าต่อสู้ของกีฬามวยไทยโดยกระโดดให้ตัวลอยแล้ว
ใช้เข่ากระแทกคู่ต่อสู้.
เข่าลา น. อาการที่เอาเข่าเดาะโดยงอเข่าแต่น้อย.
เข่าอ่อน ก. อาการที่เข่าหมดกําลังทรุดลง, โดยปริยายหมายถึงอาการ
หมดแรงเพราะรู้เรื่องที่ทำให้เสียใจเป็นต้นในทันทีทันใด.
เข้า ๑ก. อาการที่เคลื่อนไปข้างในหรือทําให้เคลื่อนไปข้างใน เช่น เข้าบ้าน เข้าถํ้า
เอาหนังสือเข้าตู้; เคลื่อนมาสู่ที่, มาถึง, เช่น รถด่วนเข้า ๑๐ โมง; ใส่, บรรจุ,
เช่น เข้าหีบ; ประสม, แทรก, เช่น เข้ายาดำ; รวม เช่น เข้าหุ้น เข้าทุน; รวม
เป็นพวก เช่น เข้าพรรค เข้าแถว เข้าข้าง; ถูกกัน, ลงรอยกัน, ทําให้ลงรอยกัน,
เหมาะเจาะ, เช่น เสียงเข้ากัน สีเข้ากัน เข้าไม้; เคลื่อนมาสู่ เช่น พระศุกร์เข้า;
สิง เช่น เจ้าเข้า ผีเข้า; เริ่ม เช่น เข้าเรียน, เริ่มทํางาน เช่น โรงเรียนเข้า; เริ่มอยู่
ในภาวะ เช่น เข้าโรงเรียน เข้าทํางาน. ว. ตรงข้ามกับ ออก เช่น ทางเข้า ขาเข้า;
ใช้ประกอบคําอื่นแสดงความหมายเร่งรัดหรือเน้นความว่า มากขึ้น เช่น เร็วเข้า
คิดเข้า หนักเข้า ดึกเข้า นานเข้า.
เข้ากรรม (ถิ่น-อีสาน) ก. อยู่ไฟ.
เข้ากระโจม ก. เข้าไปอยู่ในผ้าที่ทําเป็นกระโจมเพื่ออบให้เหงื่อออก,
เข้าไปอบควันยาในกระโจม.
เข้ากระดูกดำ ว. ติดแน่นจนถอนไม่ขึ้นหรือไม่รู้ลืม.
เข้าเกณฑ์ ก. เข้าหลักที่กําหนดไว้ เช่น อายุเข้าเกณฑ์.
เข้าเกียร์ ก. ผลักคันเกียร์ให้เข้าที่เพื่อเปลี่ยนระดับความเร็วของเครื่องยนต์.
เข้าโกศ ก. บรรจุศพลงในโกศ, ลงโกศ ก็ว่า.
เข้าข้อ น. อาการของโรคชนิดหนึ่งให้เมื่อยขัดอยู่ในข้อ; กามโรคที่
เรื้อรังมาจนถึงทําให้ปวดตามข้อกระดูก, มักใช้เข้าคู่กับคำ ออกดอก
เป็น เข้าข้อออกดอก.
เข้าขา ว. สอดคล้องกัน, ไปกันได้ดี, เช่น นักเทนนิสคู่นี้เล่นเข้าขากันได้ดี.
เข้าข้าง ก. เข้าเป็นฝ่าย.
เข้าคอ ก. ประพฤติให้ถูกใจกันได้, มีความประพฤติถูกกัน, ไม่ขัดคอกัน.
เข้าคิว ก. เข้าแถวตามลําดับมาก่อนมาหลัง.
เข้าคู่ ก. เอาไพ่ตอง ๒ ใบที่เหมือนกันมาเข้าชุดกันเป็น ๑ คู่; ไปด้วยกัน
ได้อย่างดี.
เข้าเครื่อง ก. สวมใส่เครื่องแต่งตัวโขน ละคร ลิเกตัวสําคัญ ๆ; คําพูด
สําหรับว่าว หมายความว่า ผูกเหนียง ผูกติ่ง, ถ้าสายป่านของว่าวปักเป้า
ตรงช่วงสายเหนียงติดเครื่อง คือ ติดเหนียงและติ่ง เรียกว่า เหนียง
เข้าเครื่อง, ถ้าสายป่านของว่าวจุฬาติดจำปา เรียกว่า ป่านเข้าเครื่อง.
เข้าเค้า ก. เหมาะกับรูปร่าง เค้าหน้า หรือ กิริยาท่าทาง, เหมาะกับ
เรื่องราวหรือเหตุผล.
เข้าไคล ก. ลักษณะมะม่วงที่แก่มีนวล มีเมล็ดแข็ง, โดยปริยาย
หมายความว่า จวนจะรู้ผล, ใกล้จะสำเร็จ.
เข้าเงียบ ก. ประพฤติสงบจิตใจอยู่ในที่สงัดตามลัทธิคริสต์ศาสนา.
เข้าแง่ ก. ถูกที่เหมาะ, ถูกที่สําคัญ.
เข้าเจ้า ก. ทําพิธีให้เจ้ามาสิงในกาย, ตัวผู้ทําพิธีให้เจ้ามาสิงนั้น เรียกว่า
``คนทรง'', มักใช้เข้าคู่กับคำ เข้าทรง เป็น เข้าเจ้าเข้าทรง.
เข้าเจ้าเข้านาย ก. รู้จักธรรมเนียมเข้าเฝ้าเจ้านาย และเข้าไปหาผู้หลัก
ผู้ใหญ่อย่างเหมาะสม.
เข้าใจ ก. รู้เรื่อง, รู้ความหมาย.
เข้าชื่อ ก. ลงชื่อร่วมกันหลาย ๆ คน เพื่อร้องเรียนหรือแสดงความจํานง.
เข้าฌาน ก. ทําใจให้สงบตามหลักทางศาสนา, โดยปริยายหมายถึง
นั่งหลับหรือนั่งเหม่อใจลอยไม่รับรู้อะไร. (ดู ฌาน).
เข้าด้ายเข้าเข็ม (สํา) ว. จวนจะสำเร็จ ถ้าทำผิดพลาดหรือมีอะไรมา
ขัดจังหวะแม้เพียงเล็กน้อยก็เสียการ.
เข้าเดือย ก. นําไม้ ๒ อัน โดยอันหนึ่งทําให้เป็นเดือย อีกอันหนึ่งเจาะรู
ให้พอเหมาะกัน มาประกบให้ประสานกันพอดี.
เข้าตรีทูต ว. มีอาการหมดความรู้สึกเมื่อใกล้จะตาย, อาการหนักปางตาย.
เข้าตอง ก. เอาไพ่ตอง ๓ ใบที่เหมือนกันมาเข้าชุดกันเป็น ๑ ตอง.
เข้าตัว ก. อาการที่อาคม ของขลัง หรือถ้อยคําที่ปรารถนาจะกระทําหรือ
พูดให้ร้ายแก่ผู้อื่น แล้วย้อนกลับมาโดนตัวเอง, ไม่พ้นตัว เช่น พูดเข้าตัว.
เข้าตา ก. เห็นว่าดีและพอใจ เช่น เข้าตากรรมการ.
เข้าตาจน ก. หมดทางไป, หมดทางที่จะแก้ไข, หมดหนทางหากิน.
(มาจากภาษาหมากรุก).
เข้าตามตรอกออกตามประตู (สํา) ก. ทําตามธรรมเนียมในเรื่องการสู่ขอ.
เข้าตาร้าย ก. ถึงคราวเดือดร้อน.
เข้าตำรา ก. ถูกแบบแผน, ตรงตามแบบอย่างที่เคยมีมา, ถูกกับเรื่องราว
ที่เคยเล่ากันมา.
เข้าตู้ (ปาก) ก. ลืมวิชาความรู้ที่ได้เรียนมา ใช้พูดว่า ``วิชาเข้าตู้'' ซึ่ง
หมายความว่า วิชาที่เคยจําได้นั้นบัดนี้ลืมหมดแล้ว ยังคงอยู่แต่ใน
ตําราที่เก็บไว้ในตู้.
เข้าไต้เข้าไฟ ว. เริ่มมืดต้องใช้แสงไฟ, พลบ, ใช้ว่า เวลาเข้าไต้เข้าไฟ.
เข้าถ้ำ น. ชื่อตะเข็บเย็บผ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งเย็บซ่อนตะเข็บไว้ข้างใน.
เข้าถึง ก. เข้าใจอย่างซาบซึ้ง เช่น เข้าถึงบท เข้าถึงวรรณคดี, เข้าใกล้ชิด
สนิทสนมเพื่อจะได้รู้ซึ้งถึงชีวิตจิตใจและความต้องการเป็นต้น เช่น
เข้าถึงประชาชน.
เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า (สํา) ก. ให้มีความรอบคอบอย่าประมาท เช่นเดียว
กับเวลาจะเข้าป่าจะต้องหามีดติดตัวไปด้วย.
เข้าทรง ก. อาการที่เจ้าเข้าสิงในตัวคนทรง, มักใช้เข้าคู่กับคำ เข้าเจ้า เป็น
เข้าเจ้าเข้าทรง.
เข้าท่า ก. มีท่าทางดี, น่าดูไม่ขัดตา, เหมาะสม.
เข้าทาง ก. ตรงตามที่ต้องการ, ตรงตามที่ถนัด.
เข้าที ก. มีท่วงทีดี, มีชั้นเชิงดี, มีท่าทีจะสําเร็จ.
เข้าที่ ก. นั่งภาวนากรรมฐาน (ทางพระศาสนา); กลับเหมือนเดิม เช่น
ซ้อมจนเข้าที่; นอน ใช้ในราชาศัพท์ พูดเต็มว่า เข้าที่บรรทม.
เข้าที่เข้าทาง ก. จัดให้เป็นระเบียบ, จัดให้เรียบร้อย, เช่น จัดข้าวของ
ให้เข้าที่เข้าทาง.
เข้าทุน ก. รวมทุนกันเพื่อทํากิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
เข้านอกออกใน ก. สนิทสนมกับเจ้าของสถานที่เป็นพิเศษ จนสามารถ
เข้าไปถึงข้างในได้ตลอดเวลา.
เข้าเนื้อ ก. ขาดทุน, เสียทรัพย์ไป; เสียหาย, เสียเปรียบ, เช่น พูดให้เข้าเนื้อ;
เข้าเลือด หรือ เข้าเลือดเข้าเนื้อ ก็ว่า.
เข้าแบบ, เข้าแบบเข้าแผน ก. ถูกต้องตามแบบแผน, เป็นไปตามแบบ
เช่น ตัวละครเข้าแบบ.
เข้าปก ก. เย็บปกหนังสือ.
เข้าปริวาส, เข้าปริวาสกรรม ก. เข้าปฏิบัติปริวาสกรรมให้ครบตามวัน
ที่กำหนด (ใช้แก่ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส), อยู่กรรม หรือ อยู่ปริวาส ก็ว่า.
เข้าปากไม้ ก. นำไม้ตั้งแต่ ๒ ชิ้นมาบากหรือเจาะตรงปลายแล้วประกอบ
เข้าด้วยกัน ใช้ลูกสลักไม้หรือปลิงเหล็กยึดปลายนั้นให้แน่น.
เข้าปิ้ง ก. อาการที่ว่าวปักเป้าติดสายป่านว่าวจุฬาแล้วกระดิกไม่ไหว; อยู่ใน
ความลําบากแก้ไขยาก, (ปาก) ถูกจับกุมคุมขัง, เข้าข่ายมีความผิดไปด้วย.
เข้าปีก ก. อาการที่เอาต้นแขนของคนเมาเป็นต้นขึ้นพาดบ่าพยุงไป.
เข้าไป ว. ใช้ประกอบกิริยาแสดงการหนุนให้ทํา เช่น เตะเข้าไป กินเข้าไป.
เข้าผี ก. ทําพิธีให้ผีเข้าสิงในตัว.
เข้าผู้เข้าคน ก. ติดต่อกับคนอื่น ๆ ได้ดี.
เข้าฝัก ก. ชํานาญจนอยู่ตัวแล้ว.
เข้าฝัน ก. มาบันดาลให้ฝันเห็น.
เข้าเฝ้า ก. ไปหาเจ้านาย.
เข้าเฝือก ก. เอาเฝือกประกับแขนหรือขาเป็นต้นที่เดาะหักเพื่อให้ปรกติ.
เข้าพกเข้าห่อ ก. เอาไว้เป็นส่วนของตัว, รู้จักเก็บไว้บ้าง, รู้จักเก็บ
ไม่ใช้สุรุ่ยสุร่าย.
เข้าพรรษา น. เรียกวันที่พระสงฆ์เริ่มเข้าจําพรรษา คือ วันแรม ๑ คํ่า
เดือน ๘ ว่า วันเข้าพรรษา. ก. เข้าอยู่ประจําที่ ๓ เดือนในฤดูฝน
(ใช้แก่พระสงฆ์).
เข้าพระเข้านาง ก. แสดงบทเกี้ยวพาราสี.
เข้าพุง (ปาก) ก. (โบ) จําได้แม่นยําจนไม่ต้องอาศัยตําราสอบทาน;
ใช้ในความว่า ลืมความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาหมด ก็มี.
เข้าม่าน น. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
เข้ามุม ก. นำไม้ ๒ ชิ้นมาประกอบเป็นมุม โดยตกแต่งอันหนึ่งให้เป็น
เดือยรูปสามเหลี่ยม ๒ เดือย ส่วนอีกอันหนึ่งเจาะให้เป็นช่องรูปสามเหลี่ยม
๒ ช่อง มีขนาดพอที่จะสวมกันได้สนิท.
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม (สํา) ก. ประพฤติตนตามที่คนส่วนใหญ่ประพฤติกัน.
เข้าไม้ ก. นําไม้ตั้งแต่ ๒ ชิ้นขึ้นไปมาบากรับแล้วประกอบเข้าด้วยกัน
ยึดไม้นั้นให้แน่นอยู่ในรูปแบบที่ต้องการด้วยการตอกตะปูหรือตอกอัด
ด้วยลูกสลักไม้ การต่อหรือประกอบอาจทำได้หลายวิธี.
เข้ายา ก. เป็นประโยชน์, ใช้การได้, เปรียบกับวัตถุหรือพืชที่ทํายาได้.
เข้ารกเข้าพง (สํา) ก. พูดหรือทําไม่ถูกต้องกับเรื่อง เพราะขาดความ
ชํานาญในเรื่องนั้น.
เข้ารหัส ก. เปลี่ยนสารธรรมดาให้เป็นสารลับด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น
เปลี่ยนตัวอักษรอื่นแทนอักษรที่ต้องการจะใช้ หรือสลับตําแหน่งอักษร
ของข้อความนั้น หรือใช้สัญลักษณ์แทนซึ่งรู้กันเฉพาะผู้ที่รู้กุญแจรหัสเท่านั้น.
เข้าร่องเข้ารอย, เข้ารอย ว. ถูกทาง.
เข้ารอบ ก. เข้าเกณฑ์ที่กําหนดไว้, ได้รับคัดเลือกไว้.
เข้ารางลิ้น ก. นำไม้อันหนึ่งที่ทำให้เป็นร่องยาวมาประกบกับไม้อีกอันหนึ่ง
ที่ทำให้เป็นลิ้นยาวไปตามตัวไม้ให้เข้ากันสนิทพอดี, พูดสั้น ๆ ว่า เข้าลิ้น.
เข้าร้าย (โบ) ก. ตกอยู่ในฐานะไม่ดี.
เข้ารีต ว. เปลี่ยนไปถือศาสนาอื่น. น. เรียกผู้เปลี่ยนไปถือคริสต์ศาสนา
ส่วนใหญ่เป็นนิกายโรมันคาทอลิกว่า ผู้เข้ารีต เช่น ญวนเข้ารีต.
เข้ารูป ก. พอเหมาะ, พอดีตัว, เช่น เสื้อเข้ารูป.
เข้ารูปเข้ารอย ก. ถูกกับแบบแผน.
เข้าเรื่อง ว. ตรงประเด็นของเรื่อง; มีสาระ, ได้เรื่องได้ราว; มักใช้ใน
ความปฏิเสธ เช่น พูดไม่เข้าเรื่อง ทำไม่เข้าเรื่อง.
เข้าโรง ก. กลับเข้าไปหลังฉากเมื่อตัวละครแสดงจบบทแล้ว.
เข้าล็อก ก. เป็นไปตามที่คาดหมาย.
เข้าลิ้น ก. นำไม้อันหนึ่งที่ทำให้เป็นร่องยาวมาประกบกับไม้อีกอันหนึ่ง
ที่ทำให้เป็นลิ้นยาวไปตามตัวไม้ให้เข้ากันสนิทพอดี, พูดเต็มว่า เข้ารางลิ้น.
เข้าลิลิต ก. สัมผัสคำระหว่างบทตามแบบการแต่งลิลิตที่กำหนดไว้ใน
ตำราฉันทลักษณ์ เช่นคำ ``สม'' กับ ''สนม'' ในตัวอย่างต่อไปนี้
จำใจจรจากสร้อย อยู่แม่อย่าละห้อย
ห่อนช้าคืนสม แม่แลฯ
สามสนมสนองนารถไท้ ทูลสาร
พระจักจรจากสถาน ถิ่นท้าว
เสด็จแดนทุระกันดาร ใดราช เสนอนา
ฤๅพระรานเสน่ห์ร้าว ด่วนร้างแรมไฉนฯ
(ตะเลงพ่าย).; เรียกคำที่เติม เอศ ข้างท้าย
เพื่อทำคำสุภาพให้เป็นคำเอกตามข้อบังคับโคลงว่า ศ เข้าลิลิต.
เข้าเล่ม ก. เรียงหน้าหนังสือให้เป็นลําดับเพื่อเย็บเป็นเล่ม เรียกว่า
เข้าเล่มหนังสือ.
เข้าเลือด, เข้าเลือดเข้าเนื้อ ก. เข้าเนื้อ.
เข้าโลง (ปาก) ก. ตาย.
เข้าวัดเข้าวา ก. ไปวัดเพื่อฟังเทศน์ฟังธรรม, ไปอยู่ที่วัดเพื่อปฏิบัติธรรม,
ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม.
เข้าว่า ว. เป็นสำคัญ เช่น เอามากเข้าว่า.
เข้าเวร ก. เข้าอยู่รักษาหน้าที่ตามเวลาที่กะกันไว้.
เข้าแว่น ก. ถึงวัยหรือเวลาที่ต้องสวมแว่นตา.
เข้าเศียร ก. เอาไพ่ตอง ๓ ใบพวกเดียวกันแต่ไม่เหมือนกันมา
เข้าชุดกันเป็น ๑ เศียร.
เข้าสมาธิ [-สะมาทิ] ก. ทําจิตให้แน่วแน่อย่างเข้าฌาน.
เข้าสิง ก. อาการที่เชื่อกันว่าผีเข้าแทรกอยู่ในตัวคน เช่น เขาถูกผีเข้าสิง,
โดยปริยายหมายความว่าครอบงำ เช่น เขาถูกผีการพนันเข้าสิง.
เข้าสุหนัต ก. เข้าพิธีขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายตามข้อกำหนด
ในศาสนาอิสลาม.
เข้าใส่ ว. ตรงเข้าไปโดยเร็ว เช่น กรากเข้าใส่ รี่เข้าใส่.
เข้าไส้ (ปาก) ว. ถึงอกถึงใจ เช่น นักมวยคู่นี้ชกกันมันเข้าไส้; มากที่สุด
เช่น เกลียดเข้าไส้.
เข้าหน้า ก. เผชิญหน้า เช่น ไม่กล้าเข้าหน้า.
เข้าหม้อ (ปาก) ก. ลืมวิชาความรู้ที่ได้เรียนมา.
เข้าหลัก ก. ถูกแบบ, ถูกตํารา, บางทีใช้ว่า เข้าหลักเข้าเกณฑ์.
เข้าหา ก. ไปให้เห็นหน้า, ไปอ่อนน้อม เช่น เรื่องนี้ต้องเข้าหาผู้ใหญ่;
ลอบเข้าห้องหญิงเพื่อการชู้สาว.
เข้าหุ้น ก. รวมทุนเข้าด้วยกันเพื่อหาผลประโยชน์.
เข้าหู ก. มาให้ได้ยิน (ใช้สําหรับเรื่องราวหรือข่าวคราว) เช่น เรื่องนี้
เข้าหูฉันบ่อย ๆ. ว. น่าฟัง (มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น พูดไม่เข้าหู.
เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา (สํา) ก. บอกหรือสอนไม่ได้ผล.
เข้าให้ ว. เน้นความเพื่อแสดงกริยาข้างหน้าให้มีนํ้าหนักขึ้นและเฉพาะ
เจาะจง เช่น ด่าเข้าให้ ชกเข้าให้.
เข้าไหนเข้าได้ ก. สามารถติดต่อหรือคบหาสมาคมกับใคร ๆ ได้.
เข้า ๒(โบ) น. ข้าว; ขวบปี.
เขากวาง ๑ดูใน เขา ๒.
เขากวาง ๒ดู ปะการัง.
เขาแกะน. ชื่อกล้วยไม้ชนิด Rhynchostylis coelestis Rchb.f. ในวงศ์ Orchidaceae
ใบโค้ง ๆ คล้ายเขาแกะ ดอกสีฟ้าอมม่วง.
เข้าหมิ้น(โบ) น. ขมิ้น.
เขิง(ถิ่น-อีสาน) น. เครื่องสานสําหรับร่อนสิ่งของหรือช้อนกุ้งปลาเป็นต้น
มีลักษณะเป็นรูปกลม ก้นลึก ช่องตาถี่, ภาคกลางเรียกว่า ตะแกรง.
เขิน ๑น. ชื่อคนไทยใหญ่เผ่าหนึ่ง ส่วนมากอยู่ในแคว้นฉาน ประเทศพม่า;
เครื่องสานที่ทำจากผิวไม้ไผ่ ซึ่งนำมาเรียดแล้วทำเป็นโครง ฉาบด้วย
รักสมุกหรือรักชาดเพื่อกันน้ำรั่วซึม ไทยได้รับวิธีการทำมาจากไทยเขิน
ซึ่งอยู่ในยูนนานตอนใต้ จึงเรียกว่า เครื่องเขิน.
เขิน ๒ว. ตื้นสูงเป็นเนินขึ้นมา (ใช้แก่พื้นที่ในแม่นํ้า ลําคลอง หนอง บึง
เป็นต้น), มักใช้ว่า ตื้นเขิน เช่น แม่นํ้าตื้นเขิน; สั้นหรือสูงเกินไป
จนดูขัดตา เช่น นุ่งผ้าเขิน.
เขิน ๓, เขิน ๆว. วางหน้าไม่สนิท, รู้สึกกระดากอาย; เข้ากันไม่สนิท เช่น ข้อความ
ตอนนี้ฟังเขิน ๆ อยู่.
เขิบ(ถิ่น) ว. ดอน, เขิน.
เขี่ยก. ใช้ไม้หรือสิ่งอื่น ๆ ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ไป เช่น เขี่ยฟุตบอล
เขี่ยสวะ; ค่อย ๆ สะกิดออก เช่น เขี่ยผงที่ลูกตา เอาก้านพลูเขี่ยตา; สะกิด
เช่น เอานิ้วเขี่ยหลัง; คุ้ยเขี่ยให้ไฟกลับลุกขึ้นอีก เช่น เขี่ยขี้ไต้ เขี่ยขี้เถ้า,
เอานิ้วเคาะหรือดีดบุหรี่หรือเอาบุหรี่เคาะที่สิ่งอื่นเพื่อให้ขี้บุหรี่ร่วง
เรียกว่า เขี่ยบุหรี่; ขีดไปขีดมาหรือปัดไปปัดมาเพื่อให้กระจายออก เช่น
เขี่ยดินเพื่อหาของที่ตกอยู่ในดิน ไก่เขี่ยดินหาอาหาร; (ปาก) เขียนหรือ
วาดอย่างหวัด ๆ เช่น ช่วยเขี่ย ๆ ประวัติเรื่องนี้ให้หน่อยเถอะ ลายมือ
เป็นไก่เขี่ย; ปัดไปให้พ้น เช่น ถูกเขี่ยออกไป.
เขียงน. ไม้รองรับการสับ หั่น มักเป็นแผ่นกลม ๆ; กระทงจำลองสร้างไว้
บนบกสำหรับฝึกฝีพายที่พายเรือพระราชพิธี.
เขียงเท้า น. รองเท้าไม้.
เขียงพระนางอี่, เขียงพร้าดู เฉียงพร้านางแอ.
เขียดน. ชื่อสัตว์สี่เท้าสะเทินนํ้าสะเทินบกในวงศ์ Ranidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียว
กับกบแต่มักมีขนาดเล็กกว่า ในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น เขียดอ๋อง
(Rana nigrovittata) เขียดหลังขาว . (R. limnocharis)
เขียดตะปาดขีดให้เป็นตัวหนังสือหรือเลข, ขีดให้เป็นเส้นหรือรูปต่าง ๆ, วาด,
แต่งหนังสือ.
เขียนด้วยมือลบด้วยตีน (สํา) ก. ยกย่องแล้วกลับทําลายในภายหลัง.
เขียนทอง น. เรียกผ้าลายแต้มทองสําหรับพระเจ้าแผ่นดินและเจ้านายทรง.
เขียนไทย น. วิชาเขียนภาษาไทยตามคําบอกของครู เพื่อฝึกเขียน
ตัวสะกดการันต์ให้ถูกต้อง, เขียนตามคำบอก ก็ว่า.
เขียนเสือให้วัวกลัว (สํา) ก. ทําอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่ง
เสียขวัญหรือเกรงขาม.
เขี่ยนก. ข่วน, ขีด, เช่น ถูกหนามเขี่ยน.
เขียม(ปาก) ว. ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่. (จ.).
เขียว ๑(โบ) ก. รีบไป, รีบมา, เคียว หรือ เครียว ก็ใช้.
เขียว ๒ว. มีสีอย่างสีใบไม้สด, บางทีหมายถึงเขียวครามด้วย เช่น สุดหล้าฟ้าเขียว
โกรธจนหน้าเขียว;กลิ่นเหม็นอย่างกลิ่นใบไม้สดบางชนิด เรียกว่า เหม็นเขียว.
เขียวขี้ม้า ว. สีกากีแกมเขียว.
เขียวไข่กา น. ชื่อชามสมัยก่อน สีเขียวปนครามอ่อน ๆ รูปก้นสอบ
ปากผาย. ว. มีสีอย่างสีเขียวปนครามอ่อน ๆ.
เขียว ๆ แดง ๆ (สำ) น. กลุ่มผู้หญิงที่แต่งตัวหลากสี เช่น ไปดูเขียว ๆ
แดง ๆ นอกบ้านเสียบ้าง.
เขียวหวาน ๑ น. ชื่อแกงเผ็ดที่ใช้พริกขี้หนูสดแทนพริกแห้ง.
เขียว ๓น. ชื่องูสีเขียวหลายชนิดและหลายวงศ์ เช่น เขียวพระอินทร์
(Chrysopelea ornata) ในวงศ์ Colubridae ลําตัวเรียวยาว อาศัย
ตามต้นไม้และชายคาบ้านเรือน ออกหากินเวลากลางวัน มีพิษ
อ่อนมาก, เขียวหางไหม้ท้องเหลือง (Trimeresurus albolabris)
ในวงศ์ Viperidae ลําตัวอ้วนสั้น หางแดง ออกหากินเวลากลางคืน
มีพิษอ่อนแต่เป็นอันตราย.
เขียวหางไหม้ น. ชื่องูเขียวหลายชนิดในวงศ์ Viperidae ลําตัวอ้วนสั้น
หัวโต คอเล็ก หลายชนิดปลายหางสีแดงหรือสีน้ำตาล ทุกชนิดออกหากิน
เวลากลางคืน มักมีนิสัยดุมีพิษอ่อนแต่เป็นอันตราย เช่น เขียวหางไหม้
ท้องเขียว (Trimeresurus popeorum).
เขี้ยวน. ฟันแหลมคมสําหรับฉีกเนื้อและอาหาร อยู่ระหว่างฟันหน้ากับกราม,
ราชาศัพท์ว่า พระทาฐะ หรือ พระทาฒะ, (ถิ่น-พายัพ) ฟัน.
เขี้ยวแก้ว น. เขี้ยวของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระเขี้ยวแก้ว; เขี้ยวของงูพิษ
อยู่บริเวณส่วนหน้าของขากรรไกรบน มีขนาดใหญ่และยาว เช่น งูจงอาง
งูเห่า งูเขียวหางไหม้, ถ้าอยู่บริเวณท้ายขากรรไกรบน เรียกว่า เขี้ยวแก้วใน
หรือ เขี้ยวแก้วใต้ตา เช่น งูปล้องทอง งูเขียวหัวจิ้งจก; เขี้ยวที่งอกอยู่กลาง
เพดานปากของหนุมาน.
เขี้ยวตะขาบ น. เหล็กที่ทําเป็นหมุดแหลมโค้งอย่างเขี้ยวของตะขาบ
สําหรับตอกเพลาะกระดานยึดให้แน่นสนิท, ตะปลิง ตัวปลิง หรือ ปลิง
ก็เรียก; ชายผ้าสังฆาฏิของพระพุทธรูปในสมัยเชียงแสนและสุโขทัย
มีลักษณะปลายผ้าย้อยต่ำแหลมลงมา ๒ ด้าน ปลายขมวดเข้าหากัน
คล้ายเขี้ยวของตะขาบ มีช่องตอนกลางยกสูง.
เขี้ยวลากดิน ว. มีเล่ห์เหลี่ยมมาก, มีประสบการณ์มาก.
เขี้ยวเล็บ น. กําลัง, อํานาจ, ความเก่ง, เช่น ถอดเขี้ยวเล็บ หมดเขี้ยวเล็บ
กองทัพต้องมีเขี้ยวเล็บ.
เขี้ยวหนุมาน น. แร่ประกอบหินชนิดหนึ่ง มีรูปเป็นผลึกหกเหลี่ยม
หัวท้ายแต่ละเหลี่ยมมีด้านสามเหลี่ยมเอนเข้าไปบรรจบกันเป็นยอด
แหลมดูคล้ายฟันลิง แร่นี้มีแทบทุกสี ตั้งแต่ใสเหมือนกระจกจนขาว
ขุ่น ชมพู เขียว ม่วง ตลอดจนดํา.
เขี้ยวหมา น. ไม้หรือเหล็กทําคล้ายเดือยสําหรับเพลาะกระดาน ๒
แผ่นให้สนิท.
เขี้ยวกระแตน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Coffea bengalensis Heyne ex Roem. et Schult.
ในวงศ์ Rubiaceae ดอกสีขาว กลิ่นหอมแรงคล้ายพุทธชาด.
เขี้ยวงูน. (๑) ชื่อไม้เถาหลายชนิดในสกุล Jasminum วงศ์ Oleaceae ดอกสีขาว
ออกที่ปลายกิ่ง กลิ่นหอม. (๒) ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Strychnos axillaris
Colebr. ในวงศ์ Strychnaceae ดอกสีขาว ออกตามง่ามใบ.
เขี้ยวเนื้อน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Lagerstroemia undulata Koehne var.
subangulata Craib ในวงศ์ Lythraceae ช่อดอกเรียวแหลม ดอกเล็ก
สีชมพูคล้ำ.
เขียวพระอินทร์ ๑น. ชื่อปลาทะเลชนิด Thalassoma lunare ในวงศ์ Labridae ลําตัวยาวรี
แบนข้าง สีเขียว และมีริ้วสีนํ้าเงินพาดขวางตลอดตัว บริเวณหัวมีแถบ
ลวดลายสีม่วงแดง ครีบหางใหญ่ สีเหลือง ปลายขอบบนและล่างสีแดง
พบอาศัยอยู่ตามแนวหินปะการัง เมื่อขนาดยังเล็ก มีพื้นสีนํ้าตาลแดงที่
บริเวณกลางครีบหลังและโคน ครีบหางมีจุดใหญ่สีดํา.
เขียวพระอินทร์ ๒น. ชื่องูเขียวชนิดหนึ่ง. (ดู เขียว ๓).
เขียวเสวยน. ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L. ผลสีเขียว รสมัน.
เขียวหวาน ๑ดูใน เขียว ๒.
เขียวหวาน ๒น. ชื่อส้มพันธุ์หนึ่งของชนิด Citrus reticulata Blanco เปลือกบาง
ผลเขียว รสหวาน.
เขียะ(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นกระบองเพชร. (ดู กระบองเพชร ๒).
เขือ ๑น. ชื่อปลาในสกุล Taenioides และ Brachyamblyopus วงศ์ Gobioididae
ลําตัวยาวเรียว แบนข้าง และเป็นสีชมพูโดยตลอด ตาเล็กมากอยู่ในรู
บริเวณปากแม่น้ำที่มีพื้นเป็นเลน.
เขือ ๒(กลอน) น. เพื่อน.
เขือ ๓(กลอน) ส. คําใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒ เช่น
สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่. (ลอ).
เขืองน. (๑) ชื่อไม้เถาหลายชนิดในสกุล Smilax วงศ์ Smilacaceae เถามี
หนาม เหง้าแข็ง เช่น เขืองสร้อย (S. davidiana A. DC.) ดอกสีขาว
อมเขียว ผลกลม สุกสีแดง. (๒) ดู กะตังใบ.
เขื่อง ๑ว. ค่อนข้างใหญ่, ค่อนข้างโต.
เขื่อง ๒(ถิ่น-อีสาน) น. ที่ซึ่งปลาช่อนปลาดุกอาศัยอยู่เวลาไข่.
เขื่อนน. เครื่องป้องกันไม่ให้ดินริมนํ้าพัง, สิ่งที่สร้างขึ้นขวางกั้นลํานํ้า เพื่อกัก
เก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในทางชลประทานเป็นต้น เช่น เขื่อนเจ้าพระยา,
โดยปริยายใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น กำแพงดิน
หรืออิฐที่ล้อมรอบต้นโพธิ์; (โบ) รั้ว, กำแพง, คันดินกันตลิ่งพัง, เช่น
ปิดประตูเมืองลง เขื่อนขว้าง. (ยวนพ่าย).
เขื่อนเพชร น. ตึกแถวมีผนังหลังตันหันออกมาข้างนอกในพระราชฐาน
เฉพาะตรงที่แบ่งข้างหน้ากับข้างในต่อกัน.
เขือมก. เข้มแข็ง เช่น ทั้งอกไหล่ก็ผายผึ่งผงาดเงื้อมเขือมขยัน. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
แขน. ดวงเดือน, พระจันทร์. (ข.).
แข้(ถิ่น-อีสาน) น. จระเข้ (ดู จระเข้).
แขก ๑น. ผู้มาหา, ผู้มาแต่อื่น, ผู้ที่มาร่วมงานพิธีของเจ้าภาพ, บางทีเรียกว่า
แขกเหรื่อ; คนบ้านอื่นที่มาช่วยทํางาน.
แขกเมือง น. แขกของบ้านเมือง.
แขกไม่ได้รับเชิญ (สำ) น. คนหรือสัตว์ที่ไม่พึงปรารถนาซึ่งเข้ามาทำ
ให้เกิดความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญ มักหมายถึง ขโมยหรือสัตว์
บางชนิด เช่น ก่อนนอนอย่าลืมปิดประตูตูหน้าต่าง มิฉะนั้นแขกไม่ได้
รับเชิญจะขนของไปหมด กางเต็นท์นอนในป่าระวังแขกไม่ได้รับเชิญ
จะเข้ามา.
แขก ๒น. คําเรียกชาวอินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน บังกลาเทศ อัฟกานิสถาน
เนปาล ชวา มลายู ชาวเอเชียตะวันออกกลางและตะวันออกใกล้
ยกเว้นชาวยิว แอฟริกาเหนือ และ นิโกร.
แขก ๓น. ชื่อเพลงไทยจำพวกหนึ่ง มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า แขก เช่น แขกสาหร่าย
แขกบรเทศ แขกกุลิต.
แขกเต้าน. ชื่อนกปากงุ้มเป็นขอชนิด Psittacula alexandri ในวงศ์ Psittacidae
ที่หน้าผากมีเส้นสีดําลากผ่านไปจดหัวตาทั้ง ๒ ข้าง และมีแถบสีดํา
ลากจากโคนปากลงไปทั้ง ๒ ข้างของคอคล้ายเครา ตัวผู้ปากสีแดง
ตัวเมียปากสีดํา อยู่เป็นฝูงใหญ่ กินผลไม้ ร้องเลียนเสียงคนหรือเสียง
อื่น ๆ บางอย่างได้.
แขกเต้าเข้ารัง น. ท่ารําท่าหนึ่ง.
แข็งว. กระด้าง เช่น ลิ้นแข็ง; ไม่อ่อน, ไม่นิ่ม, เช่น เนื้อแข็ง ของแข็ง; กล้า
เช่น แดดแข็ง; ไม่ยอมง่าย ๆ, ไม่รู้สึกสงสาร, เช่น ใจแข็ง; แรง เช่น
วันแข็ง ชะตาแข็ง, เข้มแข็ง, ทนทาน, เก่ง, เช่น ทํางานแข็ง วิ่งแข็ง;
ว่ายาก เช่น เด็กคนนี้แข็ง; นิ่งไม่ไหวติง, ไม่กระดิกกระเดี้ย, เช่น
ขาแข็ง ตัวแข็ง.
แข็งกร้าว ว. แข็งกระด้าง, ไม่นุ่มนวล.
แข็งกล้า ว. กล้ายิ่งนัก.
แข็งแกร่ง ว. อดทนไม่ท้อถอย.
แข็งข้อ ก. ไม่ยอมตาม, ตั้งข้อสู้.
แข็งขัน ว. ขยันไม่ย่อท้อ, เอาจริงเอาจัง, มีกําลังมาก.
แข็งใจ ก. ทําใจให้กล้า, ทําใจให้เข้มแข็ง.
แข็งตัว ก. เปลี่ยนสภาพไปมีลักษณะแข็ง.
แข็งมือ ก. ทําเต็มกําลังไม่ย่อท้อ.
แข็งเมือง ก. กลับตั้งเป็นอิสระ, ไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นอีกต่อไป.
แข็งแรง ว. มีกําลังมาก, ลํ่าสัน, มั่นคง, คงทน, อย่างเต็มกําลัง
เช่น ทํางานแข็งแรง.
แข่งก. ชิงเอาชนะกัน, ชิงดี, ชิงขึ้นหน้า.
แข่งกับเวลา (สำ) ก. ทำอย่างรวดเร็ว เช่น ทำงานแข่งกับเวลา.
แข่งขัน ก. ชิงเอาชนะเพื่อรางวัล, ขันสู้เอาชนะกัน.
แข่งเกมวิบาก น. การเล่นชนิดหนึ่ง ผู้เล่นต้องวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางหรือ
ทำกิจกรรมที่ยาก ๆ เช่น ใช้ปากควานหาสตางค์ในแป้ง สนเข็ม เป่า
ลูกโป่งให้แตก ใครทำเสร็จและวิ่งถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ.
แข่งดี ก. มุ่งเอาชนะชิงดีชิงเด่นโดยไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน,
มุ่งเอาชนะชิงดีชิงเด่นโดยไม่ยอมผ่อนปรนให้แก่กัน.
แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้ (สำ) ก. รู้ประมาณ
ความสามารถของตนไม่อาจเอื้อมเกินตัว.
แข้งน. ส่วนหน้าของขา ใต้เข่าลงไปถึงข้อเท้า, หน้าแข้งก็ว่า, ราชาศัพท์ว่า
พระชงฆ์.
แข้งสิงห์ น. ส่วนหน้าของขาสิงห์ตรงที่เป็นสัน; เรียกการพันกระดาษ
ซึ่งซอยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ที่ด้ามธงว่า พันแข้งสิงห์.
แขน ๑น. อวัยวะที่ต่อจากไหล่ทั้ง ๒ ข้าง, (ราชา) เรียกอวัยวะตั้งแต่ศอก
ไปถึงไหล่ว่า พระพาหา ตั้งแต่ศอกไปถึงมือว่า พระกร; เรียกสิ่ง
ที่ยื่นออกไปจากส่วนใหญ่เหมือนรูปแขน เช่น แขนเสื้อไม้เท้าแขน.
แขนขวา น. บริวารหรือผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
เปรียบเสมือนแขนข้างขวา.
แขนคู้ น. ชื่อดาวฤกษ์อาศเลษา.
แขนซ้ายแขนขวา น. บริวารหรือผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นหัวเรี่ยว
หัวแรงเปรียบเสมือนแขนซ้ายแขนขวา.
แขนทุกข์ น. ปลอกแขนสีดําสําหรับสวมติดแขนเสื้อข้างซ้าย
เป็นการแสดงความไว้อาลัยต่อคนตาย.
แขนนาง ๑ น. ชื่อดาวฤกษ์วิศาขา.
แขนนาง ๒ น. เครื่องค้ำยันชายคาเรือนเครื่องสับ ทำด้วยไม้หรือเหล็ก.
แขนพับ น. ส่วนของแขนตรงที่พับได้.
แขน ๒น. เรียกสายเสื้อชั้นในของผู้หญิง.
แข่น, แข้นก. ข้นจวนแห้งจวนแข็ง เช่น เลือดแข้น. ว. แข็ง เช่น อาหารแข้น.
แขนง ๑[ขะแหฺนง] น. กิ่งไม้เล็ก ๆ ที่แตกใหม่จากลําของไม้พวกไม้ไผ่,
กิ่งไม้เล็ก ๆ ที่แยกออกจากกิ่งใหญ่, โดยปริยายหมายถึงส่วนย่อย
ที่แยกจากส่วนใหญ่ เช่น วิชาฟิสิกส์เป็นแขนงหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์.
แขนง ๒[ขะแหฺนง] ก. แหนง, แคลง, เช่น และแขนงหฤทัยนาง. (ม. คําหลวง มัทรี);
ใช้ในการต่อของให้ราคาตํ่า ถือเป็นลางบอกว่าจะขายไม่ได้ราคาดีต่อไป.
แขนง ๓ดู เต่าเหลือง ที่ เต่า ๑.
แขนะ[ขะแหฺนะ] (โบ) ก. แกะ, สลัก, เจาะ. น. กรรมวิธีในการสร้างงาน
ประติมากรรมตกแต่ง หรือวิธีการทางช่างจุลศิลป์ประเภทหนึ่ง โดย
ใช้สมุกปั้นเป็นลวดลายหรือรูปภาพติดเข้ากับพื้นไม้หรือพื้นกระดาษ
เช่น ปั้นหน้ายักษ์หน้าลิงติดลงบนกะโหลกปิดกระดาษทำเป็นหัวโขน,
กระแหนะ ก็ว่า.
แขม ๑[แขมฺ] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Saccharum arundinaceum Retz. ในวงศ์
Gramineae มักขึ้นตามชายนํ้า ชายป่า และชายเขาที่ชุ่มชื้น, พง ก็เรียก.
แขม ๒[ขะแม] น. คนเขมร, เขียนเป็น แขมร์ ก็มี.
แขม็บ, แขม็บ ๆ[ขะแหฺม็บ] ว. หายใจแผ่ว ๆ แสดงว่าจวนจะหมดกําลัง, กระแหม็บ
หรือ กระแหม็บ ๆ ก็ว่า.
แขม่ว[ขะแหฺม่ว] ก. ผ่อนลมหายใจให้ท้องยุบลง, บังคับกล้ามเนื้อท้องให้
ท้องยุบลง, กระแหม่ว ก็ว่า.
แขย็ก ๆ[ขะแหฺย็ก] ว. อาการที่ปีนขยับขึ้นไปทีละน้อย ๆ ขึ้นไปได้ไม่สะดวก
เช่น ปีนต้นไม้แขย็ก ๆ, อาการที่ขยับไปทีละน้อย ๆ เพราะไปไม่ถนัด
เช่น ถีบจักรยานแขย็ก ๆ เดินแขย็ก ๆ.
แขยง ๑[ขะแหฺยง] น. ชื่อปลานํ้าจืดแทบทุกชนิดในวงศ์ Bagridae ไม่มีเกล็ด
มีหนวดยาว ๔ คู่ ครีบหลังตอนแรกมีก้านครีบแข็ง หยักเป็นหนามคม
เช่นเดียวกับครีบอก ตอนที่ ๒ เป็นครีบไขมันลักษณะเป็นแผ่นเนื้อ
ขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นกับชนิดของปลา ครีบก้นสั้น รูปร่างคล้ายปลากด
แต่มีขนาดเล็กกว่า เช่น แขยงหิน (Leiocassis siamensis) แขยงใบข้าว
(Mystus cavasius) แขยงธง หรือ แขยงหมู (Heterobagrus bocourti)
แขยงวัง หรือ แขยงหนู (Bagroides macropterus).
แขยง ๒[ขะแหฺยง] ก. เกลียดเมื่อได้เห็นหรือถูกต้องสิ่งที่สกปรก น่ารังเกียจ
หรือน่าเกลียดน่ากลัว หรือเมื่อนึกถึงสิ่งนั้น, ขยะแขยง ก็ว่า.
แขยงแขงขน ก. สะอิดสะเอียนจนขนลุก.
แขย่ง[ขะแหฺย่ง] ว. แขย็ก ๆ, อาการที่ปีนขยับขึ้นไปทีละน้อย ๆ ขึ้นไปได้
ไม่สะดวก, เช่น ผ้าคาดพุงผูกพันขยันตะแบง แขย่งเข่นฆ่าพร้าขัดเอว.
(ม. ร่ายยาว ชูชก), มักใช้พูดเข้าคู่กับคํา เขย้อ เป็น เขย้อแขย่ง.
แขยงหนู[ขะแหฺยง-] น. (๑) ชื่อปลาแขยงชนิดหนึ่ง, แขยงวัง ก็เรียก. (ดู แขยง ๑).
(๒) ดู มังกง.
แขละ[แขฺละ] น. ลายเกลียวเส้นลวดเล็ก ๆ ส่วนมากนิยมทำไว้ตรงโคนกระเปาะ
ที่ฝังหัวแหวนแบบโบราณชนิดเม้มหรือล้มขอบ.
แขวก[แขฺวก] น. ชื่อนกชนิด Nycticorax nycticorax ในวงศ์ Ardeidae ซึ่งเป็น
วงศ์เดียวกับนกยาง หัวค่อนข้างโต คอสั้น ขาสั้นกว่านกยางชนิดอื่น
ลําตัวส่วนบนสีเขียวอมเทา ท้ายทอยมีเปียสีขาว ๒-๓ เส้น ลําตัว
ส่วนล่างสีขาว อยู่เป็นฝูง กินปลาและสัตว์เล็ก ๆ หากินในเวลากลางคืน.
แขวง[แขฺวง] น. เขต, แดน, ส่วน, ฝ่าย, อาณาบริเวณที่กําหนดไว้เพื่อสะดวก
ในการปฏิบัติราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
แขวน ๑[แขฺวน] ก. เกี่ยวห้อยอยู่.
แขวนคอ ก. เอาเชือกหรือผ้าเป็นต้นผูกคอห้อยไว้บนที่สูงเช่นบนต้นไม้
ไม่ให้เท้าถึงพื้นเพื่อให้ตายเป็นการประหารชีวิตนักโทษแบบหนึ่งของ
ชาวตะวันตกบางประเทศ.
แขวนนวม (สำ) ก. เลิกชกมวย, โดยปริยายหมายถึง เลิก, หยุด.
แขวน ๒[แขฺวน] น. ตัวไม้โครงหลังคา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวระหว่างเต้ากับจันทัน
ระเบียง, ค้างคาว หรือ โตงเตง ก็เรียก.
แขวนลอย(เคมี) น. ภาวะที่อนุภาคซึ่งมีขนาดจํากัดแผ่กระจายอยู่ในของไหลหรือ
ของแข็งโดยไม่ละลายหรือสลายตัวรวมเป็นเนื้อเดียวกับของไหลหรือ
ของแข็งนั้น, สารที่อยู่ในภาวะเช่นนี้เรียกว่า สารแขวนลอย เช่น ฝุ่นใน
อากาศ หยดนํ้าเล็ก ๆ ในแก๊ส. (อ. suspension).
แขวะ[แขฺวะ] ก. เอาสิ่งมีคมแหวะคว้านให้กว้าง; พูดชวนวิวาท.
แขสร์[ขะแส] น. กระแส; เส้นเชือก. (ข.).
โข(ปาก) ว. มาก. (กร่อนมาจาก อักโข ซึ่งตัดมาจาก อักโขภิณี).
โขกก. ควํ่าภาชนะเป็นต้นแล้วเคาะลงที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแรง, กิริยาที่ควํ่าหน้า
ลงแล้วเอาหน้าผากกระแทกพื้นเป็นต้น เช่น เอาหน้าผากโขกพื้น.
โขกสับ ก. ด่าว่าข่มขี่.
โขงว. กลิ่นเหม็นอย่างเนื้อเน่าที่ค้างหลายวัน, โขลง ก็ว่า.
โข่ง ๑น. ชื่อหอยนํ้าจืดกาบเดี่ยวในวงศ์ Ampullariidae เปลือกสีเขียวคลํ้ามีขนาด
เท่าหัวแม่มือจนถึงกําปั้น เวียนเป็นวง ยอดสั้น วงสุดท้ายค่อนข้างกลม
มีหลายชนิดในสกุล Pila เช่น ชนิด P. ampullacea, P. polita.
โข่ง ๒(ปาก) ว. เปิ่น, ไม่เข้าท่า; โค่ง.
โข่งทะเลดู เป๋าฮื้อ ๑.
โขดน. ดินหรือหินที่สูงขึ้นเป็นโคกเป็นเนิน, ดิน หิน หรือทรายที่เป็นจอม
สูงขึ้นพ้นนํ้าบ้าง อยู่ใต้นํ้าบ้าง.
โขดง[ขะโดง] น. กระโดง; ใบเรือ. (ข.).
โขน ๑น. การเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละครรํา มักเล่นเรื่องรามเกียรติ์ โดยผู้แสดง
สวมหัวจําลองต่าง ๆ ที่เรียกว่า หัวโขน.
โขน ๒น. ไม้ที่ต่อเสริมหัวเรือท้ายเรือให้งอนเชิดขึ้นไป เรียกว่า โขนเรือ; เรียกเรือ
ชนิดหนึ่งที่มีโขนว่า เรือโขน เช่น เรือโขนขนาดใหญ่น้อย เหลือหลาย.
(ลิลิตพยุหยาตรา); ส่วนสุดทั้ง ๒ ข้างของรางระนาดหรือฆ้องวงที่งอนขึ้น.
โขนง[ขะโหฺนง] น. ขนง, คิ้ว.
โขมน. ผักโขม. [ดู ขม ๒ (๑)].
โขม-[โขมะ-] (แบบ) น. โกษม, ผ้าใยไหม (ผ้าลินิน), ผ้าขาว, ผ้าป่าน, ใช้
เป็นศัพท์ประกอบว่า โขมพัตถ์ โขมพัสตร์ และแผลงเป็น โขษมพัสตร์
ก็มี. (ป.; ส. เกฺษาม).
โขมง[ขะโหฺมง] ก. พลุ่งออกมาพร้อมกันมาก ๆ เช่น ควันโขมง. ว. ฟุ้ง,
เอ็ดอึง, เช่น คุยโขมง.
โขมด ๑[ขะโหฺมด] น. ชื่อผีชนิดหนึ่งในพวกผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นแสง
เรืองวาวในเวลากลางคืน ทําให้หลงผิดนึกว่ามีคนถือไฟหรือจุดไฟอยู่
ข้างหน้า พอเข้าไปใกล้ก็หายไป ทางวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า ได้แก่
แก๊สมีเทน (methane) ที่เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพังของสารอินทรีย์แล้ว
ติดไฟในอากาศ เป็นแสงวอบแวบในที่มืด. (ข. โขฺมจ ว่า ผี).
โขมด ๒[ขะโหฺมด] น. กระหมวด; จอมประสาทหัวช้าง.
โขมดยา
โขยก[ขะโหฺยก] ก. เดินหรือวิ่งด้วยอาการคล้ายกระโดด.
โขยกเขยก [-ขะเหฺยก] ว. กะโผลกกะเผลก.
โขยง[ขะโหฺยง] น. พวก, หมู่, ฝูง. ว. หมดด้วยกัน.
โขย่ง[ขะโหฺย่ง] ก. กระโหย่ง, ทําให้สูงขึ้น.
โขยด[ขะโหฺยด] ว. วิ่งอย่างกระโดด เช่น ทั้งพระยากาสรตัวกล้าก็ลับเขา
โขยดโลดลองเชิง. (ม. ร่ายยาว กุมาร).
โขยม[ขะโหฺยม] (โบ) น. ขยม, ข้า, บ่าว, เช่น ไว้โขยมวัดสามครัว. (พงศ.
โยนก). (ข. ขฺญุ?).
โขลก, โขลก ๆ[โขฺลก] ก. ตําให้เข้ากัน หรือให้เหนียว หรือให้แหลก. ว. เสียงดังเช่น
นั้น เช่น เสียงไอโขลก ๆ.
โขลง ๑[โขฺลง] น. ฝูง (ใช้เฉพาะช้าง).
โขลง ๒[โขฺลง] ว. มีกลิ่นเหม็นอย่างเนื้อเน่าที่ค้างหลายวัน, โขง ก็ว่า.
โขลน[โขฺลน] (โบ) น. ชื่อกรมซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยใน
พระราชฐานชั้นใน, เจ้าพนักงานหญิงในกรมโขลน มีหน้าที่คล้าย
ตํารวจ; ตําแหน่งราชการฝ่ายทหาร. (จารึกสยาม).
โขลนทวาร[โขฺลนทะวาน] น. ประตูป่า, ประตูป่าที่ทําตามตําราพราหมณ์ คือทําเป็น
ประตูสะด้วยใบไม้ให้ทหารผู้ไปทัพนั้นลอดไป มีพราหมณ์คู่หนึ่งนั่งบน
ร้านสูง ๒ ข้างประตูคอยประนํ้าเทพมนตร์ เพื่อเป็นชัยมงคลแก่กองทัพ
ที่ยกไป. (ข. โขฺลงทฺวาร ว่า ประตูใหญ่ที่มีเสาปัก ๒ ข้าง และมีไม้ขวางข้างบน).
โขษม[ขะโสม] น. ผ้าใยไหม (ผ้าลินิน), ผ้าขาว, ผ้าป่าน. (ป. โขม; ส. เกฺษาม).
(แผลงมาจาก โขม).
ไข ๑น. มันข้น, นํ้ามันที่ได้จากสัตว์ พืช หรือแร่ ที่แข็งตัวในอุณหภูมิปรกติ;
น้ำมันที่มีสถานะเป็นของแข็งเนื่องจากอยู่ในอุณหภูมิต่ำ. (อ. wax).
ไขกระดูก น. เนื้อส่วนในของกระดูก บางแห่งเป็นที่สร้างเม็ดเลือด
ชนิดต่าง ๆ ของร่างกาย.
ไขข้อ น. นํ้าหล่อลื่นข้อของร่างกาย.
ไขมัน น. สารประกอบอินทรีย์จำพวกหนึ่งมีทั้งในสัตว์และพืช ไม่
ละลายน้ำ, ถ้าเป็นของเหลวในอุณหภูมิปรกติเรียก น้ำมัน, ถ้าเป็น
ของแข็งในอุณหภูมิปรกติเรียก ไข. (อ. fat); (ปาก) เรียกเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
ชนิดหนึ่งในคนและสัตว์บางชนิดซึ่งสะสมสารประกอบอินทรีย์ดังกล่าว
ไว้มากโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องหรือในผนังหน้าท้อง มีลักษณะนุ่ม ๆ
หยุ่น ๆ, มัน ก็ว่า.
ไขสันหลัง น. ประสาทส่วนกลางที่ต่อเนื่องจากประสาทส่วนปลาย มี
ความยาวจากระดับต้นคอถึงระดับเอว.
ไขสันหลังอักเสบ น. โรคโปลิโอ.
ไข ๒ก. กวดสิ่งที่ยังหลวมอยู่ให้แน่นหรือทําสิ่งที่แน่นอยู่ให้หลวม เช่น ไข
ตะปูควง ไขนอต, หมุน เช่น ไขลาน ไขกระจก; บอก, อธิบาย, ขยาย,
เช่น ไขความ ไขข่าว ไขปัญหา.
ไขควง น. ชื่อเหล็กเครื่องมือมีด้าม ทางปลายแบนหรือเป็นแฉก ๆ
สําหรับไขตะปูควง.
ไขดาล ก. ทำให้ลูกดาลที่ลงไว้เปิดออก.
ไขน้ำ ก. ปล่อยนํ้าที่ขังอยู่ให้ไหล เช่น ไขนํ้าเข้านา.
ไขพระวิสูตร (ราชา) ก. เปิดม่าน, คู่กับ ปิดพระวิสูตร หมายความว่า ปิดม่าน.
ไขย่น น. ม่านจีบ. (ประชุมพงศ.).
ไขลาน (ปาก) ก. สั่ง, บอกให้ทํา, เช่น ต้องไขลานกันอยู่เรื่อย ไม่อย่างนั้น
ไม่ทํา; หมดกําลัง, หมดแรง, เช่น พอขึ้นชกยกที่ ๕ นักมวยก็เริ่มไขลานแล้ว.
ไขสือ ว. รู้แล้วทำเป็นไม่รู้.
ไขแสง ก. เริ่มส่องแสง เช่น พระอาทิตย์ไขแสง.
ไขหู ว. ทำเป็นว่าไม่ได้ยิน.
ไขหูไขตา ก. ได้ยินได้เห็นแล้วรู้สึกอายไม่อยากฟังไม่อยากเห็น,
ขายหูขายตา ก็ว่า.
ไข่ ๑น. ตัวสืบพันธุ์ประกอบด้วยเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย อาหาร และสิ่งห่อหุ้ม
ซึ่งอาจจะเป็นไข่ขาววุ้น เยื่อถุงไข่ หรือเปลือก ส่วนมากมีรูปร่างกลม
จะมีตัวอ่อนภายในหรือไม่ก็ได้, ฟอง ก็เรียก, ลักษณนามเรียก ฟอง ลูก
หรือ ใบ; เรียกสิ่งที่เป็นเม็ดกลม ๆ เล็ก ๆ ที่มีอยู่ตามใบไม้บางชนิด เช่น
ไข่ชะอม ไข่ปรง; (ปาก) ลูกอัณฑะ. ก. ตกฟอง เช่น แม่ไก่ไข่ออกมา ๓ ฟอง.
ไข่กบ ดูใน กินสี่ถ้วย.
ไข่ไก่ ว. มีสีเหลืองอมแดงน้อย ๆ ดังเปลือกไข่ไก่ เรียกว่า สีไข่ไก่.
ไข่ขวัญ น. ไข่ปอกที่เสียบไม้ปักไว้บนยอดบายศรี, ไข่ข้าว ก็เรียก. (ดู ขวัญ);
ไข่งูที่อยู่บนยอดกลางกองไข่, ไข่ลูกยอด ก็เรียก.
ไข่ขาง น. ไข่แมลงวัน. (ดู ขาง).
ไข่ขาว น. ส่วนของไข่สัตว์ เช่น ไข่ของนก ไข่ของสัตว์เลื้อยคลาน
มีสีขาวใสอยู่รอบ ๆ ไข่แดงเป็นสารโปรตีนทําหน้าที่ป้องกันส่วน
ที่เป็นเซลล์ของไข่ เวลาเซลล์ของไข่แบ่งตัวเจริญเป็นตัวอ่อน ไข่ขาว
จะเป็นอาหารของตัวอ่อนด้วย; (เคมี) กลุ่มของโปรตีน ซึ่งมีนํ้าหนัก
โมเลกุลประมาณ ๖๕,๐๐๐ ถึง ๗๐,๐๐๐.
ไข่ข้าว น. ไข่ที่ฟักไม่เป็นตัวต้มแล้วแข็งและเหนียวผิดปรกติ;
ไข่ปอกที่เสียบไม้ปักไว้บนยอดบายศรี,
ไข่ขวัญ ก็เรียก. (ดู ขวัญ).
ไข่เค็ม น. ไข่ที่ดองนํ้าเกลือ, ไข่ที่พอกด้วยขี้เถ้าหรือแกลบผสมเกลือ
มักทําจากไข่เป็ด มีรสเค็ม, ไข่พอก ก็เรียก.
ไข่จระเข้ ว. เรียกของที่มีลักษณะคล้ายไข่จระเข้ เช่น โถไข่จระเข้.
ไข่จิ้งจก น. ถั่วลิสงเคลือบนํ้าตาลหรือลูกกวาดสีต่าง ๆ ทําเม็ดเล็ก ๆ
ขนาดไข่จิ้งจก.
ไข่จิ้งหรีด น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทําด้วยข้าวตากคั่วจนพองเหลืองกวน
กับนํ้าตาลปีบที่เคี่ยวเหนียว บางทีโรยมะพร้าวขูดด้วย.
ไข่เจียว น. ไข่ที่ตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้ากันแล้วทอดนํ้ามัน, ถ้านํ้ามัน
มากจนไข่ที่เจียวฟู เรียก ไข่ฟู, ถ้ามีเนื้อหมูสับผสมด้วย เรียก ไข่เจียวหมูสับ.
ไข่ญี่ปุ่น (โบ) น. ไข่ลูกเขย.
ไข่ดาว น. ไข่ทอดทั้งลูกโดยไม่ต้องตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้ากัน.
ไข่แดง น. ส่วนของไข่สัตว์ เช่น ไข่ของนก ไข่ของสัตว์เลื้อยคลาน
อยู่รอบส่วนที่จะเจริญเป็นตัวอ่อน มักมีสีเหลืองหรือแดง เป็น
สารประเภทไขมันที่สะสมไว้สําหรับเลี้ยงตัวอ่อนขณะที่เติบโต.
ไข่ตายโคม น. ไข่ที่ตัวตายในระหว่างฟัก.
ไข่ตุ๋น น. ไข่ที่ตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้ากันแล้วนึ่ง.
ไข่เต่า ๑ น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทําด้วยแป้งต้มกับกะทิ มีสีขาวรสมันเค็ม
มักกินผสมกับขนมปลากริม.
ไข่นกกระสา น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทําด้วยสาคูเม็ดเล็กผสมนํ้าตาลปีบ
ปั้นเป็นก้อน นึ่งมีไส้ทําด้วยถั่วเขียวนึ่งผัดกับพริกไทย.
ไข่น้ำค้าง น. ไข่ขาวส่วนที่เป็นนํ้าใส ๆ ที่ติดอยู่กับเปลือกด้านป้าน.
ไข่ในหิน (สํา) น. ของที่ต้องระมัดระวังทะนุถนอมอย่างยิ่ง.
ไข่ปลา น. จุดที่เรียงกันเป็นเส้น, ลายที่มีจุดเล็ก ๆ เป็นเส้นหรือเป็นกลุ่ม.
ไข่พอก น. ไข่เค็ม.
ไข่แมงดา น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งลักษณะอย่างทองหยอดเม็ดเล็ก ๆ ใช้
โรยหน้าข้าวเหนียวกระทงหรือข้าวเหนียวตัด.
ไข่ยัดไส้ น. ไข่กรอกในกระทะให้บาง แล้วห่อไส้หมูสับผัดน้ำมันให้สุก
ปรุงรสเค็มหวาน.
ไข่เยี่ยวม้า น. ไข่แช่นํ้าด่าง, ไข่สําเภา ก็เรียก.
ไข่ลม น. ไข่ที่ไม่มีเชื้อตัวผู้ผสม.
ไข่ลูกเขย น. อาหารของคาวทําด้วยไข่ต้มทั้งลูก ปอกเปลือกแล้วทอดนํ้ามัน
เคล้ากับนํ้าตาล นํ้าปลาที่เคี่ยวจนงวด, (โบ) ไข่ญี่ปุ่น.
ไข่ลูกยอด น. ไข่งูที่อยู่บนยอดกลางกองไข่, ไข่ขวัญ ก็เรียก.
ไข่สำเภา น. ไข่แช่นํ้าด่าง, สามัญเรียกว่า ไข่เยี่ยวม้า.
ไข่หงส์ น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทำด้วยแป้งทอด มีไส้ทำด้วยถั่วเขียวนึ่ง
ผัดกับพริกไทย เกลือกน้ำตาลจนแห้ง ลักษณะกลม, ไข่เหี้ย ก็ว่า.
ไข่หวาน น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทําโดยต่อยไข่ใส่ลงในนํ้าเชื่อมร้อน ๆ
แล้วต้มให้สุก มักใส่ขิงด้วย.
ไข่หำ (ถิ่น-อีสาน) น. ลูกอัณฑะ.
ไข่หิน ๑ น. ไข่ที่แข็งคล้ายหิน.
ไข่เหา น. ชื่อมาตราวัดโบราณ, ๘ เส้นผม เท่ากับ ๑ ไข่เหา ๘ ไข่เหา
เท่ากับ ๑ ตัวเหา.
ไข่เหี้ย น. ชื่อขนมอย่างหนึ่งทําด้วยแป้งทอด มีไส้ทำด้วยถั่วเขียวนึ่ง
ผัดกับพริกไทย เกลือกนํ้าตาลจนแห้งลักษณะกลมอย่างไข่เหี้ย, ไข่หงส์ ก็ว่า.
ไข่ ๒น. ชื่อกล้วยพันธุ์หนึ่งซึ่งกลายมาจากกล้วยป่า (Musa acuminata Colla)
ผลเล็ก เปลือกบาง ไม่มีเมล็ด บางพันธุ์มีกระที่เปลือก.
ไข้น. ความเจ็บป่วย เช่น ไข้จับสั่น ไข้ทรพิษ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่; อาการ
ที่มีอุณหภูมิของร่างกายผิดจากระดับปรกติเนื่องจากความเจ็บป่วย.
(อ. fever, pyrexia, pyrexy).
ไข้กาฬ ดู ไข้ผื่น.
ไข้กาฬนกนางแอ่น, ไข้กาฬหลังแอ่น น. ไข้ติดเชื้อเฉียบพลันของเยื่อหุ้มสมอง
มีอาการไข้ ซึม คอแข็ง หลังแอ่น และมีผื่นชนิดตกเลือดใต้ผิวหนัง ต่อมาสีของ
ผื่นจะเปลี่ยนเป็นคลํ้า. (อ. meningococcal meningitis).
ไข้กำเดา (โบ) น. ไข้ชนิดหนึ่งที่เกิดจากหวัด.
ไข้ความร้อน, ไข้แดด น. ไข้ที่ขึ้นเร็วและสูงเพราะถูกความร้อนจัด อาจ
มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ชัก และต่อไปอาจสลบโดยไม่มีเหตุอื่นร่วม.
(อ. heat stroke).
ไข้จับสั่น น. ไข้ที่เกิดเพราะถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียกัด มีอาการ
หนาวและสั่น, ไข้มาลาเรีย ก็ว่า. (อ. malarial fever, malaria, paludism).
ไข้ใจ น. ความระทมใจเนื่องจากผิดหวังในความรักเป็นต้น.
ไข้แดด น. ไข้ที่ขึ้นเร็วและสูงเพราะถูกแดดจัด อาจมีอาการปวดศีรษะ
เวียนศีรษะ ชัก และต่อไปอาจสลบโดยไม่มีเหตุอื่นร่วม. (อ. solar fever,
sunstroke).
ไข้ทรพิษ น. ชื่อโรคระบาดชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส มีอาการไข้สูง
แล้วมีผื่นขึ้นดาษตามใบหน้าและลำตัว ต่อมาผื่นจะกลายเป็นตุ่ม ตุ่มใส
ตุ่มหนอง และตกสะเก็ด ตามลำดับ เมื่อหายแล้วมีแผลเป็นเป็นรอยบุ๋ม,
ฝีดาษ ก็เรียก, โบราณเรียก ไข้หัว. (อ. smallpox, variola).
ไข้ทับระดู น. ไข้ขณะที่กําลังมีระดูหรือระดูเพิ่งหยุด.
ไข้ป่า น. ไข้ที่รับจากป่าหรือดงดิบ เกิดเพราะถูกอายพิษดิน พิษแร่ หรือ
ว่านยาหรือเชื้อไข้มาลาเรีย. (อ. jungle fever).
ไข้ผื่น น. ไข้ที่มีผื่นและการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นทางผิวหนัง มีลักษณะ
อาการและความรุนแรงต่าง ๆ กัน ตั้งแต่เป็นเม็ดเล็ก ๆ เหมือนหัวเข็มหมุด
จนถึงปื้นใหญ่ ๆ ในรายที่รุนแรงมากอาจมีเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณผื่น
หรือปื้น และผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ, ไข้กาฬ หรือ ไข้ส่า ก็เรียก.
(อ. exanthematous fever).
ไข้พิษ น. ไข้ที่มีพิษกล้าทําให้เชื่อมซึมไปไม่มีเวลาสร่าง.
ไข้มาลาเรีย ดู ไข้จับสั่น.
ไข้เลือดออก น. ไข้ที่เกิดเพราะถูกยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด มักเกิด
แก่เด็ก มีอาการเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจํ้า ๆ. (อ. haemorrhagic fever).
ไข้สันนิบาต (โบ) น. ไข้ที่มีอาการสั่นเทิ้มชักกระตุกและเพ้อ เช่น
ไข้สันนิบาตลูกนก ไข้สันนิบาตหน้าเพลิง.
ไข้ส่า ดู ไข้ผื่น.
ไข้หวัด น. ไข้ที่เป็นในขณะที่เป็นหวัด มีนํ้ามูกและเสมหะมาก บางที
ก็ไอด้วย. (อ. common cold, coryza, acute catarrhal rhinitis).
ไข้หวัดใหญ่ น. โรคติดต่อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ เกิดจาก
เชื้อไวรัส ผู้ป่วยมีไข้สูงมาก มีอาการหนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อและ
อ่อนเพลีย. (อ. influenza).
ไข้หัว (โบ) น. ไข้ทรพิษ, ฝีดาษ.
ไข้หัวลม น. ไข้ที่มักเกิดเพราะถูกอากาศเย็นต้นฤดูหนาว.
ไข้เหลือง น. โรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส มียุงเป็นพาหะ
ผู้ป่วยมักมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน ปวดศีรษะ และปวดหลัง
ไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ชีพจรเต้นช้าลง ผิวและตาเหลือง อาจมีอันตรายถึง
แก่ชีวิตภายใน ๖-๗ วัน. (อ. yellow fever).
ไข่ดันน. ต่อมนํ้าเหลืองที่อยู่ใต้ผิวหนังของบริเวณขาหนีบ ซึ่งเป็นแนวต่อ
ระหว่างลำตัวกับต้นขามีหน้าที่กักและทําลายเชื้อโรคที่อาจผ่านเข้า
ในร่างกายท่อนบน.
ไข่ดันหมู น. ไตหมู.
ไข่เต่า ๑ดูใน ไข่ ๑.
ไข่เต่า ๒น. (๑) ชื่อมะเขือขื่นพันธุ์หนึ่ง สีขาว เนื้อกรอบ. (๒) ชื่อไม้พุ่มชนิด
Polyalthia debilis (Pierre) Finet et Gagnep. ในวงศ์ Annonaceae
ขึ้นตามป่าโปร่งดินทราย ผลเป็นข้อ ๆ.
ไข่น้ำดู ไข่แหน.
ไข่เน่า ๑น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Vitex glabrata R. Br. ในวงศ์ Labiatae
ขึ้นตามป่าดิบและที่ราบลุ่มทั่ว ๆ ไป สูง ๘-๑๒ เมตร ใบเป็นใบประกอบ
มีใบย่อย ๕ ใบ ดอกเล็ก สีม่วงอ่อน ผลรูปไข่ขนาดหัวแม่มือ สุกสีดํา
กินได้ มีรสหวานเล็กน้อย เปลือกและรากใช้ทํายาได้.
ไข่เน่า ๒น. ชื่อแก๊สพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า. (ดู ก๊าซไข่เน่า,
แก๊สไข่เน่า).
ไข่มุกน. วัตถุมีค่า มักมีลักษณะกลม ๆ เกิดจากหอยบางชนิด ที่รู้จักกันทั่วไป
มีสีขาวที่เป็นสีขาวอมชมพูหรือสีดำก็มี ใช้ทำเป็นเครื่องประดับ.
ไขราน. ส่วนของหลังคาอาคารสถาปัตยกรรมไทย เฉพาะตอนที่ยื่นพ้นผนัง
อาคารออกไปยังขอบหลังคา, ถ้าส่วนที่ยื่นนั้นอยู่ตรงหน้าจั่ว เรียก
ไขราหน้าจั่ว, ถ้าอยู่ปลายหน้าบัน เรียก ไขราหน้าบัน, ถ้าเป็นหลังคาปีกนก
เรียก ไขราปีกนก, ถ้าเป็นหลังคาบังสาดตามขนาดยาวของเต้า เรียก
ไขราจันทันเต้า หรือ ไขราเต้า.
ไขว่[ไขฺว่] ก. ไขว้ เช่น ไขว่ชะลอม, ก่ายกัน. ว. อาการที่เคลื่อนไหวไปมา
อย่างสับสน เช่น เดินไขว่ โบกมือไขว่. น. เรียกแผ่นกระดาษที่รองรับ
แผ่นทองคำเปลวสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จำนวน ๒๐ แผ่นว่า ๑ ไขว่.
ไขว่คว้า ก. เอื้อมมือฉวยเอาอย่างสับสน, พยายามจับหรือถือเอา,
คว้าไขว่ ก็ว่า.
ไขว่ห้าง ว. อาการที่นั่งหรือนอนเอาขาพาดบนเข่าซึ่งตั้งชันอยู่.
ไขว้[ไขฺว้] ก. ขัด เช่น ไขว้เฉลว, สับกัน เช่น ส่งของไขว้ คือ เอาของคนหนึ่ง
ไปส่งคืนให้อีกคนหนึ่ง, ก่ายสับกัน เช่น ไขว้ขา; กิริยาที่เตะตะกร้อด้วย
บิดเท้าไปอีกข้างหนึ่ง เรียกว่า เตะไขว้.
ไขว้เขว ก. สับกัน; (ปาก) โดยปริยายหมายความว่า เอาของไปจํานํา.
ไขว้โรง ก. กลับตรงกันข้าม (เดิมเป็นภาษาใช้ในการพนันหวย ก ข
มีตัวโรงเช้า โรงคํ่า เมื่อผู้แทงระบุตัวแทงแล้ว ถ้าหากตัวออกกลับกันเสีย
ก็เรียกว่า ขุนบาลกินอย่างไขว้โรง, ตรงกับว่า โอละพ่อ).
ไขษย[ขะไส] (โบ) น. กษัย, การสิ้นไป, การหมดไป.
ไขเสนียด[-สะเหฺนียด] น. นํ้าครํา.
ไข่หิน ๑ดูใน ไข่ ๑.
ไข่หิน ๒น. ชื่อสาหร่ายสีเขียวชนิด Nostochopsis lobatus Wood ในวงศ์
Nostochopsidaceae ลักษณะรูปไข่ ค่อนข้างกลมเล็ก สีเขียวแก่
เกิดในนํ้าใสสะอาด เกาะอยู่กับหิน กินได้, ดอกหิน ก็เรียก.
ไข่แหน[-แหฺน] น. ชื่อไม้นํ้าชนิด Wolffia globosa (Roxb.) Hartog et Plas
ในวงศ์ Lemnaceae เกาะกันเป็นกลุ่มลอยอยู่ในนํ้า ลักษณะเป็นเม็ด
เขียว ๆ กลม ๆ เล็ก ๆ ขนาดเม็ดทราย ไม่มีรากcเป็นพืชที่เล็กที่สุด
ในจําพวกพืชมีดอก กินได้, ไข่นํ้า หรือ ผํา ก็เรียก.
พยัญชนะตัวที่ ๓ เป็นอักษรสูง ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒