ทัศนาจรดู ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา.
ทัศนีย-, ทัศนีย์[ทัดสะนียะ-, ทัดสะนี] ว. น่าดู, งาม, ทรรศนีย์ ก็ใช้. (ป. ทสฺสนีย;
ส. ทรฺศนีย).
ทัศนียภาพ น. ภาพที่น่าดู, มักใช้หมายถึงภูมิประเทศที่สวยงาม.
ทัศนูปกรณ์ดู ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา.
ทัศไนย[ทัดสะไน] ว. น่าดู, งาม. (แผลงมาจาก ทัศนีย์).
ทัสนานุตริยะ[ทัดสะนานุดตะริยะ] น. สิ่งที่เห็นอันประเสริฐ, การเห็นอัน
ประเสริฐ เช่นการเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นต้น.
(ป. ทสฺสนานุตฺตริย).
ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี[ทันหะ, ทันหิ, ทันฮี] ว. มั่นคง, แข็งแรง, แน่นหนา, จัด.
(ป.; ส. ทฺฤฒ, ทฺฤฒี).
ทัฬหิกรณ์ [ทันหิกอน] น. เครื่องทําให้มั่น ได้แก่ข้อความที่ชัก
มาอ้างเพื่อให้คําพูดของตนมั่นคง. (ป. ทฬฺหีกรณ).
ทัฬหีกรรม [ทันฮีกํา] น. การกระทําให้มั่นคงขึ้น ได้แก่การที่ทําซํ้า
ลงไปเพื่อให้มั่นคงนกรณีที่การกระทําครั้งแรกไม่สมบูรณ์ มักใช้ใน
พิธีสงฆ์ เช่น ทําทัฬหีกรรม สวดทัฬหีกรรม. (ป. ทฬฺหีกมฺม;
ส. ทฺฤฒี + กรฺมนฺ).
ทัฬหิกรณ์ดู ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี.
ทัฬหีกรรมดู ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี.
ทาก. คํารวมหมายถึงกิริยาอาการที่เอาของเปียกหรือของเหลวเป็นต้น
ฉาบ ลูบ ไล้ ป้าย หรือบ้าย เช่น ทาสี ทาแป้ง ทาปาก ทายา, ถ้าทา
เกลือกหรือเคลือบแต่ผิว ๆ ก็เรียกว่า ฉาบ, ถ้าทาโดยใช้ฝ่ามือทาบลง
แล้วเลื่อนไปมาก็เรียกว่า ลูบ, ถ้าทาโดยละเลงทั่ว ๆ ไป ก็เรียกว่า ไล้,
ถ้าทาให้ติดเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง ก็เรียกว่า ป้าย หรือ บ้าย.
ท่า ๑น. ฝั่งนํ้าสําหรับขึ้นลงหรือจอดเรือ, ท่านํ้า ก็เรียก, ที่สําหรับขึ้นลง
ริมนํ้า เช่น ท่าข้าม; โดยปริยายหมายถึงที่จอดยานพาหนะบางชนิด
เช่น ท่าเกวียน ท่าอากาศยาน; เรียกนํ้าในแม่นํ้าลําคลองว่า นํ้าท่า,
คู่กับ นํ้าฝน.
ท่าเรือ น. ที่จอดเรือ; (กฎ) สถานที่สําหรับให้บริการแก่เรือในการ
จอดเทียบบรรทุก หรือขนถ่ายของ.
ท่าอากาศยาน น. ที่สําหรับเครื่องบินขึ้นลง ประกอบด้วยลานจอด
เครื่องบิน ลู่เครื่องบินขึ้นลง โรงเก็บอุปกรณ์การบิน หอบังคับการบิน
ที่ทําการของเจ้าหน้าที่ และที่พักผู้โดยสารเข้าออกเป็นต้น, (ปาก)
สนามบิน.
ท่า ๒น. ลักษณะท่วงทีของร่างกายที่อยู่นิ่ง ๆ ในบางอิริยาบถ เช่น ท่ายืน
ท่านั่ง ท่านอน; การแสดงกิริยายกมือยกเท้าเป็นต้นตามกําหนดเป็น
วิธีไว้ เช่น ท่ามวย ท่ารํา; ชั้นเชิง, ท่วงที, วิธี, เช่น พลาดท่า ได้ท่า
เสียท่า.
ท่าดีทีเหลว (สํา) ว. มีท่าทางดี แต่ทําอะไรไม่ได้เรื่อง.
ท่าเดียว (ปาก) ว. อย่างเดียว, ประการเดียว, ถ่ายเดียว, เช่น
จะกินท่าเดียว.
ท่าทาง ว. กิริยาอาการที่ปรากฏให้เห็น เช่น ท่าทางดี ท่าทางไม่ดี,
บางทีใช้ว่า ท่า ก็มี.
ท่าที น. ความเป็นไปของสถานการณ์หรือบุคคลเป็นต้น, ทีท่า ก็ว่า.
ท่านั้นท่านี้ (สํา) ว. อย่างนั้นอย่างนี้, โยกโย้, เช่น พูดท่านั้นท่านี้.
ท่า ๓ก. รอคอย เช่น เหตุไฉนรีบมาไม่ท่ากัน. (อิเหนา), มักใช้เข้าคู่กับ
คอย หรือ รอ เป็น คอยท่า รอท่า.
ท้าก. ชวนขันสู้ เช่น ท้าพนัน ท้ารบ.
ท้าทาย ก. ชวนวิวาท เช่น เพราะเขาว่าท้าทายว่าจะทําอันตรายแก่
ท่านไท้บรมนาถราชบิดา. (ม. ร่ายยาว วนปเวสน์); ชวนให้ทดลอง
ความรู้ความสามารถ เช่น ท้าทายปัญญา ท้าทายความสามารถ.
ทาก ๑น. ชื่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังพวกปลิง ในชั้น Hirudinea ลำตัว
ขนาดต่าง ๆ กัน ลักษณะเป็นปล้อง ยืดหดได้มาก อยู่ตามป่า
มีสารฮิรูดิน (hirudin) เมื่อดูดกินเลือดสัตว์เลือดอุ่นทำให้เลือด
ไม่แข็งตัว มีหลายชนิด เช่น ชนิด Haemadipsa interrupta ในวงศ์
Hirudidae.
ทาก ๒น. ชื่อหอยกาบเดี่ยวหลายชนิด หลายวงศ์ ในชั้น Gastropoda เช่น
ชนิด Achatina fulica วงศ์ Achatinidae มีเปลือกหุ้มตัว, ชนิด
Limax flavus วงศ์ Limacidae ตัวแบนยาว มีเปลือกเล็กแบนมาก
ไม่หุ้มตัว ทั้ง ๒ ชนิดอยู่บนบก.
ทาง ๑น. ที่สำหรับเดินไปมา, แนวหรือพื้นที่สําหรับใช้สัญจร, เช่น ทางบก
ทางนํ้า ทางอากาศ ทางเดินรถ ทางเท้า ทางข้าม ทางร่วม ทางแยก
ทางลาด ทางโค้ง; ช่อง เช่น ทางประตู ทางหน้าต่าง; โอกาส เช่น
ไม่มีทางจะสําเร็จ; แนว เช่น เดินทางใน; วิธีการ เช่น ส่งเงินทาง
ธนาณัติ; แถว, แถบ, ถิ่น, เช่น เป็นคนทางไหน; ฝ่าย, ข้าง, ส่วน,
(ในลักษณะที่แยกแนวกัน) เช่น ทางผู้หญิงเขาจะว่าอย่างไร ทางเหนือ
ทางโลก; แนวทางหรือแบบอย่างทางดนตรีเฉพาะของอาจารย์แต่ละคน.
ทางการ น. ระเบียบปฏิบัติที่วางไว้เป็นแนวทาง, ฝ่ายที่เป็นกิจการ.
ว. ที่เป็นงานเป็นการ.
ทางเก็บ น. การบรรเลงที่เพิ่มเติมเสียงสอดแทรกให้มีพยางค์ถี่ขึ้น
กว่าทำนองเนื้อเพลงธรรมดา, ลูกเก็บ ก็ว่า.
ทางข้าม น. ทางม้าลาย; (กฎ) พื้นที่ที่ทําไว้สําหรับให้คนเดินเท้าข้าม
โดยทําเครื่องหมายเป็นเส้นหรือแนวหรือตอกหมุดไว้บนทาง และ
หมายความรวมถึงพื้นที่ที่ทําให้คนเดินเท้าข้าม ไม่ว่าในระดับใต้พื้นดิน
หรือเหนือพื้นดิน.
ทางช้างเผือก น. แสงกลุ่มดาวซึ่งแผ่เห็นสว่างเป็นพืดในท้องฟ้า.
ทางด่วน น. ทางหรือถนนซึ่งสร้างขึ้นเพื่อให้เดินทางได้รวดเร็ว
และปลอดภัย มีการควบคุมและกําหนดจุดให้ยานพาหนะเข้าออก
เฉพาะที่ และไม่มีทางอื่นตัดผ่านในระดับเดียวกัน.
ทางเท้า น. ทางข้างถนนที่มักยกสูงขึ้นสำหรับให้คนเดิน, บาทวิถี ก็ว่า.
ทางโท น. ทางที่รถต้องยอมให้รถทางเอกผ่านไปได้ก่อน.
ทางใน น. การหยั่งรู้ด้วยพลังจิต, โดยปริยายหมายถึงการนึกเดาเอาเอง.
ทางผ่าน น. บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือดุจสะพาน
เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ.
ทางพิเศษ (กฎ) น. ทางหรือถนนซึ่งจัดสร้างขึ้นไม่ว่าในระดับพื้นดิน
ใต้พื้นดิน เหนือพ้นพื้นดินหรือพื้นนํ้า เพื่ออํานวยความสะดวกใน
การจราจรเป็นพิเศษ.
ทางม้าลาย น. พื้นที่ที่ทำไว้สำหรับให้คนเดินเท้าข้ามถนน โดยทา
สีขาวดำเป็นแถบสลับกัน.
ทางสาธารณะ (กฎ) น. ทางบกหรือทางนํ้าสําหรับประชาชนใช้ใน
การจราจร และหมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถ
เดินสําหรับประชาชนโดยสารด้วย.
ทางสามแพร่ง น. ทางที่แยกเป็น ๓ สาย เกิดจากทางสายหนึ่งมา
บรรจบเป็นมุมฉากกับทางอีกสายหนึ่ง, โบราณถือว่าเป็นทางผีผ่าน
ไม่เป็นมงคล เช่น ไปทำพิธีเซ่นวักเสียกบาลที่ทางสามแพร่ง.
ทางสายกลาง น. มรรคมีองค์ ๘ อันเป็นทางที่จะนำไปสู่ความ
ดับทุกข์ ประกอบด้วย ๑. สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ
ความดำริชอบ ๓. สัมมาวาจา การเจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ
การงานชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีวิตชอบ ๖. สัมมาวายามะ
ความพยายามชอบ ๗. สัมมาสติ ความระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิ
ความตั้งใจชอบ รวมเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง;
การปฏิบัติที่ไม่ตึงนักไม่หย่อนนัก, การปฏิบัติที่ไม่ตึงไปทางใด
ทางหนึ่ง.
ทางหลวง (กฎ) น. ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการ
จราจรสาธารณะทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน
หรือใต้หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น นอกจากทางรถไฟ และ
หมายความรวมถึงที่ดิน พืช พันธุ์ไม้ทุกชนิด สะพาน ท่อหรือราง
ระบายน้ำ อุโมงค์ ร่องน้ำ กำแพงกันดิน เขื่อน รั้ว หลักสำรวจ
หลักเขต หลักระยะ ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมาย
สัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ ที่จอดรถ
ที่พักคนโดยสาร เรือสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้น
หรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดา
ที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย.
ทางออก (สํา) น. ทางรอด, วิธีแก้ปัญหา.
ทางเอก น. ทางที่รถแล่นผ่านไปได้ก่อนรถทางโท.
ทาง ๒น. เรียกใบของต้นไม้บางชนิด เช่น หมาก มะพร้าว กล้วย,
ลักษณนามเรียกใบหมาก ใบมะพร้าว ใบกล้วย เป็นต้น ว่า
ทาง เช่น ใบกล้วยทางหนึ่ง ใบมะพร้าว ๒ ทาง.
ท้าง(กลอน) ว. ทั่ว, ตลอด, โบราณใช้อย่างเดียวกับ ทั้ง.
ทางมะพร้าวน. ชื่องูชนิด Elaphe radiata ในวงศ์ Colubridae ท่อนหัวมีลายยาว
ตามลําตัวสีดําขาว ท่อนหางสีนํ้าตาลแดง ไม่มีพิษ, ก้านมะพร้าว
ก็เรียก.
ทาฐะ, ทาฒะ(แบบ) น. เขี้ยว, งาช้าง. (ป. ทา?า; ส. ทาฒา).
ทาฐิกะ, ทาฒิกะ(ราชา) น. หนวด (ที่คาง), เครา. (ป. ทา??ก; ส. ทาฒิก).
ทาน ๑, ทาน-ทานะ-, ทานนะ-] น. การให้, มักใช้ประกอบท้ายคำอื่น เช่น
ธรรมทาน วิทยาทาน; สิ่งที่ให้ มักหมายถึงเงินหรือสิ่งของที่คน
ให้แก่คนยากจน, เป็นธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม.
(ดู ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม). (ป., ส.).
ทานกัณฑ์ [ทานนะ-] น. ชื่อกัณฑ์ที่ ๓ ในมหาชาติ.
ทานบดี [ทานนะบอดี] น. เจ้าของทาน. (ป., ส. ทานปติ).
ทานบารมี [ทานนะ-] น. จรรยาอย่างเลิศ คือ ทาน. (ป. ทานปารมี;
ส. ทานปารมิตา).
ทานมัย [ทานนะไม] ว. สําเร็จด้วยทาน, แล้วไปด้วยทาน. (ป., ส.).
ทานศีล [ทานะสีน] ว. มีการให้เป็นปรกติ. (ส.; ป. ทานสีล).
ทานาธิบดี น. เจ้าของทาน. (ป., ส. ทาน + อธิปติ).
ทาน ๒ก. ยันหรือรับไว้, มักใช้เข้าคู่กับคํา ต้าน เป็น ต้านทาน.
ทาน ๓ก. สอบหนังสือให้ตรงกับต้นฉบับ.
ท่านส. คําใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย เป็นคํากลาง ๆ หรือแสดงความเคารพ
เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒, ใช้แทนผู้ที่เราพูดถึงด้วยความเคารพ เช่น
ท่านไม่อยู่ คุณพ่อท่านหลับแล้ว หรือโดยไม่เจาะจง เช่น อย่า
ลักทรัพย์ท่าน เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓. น. คําที่ใช้ประกอบหน้า
ชื่อบรรดาศักดิ์หรือตําแหน่งแสดงความยกย่อง เช่น ท่านขุน
ท่านอาจารย์ ท่านเจ้าอาวาส.
ท่านชาย น. คําที่ใช้เรียกราชนิกุลฝ่ายชายชั้นหม่อมเจ้า.
ท่านผู้หญิง น. เดิมใช้เป็นคำนำหน้าชื่อสตรีที่เป็นภรรยาเอกของ
เจ้าพระยาและเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องยศท่านผู้หญิง,
ปัจจุบันใช้เป็นคำนำหน้าชื่อสตรีที่สมรสแล้วและได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายในชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
ขึ้นไป, ถ้ายังไม่ได้สมรสเรียกว่า คุณ.
ท่านหญิง น. คําที่ใช้เรียกราชนิกุลฝ่ายหญิงชั้นหม่อมเจ้า.
ทานต์(แบบ) ว. เชื่อง, ใจเย็น, ใจดี. (ส.).
ทานตะวันน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Helianthus annuus L. ในวงศ์ Compositae
ช่อดอกกลมใหญ่สีเหลือง กลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ
เมล็ดให้นํ้ามัน กินได้.
ทานบน(โบ) น. ถ้อยคำหรือหนังสือสัญญาว่าจะไม่ประพฤติละเมิดตาม
เงื่อนไขที่ได้ให้ไว้, ทัณฑ์บน ก็ว่า.
ทานพ[-นบ] น. อสูรจําพวกหนึ่งในนิยาย. (ป., ส.).
ทานาธิบดีดู ทาน ๑, ทาน-.
ทาบก. วางวัตถุสิ่งหนึ่งแนบกับอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ทาบผ้าทาบตัว, (ปาก)
เปรียบ, เทียบ, เช่น เรามีความรู้น้อยจะไปทาบท่านผู้รู้ได้อย่างไร;
ตบ, ตี, เช่น นกทาบปีก, ถาบ ก็ใช้.
ทาบกิ่ง น. วิธีขยายพันธุ์ต้นไม้แบบหนึ่ง โดยใช้ต้นตอที่เพาะไว้
ตัดให้สูงจากโคนต้นเล็กน้อยในลักษณะแฉลบ แล้วนำไปทาบที่
กิ่งของอีกต้นหนึ่งซึ่งปาดให้แฉลบเช่นเดียวกับต้นตอที่จะทาบ
ใช้แถบพลาสติกพันบริเวณที่ทาบให้แน่น. ก. ขยายพันธุ์ด้วย
วิธีการเช่นนั้น.
ทาบทาม ว. หยั่งใจเขาดู, ลองหยั่งเสียงดู. ก. ติดต่อสอบถาม
เพื่อฟังความเห็นก่อนที่จะตกลงกัน.
ทาม ๑น. สายที่ผูกปลายตะโกกหรือแอกด้านหนึ่งอ้อมใต้คอวัวหรือควาย
ไปยังอีกด้านหนึ่ง, เชือกหนังทําเป็นปลอกสวมใส่คอช้างที่จับใหม่,
สายเชือกหรือหนังที่รั้งโกกหรือพวงมาลัยสวมคอม้าไปผูกกับรถ
หรือไถ. (เทียบ ป. ทาม ว่า เชือก).
ทาม ๒ก. ดาม; ลองดู, เลียบเคียง.
ทาม ๓น. ที่ริมฝั่งลํานํ้า มีนํ้าท่วมเป็นครั้งคราว.
ท่ามกลางน. ที่ซึ่งอยู่ระหว่างกลางสิ่งแวดล้อม เช่น อยู่ในท่ามกลางประชาชน.
ว. ระหว่างกลางสิ่งแวดล้อม เช่น อยู่ท่ามกลางอันตราย. (ไทยเดิม
ท่าม ว่า ที่ เช่น ท่ามเหนือ ท่ามใต้).
ทาย ๑ก. บอกเหตุการณ์หรือความเป็นไปที่จะเกิดในเบื้องหน้า, ทํานาย ก็ว่า.
ทาย ๒(กลอน) ก. ยก; ถือ เช่น ทายธนู ว่า ถือธนู.
ทาย ๓น. ป่า. (ป.; ส. ทาว).
ท้ายน. ส่วนที่อยู่สุดด้านหนึ่ง, ตรงข้ามกับ ด้านหัว เช่น ท้ายเรือ,
ตรงข้ามกับ ด้านหน้า เช่น ท้ายวัง, ตรงข้ามกับ ต้น เช่น ท้ายฤดู.
ท้ายเขื่อน น. ท้ายนํ้า.
ท้ายครัว (ปาก) ว. ทางภรรยา เช่น เข้าท้ายครัว หมายความว่า
เข้าทางภรรยา.
ท้ายโต่ง น. ท้ายที่สูงโด่งขึ้นไป (ใช้แก่เรือ).
ท้ายทอย น. ส่วนสุดของกะโหลกศีรษะด้านหลัง, กําด้น.
ท้ายน้ำ น. บริเวณที่ระบายนํ้าออกทางด้านล่างของตัวเขื่อน,
ท้ายเขื่อน ก็เรียก.
ท้ายฝน น. ปลายฤดูฝน.
ท้ายสังข์ น. ท้ายสุดของปืนใหญ่แบบไทย มีลักษณะงอนคล้ายก้น
ของหอยสังข์.
ทายก[-ยก] น. ผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร, ถ้าเป็นเพศหญิงเรียกว่า
ทายิกา. (ป., ส.).
ทายัช(แบบ) น. ทรัพย์มรดก. (ป. ทายชฺช; ส. ทายาทฺย).
ทายาว. ดี, สําคัญ, ที่ต้องการ, เช่น กูจะให้ขนมของทายา กินอร่อย
หนักหนาประสาจน. (สังข์ทอง), ทยา ก็ใช้.
ทายาดว. ยวดยิ่ง, ยิ่งยวด, เช่น ทนทายาด, พระญาณสมเด็จทรง
ทายาด. (ยวนพ่าย).
ทายาทฐานะที่จะรับตําแหน่งหน้าที่ต่อจากบุคคลอื่น เช่น ทายาททาง
การเมือง; (กฎ) บุคคลรวมทั้งทารกในครรภ์มารดาซึ่งมีสิทธิได้
รับมรดกของผู้ตาย ถ้าสิทธินั้นเกิดขึ้นตามกฎหมาย เรียกว่า
ทายาทโดยธรรม ถ้าสิทธินั้นเกิดขึ้นตามพินัยกรรม เรียกว่า
ผู้รับพินัยกรรม. (ป., ส.).
ทายาทโดยธรรม (กฎ) น. ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายในมรดก
ของผู้ตาย ได้แก่ คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา
พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา
เดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ตามลําดับที่กฎหมาย
กําหนดไว้.
ทายิกาดู ทายก.
ทาร-(ป., ส.).
ทารกน. เด็กที่ยังไม่เดียงสา, เด็กเล็ก ๆ, เด็กแบเบาะ. (ป., ส.).
ทารพี[ทาระ-] (กลอน) น. ทัพพี, ทรพี, เช่น จัดแจงข้าวปลาทารพี.
(ขุนช้างขุนแผน).
ทาริกาน. เด็กหญิง. (ป., ส.).
ทารุ(แบบ) น. ท่อนไม้, ฟืน, ชิ้นไม้. (ป., ส.).
ทารุณ, ทารุณ-[ทารุนนะ-] ว. ดุร้าย, โหดร้าย, ร้ายกาจ. (ป., ส.).
ทารุณกรรม [ทารุนนะกํา] น. การกระทําอย่างโหดร้าย. (ส.).
ทาวก. อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง, เช่น ต้องทาวกันแล้วทาวกันเล่า.
ท่าว, ทะท่าว(กลอน) ก. ล้ม, ทบ, ซํ้า, ยอบลง; เดิน; ทอดทิ้ง เช่น ท่าวจักทอดธุระ
กะว่าฝันเป็นแน่. (นิทราชาคริต).
ท่าวกำลัง (กลอน) ก. เดินพล.
ท่าวทบระนับ (กลอน) ก. ล้มหกคะเมนทับกัน.
ท้าว ๑น. ผู้เป็นใหญ่, พระเจ้าแผ่นดิน, (โดยมากใช้ในบทกลอน); ตําแหน่ง
บรรดาศักดิ์ข้าราชการฝ่ายใน; (ถิ่น-อีสาน) คําประกอบชื่อผู้ชายที่
เป็นเชื้อสายเจ้าหรือขุนนาง.
ท้าวนาง น. ข้าราชการฝ่ายใน.
ท้าวพญา, ท้าวพระยา (กลอน) น. กษัตริย์.
ท้าว ๒(กลอน) ว. อาการสั่นรัว ๆ เช่น ความกลัวตัวสั่นอยู่ท้าวท้าว.
(สังข์ทอง).
ทาษ(โบ) น. ทาส.
ทาส, ทาส-[ทาด, ทาดสะ-] น. ผู้ที่อุทิศตนแก่สิ่งที่เลื่อมใสศรัทธา เช่น เป็นทาส
ความรู้, ผู้ที่ยอมตนให้ตกอยู่ในอํานาจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เป็นทาส
การพนัน เป็นทาสยาเสพติด เป็นทาสความรัก เป็นทาสเงิน; บ่าว
ทั่วไป, ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงินไถ่ค่าตัวมา เรียกว่า
ทาสนํ้าเงิน, ผู้ที่เป็นลูกของทาสนํ้าเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย หรือ
ทาสในเรือนเบี้ย, ทาสที่เอาเงินไปซื้อมา เรียกว่าทาสสินไถ่, ผู้ที่
เป็นคนเชลย เรียกว่า ทาสเชลย, ถ้าใช้คู่กันว่า ทาสทาสี ก็หมายความ
ว่า ทาส เป็นบ่าวผู้ชาย และ ทาสี เป็นบ่าวผู้หญิง. (ป., ส.).
ทาสทาน [ทาดสะ-] น. ทานอย่างเลว คือ อาการที่โยนให้หรือให้
โดยไม่เต็มใจ. (ป., ส.).
ทาสน้ำเงิน ดู น้ำเงิน ๑.
ทาสปัญญา [ทาดสะ-] น. ความคิดตํ่า. ว. โง่เขลาเบาปัญญา,
มีสติปัญญาน้อย, เช่น คนทาสปัญญา. (ป.).
ทาสีน. ทาสผู้หญิง. (ป., ส.).
ทำก. กระทํา, ประกอบขึ้น, ผลิตขึ้น, สร้างขึ้น, ก่อขึ้น, เช่น ทําเก้าอี้
ทําโต๊ะ ทํารองเท้า ทํารัง; ประกอบการงาน เช่น ทํานา ทําสวน
ทําโป๊ะ; ดําเนินการ, ปฏิบัติงาน, เช่น ทําหน้าที่ประธาน ทําตาม
คําสั่ง ทําตามกฎหมาย; แต่งให้งาม เช่น ทําผม ทํานัยน์ตา ทําจมูก;
คิดและปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์ที่กําหนดไว้ เช่น ทําเลข ทําการฝีมือ,
ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการนั้น ๆ เช่น ทําวัตร ทําศพ; แสดง
เช่น ทําบท ทําเพลง ทําเบ่ง; (ปาก) ศึกษาในระดับปริญญา เช่น
ทําปริญญา ทําดอกเตอร์.
ทำกรรม ก. ทําสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นโทษ, ทํากรรมทําเวรก็ว่า.
ทำการบ้าน ก. ทํางานหรือทําแบบฝึกหัดตามที่ครูอาจารย์สั่งให้ทํา
นอกเวลาเรียน.
ทำขวัญ ก. ทําพิธีเชิญขวัญหรือเรียกขวัญมาอยู่กับตัว เช่น
ทําขวัญนาค ทําขวัญเรือน; ให้เงินหรือสิ่งของเพื่อปลอบใจ
หรือเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้อื่น, เสียเงินค่าปรับให้แก่
ผู้ถูกทําร้ายหรือถูกหมิ่นประมาท.
ทำครัว ก. หุงหาอาหาร.
ทำคลอด ก. ช่วยให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดา.
ทำความ ก. ก่อเหตุขึ้น, ก่อเรื่องขึ้น.
ทำคุณ ก. ประกอบพิธีเพื่อทําร้ายฝ่ายตรงข้ามโดยใช้เวทมนตร์คาถา
เสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เข้าไปอยู่ในตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นต้น, ทําคุณ
ทําไสย ก็ว่า.
ทำคุณบูชาโทษ (สํา) ก. ทําคุณแต่กลับเป็นโทษ, ทําดีแต่กลับเป็นร้าย,
มักใช้พูดเข้าคู่กับ โปรดสัตว์ได้บาป.
ทำเจ็บ (ปาก) ก. ทําให้เดือดร้อนลําเค็ญ, ทำเสียเจ็บ หรือ
ทำเอาเจ็บ ก็ว่า.
ทำใจ ก. ควบคุมใจ.
ทำซ้ำ (กฎ) ก. คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา
ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ
จากต้นฉบับ หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ
ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนา
โปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ
ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำ
งานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน.
ทำได้, ทำได้ลงคอ ก. ทําอย่างไม่เกรงใจ.
ทำตัว ก. วางตัว, ประพฤติ, เช่น ทําตัวดี ทําตัวไม่ดี.
ทำตา ก. แสดงความรู้สึกด้วยสายตา เช่น ทําตาเล็กตาน้อย
ทําตาขุ่นตาเขียว.
ทำท่า ก. แสดงกิริยาหรืออาการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
ทำที ก. แสดงกิริยาหรืออาการให้ผู้อื่นสําคัญผิด.
ทำแท้ง ก. รีดลูก, มีเจตนาทําให้ทารกออกจากครรภ์มารดาก่อน
กําหนดและตาย.
ทำโทษ ก. ลงโทษ.
ทำนาบนหลังคน (สํา) ก. หาผลประโยชน์ใส่ตนโดยขูดรีดผู้อื่น.
ทำนาออมกล้า ทำปลาออมเกลือ (สํา) ก. ทําการสิ่งใดถ้ากลัว
หมดเปลืองย่อมไม่ได้ผลสมบูรณ์.
ทำบาป ก. ประกอบกรรมชั่ว มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นต้น, ทําบาป
ทํากรรม ก็ว่า.
ทำบุญ ก. ประกอบกรรมดี มีการเลี้ยงพระ ตักบาตร ถวายจตุปัจจัย
แก่พระสงฆ์ เป็นต้น, ทําบุญทํากุศล ก็ว่า.
ทำบุญเอาหน้า (สํา) ก. ทําบุญเพื่ออวดผู้อื่น ไม่ใช่ทําด้วยใจบริสุทธิ์,
มักพูดเข้าคู่กับ ภาวนากันตาย.
ทำปลา ก. ทําปลาให้สะอาดด้วยการขอดเกล็ด ผ่าท้องเอาไส้พุง
ออกเป็นต้นให้เหมาะแก่การปรุงอาหาร.
ทำปากทำคอ ก. จีบปากจีบคอเวลาพูด.
ทำเป็น ก. แสร้งแสดง เช่น ทําเป็นหลับ; วางท่า เช่น ทําเป็นคุณนาย,
ใช้ว่า ทําเป็นว่า ก็มี.
ทำไปทำมา ก. ในที่สุด, ผลสุดท้าย, เช่น ทําไปทํามากลับได้กําไร
ทําไปทํามาจวนติดตะราง.
ทำพิษ (ปาก) ก. ให้ผลร้าย.
ทำไพ่ ก. ละเลงไพ่ทั้งกองให้คละกันแล้วรวบเข้าเป็นกองใหม่
หลังจากกินแต่ละตาแล้ว การทําไพ่อาจทําให้เป็นประโยชน์แก่
มือใดมือหนึ่งก็ได้.
ทำฟัน ก. ทําให้ฟันอยู่ในสภาพปรกติหรือใช้การได้ด้วยการอุด
ถอนหรือใส่ฟันใหม่ เป็นต้น.
ทำไฟ ก. เดินสายไฟ; ทําให้เกิดกระแสไฟ เช่น เครื่องทําไฟ.
ทำร้าย ก. ทําให้บาดเจ็บหรือเสียหาย.
ทำร้ายร่างกาย (กฎ) น. ชื่อความผิดอาญาฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็น
เหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น เรียกว่า
ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย.
ทำฤทธิ์ ก. ทําพยศหรืออาละวาดเพื่อให้ได้รับการเอาอกเอาใจ
(มักใช้แก่เด็ก), ทําฤทธิ์ทําเดช ก็ว่า.
ทำลิง ก. ทําอาการซุกซนอย่างลิงอย่างค่าง, ทําลิงทําค่าง ก็ว่า.
ทำวัตร ก. กระทํากิจที่พึงกระทําตามหน้าที่หรือธรรมเนียมเช่น
ไหว้พระสวดมนต์เช้าคํ่าของพุทธบริษัท, ทําวัตรพระ ก็ว่า;
ทําสามีจิกรรมตามธรรมเนียมของพระเณร.
ทำวัตรค่ำ ก. ไหว้พระสวดมนต์ในตอนเย็นหรือคํ่า.
ทำวัตรเช้า ก. ไหว้พระสวดมนต์ในตอนเช้า.
ทำเวร ก. ผลัดเปลี่ยนเวรกันทํางาน โดยเฉพาะทําความสะอาด
ห้องเรียนของนักเรียน; ก่อเวร, ผูกเวร, ทําเวรทํากรรม ก็ว่า.
ทำเวลา ก. ทําให้ได้เวลาตามกําหนด, เร่งให้เร็วขึ้น.
ทำสาว ก. ตบแต่งช่องคลอดให้เหมือนสภาพเดิม.
ทำเสน่ห์ ก. ทําให้เพศตรงข้ามหลงรักด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์.
ทำเสียเจ็บ (ปาก) ก. ทำให้เดือดร้อนลำเค็ญ, ทำเจ็บ หรือ ทำเอาเจ็บ
ก็ว่า.
ทำหน้าทำตา ก. แสดงกิริยาอาการทางหน้าตา เช่น ทําหน้าทําตา
ล้อหลอก.
ทำหมัน ก. ทําการคุมกําเนิดโดยกรรมวิธีที่จะไม่ให้ชายหรือหญิง
สามารถมีลูกอีกต่อไป.
ทำหูทวนลม ก. ได้ยินแต่ทําเป็นไม่ได้ยิน.
ทำเหตุ ก. ก่อเหตุ.
ทำให้, ทำเอา ก. เป็นเหตุให้ เช่น ทําให้เขาได้ไปเมืองนอก ทําเอา
เขายํ่าแย่ไป.
ทำเอาเจ็บ (ปาก) ก. ทำให้เดือดร้อนลำเค็ญ, ทำเจ็บ หรือ ทำเสียเจ็บ
ก็ว่า.
ทำงนก. ห่วงใย, ยุ่งใจ. น. ภาระ. (ข. ทํงน่ ว่า หนัก).
ทำนบน. สิ่งก่อสร้างที่ปิดกั้นลำน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่าน.
ทำนวย ๑น. หมู่, เหล่า.
ทำนวย ๒น. ไม้เท้าแขนที่รับเต้า บางทีทําเป็นรูปนาค เช่น แท้ทวยทํานวยน้อม.
(สมุทรโฆษ). (แผลงมาจาก ทวย).
ทำนองน. ทาง, แบบ, แบบอย่าง, เช่น ทํานองคลองธรรม ทํานองเดียวกัน;
ระเบียบเสียงสูงตํ่าซึ่งมีจังหวะสั้นยาว เช่น ทํานองสวด ทํานองเทศน์
ทํานองเพลง.
ทำนองเสนาะ น. วิธีการอ่านออกเสียงอย่างไพเราะตามลีลาของ
บทร้อยกรองประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน.
ทำนายก. บอกเหตุการณ์หรือความเป็นไปที่จะเกิดในเบื้องหน้า, ทาย
ก็ว่า. (แผลงมาจาก ทาย).
ทำนุก. บํารุง, อุดหนุน. (แผลงมาจาก ทะนุ).
ทำนุบำรุง ก. เอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดู เช่น ทํานุบํารุงบิดามารดา
ทํานุบํารุงบุตรธิดา; ซ่อมแซมรักษา, อุดหนุนให้เจริญขึ้น, เช่น
ทํานุบํารุงวัด; ธํารงรักษาไว้ เช่น ทํานุบํารุงศาสนา ทํานุบํารุง
บ้านเมือง, ทะนุบํารุง ก็ว่า.
ทำนูลก. บอก, กล่าว; ยกขึ้นเทินหัว. (แผลงมาจาก ทูล). (ข.).
ทำเนาว. ช่างเถิด, ตามมี.
ทำเนียบ ๑น. ที่พักทางราชการของผู้มีตําแหน่งสูง เช่น ทําเนียบผู้สําเร็จราชการ,
ที่ทําการของคณะรัฐบาล เรียกว่า ทําเนียบรัฐบาล.
ทำเนียบ ๒ก. เทียบ, เปรียบ. น. การลําดับตําแหน่งหน้าที่ซึ่งวางเป็นระเบียบ
แบบแผนขึ้นไว้ เช่น ทําเนียบสมณศักดิ์ ทําเนียบราชการ, การแบ่ง
ประเภทช้างม้าเป็นต้นที่วางเป็นระเบียบแบบแผนขึ้นไว้ เช่น
ทําเนียบช้าง ทําเนียบม้า. (แผลงมาจาก เทียบ).
ทำเนียบนาม น. นามต่าง ๆ ที่พระมหากษัตริย์โปรดให้ขนานเป็น
ทําเนียบไว้ เช่น นามพระราชวัง นามพระที่นั่ง นามประตู นามป้อม
ตลอดจนถึงนามที่ทางราชการเรียก.
ทำเนียมว. เทียม. (โบ) น. ธรรมเนียม. (สามดวง). (แผลงมาจาก เทียม).
ทำมัง(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นชนิด Litsea petiolata Hook.f. ในวงศ์
Lauraceae ใบและเนื้อไม้มีกลิ่นคล้ายแมงดา, ชะมัง ก็เรียก.
ทำไมว. เพราะเหตุไร, เพราะอะไร, เพื่ออะไร. ก. ทําอะไร เช่น ฉันจะทํา
อย่างนี้ ใครจะทําไม.
ทำลายก. อาการที่ทําให้สิ่งซึ่งเป็นกลุ่มก้อนแตกหักหรือพังกระจัดกระจาย,
ทําให้พัง เช่น ทําลายกําแพง, ทําให้ฉิบหาย เช่น ทําลายวงศ์ตระกูล,
ทําให้หมดสิ้นไป เช่น ทําลายชื่อเสียง ทําลายหลักฐาน.
(แผลงมาจากทลาย).
ทำลายขวัญ ก. ทําให้เสียขวัญ.
ทำลายสถิติ ก. สร้างสถิติขึ้นมาใหม่ให้ดีกว่าเหนือกว่าสถิติเดิม.
ทำเลน. ถิ่นที่, ตำบล, ภูมิที่ตั้ง, (มักใช้แก่แหล่งทำมาหากิน) เช่น
ทำเลการค้า.
ทำวนก. ห่วงใย, วุ่นวายใจ.
ทิคัมพร[-พอน] น. ชื่อนิกายในศาสนาเชนหรือเดียรถีย์นิครนถ์ซึ่งประพฤติตน
เป็นคนเปลือย, คู่กับ นิกายเศวตัมพร. (ป., ส. ทิคฺ (ทิศ, ฟ้า) + อมฺพร
(เครื่องนุ่งห่ม) = ผู้มีฟ้าเป็นเครื่องนุ่งห่ม หมายความว่า ไม่นุ่งผ้า).
ทิฆัมพร[-พอน] น. ท้องฟ้า. (ป. ทีฆ + อมฺพร).
ทิ้งก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถืออยู่หลุดจากมือด้วยอาการต่าง ๆ, ถ้าด้วย
อาการขว้าง เรียกว่า ขว้างทิ้ง, ถ้าด้วยอาการโยน เรียกว่า โยนทิ้ง,
ถ้าด้วยอาการเท เรียกว่า เททิ้ง เป็นต้น; สละ เช่น ทิ้งทาน, ละไป
เช่น ทิ้งบ้าน ทิ้งเรือน, โยนหรือเทเสียโดยไม่ต้องการ เช่น ทิ้งขยะ,
ปล่อยลง เช่น ทิ้งระเบิด, ปล่อยไว้ เช่น ทิ้งไว้ให้เย็น, เหลือไว้ เช่น
ทิ้งเงินไว้ให้ใช้, เว้น เช่น ทิ้งระยะ ทิ้งช่วง; เรียกแพรหรือผ้าเนื้อ
หนัก ๆ ลื่น ๆ ที่มีลักษณะถ่วงหรือทิ้งตัวลงว่า ผ้าเนื้อทิ้ง หรือ
ผ้าทิ้งตัว; โดยปริยายหมายความว่าปล่อยด้วยกิริยาอาการคล้ายคลึง
เช่นนั้น เช่น ทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งบ้าน ทิ้งการเล่าเรียน ทิ้งเพื่อน ทิ้งกัน
เสียไกล พูดทิ้งไว้ที.
ทิ้งกระจาด น. ประเพณีทางศาสนาอย่างหนึ่งของจีน โดยนำอาหาร
ข้าวสาร และเงินใส่กระจาดเล็ก ๆ ทิ้งให้คนยากจนแย่งกันแบบโปรย
ทานต่อมาใช้ทิ้งติ้วหรือสลากสำหรับนำไปขึ้นของแทน.
ทิ้งขว้าง ก. ไม่เอาใจใส่ดูแล, พรากหนีไป.
ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก. เอาใจใส่ดูแลบ้างไม่เอาใจใส่ดูแลบ้าง.
ทิ้งจดหมาย ก. ส่งจดหมายทางไปรษณีย์.
ทิ้งทวน (ปาก) ก. ทําอย่างไว้ฝีมือ, ทําจนสุดความสามารถ, ไม่ทํา
อีกต่อไป; ปล่อยฝีมือฝีปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกไป; ฉวย
โอกาสทําเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดอํานาจ.
ทิ้งทาน ก. ให้ทานโดยวิธีหว่านหรือโปรยสตางค์หรือเหรียญ,
โปรยทาน ก็ว่า.
ทิ้งท้าย ก. ปล่อยทีเด็ดตอนลงท้าย.
ทิ้งไพ่ ก. ปล่อยไพ่ตัวที่ไม่ต้องการให้แก่มือล่าง.
ทิ้งฟ้อง (กฎ) ก. การที่โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จําเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุ
แห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ภายในกําหนด ๗ วัน ภายหลังที่ได้เสนอ
คําฟ้องแล้ว หรือการที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดําเนินคดีภายในเวลาที่ศาล
เห็นสมควรกําหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคําสั่งให้แก่โจทก์โดย
ชอบแล้ว.
ทิ้งมะพร้าวห้าว น. ท่ากระโดดนํ้าอย่างหนึ่ง เวลากระโดดงอเข่า
ทั้ง ๒ ขึ้นมา แล้วเอามือทั้ง ๒ รวบเข่า ทิ้งก้นลงไป, มัดหมู ก็ว่า.
ทิ้งย่อ ก. กระโดดลงมาแล้วย่อหัวเข่าพร้อมกับเหยียดแขน
ทั้ง ๒ ไปข้างหน้า.
ทิงเจอร์น. สารละลายที่ใช้เอทิลแอลกอฮอล์เป็นตัวทําละลาย เช่น ทิงเจอร์
ไอโอดีน คือ สารละลายที่เกิดจากการละลายผลึกไอโอดีนใน
เอทิลแอลกอฮอล์. (อ. tincture).
ทิ้งถ่วงดู หิงห้อย, หิ่งห้อย.
ทิ้งถ่อนน. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Albizia procera Benth. ในวงศ์
Leguminosae ใบมน ๆ เล็ก ๆ ดอกสีเหลือง เปลือกใช้ทํายาได้.
ทิ้งทูดน. ชื่อนกชนิดหนึ่งในจําพวกนกทึดทือ, เท้งทูด ก็ว่า.
(พจน. ๒๔๙๓).
ทิช-, ทิชะ[ทิชะ-] (แบบ) น. ผู้เกิด ๒ ครั้ง คือ นก และพราหมณ์. (ป., ส. ทฺวิช).
ทิชากร น. ''ผู้เกิด ๒ ครั้ง'', นก, หมู่นก; พราหมณ์. (ป.).
ทิชาชาติ น. ''ผู้เกิด ๒ ครั้ง'', นก, หมู่นก; พราหมณ์. (ป.).
ทิชากรดู ทิช-, ทิชะ.
ทิชาชาติดู ทิช-, ทิชะ.
ทิฏฐะ, ทิฐ-[ทิดถะ-] (แบบ) ว. อันบุคคลเห็นแล้ว, ทันตาเห็น. (ป. ทิฏฺ?;
ส. ทฺฤษฺฏ).
ทิฐธรรม (แบบ) น. ภพนี้, ชาตินี้. (ป. ทิฏฺ?ธมฺม).
ทิฏฐานุคติ(แบบ) น. แบบอย่าง. (ป. ทิฏฺ?านุคติ ว่า ดําเนินตามสิ่งที่ปรากฏ).
ทิฏฐุชุกรรม(แบบ) น. การทําความเห็นให้ตรง คือ เห็นถูกทาง เช่น เห็นว่า
ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว (เป็นข้อหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ
ทานมัย สีลมัย ภาวนามัย อปจายนมัย เวยยาวัจจมัย ปัตติทานมัย
ปัตตานุโมทนามัย ธัมมัสสวนมัย ธัมมเทสนามัย ทิฏฐุชุกรรม).
(ป. ทิฏฺฐุชุกมฺม).
ทิฐิ[ทิดถิ] น. ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ
ความเห็นผิด; ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก. (ป. ทิฏฺ??;
ส. ทฺฤษฺฏิ).
ทิดน. คํานําหน้าชื่อผู้ที่สึกจากพระ เช่น ทิดบุญ ทิดเกิด.
ทิต(แบบ) ว. รุ่งเรือง, สว่าง. (ป. ทิตฺต).
ทิน ๑(แบบ) ก. ให้แล้ว. (ป. ทินฺน).
ทิน ๒, ทิน-[ทินนะ-] (แบบ) น. วัน. (ป., ส.).
ทินกร [ทินนะกอน] น. พระอาทิตย์. (ป., ส.).
ทินศูนย์ [ทินนะ-] น. วันร้าย (ใช้ในตําราหมอดู).
ทินาท(โหร) น. เวลาตั้งแต่ยํ่ารุ่งถึงเที่ยงวัน.
ทิพ, ทิพ-[ทิบ, ทิบพะ-] น. สวรรค์, ชั้นฟ้า, เทวโลก; วัน. (ป., ส. ทิว).
ว. เป็นของเทวดา เช่น ทิพสมบัติ. (ป. ทิพฺพ; ส. ทิวฺย).
ทิพจักขุ [ทิบพะจักขุ] น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด,
เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ป. ทิพฺพจกฺขุ; ส. ทิพฺยจกฺษุ).
ทิพโสต [ทิบพะโสด] น. หูทิพย์ คือ จะฟังอะไรได้ยินทั้งหมด,
เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ป. ทิพฺพโสต; ส. ทิพฺยโศฺรตฺร).
ทิพย-, ทิพย์[ทิบพะยะ-, ทิบ] ว. เป็นของเทวดา เช่น อาหารทิพย์, ดีวิเศษอย่าง
เทวดา เช่น ตาทิพย์ หูทิพย์, ดีวิเศษเหนือปรกติธรรมดา เช่น
เนื้อทิพย์, ใช้ว่า ทิพ ก็มี. (ส. ทิวฺย; ป. ทิพฺพ).
ทิพยจักษุ [ทิบพะยะจักสุ] น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด,
เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ส. ทิพฺยจกฺษุ; ป. ทิพฺพจกฺขุ).
ทิพยจักษุญาณ น. ความรู้ในจุติและเกิดของสัตว์ทั้งหลาย,
จุตูปปาตญาณ ก็เรียก. (ส. ทิพฺยจกฺษุ + ป. ?าณ; ป. ทิพฺพจกฺขุ?าณ).
ทิพยญาณ น. ความรู้เป็นทิพย์.
ทิพยเนตร น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด. (ส.; ป.
ทิพฺพเนตฺต).
ทิพยพยาน น. พยานที่ศักดิ์สิทธิ์, พยานที่เชื่อถือได้อย่างมั่นคง.
ทิพยมานุษ น. ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์. (ส.).
ทิพยรส น. รสทิพย์, รสเลิศ.
ทิพยโศรตร [ทิบพะโสด, ทิบพะยะโสด] น. หูทิพย์ คือ จะฟังอะไร
ได้ยินทั้งหมด, เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ส. ทิพฺยโศฺรตฺร;
ป. ทิพฺพโสต).
ทิพา(แบบ) น. วัน.
ทิพากร น. พระอาทิตย์.
ทิมน. ศาลาแถวหรือห้องแถวสําหรับเป็นที่พักหรือไว้ของในพระ
ราชวัง เช่น ทิมตํารวจ ทิมกลอง.
ทิมดาบ (โบ) น. ทิมที่พวกขุนนางคอยเฝ้าฟังกระแสราชการ.
ทิ่มก. เอาสิ่งที่มีลักษณะยาว ๆ หรือแหลม ๆ กระแทกโดยแรง เช่น
เอามีดทิ่มพุง เอานิ้วทิ่มตา.
ทิ่มตำ ว. อาการที่พูดทับถม ปรักปรํา ซํ้าเติมให้เจ็บใจ เรียกว่า
พูดทิ่มตํา.
ทิ่มแทง ก. ทิ่มให้ทะลุเข้าไป, อาการที่แทงซํ้าหลาย ๆ ครั้ง.
ว. อาการที่พูดเสียดสีให้เจ็บใจ เรียกว่า พูดทิ่มแทง.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒