บังสุกุลน. เรียกผ้าที่พระภิกษุชักจากศพ หรือที่ทอดไว้หน้าศพ หรือที่ทอดบน
ด้ายสายสิญจน์หรือผ้าภูษาโยงที่ต่อจากศพด้วยการปลงกรรมฐานว่า
ผ้าบังสุกุล, เรียกกิริยาที่พระภิกษุชักผ้าเช่นนั้นว่า ชักบังสุกุล, (ปาก)
บังสกุล ก็ว่า. (ป. ปํสุกูล ว่า ฝั่งแห่งฝุ่น, กองฝุ่น, คลุกฝุ่น; ส. ปําสุกูล).
บังสุกูลิก(แบบ) น. ผู้ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร, เป็นชื่อธุดงค์ประการหนึ่งของภิกษุ
ผู้ใช้ผ้าเฉพาะที่เก็บได้จากกองฝุ่นกองหยากเยื่อมาทําเครื่องนุ่งห่ม คือ
ไม่ใช้ผ้าที่ชาวบ้านถวาย. (ป. ปํสุกูลิก).
บังสูรย์น. เครื่องสูงอย่างหนึ่ง สําหรับใช้บังแดดในการพิธีแห่ รูปคล้าย
บังแทรก.
(รูปภาพ บังสูรย์)
บังหวน, บังหวนควันก. ทําให้ควันหวนตลบขึ้น.
บังเหตุ(โบ) ก. ประมาท เช่น บังเหตุดูถูก. (ข. บฺรเหส); ทําให้เป็นเหตุ,
บันดาลเหตุ, เช่น ใบก็บังเหตุร่วงประจักษ์ตา. (ขุนช้างขุนแผน).
บังเหินก. เหาะ, บิน.
บังเหียนน. เครื่องบังคับม้าให้ไปในทางที่ต้องการ ทําด้วยเหล็กหรือไม้ใส่
ผ่าปากม้า ที่ปลายมีห่วง ๒ ข้างสําหรับผูกสายบังเหียนโยงไว้ให้
ผู้ขี่ถือ, โดยปริยายหมายความว่า อํานาจบังคับบัญชาให้เป็นไปใน
ทางที่ต้องการ เช่น ถือบังเหียนการปกครองบ้านเมือง กุมบังเหียน.
บังอรน. นาง; เด็ก ๆ ที่กําลังน่ารัก เช่น เมื่อทอดพระเนตรเห็นสองบังอร
อรรคปิโยรส.
บังอวจ[-อวด] น. หน้าต่าง. (ข. บงฺอัวจ).
บังอาจก. กล้าแสดงกล้าทําด้วยทะนงใจหรือฮึกเหิม โดยไม่ยําเกรงหรือไม่
รู้จักสูงตํ่า, กล้าละเมิดกฎหมาย.
บังอิงน. พนัก. ก. อิง, พิง.
บังอูร[บังอูน] ก. ตก, ตกลง; ยอบลง. (ข. บงฺอุร ว่า ฝนตก).
บังเอิญว. ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือไม่คาดหมาย, เผอิญ.
บัญจก[บันจก] น. หมวด ๕, ประชุม ๕, เช่น ขันธบัญจก. (ป. ปญฺจก).
บัญจรงค์[บันจะรง] (แบบ) น. เบญจรงค์ เช่น เอาผ้าบัญจรงค์อันงาม. (จารึก
วัดป่ามะม่วง หลักที่ ๕ ด้านที่ ๓).
บัญชร[บันชอน] น. กรง, ซี่กรง; หน้าต่าง. (ป., ส. ปญฺชร).
บัญชาน. คําสั่งของผู้มีอํานาจบังคับในการปกครอง. ก. สั่งการตามอํานาจ
หน้าที่.
บัญชาการ ก. สั่งการงานตามอํานาจหน้าที่.
บัญชีน. สมุดหรือกระดาษสําหรับจดรายการต่าง ๆ ไว้เป็นหลักฐาน เช่น
บัญชีเงินสด บัญชีพัสดุ บัญชีพล บัญชีเรียกชื่อ. (ส. ปญฺชิ).
บัญชีกระแสรายวัน น. บัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งผู้ฝากสามารถถอน
เงินได้ทุกเวลา.
บัญชีเดินสะพัด (กฎ) น. ชื่อสัญญาซึ่งบุคคล ๒ คนตกลงกันว่าสืบ
แต่นั้นไปหรือในชั่วเวลากําหนดอันใดอันหนึ่ง ให้ตัดทอนบัญชีหนี้
ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้ง ๒ นั้น
หักกลบลบกัน และคงชําระแต่ส่วนที่เป็นจํานวนคงเหลือโดยดุลภาค.
บัญญัติ[บันหฺยัด] น. ข้อความที่ตราหรือกําหนดขึ้นไว้เป็นข้อบังคับ เป็น
หลักเกณฑ์ หรือเป็นกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติ พุทธบัญญัติ
บัญญัติ ๑๐ ประการ. ก. ตราหรือกําหนดขึ้นไว้เป็นข้อบังคับ เป็น
หลักเกณฑ์ หรือเป็นกฎหมาย เช่น บัญญัติศัพท์ บัญญัติ
กฎหมาย. (ป. ปญฺ?ตฺติ).
บัญญัติไตรยางศ์ น. วิธีเลขอย่างหนึ่ง ซึ่งกําหนดส่วนสัมพันธ์ของ
เลข ๓ จํานวนเพื่อหาจํานวนที่ ๔ โดยวิธีเทียบหา ๑ ก่อน แล้วจึงไป
หาส่วนที่ต้องการ ด้วยการนําเลขทั้ง ๓ จํานวนที่กําหนดให้และที่ให้
หามาคูณหารกันเป็น ๓ ขั้น.
บัญหาน. ข้อที่ต้องคิดต้องแก้, เรื่องที่ต้องปรึกษาหารือ. (ป. ปญฺห).
บัฏน. ผืนผ้า, แผ่น. (ป., ส. ปฏ).
บัฐยาพฤต[บัดถะหฺยาพฺรึด] น. ชื่อฉันท์ชนิดหนึ่งซึ่งกําหนดด้วยอักษร ๓๒
คํา มี ๔ บาท บาทละ ๘ คํา, ปัฐยาวัต หรือ อัษฎกฉันท์ ก็เรียก.
(ส.; ป. ปฐฺยาวตฺต).
บัณฑร, บัณฑร-[บันทอน, บันทะระ-] ว. ขาวเหลือง. (ป. ปณฺฑุ; ส. ปาณฺฑร). (แผลง
มาจาก บัณฑุ).
บัณฑรนาคน. ช้างเผือก.
บัณฑรหัตถีน. ชื่อช้างตระกูล ๑ ใน ๑๐ ตระกูล กายสีขาวดังเขาไกรลาส.
บัณฑิต[บันดิด] น. ผู้ทรงความรู้, ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์, ผู้สําเร็จการศึกษาขั้น
ปริญญาซึ่งมี ๓ ขั้น คือ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เรียกว่า
บัณฑิต มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต, ผู้มีความสามารถเป็นพิเศษโดย
กําเนิด เช่น คนนี้เป็นบัณฑิตในทางเล่นดนตรี. (ป., ส. ปณฺฑิต).
บัณฑิตย์[บันดิด] น. ความรอบรู้, การเรียน, ความเป็นบัณฑิต. (ส. ปาณฺฑิตฺย;
ป. ปณฺฑิจฺจ).
บัณฑุ[บันดุ] ว. เหลืองอ่อน, ขาวเหลือง, ซีด. น. ช้างเผือก. (ป. ปณฺฑุ;
ส. ปาณฺฑุ).
บัณฑุกัมพล น. ผ้าขนสัตว์สีเหลือง. (ป. ปณฺฑุกมฺพล).
บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ น. แท่นหินมีสีดุจผ้ากัมพลเหลือง เป็นที่สถิต
ของพระอินทร์.
บัณฑุนาค น. ช้างเผือก. (ส. ปาณฺฑุนาค).
บัณฑุโรค (แบบ) น. โรคผอมเหลือง, โรคเพื่อดี. (ป. ปณฺฑุโรค).
บัณฑูร[บันทูน] (ราชา) น. คําสั่ง, คําสั่งกรมพระราชวังบวร.
บัณเฑาะก์[บันเดาะ] น. กะเทย. (ป., ส. ปณฺฑก อภิธาน ว่า กะเทย, ชิลเดอร์
และมอร์เนียร์ วิลเลียม ว่า ขันที).
บัณเฑาะว์[บันเดาะ] น. กลองสองหน้าขนาดเล็กชนิดหนึ่งมีหลักอยู่ตอนบน
ผูกตุ้มห้อยลงมาทางหน้ากลอง ใช้ไกวให้ตุ้มแกว่งกระทบหน้ากลอง
ทั้ง ๒ ข้าง. (ป. ปณว; ส. ปฺรณว).
บัณณาส[บันนาด] ว. ห้าสิบ. (ป. ปณฺณาส).
บัณรส[บันนะรด] ว. สิบห้า. (ป. ปณฺณรส).
บัณรสี[บันนะระสี] ว. ที่ ๑๕, ใช้กับคําว่า ดิถี เช่น บัณรสีดิถี = วัน ๑๕ คํ่า.
(ป. ปณฺณรสี).
บัดน. เวลา, เมื่อ, ครั้ง, คราว; ทันใด.
บัดใจ ว. ประเดี๋ยว, ทันใด.
บัดดล ว. ทันใดนั้น.
บัดเดี๋ยว ว. ประเดี๋ยว.
บัดนั้น ว. คําขึ้นต้นข้อความของบทละคร (ใช้แก่ตัวละครที่ไม่ใช่
ตัวเจ้าหรือมิได้เป็นตัวเอกในตอนนั้น ๆ).
บัดนี้ ว. ขณะนี้, เดี๋ยวนี้, เช่น บัดนี้ได้เสนอเรื่องมาให้พิจารณาแล้ว.
บัดแบ่ง น. กึ่งเวลา.
บัดแมล่ง [-มะแล่ง] น. เวลาบ่ายเย็น.
บัดกรี[บัดกฺรี] ก. เชื่อมหรือประสานโลหะให้ติดกัน.
บัดซบว. สิ้นดี, มักใช้ประกอบกับคํา โง่ เซ่อ หรือ เซอะ เช่น โง่บัดซบ.
บัดบงก. สูญหาย. (ข. บาต่ ว่า หาย, บง่ ว่า เสียไป).
บัดสี, บัดสีบัดเถลิง[-ถะเหฺลิง] ว. น่าอับอายขายหน้า เป็นที่น่ารังเกียจ.
บัตร[บัด] น. แผ่นเอกสารแสดงสิทธิของผู้ใช้เป็นต้น มักทําด้วยกระดาษ
รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เช่น บัตรประจําตัว บัตรเลือกตั้ง บัตรสมนาคุณ;
ภาชนะทําด้วยกาบกล้วย เป็นรูปกระบะสําหรับวางเครื่องเซ่นสังเวย,
ถ้าทําเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า บัตรคางหมู, ถ้าทําเป็นรูปสี่เหลี่ยม
เรียกว่า บัตรกรุงพาลี หรือ บัตรพระภูมิ; ใบไม้, กลีบดอกไม้ เช่น
ปทุมบัตร; ขนปีก, ปีก เช่น หากันกระสันโบย บัตรเรียกมารังเรียง.
(สมุทรโฆษ). (ส. ปตฺร; ป. ปตฺต).
บัตรกรุงพาลี น. ภาชนะทำด้วยกาบกล้วย เป็นรูปกระบะสี่เหลี่ยม
สำหรับวางเครื่องเซ่นสังเวย, บัตรพระภูมิ ก็เรียก, เรียกสั้น ๆ ว่า
บัตรพลี.
บัตรเครดิต น. บัตรซึ่งสถาบันการเงินหรือธุรกิจออกให้แก่ผู้บริโภค
ที่เป็นสมาชิก เพื่อให้ชำระค่าสินค้าหรือบริการจากสถานการค้าหรือ
ธุรกิจที่รับบัตรนั้นแทนการชำระด้วยเงินสด. (อ. credit card).
บัตรเทวดา น. เรียกสิ่งที่ประกอบด้วยก้านกล้วย ๔ ก้านตั้งเป็นเสา
ทําเป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียวตรงขึ้นไปแล้วรวบยอดปักแผ่นรูปเทวดาที่
จะสังเวย ระหว่างร่วมในเสาทํากระบะกาบกล้วยเรียงขึ้นไปเป็น
ชั้น ๆ สําหรับวางเครื่องสังเวยเทวดา, เรียกสั้น ๆ ว่า บัตร ก็มี.
บัตรธนาคาร (กฎ) น. บัตรที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกใช้เป็น
เงินตรา.
บัตรพลี [บัดพะลี] น. ภาชนะทำด้วยกาบกล้วย เป็นรูปกระบะ
สี่เหลี่ยม สำหรับวางเครื่องเซ่นสังเวย, เรียกเต็มว่า บัตรกรุงพาลี,
ถ้าทำเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า บัตรคางหมู, ถ้ามีเสาธงประกอบ
ตั้งแต่ ๔ เสาขึ้นไป เรียกว่า บัตรพระเกตุ, ถ้าทำเป็นรูปสี่เหลี่ยม
มียอด เรียกว่า บัตรนพเคราะห์.
บัตรสนเท่ห์ น. จดหมายฟ้องหรือกล่าวโทษผู้อื่นโดยมิได้ลงชื่อหรือ
ไม่ลงชื่อจริงของผู้เขียน.
บัตรสินเชื่อ น. บัตรเครดิต.
บัตรหมาย น. หนังสือเกณฑ์ในทางราชการ.
บัทม์น. ปัทม์. (ส. ปทฺม; ป. ปทุม). (ดู บัว).
บัน ๑น. จั่ว (หน้าจั่วของปราสาท โบสถ์ วิหาร เรียกว่า หน้าบัน).
บันแถลง [-ถะแหฺลง] น. หน้าบันขนาดเล็ก ใช้ประดับเป็นกระจัง.
บัน ๒ก. ผัน, ผิน.
บัน ๓ก. เบา, น้อย, เช่น มัวเมาไม่บัน. (ดึกดําบรรพ์).
บันเบา ว. น้อย (โดยมากมักใช้ในทางปฏิเสธหรือเป็นเชิงคําถาม)
เช่น ไม่บันเบา เรื่องนี้น่าสนใจบันเบาไปหรือ.
บั่นก. ตัดให้สั้น, ตัดให้เป็นท่อน ๆ.
บั่นทอน ก. ทําให้สั้นหรือลดน้อยลง เช่น บั่นทอนอายุ บั่นทอนกําลัง,
ทําให้เสียกําลังใจ ในคําว่า บั่นทอนจิตใจ.
บั้น ๑น. ครึ่งหนึ่งหรือตอนหนึ่งของสิ่งที่แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนเท่า ๆ กัน
เช่น บั้นต้น บั้นปลาย. สัน. ฝ่ายว่า, ส่วนว่า.
บั้นท้าย น. ตอนท้าย, ส่วนท้าย; (ปาก) ตะโพก, ก้น, (ใช้แก่หญิง).
บั้นปลาย น. ตอนท้าย เช่น บั้นปลายของชีวิต.
บั้นพระองค์ (ราชา) น. บั้นเอว.
บั้นเอว น. ส่วนกลางของร่างกายระหว่างชายโครงกับกระดูกตะโพก
ทั้ง ๒ ข้าง, กะเอว สะเอว หรือ เอว ก็ว่า.
บั้น ๒น. ชื่อมาตราตวงข้าว ๒ บั้น เป็น ๑ เกวียน.
บั้นหลวง น. ชื่อมาตราตวงตามวิธีประเพณี มีอัตราเท่ากับ ๑,๐๐๐
ลิตร.
บันกวด(โบ) ก. รัด, ผูก, เช่น กรรณบันกวดพู่แก้ว. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์).
บันจวบก. ตกแต่ง.
บันจอย(โบ) ก. บรรจง.
บันดลก. ทําให้บังเกิดขึ้น.
บันดาลก. ให้เกิดมีขึ้นเป็นขึ้นด้วยแรงอํานาจของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น บุญ
บันดาล บันดาลโทสะ.
บันเดินก. ทําให้เดิน.
บันโดยก. พลอยแสดง เช่น บันโดยหรรษา; ดําเนินตาม, เอาอย่าง, ยินยอม,
คล้อยตาม.
บันไดน. สิ่งที่ทําเป็นขั้น ๆ สําหรับก้าวขึ้นลง, กระได ก็ว่า, โดยปริยาย
หมายถึงบุคคลหรือสิ่งที่อาศัยใช้ไต่เต้าขึ้นไปสู่ฐานะหรือตําแหน่ง
ที่สูงขึ้นไป.
บันไดแก้ว น. ที่รองพระคัมภีร์และลานสําหรับจารหนังสือ, ที่สําหรับ
พาดพระแสง.
บันไดลิง ๑ น. บันไดเชือกที่ตรึงติดเฉพาะส่วนบน ใช้ไต่ขึ้นที่สูงหรือ
ไต่ลงที่ตํ่า, กระไดลิง ก็ว่า.
บันไดเลื่อน น. บันไดที่เคลื่อนได้ด้วยกําลังไฟฟ้า.
บันไดลิง ๑ดูใน บันได.
บันไดลิง ๒ดู กระไดลิง ๒.
บันทึกก. จดข้อความเพื่อช่วยความทรงจําหรือเพื่อเป็นหลักฐาน, จดหรือ
ถ่ายทําไว้เพื่อช่วยความจําหรือเพื่อเป็นหลักฐาน, เช่น บันทึกรายงาน
การประชุม บันทึกภาพ บันทึกเสียง, จดย่อ ๆ ไว้เพื่อให้รู้เรื่องเดิม;
ย่นย่อ, ทําให้สั้น, เช่น บันทึกมรรคา. น. ข้อความที่จดไว้เพื่อช่วย
ความทรงจํา; หรือเพื่อเป็นหลักฐาน, ข้อความที่นํามาจดย่อ ๆ ไว้
เพื่อให้รู้เรื่องเดิม(กฎ) หนังสือที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจ
จดไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนความผิดอาญา รวมทั้งบันทึก
คําร้องทุกข์และคํากล่าวโทษด้วย.
บันทึงก. บ่นถึง, คอย. (ช.).
บันเทิงก. เบิกบาน, รื่นเริง; ทําให้รู้สึกสนุก เช่น รายการบันเทิง, บำเทิง
หรือ ประเทิง ก็ว่า.
บันเทิงคดี น. เรื่องที่เขียนหรือแต่งขึ้นโดยมุ่งให้ความบันเทิงแก่
ผู้อ่าน.
บันยะบันยังว. พอสัณฐานประมาณ, พอสมควร.
บันลือก. เปล่งเสียงดังก้อง เช่น บันลือสีหนาท; โด่งดัง, เลื่องลือ, เช่น
ข่าวบันลือโลก.
บันเหินก. เหาะไป, บินไป.
บัปผาสะน. ปอด. (ป. ปปฺผาส).
บัพน. ข้อ, ปล้อง, ปม, เล่ม, หมวด, ตอน. (ป. ปพฺพ).
บัพชา[บับพะชา] น. บรรพชา, การบวช. (ป. ปพฺพชฺชา).
บัพชิต[บับพะชิด] น. บรรพชิต, นักบวช, ผู้บวช. (ป. ปพฺพชิต).
บัพพาช[บับพาด] (แบบ) ก. ขับไล่ เช่น พระสญชัยยินราษฎร์ แกล้งบัพพาช
กูไกล. (ม. คําหลวง วนปเวสน์). (ป. ปพฺพาช).
บัพพาชน์[บับพาด] (แบบ) น. การขับไล่. (ป. ปพฺพาชน).
บัพพาชนียกรรม[บับพาชะนียะกํา] น. กรรมที่สงฆ์ทําแก่ภิกษุที่จะพึงขับไล่, พิธีขับไล่
บุคคลที่พึงขับไล่. (ป. ปพฺพาชนียกมฺม).
บัล(แบบ) น. ชื่อมาตรานํ้าหนักมคธ ๑๐ บัล เป็น ๑ ตุลา, ๒๐ ตุลา เป็น
๑ ภาระ. (ป., ส. ปล).
บัลลพ, บัลวะ[บันลบ, บันละวะ] (แบบ) น. หน่อต้นไม้, กระโดงไม้ที่แตกออกใหม่,
ใช้ว่า บัลลพ์ ก็มี. (ส. ปลฺลว).
บัลลังก์น. พระแท่นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ภายใต้เศวตฉัตร เรียก
ว่า ราชบัลลังก์, โดยปริยายคํา ราชบัลลังก์ นี้ หมายถึงความเป็น
พระมหากษัตริย์หรือสถาบันกษัตริย์ก็ได้; ที่นั่งผู้พิพากษาเมื่อ
พิจารณาคดีในศาล; ส่วนของสถูปเจดีย์บางแบบ มีรูปเป็นแท่น
เหนือคอระฆัง. ก. นั่งขัดสมาธิ เรียกว่า นั่งคู้บัลลังก์. (ป. ปลฺลงฺก).
บัลลูนน. ลูกกลมขนาดใหญ่บรรจุแก๊สที่เบากว่าอากาศ ทําให้ลอยได้ ใช้
ประโยชน์ในกิจการบางอย่าง เช่น ตรวจลมชั้นบน, ใช้ว่า. บอลลูน
ก็มี. (อ. balloon).
บัลเลต์น. ระบำปลายเท้า.
บัวน. ชื่อเรียกไม้นํ้าหลายชนิดหลายสกุลและหลายวงศ์ คือ สกุล
Nelumbo ในวงศ์ Nelumbonaceae มีเหง้ายาวทอดอยู่ในตม ใบ
เป็นแผ่นกลม ขอบเรียบ อยู่ห่าง ๆ กัน ก้านใบและก้านดอกแข็ง
มีหนามสากคาย ชูใบและดอกขึ้นพ้นผิวนํ้า เช่น บัวหลวง
(N. nucifera Gaertn.) ดอกสีขาวหรือชมพู กลิ่นหอม พันธุ์ดอก
สีขาวเรียก สัตตบุษย์ พันธุ์ดอกสีชมพูเรียก ปัทม์ หรือ สัตตบงกช
ดอกใช้ในงานพิธีต่าง ๆ เมล็ดกินได้, สกุล Nymphaea ในวงศ์
Nymphaeaceae มีเหง้าสั้นอยู่ในตม ใบเป็นแผ่นกลม ขอบเรียบ
หรือจักอยู่ชิดกันเป็นกระจุก ก้านใบและก้านดอกอ่อนไม่มีหนาม
ใบลอยอยู่บนผิวนํ้า ดอกโผล่ขึ้นพ้นผิวนํ้า ผลจมอยู่ในนํ้าเรียก
โตนด เช่น บัวสาย (N. lotus L. var. pubescens Hook.f. et Thomson)
ขอบใบจัก ดอกสีขาวหรือแดง ก้านดอกเรียก สายบัว กินได้
พันธุ์ดอกสีขาวเรียก สัตตบรรณ บัวเผื่อน (N. nouchali Burm.f.)
ขอบใบเรียบ ดอก สีม่วงอ่อน, สกุล Victoria ในวงศ์
Nymphaeaceae เช่น บัวขอบ กระด้ง หรือ บัววิกตอเรีย [V.
amazonica (Poeppig) Sowerby] มีเหง้าสั้นอยู่ในตม ใบเป็นแผ่น
กลมใหญ่ ขอบยกขึ้นคล้ายกระด้ง ลอยอยู่ บนผิวนํ้า ใต้ใบ ก้าน
ดอก และด้านนอกของกลีบดอกชั้นนอกมีหนามแหลม ดอกใหญ่
สีขาว หอมมาก; ส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ทําเป็นรูป
กลีบบัว ติดอยู่บนหัวเสา เรียกว่า บัวหัวเสา หรือที่ส่วนล่างของฐาน
เป็นต้น เรียกว่า ฐานบัว, ส่วนประดับที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรม
ใช้ตกแต่งตรงส่วนขอบของพื้นผนังด้านล่างและด้านบน เพื่อ
ประสานระหว่างพื้นที่ต่างระดับหรือพื้นที่ในแนวนอนกับแนวตั้ง
เช่น เพดานกับผนัง พื้นกับผนัง ลักษณะเป็นแผ่นหรือแถบที่มี
ความกว้างตามความเหมาะสมของพื้นที่แต่ยาวทอดไปตามมุม
หรือขอบ เช่น เชิงผนัง ขอบเพดาน อาจเป็นปูนที่ปั้นแต่งเป็น
รูปแบบต่าง ๆ เป็นไม้แกะสลักหรือไสเซาะเป็นลวดลาย หรือเป็น
ไม้แถบขนาดเล็กไม่มีลวดลายที่ช่างทั่วไปมักเรียกว่า ไม้มอบ,
ลวดบัว ก็เรียก, เรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายดอกบัว เช่น โคมบัว.
บัวกลุ่ม น. ลายปูนหรือลายแกะไม้ที่ทําเป็นรูปดอกบัวที่เริ่มแย้ม
ร้อยกันเป็นเถา อยู่ระหว่างบัลลังก์กับปลียอดของเจดีย์หรือปลาย
เครื่องบนของปราสาท.
บัวขม น. บัวสายพันธุ์หนึ่งในสกุล Nymphaea ดอกเล็ก สีขาว
สายกินได้ หัวมีรสขม.
บัวขาบ ดู ผัน ๑.
บัวคอเสื้อ น. แผ่นผ้าทาบรอบคอเสื้อ; ลายบัวที่อยู่ใต้บัลลังก์
ปราสาท.
บัวตะกั่ว (โบ) น. ที่สําหรับไขนํ้าให้ไหลลงมาเป็นฝอย.
บัวถลา น. บัวควํ่าที่ลาหรือยืดอ่อนออกไป.
บัวนาง น. นมผู้หญิง.
บัวบังใบ ว. เห็นรําไร.
บัวบาท น. เท้าที่มีบัวรอง, หมายเอาเท้าผู้มีบุญอย่างพระพุทธเจ้า
นิยมว่าพระพุทธเจ้ามีดอกบัวผุดขึ้นรับพระบาท, ใช้เลือนมา
หมายถึงพระบาทของพระเจ้าแผ่นดินด้วย.
บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น (สํา) ก. รู้จักผ่อนปรนเข้าหากัน มิให้กระทบ
กระเทือนใจกัน, รู้จักถนอมนํ้าใจไม่ให้ขุ่นเคืองกัน, บัวไม่ให้ชํ้า
นํ้าไม่ให้ขุ่น ก็ว่า.
บัวโรย ว. สีกลีบบัวแห้งหรือสีปูนแห้ง.
บัวลอย ๑ น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นเม็ด
กลม ๆ เล็ก ๆ ต้มในนํ้ากะทิผสมนํ้าตาล.
บัวอกไก่ น. ชื่อลวดบัวแบบหนึ่ง มีลักษณะนูนเป็นสันขึ้นอย่างอก
ของไก่.
บัวตูมน. ชื่อพืชเบียนชนิด Rafflesia kerrii Meijer ในวงศ์ Rafflesiaceae
เกิดตามป่าดิบ เกาะเบียนรากไม้เถา ดอกตูมสีนวล ใช้ทํายาได้
เมื่อบานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐ เซนติเมตร สีนํ้าตาล
แดงประเหลือง กลิ่นเหม็น, บัวผุด ก็เรียก.
บัวบกน. (๑) ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Centella asiatica (L.) Urban ในวงศ์
Umbelliferae ขึ้นตามที่ชุ่มชื้น ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว
กลม ขอบใบหยักเล็กน้อย ใบและต้นกินได้และใช้ทํายาได้, พายัพ
และอีสานเรียก ผักหนอก, ปักษ์ใต้และตราดเรียก ผักแว่น. (๒) ชื่อ
ไม้เถาชนิด Stephania pierrei Diels ในวงศ์ Menispermaceae ขึ้น
ในป่าเบญจพรรณ รากพองเป็นหัวกลม ๆ ใบค่อนข้างกลมปลาย
แหลม ใช้ทํายาได้.
บัวผุดดู บัวตูม.
บัวลอย ๑ดูใน บัว.
บัวลอย ๒น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง ใช้บรรเลงในงานศพ.
บัวสวรรค์น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Gustavia gracillima Miers ในวงศ์
Lecythidaceae ดอกสีชมพูแก่ กลีบดอกซ้อนกันเป็น ชั้น ๆ
เหมือนดอกบัว.
บัวสายติ่ง, บัวสายทิ้งดู สายติ่ง.
บัวฮาดำดู เฉียงพร้าดํา.
บาน. ครู, อาจารย์; ชายหนุ่ม.
บาธรรม น. ผู้เชี่ยวชาญในทางธรรม, อาจารย์ทางธรรม.
บ่า ๑น. ส่วนของร่างกายระหว่างคอกับหัวไหล่, โดยปริยายหมายถึง
อินทรธนูหรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น บ่าเสา
บ่าเสื้อ.
บ่า ๒ว. อาการที่นํ้าไหลล้นมาโดยเร็ว; อะไร, ทําไม.
บ้า ๑ว. เสียสติ, วิกลจริต, สติฟั่นเฟือน, หลงใหลหรือมัวเมาในสิ่งนั้น ๆ
จนผิดปรกติ เช่น บ้ากาม บ้ายศ บ้าฟุตบอล; อาการที่สัตว์บางชนิด
เช่นหมาเป็นโรคกลัวนํ้า เรียกว่า หมาบ้า.
บ้าจี้ ว. อาการที่พูดหรือแสดงโดยขาดสติเมื่อถูกจี้ทําให้ตกใจ,
ทําตามโดยปราศจากการไตร่ตรองเมื่อถูกยุหรือแนะ.
บ้าดีเดือด ว. มีอาการคลุ้มคลั่งมุทะลุดุดันเป็นคราว ๆ, โดยปริยาย
หมายความว่า มีอารมณ์หุนหันพลันแล่นชอบทําอะไรรุนแรง.
บ้าน้ำลาย ว. ชอบพูดพล่าม, ชอบพูดเพ้อเจ้อ.
บ้าบิ่น ๑ ว. มุทะลุ, หุนหันพลันแล่น, อวดกล้าทําการอย่างไม่มี
สติยั้งคิด, บิ่น ก็ว่า.
บ้าระห่ำ ว. มุทะลุ, ทะลึ่งตึงตัง.
บ้าลำโพง ว. บ้าเพราะกินเมล็ดลําโพง มีอาการซึมหรือพูดพล่าม,
โดยปริยายหมายความว่า พูดโผงผาง ตึงตัง หรือแสดงกิริยาโมโห
โกรธา เช่น พูดจาบ้าลําโพงโป้งไป. (คาวี), ทําโมโหโกรธาบ้า
ลําโพง เที่ยวโป้งโหยงหยาบช้าสาธารณ์. (พิเภกสอนบุตร).
บ้าเลือด ว. บันดาลโทสะอย่างไม่กลัวตายเมื่อถูกทําร้ายถึง เลือดตก
ยางออก.
บ้าสมบัติ ว. ที่เห็นอะไร ๆ เป็นของมีค่าไปทั้งหมด, ที่ชอบสะสม
สิ่งของต่าง ๆ ไว้มากจนเกินความจําเป็น.
บ้าหอบฟาง (สํา) ว. บ้าสมบัติ เห็นอะไร ๆ เป็นของมีค่าจะเอาทั้งนั้น,
อาการที่หอบหิ้วสิ่งของพะรุงพะรัง.
บ้าห้าร้อยจำพวก (สํา) ว. บ้ามากมายหลายประเภท.
บ้า ๒น. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Leptobarbus hoevenii ในวงศ์ Cyprinidae
ลําตัวค่อนข้างยาวหนาเกือบเป็นรูปทรงกระบอก หัวกว้าง มีหนวด
๒ คู่ ท้องกลมมน ด้านหลังและข้างตัวสีเขียวอ่อน ด้านท้องสีขาว
แต้มเหลือง ครีบท้อง ครีบก้น และครีบหลังสีแดงอ่อน ในปลา
ขนาดเล็กมีแถบสีดําคลํ้าพาดตลอดข้างตัว พบอาศัยตามแม่นํ้า
ลําคลองและบึงใหญ่ทั่วไป ขนาดยาวได้ถึง ๕๐ เซนติเมตร ใน
ธรรมชาติกินผลไม้รวมทั้งผลกระเบา เมื่อมีผู้นําไปบริโภค
ทําให้เกิดอาการมึนเมา, อ้ายบ้า หรือ พวง ก็เรียก.
บ้า ๆว. แผลง ๆ, แตกต่างไปจากปรกติ, เช่น ทําบ้า ๆ เล่นบ้า ๆ.
บากก. ใช้สิ่งมีคมเช่นมีดหรือขวานเป็นต้นฟันสิ่งใดสิ่งหนึ่งเช่นต้นไม้
ให้เป็นแผลเป็นรอยหรือเป็นทางเข้าไป, โดยปริยายหมายความว่า
มุ่งหน้าไป เช่น อย่ารู้มากบากหนีแต่ที่ง่าย. (พาลีสอนน้อง).
บากท่า ก. ให้ท่า, เปิดช่อง.
บากบั่น ก. พากเพียร, ตั้งหน้าฝ่าความยากลําบาก.
บากหน้า ก. ยอมเสียหน้าเข้าไปขอความช่วยเหลือด้วยความจําใจ
จําเป็น.
บาง ๑น. ทางนํ้าเล็ก ๆ, ทางนํ้าเล็กที่ไหลขึ้นลงตามระดับนํ้าในแม่นํ้า
ลําคลอง หรือทะเล; ตําบลบ้านที่อยู่หรือเคยอยู่ริมบางหรือใน
บริเวณที่เคยเป็นบางมาก่อน, โดยปริยายหมายถึงทั้งหมู่ เช่น
ฆ่าล้างบาง ย้ายล้างบาง. ว. มีส่วนสูงน้อยจากผิวพื้น,
ไม่หนา, มีความหนาน้อย, เช่น มีดบาง ผ้าบาง, โดยปริยายหมายถึง
ลักษณะที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ผสมสุราแต่น้อย ๆ ไม่เข้มข้น
เรียกว่า ผสมแต่บาง ๆ, แทงลูกบิลเลียดไปถูกอีกลูกหนึ่งเพียงผิว ๆ
เรียกว่า แทงบางไป, เรียกผู้ที่มีผมน้อยกว่าปรกติว่า ผมบาง, เรียกผู้
ที่อายง่ายกว่าปรกติ คือไม่ควรละอาย กลับอายว่า หน้าบาง, ตรงข้าม
กับ หน้าหนา, เรียกผู้ที่มีรูปร่างอ้อนแอ้นสะโอดสะองว่า เอวเล็ก
เอวบาง หรือเอวบางร่างน้อย, เรียกคนอ่อนแอทนความลําบากไม่ได้
เพราะไม่เคยชินว่า คนผิวบาง.
บางตา ว. เห็นเป็นระยะห่าง ๆ กัน หรือหนาแน่นน้อยกว่า
ที่ควรเป็น.
บางเบา ว. น้อยลง, ทุเลาลง, เบาบาง ก็ว่า.
บาง ๒ว. ใช้ประกอบหน้านามหมายความว่า ไม่ใช่ทั้งหมด คือ เป็นส่วน
ย่อยหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของส่วนรวม เช่น บางคน บางพวก
บางถิ่น บางสิ่ง, ลาง ก็ใช้.
บางที ว. บางเวลา, บางคราว, บางครั้ง, บางหน, ลางที ก็ใช้.
บ่างน. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Cynocephalus variegatus ในวงศ์
Cynocephalidae รูปร่างคล้ายกระรอก แต่มีหนังเป็นพังผืด ๒ ข้าง
ของลําตัวตั้งแต่คอไปถึงปลายนิ้วตีนและปลายหางสําหรับใช้กาง
ออกคล้ายปีก ถลาร่อนจากที่สูงมายังที่ตํ่าได้ค่อนข้างไกล ขนนุ่ม
สีนํ้าตาลคลํ้าหรือนํ้าตาลจาง ๆ เป็นหย่อม ๆ เล็บโค้งแหลมใช้ปีน
ป่ายต้นไม้ หากินในเวลากลางคืน กลางวันมักหลบอยู่ตามโพรงไม้
หรือเกาะห้อยอยู่ตามพุ่มทึบ, พุงจง หรือ พะจง ก็เรียก
บ่างช่างยุ (สํา) น. คนที่ชอบพูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกกัน.
บ้างว. ใช้ประกอบคําอื่นหมายความว่า บางจํานวนหรือบางส่วนของสิ่งที่
กล่าวถึงโดยเฉพาะ เช่น อย่างนั้นบ้าง อย่างนี้บ้าง ขอบ้าง, บางส่วนของ
จํานวนรวมที่แบ่งเป็น ๒ เช่น เรื่องที่เล่าจริงบ้าง เท็จบ้าง, มีส่วนร่วม
มีความหมายคล้ายคำว่า ด้วย เช่น ขอเล่นบ้าง ขอขี่จักรยานบ้าง, เอาอย่าง
เช่น เห็นเขาทําก็ทําบ้าง. ส. คําใช้แทน ผู้หรือสิ่งที่พูดถึงในกรณีที่แยก
กล่าวโดยเฉพาะ เช่น บ้างก็กิน บ้างก็เล่น, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓.
บางขุนนนท์น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.
บางสุ(กลอน) น. บงสุ์, ฝุ่น, ละออง, ธุลี, (โบ) ใช้ว่า บางษุ ก็มี เช่น
มหาบางษุกุลพัษตรจีวรา. (นันโท), เมื่อน้นนนางก็ลูบบท
บางษุบาท. (ม. คําหลวง วนปเวสน์). (ป. ปํสุ; ส. ปําสุ).
บาจก(แบบ) น. พ่อครัว, แม่ครัว ใช้ว่า บาจิกา. (ป. ปาจก).
บาจรีย์[-จะรี] น. อาจารย์ของอาจารย์. (ป. ปาจริย).
บาจิกา(แบบ) น. แม่ครัว. (ป. ปาจิกา). (ดู บาจก).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒