ปอง ๑ก. มุ่งปรารถนา.
ปอง ๒น. เสาเตี้ย ๆ สําหรับผูกเท้าหลังของช้าง เช่น ผูกช้างยืนโรง
ผูกช้างในการเล่นผัดช้าง เรียกว่า เสาปอง.
ป่อง ๑น. ชื่อแมงหลายชนิดและหลายวงศ์ในอันดับ Scorpionida หัวติด
กับอกเป็นส่วนเดียวกัน รูปร่างค่อนไปทางสี่เหลี่ยมยาว ส่วนท้อง
เป็นปล้อง ๆ ขนาดไล่เลี่ยกับอก ๗-๘ ปล้อง ส่วนที่เหลือเล็กลงต่อ
กันยาวคล้ายหาง ที่ปลายมีเหล็กในสามารถต่อยให้เจ็บปวดได้ มีขา
๔ คู่ ด้านหน้ามีส่วนของปากขยายใหญ่โตกว่าขา ลักษณะเหมือน
ก้ามปูใช้สําหรับจับเหยื่อ.
ป่อง ๒ว. ตุงเป็นกระพุ้งออกมา เช่น พุงป่อง.
ป่อง ๓, ป่อง ๆว. อาการของคนโกรธแกมงอน ในคําว่า โกรธป่อง ๆ.
ป่องร่า (โบ) น. อาการของคนคะนองไม่กลัวใคร ชวนวิวาทกับผู้อื่น.
(ปรัดเล).
ป่อง ๔(ถิ่น-อีสาน) น. ปล่อง, ช่อง, ล่อง.
ป้องก. บังเพื่อกักหรือกั้นไว้.
ป้องกัน ก. กั้นไว้เพื่อต้านทานหรือคุ้มครอง.
ปอด ๑(สรีร) น. อวัยวะทําหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจอยู่ภายในร่างกาย
ของคนหรือสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังเป็นส่วนมาก; ตัวสกาที่ข้าม
เขตไปไม่ได้. ว. กลัวจนไม่กล้าทำอะไร.
ปอดชื้น น. การอักเสบของหลอดลมที่มีเสมหะอยู่ด้วย ทางแพทย์
หมายถึง การคั่งของเลือดในปอดเนื่องจากการอักเสบ เป็นช่องทาง
ให้เกิดปอดบวมได้.
ปอดบวม น. ปอดอักเสบเนื่องจากเชื้อโรค.
ปอดแปด ว. อ่อนน่วมอยู่ภายใน, มักใช้ประกอบกับคํา เหลว เป็น
เหลวปอดแปด; อาการที่บ่นไม่รู้จักจบ, กระปอดกระแปด ก็ว่า.
ปอดลอย (ปาก) ก. ใจไม่สู้ดีชักจะหวาด ๆ, ใช้ว่า ปอด ก็มี.
ปอดเหล็ก น. เครื่องกลไกสร้างด้วยโลหะ ใช้ทําให้เกิดการบีบและ
ขยายของทรวงอกในการหายใจแทนการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ
ในเมื่อมีอัมพาตของกล้ามเนื้อ เช่นในโรคโปลิโอ. (ปาก) ก. อดทน
แข็งแรง (ใช้แก่นักกีฬาประเภทวิ่ง).
ปอด ๒น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Sphenoclea zeylanica Gaertn. ในวงศ์
Sphenocleaceae ขึ้นตามที่ลุ่มนํ้าขัง ลําต้นอ่อน ดอกสีเขียว ๆ
ขาว ๆ ใช้ทํายาได้, ผักปุ่มปลา ก็เรียก.
ปอด ๓ว. ลักษณะก้นที่สอบและแฟบ เรียกว่า ก้นปอด, โดยปริยายใช้เรียก
สิ่งอื่นที่มีลักษณะเช่นนั้น เช่น มะม่วงก้นปอด.
ปอน, ปอน ๆว. ซอมซ่อ, มีลักษณะประหนึ่งว่าอัตคัด ขัดสน เช่น แต่งตัวปอน;
เรียกของเลว ๆ ว่า ของปอน ๆ.
ป้อนก. เอาอาหารส่งให้ถึงปากหรือใส่ปากให้กิน, โดยปริยายหมายถึง
กิริยาอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เอาเงินป้อน; ส่งวัตถุดิบแก่
โรงงานเพื่อให้เครื่องจักรผลิตเป็นสิ่งสําเร็จรูปหรือทําให้เครื่องจักร
เกิดพลังงาน.
ปอนด์น. ชื่อหน่วยเงินตราของอังกฤษเท่ากับ ๑๐๐ เพนซ์, ปอนด์สเตอร์ลิง
ก็เรียก; ชื่อหน่วยมาตราชั่งของอังกฤษ เท่ากับ ๔๕๔ กรัม หรือ ๑๖
ออนซ์; เรียกกระดาษฟอกเนื้อดี สีขาว ที่ใช้พิมพ์หนังสือ มีคุณภาพ
ดีกว่ากระดาษปรู๊ฟ ว่า กระดาษปอนด์. (อ. pound).
ปอเนาะ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. โรงเรียนที่สอนหนังสือและอบรมศาสนาอิสลาม.
ปอบน. ผีชนิดหนึ่งเชื่อกันว่าสิงอยู่ในตัวคน กินตับไตไส้พุงจนหมด
แล้วออกไป คนนั้นก็ตาย.
ป้อแป้ว. อาการที่อ่อนแรงลง, มีกำลังน้อย.
ปอม(ถิ่น-อีสาน) น. กิ้งก่า. (ดู กิ้งก่า).
ปอมข่าง (ถิ่น-อีสาน) น. ชื่อกิ้งก่าขนาดใหญ่ชนิด Calotes mystaceus
ในวงศ์ Agamidae หัวสีนํ้าเงิน แต่บางครั้งเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาลได้,
ปอมขาง หรือ กะปอมขาง ก็เรียก.
ป้อม ๑น. หอรบ; ที่อยู่หรือที่พักซึ่งทำขึ้นใช้กันแดดกันฝน เช่น ป้อมตำรวจ.
ป้อมบังคับการ (โบ) น. ที่ซึ่งมีที่กําบังแข็งแรงสําหรับใช้ในการ
ควบคุมการใช้อาวุธและสั่งการเดินเรือในยามสงคราม.
ป้อม ๒, ป้อม ๆว. กลม ๆ.
ป๋อมว. เสียงดังอย่างของมีนํ้าหนักตกนํ้า, โดยปริยายหมายถึงอาการที่
สูญหายไปอย่างของตกนํ้า เช่น หายป๋อมไปเลย.
ปอมขางดู ปอมข่าง ที่ ปอม.
ปอย ๑น. กลุ่มก้อนหรือกระจุกเล็ก ๆ ของสิ่งที่เป็นเส้นเป็นฝอยอย่างเส้นด้าย
หญ้า ผม หรือขน เช่น ปอยผม, ลักษณนามเรียกกระจุกหรือกลุ่มก้อน
ของสิ่งเช่นนั้น เช่น ผมปอยหนึ่ง ผม ๒ ปอย.
ปอย ๒(ถิ่น-พายัพ) น. งานพิธีต่าง ๆ, ถ้างานใหญ่ เช่นประเพณีฉลองการ
สร้างถาวรวัตถุของวัด เรียกว่า ปอยหลวง, ถ้างานเล็ก เช่นงานบวช
เรียกว่า ปอยน้อย.
ป้อย ๑(ถิ่น) ก. แช่ง, ด่า.
ป้อย ๒ว. แล้ว ๆ เล่า ๆ, มักใช้เข้าคู่กับคำ คลํา เมื่อรู้สึกเจ็บ ว่า คลําป้อย,
ป้อย ๆ ก็ว่า.
ป้อยอก. ตามใจหรือเอาใจจนเกินไป, ยกย่องเยินยอจนเกินพอดี,
บํารุงบําเรอจนเกินไป.
ปอเลียงฝ้ายดู เลียงฝ้าย.
ปะก. มาเจอกัน, มาประเชิญหน้ากัน; เอาวัตถุเช่นผ้าหรือไม้เป็นต้นปิดทับ
ส่วนที่ชํารุดเป็นช่องเป็นรู เช่น ปะผ้า ปะว่าว, ปิดทับ เช่น ปะหน้า.
ปะว่า สัน. ถ้าว่าเจอ.
ปะกนน. ไม้ลูกสกัดฝาเรือนสําหรับเอากระดานกรุ, ลูกปะกน ก็เรียก.
ปะกังน. ชื่อโรคลมชนิดหนึ่ง ตามตําราแพทย์แผนโบราณว่า ทําให้มีอาการ
ปวดหัวเวลาเช้า ๆ ปวดกระบอกตา เมื่อเห็นแดดจะลืมตาไม่ขึ้น
เรียกว่า ลมปะกัง, ตะกัง ก็ว่า.
ปะกาปะกังว. เก้ ๆ กัง ๆ, งก ๆ เงิ่น ๆ.
ปะการังน. ชื่อสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง จําพวกเดียวกับดอกไม้ทะเล
แต่ละตัวมีรูปร่างทรงกระบอก ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กอยู่รวมกันเป็น
กระจุก สร้างหินปูนออกมาพอกทับถมกันเป็นโครงรูปร่างต่าง ๆ
อาศัยและเจริญเติบโตในทะเลตื้นเขตร้อน ที่พบมากในน่านนํ้าไทย
คือ ชนิด Porites lutea และ ปะการังเขากวาง ในสกุล Acropora,
โครงสร้างของตัวปะการังที่เกาะติดอยู่กับที่และมีซากปะการังตาย
ทับถมเพิ่มพูนขึ้นตามลําดับ เรียกว่า หินปะการัง, ถ้ามากจนเป็นโขด
เกาะ หรือ เทือก ก็เรียกว่า โขดปะการัง เกาะปะการัง หรือ เทือก
ปะการัง, บางทีเรียกเป็น กะรัง.
ปะกำน. ไม้ที่ทําเป็น ๒ ขาสําหรับคาบไม้อื่น, ลูกตั้งฝาที่คาบพรึง.
ปะขาวน. ชายผู้จําศีลนุ่งห่มผ้าขาว, ลักษณนามว่า คน; (โบ) ตําแหน่งข้าราชการ
ชั้นขุนหมื่นพวกหนึ่ง, คู่กับ ประแดง.
ปะงับปะง่อนว. ปะหงับปะง่อน.
ปะงาบ, ปะงาบ ๆว. อาการที่อ้าปากแล้วหุบปาก, อาการที่หายใจทางปาก (เป็นอาการ
ของคนและสัตว์ที่เหนื่อยหอบหรือใกล้จะตาย), งาบ ๆ พะงาบ หรือ
พะงาบ ๆ ก็ว่า.
ปะตาปาน. นักบวช. (ช.).
ปะตาระกาหลา[-หฺลา] น. เทวดาผู้ใหญ่. (ช.).
ปะติดปะต่อก. เอาสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มาติดมาต่อกัน.
ปะติยานน. กระจัง ๒ ข้างพระราชยาน.
ปะเตะก. เตะ, ฟาดด้วยหลังเท้า.
ปะทะก. โดนกัน, กระทบกัน, เช่น เรือปะทะกัน ข้างเรือปะทะกัน,
ประจัญกัน เช่น กองทัพปะทะกัน, ต้านไว้ เช่น ยกทัพไปปะทะข้าศึก.
ปะทะปะทังก. พยุงไว้, ทานไว้, ประคองไว้.
ปะทุก. แตกหรือผุดออกมาด้วยแรงเบ่งดัน เช่น ภูเขาไฟปะทุ ถ่านปะทุ;
โดยปริยายหมายถึงกิริยาที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เพ่งจนตาจะปะทุ.
ปะทุนดู กะทุน.
ปะบุกน. เรียกงูกะปะที่มีสีคลํ้าว่า งูปะบุก.
ปะปนก. ปนกัน (มักใช้ในลักษณะที่สิ่งต่างชนิดต่างประเภทระคนปนกัน),
บางทีก็ใช้หมายความอย่างเดียวกับ ปน.
ปะราลีน. บราลี.
ปะรำน. สิ่งปลูกสร้างขึ้นชั่วคราว มีเสา หลังคาแบนดาดด้วยผ้าหรือใบไม้.
ปะไรตัดจากคำว่า เป็นไร. (ดูที่ เป็นไร ในคำ เป็น).
ปะลอมก. กิน, กินมูมมาม, กินโดยตะกละตะกลาม.
ปะเลงน. การรำเบิกโรงอย่างโบราณ ผู้แสดงแต่งเครื่องละครตัวพระคู่หนึ่ง
สวมหน้าเทพบุตรศีรษะโล้น มือทั้ง ๒ ถือหางนกยูงข้างละกำ รำออก
ท่าประกอบดนตรี.
ปะแล่ม, ปะแล่ม ๆว. อ่อน ๆ น้อย ๆ (ส่วนมากใช้แก่สิ่งที่มีรสหวาน) เช่น หวาน
ปะแล่ม ๆ.
ปะโลงน. ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ใช้ทํายาได้. (พจน. ๒๔๙๓).
ปะวะหล่ำน. ประหลํ่า.
ปะวะหลิ่มน. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง, บหลิ่ม ปลิม ปลิ่ม ประหลิ่ม ปะหลิ่ม
หรือ มะหลิ่ม ก็ว่า.
ปะเสหรันอากง[-หฺรันอากง] น. วังลูกหลวง. (ช.).
ปะหงับ, ปะหงับ ๆว. อาการที่ปากอ้าและหุบลงเหมือนอยากจะพูดแต่ไม่มีเสียง,
อาการที่ทำปากหงับ ๆ อย่างอาการของผู้ป่วยใกล้จะตาย เช่น
นอนเจ็บปะหงับ ๆ.
ปะหงับปะง่อน ว. อาการที่โงนเงนทรงตัวไม่อยู่เพราะเจ็บป่วย
เป็นต้น, ปะงับปะง่อน ก็ว่า.
ปะหนัน[-หฺนัน] น. ดอกลําเจียก. (ช.).
ปะหมันอาหยี[-หฺมัน-หฺยี] น. น้า. (ช.).
ปะหลิ่มน. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง, บหลิ่ม ปลิม ปลิ่ม ประหลิ่ม ปะวะหลิ่ม
หรือ มะหลิ่ม ก็ว่า.
ปะหังน. เครื่องใช้ทําด้วยไม้ไผ่ผ่าซีกขัดเป็นวงสําหรับใส่หญ้าให้
วัวควายกิน.
ปะเหลาะ, ปะเหลาะปะแหละก. พูดจาหว่านล้อมเอาอกเอาใจ เช่น ผู้ใหญ่ปะเหลาะเด็ก,
พูดหรือทําสนิทชิดชอบให้เขาพึงใจเพื่อหวังประโยชน์ตน.
ปักก. ตั้งฝังลง เช่น ปักเสา, เอาหัวดิ่งลง เช่น นกปักหัวลง เครื่องบิน
ปักหัวลง; เสียบ เช่น ปักปิ่น ปักดอกไม้, ใช้เข็มร้อยด้าย ไหม หรือ
ดิ้นเป็นต้นแล้วแทงแล้วแทงลงไปบนผืนผ้าให้เป็นลวดลายต่าง ๆ
เช่น ปักลวดลาย ปักด้าย ปักไหม.
ปักจักร ก. เย็บให้เป็นลวดลายด้วยจักรเย็บผ้า.
ปักใจ ก. ตั้งใจแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ปักใจเชื่อ.
ปักดำ ก. ถอนต้นกล้ามาปลูกในนา.
ปักปันเขตแดน ก. กำหนดเขตแดนระหว่างประเทศเมื่อมีปัญหา
เกี่ยวกับพรมแดนเป็นต้น.
ปักหลัก ๑ ก. ตั้งมั่นอยู่กับที่ไม่ยอมถอยหรือไม่ยอมโยกย้าย ในคำว่า
ปักหลักสู้ ปักหลักอยู่.
ปักข-, ปักข์[ปักขะ-, ปัก] น. ปักษ์. (ป.; ส. ปกฺษ).
ปักขคณนา [ปักขะคะนะ-] น. ปักษคณนา, วิธีคำนวณดิถีตามปักษ์.
ปักขพิฬาร [-ลาน] น. บ่าง; นกเค้าแมว.
ปักขันดร [-ดอน] น. ปักษานดร, ฝ่ายอื่น, อีกฝ่ายหนึ่ง.
ปักเป้า ๑[ปักกะ-] น. ชื่อปลาทะเลทุกชนิดในวงศ์ Tetrodontidae และ
Diodontidae ลําตัวป้อมหรือกลมมากน้อยแล้วแต่ชนิด ขนาดยาว
ตั้งแต่ ๖-๖๐ เซนติเมตร เฉพาะบางสกุล เช่น สกุล Canthigaster,
Chonerhinus และ Tetrodon ในวงศ์ Tetrodontidae สกุล Diodon
และ Chilomycterus ในวงศ์ Diodontidae มีลักษณะแบนข้าง
ทุกชนิดสามารถพองตัวได้ ผิวหนังมีหนาม ฟันมีลักษณะเป็น
กระดูกแข็ง ไม่มีครีบท้อง บางชนิดพบในนํ้าจืด เช่น ชนิด
Chonerhinus modestus ทุกชนิดมีพิษ ไม่ควรนํามารับประทาน.
ปักเป้า ๒[ปัก-] น. ชื่อว่าวชนิดหนึ่งมีหางยาว, คู่กับ ว่าวจุฬา, อีเป้า ก็เรียก.
ปักษ-, ปักษ์[ปักสะ-, ปัก] น. ฝ่าย, ข้าง, เช่น ปักษ์ใต้, กึ่งของเดือนจันทรคติ
คือ เดือนหนึ่งมี ๒ ปักษ์ ข้างขึ้นเรียก ศุกลปักษ์ (แปลว่า ฝ่ายขาว
หมายเอาแสงเดือนสว่าง) ข้างแรมเรียก กาฬปักษ์ (แปลว่า ฝ่ายดํา
หมายเอาเดือนมืด), ครึ่งเดือน เช่น หนังสือรายปักษ์. (ส.; ป. ปกฺข).
ปักษกษัย [ปักสะกะไส] น. การสิ้นปักษ์.
ปักษคณนา [ปักสะคะนะนา] น. วิธีคํานวณดิถีตามปักษ์.
ปักษคม [ปักสะคม] น. นก.
ปักษธร [ปักสะทอน] น. นก; พระจันทร์.
ปักษเภท [ปักสะเพด] น. ความแตกต่างระหว่าง ๒ ฝ่ายที่โต้เถียงกัน.
ปักษวาหน [ปักสะวาหน] น. นก.
ปักษานดร [ปักสานดอน] น. ฝ่ายอื่น, อีกฝ่ายหนึ่ง.
ปักษาวสาน [ปักสาวะสาน] น. วันสิ้นปักษ์, วันเพ็ญหรือวันสิ้นเดือน.
ปักษาน. นก. (ส.).
ปักษานดรดู ปักษ-, ปักษ์.
ปักษาวสานดู ปักษ-, ปักษ์.
ปักษาสวรรค์น. ชื่อไม้ล้มลุกมีเหง้าชนิด Strelitzia reginae Banks ex Dryand.
ในวงศ์ Musaceae ใบเรียงสลับซ้อนกันเป็นแผง ดอกสีนํ้าเงิน
มีกาบสีส้ม รูปคล้ายปีกนกหุ้มอยู่.
ปักษิน, ปักษีน. สัตว์มีปีก คือ นก. (ส.).
ปักหลัก ๑ดูใน ปัก.
ปักหลัก ๒น. (๑) ชื่อนกกระเต็นชนิด Ceryle rudis ในวงศ์ Alcedinidae
ตัวสีขาวลายดํา ปากหนาแหลมตรงสีดํา มักเกาะตามหัวเสาหรือ
ตอไม้ที่ปักอยู่ในนํ้าเพื่อจ้องโฉบปลากิน, กระเต็นปักหลัก ก็เรียก.
(๒) ชื่อเหยี่ยวชนิด Elanus caeruleus ในวงศ์ Accipitridae อก
สีขาว หลังสีเทา โคนปีกสีดํา อาศัยอยู่ตามท้องทุ่ง กินสัตว์เล็ก ๆ,
เหยี่ยวขาว ก็เรียก, นกทั้ง ๒ ชนิดมักบินอยู่กับที่ จึงเรียกว่า ปักหลัก.
ปัคหะ[ปักคะ-] (แบบ) น. ประเคราะห์, การยกย่อง. (ป. ปคฺคห).
ปัง ๑น. อาหารชนิดหนึ่งทําด้วยแป้งผสมเชื้อ เรียกว่า ขนมปัง.
(โปรตุเกส p?o, เทียบฝรั่งเศส ว่า pain).
ปัง ๒ว. เสียงดังเช่นนั้น; โดยปริยายหมายความว่า ถูกตรงที่หมาย.
ปั๋ง ๑ว. มาก, มักใช้แก่แข็งหรือแน่น ว่า แข็งปั๋ง ท้องแน่นปั๋ง.
ปั๋ง ๒(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นปลัง. (ดู ปลัง).
ปังสุ์(แบบ) น. บงสุ์. (ป.).
ปังสุกุล(แบบ) น. บังสุกุล. (ป.).
ปัจจัตตะ(แบบ) ว. เฉพาะตน. (ป.).
ปัจจัตถรณ์[-ถอน] (แบบ) น. บรรจถรณ์. (ป.).
ปัจจันต-, ปัจจันต์[ปัดจันตะ-, ปัดจัน] (แบบ) ว. ที่สุดแดน, ปลายเขตแดน. (ป.).
ปัจจันตคาม น. บ้านปลายเขตแดน. (ป.).
ปัจจันตชนบท น. ตําบลปลายเขตแดน.
ปัจจันตประเทศ น. ประเทศปลายเขตแดน, ในวินัยหมายถึงที่อยู่
นอกออกไปจากมัชฌิมประเทศ. (ป.).
ปัจจัยน. เหตุอันเป็นทางให้เกิดผล, หนทาง, เช่น การศึกษาเป็นปัจจัย
ให้เกิดความรู้ความสามารถ, องค์ประกอบ, ส่วนประกอบ, เช่น
ปัจจัยในการผลิต, คำ ''ปัจจัย'' กับ คํา ''เหตุ'' มักใช้แทนกันได้;
เครื่องอาศัยยังชีพ, เครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิตของบรรพชิตใน
พระพุทธศาสนา ๔ อย่าง คือ จีวร (ผ้านุ่งห่ม) บิณฑบาต (อาหาร)
เสนาสนะ (ที่อยู่) คิลานเภสัช (ยา) รวมเรียกว่า จตุปัจจัย คือ
ปัจจัย ๔, คือ ปัจจัย ๔, โดยปริยายหมายถึงเงินตราก็ได้ (มักใช้
แก่ภิกษุสามเณร); (ไว)ส่วนเติมท้ายธาตุหรือศัพท์เพื่อแสดง
ความหมายเป็นต้น. (ป.).
ปัจจามิตรน. ข้าศึก, ศัตรู. (ส. ปจฺจามิตฺร; ป. ปจฺจามิตฺต).
ปัจจุคมน์น. การลุกขึ้นรับ, การต้อนรับ, (สําหรับผู้น้อยแสดงต่อผู้ใหญ่).
(ป. ปจฺจุคฺคมน).
ปัจจุทธรณ์[ปัดจุดทอน] (แบบ) น. การถอนคืน. ก. ถอนคืน (ในวินัยใช้คู่กับ
อธิษฐาน ซึ่งแปลว่า ตั้งใจ เช่น อธิษฐานสบง คือตั้งใจให้เป็นสบง
ครอง ภายหลังไม่อยากให้เป็นสบงครองก็ถอนคืนสบงนั้น เรียกว่า
ปัจจุทธรณ์สบง). (ป.).
ปัจจุบันน. เวลาเดี๋ยวนี้, ทันที, เวลาไม่ใช่อดีต ไม่ใช่อนาคต เช่น เวลาปัจจุบัน,
สมัยใหม่ เช่น แพทย์แผนปัจจุบัน; เรียกโรคภัยที่เกิดขึ้นในทันที
ทันใดว่า โรคปัจจุบัน เช่น โรคลมปัจจุบัน. (ป. ปจฺจุปฺปนฺน).
ปัจจุบันทันด่วน ว. กะทันหัน.
ปัจจุส-, ปัจจูสะ[ปัดจุดสะ-, ปัดจูสะ] (แบบ) น. เช้ามืด, ใกล้รุ่ง. (ป.).
ปัจจุสกาล, ปัจโจสกาล [ปัดจุดสะกาน, ปัดโจสะ-] น. เวลาเช้ามืด. (ป.).
ปัจจุสมัย [ปัดจุดสะไหฺม] น. เวลาเช้ามืด. (ป. ปจฺจูสสมย).
ปัจจูหะ(แบบ) น. ปรัตยูห์, อันตราย, ความขัดข้อง. (ป.).
ปัจเจก, ปัจเจก-[ปัดเจก, ปัดเจกะ-, ปัดเจกกะ-] (แบบ) ว. เฉพาะตัว, เฉพาะบุคคล,
เช่น ปัจเจกชน. (ป.).
ปัจเจกบุคคล [ปัดเจกกะ-] น. บุคคลแต่ละคน.
ปัจเจกพุทธะ [ปัดเจกกะ-] น. ชื่อพระพุทธเจ้าพวกหนึ่งที่ตรัสรู้
เฉพาะตัว มิได้สั่งสอนผู้อื่น. (ป.).
ปัจเจกโพธิ [ปัดเจกกะโพด] น. ความตรัสรู้เฉพาะตัว คือ ความตรัสรู้
ของพระปัจเจกพุทธเจ้า. (ป.).
ปัจเจกสมาทาน [ปัดเจกะสะมาทาน] น. การสมาทานศีลทีละ
สิกขาบท เรียกว่า ปัจเจกสมาทาน, ถ้าสมาทานรวบท้าย เช่นว่า
พุทฺธปญฺ?ตฺตํ อุโปสถํ สมาทิยามิ หรือ อฏฺ? สีลานิ สมาทิยามิ
เรียกว่า เอกัชฌสมาทาน. (ป.).
ปัจโจปการกิจ(แบบ) น. การที่บุคคลทําตอบแทนอุปการะของผู้อื่น.
(ป. ปจฺโจปการ + กิจฺจ).
ปัจฉา(แบบ) ว. ภายหลัง, เบื้องหลัง, ข้างหลัง. (ป.).
ปัจฉาภัต น. เวลาภายหลังบริโภคอาหาร คือ ตั้งแต่เที่ยงแล้วไป. (ป.).
ปัจฉาสมณะ น. สมณะผู้ตามหลัง คือ พระผู้น้อยมีหน้าที่เดิน
ตามหลังพระผู้ใหญ่. (ป.).
ปัจฉิม, ปัจฉิม-[ปัดฉิม, ปัดฉิมมะ-] ว. ตะวันตก; ภายหลัง, ทีหลัง, ข้างหลังสุด.
(ป. ปจฺฉิม).
ปัจฉิมชน [ปัดฉิมมะ-] น. ชนที่เกิดภายหลัง.
ปัจฉิมทิศ [ปัดฉิมมะทิด] น. ทิศตะวันตก.
ปัจฉิมพรรษา [ปัดฉิมมะพันสา, ปัดฉิมพันสา] น. ''พรรษาหลัง'',
ช่วงระยะเวลาที่ภิกษุเข้าอยู่จำพรรษาหลัง คือตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ
เดือน ๙ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒, คู่กับ บุริมพรรษา หรือ ปุริมพรรษา.
(ป. ปจฺฉิม + ส. วรฺษ).
ปัจฉิมภาค [ปัดฉิมมะพาก] น. ส่วนเบื้องปลาย.
ปัจฉิมยาม [ปัดฉิมมะ-] น. ยามหลัง, ยามสุดท้าย, ในบาลีแบ่งคืน
ออกเป็น ๓ ยาม กำหนดยามละ ๔ ชั่วโมง เรียกว่า ปฐมยาม
มัชฌิมยาม และปัจฉิมยาม ปัจฉิมยามกำหนดเวลาตั้งแต่ตี ๒
หรือ ๒ นาฬิกา ถึงย่ำรุ่ง หรือ ๖ นาฬิกา.
ปัจฉิมลิขิต [ปัดฉิม-] น. ''เขียนภายหลัง'' คือหนังสือที่เขียนเพิ่ม
เติมลงท้ายเมื่อเซ็นชื่อแล้ว, ใช้อักษรย่อว่า ป.ล.
ปัจฉิมวัย [ปัดฉิมมะ-] น. วัยตอนปลาย, วัยชรา. (ป.).
ปัจฉิมวาจา [ปัดฉิมมะ-] น. วาจาครั้งสุดท้าย. (ป.).
ปัจถรณ์[ปัดจะถอน] (แบบ) น. บรรจถรณ์. (ป. ปจฺจตฺถรณ).
ปัจนึก[ปัดจะหฺนึก, ปัดจะนึก] (แบบ) น. ข้าศึก, ศัตรู. (ป. ปจฺจนีก).
ปัจยาการ[ปัดจะยา-] (แบบ) น. อาการที่เป็นเหตุต่อเนื่องกัน คือ
ปฏิจจสมุปบาท. (ป. ปจฺจยาการ).
ปัจเวกขณ์[ปัดจะเวก] (แบบ) น. การเห็นลงจําเพาะ, การพิจารณา.
(ป. ปจฺจเวกฺขณ).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒