พยัญชนะตัวที่ ๓๑ เป็นพวกอักษรตํ่า ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กบใน
คําที่มาจากภาษาต่างประเทศเช่น เสิร์ฟ เนกาทิฟ ไมโครเวฟ.
ฟก, ฟกช้ำว. บวมชํ้า, บอบช้ำ.
ฟกช้ำดำเขียว ว. บวมชํ้าตามร่างกายเพราะถูกกระทบ
กระแทกอย่างแรง.
ฟ้ง(กลอน) ก. ฟุ้ง.
ฟรักโทส[ฟฺรัก–] (วิทยา) น. นํ้าตาลชนิดหนึ่ง ประเภทโมโนแซ็กคาไรด์
ชนิดคีโทเฮ็กโซส ลักษณะเป็นของแข็ง สีขาว หลอมละลายที่
๑๐๒ ? ซ. มีปรากฏในผลไม้สุกที่มีรสหวาน นํ้าผึ้ง นํ้าต้อยของ
ดอกไม้ มีรสหวานมากกว่านํ้าตาลทราย, เลวูโลส ก็เรียก.
(อ. fructose).
ฟรี[ฟฺรี] ว. ไม่เสียมูลค่าหรือไม่ได้ค่าตอบแทนใด ๆ เช่น เรียนฟรี
ทํางานฟรี; ว่างจากงาน เช่น วันนี้ฟรี; อิสระ เช่น ล้อฟรี.
(อ. free).
ฟรีบาร์ (ปาก) ว. เปิดบาร์ให้กินฟรีโดยไม่จํากัดในคําว่า
เปิดฟรีบาร์ (มักใช้แก่การเลี้ยงสุราเมรัย).
ฟลูออรีนน. ธาตุลําดับที่ ๙ สัญลักษณ์ F เป็นอโลหะ ลักษณะเป็นแก๊ส
สีเขียวแกมเหลือง มีสมบัติคล้ายคลอรีนแต่ให้ปฏิกิริยาเคมีไวกว่า.
(อ. fluorine).
ฟ่อ, ฟ้อ ๑ว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างงูเห่าขู่.
ฟ้อ ๒, ฟ้อแฟ้ว. เพริศพริ้ง, กระชุ่มกระชวย, สดชื่น, เช่น หนุ่มฟ้อ ยังฟ้ออยู่.
ฟอกก. ทําให้สะอาดหมดจด เช่น ฟอกผ้า ฟอกจิตใจ.
ฟอกน้ำตาล ก. เอาเปลือกไข่ใส่ลงไปในขณะเชื่อมน้ำตาล
เพื่อให้น้ำเชื่อมใสสะอาด.
ฟอกผ้า ก. เอาสบู่เป็นต้นถูผ้าเพื่อให้สะอาด.
ฟอกพยาน ก. ไต่ถามไล่เลียงพยาน.
ฟอกโลหิต ก. อาการที่แก๊สออกซิเจนซึ่งหายใจเข้าไปแล้ว
เปลี่ยนเลือดดําเป็นเลือดแดง.
ฟอกหนัง ก. เอาหนังดิบมาแช่นํ้าแล้วหมักไว้เพื่อทําเป็น
หนังฟอก.
ฟอง ๑, ฟองน้ำ ๑น. ต่อมนํ้าที่ผุดหรือปุดขึ้นเป็นรูปโป่ง ๆ อาจเป็นต่อมเดียว
หรือรวมกันเป็นแพก็ได้.
ฟองเต้าหู้ ๑ น. ชื่อหนึ่งของหินยิปซัม เรียกว่า หินฟองเต้าหู้,
เกลือจืด ก็ว่า.
ฟองเต้าหู้ ๒ น. ฝ้าหรือเยื่อที่ลอยอยู่บนน้ำเต้าหู้แล้วนำมา
ตากแห้ง ใช้เป็นอาหาร.
ฟองทะเล น. หินที่ปรุเป็นรู ๆ อยู่ในทะเล.
ฟองฟอด ว. ลักษณะที่มีฟองมาก เช่น แกงบูดเป็นฟองฟอด
ย่ำน้ำโคลนเป็นฟองฟอด.
ฟอง ๒น. ไข่ เช่น ไก่ตกฟอง; ลักษณนามใช้เรียกไข่เป็ดหรือไข่ไก่เป็นต้น
เช่น ไข่ฟองหนึ่ง ไข่ ๒ ฟอง.
ฟองมัน น. ชื่อเครื่องหมายชนิดหนึ่ง มีรูปอย่างนี้ ๏ ในหนังสือเก่า
สําหรับเขียนขึ้นต้นวรรคหรือต้นบรรทัด, ตาไก่ ก็เรียก.
ฟอง ๓ก. คะนอง, กําเริบ.
ฟองกาม ก. กําเริบกาม.
ฟ่องว. อาการที่ลอยสูง เด่น หรืออยู่ตามลำพัง, มักใช้เข้าคู่กับคํา ลอย
เป็น ลอยฟ่อง, เช่น หมาตายลอยฟ่อง ลูกโป่งลอยฟ่องอยู่บน
ท้องฟ้า.
ฟ่องฟู ก. ฟูฟ่อง.
ฟ้องก. กล่าวหาหรือกล่าวโทษต่อผู้ใหญ่หรือต่อศาล เช่น ฟ้องครู
ฟ้องศาล, แสดงให้รู้ เช่น มีหลักฐานฟ้องอยู่ในตัว; โดยปริยาย
หมายความว่า ขัดกัน, ไม่ตรงกัน, เช่น ข้อความข้างต้นกับข้าง
ปลายฟ้องกันเอง. น. คําฟ้อง.
ฟ้องกลับ (ปาก) ก. ฟ้องให้โจทก์กลับตกเป็นจําเลยในคดีอาญา
ด้วยเรื่องที่โจทก์ฟ้องมาก่อน เช่น ฟ้องกลับว่าฟ้องเท็จหรือเบิก
ความเท็จ.
ฟ้องตัวเอง ก. แสดงความผิดของตนออกมาให้ผู้อื่นรู้โดยไม่ได้
ตั้งใจ, แสดงความเท็จออกมาให้ปรากฏ.
ฟ้องแย้ง (กฎ) ก. การที่จําเลยฟ้องโจทก์มาในคําให้การในเรื่องที่
เกี่ยวกับคําฟ้องเดิมของโจทก์. น. คําฟ้องแย้ง.
ฟ้องร้อง ก. กล่าวโทษ, กล่าวหา.
ฟองน้ำ ๑ดู ฟอง ๑.
ฟองน้ำ ๒น. ชื่อสัตว์นํ้าไม่มีกระดูกสันหลังในไฟลัม Porifera มีเนื้อเยื่อ ๒
ชั้นลักษณะเป็นรูพรุน พบทั้งในทะเลและนํ้าจืด ที่พบในนํ้าจืดเรียก
ฟองนํ้านํ้าจืด จําพวกที่มีโครงสร้างอ่อนนุ่มซึ่งพบในทะเลนํามาใช้
ถูตัวได้,โดยปริยายใช้เรียกสิ่งที่มีลักษณะเป็นรูพรุนอ่อนนุ่ม
และซับนํ้าได้ดี.
ฟอดก. น่วมฟ่ามอยู่ข้างใน. ว. เสียงดังเช่นนั้น. น. เรียกดินเลนที่
ฟูดโป่งขึ้นมา เช่น ฟอดปลาไหล คือ ดินที่โป่งขึ้นมา ซึ่งเป็นที่มี
ปลาไหล, พรอด ก็ว่า.
ฟอดแฟด ก. น่วมฟ่ามอยู่ข้างใน. ว. เสียงดังเช่นนั้น เช่น
เสียงย่ำโคลนดังฟอดแฟด; อาการที่โกรธกระฟัดกระเฟียด.
ฟอนก. บ่อน, กินพรุนข้างใน, พลอนทั่ว, เช่น หนอนฟอนชมพู่; ค้นหา
เช่น ฟอนจนทั่ว ฟอนหาของสกปรกกิน. ว. ย่อยยับ, แหลก, เช่น
ฟันฟอน คือ ฟันให้ยับย่อย ฟันให้แหลก; ที่ไหม้เป็นจุรณ, ที่ไหม้
เป็นขี้เถ้า, เช่น กองฟอน.
ฟอนเฟะ ว. เละเทะ, เป็นที่น่ารังเกียจ, เช่น มีความประพฤติฟอนเฟะ
สังคมฟอนเฟะ.
ฟ่อนน. หญ้าหรือต้นข้าวจํานวนมากที่เอามารวมกันเป็นมัดใหญ่ ๆ.
ฟ้อนก. รํา, กราย.
ฟ้อนแพน น. การจับระบำชนิดหนึ่ง ใช้ผู้แสดงชายหญิงคู่หนึ่ง
หรือมากกว่า แต่งกายอย่างไทยภาคเหนือ รำออกท่าหยอกเอิน
ประกอบคำร้องและดนตรี, ฟ้อนลาวแพน หรือ รำลาวแพน ก็เรียก.
ฟ้อนลาวแพน น. การจับระบำชนิดหนึ่ง ใช้ผู้แสดงชายหญิงคู่หนึ่ง
หรือมากกว่า แต่งกายอย่างไทยภาคเหนือ รำออกท่าหยอกเอิน
ประกอบคำร้องและดนตรี, ฟ้อนแพน หรือ รำลาวแพน ก็เรียก.
ฟอร์มาลดีไฮด์น. แก๊สชนิดหนึ่ง มีสูตร HCHO มีกลิ่นฉุนระคายเยื่อจมูกและ
เยื่อตา ละลายนํ้าได้ใช้ประโยชน์นําไปทําฟอร์มาลิน พลาสติก
สี เป็นต้น. (อ. formaldehyde).
ฟอร์มาลินน. สารละลายซึ่งมีแก๊สฟอร์มาลดีไฮด์ละลายอยู่ร้อยละ ๔๐
ใช้ประโยชน์เป็นยาล้างเชื้อโรคและดองซากศพ. (อ. formalin).
ฟอสฟอรัส น. ธาตุลําดับที่ ๑๕ สัญลักษณ์ P เป็นอโลหะ ลักษณะเป็นของแข็ง
มีหลายอัญรูป อัญรูปที่สําคัญ คือ ฟอสฟอรัสขาว (บางทีก็เรียกว่า
ฟอสฟอรัสเหลือง) ลักษณะอ่อนคล้ายขี้ผึ้ง หลอมละลายที่ ๔๔ ? ซ.
ติดไฟง่าย เมื่อกระทบอากาศจะให้แสงเรืองเป็นพิษอย่างแรง,
ฟอสฟอรัสแดง ลักษณะเป็นผงสีแดงแกมม่วง เมื่อกระทบอากาศ
ไม่ให้แสงเรือง ติดไฟยาก ไม่เป็นพิษเหมือนฟอสฟอรัสขาว.
(อ. phosphorus).
ฟอสเฟตน. เกลือของกรดฟอสฟอริก (H3PO4) ใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย.
(อ. phosphate).
ฟะฟัด[กลอน] ก. ฟัด, ฟาด.
ฟะฟั่นว. เฝือ, เฟือน, มากจนเฝือ; มืดมัว; ยุ่งเหยิง;สั่น, สะเทือน.
ฟะฟ่ายว. เฟื้อย, เลื้อย.
ฟัก ๑น. ชื่อไม้เถาชนิด Benincasa hispida (Thunb.) Cogn. ในวงศ์
Cucurbitaceae ผลใหญ่รูปกลมหรือรี เมื่อแก่ผิวแข็งมีคราบขาว
กินได้ เมล็ดใช้ทํายา มีหลายพันธุ์ ต่างกันที่ลักษณะของผล,
พันธุ์ผลเล็ก ผิวบางมีขน เรียก แฟง, พันธุ์ที่ผลมีรสขม ใช้ทํายาได้
เรียก ฟักขม.
ฟักข้าว น. ชื่อไม้เถาชนิด Momordica cochinchinensis (Lour.)
Spreng. ในวงศ์ Cucurbitaceae ดอกสีนวล ผลมีหนามสั้น ๆ
กินได้และใช้ทํายาได้.
ฟักทอง, ฟักเหลือง น. ชื่อไม้เถาชนิด Cucurbita moschata
(Duchesne) Poir. ในวงศ์ Cucurbitaceae ผลแป้นเป็นพูโดยรอบ
เนื้อในสีเหลือง กินได้ เมล็ดใช้ทํายาได้.
ฟัก ๒ก. กกไข่ให้เป็นตัว, ทําให้ไข่อบอุ่นเพื่อให้เป็นตัว.
ฟักตัว ก. ก่อให้เกิดให้เป็นขึ้นอย่างแพร่หลาย.
ฟักฟูม ก. ทะนุถนอม, ประคับประคอง, ฟูมฟัก ก็ว่า.
ฟักฟุ้นว. อ่อน, นุ่ม.
ฟังก. ตั้งใจสดับ, คอยรับเสียงด้วยหู, ได้ยิน; เชื่อ, ทําตามถ้อยคํา เช่น
ให้ฟังคําสั่งผู้บังคับบัญชา.
ฟังขึ้น ว. พอจะยึดถือได้ (มักใช้ในความปฏิเสธ) เช่น เหตุผลฟังไม่ขึ้น.
ฟังความข้างเดียว ก. เชื่อถือแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่ฟังความอีกฝ่ายหนึ่ง.
ฟังได้ ว. พอเชื่อถือได้ เช่น ที่พยานให้การมานั้นฟังได้, ไม่ขัดหู เช่น
เพลงไพเราะพอฟังได้.
ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด (สํา) ก. ฟังไม่ได้ความแจ่มชัด แล้วเอาไปพูดต่อ
หรือทําผิด ๆ พลาด ๆ.
ฟังหูไว้หู ก. รับฟังไว้แต่ไม่เชื่อทั้งหมด.
ฟังออก ก. เข้าใจ, รู้เรื่อง.
ฟังก์ชัน(คณิต) น. เซตของคู่ลําดับโดยที่คู่ลําดับทุกคู่ไม่มีสมาชิกตัวหน้าซํ้ากัน.
(อ. function).
ฟัดก. กัดเหวี่ยงหรือสะบัดไปมา เช่น ถูกหมาฟัด แมวฟัดหนู, เหวี่ยง
เช่น ถูกรถฟัดเสียสะบักสะบอม; ต่อสู้ เช่น เด็กฟัดกัน; กระทบ
เช่น ท้ายเรือฟัดกัน นมยานฟัดกัน; คล้องจองกัน, สัมผัสกัน, เช่น
กลอนฟัดกัน. ว. เรียกกุ้งแห้งที่เอาเปลือกออกแล้ว ว่า กุ้งฟัด,
กุ้งฝัด ก็ว่า.
ฟัดเฟียด ว. กระฟัดกระเฟียด, อาการที่ทําโกรธสะบัดกระฟัดกระเฟียด.
ฟัน ๑ก. เอาของมีคมเช่นดาบฟาดลงไป, โดยปริยายหมายถึงอาการที่
คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เอาสันมือฟันอิฐ.
ฟันคลื่น ก. แล่นเอาหัวเรือตัดคลื่นไป.
ฟันดาบ น. การต่อสู้กันด้วยดาบ เช่น เขาเก่งในทางฟันดาบ.
ฟันฝ่า ก. บุกตะลุยสิ่งที่ต้านทานเข้าไป, ผจญสิ่งที่ขัดขวาง.
ฟัน ๒น. กระดูกเป็นซี่ ๆ อยู่ในปากสําหรับกัด ฉีกเคี้ยวอาหาร,
โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น
ฟันเลื่อย ฟันจักร.
ฟันถาวร, ฟันแท้ น. ฟันชุดที่ ๒ ซึ่งขึ้นภายหลังฟันนํ้านม.
ฟันน้ำนม น. ฟันชุดแรก.
ฟันปลา น. เรียกสิ่งที่มีรูปอย่างฟันปลา, เรียกลักษณะที่สับหว่าง
สลับเยื้องกันอย่างฟันปลาว่า สลับฟันปลา เช่น นั่งสลับฟันปลา
ยืนสลับฟันปลา; ลายคดกริช รูปดังนี้ (รูปภาพ) เรียก ลายฟันปลา,
ลายฟันเลื่อย ก็เรียก.
ฟันฟาง น. ฟาง, ฟันที่เข้าใจว่าขึ้นแทนฟันแท้ที่หักไป, ฟัน เช่น
ฟันฟางไม่ค่อยดี กินของเหนียวของแข็งไม่ได้.
ฟันเฟือง น. ล้อหรือวงจักรที่มีซี่โดยรอบ.
ฟันม้า น. ชื่อแร่ประกอบหินชนิดหนึ่ง มีหลายสี ส่วนมากมักมี
สีขาวขุ่นคล้ายฟันม้า ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า หินฟันม้า. (ดู เฟลด์สปาร์).
ฟันเลื่อย น. ลายคดกริชอย่างลายฟันปลา.
ฟันหนู น. ชื่อเครื่องหมาย ๒ ขีด รูปดังนี้ '' สําหรับเขียนบนสระ ?
ให้เป็น สระ ? , มูสิกทันต์ ก็ว่า.
ฟันหลอ น. ฟันที่มีช่องว่างระหว่างฟันซึ่งเกิดจากฟันหลุด กร่อน
หรือหักจนถึงโคนฟัน เป็นต้น.
ฟั่น ๑ก. คลึงสิ่งเป็นเส้นหลายเส้นให้เข้าเกลียวกัน เช่น ฟั่นด้าย, นำป่าน
หรือปอเป็นต้นมาตีเกลียวให้เป็นเชือก เรียกว่า ฟั่นเชือก, คลึงขี้ผึ้ง
ที่มีไส้อยู่ภายในให้เป็นเล่มเทียน เรียกว่า ฟั่นเทียน.
ฟั่น ๒ก. มืดมัว, ยุ่งเหยิง, ปะปน.
ฟั่นเฝือ ว. รกชัฏ, ยุ่งเหยิง, ปนคละกันยุ่ง, เคลือบคลุม เช่น
สำนวนฟั่นเฝือ.
ฟั่นเฟือน ว. หลงใหล, เคลิบเคลิ้ม, เผลอสติ, คุ้มดีคุ้มร้าย, เช่น
มีสติฟั่นเฟือน จิตใจฟั่นเฟือน.
ฟั้นก. นวด, ขยํา.
ฟันช้างดู งาช้าง ๒.
ฟ้าน. ส่วนเบื้องบนที่มองเห็นครอบแผ่นดินอยู่ เช่น ดาวเต็มฟ้า,
อากาศ เช่น ฟ้าครึ้ม ยิงปืนขึ้นฟ้า; สวรรค์ เช่น นางฟ้า ฟ้าดินเป็น
พยาน; (กลอน) เจ้าฟ้า. ว. สีน้ำเงินอ่อนอย่างสีท้องฟ้าในเวลามีแดด
เรียกว่า สีฟ้า.
ฟ้าคะนอง น. ฟ้าลั่นติดต่อกัน.
ฟ้าเคืองสันหลัง (สํา) น. เคราะห์กรรมหรือโทษทัณฑ์ร้ายแรงที่
เกิดจากอํานาจเบื้องบนหรือผู้ปกครอง เช่น ต่อฟ้าเคืองสันหลังจึง
รําพัน. (ขุนช้างขุนแผน).
ฟ้าผ่า น. ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากอิเล็กตรอนจํานวนมาก
เคลื่อนที่ระหว่างเมฆกับพื้นโลก เกิดพลังงานสูงมากจนสามารถ
ทําลายสิ่งที่กีดขวาง เช่น คน สัตว์ ต้นไม้ บ้านเรือน; โดยปริยาย
หมายความว่า คําสั่งด่วนที่ออกมาโดยไม่คาดหมายและไม่รู้เหตุผล.
ฟ้าไม่กระเทือนสันหลัง (สํา) น. อํานาจเบื้องบนหรือผู้ปกครองยัง
ไม่ลงโทษทัณฑ์ ใช้ในสํานวนว่า ถ้าฟ้าไม่กระเทือนสันหลังก็ยัง
ไม่รู้สึก.
ฟ้าร้อง น. เสียงที่เกิดขึ้นเนื่องจากอากาศขยายตัวเคลื่อนที่อย่าง
รวดเร็วเพราะความร้อนที่เกิดจากฟ้าแลบ.
ฟ้าแลบ น. แสงที่เกิดวาบขึ้นในท้องฟ้าลักษณะเป็นเส้นหรือแผ่น
เกิดขึ้นเนื่องจากอิเล็กตรอนจํานวนมากเคลื่อนที่ผ่านอากาศเป็น
เหตุให้เกิดความร้อนสูงมากจนปรากฏเป็นแสงสว่างวาบขึ้น.
ฟ้าหลัว น. อากาศมัวเนื่องจากในอากาศขณะนั้นมีอนุภาคที่มอง
ไม่เห็น เช่น เกลือจากทะเล ควันไฟ ฝุ่นละอองปะปนอยู่เป็น
จํานวนมาก.
ฟาก ๑น. ลำไม้ไผ่เป็นต้นที่ผ่าแล้วสับให้แตกออกเป็นอันเล็ก ๆ
แต่ไม่ขาดจากกัน แล้วแบคว่ำออกเป็นแผ่น โดยมากใช้ปูเป็น
พื้นเรือน เรียกว่า ฟากสับ, ส่วนที่ทำเป็นซี่แล้วใช้หวายหรือ
เถาวัลย์ถักให้ติดกันเป็นผืน เรียกว่าฟากซี่ หรือ ซี่ฟาก.
ฟาก ๒น. ฝั่ง, ข้าง, เช่น อยู่ฟากนี้ เรือข้ามฟาก ฟากฟ้า.
ฟาง ๑น. ต้นข้าวที่เกี่ยว นวด หรือฟาดเอาเมล็ดออกแล้ว.
ฟางลอย น. นาป่าที่เจ้าของได้เสียค่านาตามเนื้อที่ที่ได้ปลูกข้าว
เรียกว่า นาฟางลอย, ผิดกับนาคู่โค ซึ่งต้องเสียค่านาเต็มตามโฉนด.
ฟาง ๒น. ฟันที่เข้าใจว่าขึ้นแทนฟันแท้ที่หักไป, มักใช้เข้าคู่กับคำ
ฟัน เป็น ฟันฟาง.
ฟาง ๓ว. เห็นไม่ถนัด, ทำให้เห็นไม่ถนัด, เช่น ตาฟาง.
ฟ่างน. ข้าวฟ่าง. (ดู ข้าวฟ่าง ที่ ข้าว).
ฟาดก. หวด, เหวี่ยง, เช่น ฟาดด้วยไม้เรียว ฟาดผ้า จระเข้ฟาดหาง;
(ปาก) กินอย่างเต็มที่เช่น ฟาดข้าวเสีย ๓ ชาม.
ฟาดเคราะห์ ก. ทําพิธีปัดสิ่งชั่วร้ายให้ไปจากตัว, สละสิ่งใด
สิ่งหนึ่งเพื่อให้เคราะห์สูญหายไป; (ปาก) ตัดใจยอมเสียสิ่งใด
สิ่งหนึ่งไปเพื่อให้หมดเคราะห์ หรือตัดใจคิดว่าสิ่งที่เสียไปแล้ว
เป็นการทำให้หมดเคราะห์ ในความเช่น นึกว่าฟาดเคราะห์.
ฟาดหัว (ปาก) ก. ให้เพื่อตัดความรําคาญเป็นต้น, ให้เพราะดูถูก,
เช่น เอาเงินฟาดหัวไป.
ฟาดหัวฟาดหาง ก. อาละวาด.
ฟาทอมน. มาตราวัดระยะทาง เท่ากับ ๖ ฟุต หรือ ๑.๘ เมตร มักนิยมใช้วัด
ความลึกของทะเล. (อ. fathom).
ฟานดู เก้ง.
ฟ้าฝ่อน. พระพ่อ, ผู้เป็นใหญ่, เจ้าเมือง. (กะเหรี่ยง).
ฟ่ามว. ฟุ, ไม่แน่นเพราะแก่เกินกำหนด, (มักใช้แก่ผลไม้)
เช่น ส้มเนื้อฟ่าม.
ฟ้ามุ่ยน. ชื่อกล้วยไม้ชนิด Vanda coerulea Griff. ในวงศ์ Orchidaceae
ดอกสีฟ้าอมม่วง กลิ่นหอมอ่อน.
ฟายก. เอาอุ้งมือตัก.
ฟายน้ำตา ก. เอามือเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าอยู่.
ฟายมือ ว. เต็มอุ้งมือ, เรียกของที่เต็มฝ่ามือที่ห่อเข้าว่า ฟายมือหนึ่ง.
น. ชื่อมาตราตวง ๘ ฟาย มือ เป็น ๑ ทะนาน.
ฟาร์มน. อาณาบริเวณที่ใช้ทําการเกษตรกรรม มีเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์
เช่น ทำฟาร์มปลูกข้าวโพดข้าวฟ่างเลี้ยงไก่เลี้ยงปลาเป็นต้น.
(อ. farm).
ฟาสซิสต์น. ลัทธิการเมืองที่ผู้นํารวบอํานาจทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ
และสังคมไว้หมด และมีนโยบายชาตินิยมอย่างรุนแรง แต่เคารพ
ในกรรมสิทธิ์ของเอกชน, ผู้ที่นิยมลัทธินั้น. ว. เกี่ยวกับลัทธิฟาสซิสต์.
(อ. fascism, fascist).
ฟิดว. เสียงอย่างเสียงจาม.
ฟิตว. คับจนรัดรูป เช่น เสื้อฟิต กางเกงฟิต; แข็งแรง, กระปรี้กระเปร่า,
เช่น ร่างกายกำลังฟิต. (อ. fit). ก. ฝึกซ้อม เช่น ฟิตเต็มที่.
ฟิตเครื่อง ก. ปรับเครื่องยนต์ให้กระชับหรืออยู่ในสภาพปรกติ,
เรียกช่างแก้เครื่องยนต์ว่า ช่างฟิต.
ฟิบว. อาการที่ปลายจมูกแฟบลงเล็กน้อย.
ฟิล์ม[ฟิม] น. แผ่นวัตถุบางประเภทพลาสติกชนิดหนึ่ง ฉาบผิวด้วย
สารเคมีที่ไวต่อแสง ใช้สําหรับถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์. (อ. film).
ฟิวส์น. อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นโลหะเจือที่มีขีดหลอมตัวตํ่า
เช่น โลหะดีบุกเจือตะกั่ว ใช้ต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าเพื่อป้องกันมิให้
กระแสไฟฟ้าที่มีขนาดเกินกําหนดเคลื่อนที่เข้าวงจรไฟฟ้าได้. (อ. fuse).
ฟิสิกส์น. วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งซึ่งกล่าวถึงสมบัติทางกายภาพ
ของสารต่าง ๆ และพลังงาน. (อ. physics).
ฟี่, ฟี้ว. เสียงอย่างเสียงลมรั่วออกจากที่อัดลมไว้ เช่น
เสียงปล่อยลมดังฟี้ นอนกรนฟี้.
ฟีก(โบ) ก. แฝง; อิง; หลีก.
ฟืดฟาดว. เสียงอย่างเสียงหายใจแรง ๆ เวลาเหนื่อยมาก ๆ, ฟูดฟาด ก็ว่า.
ฟืนน. ไม้สําหรับใช้เป็นเชื้อไฟ, ลักษณนามเรียกตามลักษณะ เช่น
ดุ้น อัน ท่อน ชิ้น.
ฟื้นก. กลับคืนมาใหม่ เช่น ฟื้นความทรงจํา ฟื้นสติ, คืนความรู้สึก
เช่น ฟื้นจากสลบ, พลิกกลับขึ้นมา เช่น ฟื้นดิน; ถอนขึ้น เช่น
ฟื้นมัน.
ฟื้นไข้ ก. หายไข้ใหม่ ๆ, เพิ่งจะหายไข้.
ฟื้นตัว ก. กลับมีฐานะดีขึ้น.
ฟื้นฝอย ก. คุ้ยเขี่ยหาความที่ควรจะสงบแล้วให้กลับเกิดเป็นเรื่อง
ขึ้นมาอีก, มักใช้ว่า ฟื้นฝอยหาตะเข็บ.
ฟื้นฟู ก. ทําให้กลับเจริญงอกงามขึ้นมาใหม่ เช่น ฟื้นฟู
ศิลปวัฒนธรรมไทย ฟื้นฟูการละเล่นของไทย.
ฟื้นองค์ (กลอน) ก. ตื่น (ใช้แก่พระมหากษัตริย์).
ฟืมน. เครื่องสําหรับทอผ้า มีฟันเป็นซี่ ๆ คล้ายหวี สําหรับ
สอดเส้นด้ายหรือไหมใช้กระทกให้ประสานกัน.
ฟุ, ฟุ ๆว. ฉุ, น่วม ๆ, ไม่แน่น, เช่น แอปเปิลเนื้อฟุ ขนมถ้วยฟู
(แบบจีน) เนื้อฟุ.
ฟุ้งก. ตลบไป เช่น หอมฟุ้ง กลิ่นฟุ้ง, ปลิวไป, กระจายไป, เช่น ฝุ่นฟุ้ง.
ว. มากเกินควร (ใช้แก่กริยาคุย) เช่น คุยฟุ้ง.
ฟุ้งซ่าน ก. ไม่สงบ, พล่านไป, ส่ายไป, (ใช้แก่จิต).
ฟุ้งเฟ้อ ว. คะนอง, ได้ใจ, เห่อเหิม; ใช้จ่ายเกินควรเกินฐานะ,
ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่สมควร.
ฟุ้งเฟื่อง ก. ขจรไป, แพร่หลาย, (ใช้แก่เกียรติคุณ), เฟื่องฟุ้ง ก็ว่า.
ว. เชี่ยวชาญ, ชํานิชํานาญ, (ใช้แก่สติปัญญา), เฟื่องฟุ้ง ก็ว่า.
ฟุตน. มาตราวัดของอังกฤษ ๑ ฟุต เท่ากับ ๑๒ นิ้ว. (อ. foot).
ฟุตบอลน. ชื่อกีฬาชนิดหนึ่ง แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายละ ๑๑ คน รวมทั้ง
ผู้รักษาประตู ผู้เล่นแต่ละฝ่ายต้องเตะลูกบอลให้เข้าประตูของฝ่าย
ตรงข้าม ฝ่ายที่ได้ประตูมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ, เรียกลูกกลมทำ
ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น หนัง ยาง พลาสติก ภายในมีลมอัด ใช้ในการ
เล่นฟุตบอล ว่า ลูกฟุตบอล. (อ. football).
ฟุนก. ลุกฮือ (ใช้แก่ไฟ), โกรธเป็นไฟ, มักใช้เข้าคู่กับคํา ไฟ เป็น
ฟุนไฟ หรือ ไฟฟุน.
ฟุบก. หมอบลง, ยอบลง, เช่น ฟุบตัวลงกราบ เป็นลมฟุบไป,
ยุบลงอย่างจมูกยุบ; ลักษณะที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศ
มีน้อย ทำให้สินค้าราคาตก เรียกว่า เงินฟุบ, ตรงข้ามกับ เงินเฟ้อ.
ฟุ่บว. เสียงดังอย่างเสียงดินปืนที่จุดแล้วลุกไหม้ทันทีทันใด.
ฟุฟะว. ไม่แน่น, พอง ๆ เช่น เสื้อติดระบายฟุฟะ.
ฟุ่มเฟือยว. สุรุ่ยสุร่าย, ใช้จ่ายโดยไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลือง, เกินความจำเป็น เช่น
ใช้ถ้อยคำฟุ่มเฟือย.
ฟุลสแก๊ป[ฟุนสะ–] น. กระดาษสีขาว มีเส้นบรรทัด ขนาดประมาณ ๔๓ x ๓๔
เซนติเมตร พับทบกลางใช้สําหรับเขียนหนังสือเป็นต้น. (อ. foolscap).
ฟูก. พองตัวขึ้น, ขยายตัวนูนขึ้น, เช่น ขนมสาลี่ฟูมาก ปลาดุกฟู, อูดขึ้น
เช่น แป้งหมักฟูขึ้น, พองโป่งขึ้นมา เช่น ผมฟู ปุยนุ่นฟู สุนัขขนฟู.
ฟูฟ่อง ก. กระเตื้องขึ้น, ดีขึ้น, เจริญขึ้น, ฟุ้งกระจายไปด้วยความดี,
ฟ่องฟู ก็ว่า.
ฟูเฟื่อง ว. เจริญ, มั่งคั่ง, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู ก็ว่า.
ฟู่ว. เสียงดังเช่นนั้น. น. เรียกเตาที่ใช้สูบลมพ่นน้ำมันให้ขึ้นไปถูก
ไฟลุกเป็นเปลวว่า เตาฟู่.
ฟูกน. ที่นอนที่ยัดด้วยนุ่นเป็นต้น มักทำเป็นลูกฟูก.
ฟูดก. อูดขึ้น, ล้นขึ้น. ว. เสียงดังเช่นนั้น.
ฟูดฟาด ว. เสียงอย่างเสียงหายใจแรง ๆ เวลาเหนื่อยมาก ๆ,
ฟืดฟาด ก็ว่า.
ฟูมว. อาบ, โซม, ท่วม, อูม; เฟ้อ, มาก เช่น น้ำลายฟูมปาก.
ฟูมน้ำ ก. ลุยนํ้า.
ฟูมฟัก ก. ทะนุถนอม, ประคับประคอง, เช่น พ่อแม่ฟูมฟักลูก,
ฟักฟูม ก็ว่า.
ฟูมฟาย ก. ทําฟองให้มาก, เล่นฟองนํ้า. ว. อาการที่มีนํ้าตานองหน้า
เช่น ร้องไห้ฟูมฟาย; มากมาย, ล้นเหลือ, สุรุ่ยสุร่าย เช่น ใช้เงินฟูมฟาย
คือ จับจ่ายใช้สอยเกินสมควร.
ฟูมฟายน้ำตา ก. เอามือทั้ง ๒ ข้างเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบหน้าเพราะ
ความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก.
ฟูมเลี้ยง ก. ดูแลรักษา.
เฟ็ดว. แฟบ, หด, สั้น, ถลกขึ้นสูง (ใช้แก่ผ้านุ่ง); เล็ด เช่น
พระพรุณรายเรื่อฟ้า เฟ็ดโพยม. (ทวาทศมาส), ลวงแส้งเฟ็ด
ไพ่อ้อม เอาชัย. (ยวนพ่าย).
เฟ้น ๑ก. คัดเอาแต่ที่ดี, คัดเอาแต่ที่ต้องการ, เลือกเฟ้น ก็ว่า.
เฟ้น ๒ก. บีบนวด, นวดเฟ้น ก็ว่า.
เฟลด์สปาร์น. ชื่อแร่ประกอบหินชนิดหนึ่ง มีหลายสี ส่วนมากมักมีสีขาว
ขุ่นคล้ายฟันม้า, ชาวบ้านมักเรียกกันว่า หินฟันม้า. (อ. feldspar).
เฟ้อก. ฟุ้ง, ฟุ้งซ่าน, เหลิง; อืดขึ้น, พองขึ้น. ว. มากเกินควร, มากเกินไป,
เช่น คะแนนเฟ้อ; เรียกอาการที่ลมในกระเพาะตีขึ้นเพราะอาหารไม่ย่อย
และเป็นพิษว่า ท้องเฟ้อ; เรียกภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียน
ในประเทศมากเกินไป ทำให้ราคาสินค้าแพงและเงินเสื่อมค่า ว่า เงินเฟ้อ.
เฟอร์เมียมน. ธาตุลําดับที่ ๑๐๐ สัญลักษณ์ Fm เป็นธาตุกัมมันตรังสีที่
นักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้น ไม่มีปรากฏในธรรมชาติ. (อ. fermium).
เฟอะว. เลอะ เช่น แผลมีหนองเฟอะ.
เฟอะฟะ ว. เลอะเทอะ เช่น น้ำเหลืองไหลเฟอะฟะ; ไม่เข้าท่า
เช่น แต่งตัวเฟอะฟะ.
เฟะว. เละ, เปื่อยหรือแหลกเหลวจนไม่เป็นรูปเป็นร่าง, เช่น เน่าเฟะ.
เฟะฟะ ว. เละละ.
เฟินน. ชื่อไม้ใบจําพวกผักกูด (Pteridophytes), ใช้ว่า เฟิร์น ก็มี.
(อ. fern).
เฟี้ยมน. ฝาที่ทําเป็นบาน ๆ พับได้. ก. ปิด, กั้น, บัง.
เฟี้ยมเฝ้า ก. เฝ้าโดยก้มหน้า.
เฟี้ยว(ปาก) ว. อาการที่แสดงหรือทำผาดโผนให้เป็นที่สะดุดตาผู้อื่น
เช่น แต่งตัวเฟี้ยว ขับรถเฟี้ยว.
เฟือก. เหลือมาก, มักใช้ประกอบกับคํา เหลือ เป็น เหลือเฟือ.
เฟื่อ(โบ) ก. เกื้อกูล เช่น ช่วยเหนือเฟื่อกู้มัน. (จารึกสยาม).
เฟื้อ ๑ก. เกื้อกูล.
เฟื้อ ๒ดู กกช้าง.
เฟืองน. มะเฟือง; พู, เหลี่ยม, เช่น เฟืองมะยม; ล้อที่มีฟันเพื่อให้
ประสานกับฟันของล้อตัวอื่นเป็นต้น.
เฟื่อง ๑น. เครื่องประดับอย่างหนึ่ง ทำเป็นสายห้อยโยงเป็นช่วง ๆ
มีอุบะห้อยระหว่างเฟื่อง; เรียกโรคที่มีเสมหะกําเริบว่า
เสมหะเฟื่อง.
เฟื่อง ๒ก. เจริญรุ่งเรือง, รุ่งโรจน์, มีชื่อเสียงโด่งดัง, เช่น เขากำลังเฟื่อง
ความคิดเฟื่อง ชื่อเสียงเฟื่อง; คล่องแคล่ว, แม่นยำ, เช่น จบปริญญาเอก
มาใหม่ ๆ ความรู้กำลังเฟื่อง.
เฟื่องฟุ้ง ก. ขจรไป, แพร่หลาย, (ใช้แก่เกียรติคุณ), ฟุ้งเฟื่อง ก็ว่า.
ว. เชี่ยวชาญ, ชํานิชํานาญ, (ใช้แก่สติปัญญา), ฟุ้งเฟื่อง ก็ว่า.
เฟื่องฟู ว. เจริญ, มั่งคั่ง, รุ่งเรือง, เช่น ฐานะกำลังเฟื่องฟู, ฟูเฟื่อง ก็ว่า.
เฟื้อง(โบ) น. มาตราเงินตามวิธีประเพณี ๘ อัฐ เท่ากับ ๑ เฟื้อง,
เขียนตามวิธีโบราณดังนี้ (อักขระพิเศษ) หมายความว่า ๑ เฟื้อง.
เฟื่องฟ้า
เฟือนว. หลง ๆ ลืม ๆ, เลือน.
เฟือยน. ที่ริมนํ้าซึ่งมีหญ้าหรือไม้ขึ้นระกะอยู่.
เฟื้อยว. ลักษณะของสิ่งที่ยาวมาก ในคำว่า ยาวเฟื้อย.
แฟ่ว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงจุดไม้ขีดไฟติด; (ปาก) มาก
ในคำว่า หรูแฟ่.
แฟงน. ชื่อฟักพันธุ์หนึ่ง ผลเล็ก ผิวบางมีขน.
แฟชั่นน. สมัยนิยม, แบบหรือวิธีการที่นิยมกันทั่วไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง.
(อ. fashion).
แฟน(ปาก) น. ผู้นิยมชมชอบ เช่น แฟนเพลง แฟนภาพยนตร์ แฟนมวย,
ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่, คู่รัก, สามีหรือภรรยา.
แฟบว. อาการของสิ่งที่ตามปรกติควรจะโป่งหรือพอง แต่ได้ยุบ
หรือแบนลงไป เช่น ยางรถแฟบ ท้องแฟบ อกแฟบ จมูกแฟบ.
แฟ้มน. ภาชนะชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่หรือหวาย รูปร่างคล้ายฝา
หอยแครงประกบเป็นคู่ ขอบปากตอนบนมีหูสําหรับสอดไม้
คานเพื่อหาบไป ใต้หูมีห่วงและลูกสลักสําหรับขัดปาก ขอบ
ด้านล่างถักพันให้ติดกันอย่างบานพับ ใช้ใส่เสบียงกรัง เช่น
ปลาย่าง เนื้อเค็ม พริกแห้ง, ที่สําหรับเก็บแผ่นกระดาษ มี
ปกหน้าปกหลังทําด้วยกระดาษแข็งเป็นต้น มีหลายชนิด เช่น
ชนิดเจาะข้าง ชนิดมีสปริงสําหรับหนีบกระดาษ ชนิดมีซองสําหรับ
ใส่เอกสาร, กระเป๋าหิ้วสําหรับใส่เอกสาร.
แฟรนเซียม[แฟฺรน–] น. ธาตุลําดับที่ ๘๗ สัญลักษณ์ Fr เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็ง
หลอมละลายที่ ๒๗ ? ซ. เป็นธาตุกัมมันตรังสี. (อ. francium).
แฟลกซ์[แฟฺล็ก] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Linum usitatissimum L. ในวงศ์ Linaceae
ต้นตรง ใบแคบและยาว ดอกสีนํ้าเงิน ใยจากลําต้นใช้ทอเป็นผ้าเรียก
ผ้าลินิน, เมล็ดให้นํ้ามันเรียก นํ้ามันลินสีด, ลินิน ก็เรียก. (อ. flax).
แฟลต[แฟฺล็ด] น. ห้องชุด ตามปรกติประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับแขก
ห้องครัว ห้องนํ้า พร้อมอยู่ในชั้นเดียวกันและรวมอยู่ในตึกหลังใหญ่
สําหรับอยู่อาศัยหรือให้เช่า. (อ. flat).
แฟะว. เละ.
โฟกัส(แสง) น. จุดที่แนวแสงลู่เข้าทั้งหมดไปตัดกัน หรือ จุดที่แนวแสง
ลู่ออกทั้งหมดต่อย้อนหลังไปตัดกัน กรณีแรก เรียกว่า โฟกัสจริง
กรณีหลัง เรียกว่า โฟกัสเสมือน; (คณิต) จุดที่ตรึงอยู่กับที่ซึ่งคู่กับ
เส้นไดเรกตริกซ์ ใช้กําหนดบังคับเซตของจุดชุดหนึ่งให้เรียงกัน
เป็นเส้นโค้งในระบบภาคตัดกรวย. (อ. focus).
ไฟน. ชื่อธาตุอย่างหนึ่งในธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม; ผลจาก
ปฏิกิริยาเคมีซึ่งก่อให้เกิดความร้อน แสงสว่าง และเปลว คือ
กลุ่มแก๊สที่กําลังลุกไหม้ ทําให้ไหม้สิ่งต่าง ๆ ได้; ผ่านการอยู่ไฟมาแล้ว
เช่น สามไฟ คือ อยู่ไฟมาแล้ว ๓ ครั้ง; ไฟฟ้า เช่น ไฟสว่าง,
โดยปริยายหมายถึงความเดือดร้อน เช่น ตอนนี้บ้านเมืองกำลังเป็นไฟ.
ไฟกัลป์ น. ไฟล้างโลกเมื่อสิ้นกัป, ไฟบรรลัยกัลป์ หรือ
ไฟประลัยกัลป์ ก็ว่า.
ไฟกิเลส น. กิเลสที่เปรียบเสมือนไฟเพราะทำให้จิตใจเร่าร้อน
ได้แก่ ราคะโทสะ และโมหะ.
ไฟจุกตูด (ปาก) ว. มีธุระร้อนมาก.
ไฟฉาย น. เครื่องทําความสว่าง ประกอบด้วยอุปกรณ์สําคัญ คือ
จานฉายรูปโค้งสําหรับสะท้อนแสงและหลอดไฟฟ้า ซึ่งบรรจุ
อยู่ในเรือนกรอบกับสิ่งให้พลังงานที่ก่อให้เกิดแสงสว่าง มีหลายชนิด
ชนิดที่ถือติดตัวไปมาได้ มักทําเป็นรูปทรงกระบอก.
ไฟแช็ก น. เครื่องขีดไฟชนิดหนึ่ง เวลาใช้ต้องทําให้จักรโลหะ
ครูดกับถ่านไฟแช็ก เกิดประกายไฟติดไส้ที่ชุ่มด้วยนํ้ามันหรือแก๊ส
ที่บรรจุอยู่ลุกเป็นเปลวไฟขึ้น.
ไฟธาตุ น. ไฟที่โบราณถือว่ามีในร่างกายมนุษย์และสัตว์ สําหรับ
ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและย่อยอาหาร.
ไฟบรรลัยกัลป์, ไฟประลัยกัลป์ น. ไฟกัลป์.
ไฟฟ้า น. พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา
หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตอนหรืออนุภาคอื่นที่มี
สมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน
ใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง
การเคลื่อนที่.
ไฟฟ้ากระแส น. ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเนื่องจากอิเล็กตรอนปรากฏเป็น
อิสระอยู่บนวัตถุ และเคลื่อนที่เป็นกระแส.
ไฟฟ้าสถิต น. ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเนื่องจากอิเล็กตรอนหรือโปรตอน
ปรากฏเป็นอิสระอยู่บนวัตถุ และไม่เคลื่อนที่เป็นกระแส.
ไฟลามทุ่ง น. ชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะลามออกไป.
ไฟสุมขอน น. ไฟที่คุกรุ่นอยู่ในขอนไม้ขนาดใหญ่ ดับยาก,
โดยปริยายหมายถึงอารมณ์รัก โกรธ หรือแค้นเป็นต้นที่ร้อนรุ่ม
อยู่ในใจ.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒