ศาฐยะ[สาถะ] น. สาไถย, ความคดโกง. (ส.; ป. สาเถยฺย).
ศาณ ๑น. หินลับมีด, หินเจียระไน. (ส.).
ศาณ ๒น. ผ้าป่าน. ว. ทําด้วยป่านหรือปอ. (ส.; ป. สาณ).
ศาตว. ลับแล้ว, คม, แหลม; แบบบาง. (ส.).
ศานต, ศานต์[สานตะ, สาน] ว. สงบ. (ส.; ป. สนฺต).
ศานตรส น. รสของคําประพันธ์ที่แสดงถึงความสงบจิต. (ส.).
ศานติน. ความสงบ, ความระงับ. (ส.; ป. สนฺติ).
ศานติโหม น. การบูชาไฟเพื่อกําจัดเสนียดจัญไร. (ส.).
ศานติก[สานติกะ] ว. ที่กําจัดเสนียดจัญไร. (ส.).
ศาป, ศาป[สาบ, สาปะ] (แบบ) น. คําแช่ง, การด่า. (ส.; ป. สาป).
ศาปมุกติ์ [สาปะมุก] น. การพ้นจากผลคําแช่ง. (ส.).
ศาปานต์ ว. พ้นสาป. (ส.).
ศาปานต์ดู ศาป, ศาป.
ศาพระ[สาพะระ] ว. โหดร้าย, พยาบาท. (ส.).
ศารท[สาด] ว. เกี่ยวกับหรือเกิดในฤดูใบไม้ร่วง; เทศกาลทําบุญสิ้น
เดือน ๑๐. (ส.; ป. สารท).
ศารทวิษุวัต [สาระทะ] (ดารา) น. จุดราตรีเสมอภาคที่เมื่อ
ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงในราววันที่ ๒๔ กันยายน (autumnal
equinox), คู่กับ วสันตวิษุวัต.
ศารทูล[สาระ] น. เสือโคร่ง. (ส. ศารฺทูล; ป. สทฺทูล).
ศาริกาน. นกจําพวกนกเอี้ยง. (ส.; ป. สาลิกา).
ศาล[สาน] น. (กฎ) องค์กรที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดย
ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธย
พระมหากษัตริย์ ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง
และศาลทหาร; ที่ชำระความ เช่น ศาลแพ่ง ศาลอาญา; ที่สิงสถิต
ของเทวดา เทพารักษ์ หรือเจ้าผี เป็นต้น เช่น ศาลเทพารักษ์ศาลเจ้า
ศาลเจ้าแม่ทับทิม.
ศาลกงสุล (เลิก) น. ศาลของประเทศที่มีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต
ที่ตั้งขึ้นในอีกประเทศหนึ่ง เพื่อให้กงสุลเป็นผู้พิจารณาคดีคนใน
บังคับของตน.
ศาลแขวง (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา
พิพากษาคดีและมีอํานาจไต่สวนหรือมีคําสั่งใด ๆ ซึ่งผู้
พิพากษาคนเดียวมีอํานาจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่
ระบุไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม.
ศาลคดีเด็กและเยาวชน (กฎ; เลิก) ดู ศาลเยาวชนและครอบครัว.
ศาลจังหวัด (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นที่ตั้งประจําในแต่ละ
จังหวัดหรือในบางอําเภอ มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง
และคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น
ในเขตอํานาจศาลตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดนั้น
ได้กําหนดไว้.
ศาลชั้นต้น (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา
พิพากษาคดีในชั้นต้นทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีตามที่
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ได้แก่ ศาลแขวง
ศาลจังหวัด ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี
ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี และศาล
ยุติธรรมอื่น เช่น ศาลภาษีอากรกลาง.
ศาลฎีกา (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดซึ่งมีอํานาจพิจารณา
พิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล
อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค และคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษา
หรือคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์หรือฎีกา และคดีที่กฎหมาย
อื่นบัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมทั้งมี
อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดหรือสั่งคำร้องคำขอที่ยื่นต่อศาลฎีกาตาม
กฎหมาย.
ศาลเตี้ย (ปาก) น. เรียกการที่คนหรือกลุ่มคนที่ไม่มีอำนาจ
ดำเนินคดีตามกฎหมายจับกุมคนมาชำระตัดสินความโดย
พลการว่า ตั้งศาลเตี้ย.
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (กฎ) น. ศาล
ยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่กฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาล
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เช่น คดีอาญาและ
คดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และคดีแพ่ง
เกี่ยวกับข้อพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือสัญญา
อนุญาตให้ใช้สิทธิ คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า
หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศหรือการให้บริการระหว่าง
ประเทศการขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรม
อื่นที่เกี่ยวเนื่อง คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่เกี่ยวกับข้อพิพาทในการ
ออกแบบวงจร รวมการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้า
ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า ความลับ
ทางการค้าและการคุ้มครองพันธุ์พืช.
ศาลทหาร (กฎ) น. ศาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีอํานาจ
พิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทําผิดต่อกฎหมายทหาร
หรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทําผิดเป็นบุคคลที่
อยู่ในอํานาจศาลทหารในขณะกระทําผิด และมีอํานาจสั่งลงโทษ
บุคคลใด ๆ ที่กระทําผิดฐานละเมิดอํานาจศาลตามที่บัญญัติไว้ใน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.
ศาลปกครอง (กฎ) น. ศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง
ตามที่กฎหมายบัญญัติอันได้แก่ คดีพิพาทที่เกิดจากการกระทำทาง
ปกครองไม่ว่าจะเป็นคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือ
เจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐบาล
กับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐบาลด้วยกัน.
ศาลโปริสภา [สานโปริดสะพา] (กฎ; เลิก) น. ศาลชั้นต้นที่
จัดตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ แทนศาลกองตระเวนเมื่อ ร.ศ. ๑๑๒
มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีทํานองเดียวกับศาลแขวงปัจจุบัน.
ศาลพระภูมิ น. ที่สถิตของเทพารักษ์ประจำพื้นที่และสถานที่
ทำด้วยไม้เป็นเรือนหลังคาทรงไทยตั้งอยู่บนเสาเดียว ปัจจุบัน
ทำด้วยปูนเป็นรูปปราสาทก็มี.
ศาลเพียงตา น. ศาลเทพารักษ์ที่ทําขึ้นชั่วคราว มีระดับเสมอ
นัยน์ตา เพื่อความเคารพและสวัสดิมงคลเป็นต้น.
ศาลแพ่ง (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณาพิพากษา
คดีแพ่งทั้งปวงและคดีอื่นใดที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น.
ศาลภาษีอากร (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ
มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่กฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจ
ของศาลภาษีอากร เช่น คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานหรือ
คณะกรรมการตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร.
ศาลยุติธรรม (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง
เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของ
ศาลอื่น ศาลยุติธรรมมี ๓ ชั้น คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และ
ศาลฎีกา, เดิมเรียกว่า ศาลสถิตยุติธรรม.
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (กฎ) น. องค์กรใหญ่ฝ่ายตุลาการ
ขององค์การสหประชาชาติ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. ๑๙๔๖)
ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ สืบต่อจากศาลประจำยุติธรรม
ระหว่างประเทศของสันนิบาตชาติ (Permanent Court of
International Justice) ตามบทบัญญัติต่อท้ายกฎบัตรองค์การ
สหประชาชาติ มีอำนาจจำกัดเฉพาะการพิจารณาตัดสินคดีแพ่ง
ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ
ด้วยกัน ซึ่งประเทศคู่กรณียินยอมให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน
เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกรณีพิพาท
ต่าง ๆ ทางกฎหมายและสนธิสัญญาตามที่สมัชชาใหญ่คณะมนตรี
ความมั่นคง หรือองค์การชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ
ร้องขอ, เรียกย่อว่า ศาลโลก. (อ. International Court of Justice).
ศาลเยาวชนและครอบครัว (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมี
อํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งในคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็ก
หรือเยาวชนกระทําความผิด หรือคดีอาญาที่ศาลซึ่งมีอํานาจ
พิจารณาคดีธรรมดาได้โอนมาตามกฎหมาย หรือคดีครอบครัว
อันได้แก่คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือกระทําการใด ๆ
ในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัวแล้วแต่กรณี ซึ่งจะต้อง
บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือคดีที่ศาลจะ
ต้องพิพากษาหรือสั่งเกี่ยวกับตัวเด็กและเยาวชนตามบทบัญญัติ
ของกฎหมายซึ่งบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่ของศาลเยาวชน
และครอบครัว ได้แก่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชน
และครอบครัวจังหวัด หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวใน
ศาลจังหวัดซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชน
และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว.
ศาลรัฐธรรมนูญ (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหา
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น การพิจารณาวินิจฉัย
ว่าบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อ
รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอรรถคดี
ทั่วไป.
ศาลแรงงาน (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ
มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีที่กฎหมายบัญญัติให้
อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน เช่น คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือ
หน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพ
การจ้าง หรือคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย
ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
หรือคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างสืบเนื่อง
จากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้าง
แรงงาน.
ศาลล้มละลาย (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ
มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายที่มิใช่
คดีอาญา เช่น คดีที่เจ้าหนี้ไม่มีประกันหรือเจ้าหนี้มีประกันฟ้อง
ลูกหนี้ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวให้ล้มละลายนอกจากนั้นยังรวมถึง
คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีดังกล่าวด้วย ได้แก่ คดีแพ่งธรรมดาที่
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือผู้บริหารแผนของลูกหนี้พิพาท
กับบุคคลใด ๆ อันมีมูลจากสัญญาหรือละเมิดอันเนื่องมาจาก
การจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้.
ศาลโลก (ปาก) น. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ.
ศาลสถิตยุติธรรม (กฎ; โบ) น. เป็นคำรวมที่ใช้เรียกศาลยุติธรรม
ทั้งปวง.
ศาลสูง (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์
และฎีกา.
ศาลสูงสุด (กฎ) น. ศาลที่อยู่ในลำดับสูงสุดเหนือศาลทั้งหลาย
ในสายเดียวกัน คดีที่ศาลสูงสุดพิจารณาพิพากษาแล้วถือว่าถึงที่สุด.
ศาลอาญา (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา
พิพากษาคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น
รวมทั้งคดีอื่นใดที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลที่มี
อำนาจพิจารณาคดีอาญาแล้วแต่กรณี.
ศาลอาญาศึก (กฎ) น. ศาลที่ตั้งขึ้นเมื่อหน่วยทหารหรือเรือรบ
อยู่ในยุทธบริเวณ เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีอาญาทั้งปวงซึ่งการ
กระทำผิดเกิดขึ้นในเขตอำนาจได้ทุกบทกฎหมายและไม่จำกัด
ตัวบุคคล.
ศาลอุทธรณ์ (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นสูงถัดจากศาลฎีกาลงมา
ได้แก่ ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค มีอํานาจพิจารณาพิพากษา
บรรดาคดีที่อุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลชั้นต้นตามบท
บัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์และว่าด้วยเขตอํานาจศาล
และมีอำนาจพิพากษายืนตาม แก้ไข กลับ หรือยกคำพิพากษาของ
ศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
เมื่อคดีนั้นได้ส่งขึ้นมายังศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค วินิจฉัย
ชี้ขาดคำร้องคำขอที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคตาม
กฎหมาย และวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค
มีอํานาจวินิจฉัยได้ตามกฎหมายอื่นด้วย.
ศาลอุทธรณ์ภาค (กฎ) ดู ศาลอุทธรณ์.
ศาลาน. อาคารทรงไทย ปล่อยโถง ไม่กั้นฝา ใช้เป็นที่พักหรือเพื่อ
ประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาวัด ศาลาที่พัก
ศาลาท่านํ้า, โดยปริยายหมายถึงอาคารหรือสถานที่บางแห่ง
ใช้เพื่อประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาพักร้อน
ศาลาสวดศพ. (ส.; ป. สาลา).
ศาลากลาง น. อาคารที่ใช้เป็นที่ทำการของจังหวัด เช่น
ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา.
ศาลากลางย่าน น. อาคารทรงไทย คล้ายศาลาการเปรียญ นิยม
สร้างไว้กลางหมู่บ้าน สำหรับให้คนในหมู่บ้านมาประชุม ทำบุญ
หรือฟังธรรม เช่น ศาลากลางย่านที่ตำบลบ้านบุ, ศาลาโรงธรรม
ก็เรียก.
ศาลาการเปรียญ น. ศาลาวัดสำหรับพระสงฆ์แสดงธรรม.
ศาลาฉทาน [ฉ้อทาน] น. สถานที่แจกจ่ายอาหารแก่คนทั่วไป
เป็นการกุศล, ฉทานศาลา ก็เรียก.
ศาลาดิน น. ศาลาที่ใช้พื้นดินเป็นพื้นหรือพื้นติดดิน ใช้ประกอบ
ศาสนกิจเป็นต้น เช่น ศาลาดินที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม.
ศาลาตักบาตร, ศาลาบาตร น. ศาลาที่ลักษณะเป็นโรงยาว มีฐาน
สำหรับตั้งบาตรได้หลายลูก มักปลูกไว้ในย่านกลางหมู่บ้านที่อยู่
ไกลวัด ในเวลาเทศกาลที่นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ ก็จะ
ตั้งบาตรเรียงไว้ที่ศาลานั้นเพื่อให้ประชาชนได้ตักบาตร.
ศาลาประชาคม น. สถานที่หรืออาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่
ประชุมประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในชุมชนนั้น ๆ.
ศาลายก น. ศาลาที่ยกพื้นสูงใช้ประกอบศาสนกิจเป็นต้น เช่น
ศาลายกที่หน้าวัดสุทัศนเทพวราราม.
ศาลาราย น. ศาลาที่สร้างเป็นหลัง ๆ เรียงเป็นแนวรอบโบสถ์
หรือวิหาร เช่น ศาลารายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม.
ศาลาโรงธรรม น. ศาลากลางย่าน.
ศาลาลงสรง [สง] น. ศาลาที่สร้างขึ้นชั่วคราวสำหรับใช้ใน
พระราชพิธีโสกันต์หรือพระราชพิธีเกศากันต์และพระราชพิธี
ลงท่า.
ศาลาลูกขุน (โบ) น. ที่ทำการของลูกขุน.
ศาลาวัด น. อาคารที่ปลูกไว้ในวัดสำหรับทำบุญและศึกษา
เล่าเรียนเป็นต้น.
ศาลาสรง [สง] (ถิ่นพายัพ, อีสาน) น. ศาลาขนาดย่อมมุงหลังคา
และมีฝากั้นมิดชิด ใช้เป็นที่สรงนํ้าพระสงฆ์ที่เคารพนับถือ ปฏิบัติ
กันในเทศกาลสงกรานต์โดยทํารางนํ้ารูปนาคพาดเข้าไปในศาลา
เวลาสรงนํ้าพระให้เทนํ้าลงบนรางนั้น.
ศาศวัต[สาดสะ] ว. ยั่งยืน. (ส. ศาศฺวต; ป. สสฺสต).
ศาสก[สาสก] น. ครู, ผู้สอน, ผู้ชี้แจง, ผู้ปกครอง. (ส.).
ศาสดา[สาดสะดา] น. ผู้ตั้งลัทธิศาสนา เช่น ศาสดาทั้ง ๖, คำเรียก
พระพุทธเจ้าว่า พระบรมศาสดา. (ส. ศาสฺตา; ป. สตฺถา).
ศาสตร, ศาสตร์[สาดตฺระ, สาดสะตฺระ, สาด] น. ระบบวิชาความรู้, มักใช้
ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์
มนุษยศาสตร์. (ส.).
ศาสตราจารย์ [สาดตฺรา, สาดสะตฺรา] น. ตําแหน่งทางวิชาการ
ชั้นสูงสุดของสถาบันระดับอุดมศึกษา.
ศาสตรา[สาดตฺรา] น. ศัสตรา.
ศาสตราจารย์ดู ศาสตร, ศาสตร์.
ศาสน, ศาสนา[สาสะนะ, สาดสะนะ, สาดสะหฺนา] น. ลัทธิความเชื่อถือ
ของมนุษย์อันมีหลัก คือแสดงกําเนิดและความสิ้นสุดของโลก
เป็นต้น อันเป็นไปในฝ่ายปรมัตถ์ประการหนึ่ง แสดงหลักธรรม
เกี่ยวกับบุญบาปอันเป็นไปในฝ่ายศีลธรรมประการหนึ่ง พร้อม
ทั้งลัทธิพิธีที่กระทําตามความเห็นหรือตามคําสั่งสอนในความ
เชื่อถือนั้น ๆ. (ส. ศาสน ว่า คําสอน, ข้อบังคับ; ป. สาสน).
ศาสนกิจ น. งานทางศาสนาที่ภิกษุสามเณรเป็นต้นปฏิบัติ เช่น
การทำวัตรสวดมนต์และการเผยแผ่ศาสนาเป็นศาสนกิจของสงฆ์.
ศาสนจักร [สาสะนะจัก, สาดสะนะจัก] น. อํานาจปกครองทาง
ศาสนา เช่น ไตรภูมิโลกวินิจฉัยเป็นวรรณกรรมฝ่ายศาสนจักร,
ถ้าเป็นฝ่ายพระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธจักร, ถ้าเป็นฝ่าย
คริสต์ศาสนา เรียกว่า คริสตจักร, คู่กับ อาณาจักร ซึ่งหมายความ
ว่า อํานาจปกครองทางบ้านเมือง.
ศาสนธรรม น. คำสั่งสอนในศาสนา เช่น ศาสนิกชนควรปฏิบัติ
ตามศาสนธรรมในศาสนาของตน.
ศาสนบุคคล น. นักบวชในศาสนา เช่น ภิกษุสามเณรเป็น
ศาสนบุคคลของพระพุทธศาสนา.
ศาสนพิธี น. พิธีกรรมทางศาสนา เช่น พิธีทอดกฐิน พิธี
อุปสมบท เป็นศาสนพิธีของพระพุทธศาสนา.
ศาสนวัตถุ น. วัตถุที่เกี่ยวเนื่องทางศาสนา มักเป็นสิ่งที่เคารพบูชา
เช่น พระพุทธรูปเป็นศาสนวัตถุในพระพุทธศาสนา.
ศาสนศาสตร์ น. วิชาว่าด้วยศาสนาต่าง ๆ.
ศาสนสถาน น. สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น โบสถ์
วิหาร สถูป เจดีย์ เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา มัสยิดเป็น
ศาสนสถานทางศาสนาอิสลาม.
ศาสนสมบัติ น. ทรัพย์สินของพระศาสนาทั้งที่เป็นสังหา
ริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ มี ๒ อย่าง คือ ศาสนสมบัติกลาง
และศาสนสมบัติของวัด.
ศาสนสมบัติกลาง น. ทรัพย์สินของพระศาสนาโดยส่วนรวม
ส่วนใหญ่ได้แก่ ที่ดิน อาคาร และดอกผลที่เกิดขึ้นจากที่ดินและ
อาคารนั้น ๆ รวมทั้งที่ดินวัดร้างทั่วประเทศที่ทางการได้ประกาศ
ยุบเลิกวัดแล้ว.
ศาสนสมบัติของวัด น. ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่งรวมทั้ง
ปูชนียสถานที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด เช่น พระปฐมเจดีย์เป็น
ศาสนสมบัติของวัดพระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนมเป็นศาสนสมบัติ
ของวัดธาตุพนม พระธาตุดอยสุเทพเป็นศาสนสมบัติของวัด
พระธาตุดอยสุเทพ.
ศาสนิกชน น. บุคคลที่นับถือศาสนา เช่น ศาสนิกชนของ
พระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธศาสนิกชน ศาสนิกชนของ
คริสต์ศาสนา เรียกว่า คริสต์ศาสนิกชน.
ศาสนูปถัมภก [สาสะนูปะถําพก, สาดสะนูปะถําพก] น. ผู้
ทะนุบํารุงศาสนา, ถ้าใช้แก่พระมหากษัตริย์ เรียกว่า องค์
เอกอัครศาสนูปถัมภก. (ส. ศาสนูปสฺตมฺภก; ป. สาสนูปตฺถมฺภก).
ศาสน์(โบ) น. คําสั่ง, คําสั่งสอน, โดยปริยายหมายถึง พระราชหัตถเลขา
ทางราชการและลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เช่น พระราชศาสน์
สมณศาสน์. (ส.; ป. สาสน).
ศาสนิกชนดู ศาสน, ศาสนา.
ศาสนีย, ศาสนีย์[สาสะนียะ, สาสะนี] ว. สมควรจะสั่งสอน. (ส.).
ศาสนูปถัมภกดู ศาสน, ศาสนา.
ศิกษก, ศิกษกะ[สิกสก, สิกสะกะ] น. ผู้เล่าเรียน; ครู, ผู้สอน; ผู้รู้. (ส.).
ศิการก. หาเนื้อหาปลา. (บ.).
ศิขร[ขอน] น. ยอด, ยอดเขา, ภูเขา, ใช้ว่า ศิงขร หรือ ศีขร ก็มี. (ส.).
ศิขริน, ศิขรี [สิขะ] น. ภูเขา. ว. มียอด, ใช้ว่า ศิงขริน หรือ
ศิงขรี ก็มี. (ส. ศิขรินฺ).
ศิขริน, ศิขรีดู ศิขร.
ศิขัณฑ์น. จุกหรือแกละ; หงอน. (ส.).
ศิขาน. จุก; หงอน; เปลวไฟ. (ส.; ป. สิข).
ศิคาลน. หมาจิ้งจอก. (ส. ศฺฤคาล; ป. สิงฺคาล).
ศิงขรน. ศิขร, ภูเขา. (ส. ศิขร).
ศิงขริน, ศิงขรีน. ศิขริน, ภูเขา. ว. มียอด.
ศิตะว. คม. (ส.).
ศิถีน. พวงดอกไม้, พวงมาลัย. (บ.).
ศิพิระน. ค่ายทหาร. (ส. ศิวิร ว่า ปะรํา, ค่าย).
ศิร, ศิระ[สิระ] น. หัว, ยอด, ด้านหน้า. (ส. ศิรสฺ; ป. สิร).
ศิรประภา น. รัศมีที่พวยพุ่งขึ้นจากศีรษะของผู้ศักดิ์สิทธิ์และ
พระพุทธรูป. (ส.; ป. สิรปภา).
ศิราภรณ์ (ราชา) น. เครื่องประดับศีรษะ เช่น พระมาลา มงกุฎ
กรอบหน้า ผ้าโพกหัว.
ศิโรรัตน์ น. เพชรประดับหัว. (ส.).
ศิโรเวฐน์ น. ผ้าโพก. (ส. ศิโรเวษฺฏ, ศิโรเวษฺฏน; ป. สิโรเว?น).
ศิราน. นํ้า, ลําธาร, คลอง, ท่อ. (เขียน สิลา ก็มี).
ศิราภรณ์ดู ศิร, ศิระ.
ศิรามพุชน. หัว. (เทียบ ส. ศิร = หัว + อมฺพุช = บัว, รวมความ = หัว
ต่างดอกบัว).
ศิโรรัตน์ดู ศิร, ศิระ.
ศิโรราบก. กราบกราน, ยอมอ่อนน้อม.
ศิโรเวฐน์ดู ศิร, ศิระ.
ศิลป, ศิลป์ ๑, ศิลปะ[สินละปะ, สิน, สินละปะ] น. ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การทำให้
วิจิตรพิศดาร, เช่น เขาทำดอกไม้ประดิดประดอยอย่างมีศิลปะ
ผู้หญิงสมัยนี้มีศิลปะในการแต่งตัว รูปสลักวีนัสเป็นรูปศิลป์;
การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่าง ๆ
อย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะ
การวาดภาพ ศิลปะการละคร วิจิตรศิลป์. (ส. ศิลฺป; ป. สิปฺป ว่า
มีฝีมืออย่างยอดเยี่ยม).
ศิลปกร, ศิลปการ ๑ น. นายช่างฝีมือ. (ส.).
ศิลปกรรม น. สิ่งที่เป็นศิลปะ, สิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นศิลปะ,
เช่น งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรมจัดเป็นศิลปกรรม.
ศิลปการ ๒, ศิลปกิจ น. การช่างฝีมือ.
ศิลปธาตุ น. สิ่งที่เป็นส่วนประกอบร่วมในการสร้างสรรค์งาน
ศิลปะ โดยเฉพาะงานประเภททัศนศิลป์ ได้แก่ เส้น สี ผิว เป็นต้น.
ศิลปลักษณะ น. คุณสมบัติของงานศิลปกรรมที่ปรากฏให้เห็นได้
จากรูปวัตถุที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างมีระเบียบ มีความกลมกลืน
และความเรียบง่าย.
ศิลปวัตถุ น. วัตถุอันเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ที่
ประกอบด้วยศิลปลักษณะ เช่น ภาพเขียน รูปปั้น เครื่องลายคราม
เครื่องถม; (กฎ) น. สิ่งที่ทำด้วยฝีมืออย่างประณีตและมีคุณค่าสูง
ในทางศิลปะ.
ศิลปวิทยา น. ศิลปะและวิชาการ.
ศิลปศาสตร์ น. วิชาต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่วิชาทางเทคนิค หรือทาง
อาชีพ เช่น ภาษาศาสตร์ ปรัชญา ประวัติศาสตร์; ตำราว่าด้วย
วิชาความรู้ต่าง ๆ ในสมัยก่อนพุทธกาล มี ๑๘ ประการ ได้แก่
เ๑. สูติ วิชาฟังสียงคนเสียงสัตว์รู้ว่าดีหรือร้าย ๒. สัมมติ วิชา
เข้าใจในกฎธรรมเนียม ๓. สังขยา วิชาคำนวณ ๔. โยคยันตร์
วิชาการช่าง ๕. นีติ วิชาแบบแผนราชการ ๖. วิเสสิกา วิชาการค้า
๗. คันธัพพา วิชานาฏศิลป์ ๘. คณิกาวิชากายบริหาร ๙.ธนุพเพธา
วิชายิงธนู ๑๐. ปุราณา วิชาโบราณคดี ๑๑. ติกิจฉา วิชาการแพทย์
๑๒. อิติหาสา วิชาตำนานหรือประวัติศาสตร์ ๑๓. โชติ วิชา
ดาราศาสตร์ ๑๔. มายา วิชาตำราพิชัยสงคราม ๑๕. ฉันทสา
วิชาการประพันธ์ ๑๖. เกตุ วิชาพูด ๑๗. มันตา วิชาร่ายมนตร์
๑๘. สัททา วิชาไวยากรณ์.
ศิลปศึกษา น. วิชาว่าด้วยการเรียนการสอนศิลปะ เช่น ทฤษฎีศิลป์
ประวัติศาสตร์ศิลป์.
ศิลปหัตถกรรม น. ศิลปวัตถุที่เป็นผลงานประเภทศิลปะประยุกต์
มีจุดประสงค์และความต้องการในด้านประโยชน์ใช้สอย เช่น
งานโลหะ งานถักทอ งานเย็บปักถักร้อย.
ศิลปะปฏิบัติ น. วิชาว่าด้วยการปฏิบัติทางศิลปะ เช่น วาดเขียน
ปั้นดิน จักสาน เย็บปักถักร้อย.
ศิลปะประยุกต์ น. กรรมวิธีในการนำทฤษฎีและหลักการทาง
ศิลปะไปใช้ในภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาศิลปะให้มีความงามหรือ
เป็นประโยชน์แก่สังคมยิ่งขึ้นเป็นต้นอย่างในการออกแบบ
เครื่องแต่งกาย.
ศิลปะพื้นบ้าน น. ศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น วรรณกรรม
สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม นาฏศิลป์ หัตถกรรม
ที่ชาวบ้านได้สร้างสรรค์ขึ้นจากการเรียนรู้และฝึกปรือในครอบครัว
หรือในหมู่บ้าน เป็นงานสร้างสรรค์ของสังคมชาวบ้าน และได้
พัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องกันมาหลายชั่วคน.
ศิลปะสถาปัตยกรรม น. ศิลปะลักษณะด้านสถาปัตยกรรมที่ปรากฏ
ในอาคารที่ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงาม เช่น
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม.
ศิลปิน, ศิลปี [สินละ] น. ผู้มีความสามารถแสดงออกซึ่งคุณสมบัติ
ทางศิลปะในด้านจิตรกรรมประติมากรรมเป็นต้น และมีผลงานเป็น
ที่ยอมรับนับถือจากสถาบันทางศิลปะแห่งชาติ.
ศิลป์ ๒[สิน] (กลอน) น. ศร เช่น งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามขนงวง
วาดดังคันศิลป์. (อิเหนา), พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทร พิศขนง
ก่งงอนดั่งคันศิลป์. (รามเกียรติ์ ร. ๑).
ศิลปิน, ศิลปีดู ศิลป, ศิลป์ ๑, ศิลปะ.
ศิลาน. หิน. (ส.; ป. สิลา).
ศิลาปากนก น. หินเหล็กไฟที่ใช้ติดกับปลายเครื่องสับของปืน
โบราณบางชนิดเพื่อสับแก๊ปปืนให้เกิดประกายไฟ, หินปากนก
ก็เรียก.
ศิลาฤกษ์ น. แผ่นหินที่จารึกดวงชะตาของสถานที่ที่จะก่อสร้าง
แล้ววางตามฤกษ์.
ศิลาแลง น. หินชนิดหนึ่ง เมื่ออยู่ใต้ดินมีลักษณะอ่อน แต่ถูกลม
แล้วแข็ง มีสีแดงอย่างอิฐเผา และเป็นรูพรุนเหมือนไม้เพรียงกิน,
หินแลง ก็เรียก.
ศิลาอ่อนน. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วยแป้งข้าวเหนียวนวดปนกับแป้ง
ถั่วเขียวเล็กน้อย ผสมน้ำเชื่อมกวนในกะทิข้น ๆ ให้สุก
จนเหนียวตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วซอยเป็นต้น.
ศิว, ศิวะ[สิวะ] น. พระอิศวร; พระนิพพาน. (ส.; ป. สิว).
ศิวโมกข์ น. พระนิพพาน.
ศิวลึงค์ น. รูปนิมิตแทนองค์พระศิวะหรือพระอิศวร ทําเป็นรูป
อวัยวะเพศชาย ถือว่าเป็นวัตถุบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกไศวะ.
ศิวเวท น. มนตร์สรรเสริญพระศิวะหรือพระอิศวร, ไสยศาสตร์.
ศิวาลัยน. ที่ประทับของพระศิวะ; ที่อยู่อันเกษมสุข.
ศิศีระน. ฤดูหนาว; ความหนาว, ความเยือกเย็น. ว. เย็น, หนาว, เย็นเยือก.
(ส. ศิศิร).
ศิศุน. เด็ก, เด็กแดง ๆ, เด็กเล็ก. (ส.).
ศิษฎิ[สิดสะดิ] น. การสอน. (ส. ศิษฺฏิ ว่า การปกครอง, การลงโทษ).
ศิษฏ์ว. ฝึกแล้ว, คงแก่เรียน, อบรมแล้ว, มีปัญญา, มีความรู้. (ส.).
ศิษย, ศิษย์[สิดสะยะ, สิด] น. ผู้ศึกษาวิชาความรู้จากครูหรืออาจารย์, คู่กับ
ครู หรืออาจารย์, ผู้อยู่ในความคุ้มครองดูแลของอาจารย์ เช่น ศิษย์วัด,
โดยปริยายหมายถึงผู้ที่ศึกษาหาความรู้จากตำราของผู้ใดผู้หนึ่งแล้ว
นับถือผู้นั้นเป็นเสมือนครูบาอาจารย์ของตน. (ส.).
ศิษย์ก้นกุฏิ [กุติ] น. ศิษย์คนโปรดที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดอาจารย์ที่กุฏิ
ตลอดเวลาและเป็นผู้ที่อาจารย์ไว้วางใจมาก, โดยปริยายหมายถึง
ศิษย์คนโปรดของครูบาอาจารย์เพราะเคยรับใช้ใกล้ชิดและเป็นที่
ไว้วางใจของครูบาอาจารย์ มักจะเรียนเก่งด้วย.
ศิษย์เก่า น. ผู้ที่เคยศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่ง
เช่น งานชุมนุมศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย.
ศิษย์คิดล้างครู (สำ) น. ศิษย์เนรคุณที่มุ่งคิดจะทำลายล้าง
ครูบาอาจารย์.
ศิษย์นอกครู (สำ) น. ศิษย์ที่ประพฤติไม่ตรงตามคำสั่งสอนของ
ครูบาอาจารย์, โดยปริยายหมายถึงผู้ที่ประพฤติไม่ตรงตามแบบ
ฉบับที่นิยมกันมา.
ศิษย์มีครู (สำ) น. คนเก่งที่มีครูเก่ง.
ศิษย์หัวแก้วหัวแหวน น. ศิษย์ที่ครูบาอาจารย์รักใคร่เอ็นดูมาก.
ศิษย์เอก น. ศิษย์ที่มีความรู้ความสามารถเป็นเลิศเหนือศิษย์ทั้งปวง
หรือเหนือศิษย์แต่ละรุ่น.
ศิษยานุศิษย์ [สิดสะยานุสิด] น. ศิษย์น้อยใหญ่.
ศิษยานุศิษย์ดู ศิษย, ศิษย์.
ศีขร[สีขอน] น. ศิขร.
ศีขริน, ศีขรี [สีขะ] น. ศิขริน, ศิขรี.
ศีขริน, ศีขรีดู ศีขร.
ศีต[สีตะ] ว. หนาว, เย็น, เย็นเยือก. (ส.; ป. สีต).
ศีตกาล น. ฤดูหนาว. (ส.; ป. สีตกาล).
ศีตละ[สีตะละ] ว. หนาว, เย็น, เยือกเย็น. (ส.; ป. สีตล).
ศีรษะ[สีสะ] น. หัว (เป็นคําสุภาพที่ใช้แก่คน). (ส.; ป. สีส).
ศีรษะกระบือ น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์วิศาขา มี ๕ ดวง, ดาวคันฉัตร
หรือ ดาววิสาขะ ก็เรียก.
ศีรษะโค น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์มฤคศิระ มี ๓ ดวง, ดาวหัวเต่า
ดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะเนื้อ ดาวมฤคเศียร ดาวมฤคศิรัส ดาวมิคสิระ
หรือ ดาวอาครหายณี ก็เรียก.
ศีรษะช้าง น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์หัสตะ มี ๕ ดวง, ดาวศอกคู้
ดาวหัสตะ หรือ ดาวหัฏฐะ ก็เรียก.
ศีรษะเนื้อ น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์มฤคศิระ มี ๓ ดวง, ดาวหัวเต่า
ดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะโค ดาวมฤคเศียร ดาวมฤคศิรัส ดาวมิคสิระ
หรือดาวอาครหายณี ก็เรียก.
ศีล[สีน] น. ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กําหนดการปฏิบัติกาย
และวาจา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘, การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย, เป็น
ธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม; (ดู ทศพิธราชธรรม และ ราชธรรม);
พิธีกรรมบางอย่างทางศาสนา เช่น ศีลจุ่ม ศีลมหาสนิท. (ส. ศีล ว่า
ความประพฤติที่ดี; ป. สีล).
ศีลจุ่ม น. ศีลล้างบาป.
ศีลธรรม [สีนทํา, สีนละทํา] น. ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ศีลและ
ธรรม, ธรรมในระดับศีล.
ศีลมหาสนิท น. พิธีดื่มเหล้าองุ่นแดงและกินขนมปังที่เสกแล้ว
ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายแทนเลือดและเนื้อที่พระเยซูทรงเสียสละ
ไถ่บาปให้มนุษย์และมีเลือดเนื้อเดียวกับพระองค์.
ศีลล้างบาป น. พิธีจุ่มหัวหรือตัวลงในนํ้า หรือใช้นํ้าเสกพรมศีรษะ
เพื่อรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน, พิธีจุ่ม ก็เรียก, เดิมเรียกว่า ศีลจุ่ม.
ศีลวัต [สีละวัด] ว. มีศีล, มีความประพฤติดี. (ส.).
ศีลอด [สีน] น. การถือบวชของชาวมุสลิม ไม่ดื่มไม่กินอะไร
เลยตลอดเวลากลางวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก
ในเดือนเราะมะฎอน อันเป็นเดือนที่ ๙ แห่งปีในศาสนาอิสลาม
นับแบบจันทรคติ.
ศึกน. การใช้กําลังเข้าประหัตประหารกันอย่างรุนแรงระหว่างรัฐ
หรือประเทศตั้งแต่ ๒ รัฐ หรือ ๒ ประเทศขึ้นไป เช่น ศึกชายแดน,
การต่อสู้กันระหว่างบุคคลกับบุคคลหรือระหว่างพวกหนึ่งกับอีก
พวกหนึ่ง เช่น ศึกล้างบาง ศึกล้างโคตร, โดยปริยายหมายถึงการเกิด
ขัดแย้งต่อสู้เป็นปฏิปักษ์ขึ้นในใจ เช่น ศึกในอก.
ศึกชิงนาง น. การต่อสู้กันเพื่อให้ได้หญิงมา เช่น ศึกชิงนางระหว่าง
อิเหนากับท้าวกะหมังกุหนิง.
ศึกสงคราม น. สงคราม เช่น ประเทศเพื่อนบ้านเกิดศึกสงคราม.
ศึกเสือเหนือใต้ (สำ) น. สงคราม เช่น ฝึกทหารไว้ให้พร้อมรบ
ยามมีศึกเสือเหนือใต้จะได้ป้องกันบ้านเมือง.
ศึกหน้านาง (สํา) น. การวิวาทหรือต่อสู้กันต่อหน้าหญิงที่ตน
หมายปอง.
ศึกษา
ศุกร, ศุกร์[สุกกฺระ, สุก] น. ชื่อวันที่ ๖ ของสัปดาห์; ชื่อดาวเคราะห์ดวง
ที่ ๒ ในระบบสุริยะ อยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๐๘ ล้านกิโลเมตร
มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒,๑๐๔ กิโลเมตร ไม่มีบริวาร เป็นดาวเคราะห์
ที่มีบรรยากาศหนาทึบด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอของ
กรดกํามะถัน ปรากฏสว่างที่สุดบนฟ้า, ถ้าเห็นทางตะวันตกในเวลา
หัวคํ่า เรียกว่า ดาวประจําเมือง, ถ้าเห็นทางตะวันออกในเวลาใกล้รุ่ง
เรียกว่า ดาวรุ่ง หรือ ดาวประกายพรึก.ว. สว่าง. (ส.).
ศุกรวรรณ [สุกกฺระวัน] ว. มีสีสด. (ส. ศุกฺรวรฺณ).
ศุกรวาร น. วันศุกร์.
ศุกระ(โหร) น. ชื่อยาม ๑ ใน ๘ ยามในเวลากลางวัน. (ดู ยาม).
ศุกล[สุกกะละ] ว. สุกใส, สว่าง; ขาว, บริสุทธิ์. (ส. ศุกฺล, ศุกฺร;
ป. สุกฺก).
ศุกลปักษ์ น. เวลาข้างขึ้น. (ส.).
ศุกลัม[กฺลํา] น. เครื่องขาวแต่งศพ. (ส. ว่า สีขาว).
ศุกะน. นกแก้ว, นกแขกเต้า. (ส.).
ศุโกร[สุกโกฺร] (โหร) น. ชื่อยาม ๑ ใน ๘ ยามในเวลากลางคืน. (ดู ยาม).
ศุจิน. ความบริสุทธิ์, ความสะอาด. (ส.; ป. สุจิ).
ศุจิกรรม น. การรักษาความบริสุทธิ์. (ส.; ป. สุจิกมฺม).
ศุทธะ, ศุทธิ[สุดทะ, สุดทิ] น. ความบริสุทธิ์, ความสะอาด. (ส.; ป. สุทฺธ, สุทฺธิ).
ศุนะ, ศุนัก, ศุนิน. หมา. (ส.; ป. สุนข).
ศุภ[สุบพะ] น. ความงาม, ความดีงาม, ความเจริญ. (ส.; ป. สุภ).
ศุภกร ว. ที่ทําความเจริญ, ที่เป็นมงคล. (ส.).
ศุภเคราะห์ น. คราวมงคล, คราวดี, ทางโหราศาสตร์หมายเอา
ดาวพระเคราะห์ที่ให้คุณคือ จันทร์ พุธ พฤหัสบดี ศุกร์. (ส.).
ศุภนิมิต น. นิมิตดี, ลางดี.
ศุภมัสดุ [มัดสะดุ] น. ขอความดีความงามจงมี, เป็นคําใช้ขึ้นต้น
ลงท้ายในประกาศที่เป็นแบบหรือข้อความที่สําคัญ เช่น ประกาศ
พระบรมราชโองการ.
ศุภมาตรา น. ตําแหน่งข้าราชการหัวเมืองตําแหน่งหนึ่ง ในปัจจุบัน
หมายถึงผู้ช่วยสรรพากรจังหวัด.
ศุภมาส น. วันคืนเดือนปี. (ส. ศุภมาส ว่า เดือนดีงาม).
ศุภอักษร น. สาส์นของเจ้าประเทศราช.
ศุภางค์ ว. มีรูปงาม. (ส.).
ศุภร[สุบพฺระ] ว. ส่องแสง, สว่าง; งาม, สดใส; ขาว, ผ่อง; บริสุทธิ์
ไม่มีตําหนิ เช่น ศุภรทนต์ คือฟันงาม. (ส. ศุภฺร).
ศุภางค์ดู ศุภ.
ศุลก[สุนละกะ] ว. เนื่องด้วยการเก็บอากรจากสินค้าขาเข้าและขาออก.
(ส. ศุลฺก; ป. สุงฺก).
ศุลกากร [สุนละกากอน] (กฎ) น. อากรที่เรียกเก็บจากสินค้าเข้า
และสินค้าออก ได้แก่ อากรขาเข้าและอากรขาออก.
ศุลการักษ์ [สุนละการัก] น. เจ้าหน้าที่รักษาศุลกากร.
ศุลกากรดู ศุลก.
ศุลการักษ์ดู ศุลก.
ศุลีน. พระอิศวร, ศูลิน ก็เรียก. (ส.).
ศุษิระ, ศุษิร[สุสิน] น. เครื่องดนตรีที่ใช้เป่ามีขลุ่ย ปี่ เป็นต้น, เขียนเป็น สุษิร
ก็มี. (ส. ศุษิร, สุษิร).
ศูกร[กอน] น. หมู. (ส.; ป. สูกร).
ศูทร[สูด] น. วรรณะที่ ๔ ของสังคมฮินดู. (ส.; ป. สุทฺท).
ศูนย, ศูนย์[สูนยะ, สูน] ว. ว่างเปล่า. ก. หายสิ้นไป. น. ตัวเลข ๐; จุดกลาง,
ใจกลาง, แหล่งกลาง, แหล่งรวม, เช่น ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์หนังสือ
ศูนย์รวมข่าว. (ส. ศูนฺย; ป. สุญฺ?).
ศูนย์กลาง น. แหล่งกลาง เช่น กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลาง
การค้าขาย, ศูนย์ ก็ว่า.
ศูนย์การค้า น. แหล่งรวมสินค้าเพื่อจำหน่าย มีร้านขายสินค้า
นานาชนิด มีสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ผู้มาซื้อสินค้า
เช่น ที่จอดรถ ร้านอาหาร.
ศูนย์ชุมชน น. หน่วยงานถาวรที่เป็นศูนย์กลางในการวางแผน
ปฏิบัติงานและประสานงานบริการของหน่วยราชการและ
องค์การต่าง ๆ โดยประชาชนในท้องถิ่นนั้นจะเลือกคณะ
กรรมการขึ้นทําหน้าที่กําหนดนโยบายและบริหารงาน.
ศูนย์ถ่วง น. จุดซึ่งถือว่าแนวน้ำหนักของวัตถุผ่านลงที่จุดนั้น
เช่น ตุ๊กตาล้มลุกมีศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำ.
ศูนย์บริการสาธารณสุข น. สถานีอนามัยในเขตเมือง ได้แก่
เขตเทศบาล สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร และที่ตั้งเป็นเมืองพิเศษ.
ศูนย์พ่าห์ (โหร) น. พระเคราะห์ที่นําหน้าลัคนา อยู่ในราศี ๒.
ศูนยภาพ น. ความไม่มีอะไร, ความว่างเปล่า. (ส. ศูนฺยภาว).
ศูนย์เยาวชน น. สถานที่ซึ่งจัดไว้ให้เยาวชนไปประกอบกิจกรรม
ต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น ศูนย์เยาวชน
ไทยญี่ปุ่น ดินแดง.
ศูนยวาท น. ปรัชญาฝ่ายมหายานที่ถือว่า (๑) โลกเป็นศูนยะ คือ
ไม่ใช่สิ่งจริงแท้ถาวร (๒) นิพพานก็เป็นศูนยะ คือ ไม่มีวาทะ
หรือลัทธิใด ๆ สามารถบรรยายได้ถูกต้องครบถ้วน, มาธยมิกะ
ก็เรียก. (ส.).
ศูนย์สัมบูรณ์ น. อุณหภูมิที่ตํ่าสุดตามทฤษฎี คือ อุณหภูมิศูนย์
องศาเคลวิน (๐?K) หรือ ๒๗๓.๑๕?ซ. หรือ ๕๙.๖๗?ฟ.
ศูนย์สูตร น. ชื่อเส้นสมมุติที่ลากรอบโลก แบ่งโลกออกเป็น
๒ ซีก คือ ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ จุดทุกจุดบนเส้นศูนย์สูตร
อยู่ห่างจากขั้วโลกทั้ง ๒ เท่ากัน.
ศูนย์ไส้ (โบ) น. จุดศูนย์กลาง เช่น คนมีศูนย์ไส้อยู่ที่สะดือ.
ศูนย์หน้า น. ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งกลางของแถวหน้าในการเล่น
ฟุตบอลทำหน้าที่ยิงประตูเป็นสำคัญ บางครั้งอาจลงมาช่วย
เซนเตอร์ฮาล์ฟซึ่งอยู่ในตำแหน่งกลางของแถวกลางและพาลูก
ขึ้นไปในแดนฝ่ายตรงข้ามด้วย.
ศูละน. หลาว, เหล็กแหลม. (ส.; ป. สูล).
ศูลินน. พระอิศวร, ศุลี ก็เรียก. (ส.).
เศรณี[เสนี] น. แถว, แนว; หมวด, หมู่, พวก. (ส.).
เศรษฐ, เศรษฐ์[เสดถะ, เสด] ว. ดีเลิศ, ดีที่สุด, ยอดเยี่ยม, ประเสริฐ.
(ส. เศฺรษฺ?; ป. เสฏฺ?).
เศรษฐกิจ [เสดถะกิด] น. งานอันเกี่ยวกับการผลิต การจําหน่าย
จ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชน. (ส. เศฺรษฺ?
+ กิจฺจ).
เศรษฐศาสตร์ [เสดถะสาด] น. วิชาว่าด้วยการผลิต การจําหน่าย
จ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชนมี ๒ สาขา
คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ภาคที่ศึกษาปัญหา
เศรษฐกิจส่วนเอกชน หรือ ปัญหาการหาตลาดเป็นต้น และ
เศรษฐศาสตร์มหัพภาค ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ภาคที่ศึกษาปัญหา
เศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวม เช่น ปัญหาเรื่องรายได้ของ
ประชาชาติ การออมทรัพย์ของประชากร ปัญหาการลงทุน.
เศรษฐี[เสดถี] น. คนมั่งมี; ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์ธนิษฐา มี ๔ ดวง,
ดาวไซ ดาวศรวิษฐา หรือ ดาวธนิษฐะ ก็เรียก. (ส. ว่า ประมุข
พ่อค้า; ป. เสฏฺ??).
เศร้า[เส้า] ก. สลด, ระทด, หมอง, ไม่เบิกบาน, เป็นทุกข์, เหี่ยวแห้ง,
เช่น หน้าเศร้า ใจเศร้า ตามีแววเศร้า เรื่องเศร้า.
เศร้าใจ ว. มีความรู้สึกสลดหดหู่ใจ เช่น เห็นป่าถูกบุกรุกทำลาย
แล้วเศร้าใจ.
เศร้าโศก ว. มีความทุกข์โศกเสียใจอาลัยอาวรณ์มากเช่น พ่อตาย
ทำให้เขาเศร้าโศกเสียใจมาก, โศกเศร้า ก็ว่า.
เศร้าสร้อย ว. มีความรู้สึกสะเทือนใจชวนให้โศกเศร้าเพราะคิดถึง
หรือผิดหวัง เช่น เขาสอบไม่ผ่านเลยเดินกลับบ้านอย่างเศร้าสร้อย
ลูกนั่งเศร้าสร้อยคอยแม่กลับบ้าน, สร้อยเศร้า ก็ว่า.
ศร้าสลด ว. มีความรู้สึกรันทดใจ เช่น อุบัติเหตุตายหมู่ ทำให้ผู้
พบเห็นเศร้าสลด.
เศร้าหมอง ว. หมองมัว, ไม่ผ่องใส, เช่น ผิวพรรณเศร้าหมอง
หน้าตาเศร้าหมอง เครื่องนุ่งห่มเศร้าหมอง.
เศลษ[สะเหฺลด] น. การติด, การเกาะ, การเกี่ยวข้อง, การพาดพิง;
การกอดรัด. (ส.).
เศวดงค์[สะเหฺวดง] ว. มีตัวขาว. (ส. เศฺวต + องฺค).
เศวดีภ[สะเหฺวดีบ] น. ช้างเผือก. (ส. เศฺวเตภ).
เศวต, เศวต[สะเหฺวด, สะเหฺวดตะ] น. สีขาว. (ส.; ป. เสต).
เศวตกุญชร [สะเหฺวดกุนชอน] น. ช้างเผือก.
เศวตงค์ [สะเหฺวตง] ว. มีตัวขาว. (ส. เศฺวตางฺค).
เศวตฉัตร [สะเหฺวดตะฉัด] น. ฉัตรขาว ใช้เป็นเครื่องหมายแห่ง
ความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้น. (ส. เศฺวตจฺฉตฺร ว่า ฉัตรขาว).
เศวตัมพร, เศวตามพร [สะเหฺวตําพอน, ตามพอน] น. ชื่อนิกาย
ในศาสนาเชนหรือเดียรถีย์นิครนถ์ซึ่งประพฤติตนเป็นผู้นุ่งห่ม
ผ้าขาว, คู่กับ นิกายทิคัมพร. [ส. เศฺวต (ขาว) + อมฺพร (เครื่องนุ่งห่ม)].
เศวติภ, เศวตีภ, เศวเตภ [สะเหฺวติบ, ตีบ, เตบ] น. ช้างเผือก.
(ส. เศฺวเตภ).
เศวตงค์ดู เศวต, เศวต.
เศวตร[สะเหฺวด] (โบ) น. สีขาว. (ส. เศฺวตร ว่า โรคเรื้อนนํ้าเต้า; ป. เสต).
เศวตัมพร, เศวตามพรดู เศวต, เศวต.
เศวติภ, เศวตีภ, เศวเตภดู เศวต, เศวต.
เศวาล[เสวาน] น. สาหร่าย. (ส.; ป. เสวาล).
เศษส่วนที่เหลือใช้การไม่ได้ตามวัตถุประสงค์, ส่วนที่เหลือซึ่งไม่
ต้องการ, เช่น เศษกระดาษ น. เศษอาหาร เศษขยะ; สิ่งที่เกินหรือ
เลยจากจํานวนเต็มที่กําหนดไว้ เช่น เวลา ๒ นาฬิกาเศษ ยาว ๒
วาเศษ; ส่วนปลีกย่อยหรือส่วนย่อย เช่น เศษสตางค์; เศษเนื้อ
เศษผ้า(คณิต) ส่วนที่เหลือจากการหาร เช่น ๙ หารด้วย ๗
เหลือเศษ ๒. (ส.; ป. เสส).
เศษกระดาษ (ปาก) น. สิ่งที่ไร้ค่า เช่น ใบหุ้นที่ยกเลิกแล้วมีค่า
เป็นเศษกระดาษ.
เศษเกิน (คณิต) น. จํานวนจริงที่มีค่าสัมบูรณ์มากกว่า ๑ เช่น ๓๒
เศษคน, เศษมนุษย์ น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้ (ใช้เป็นคำด่า).
เศษซ้อน (คณิต) น. จํานวนจริงที่เขียนเป็นรูปเศษส่วนหลาย ๆ
ชั้น เช่น .
เศษนรก น. คนเลวอย่างที่สุด.
เศษมนุษย์ น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้, เศษคน ก็เรียก.
เศษวรรค [เสสะวัก, เสดวัก] น. พยัญชนะที่เหลือวรรคหรือที่
เข้าอยู่ในวรรคทั้ง ๕ ไม่ได้ มี ๑๐ ตัว คือ ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฬ ?,
อวรรค ก็เรียก.
เศษส่วน น. จํานวน ๒ จํานวน หรือนิพจน์ ๒ นิพจน์ที่เขียน
ในรูปของผลหารโดยไม่ต้องหารต่อไปอีก เช่น (รูปภาพ) หรือ
(รูปภาพ) จำนวนบนเรียกว่า เศษ จำนวนล่างเรียกว่า ส่วน.
(อ. fraction).
เศษสิบ น. เศษส่วนที่มีเศษเป็นตัวเลข ๐ ถึง ๙ และมีส่วนเป็น
หน่วย ๑๐ เช่น ๘๑๐ .
เศษเหล็ก น. ชิ้นส่วนของโลหะหรือเครื่องจักรกลเป็นต้นที่ใช้
ไม่ได้แล้ว เช่น ซากรถยนต์ที่ถูกชนพังยับเยินถูกขายเป็นเศษเหล็ก.
เศาจ[เสาจะ] น. ความสะอาด, ความบริสุทธิ์; การชําระล้าง; ความ
ซื่อตรง. (ส. เศาจ, เศาจฺย; ป. โสเจยฺย).
เศาไจย[ไจ] น. คนซักฟอก, คนทําความสะอาด. (ส. เศาเจย).
เศาร์ว. กล้าหาญ, เกี่ยวกับผู้กล้าหาญ. (ส. ศูร; ป. สูร).
เศารยะ[ระยะ] น. ความกล้าหาญ; อํานาจ. (ส.).
เศิก(โบ) น. ศึก.
เศียร[เสียน] น. หัว เช่น เศียรพระพุทธรูป ทศกัณฐ์มีสิบเศียรยี่สิบกร,
ราชาศัพท์ใช้ว่า พระเศียร. (ส. ศิร;ป. สิร); เรียกไพ่ตอง ๓ ใบ
พวกเดียวกัน แต่ไม่เหมือนกัน เช่น ๓ คน ๓ นก ๓ ตา ว่า ๑ เศียร.
โศก ๑, โศก[โสกะ, โสกกะ] น. ความทุกข์, ความเศร้า, ความเดือดร้อนใจ,
เช่น อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์มิรู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน. (อภัย).
ก. ร้องไห้ เช่น เขากำลังทุกข์กำลังโศก อย่าไปรบกวนเขา. ว. เศร้า
เช่น บทโศก ตาโศก; แห้ง เช่น ใบไม้โศกเพราะความแห้งแล้ง.
(ส.; ป.โสก).
โศกนาฏกรรม [โสกะนาดตะกํา, โสกกะนาดตะกํา] น. วรรณกรรม
โดยเฉพาะประเภทละครที่ลงท้ายด้วยความเศร้าหรือไม่สมหวัง
ตัวเอกในเรื่องจะตายในที่สุด เช่น เรื่องลิลิตพระลอ สาวเครือฟ้า
โรเมโอจูเลียต, โดยปริยายหมายถึงเรื่องราวหรือเหตุการณ์ทั่ว ๆ
ไปที่เป็นเรื่องเศร้าสลดใจ เช่น ชีวิตของเขาเป็นเหมือนโศกนาฏกรรม
เกิดในตระกูลเศรษฐี แต่สุดท้ายต้องตายอย่างยาจก.
โศกศัลย์ [โสกสัน] ก. เป็นทุกข์เดือดร้อนเหมือนถูกศรแทง.
(ส.; ป. โสกสลฺล).
โศกเศร้า ว. มีความทุกข์โศกเสียใจอาลัยอาวรณ์มาก เช่น พ่อตาย
ทำให้เขาโศกเศร้าเสียใจมาก, เศร้าโศก ก็ว่า.
โศกสลด ว. เศร้ารันทดใจเพราะต้องพลัดพรากจากกัน เวลาพูดถึง
มักจะทำให้น้ำตาไหล.
โศกาดูร ก. เดือดร้อนด้วยความโศก, ร้องไห้สะอึกสะอื้น.
(ส. โศก + อาตุร).
โศกาลัย น. ความเศร้าหมองใจและความห่วงใย, ร้องไห้สะอึก
สะอื้น. (ส. โศก + อาลย).
โศก ๒ดู อโศก.
โศก ๓ว. สีเขียวอ่อนอย่างสีใบอโศกอ่อน เรียกว่า สีโศก.
โศกา, โศกีก. ร้องไห้ เช่น รู้ว่าผิดแล้วก็แก้ตัวใหม่ อย่ามัวแต่นั่งโศกาอยู่เลย.
โศกาดูรดู โศก ๑, โศก.
โศกาลัยดู โศก ๑, โศก.
โศจนะ[จะนะ] น. ความเศร้าใจ. (ส.; ป. โสจน).
โศจนียะ[จะ] ว. อันน่าโศก, น่าเศร้าใจ. (ส.).
โศจิน. แสง, แวว, สี; ความสว่าง, ความงาม. ว. สว่าง, สุกใส. (ส.).
โศถะน. ความบวม, ความพอง, โศผะ ก็ว่า. (ส. โศถ, โศผ).
โศธนะน. การชําระ, การทําให้หมดจด, การทําให้สะอาด; การแก้ไข,
การตรวจตรา, การชําระสะสาง. (ส.; ป. โสธน).
โศผะ(ราชา) น. ความบวม, ความพอง, โศถะ ก็ว่า. (ส. โศผ, โศถ).
น. ความงาม, ความดี. (ส.; ป. โสภณ).
โศภาว. งาม, ดี. (ส. ว่า สว่าง, ความงาม).
โศภิตว. งาม, ดี. (ส.; ป. โสภิต).
ว. งาม, ดี. (ส.).
โศภิษฐ์ว. งามยิ่ง, ดียิ่ง. (ส.).
โศรณิ, โศรณี[โสฺร] น. ตะโพก. (ส. โศฺรณิ, โศฺรณี; ป. โสณี).
โศรดา[โสฺร] น. ผู้ฟัง. (ส. โศฺรตฺฤ; ป. โสตา).
โศรตร[โสฺรด] น. หู, ช่องหู. (ส. โศฺรตฺร; ป. โสต).
โศลก[สะโหฺลก] น. คําประพันธ์ในวรรณคดีสันสกฤต ๔ บาท เป็น
๑ บท ตามปรกติมีบาทละ ๘ พยางค์ เรียกว่า โศลกหนึ่ง เช่น
กามโกฺรธวิยุกฺตานามฺ ยตีนำ ยตเจตสามฺ อภิโต พฺรหฺมนิรฺวาณมฺ
วรฺตเต วิทิตาตฺมนามฺ ผู้บำเพ็ญพรต พรากจากกามและโกรธ
ข่มใจได้ รู้แจ้งอาตมัน ย่อมมีนิพพานคือ พรหมโดยทั่วไป.
(ศรีมัทภควัทคีตา), บทสรรเสริญยกย่อง; ชื่อเสียง, เกียรติยศ.
ไศล, ไศล[สะไหฺล, ไสละ] น. เขาหิน เช่น โขดเขินเนินไศล. (ส. ไศล).
ไศวะน. ชื่อนิกายหนึ่งของศาสนาฮินดู นับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้า
สูงสุด. (ส.).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒