| ศาฐยะ | [สาถะ] น. สาไถย, ความคดโกง. (ส.; ป. สาเถยฺย). |
|
|
| ศาณ ๑ | น. หินลับมีด, หินเจียระไน. (ส.). |
|
|
| ศาณ ๒ | น. ผ้าป่าน. ว. ทําด้วยป่านหรือปอ. (ส.; ป. สาณ). |
|
|
| ศาต | ว. ลับแล้ว, คม, แหลม; แบบบาง. (ส.). |
|
|
| ศานต, ศานต์ | [สานตะ, สาน] ว. สงบ. (ส.; ป. สนฺต). |
| ศานตรส น. รสของคําประพันธ์ที่แสดงถึงความสงบจิต. (ส.). |
|
|
| ศานติ | น. ความสงบ, ความระงับ. (ส.; ป. สนฺติ). |
| ศานติโหม น. การบูชาไฟเพื่อกําจัดเสนียดจัญไร. (ส.). |
|
|
| ศานติก | [สานติกะ] ว. ที่กําจัดเสนียดจัญไร. (ส.). |
|
|
| ศาป, ศาป | [สาบ, สาปะ] (แบบ) น. คําแช่ง, การด่า. (ส.; ป. สาป). |
| ศาปมุกติ์ [สาปะมุก] น. การพ้นจากผลคําแช่ง. (ส.). |
| ศาปานต์ ว. พ้นสาป. (ส.). |
|
|
| ศาปานต์ | ดู ศาป, ศาป. |
|
|
| ศาพระ | [สาพะระ] ว. โหดร้าย, พยาบาท. (ส.). |
|
|
| ศารท | [สาด] ว. เกี่ยวกับหรือเกิดในฤดูใบไม้ร่วง; เทศกาลทําบุญสิ้น |
| เดือน ๑๐. (ส.; ป. สารท). |
| ศารทวิษุวัต [สาระทะ] (ดารา) น. จุดราตรีเสมอภาคที่เมื่อ |
| ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงในราววันที่ ๒๔ กันยายน (autumnal |
| equinox), คู่กับ วสันตวิษุวัต. |
|
|
| ศารทูล | [สาระ] น. เสือโคร่ง. (ส. ศารฺทูล; ป. สทฺทูล). |
|
|
| ศาริกา | น. นกจําพวกนกเอี้ยง. (ส.; ป. สาลิกา). |
|
|
| ศาล | [สาน] น. (กฎ) องค์กรที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดย |
| ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธย |
| พระมหากษัตริย์ ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง |
| และศาลทหาร; ที่ชำระความ เช่น ศาลแพ่ง ศาลอาญา; ที่สิงสถิต |
| ของเทวดา เทพารักษ์ หรือเจ้าผี เป็นต้น เช่น ศาลเทพารักษ์ศาลเจ้า |
| ศาลเจ้าแม่ทับทิม. |
| ศาลกงสุล (เลิก) น. ศาลของประเทศที่มีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต |
| ที่ตั้งขึ้นในอีกประเทศหนึ่ง เพื่อให้กงสุลเป็นผู้พิจารณาคดีคนใน |
| บังคับของตน. |
| ศาลแขวง (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา |
| พิพากษาคดีและมีอํานาจไต่สวนหรือมีคําสั่งใด ๆ ซึ่งผู้ |
| พิพากษาคนเดียวมีอํานาจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ |
| ระบุไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม. |
| ศาลคดีเด็กและเยาวชน (กฎ; เลิก) ดู ศาลเยาวชนและครอบครัว. |
| ศาลจังหวัด (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นที่ตั้งประจําในแต่ละ |
| จังหวัดหรือในบางอําเภอ มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง |
| และคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น |
| ในเขตอํานาจศาลตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดนั้น |
| ได้กําหนดไว้. |
| ศาลชั้นต้น (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา |
| พิพากษาคดีในชั้นต้นทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีตามที่ |
| พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ได้แก่ ศาลแขวง |
| ศาลจังหวัด ศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี |
| ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี และศาล |
| ยุติธรรมอื่น เช่น ศาลภาษีอากรกลาง. |
| ศาลฎีกา (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดซึ่งมีอํานาจพิจารณา |
| พิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล |
| อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค และคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษา |
| หรือคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาตามบทบัญญัติ |
| แห่งกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์หรือฎีกา และคดีที่กฎหมาย |
| อื่นบัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมทั้งมี |
| อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดหรือสั่งคำร้องคำขอที่ยื่นต่อศาลฎีกาตาม |
| กฎหมาย. |
| ศาลเตี้ย (ปาก) น. เรียกการที่คนหรือกลุ่มคนที่ไม่มีอำนาจ |
| ดำเนินคดีตามกฎหมายจับกุมคนมาชำระตัดสินความโดย |
| พลการว่า ตั้งศาลเตี้ย. |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (กฎ) น. ศาล |
| ยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ มีอำนาจพิจารณาพิพากษา |
| คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่กฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาล |
| ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เช่น คดีอาญาและ |
| คดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และคดีแพ่ง |
| เกี่ยวกับข้อพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือสัญญา |
| อนุญาตให้ใช้สิทธิ คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า |
| หรือตราสารการเงินระหว่างประเทศหรือการให้บริการระหว่าง |
| ประเทศการขนส่งระหว่างประเทศ การประกันภัย และนิติกรรม |
| อื่นที่เกี่ยวเนื่อง คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่เกี่ยวกับข้อพิพาทในการ |
| ออกแบบวงจร รวมการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้า |
| ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า ความลับ |
| ทางการค้าและการคุ้มครองพันธุ์พืช. |
| ศาลทหาร (กฎ) น. ศาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีอํานาจ |
| พิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทําผิดต่อกฎหมายทหาร |
| หรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทําผิดเป็นบุคคลที่ |
| อยู่ในอํานาจศาลทหารในขณะกระทําผิด และมีอํานาจสั่งลงโทษ |
| บุคคลใด ๆ ที่กระทําผิดฐานละเมิดอํานาจศาลตามที่บัญญัติไว้ใน |
| ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง. |
| ศาลปกครอง (กฎ) น. ศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง |
| ตามที่กฎหมายบัญญัติอันได้แก่ คดีพิพาทที่เกิดจากการกระทำทาง |
| ปกครองไม่ว่าจะเป็นคดีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยราชการ |
| หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือ |
| เจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐบาล |
| กับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ |
| รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ |
| ที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐบาลด้วยกัน. |
| ศาลโปริสภา [สานโปริดสะพา] (กฎ; เลิก) น. ศาลชั้นต้นที่ |
| จัดตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ แทนศาลกองตระเวนเมื่อ ร.ศ. ๑๑๒ |
| มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีทํานองเดียวกับศาลแขวงปัจจุบัน. |
| ศาลพระภูมิ น. ที่สถิตของเทพารักษ์ประจำพื้นที่และสถานที่ |
| ทำด้วยไม้เป็นเรือนหลังคาทรงไทยตั้งอยู่บนเสาเดียว ปัจจุบัน |
| ทำด้วยปูนเป็นรูปปราสาทก็มี. |
| ศาลเพียงตา น. ศาลเทพารักษ์ที่ทําขึ้นชั่วคราว มีระดับเสมอ |
| นัยน์ตา เพื่อความเคารพและสวัสดิมงคลเป็นต้น. |
| ศาลแพ่ง (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณาพิพากษา |
| คดีแพ่งทั้งปวงและคดีอื่นใดที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น. |
| ศาลภาษีอากร (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ |
| มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่กฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจ |
| ของศาลภาษีอากร เช่น คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานหรือ |
| คณะกรรมการตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร. |
| ศาลยุติธรรม (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง |
| เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของ |
| ศาลอื่น ศาลยุติธรรมมี ๓ ชั้น คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และ |
| ศาลฎีกา, เดิมเรียกว่า ศาลสถิตยุติธรรม. |
| ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (กฎ) น. องค์กรใหญ่ฝ่ายตุลาการ |
| ขององค์การสหประชาชาติ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. ๑๙๔๖) |
| ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ สืบต่อจากศาลประจำยุติธรรม |
| ระหว่างประเทศของสันนิบาตชาติ (Permanent Court of |
| International Justice) ตามบทบัญญัติต่อท้ายกฎบัตรองค์การ |
| สหประชาชาติ มีอำนาจจำกัดเฉพาะการพิจารณาตัดสินคดีแพ่ง |
| ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ |
| ด้วยกัน ซึ่งประเทศคู่กรณียินยอมให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน |
| เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกรณีพิพาท |
| ต่าง ๆ ทางกฎหมายและสนธิสัญญาตามที่สมัชชาใหญ่คณะมนตรี |
| ความมั่นคง หรือองค์การชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ |
| ร้องขอ, เรียกย่อว่า ศาลโลก. (อ. International Court of Justice). |
| ศาลเยาวชนและครอบครัว (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมี |
| อํานาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งในคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็ก |
| หรือเยาวชนกระทําความผิด หรือคดีอาญาที่ศาลซึ่งมีอํานาจ |
| พิจารณาคดีธรรมดาได้โอนมาตามกฎหมาย หรือคดีครอบครัว |
| อันได้แก่คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือกระทําการใด ๆ |
| ในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัวแล้วแต่กรณี ซึ่งจะต้อง |
| บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือคดีที่ศาลจะ |
| ต้องพิพากษาหรือสั่งเกี่ยวกับตัวเด็กและเยาวชนตามบทบัญญัติ |
| ของกฎหมายซึ่งบัญญัติให้เป็นอํานาจหน้าที่ของศาลเยาวชน |
| และครอบครัว ได้แก่ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชน |
| และครอบครัวจังหวัด หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวใน |
| ศาลจังหวัดซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชน |
| และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว. |
| ศาลรัฐธรรมนูญ (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหา |
| ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น การพิจารณาวินิจฉัย |
| ว่าบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อ |
| รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอรรถคดี |
| ทั่วไป. |
| ศาลแรงงาน (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ |
| มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีที่กฎหมายบัญญัติให้ |
| อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน เช่น คดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือ |
| หน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพ |
| การจ้าง หรือคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย |
| ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ |
| หรือคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างสืบเนื่อง |
| จากข้อพิพาทแรงงานหรือเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้าง |
| แรงงาน. |
| ศาลล้มละลาย (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษ |
| มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายที่มิใช่ |
| คดีอาญา เช่น คดีที่เจ้าหนี้ไม่มีประกันหรือเจ้าหนี้มีประกันฟ้อง |
| ลูกหนี้ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวให้ล้มละลายนอกจากนั้นยังรวมถึง |
| คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีดังกล่าวด้วย ได้แก่ คดีแพ่งธรรมดาที่ |
| เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือผู้บริหารแผนของลูกหนี้พิพาท |
| กับบุคคลใด ๆ อันมีมูลจากสัญญาหรือละเมิดอันเนื่องมาจาก |
| การจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้. |
| ศาลโลก (ปาก) น. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ. |
| ศาลสถิตยุติธรรม (กฎ; โบ) น. เป็นคำรวมที่ใช้เรียกศาลยุติธรรม |
| ทั้งปวง. |
| ศาลสูง (กฎ) น. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์ |
| และฎีกา. |
| ศาลสูงสุด (กฎ) น. ศาลที่อยู่ในลำดับสูงสุดเหนือศาลทั้งหลาย |
| ในสายเดียวกัน คดีที่ศาลสูงสุดพิจารณาพิพากษาแล้วถือว่าถึงที่สุด. |
| ศาลอาญา (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นต้นซึ่งมีอํานาจพิจารณา |
| พิพากษาคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น |
| รวมทั้งคดีอื่นใดที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลที่มี |
| อำนาจพิจารณาคดีอาญาแล้วแต่กรณี. |
| ศาลอาญาศึก (กฎ) น. ศาลที่ตั้งขึ้นเมื่อหน่วยทหารหรือเรือรบ |
| อยู่ในยุทธบริเวณ เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีอาญาทั้งปวงซึ่งการ |
| กระทำผิดเกิดขึ้นในเขตอำนาจได้ทุกบทกฎหมายและไม่จำกัด |
| ตัวบุคคล. |
| ศาลอุทธรณ์ (กฎ) น. ศาลยุติธรรมชั้นสูงถัดจากศาลฎีกาลงมา |
| ได้แก่ ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค มีอํานาจพิจารณาพิพากษา |
| บรรดาคดีที่อุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลชั้นต้นตามบท |
| บัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการอุทธรณ์และว่าด้วยเขตอํานาจศาล |
| และมีอำนาจพิพากษายืนตาม แก้ไข กลับ หรือยกคำพิพากษาของ |
| ศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต |
| เมื่อคดีนั้นได้ส่งขึ้นมายังศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค วินิจฉัย |
| ชี้ขาดคำร้องคำขอที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคตาม |
| กฎหมาย และวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค |
| มีอํานาจวินิจฉัยได้ตามกฎหมายอื่นด้วย. |
| ศาลอุทธรณ์ภาค (กฎ) ดู ศาลอุทธรณ์. |
|
|
| ศาลา | น. อาคารทรงไทย ปล่อยโถง ไม่กั้นฝา ใช้เป็นที่พักหรือเพื่อ |
| ประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาวัด ศาลาที่พัก |
| ศาลาท่านํ้า, โดยปริยายหมายถึงอาคารหรือสถานที่บางแห่ง |
| ใช้เพื่อประโยชน์การงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ศาลาพักร้อน |
| ศาลาสวดศพ. (ส.; ป. สาลา). |
| ศาลากลาง น. อาคารที่ใช้เป็นที่ทำการของจังหวัด เช่น |
| ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา. |
| ศาลากลางย่าน น. อาคารทรงไทย คล้ายศาลาการเปรียญ นิยม |
| สร้างไว้กลางหมู่บ้าน สำหรับให้คนในหมู่บ้านมาประชุม ทำบุญ |
| หรือฟังธรรม เช่น ศาลากลางย่านที่ตำบลบ้านบุ, ศาลาโรงธรรม |
| ก็เรียก. |
| ศาลาการเปรียญ น. ศาลาวัดสำหรับพระสงฆ์แสดงธรรม. |
| ศาลาฉทาน [ฉ้อทาน] น. สถานที่แจกจ่ายอาหารแก่คนทั่วไป |
| เป็นการกุศล, ฉทานศาลา ก็เรียก. |
| ศาลาดิน น. ศาลาที่ใช้พื้นดินเป็นพื้นหรือพื้นติดดิน ใช้ประกอบ |
| ศาสนกิจเป็นต้น เช่น ศาลาดินที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม. |
| ศาลาตักบาตร, ศาลาบาตร น. ศาลาที่ลักษณะเป็นโรงยาว มีฐาน |
| สำหรับตั้งบาตรได้หลายลูก มักปลูกไว้ในย่านกลางหมู่บ้านที่อยู่ |
| ไกลวัด ในเวลาเทศกาลที่นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ ก็จะ |
| ตั้งบาตรเรียงไว้ที่ศาลานั้นเพื่อให้ประชาชนได้ตักบาตร. |
| ศาลาประชาคม น. สถานที่หรืออาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ |
| ประชุมประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในชุมชนนั้น ๆ. |
| ศาลายก น. ศาลาที่ยกพื้นสูงใช้ประกอบศาสนกิจเป็นต้น เช่น |
| ศาลายกที่หน้าวัดสุทัศนเทพวราราม. |
| ศาลาราย น. ศาลาที่สร้างเป็นหลัง ๆ เรียงเป็นแนวรอบโบสถ์ |
| หรือวิหาร เช่น ศาลารายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม. |
| ศาลาโรงธรรม น. ศาลากลางย่าน. |
| ศาลาลงสรง [สง] น. ศาลาที่สร้างขึ้นชั่วคราวสำหรับใช้ใน |
| พระราชพิธีโสกันต์หรือพระราชพิธีเกศากันต์และพระราชพิธี |
| ลงท่า. |
| ศาลาลูกขุน (โบ) น. ที่ทำการของลูกขุน. |
| ศาลาวัด น. อาคารที่ปลูกไว้ในวัดสำหรับทำบุญและศึกษา |
| เล่าเรียนเป็นต้น. |
| ศาลาสรง [สง] (ถิ่นพายัพ, อีสาน) น. ศาลาขนาดย่อมมุงหลังคา |
| และมีฝากั้นมิดชิด ใช้เป็นที่สรงนํ้าพระสงฆ์ที่เคารพนับถือ ปฏิบัติ |
| กันในเทศกาลสงกรานต์โดยทํารางนํ้ารูปนาคพาดเข้าไปในศาลา |
| เวลาสรงนํ้าพระให้เทนํ้าลงบนรางนั้น. |
|
|
| ศาศวัต | [สาดสะ] ว. ยั่งยืน. (ส. ศาศฺวต; ป. สสฺสต). |
|
|
| ศาสก | [สาสก] น. ครู, ผู้สอน, ผู้ชี้แจง, ผู้ปกครอง. (ส.). |
|
|
| ศาสดา | [สาดสะดา] น. ผู้ตั้งลัทธิศาสนา เช่น ศาสดาทั้ง ๖, คำเรียก |
| พระพุทธเจ้าว่า พระบรมศาสดา. (ส. ศาสฺตา; ป. สตฺถา). |
|
|
| ศาสตร, ศาสตร์ | [สาดตฺระ, สาดสะตฺระ, สาด] น. ระบบวิชาความรู้, มักใช้ |
| ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ |
| มนุษยศาสตร์. (ส.). |
| ศาสตราจารย์ [สาดตฺรา, สาดสะตฺรา] น. ตําแหน่งทางวิชาการ |
| ชั้นสูงสุดของสถาบันระดับอุดมศึกษา. |
|
|
| ศาสตรา | [สาดตฺรา] น. ศัสตรา. |
|
|
| ศาสตราจารย์ | ดู ศาสตร, ศาสตร์. |
|
|
| ศาสน, ศาสนา | [สาสะนะ, สาดสะนะ, สาดสะหฺนา] น. ลัทธิความเชื่อถือ |
| ของมนุษย์อันมีหลัก คือแสดงกําเนิดและความสิ้นสุดของโลก |
| เป็นต้น อันเป็นไปในฝ่ายปรมัตถ์ประการหนึ่ง แสดงหลักธรรม |
| เกี่ยวกับบุญบาปอันเป็นไปในฝ่ายศีลธรรมประการหนึ่ง พร้อม |
| ทั้งลัทธิพิธีที่กระทําตามความเห็นหรือตามคําสั่งสอนในความ |
| เชื่อถือนั้น ๆ. (ส. ศาสน ว่า คําสอน, ข้อบังคับ; ป. สาสน). |
| ศาสนกิจ น. งานทางศาสนาที่ภิกษุสามเณรเป็นต้นปฏิบัติ เช่น |
| การทำวัตรสวดมนต์และการเผยแผ่ศาสนาเป็นศาสนกิจของสงฆ์. |
| ศาสนจักร [สาสะนะจัก, สาดสะนะจัก] น. อํานาจปกครองทาง |
| ศาสนา เช่น ไตรภูมิโลกวินิจฉัยเป็นวรรณกรรมฝ่ายศาสนจักร, |
| ถ้าเป็นฝ่ายพระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธจักร, ถ้าเป็นฝ่าย |
| คริสต์ศาสนา เรียกว่า คริสตจักร, คู่กับ อาณาจักร ซึ่งหมายความ |
| ว่า อํานาจปกครองทางบ้านเมือง. |
| ศาสนธรรม น. คำสั่งสอนในศาสนา เช่น ศาสนิกชนควรปฏิบัติ |
| ตามศาสนธรรมในศาสนาของตน. |
| ศาสนบุคคล น. นักบวชในศาสนา เช่น ภิกษุสามเณรเป็น |
| ศาสนบุคคลของพระพุทธศาสนา. |
| ศาสนพิธี น. พิธีกรรมทางศาสนา เช่น พิธีทอดกฐิน พิธี |
| อุปสมบท เป็นศาสนพิธีของพระพุทธศาสนา. |
| ศาสนวัตถุ น. วัตถุที่เกี่ยวเนื่องทางศาสนา มักเป็นสิ่งที่เคารพบูชา |
| เช่น พระพุทธรูปเป็นศาสนวัตถุในพระพุทธศาสนา. |
| ศาสนศาสตร์ น. วิชาว่าด้วยศาสนาต่าง ๆ. |
| ศาสนสถาน น. สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น โบสถ์ |
| วิหาร สถูป เจดีย์ เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา มัสยิดเป็น |
| ศาสนสถานทางศาสนาอิสลาม. |
| ศาสนสมบัติ น. ทรัพย์สินของพระศาสนาทั้งที่เป็นสังหา |
| ริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ มี ๒ อย่าง คือ ศาสนสมบัติกลาง |
| และศาสนสมบัติของวัด. |
| ศาสนสมบัติกลาง น. ทรัพย์สินของพระศาสนาโดยส่วนรวม |
| ส่วนใหญ่ได้แก่ ที่ดิน อาคาร และดอกผลที่เกิดขึ้นจากที่ดินและ |
| อาคารนั้น ๆ รวมทั้งที่ดินวัดร้างทั่วประเทศที่ทางการได้ประกาศ |
| ยุบเลิกวัดแล้ว. |
| ศาสนสมบัติของวัด น. ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่งรวมทั้ง |
| ปูชนียสถานที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด เช่น พระปฐมเจดีย์เป็น |
| ศาสนสมบัติของวัดพระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนมเป็นศาสนสมบัติ |
| ของวัดธาตุพนม พระธาตุดอยสุเทพเป็นศาสนสมบัติของวัด |
| พระธาตุดอยสุเทพ. |
| ศาสนิกชน น. บุคคลที่นับถือศาสนา เช่น ศาสนิกชนของ |
| พระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธศาสนิกชน ศาสนิกชนของ |
| คริสต์ศาสนา เรียกว่า คริสต์ศาสนิกชน. |
| ศาสนูปถัมภก [สาสะนูปะถําพก, สาดสะนูปะถําพก] น. ผู้ |
| ทะนุบํารุงศาสนา, ถ้าใช้แก่พระมหากษัตริย์ เรียกว่า องค์ |
| เอกอัครศาสนูปถัมภก. (ส. ศาสนูปสฺตมฺภก; ป. สาสนูปตฺถมฺภก). |
|
|
| ศาสน์ | (โบ) น. คําสั่ง, คําสั่งสอน, โดยปริยายหมายถึง พระราชหัตถเลขา |
| ทางราชการและลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เช่น พระราชศาสน์ |
| สมณศาสน์. (ส.; ป. สาสน). |
|
|
| ศาสนิกชน | ดู ศาสน, ศาสนา. |
|
|
| ศาสนีย, ศาสนีย์ | [สาสะนียะ, สาสะนี] ว. สมควรจะสั่งสอน. (ส.). |
|
|
| ศาสนูปถัมภก | ดู ศาสน, ศาสนา. |
|
|
| ศิกษก, ศิกษกะ | [สิกสก, สิกสะกะ] น. ผู้เล่าเรียน; ครู, ผู้สอน; ผู้รู้. (ส.). |
|
|
| ศิการ | ก. หาเนื้อหาปลา. (บ.). |
|
|
| ศิขร | [ขอน] น. ยอด, ยอดเขา, ภูเขา, ใช้ว่า ศิงขร หรือ ศีขร ก็มี. (ส.). |
| ศิขริน, ศิขรี [สิขะ] น. ภูเขา. ว. มียอด, ใช้ว่า ศิงขริน หรือ |
| ศิงขรี ก็มี. (ส. ศิขรินฺ). |
|
|
| ศิขริน, ศิขรี | ดู ศิขร. |
|
|
| ศิขัณฑ์ | น. จุกหรือแกละ; หงอน. (ส.). |
|
|
| ศิขา | น. จุก; หงอน; เปลวไฟ. (ส.; ป. สิข). |
|
|
| ศิคาล | น. หมาจิ้งจอก. (ส. ศฺฤคาล; ป. สิงฺคาล). |
|
|
| ศิงขร | น. ศิขร, ภูเขา. (ส. ศิขร). |
|
|
| ศิงขริน, ศิงขรี | น. ศิขริน, ภูเขา. ว. มียอด. |
|
|
| ศิตะ | ว. คม. (ส.). |
|
|
| ศิถี | น. พวงดอกไม้, พวงมาลัย. (บ.). |
|
|
| ศิพิระ | น. ค่ายทหาร. (ส. ศิวิร ว่า ปะรํา, ค่าย). |
|
|
| ศิร, ศิระ | [สิระ] น. หัว, ยอด, ด้านหน้า. (ส. ศิรสฺ; ป. สิร). |
| ศิรประภา น. รัศมีที่พวยพุ่งขึ้นจากศีรษะของผู้ศักดิ์สิทธิ์และ |
| พระพุทธรูป. (ส.; ป. สิรปภา). |
| ศิราภรณ์ (ราชา) น. เครื่องประดับศีรษะ เช่น พระมาลา มงกุฎ |
| กรอบหน้า ผ้าโพกหัว. |
| ศิโรรัตน์ น. เพชรประดับหัว. (ส.). |
| ศิโรเวฐน์ น. ผ้าโพก. (ส. ศิโรเวษฺฏ, ศิโรเวษฺฏน; ป. สิโรเว?น). |
|
|
| ศิรา | น. นํ้า, ลําธาร, คลอง, ท่อ. (เขียน สิลา ก็มี). |
|
|
| ศิราภรณ์ | ดู ศิร, ศิระ. |
|
|
| ศิรามพุช | น. หัว. (เทียบ ส. ศิร = หัว + อมฺพุช = บัว, รวมความ = หัว |
| ต่างดอกบัว). |
|
|
| ศิโรรัตน์ | ดู ศิร, ศิระ. |
|
|
| ศิโรราบ | ก. กราบกราน, ยอมอ่อนน้อม. |
|
|
| ศิโรเวฐน์ | ดู ศิร, ศิระ. |
|
|
| ศิลป, ศิลป์ ๑, ศิลปะ | [สินละปะ, สิน, สินละปะ] น. ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การทำให้ |
| วิจิตรพิศดาร, เช่น เขาทำดอกไม้ประดิดประดอยอย่างมีศิลปะ |
| ผู้หญิงสมัยนี้มีศิลปะในการแต่งตัว รูปสลักวีนัสเป็นรูปศิลป์; |
| การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่าง ๆ |
| อย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะ |
| การวาดภาพ ศิลปะการละคร วิจิตรศิลป์. (ส. ศิลฺป; ป. สิปฺป ว่า |
| มีฝีมืออย่างยอดเยี่ยม). |
| ศิลปกร, ศิลปการ ๑ น. นายช่างฝีมือ. (ส.). |
| ศิลปกรรม น. สิ่งที่เป็นศิลปะ, สิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นศิลปะ, |
| เช่น งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรมจัดเป็นศิลปกรรม. |
| ศิลปการ ๒, ศิลปกิจ น. การช่างฝีมือ. |
| ศิลปธาตุ น. สิ่งที่เป็นส่วนประกอบร่วมในการสร้างสรรค์งาน |
| ศิลปะ โดยเฉพาะงานประเภททัศนศิลป์ ได้แก่ เส้น สี ผิว เป็นต้น. |
| ศิลปลักษณะ น. คุณสมบัติของงานศิลปกรรมที่ปรากฏให้เห็นได้ |
| จากรูปวัตถุที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างมีระเบียบ มีความกลมกลืน |
| และความเรียบง่าย. |
| ศิลปวัตถุ น. วัตถุอันเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ที่ |
| ประกอบด้วยศิลปลักษณะ เช่น ภาพเขียน รูปปั้น เครื่องลายคราม |
| เครื่องถม; (กฎ) น. สิ่งที่ทำด้วยฝีมืออย่างประณีตและมีคุณค่าสูง |
| ในทางศิลปะ. |
| ศิลปวิทยา น. ศิลปะและวิชาการ. |
| ศิลปศาสตร์ น. วิชาต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่วิชาทางเทคนิค หรือทาง |
| อาชีพ เช่น ภาษาศาสตร์ ปรัชญา ประวัติศาสตร์; ตำราว่าด้วย |
| วิชาความรู้ต่าง ๆ ในสมัยก่อนพุทธกาล มี ๑๘ ประการ ได้แก่ |
| เ๑. สูติ วิชาฟังสียงคนเสียงสัตว์รู้ว่าดีหรือร้าย ๒. สัมมติ วิชา |
| เข้าใจในกฎธรรมเนียม ๓. สังขยา วิชาคำนวณ ๔. โยคยันตร์ |
| วิชาการช่าง ๕. นีติ วิชาแบบแผนราชการ ๖. วิเสสิกา วิชาการค้า |
| ๗. คันธัพพา วิชานาฏศิลป์ ๘. คณิกาวิชากายบริหาร ๙.ธนุพเพธา |
| วิชายิงธนู ๑๐. ปุราณา วิชาโบราณคดี ๑๑. ติกิจฉา วิชาการแพทย์ |
| ๑๒. อิติหาสา วิชาตำนานหรือประวัติศาสตร์ ๑๓. โชติ วิชา |
| ดาราศาสตร์ ๑๔. มายา วิชาตำราพิชัยสงคราม ๑๕. ฉันทสา |
| วิชาการประพันธ์ ๑๖. เกตุ วิชาพูด ๑๗. มันตา วิชาร่ายมนตร์ |
| ๑๘. สัททา วิชาไวยากรณ์. |
| ศิลปศึกษา น. วิชาว่าด้วยการเรียนการสอนศิลปะ เช่น ทฤษฎีศิลป์ |
| ประวัติศาสตร์ศิลป์. |
| ศิลปหัตถกรรม น. ศิลปวัตถุที่เป็นผลงานประเภทศิลปะประยุกต์ |
| มีจุดประสงค์และความต้องการในด้านประโยชน์ใช้สอย เช่น |
| งานโลหะ งานถักทอ งานเย็บปักถักร้อย. |
| ศิลปะปฏิบัติ น. วิชาว่าด้วยการปฏิบัติทางศิลปะ เช่น วาดเขียน |
| ปั้นดิน จักสาน เย็บปักถักร้อย. |
| ศิลปะประยุกต์ น. กรรมวิธีในการนำทฤษฎีและหลักการทาง |
| ศิลปะไปใช้ในภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาศิลปะให้มีความงามหรือ |
| เป็นประโยชน์แก่สังคมยิ่งขึ้นเป็นต้นอย่างในการออกแบบ |
| เครื่องแต่งกาย. |
| ศิลปะพื้นบ้าน น. ศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น วรรณกรรม |
| สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม นาฏศิลป์ หัตถกรรม |
| ที่ชาวบ้านได้สร้างสรรค์ขึ้นจากการเรียนรู้และฝึกปรือในครอบครัว |
| หรือในหมู่บ้าน เป็นงานสร้างสรรค์ของสังคมชาวบ้าน และได้ |
| พัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องกันมาหลายชั่วคน. |
| ศิลปะสถาปัตยกรรม น. ศิลปะลักษณะด้านสถาปัตยกรรมที่ปรากฏ |
| ในอาคารที่ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงาม เช่น |
| พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม. |
| ศิลปิน, ศิลปี [สินละ] น. ผู้มีความสามารถแสดงออกซึ่งคุณสมบัติ |
| ทางศิลปะในด้านจิตรกรรมประติมากรรมเป็นต้น และมีผลงานเป็น |
| ที่ยอมรับนับถือจากสถาบันทางศิลปะแห่งชาติ. |
|
|
| ศิลป์ ๒ | [สิน] (กลอน) น. ศร เช่น งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามขนงวง |
| วาดดังคันศิลป์. (อิเหนา), พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทร พิศขนง |
| ก่งงอนดั่งคันศิลป์. (รามเกียรติ์ ร. ๑). |
|
|
| ศิลปิน, ศิลปี | ดู ศิลป, ศิลป์ ๑, ศิลปะ. |
|
|
| ศิลา | น. หิน. (ส.; ป. สิลา). |
| ศิลาปากนก น. หินเหล็กไฟที่ใช้ติดกับปลายเครื่องสับของปืน |
| โบราณบางชนิดเพื่อสับแก๊ปปืนให้เกิดประกายไฟ, หินปากนก |
| ก็เรียก. |
| ศิลาฤกษ์ น. แผ่นหินที่จารึกดวงชะตาของสถานที่ที่จะก่อสร้าง |
| แล้ววางตามฤกษ์. |
| ศิลาแลง น. หินชนิดหนึ่ง เมื่ออยู่ใต้ดินมีลักษณะอ่อน แต่ถูกลม |
| แล้วแข็ง มีสีแดงอย่างอิฐเผา และเป็นรูพรุนเหมือนไม้เพรียงกิน, |
| หินแลง ก็เรียก. |
|
|
| ศิลาอ่อน | น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วยแป้งข้าวเหนียวนวดปนกับแป้ง |
| ถั่วเขียวเล็กน้อย ผสมน้ำเชื่อมกวนในกะทิข้น ๆ ให้สุก |
| จนเหนียวตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่วซอยเป็นต้น. |
|
|
| ศิว, ศิวะ | [สิวะ] น. พระอิศวร; พระนิพพาน. (ส.; ป. สิว). |
| ศิวโมกข์ น. พระนิพพาน. |
| ศิวลึงค์ น. รูปนิมิตแทนองค์พระศิวะหรือพระอิศวร ทําเป็นรูป |
| อวัยวะเพศชาย ถือว่าเป็นวัตถุบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกไศวะ. |
| ศิวเวท น. มนตร์สรรเสริญพระศิวะหรือพระอิศวร, ไสยศาสตร์. |
|
|
| ศิวาลัย | น. ที่ประทับของพระศิวะ; ที่อยู่อันเกษมสุข. |
|
|
| ศิศีระ | น. ฤดูหนาว; ความหนาว, ความเยือกเย็น. ว. เย็น, หนาว, เย็นเยือก. |
| (ส. ศิศิร). |
|
|
| ศิศุ | น. เด็ก, เด็กแดง ๆ, เด็กเล็ก. (ส.). |
|
|
| ศิษฎิ | [สิดสะดิ] น. การสอน. (ส. ศิษฺฏิ ว่า การปกครอง, การลงโทษ). |
|
|
| ศิษฏ์ | ว. ฝึกแล้ว, คงแก่เรียน, อบรมแล้ว, มีปัญญา, มีความรู้. (ส.). |
|
|
| ศิษย, ศิษย์ | [สิดสะยะ, สิด] น. ผู้ศึกษาวิชาความรู้จากครูหรืออาจารย์, คู่กับ |
| ครู หรืออาจารย์, ผู้อยู่ในความคุ้มครองดูแลของอาจารย์ เช่น ศิษย์วัด, |
| โดยปริยายหมายถึงผู้ที่ศึกษาหาความรู้จากตำราของผู้ใดผู้หนึ่งแล้ว |
| นับถือผู้นั้นเป็นเสมือนครูบาอาจารย์ของตน. (ส.). |
| ศิษย์ก้นกุฏิ [กุติ] น. ศิษย์คนโปรดที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดอาจารย์ที่กุฏิ |
| ตลอดเวลาและเป็นผู้ที่อาจารย์ไว้วางใจมาก, โดยปริยายหมายถึง |
| ศิษย์คนโปรดของครูบาอาจารย์เพราะเคยรับใช้ใกล้ชิดและเป็นที่ |
| ไว้วางใจของครูบาอาจารย์ มักจะเรียนเก่งด้วย. |
| ศิษย์เก่า น. ผู้ที่เคยศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่ง |
| เช่น งานชุมนุมศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย. |
| ศิษย์คิดล้างครู (สำ) น. ศิษย์เนรคุณที่มุ่งคิดจะทำลายล้าง |
| ครูบาอาจารย์. |
| ศิษย์นอกครู (สำ) น. ศิษย์ที่ประพฤติไม่ตรงตามคำสั่งสอนของ |
| ครูบาอาจารย์, โดยปริยายหมายถึงผู้ที่ประพฤติไม่ตรงตามแบบ |
| ฉบับที่นิยมกันมา. |
| ศิษย์มีครู (สำ) น. คนเก่งที่มีครูเก่ง. |
| ศิษย์หัวแก้วหัวแหวน น. ศิษย์ที่ครูบาอาจารย์รักใคร่เอ็นดูมาก. |
| ศิษย์เอก น. ศิษย์ที่มีความรู้ความสามารถเป็นเลิศเหนือศิษย์ทั้งปวง |
| หรือเหนือศิษย์แต่ละรุ่น. |
| ศิษยานุศิษย์ [สิดสะยานุสิด] น. ศิษย์น้อยใหญ่. |
|
|
| ศิษยานุศิษย์ | ดู ศิษย, ศิษย์. |
|
|
| ศีขร | [สีขอน] น. ศิขร. |
| ศีขริน, ศีขรี [สีขะ] น. ศิขริน, ศิขรี. |
|
|
| ศีขริน, ศีขรี | ดู ศีขร. |
|
|
| ศีต | [สีตะ] ว. หนาว, เย็น, เย็นเยือก. (ส.; ป. สีต). |
| ศีตกาล น. ฤดูหนาว. (ส.; ป. สีตกาล). |
|
|
| ศีตละ | [สีตะละ] ว. หนาว, เย็น, เยือกเย็น. (ส.; ป. สีตล). |
|
|
| ศีรษะ | [สีสะ] น. หัว (เป็นคําสุภาพที่ใช้แก่คน). (ส.; ป. สีส). |
| ศีรษะกระบือ น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์วิศาขา มี ๕ ดวง, ดาวคันฉัตร |
| หรือ ดาววิสาขะ ก็เรียก. |
| ศีรษะโค น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์มฤคศิระ มี ๓ ดวง, ดาวหัวเต่า |
| ดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะเนื้อ ดาวมฤคเศียร ดาวมฤคศิรัส ดาวมิคสิระ |
| หรือ ดาวอาครหายณี ก็เรียก. |
| ศีรษะช้าง น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์หัสตะ มี ๕ ดวง, ดาวศอกคู้ |
| ดาวหัสตะ หรือ ดาวหัฏฐะ ก็เรียก. |
| ศีรษะเนื้อ น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์มฤคศิระ มี ๓ ดวง, ดาวหัวเต่า |
| ดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะโค ดาวมฤคเศียร ดาวมฤคศิรัส ดาวมิคสิระ |
| หรือดาวอาครหายณี ก็เรียก. |
|
|
| ศีล | [สีน] น. ข้อบัญญัติทางพระพุทธศาสนาที่กําหนดการปฏิบัติกาย |
| และวาจา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘, การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย, เป็น |
| ธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม; (ดู ทศพิธราชธรรม และ ราชธรรม); |
| พิธีกรรมบางอย่างทางศาสนา เช่น ศีลจุ่ม ศีลมหาสนิท. (ส. ศีล ว่า |
| ความประพฤติที่ดี; ป. สีล). |
| ศีลจุ่ม น. ศีลล้างบาป. |
| ศีลธรรม [สีนทํา, สีนละทํา] น. ความประพฤติที่ดีที่ชอบ, ศีลและ |
| ธรรม, ธรรมในระดับศีล. |
| ศีลมหาสนิท น. พิธีดื่มเหล้าองุ่นแดงและกินขนมปังที่เสกแล้ว |
| ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายแทนเลือดและเนื้อที่พระเยซูทรงเสียสละ |
| ไถ่บาปให้มนุษย์และมีเลือดเนื้อเดียวกับพระองค์. |
| ศีลล้างบาป น. พิธีจุ่มหัวหรือตัวลงในนํ้า หรือใช้นํ้าเสกพรมศีรษะ |
| เพื่อรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน, พิธีจุ่ม ก็เรียก, เดิมเรียกว่า ศีลจุ่ม. |
| ศีลวัต [สีละวัด] ว. มีศีล, มีความประพฤติดี. (ส.). |
| ศีลอด [สีน] น. การถือบวชของชาวมุสลิม ไม่ดื่มไม่กินอะไร |
| เลยตลอดเวลากลางวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก |
| ในเดือนเราะมะฎอน อันเป็นเดือนที่ ๙ แห่งปีในศาสนาอิสลาม |
| นับแบบจันทรคติ. |
|
|
| ศึก | น. การใช้กําลังเข้าประหัตประหารกันอย่างรุนแรงระหว่างรัฐ |
| หรือประเทศตั้งแต่ ๒ รัฐ หรือ ๒ ประเทศขึ้นไป เช่น ศึกชายแดน, |
| การต่อสู้กันระหว่างบุคคลกับบุคคลหรือระหว่างพวกหนึ่งกับอีก |
| พวกหนึ่ง เช่น ศึกล้างบาง ศึกล้างโคตร, โดยปริยายหมายถึงการเกิด |
| ขัดแย้งต่อสู้เป็นปฏิปักษ์ขึ้นในใจ เช่น ศึกในอก. |
| ศึกชิงนาง น. การต่อสู้กันเพื่อให้ได้หญิงมา เช่น ศึกชิงนางระหว่าง |
| อิเหนากับท้าวกะหมังกุหนิง. |
| ศึกสงคราม น. สงคราม เช่น ประเทศเพื่อนบ้านเกิดศึกสงคราม. |
| ศึกเสือเหนือใต้ (สำ) น. สงคราม เช่น ฝึกทหารไว้ให้พร้อมรบ |
| ยามมีศึกเสือเหนือใต้จะได้ป้องกันบ้านเมือง. |
| ศึกหน้านาง (สํา) น. การวิวาทหรือต่อสู้กันต่อหน้าหญิงที่ตน |
| หมายปอง. |
|
|
| ศึกษา |
|
|
| ศุกร, ศุกร์ | [สุกกฺระ, สุก] น. ชื่อวันที่ ๖ ของสัปดาห์; ชื่อดาวเคราะห์ดวง |
| ที่ ๒ ในระบบสุริยะ อยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๐๘ ล้านกิโลเมตร |
| มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒,๑๐๔ กิโลเมตร ไม่มีบริวาร เป็นดาวเคราะห์ |
| ที่มีบรรยากาศหนาทึบด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และไอของ |
| กรดกํามะถัน ปรากฏสว่างที่สุดบนฟ้า, ถ้าเห็นทางตะวันตกในเวลา |
| หัวคํ่า เรียกว่า ดาวประจําเมือง, ถ้าเห็นทางตะวันออกในเวลาใกล้รุ่ง |
| เรียกว่า ดาวรุ่ง หรือ ดาวประกายพรึก.ว. สว่าง. (ส.). |
| ศุกรวรรณ [สุกกฺระวัน] ว. มีสีสด. (ส. ศุกฺรวรฺณ). |
| ศุกรวาร น. วันศุกร์. |
|
|
| ศุกระ | (โหร) น. ชื่อยาม ๑ ใน ๘ ยามในเวลากลางวัน. (ดู ยาม). |
|
|
| ศุกล | [สุกกะละ] ว. สุกใส, สว่าง; ขาว, บริสุทธิ์. (ส. ศุกฺล, ศุกฺร; |
| ป. สุกฺก). |
| ศุกลปักษ์ น. เวลาข้างขึ้น. (ส.). |
|
|
| ศุกลัม | [กฺลํา] น. เครื่องขาวแต่งศพ. (ส. ว่า สีขาว). |
|
|
| ศุกะ | น. นกแก้ว, นกแขกเต้า. (ส.). |
|
|
| ศุโกร | [สุกโกฺร] (โหร) น. ชื่อยาม ๑ ใน ๘ ยามในเวลากลางคืน. (ดู ยาม). |
|
|
| ศุจิ | น. ความบริสุทธิ์, ความสะอาด. (ส.; ป. สุจิ). |
| ศุจิกรรม น. การรักษาความบริสุทธิ์. (ส.; ป. สุจิกมฺม). |
|
|
| ศุทธะ, ศุทธิ | [สุดทะ, สุดทิ] น. ความบริสุทธิ์, ความสะอาด. (ส.; ป. สุทฺธ, สุทฺธิ). |
|
|
| ศุนะ, ศุนัก, ศุนิ | น. หมา. (ส.; ป. สุนข). |
|
|
| ศุภ | [สุบพะ] น. ความงาม, ความดีงาม, ความเจริญ. (ส.; ป. สุภ). |
| ศุภกร ว. ที่ทําความเจริญ, ที่เป็นมงคล. (ส.). |
| ศุภเคราะห์ น. คราวมงคล, คราวดี, ทางโหราศาสตร์หมายเอา |
| ดาวพระเคราะห์ที่ให้คุณคือ จันทร์ พุธ พฤหัสบดี ศุกร์. (ส.). |
| ศุภนิมิต น. นิมิตดี, ลางดี. |
| ศุภมัสดุ [มัดสะดุ] น. ขอความดีความงามจงมี, เป็นคําใช้ขึ้นต้น |
| ลงท้ายในประกาศที่เป็นแบบหรือข้อความที่สําคัญ เช่น ประกาศ |
| พระบรมราชโองการ. |
| ศุภมาตรา น. ตําแหน่งข้าราชการหัวเมืองตําแหน่งหนึ่ง ในปัจจุบัน |
| หมายถึงผู้ช่วยสรรพากรจังหวัด. |
| ศุภมาส น. วันคืนเดือนปี. (ส. ศุภมาส ว่า เดือนดีงาม). |
| ศุภอักษร น. สาส์นของเจ้าประเทศราช. |
| ศุภางค์ ว. มีรูปงาม. (ส.). |
|
|
| ศุภร | [สุบพฺระ] ว. ส่องแสง, สว่าง; งาม, สดใส; ขาว, ผ่อง; บริสุทธิ์ |
| ไม่มีตําหนิ เช่น ศุภรทนต์ คือฟันงาม. (ส. ศุภฺร). |
|
|
| ศุภางค์ | ดู ศุภ. |
|
|
| ศุลก | [สุนละกะ] ว. เนื่องด้วยการเก็บอากรจากสินค้าขาเข้าและขาออก. |
| (ส. ศุลฺก; ป. สุงฺก). |
| ศุลกากร [สุนละกากอน] (กฎ) น. อากรที่เรียกเก็บจากสินค้าเข้า |
| และสินค้าออก ได้แก่ อากรขาเข้าและอากรขาออก. |
| ศุลการักษ์ [สุนละการัก] น. เจ้าหน้าที่รักษาศุลกากร. |
|
|
| ศุลกากร | ดู ศุลก. |
|
|
| ศุลการักษ์ | ดู ศุลก. |
|
|
| ศุลี | น. พระอิศวร, ศูลิน ก็เรียก. (ส.). |
|
|
| ศุษิระ, ศุษิร | [สุสิน] น. เครื่องดนตรีที่ใช้เป่ามีขลุ่ย ปี่ เป็นต้น, เขียนเป็น สุษิร |
| ก็มี. (ส. ศุษิร, สุษิร). |
|
|
| ศูกร | [กอน] น. หมู. (ส.; ป. สูกร). |
|
|
| ศูทร | [สูด] น. วรรณะที่ ๔ ของสังคมฮินดู. (ส.; ป. สุทฺท). |
|
|
| ศูนย, ศูนย์ | [สูนยะ, สูน] ว. ว่างเปล่า. ก. หายสิ้นไป. น. ตัวเลข ๐; จุดกลาง, |
| ใจกลาง, แหล่งกลาง, แหล่งรวม, เช่น ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์หนังสือ |
| ศูนย์รวมข่าว. (ส. ศูนฺย; ป. สุญฺ?). |
| ศูนย์กลาง น. แหล่งกลาง เช่น กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลาง |
| การค้าขาย, ศูนย์ ก็ว่า. |
| ศูนย์การค้า น. แหล่งรวมสินค้าเพื่อจำหน่าย มีร้านขายสินค้า |
| นานาชนิด มีสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ผู้มาซื้อสินค้า |
| เช่น ที่จอดรถ ร้านอาหาร. |
| ศูนย์ชุมชน น. หน่วยงานถาวรที่เป็นศูนย์กลางในการวางแผน |
| ปฏิบัติงานและประสานงานบริการของหน่วยราชการและ |
| องค์การต่าง ๆ โดยประชาชนในท้องถิ่นนั้นจะเลือกคณะ |
| กรรมการขึ้นทําหน้าที่กําหนดนโยบายและบริหารงาน. |
| ศูนย์ถ่วง น. จุดซึ่งถือว่าแนวน้ำหนักของวัตถุผ่านลงที่จุดนั้น |
| เช่น ตุ๊กตาล้มลุกมีศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำ. |
| ศูนย์บริการสาธารณสุข น. สถานีอนามัยในเขตเมือง ได้แก่ |
| เขตเทศบาล สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร และที่ตั้งเป็นเมืองพิเศษ. |
| ศูนย์พ่าห์ (โหร) น. พระเคราะห์ที่นําหน้าลัคนา อยู่ในราศี ๒. |
| ศูนยภาพ น. ความไม่มีอะไร, ความว่างเปล่า. (ส. ศูนฺยภาว). |
| ศูนย์เยาวชน น. สถานที่ซึ่งจัดไว้ให้เยาวชนไปประกอบกิจกรรม |
| ต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น ศูนย์เยาวชน |
| ไทยญี่ปุ่น ดินแดง. |
| ศูนยวาท น. ปรัชญาฝ่ายมหายานที่ถือว่า (๑) โลกเป็นศูนยะ คือ |
| ไม่ใช่สิ่งจริงแท้ถาวร (๒) นิพพานก็เป็นศูนยะ คือ ไม่มีวาทะ |
| หรือลัทธิใด ๆ สามารถบรรยายได้ถูกต้องครบถ้วน, มาธยมิกะ |
| ก็เรียก. (ส.). |
| ศูนย์สัมบูรณ์ น. อุณหภูมิที่ตํ่าสุดตามทฤษฎี คือ อุณหภูมิศูนย์ |
| องศาเคลวิน (๐?K) หรือ ๒๗๓.๑๕?ซ. หรือ ๕๙.๖๗?ฟ. |
| ศูนย์สูตร น. ชื่อเส้นสมมุติที่ลากรอบโลก แบ่งโลกออกเป็น |
| ๒ ซีก คือ ซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ จุดทุกจุดบนเส้นศูนย์สูตร |
| อยู่ห่างจากขั้วโลกทั้ง ๒ เท่ากัน. |
| ศูนย์ไส้ (โบ) น. จุดศูนย์กลาง เช่น คนมีศูนย์ไส้อยู่ที่สะดือ. |
| ศูนย์หน้า น. ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งกลางของแถวหน้าในการเล่น |
| ฟุตบอลทำหน้าที่ยิงประตูเป็นสำคัญ บางครั้งอาจลงมาช่วย |
| เซนเตอร์ฮาล์ฟซึ่งอยู่ในตำแหน่งกลางของแถวกลางและพาลูก |
| ขึ้นไปในแดนฝ่ายตรงข้ามด้วย. |
|
|
| ศูละ | น. หลาว, เหล็กแหลม. (ส.; ป. สูล). |
|
|
| ศูลิน | น. พระอิศวร, ศุลี ก็เรียก. (ส.). |
|
|
| เศรณี | [เสนี] น. แถว, แนว; หมวด, หมู่, พวก. (ส.). |
|
|
| เศรษฐ, เศรษฐ์ | [เสดถะ, เสด] ว. ดีเลิศ, ดีที่สุด, ยอดเยี่ยม, ประเสริฐ. |
| (ส. เศฺรษฺ?; ป. เสฏฺ?). |
| เศรษฐกิจ [เสดถะกิด] น. งานอันเกี่ยวกับการผลิต การจําหน่าย |
| จ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชน. (ส. เศฺรษฺ? |
| + กิจฺจ). |
| เศรษฐศาสตร์ [เสดถะสาด] น. วิชาว่าด้วยการผลิต การจําหน่าย |
| จ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชนมี ๒ สาขา |
| คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ภาคที่ศึกษาปัญหา |
| เศรษฐกิจส่วนเอกชน หรือ ปัญหาการหาตลาดเป็นต้น และ |
| เศรษฐศาสตร์มหัพภาค ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ภาคที่ศึกษาปัญหา |
| เศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวม เช่น ปัญหาเรื่องรายได้ของ |
| ประชาชาติ การออมทรัพย์ของประชากร ปัญหาการลงทุน. |
|
|
| เศรษฐี | [เสดถี] น. คนมั่งมี; ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์ธนิษฐา มี ๔ ดวง, |
| ดาวไซ ดาวศรวิษฐา หรือ ดาวธนิษฐะ ก็เรียก. (ส. ว่า ประมุข |
| พ่อค้า; ป. เสฏฺ??). |
|
|
| เศร้า | [เส้า] ก. สลด, ระทด, หมอง, ไม่เบิกบาน, เป็นทุกข์, เหี่ยวแห้ง, |
| เช่น หน้าเศร้า ใจเศร้า ตามีแววเศร้า เรื่องเศร้า. |
| เศร้าใจ ว. มีความรู้สึกสลดหดหู่ใจ เช่น เห็นป่าถูกบุกรุกทำลาย |
| แล้วเศร้าใจ. |
| เศร้าโศก ว. มีความทุกข์โศกเสียใจอาลัยอาวรณ์มากเช่น พ่อตาย |
| ทำให้เขาเศร้าโศกเสียใจมาก, โศกเศร้า ก็ว่า. |
| เศร้าสร้อย ว. มีความรู้สึกสะเทือนใจชวนให้โศกเศร้าเพราะคิดถึง |
| หรือผิดหวัง เช่น เขาสอบไม่ผ่านเลยเดินกลับบ้านอย่างเศร้าสร้อย |
| ลูกนั่งเศร้าสร้อยคอยแม่กลับบ้าน, สร้อยเศร้า ก็ว่า. |
| เศร้าสลด ว. มีความรู้สึกรันทดใจ เช่น อุบัติเหตุตายหมู่ ทำให้ผู้ |
| พบเห็นเศร้าสลด. |
| เศร้าหมอง ว. หมองมัว, ไม่ผ่องใส, เช่น ผิวพรรณเศร้าหมอง |
| หน้าตาเศร้าหมอง เครื่องนุ่งห่มเศร้าหมอง. |
|
|
| เศลษ | [สะเหฺลด] น. การติด, การเกาะ, การเกี่ยวข้อง, การพาดพิง; |
| การกอดรัด. (ส.). |
|
|
| เศวดงค์ | [สะเหฺวดง] ว. มีตัวขาว. (ส. เศฺวต + องฺค). |
|
|
| เศวดีภ | [สะเหฺวดีบ] น. ช้างเผือก. (ส. เศฺวเตภ). |
|
|
| เศวต, เศวต | [สะเหฺวด, สะเหฺวดตะ] น. สีขาว. (ส.; ป. เสต). |
| เศวตกุญชร [สะเหฺวดกุนชอน] น. ช้างเผือก. |
| เศวตงค์ [สะเหฺวตง] ว. มีตัวขาว. (ส. เศฺวตางฺค). |
| เศวตฉัตร [สะเหฺวดตะฉัด] น. ฉัตรขาว ใช้เป็นเครื่องหมายแห่ง |
| ความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นต้น. (ส. เศฺวตจฺฉตฺร ว่า ฉัตรขาว). |
| เศวตัมพร, เศวตามพร [สะเหฺวตําพอน, ตามพอน] น. ชื่อนิกาย |
| ในศาสนาเชนหรือเดียรถีย์นิครนถ์ซึ่งประพฤติตนเป็นผู้นุ่งห่ม |
| ผ้าขาว, คู่กับ นิกายทิคัมพร. [ส. เศฺวต (ขาว) + อมฺพร (เครื่องนุ่งห่ม)]. |
| เศวติภ, เศวตีภ, เศวเตภ [สะเหฺวติบ, ตีบ, เตบ] น. ช้างเผือก. |
| (ส. เศฺวเตภ). |
|
|
| เศวตงค์ | ดู เศวต, เศวต. |
|
|
| เศวตร | [สะเหฺวด] (โบ) น. สีขาว. (ส. เศฺวตร ว่า โรคเรื้อนนํ้าเต้า; ป. เสต). |
|
|
| เศวตัมพร, เศวตามพร | ดู เศวต, เศวต. |
|
|
| เศวติภ, เศวตีภ, เศวเตภ | ดู เศวต, เศวต. |
|
|
| เศวาล | [เสวาน] น. สาหร่าย. (ส.; ป. เสวาล). |
|
|
| เศษ | ส่วนที่เหลือใช้การไม่ได้ตามวัตถุประสงค์, ส่วนที่เหลือซึ่งไม่ |
| ต้องการ, เช่น เศษกระดาษ น. เศษอาหาร เศษขยะ; สิ่งที่เกินหรือ |
| เลยจากจํานวนเต็มที่กําหนดไว้ เช่น เวลา ๒ นาฬิกาเศษ ยาว ๒ |
| วาเศษ; ส่วนปลีกย่อยหรือส่วนย่อย เช่น เศษสตางค์; เศษเนื้อ |
| เศษผ้า(คณิต) ส่วนที่เหลือจากการหาร เช่น ๙ หารด้วย ๗ |
| เหลือเศษ ๒. (ส.; ป. เสส). |
| เศษกระดาษ (ปาก) น. สิ่งที่ไร้ค่า เช่น ใบหุ้นที่ยกเลิกแล้วมีค่า |
| เป็นเศษกระดาษ. |
| เศษเกิน (คณิต) น. จํานวนจริงที่มีค่าสัมบูรณ์มากกว่า ๑ เช่น ๓๒ |
| เศษคน, เศษมนุษย์ น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้ (ใช้เป็นคำด่า). |
| เศษซ้อน (คณิต) น. จํานวนจริงที่เขียนเป็นรูปเศษส่วนหลาย ๆ |
| ชั้น เช่น . |
| เศษนรก น. คนเลวอย่างที่สุด. |
| เศษมนุษย์ น. คนเลวมากจนหาดีไม่ได้, เศษคน ก็เรียก. |
| เศษวรรค [เสสะวัก, เสดวัก] น. พยัญชนะที่เหลือวรรคหรือที่ |
| เข้าอยู่ในวรรคทั้ง ๕ ไม่ได้ มี ๑๐ ตัว คือ ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฬ ?, |
| อวรรค ก็เรียก. |
| เศษส่วน น. จํานวน ๒ จํานวน หรือนิพจน์ ๒ นิพจน์ที่เขียน |
| ในรูปของผลหารโดยไม่ต้องหารต่อไปอีก เช่น (รูปภาพ) หรือ |
| (รูปภาพ) จำนวนบนเรียกว่า เศษ จำนวนล่างเรียกว่า ส่วน. |
| (อ. fraction). |
| เศษสิบ น. เศษส่วนที่มีเศษเป็นตัวเลข ๐ ถึง ๙ และมีส่วนเป็น |
| หน่วย ๑๐ เช่น ๘๑๐ . |
| เศษเหล็ก น. ชิ้นส่วนของโลหะหรือเครื่องจักรกลเป็นต้นที่ใช้ |
| ไม่ได้แล้ว เช่น ซากรถยนต์ที่ถูกชนพังยับเยินถูกขายเป็นเศษเหล็ก. |
|
|
| เศาจ | [เสาจะ] น. ความสะอาด, ความบริสุทธิ์; การชําระล้าง; ความ |
| ซื่อตรง. (ส. เศาจ, เศาจฺย; ป. โสเจยฺย). |
|
|
| เศาไจย | [ไจ] น. คนซักฟอก, คนทําความสะอาด. (ส. เศาเจย). |
|
|
| เศาร์ | ว. กล้าหาญ, เกี่ยวกับผู้กล้าหาญ. (ส. ศูร; ป. สูร). |
|
|
| เศารยะ | [ระยะ] น. ความกล้าหาญ; อํานาจ. (ส.). |
|
|
| เศิก | (โบ) น. ศึก. |
|
|
| เศียร | [เสียน] น. หัว เช่น เศียรพระพุทธรูป ทศกัณฐ์มีสิบเศียรยี่สิบกร, |
| ราชาศัพท์ใช้ว่า พระเศียร. (ส. ศิร;ป. สิร); เรียกไพ่ตอง ๓ ใบ |
| พวกเดียวกัน แต่ไม่เหมือนกัน เช่น ๓ คน ๓ นก ๓ ตา ว่า ๑ เศียร. |
|
|
| โศก ๑, โศก | [โสกะ, โสกกะ] น. ความทุกข์, ความเศร้า, ความเดือดร้อนใจ, |
| เช่น อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์มิรู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน. (อภัย). |
| ก. ร้องไห้ เช่น เขากำลังทุกข์กำลังโศก อย่าไปรบกวนเขา. ว. เศร้า |
| เช่น บทโศก ตาโศก; แห้ง เช่น ใบไม้โศกเพราะความแห้งแล้ง. |
| (ส.; ป.โสก). |
| โศกนาฏกรรม [โสกะนาดตะกํา, โสกกะนาดตะกํา] น. วรรณกรรม |
| โดยเฉพาะประเภทละครที่ลงท้ายด้วยความเศร้าหรือไม่สมหวัง |
| ตัวเอกในเรื่องจะตายในที่สุด เช่น เรื่องลิลิตพระลอ สาวเครือฟ้า |
| โรเมโอจูเลียต, โดยปริยายหมายถึงเรื่องราวหรือเหตุการณ์ทั่ว ๆ |
| ไปที่เป็นเรื่องเศร้าสลดใจ เช่น ชีวิตของเขาเป็นเหมือนโศกนาฏกรรม |
| เกิดในตระกูลเศรษฐี แต่สุดท้ายต้องตายอย่างยาจก. |
| โศกศัลย์ [โสกสัน] ก. เป็นทุกข์เดือดร้อนเหมือนถูกศรแทง. |
| (ส.; ป. โสกสลฺล). |
| โศกเศร้า ว. มีความทุกข์โศกเสียใจอาลัยอาวรณ์มาก เช่น พ่อตาย |
| ทำให้เขาโศกเศร้าเสียใจมาก, เศร้าโศก ก็ว่า. |
| โศกสลด ว. เศร้ารันทดใจเพราะต้องพลัดพรากจากกัน เวลาพูดถึง |
| มักจะทำให้น้ำตาไหล. |
| โศกาดูร ก. เดือดร้อนด้วยความโศก, ร้องไห้สะอึกสะอื้น. |
| (ส. โศก + อาตุร). |
| โศกาลัย น. ความเศร้าหมองใจและความห่วงใย, ร้องไห้สะอึก |
| สะอื้น. (ส. โศก + อาลย). |
|
|
| โศก ๒ | ดู อโศก. |
|
|
| โศก ๓ | ว. สีเขียวอ่อนอย่างสีใบอโศกอ่อน เรียกว่า สีโศก. |
|
|
| โศกา, โศกี | ก. ร้องไห้ เช่น รู้ว่าผิดแล้วก็แก้ตัวใหม่ อย่ามัวแต่นั่งโศกาอยู่เลย. |
|
|
| โศกาดูร | ดู โศก ๑, โศก. |
|
|
| โศกาลัย | ดู โศก ๑, โศก. |
|
|
| โศจนะ | [จะนะ] น. ความเศร้าใจ. (ส.; ป. โสจน). |
|
|
| โศจนียะ | [จะ] ว. อันน่าโศก, น่าเศร้าใจ. (ส.). |
|
|
| โศจิ | น. แสง, แวว, สี; ความสว่าง, ความงาม. ว. สว่าง, สุกใส. (ส.). |
|
|
| โศถะ | น. ความบวม, ความพอง, โศผะ ก็ว่า. (ส. โศถ, โศผ). |
|
|
| โศธนะ | น. การชําระ, การทําให้หมดจด, การทําให้สะอาด; การแก้ไข, |
| การตรวจตรา, การชําระสะสาง. (ส.; ป. โสธน). |
|
|
| โศผะ | (ราชา) น. ความบวม, ความพอง, โศถะ ก็ว่า. (ส. โศผ, โศถ). |
| น. ความงาม, ความดี. (ส.; ป. โสภณ). |
|
|
| โศภา | ว. งาม, ดี. (ส. ว่า สว่าง, ความงาม). |
|
|
| โศภิต | ว. งาม, ดี. (ส.; ป. โสภิต). |
| ว. งาม, ดี. (ส.). |
|
|
| โศภิษฐ์ | ว. งามยิ่ง, ดียิ่ง. (ส.). |
|
|
| โศรณิ, โศรณี | [โสฺร] น. ตะโพก. (ส. โศฺรณิ, โศฺรณี; ป. โสณี). |
|
|
| โศรดา | [โสฺร] น. ผู้ฟัง. (ส. โศฺรตฺฤ; ป. โสตา). |
|
|
| โศรตร | [โสฺรด] น. หู, ช่องหู. (ส. โศฺรตฺร; ป. โสต). |
|
|
| โศลก | [สะโหฺลก] น. คําประพันธ์ในวรรณคดีสันสกฤต ๔ บาท เป็น |
| ๑ บท ตามปรกติมีบาทละ ๘ พยางค์ เรียกว่า โศลกหนึ่ง เช่น |
| กามโกฺรธวิยุกฺตานามฺ ยตีนำ ยตเจตสามฺ อภิโต พฺรหฺมนิรฺวาณมฺ |
| วรฺตเต วิทิตาตฺมนามฺ ผู้บำเพ็ญพรต พรากจากกามและโกรธ |
| ข่มใจได้ รู้แจ้งอาตมัน ย่อมมีนิพพานคือ พรหมโดยทั่วไป. |
| (ศรีมัทภควัทคีตา), บทสรรเสริญยกย่อง; ชื่อเสียง, เกียรติยศ. |
|
|
| ไศล, ไศล | [สะไหฺล, ไสละ] น. เขาหิน เช่น โขดเขินเนินไศล. (ส. ไศล). |
|
|
| ไศวะ | น. ชื่อนิกายหนึ่งของศาสนาฮินดู นับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้า |
| สูงสุด. (ส.). |
|
|