ส ๑พยัญชนะตัวที่ ๔๐ เป็นพวกอักษรสูง ใช้ได้ทั้งเป็นพยัญชนะตัวต้น
และตัวสะกดในแม่กดในคําที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นต้น
เช่น สวย สงสาร สวิตช์ รส สัมผัส สวิส.
ส ๒คําประกอบหน้าคําอื่นที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต บ่งความว่า
กอบด้วย, พร้อมด้วย, เช่น สเทวก ว่า พร้อมด้วยเทวดา. (ป., ส.).
สก ๑[สะกะ] ว. ของตน. (ป.; ส. สฺวก).
สกวาที น. ผู้กล่าวถ้อยคําฝ่ายตน คือ ฝ่ายเสนอหรือฝ่ายถาม, คู่กับ ปรวาที. (ป.).
สก ๒น. ผม. (ข. สก่).
สก ๓(โบ) ก. สะเด็ดนํ้า เช่น เอาข้าวที่ซาวนํ้าแล้วใส่ในตะแกรงเพื่อให้นํ้าแห้ง
เรียกว่า สก.
สกฏ, สกฏะ[สะกะตะ] น. เกวียน. (ป.).
สกฏภาระ [พาระ] น. ของบรรทุกเกวียน.
สกทาคามิผล, สกิทาคามิผล[สะกะ, สะกิ] น. ธรรมที่พระสกทาคามีได้บรรลุ. (ป. สกทาคามิผล,
สกิทาคามิผล; ส. สกฺฤทาคามินฺ + ผล). (ดู ผล).
สกทาคามิมรรค, สกิทาคามิมรรค[มัก] น. ทางปฏิบัติที่ให้สําเร็จเป็นพระสกทาคามี. (ส. สกฺฤทาคามินฺ +
มารฺค; ป. สกทาคามิมคฺค, สกิทาคามิมคฺค). (ดู มรรค).
สกทาคามี, สกิทาคามี[สะกะ, สะกิ] น. ''ผู้มาสู่กามภพอีกครั้งหนึ่ง'' เป็นชื่อพระอริยบุคคล
ชั้นที่ ๒ใน ๔ ชั้น คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี
และพระอรหันต์, บางทีก็เรียก สั้น ๆ ว่า พระสกทาคา หรือ พระสกิทาคา.
(ป.; ส. สกฺฤทาคามินฺ).
สกนธ์[สะกน] น. ขันธ์, กอง, ส่วนร่างกาย, ร่างกาย. (ส.; ป. ขนฺธ).
สกปรก[สกกะปฺรก] ว. เปรอะหรือเปื้อนด้วยสิ่งที่ถือว่าน่าเกลียดหรือที่ไม่พึง
ประสงค์ เช่น เสื้อผ้าสกปรก เนื้อตัวสกปรกด้วยฝุ่นละออง, ขุ่นมัว,
ไม่สะอาดหมดจด, เช่น น้ำสกปรก จิตใจสกปรก, ลักษณะกิริยาวาจา
ที่แสดงออกอย่างหยาบคาย เช่น พูดจาสกปรก, โดยปริยายหมายถึง
อาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เขาเป็นคนสกปรก เล่นสกปรก.
สกรณีย์[สะกะระ] (แบบ) น. ผู้ยังมีหน้าที่จะต้องทํา. (ป.).
สกรรจ์[สะกัน] ว. ร้าย, ดุร้าย, เก่งกาจ, แข็งแรง, โดยมากใช้ ฉกรรจ์.
สกรรถ[สะกัด] น. เรียกคำที่เพิ่มเข้าข้างหลังคำเดิม เมื่อเพิ่มแล้ว มีความหมาย
คงเดิม หรือหมายถึงพวกหรือหมู่ ว่า คำสกรรถ เช่น อากร (ในคำเช่น
นรากร ประชากร) อาการ (ในคำเช่น คมนาการ ทัศนาการ) ชาติ (ในคำ
เช่น มนุษยชาติ ติณชาติ) ประเทศ (ในคำเช่น อุรประเทศ หทัยประเทศ).
สกรรมกริยา[สะกํากฺริยา, สะกํากะริยา] (ไว) น. กริยาที่มีกรรมหรือผู้ถูกกระทํามารับ
เช่น ดื่มน้ำ เตะฟุตบอล.
สกล, สกล[สะกน, สะกนละ] ว. สากล. (ป., ส.).
สกลโลก น. ทั้งโลก, โลกทั้งสิ้น, ทั่วโลก.
สกลมหาสังฆปริณายก[สะกนมะหาสังคะปะรินายก] (กฎ) น. ตําแหน่งของสมเด็จพระสังฆราช
ในฐานะที่ทรงเป็นประมุขแห่งคณะสงฆ์ทั้งปวง ทรงมีอํานาจบัญชาการ
คณะสงฆ์ ทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชโดยไม่ขัดหรือแย้งกับ
กฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม.
สกัดก. กั้น, ขวาง, เช่น สกัดหน้า; ตัดหรือกะเทาะของแข็งเช่นเหล็ก หิน
ให้เป็นร่อง รอย ทะลุ หรือให้ขาดจากกัน, เรียกเหล็กที่ใช้ตัดหรือ
กะเทาะของแข็งเช่นนั้นว่า เหล็กสกัด; เค้นหรือแยกเอาออกมา เช่น
สกัดนํ้ามัน สกัดน้ำหอมจากดอกกุหลาบ. (ข.).
สกัดแคร่น. โคลงทวารประดับ.
สกาน. เครื่องเล่นการพนันอย่างหนึ่งใช้ลูกบาศก์ทอดแล้วเดินตัวสกาตาม
แต้มลูกบาศก์. (เทียบทมิฬ บาสกา).
สกาว[สะกาว] ว. ขาว, สะอาด, หมดจด.
สกิทาคามีน. สกทาคามี.
สกีน. แผ่นไม้แคบ ๆ ๒ แผ่น ปรกติยาวแผ่นละ ๑.๕๒.๔ เมตร มีที่
สําหรับสวมเท้าผู้เล่น ใช้ในการเล่นสกี; กีฬาอย่างหนึ่ง ผู้เล่นยืนบน
แผ่นสกี แล้วไถตัวให้ลื่นไถลลงไปตามเนินเขาที่มีหิมะปกคลุม โดย
มีไม้คู่หนึ่งสําหรับยันหรือถ่อเวลาเล่น. (อ. ski).
สกีน้ำ น. กีฬาอย่างหนึ่งคล้ายสกี แต่เล่นในนํ้า ใช้เรือยนต์ลาก.
(อ. water ski).
สกุณน. นก. (ป.; ส. ศกุน).
สกุณา, สกุณี(กลอน) น. นก.
สกุนน. รก, ราชาศัพท์ใช้ว่า พระสกุน.
สกุนต์น. นก. (ป.; ส. ศกุนฺต).
สกุล[สะกุน] น. ตระกูล, วงศ์, เชื้อสาย, เผ่าพันธุ์; เชื้อชาติผู้ดี เช่น เป็นคน
มีสกุล ผู้ดีมีสกุล.
สกุลรุนชาติ [สะกุนรุนชาด] น. ตระกูลผู้ดี เช่น เขาเป็นคนมีสกุลรุนชาติ.
สเกตน. ที่สวมเท้าทําด้วยโลหะมีล้อเล็ก ๆ ใช้สวมเวลาเล่นสเกต; ชื่อการเล่น
อย่างหนึ่งที่ผู้เล่นต้องสวมสเกตวิ่งไปมาบนพื้นเรียบ ๆ. (อ. roller skate).
สเกตน้ำแข็ง น. รองเท้าหุ้มข้อซึ่งมีพื้นติดแผ่นโลหะคล้ายสันมีดสําหรับ
แล่นลื่นไปบนลานนํ้าแข็ง; ชื่อการเล่นอย่างหนึ่งที่ผู้เล่นต้องสวมรองเท้า
สเกตเช่นนั้นแล้วแล่นลื่นไปบนลานน้ำแข็ง. (อ. skate).
สแกนเดียมน. ธาตุลําดับที่ ๒๑ สัญลักษณ์ Sc เป็นโลหะที่หายาก ลักษณะเป็น
ของแข็งสีขาว หลอมละลายที่ ๑๕๓๙ ? ซ. (อ. scandium).
สขะ, สขา, สขิ(แบบ) น. เพื่อน, สหาย. (ป., ส.).
สงก. หย่งให้กระจายตัวหรือยกขึ้นให้นํ้าหรือของเล็ก ๆ ร่วงลง เช่น สงข้าว
สงฟาง สงถั่วงอก สงเส้นบะหมี่. ว. สุกจัด, แก่จัด, (ใช้แก่หมาก)
ในคำว่า หมากสง.
ส่งก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเคลื่อนพ้นจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อให้ถึง
ผู้รับหรือเป้าหมายด้วยอาการต่าง ๆ กัน เช่น ส่งข้าม ส่งผ่าน ส่งต่อ;
หนุน ดัน หรือเสริมให้สูงขึ้น เช่น คนอยู่ข้างล่างช่วยส่งก้นคนข้างบน
ให้ปีนพ้นกำแพง ติดไม้ปั้นลมส่งหลังคาเรือน; แสดงอัธยาศัยในเมื่อ
มีผู้จะจากไป เช่น ไปส่ง เลี้ยงส่ง; อาการที่ส่งเครื่องหมาย ข้อความ
ข่าวสาร หรือภาพ เป็นต้นไปให้อีกฝ่ายหนึ่งโดยอาศัยกรรมวิธีต่าง ๆ
เช่น ส่งสัญญาณ ส่งรหัส ส่งโทรเลข ส่งวิทยุ ส่งโทรภาพ.
ส่ง ๆ (ปาก) ว. ลวก ๆ, มักง่าย, เช่น พูดส่ง ๆ พอเอาตัวรอด, ส่งเดช ก็ว่า.
ส่งกระแสจิต ก. อาการที่ส่งความนึกคิดติดต่อกันระหว่างจิตของคนหนึ่ง
กับอีกคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างกันโดยไม่ต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง ๕ อย่างใด
อย่างหนึ่ง.
ส่งกลิ่น ก. กระจายออกไปจนได้กลิ่น เช่น อาหารส่งกลิ่นหอมน่ากิน.
ส่งกลีบ ก. อาการที่ใช้เข็มร้อยมาลัยให้กลีบดอกไม้หรือใบไม้ยื่นยาว
ออกมาจากเข็มเสมอกัน.
ส่งข่าว ก. บอกข่าว เช่น จะเดินทางเมื่อไรก็ส่งข่าวด้วยนะ.
ส่งข้าวส่งน้ำ, ส่งปิ่นโต ก. เอาข้าวปลาอาหารเป็นต้นไปให้แก่ผู้ต้องหา
หรือนักโทษ เช่น ถ้าติดตะรางใครจะส่งข้าวส่งน้ำให้ ญาติติดคุกเลยต้อง
ส่งปิ่นโตให้เป็นประจำ.
ส่งความสุข ก. ตั้งจิตอธิษฐานให้ผู้รับบัตรอวยพรมีความสุขความเจริญ
ในวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันเกิด.
ส่งใจ ก. ส่งน้ำใจที่มีความปรารถนาดีเพื่อให้เป็นกำลังใจแก่ผู้รับ เช่น
ส่งใจไปช่วยทหารในแนวหน้า.
ส่งดอก ก. อาการที่ใช้เข็มร้อยก้านดอกไม้เช่นดอกพุด ดอกมะลิ ให้แต่ละ
ดอกยื่นยาวจากเข็มได้ระยะเสมอกัน; นําดอกเบี้ยไปส่งให้, ชําระดอกเบี้ย.
ส่งเดช (ปาก) ว. ลวก ๆ, มักง่าย, เช่น ทำส่งเดชพอให้พ้นตัว, ส่ง ๆ ก็ว่า.
ส่งตัว ก. นําตัวเจ้าสาวไปส่งให้แก่เจ้าบ่าวตามฤกษ์ เช่น ได้ฤกษ์ส่งตัว.
ส่งท้าย ก. พายกระตุ้นท้ายเรือเพื่อให้แล่นเร็ว เช่น เมื่อใกล้จะถึงเส้นชัย
นายท้ายก็เร่งพายส่งท้าย; พูดหรือทําท้ายสุดเพื่ออําลา เช่น เขียนบทส่งท้าย
ต้องไว้ฝีมือหน่อย ส่งท้ายการเลี้ยงด้วยการให้พร.
ส่งทุกข์ ก. ถ่ายอุจจาระ.
ส่งพระเคราะห์ (โหร) ก. ทำพิธีส่งเทวดาประจำดาวพระเคราะห์ดวง
ที่กำลังจะสิ้นสุดการเสวยอายุเพื่อความสวัสดิมงคลตามความเชื่อทาง
โหราศาสตร์.
ส่งภาษา ก. เจรจาปราศรัยกับผู้ที่พูดอีกภาษาหนึ่งโดยกล่าวคําเป็น
ภาษานั้น เช่น ให้ล่ามไปส่งภาษาถามเขาดูว่าต้องการอะไร; พูดเป็น
ภาษาอื่นหรือสำเนียงอื่นที่ตนฟังไม่เข้าใจ เช่น เขาส่งภาษาจีนกัน เขา
ส่งภาษาถิ่น'' มาเลยฟังไม่รู้เรื่อง.
ส่งลำ ก. ร้องเพลงส่งให้ปี่พาทย์รับบรรเลงตามทํานองที่ร้อง (ใช้แก่
การขับเสภาและสักวา); กระทําครั้งสุดท้าย เช่น เตะส่งลำ.
ส่งวิญญาณ ก. ทำพิธีเพื่อให้วิญญาณผู้ตายไปเกิดในสุคติตามคติความ
เชื่อถือของพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน.
ส่งส่วย ก. ส่งเงินเป็นต้นให้เป็นประจำตามที่ตกลงกัน (มักใช้ในทางไม่
สุจริต) เช่น ผู้ลักลอบเล่นการพนันต้องส่งส่วยให้พวกนักเลงเจ้าถิ่น.
ส่งสัมผัส ก. เรียกคำสุดท้ายของวรรคหน้าแห่งคำประพันธ์ที่คล้องจอง
กับคำใดคำหนึ่งในวรรคถัดไปว่า คำส่งสัมผัส.
ส่งสายตา ก. มองโดยมีเจตนาให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่าตนมีความรู้สึกพอใจ
ไม่พอใจ อ้อนวอน หรือเพื่อเป็นการปรามเป็นต้น เช่น ส่งสายตาปราม
ไม่ให้เพื่อนพูด.
ส่งเสริม ก. เกื้อหนุน, ช่วยเหลือสนับสนุนให้ดีขึ้น, เช่น ส่งเสริมการ
ลงทุน ส่งเสริมการศึกษา.
ส่งเสีย ก. ให้การอุดหนุน, เกื้อกูล, เช่น ส่งเสียลูกเรียนหนังสือ.
ส่งเสียง ก. ร้องเสียงดัง, แผดเสียง, เช่น ดีใจอะไรส่งเสียงมาแต่ไกล
ส่งเสียงอื้ออึง.
สงกร[กอน] (แบบ) น. การปะปน, การคาบเกี่ยว. (ป.; ส. สํกร).
สงกรานต์ ๑[กฺราน] น. เทศกาลเนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่า ซึ่งกําหนดตาม
สุริยคติ ปรกติตกวันที่ ๑๓๑๔๑๕ เมษายน วันที่ ๑๓ คือวัน
มหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ คือวันเนา และวันที่ ๑๕ คือวันเถลิงศก.
(ส. สงฺกฺรานฺติ).
สงกรานต์ ๒[กฺราน] น. ชื่อสัตว์พวกหนอนทะเล มีหลายวงศ์ เช่น วงศ์ Phyllodocidae
ลำตัวยาวเป็นปล้อง แต่ละปล้องมีรยางค์สีรุ้ง ๑ คู่อยู่ข้างลำตัว อาศัยอยู่ใน
ทะเล ช่วงประมาณเดือนเมษายนใกล้วันสงกรานต์จะพบอยู่ในบริเวณ
น้ำกร่อยหรือแม่น้ำลำคลองที่ติดต่อกับทะเลเพื่อผสมพันธุ์ จึงเรียกว่า
ตัวสงกรานต์.
สงกาน. ความสงสัย. (ป. สงฺกา; ส. ศงฺกา).
สงโกจ[โกด] (แบบ) ก. หดเข้า, สั้นเข้า; สยิ้ว, หน้านิ่วคิ้วขมวด. (ป. สงฺโกจ;
ส. สํโกจ).
สงค์น. ความข้องอยู่, ความเกี่ยวพัน, การติดอยู่. (ป. สงฺค; ส. สํค).
สงคร[คอน] (แบบ) น. ความตกลง, สัญญา, ความผัดเพี้ยน. (ป. สงฺคร;
ส. สํคร).
สงคราม[คฺราม] น. การรบใหญ่ที่มีคนจำนวนมากต่อสู้ฆ่าฟันกัน, โดยปริยาย
หมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น สงครามชีวิต สงครามปาก.
(ส. สํคฺราม; ป. สงฺคาม).
สงครามกลางเมือง น. สงครามระหว่างชนที่อาศัยอยู่ในประเทศเดียวกัน.
สงครามนิวเคลียร์ น. สงครามที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์.
สงครามเย็น น. การต่อสู้ระหว่างประเทศต่อประเทศโดยไม่ใช้อาวุธ
แต่ใช้อํานาจอื่นแทน เช่น อำนาจทางการเมือง อำนาจทางเศรษฐกิจ.
สงครามโลก น. สงครามใหญ่ที่มีประเทศมหาอำนาจเป็นคู่สงคราม.
สงเคราะห์[เคฺราะ] น. การช่วยเหลือ, การอุดหนุน, เช่น ฌาปนกิจสงเคราะห์;
การรวบรวม เช่น หนังสือนามสงเคราะห์. ก. อุดหนุน เช่น สงเคราะห์
เด็กกำพร้า. (ส. สงฺคฺรห; ป. สงฺคห).
สงฆ์น. ภิกษุ เช่น ของสงฆ์ พิธีสงฆ์, บางทีก็ใช้ควบกับคํา พระ หรือ
ภิกษุ เป็น พระสงฆ์ หรือ ภิกษุสงฆ์ เช่น นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญ
พระพุทธมนต์ มีภิกษุสงฆ์มารับบิณฑบาตมาก, ลักษณนามว่า รูป
หรือ องค์ เช่น ภิกษุสงฆ์ ๒ รูป พระสงฆ์ ๔ องค์; ภิกษุตั้งแต่ ๔ รูป
ขึ้นไปร่วมกันทําสังฆกรรม แต่จํานวนภิกษุที่เข้าร่วมสังฆกรรม
แต่ละอย่างไม่เท่ากัน คือในสังฆกรรมทั่ว ๆ ไป เช่น ในการสวด
พิธีธรรม สวดอภิธัมมัตถสังคหะ ประกอบด้วยภิกษุ ๔ รูป เรียกว่า
สงฆ์จตุรวรรค ในการรับกฐิน สวดพระปาติโมกข์ ปวารณากรรม
และอุปสมบทในถิ่นที่ขาดแคลนภิกษุ ต้องประกอบด้วยภิกษุ ๕ รูป
เรียกว่า สงฆ์ปัญจวรรค ในการอุปสมบทในถิ่นที่มีภิกษุมาก ต้อง
ประกอบด้วยภิกษุ ๑๐ รูป เรียกว่า สงฆ์ทสวรรค และในการสวด
อัพภานระงับอาบัติสังฆาทิเสส ต้องประกอบด้วยภิกษุ ๒๐ รูป
เรียกว่า สงฆ์วีสติวรรค, ภิกษุที่เข้าร่วมสังฆกรรมดังกล่าว ถ้ามากกว่า
จํานวนที่กําหนดจึงจะใช้ได้ ถ้าขาดจํานวนใช้ไม่ได้. (ป. สงฺฆ; ส. สํฆ).
สงบ[สะหฺงบ] ก. ระงับ เช่น สงบจิตสงบใจ สงบสติอารมณ์ สงบศึก,
หยุดนิ่ง เช่น คลื่นลมสงบ พายุสงบ, กลับเป็นปรกติ เช่น เหตุการณ์
สงบแล้ว, ปราศจากสิ่งรบกวน เช่น จิตใจสงบ, ไม่กำเริบ เช่น อาการ
ไข้สงบลง ภูเขาไฟสงบ, ไม่วุ่นวาย เช่น บ้านเมืองสงบปราศจากโจร
ผู้ร้าย.
สงบเงียบ ก. ปราศจากเสียงรบกวน เช่น เด็ก ๆ ไม่อยู่บ้าน ทำให้บ้าน
สงบเงียบ.
สงบปากสงบคำ ก. นิ่ง, ไม่พูด, เช่น เขาเป็นคนสงบปากสงบคำ,
ไม่โต้เถียง เช่น สงบปากสงบคำเสียบ้าง อย่าไปต่อล้อต่อเถียงเขาเลย.
สงบราบคาบ ก. เรียบร้อยปราศจากเสี้ยนหนามหรือความกระด้าง
กระเดื่อง เช่น บ้านเมืองสงบราบคาบ.
สงบเสงี่ยม ก. ระงับกิริยาวาจาด้วยความสุภาพเรียบร้อย เช่น เวลา
อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว.
สงวน[สะหฺงวน] ก. ถนอมรักษาไว้ เช่น เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
(โลกนิติ) สงวนมรดกของชาติ, หวงแหนไว้ เช่น สงวนเนื้อสงวนตัว
สงวนลิขสิทธิ์ สงวนสิทธิ์. ว. ที่รักษาหวงแหนไว้ เช่น ป่าสงวน.
สงวนท่าที, สงวนทีท่า ก. ไม่แสดงท่าทีให้ปรากฏชัดแจ้งเพื่อไม่ให้
ผู้อื่นรู้ความคิดของตน เช่น เขาสงวนท่าทีไม่ยอมแสดงความคิดเห็น
ในที่ประชุม, ระมัดระวังกิริยาวาจาไม่ให้ใครดูถูก เช่น ก่อนจะทักทาย
ใคร ควรสงวนทีท่าไว้บ้าง.
สงวนปากสงวนคำ ก. พูดด้วยความระมัดระวัง, ระมัดระวังคำพูด,
เช่น จะพูดจาอะไร รู้จักสงวนปากสงวนคำไว้บ้าง ผู้อื่นจะรู้ความคิด.
สงเษป[เสบ] (แบบ) น. สังเขป เช่น สวมแสดงบันทึกสาร สงเษป ไส้พ่อ.
(ยวนพ่าย). (ส. สํเกฺษป; ป. สงฺเขป).
ส่งสการน. สังสการ.
สงสัยก. ไม่แน่ใจในข้อเท็จจริง เช่น สงสัยว่าทำดีจะได้ดีจริงหรือ, ลังเล เช่น
เมื่อเดินไปถึงทาง ๒ แพร่ง สงสัยว่าจะไปทางไหนจึงจะถูก; ทราบไม่ได้
แน่ชัด, เคลือบแคลง, เช่น สงสัยว่าคำตอบข้อไหนถูก สงสัยว่าเขาจะเป็น
ขโมย; เอาแน่ไม่ได้ เช่น สงสัยว่าเขาจะมาหรือไม่มา. (ป. สํสย; ส. สํศย).
สงสาร ๑, สงสาร[สงสาน, สงสาระ] น. การเวียนว่ายตายเกิด, การเวียนตายเวียนเกิด;
โลก. (ป., ส. สํสาร).
สงสารทุกข์ น. ทุกข์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด.
สงสารวัฏ น. การเวียนว่ายตายเกิด, สังสารวัฏ หรือ วัฏสงสาร ก็ว่า.
สงสาร ๒[สงสาน] ก. รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น,
รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึก
สงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
สงัด[สะหฺงัด] ก. เงียบสงบ เช่น คลื่นสงัด ลมสงัด. ว. เงียบเชียบ, สงบเงียบ
เพราะปราศจากเสียงรบกวน, เช่น ดึกสงัด ยามสงัด.
สงัดคลื่น ก. ไม่มีเสียงคลื่น.
สงัดคลื่นสงัดลม ก. ไม่มีคลื่นไม่มีลม เช่น ทะเลสงัดคลื่นสงัดลม.
สงัดผู้สงัดคน ก. เงียบเชียบเพราะไม่มีผู้คนผ่านไปมา.
สงัดลม ก. ไม่มีลมพัด.
สง่า[สะหฺง่า] ว. มีลักษณะผึ่งผายเป็นที่น่ายำเกรงหรือน่านิยมยกย่อง เช่น
ผู้นำจะต้องมีบุคลิกลักษณะสง่า, เป็นที่น่าเกรงขาม เช่น เสือโคร่งมี
ท่าทางสง่า.
สง่างาม ว. มีท่าทางภูมิฐานแลดูงาม.
สง่าผ่าเผย ว. มีท่าทางองอาจผึ่งผาย.
สง่าราศี ว. มีท่าทางภูมิฐานผิวพรรณมีน้ำมีนวล.
สฐะ(แบบ) ว. โกง, ล่อลวง; โอ้อวด. (ป.).
สณฑ์(แบบ) น. ชัฏ, ดง, ที่รก, ที่ทึบ. (ป. สณฺฑ; ส. ษณฺฑ).
สดว. ใหม่ ใช้แก่ลักษณะของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้มาหรือผลิตขึ้นใหม่ ๆ ยัง
ไม่ทันเสื่อมหรือเสียคุณภาพของสิ่งนั้น คือ ไม่เหี่ยวแห้ง ซีดจาง
และอาจบริโภคหรือใช้ได้ดีในสภาพของขณะนั้น เช่น ไข่สด กุ้งสด
ปลาสด, มีอยู่หรือได้มาใหม่ ๆ เช่น ข่าวสด, ดิบ คือ ยังไม่สุกด้วยไฟ
ไม่แห้งหรือหมักดองเป็นต้น เช่น น้ำพริกผักสด ผลไม้สด น้ำตาลสด
เบียร์สด ขนมจีนแป้งสด.
สด ๆ, สด ๆ ร้อน ๆ ว. หยก ๆ, ใหม่ ๆ, เร็ว ๆ นี้, ไว ๆ นี้, เช่น
เขาเพิ่งจบการศึกษามาจากต่างประเทศสด ๆ ร้อน ๆ สินค้าเพิ่งผลิต
ออกจากโรงงานสด ๆ ร้อน ๆ; ซึ่ง ๆ หน้า เช่น เจ้าข้าเอ่ยบุคคล
ผู้ใดเลย ในโลกนี้ที่น่าจะเจรจาตลบเลี้ยวลดสด ๆ ร้อน ๆ เหมือน
เจ้าพระยาเวสสันดรชีไพรเป็นว่าหามิได้นี้แล้วแล (เวสสันดร),
โกหกสด ๆ ร้อน ๆ.
สดคาว ว. ดิบ ๆ และยังมีคาวอย่างปลาสดหรือเนื้อสด เช่น เขาชอบ
กินอาหารสดคาว, อาหารที่แสลงแก่โรค เช่น เป็นโรคริดสีดวงห้าม
กินของสดคาว.
สดชื่น ว. ใหม่และบริสุทธิ์ทำให้เบิกบานใจและกระปรี้กระเปร่าขึ้น
เช่น จิตใจสดชื่น อากาศสดชื่น ดอกไม้บานสดชื่น ผิวพรรณสดชื่น
หน้าตาสดชื่น.
สดใส ว. ผ่องใส, ไม่ขุ่นมัว, เช่น หน้าตาสดใส สีสันสดใส.
สดก[สะดก] (แบบ) น. หมวด ๑๐๐, จํานวนร้อย. (ป. สตก; ส. ศตก).
สดน, สดัน[สะดน, สะ] (แบบ) น. เต้านม. (ส. สฺตน; ป. ถน).
สดมภ์[สะดม] น. เสา, หลัก; (คณิต) ช่องในแนวตั้งสําหรับกรอกรายการ
ต่าง ๆ เช่น ตัวเลข สัญลักษณ์สูตร. (ส. สฺตมฺภ; ป. ถมฺภ).
สดับ[สะดับ] ก. ตั้งใจฟัง เช่น สดับพระธรรมเทศนา, มักใช้เข้าคู่กับคํา
ตรับฟัง เป็น สดับตรับฟัง; (วรรณ) ได้ยิน เช่น ถึงแม้ว่าจะสนิทนิทรา
ก็ผวาเมื่อสดับศัพท์เสียงพี่. (วิวาหพระสมุท). (ข. สฎาบ่).
สดับตรับฟัง ก. ฟังด้วยความเอาใจใส่ เช่น สดับตรับฟังพระธรรม
เทศนา.
สดับปกรณ์[สะดับปะกอน] ก. บังสุกุล (ใช้แก่ศพเจ้านาย). น. พิธีสวดมาติกา
บังสุกุลเนื่องด้วยศพ ปัจจุบันใช้เฉพาะเจ้านาย. (ป. สตฺตปฺปกรณ;
ส. สปฺตปฺรกรณ หมายถึง พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์).
สดำ[สะ] ว. ขวา. (ข. สฺฎำ).
สดี[สะ] น. นางที่มีความซื่อสัตย์ต่อสามี. (ส. สตี).
สดุดี[สะ] น. คํายกย่อง, คําสรรเสริญ, (โดยปรกติใช้ในลักษณะเป็น
พิธีการ), เช่น กล่าวสดุดีวีรกรรมของทหาร. (ส. สฺตุติ; ป. ถุติ).
สดูป[สะดูบ] (แบบ) น. สถูป, สิ่งก่อสร้างซึ่งก่อไว้สําหรับบรรจุของควร
บูชามีกระดูกแห่งบุคคลที่นับถือเป็นต้น, สตูป ก็ว่า. (ส. สฺตูป; ป. ถูป).
สต, สตะ ๑[สะตะ] น. ร้อย (๑๐๐). (ป.; ส. ศต).
สตมาหะ น. วันที่ครบ ๑๐๐.
สตะ ๒ว. ระลึกได้, จําได้. (ป.; ส. สฺมฺฤต).
สตกะ[สะตะ] น. หมวด ๑๐๐, จํานวนร้อย. (ป.).
สตน, สตัน[สะตน, สะ] (แบบ) น. เต้านม. (ส. สฺตน; ป. ถน).
สตภิสชะ, ศตภิษัช[สะตะพิดชะ, สะตะพิสัด] น. ดาวฤกษ์ที่ ๒๔ มี ๔ ดวง เห็นเป็นรูป
ทิมทองหรือมังกร, ดาวพิมพ์ทอง หรือ ดาวยักษ์ ก็เรียก.
สตรอนเชียม[สะตฺรอน] น. ธาตุลําดับที่ ๓๘ สัญลักษณ์ Sr เป็นโลหะ ลักษณะเป็น
ของแข็ง เนื้ออ่อน สีเหลืองอ่อน ไวต่อปฏิกิริยาเคมี หลอมละลายที่
๗๕๒ ? ซ. (อ. strontium).
สตริกนิน[สะตฺริก] น. สารประกอบอินทรีย์ประเภทแอลคาลอยด์ มีสูตร
C21H22N2 O2 ลักษณะเป็นผลึกหรือผงสีขาว ละลายได้เล็กน้อยในนํ้า
หลอมละลายที่ ๒๖๘ ? ๒๙๐ ? ซ. เป็นพิษอย่างแรง. (อ. strychnine).
สตรี[สัดตฺรี] น. ผู้หญิง, เพศหญิง, คู่กับ บุรุษ, (ใช้ในลักษณะที่สุภาพ).
(ส.; ป. อิตฺถี, ถี).
สตรีเพศ น. เพศหญิง, คู่กับ บุรุษเพศ.
สตรีลิงค์, สตรีลึงค์ (ไว) น. เพศของคําที่เป็นเพศหญิง เช่น ย่า ยาย
แม่ นารี, อิตถีลิงค์ ก็ว่า. (ส. สฺตรีลิงฺค; ป. อิตฺถีลิงฺค).
สตันย์[สะ] (แบบ) น. นํ้านม. (ส.; ป. ถ?ฺ?).
สตัพธ์[สะตับ] (แบบ) ว. แข็งกระด้าง, เย่อหยิ่ง. (ส. สฺตพฺธ; ป. ถทฺธ).
สตัฟฟ์[สะ] น. การนําวัสดุบางอย่างบรรจุในโครงหนังสัตว์ซึ่งผ่านกรรมวิธี
ทางเคมีสําหรับรักษาไม่ให้เน่าเปื่อยแล้วตกแต่งให้ดูเหมือนสัตว์จริง.
(อ. stuff).
สตัมภ์[สะ] (แบบ) น. เสา, หลัก; เครื่องคํ้าจุน. (ส. สฺตมฺภ, สฺตมฺพ; ป. ถมฺภ).
สตางค์[สะตาง] น. เหรียญกระษาปณ์ปลีกย่อย ๑๐๐ สตางค์ เป็น ๑ บาท,
อักษรย่อว่า สต., โดยปริยายหมายถึงเงินที่ใช้สอย เช่น วันนี้ไม่มี
สตางค์ติดตัวมาเลย เขาเป็นคนมีสตางค์; ชื่อมาตราชั่งตามวิธีประเพณี
สําหรับกําหนดนํ้าหนักเท่ากับเงินหนัก ๐.๑๕ กรัม; (โบ) มาตราวัด
น้ำฝนเท่ากับ ๑ ใน ๑๐ ของทศางค์.
สติ[สะติ] น. ความรู้สึก, ความรู้สึกตัว, เช่น ได้สติ ฟื้นคืนสติ สิ้นสติ,
ความรู้สึกผิดชอบ เช่น มีสติ ไร้สติ, ความระลึกได้ เช่น ตั้งสติ
กำหนดสติ. (ป.; ส. สฺมฺฤติ).
สติแตก ก. ควบคุมสติไม่ได้.
สติปัญญา น. ปัญญารอบคอบ, ปัญญารู้คิด, เช่น เขาเป็นคนมีสติปัญญาดี.
สติปัฏฐาน น. ชื่อธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งสติ ๔ อย่าง คือ กาย เวทนา
จิต ธรรม. (ป.).
สติฟั่นเฟือน ว. คุ้มดีคุ้มร้าย.
สติไม่ดี ว. บ้า ๆ บอ ๆ; หลง ๆ ลืม ๆ เช่น หมู่นี้สติไม่ดี ทำงาน
ผิดพลาดบ่อย ๆ.
สติลอย ว. เหม่อ, เผลอสติ, เช่น เขาเดินสติลอยเลยถูกรถชน.
สติวินัย น. วิธีระงับอนุวาทาธิกรณ์ของสงฆ์โดยไม่ต้องพิจารณา
เพียงแต่สวดกรรมวาจาประกาศความไม่มีโทษของจําเลยไว้ซึ่ง
เรียกว่า ให้สติวินัย แล้วยกฟ้องของโจทก์เสีย. (ป.).
สติวิปลาส [วิปะลาด] ว. มีสติฟั่นเฟือนคล้ายคนบ้า, สัญญาวิปลาส
ก็ว่า.
สติสัมปชัญญะ น. ความระลึกได้และความรู้ตัว, ความรู้สึกตัวด้วย
ความรอบคอบ, เช่น จะทำอะไรต้องมีสติสัมปชัญญะ.
สติอารมณ์ น. ความคิดที่ฟุ้งซ่าน เช่น สงบสติอารมณ์เสียบ้าง
อย่าคิดมากไปเลย. (ป.).
สตี[สะ] น. นางที่มีความซื่อสัตย์ต่อสามี; ธรรมเนียมที่ผู้หญิงชาวฮินดู
เผาตัวบนกองไฟพร้อมกับศพสามีเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและ
ความบริสุทธิ์. (ส.).
สตู[สะ] น. อาหารคาวชนิดหนึ่ง นำเนื้อหรือไก่เป็นต้นเคี่ยวในน้ำสต๊อก
ให้นุ่มด้วยไฟอ่อน ๆ ใส่ผัก เช่น มะเขือเทศ ถั่วแขก มันฝรั่ง มีน้ำข้น.
(อ. stew).
สตูป[สะตูบ] (แบบ) น. สถูป, สิ่งก่อสร้างซึ่งก่อไว้สําหรับบรรจุของควร
บูชามีกระดูกแห่งบุคคลที่นับถือเป็นต้น, สดูป ก็ว่า. (ส.; ป. ถูป).
สเต๊ก[สะ] น. ชื่ออาหารคาวชนิดหนึ่งตามแบบตะวันตก ทำด้วยเนื้อสัน
หรือปลาเป็นต้น หั่นชิ้นใหญ่ ๆ มักปรุงรส แล้วนำไปย่างหรือทอด
กินกับมันฝรั่งทอด บด หรือต้ม และผักบางชนิด ใส่เครื่องปรุงรส
ตามชอบ. (อ. steak).
สถน[สะถน] (แบบ) น. เต้านม. (ส. สฺตน; ป. ถน).
สถบดี[สะถะบอดี] (แบบ) น. ช่างก่อสร้าง, ช่างไม้. (ส. สฺถปติ; ป. ถปติ).
สถล, สถล[สะถน, สะถนละ] น. ที่บก, ที่ดอน, ที่สูง. (ส.; ป. ถล).
สถลทิน น. ชื่อสถานที่สําหรับทําพิธีเกี่ยวกับรับช้างเผือก ทําเป็น
เนินดินมีเสาโครงเพดานผ้าขาวเป็นที่หุงข้าวเภาและปักต้นอ้อย.
สถลบถ, สถลมารค น. ทางบก เช่น กระบวนพยุหยาตราทาง
สถลมารค. (ส.).
สถวีระ[สะถะวีระ] (แบบ) น. พระเถระ; ชื่อนิกายหนึ่งของฝ่ายเถรวาท เรียกว่า
นิกายสถวีระ หรือ สถีรวาท. (ส. สฺถวิร ว่า ผู้ใหญ่, ผู้สูงอายุ; ป. เถร).
สถาน ๑[สะถาน] น. ที่ตั้ง เช่น สถานเสาวภา สถานพยาบาล สถานพักฟื้น
สถานบริบาลทารก, ถ้าใช้ประกอบคำอื่นหมายถึง ที่, แหล่ง, เช่น
โบราณสถาน ศาสนสถาน ฌาปนสถาน ปูชนียสถาน สังเวชนียสถาน;
ประการ เช่น มีความผิดหลายสถาน. (ส.; ป. ?าน).
สถานกงสุล น. ที่ทำการของกงสุล.
สถานที่ น. ที่ตั้ง, แหล่ง, เช่น สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ตากอากาศ
สถานที่พักผ่อนย่อนใจ.
สถานทูต น. ที่ทำการของทูต.
สถานธนานุเคราะห์ น. โรงรับจำนำของกรมประชาสงเคราะห์.
สถานธนานุบาล น. โรงรับจำนำของกรุงเทพมหานคร, โรงรับจำนำ
ของเทศบาล.
สถานบริการ (กฎ) น. สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์
ในการค้า ดังต่อไปนี้ (๑) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง ประเภทที่มีและ
ประเภทที่ไม่มีหญิงพาตเนอร์บริการ (๒) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา
หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีหญิงบำเรอสำหรับ
ปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอนหรือมีบริการ
นวดให้แก่ลูกค้า (๓) สถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่
ลูกค้า (๔) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย
โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง.
สถานประกอบการ (กฎ) น. สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบ
กิจการเป็นประจำและหมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือ
เก็บสินค้าเป็นประจำด้วย.
สถาน ๒, สถานะ[สะถานะ] น. ความเป็นไป, ความเป็นอยู่, เช่น เขาอยู่ในสถานะ
ยากไร้ เศรษฐกิจของประเทศไทยมีสถานะมั่นคง น้ำมีสถานะปรกติ
เป็นของเหลว.
สถานการณ์ น. เหตุการณ์ที่กําลังเป็นไป เช่น สถานการณ์บ้านเมือง
เป็นปรกติดี.
สถานการณ์ฉุกเฉิน (กฎ) น. สถานการณ์อันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง
หรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร หรืออันอาจทำให้ประเทศตกอยู่
ในภาวะคับขัน หรือภาวะการรบหรือการสงคราม.
สถานภาพ น. ฐานะ เช่น ราชบัณฑิตยสถานมีสถานภาพเป็นแหล่ง
ค้นคว้าและบำรุงสรรพวิชา; ตําแหน่งหรือเกียรติยศของบุคคลที่
ปรากฏในสังคม เช่น เขามีสถานภาพเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดี;
สิทธิหน้าที่ตามบทบาทของบุคคล เช่น เขามีสถานภาพทางครอบครัว
เป็นบิดา.
สถานี[สะถานี] น. หน่วยที่ตั้งเป็นที่พักหรือที่ทําการ เช่น สถานีตํารวจ
สถานีรถไฟ สถานีตรวจอากาศ สถานีขนส่ง; ฐานส่งกำลังบำรุง
ของกองทัพเรือที่ประจำอยู่บนบก มีฐานใหญ่ ๆ ๓ แห่ง เรียกว่า
สถานีทหารเรือ คือ สถานีทหารเรือกรุงเทพ สถานีทหารเรือสงขลา
สถานีทหารเรือพังงา, ฐานส่งกำลังบำรุงหน่วยย่อยสำหรับการ
ปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง เรียกว่า สถานีเรือ เช่น สถานีเรือ
อำเภอเชียงคาน สถานีเรืออำเภอโขงเจียม สถานีเรืออำเภอธาตุพนม;
ตำแหน่งของเรือขณะอยู่ในรูปกระบวน เช่น เรือ ก รักษาสถานีทาง
ขวาของเรือ ข ระยะ ๕๐๐ หลา; ที่ที่กำหนดให้ทหารเรือประจำเพื่อ
ปฏิบัติการตามภารกิจต่าง ๆ เช่น สถานีรบ สถานีจอดเรือ สถานี
ออกเรือ สถานีช่วยคนตกน้ำ สถานีรับส่งสิ่งของทางทะเล; ที่ที่มี
หน่วยปฏิบัติการเฉพาะ เช่น สถานีสื่อสารดาวเทียม สถานีสมุทรศาสตร์
สถานีตรวจอากาศ.
สถานีอนามัย น. สถานบริการสาธารณสุขที่ไม่มีแพทย์ประจำ ให้
บริการสาธารณสุขทุกสาขาและส่งเสริมป้องกันด้านอนามัยแก่
ประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน, เดิมเรียกว่า สุขศาลา.
สถาบก[สะ] (โบ) ก. สร้าง. (จารึกสยาม). (ส. สฺถาปก ว่า ผู้ตั้ง, ผู้สร้าง).
สถาบัน[สะ] (สังคม) น. สิ่งซึ่งคนในส่วนรวม คือ สังคม จัดตั้งให้มีขึ้น
เพราะเห็นประโยชน์ว่ามีความต้องการและจําเป็นแก่วิถีชีวิตของ
ตน เช่น สถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์
สถาบันการศึกษา สถาบันการเมือง สถาบันการเงิน. (ส.).
สถาปนา[สะถาปะนา] ก. ยกย่องโดยแต่งตั้งให้สูงขึ้นเช่นเลื่อนเจ้านายให้
สูงศักดิ์ขึ้น หรือยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง, ตั้งขึ้น (มัก
ใช้แก่หน่วยราชการหรือองค์การที่สําคัญ ๆ ในระดับกระทรวง
ทบวงมหาวิทยาลัย) เช่น วันสถาปนากระทรวงมหาดไทย วันสถาปนา
ราชบัณฑิตยสถาน วันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (ส. สฺถาปน;
ป. ?าปน).
สถาปนิก[สะถาปะ] น. ผู้ทรงคุณวุฒิในการสร้างสรรค์ทางออกแบบก่อสร้าง.
(ส.).
สถาปนียพยากรณ์[นียะ] น. การจําแนกธรรมหรือพยากรณ์ปัญหาธรรมโดยอาการนิ่ง.
สถาปนียวาที[นียะ] น. ผู้จําแนกธรรมหรือพยากรณ์ปัญหาธรรมโดยการนิ่ง.
สถาปัตยกรรม[สะถาปัดตะยะกํา] น. ศิลปะและวิทยาเกี่ยวกับงานก่อสร้างที่ประกอบ
ด้วยศิลปลักษณะ. (ส. สฺถาปตฺย + กรฺมนฺ).
สถาปัตยกรรมศาสตร์ [สะถาปัดตะยะกำมะสาด] น. วิชาว่าด้วยการ
ออกแบบงานก่อสร้างที่ประกอบด้วยศิลปลักษณะ.
สถาปัตยเรขา[สะถาปัดตะยะ] น. แบบร่างหรือต้นแบบการออกแบบก่อสร้าง.
สถาปัตยเวท[สะถาปัดตะยะเวด] น. วิชาการก่อสร้าง เป็นสาขาหนึ่งของ อุปเวท.
(ส. สฺถาปตฺย + เวท). (ดู อุปเวท ประกอบ).
สถาพร, สถาวร[สะถาพอน, วอน] ว. ยืนยง, มั่นคง, เช่น ขอให้มีความสุขสถาพร
สถิตสถาพร. (ส. สฺถาวร; ป. ถาวร).
สถาล[สะถาน] (แบบ) น. ภาชนะใส่ของ, จาน, ชาม. (ส. สฺถาล; ป. ถาล).
สถิต[สะถิด] ก. อยู่, ยืนอยู่, ตั้งอยู่, (ใช้เป็นคํายกย่องแก่สิ่งหรือบุคคลที่อยู่ใน
ฐานะสูง) เช่น พระเจ้าสถิตบนสวรรค์ พระมหากษัตริย์สถิตบนพระที่นั่ง
สมเด็จพระสังฆราชสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร. (ส. สฺถิต; ป. ??ต).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒