สว่าง[สะหฺว่าง] ว. ระยะเวลาฟ้าสาง, ระยะเวลาเมื่อรุ่งอรุณ, เช่น สว่างแล้ว,
กระจ่าง, มีแสงมาก, เช่น แสงไฟสว่าง แสงจันทร์สว่าง; แจ้ง, รู้แจ้ง,
เช่น ปัญญาสว่าง; หายจากความหลงผิด เช่น หูตาสว่าง; โล่ง,
ปลอดโปร่ง, เช่น สว่างอก สว่างใจ; หายง่วง ในคําว่า ตาสว่าง.
สว่างไสว [สะหฺว่างสะไหฺว] ว. สว่างรุ่งเรืองทั่วไป เช่น บริเวณงานมี
แสงไฟสว่างไสว, โดยปริยายหมายความว่า มีความสุข เช่น โลกนี้ช่าง
สว่างไสวเหลือเกิน เดี๋ยวนี้ฉันหมดหนี้สินแล้ว ชีวิตฉันจึงสว่างไสวขึ้น.
สวาด[สะหฺวาด] น. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Caesalpinia bonduc (L.) Roxb.
ในวงศ์ Leguminosae ลําต้นมีหนาม ฝักมีหนามละเอียด เมล็ดกลม
เปลือกแข็งสีเทาอมเขียว. ว. สีเทาอมเขียวอย่างสีเมล็ดสวาด เรียกว่า
สีสวาด, เรียกแมวที่มีสีเช่นนั้นว่า แมวสีสวาด ว่าเป็นแมวไทยที่ชาว
ต่างประเทศนิยมเลี้ยงและมีราคาแพง.
สวาดิ ๑[สะหฺวาด] ดู สวัสติ.
สวาดิ ๒[สะหฺวาด] (โบ) ก. รักใคร่, ยินดี.
สวาท[สะหฺวาด] น. ความรัก ความพอใจ หรือความยินดีในทางกามารมณ์
เช่น รสสวาท พายุสวาท ไฟสวาท. (ปาก) ก. รัก ยินดี หรือ พอใจ
เป็นต้น (มักใช้ในเชิงปฏิเสธ) เช่น หน้าตาน่าสวาทนักนี่ คุณคิดว่า
เขาสวาทคุณนักหรือ. (ส. สฺวาท ว่า รสอร่อย, รสหวาน).
สว่าน[สะหฺว่าน] น. เครื่องมือช่างไม้ปลายเป็นเกลียวแหลมสําหรับเจาะไช
มี ๒ ชนิด คือ ชนิดหนึ่งเป็นเหล็กปลายเป็นเกลียวแหลมในตัวสําหรับ
เจาะไชสิ่งเล็ก ๆ หรือบาง ๆ อีกชนิดหนึ่งมีรูปร่างคล้ายลูกดาล ๒ อัน
ต่อกัน ปลายด้านบนมีแป้นสําหรับมือกด ตรงกลางมีที่สําหรับมือจับ
หมุนให้ดอกสว่านซึ่งสวมติดกับปลายอีกด้านหนึ่งเจาะไชสิ่งที่ค่อนข้าง
ใหญ่หน้าหนา.
สว้าน[สะว่าน] ก. อาการที่ลมในท้องดันขึ้นมา เป็นอาการของไข้หนัก
จวนจะสิ้นใจ.
สวาบ[สะหฺวาบ] น. ส่วนกายของคนและสัตว์สี่เท้า อยู่ระหว่างชายโครง
กับสันกระดูกตะโพก เป็นส่วนที่ไม่มีกระดูก.
สวามิ, สวามี[สะหฺวา] น. เจ้า, ผู้เป็นใหญ่, นาย; ผัว, ราชาศัพท์ใช้ว่า พระสวามี;
เจ้าของ. (ส. สฺวามี, สฺวามินฺ; ป. สามิ).
สวามินี น. หญิงผู้เป็นใหญ่เป็นเจ้าของ. (ส. สฺวามินี).
สวามิภักดิ์ ก. ยอมตนหรือมอบตนอยู่ใต้อํานาจ เช่น ข้าศึกเข้ามา
สวามิภักดิ์, สามิภักดิ์ ก็ว่า. (ส. สฺวามินฺ + ภกฺติ ว่า ความซื่อตรงต่อเจ้า).
สวาย ๑[สะหฺวาย] น. ต้นมะม่วง. (ข. สฺวาย).
สวายสอ น. ชื่อมะม่วงชนิดหนึ่ง. (ข.).
สวาย ๒[สะหฺวาย] น. ชื่อปลานํ้าจืดขนาดใหญ่ชนิด Pangasius pangasius
ในวงศ์ Schilbeidae ลําตัวแบนข้างเล็กน้อย ไม่มีเกล็ด มีหนวดสั้น ๆ
๒ คู่ ลักษณะคล้ายปลาเทโพแต่ไม่มีจุดเหนือครีบอก ขนาดยาวได้
ถึง ๑.๖ เมตร.
สวาสดิ์[สะหฺวาด] ก. รักใคร่, ยินดี.
สวาหะ[สะหฺวาหะ] คํากล่าวเมื่อจบการเสกเป่า. (ส. สฺวาหา).
สวิง[สะหฺวิง] น. เครื่องช้อนปลาชนิดหนึ่ง ถักเป็นร่างแห ลักษณะเป็นถุง
มักใช้ไม้หรือหวายทําเป็นขอบปาก.
สวิงสวาย[สะหฺวิงสะหฺวาย] ก. อาการที่รู้สึกใจหวิว วิงเวียน คลื่นไส้ ตาพร่า
จะเป็นลม เช่น เดินฝ่าแดดนาน รู้สึกสวิงสวาย; โลดโผน, เกินพอดี,
เช่น สำนวนสวิงสวาย เต้นรำสวิงสวาย.
สวิญญาณกทรัพย์[สะวินยานะกะซับ, สะวินยานนะกะซับ] (กฎ; โบ) น. สิ่งที่มีวิญญาณ
หรือชีวิตซึ่งนับเป็นทรัพย์ เช่น ทาส ช้าง ม้า วัว ควาย, ตรงข้ามกับ
อวิญญาณกทรัพย์, วิญญาณกทรัพย์ ก็ว่า.
สวิตช์[สะวิด] น. อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้สําหรับปิดเปิดหรือเปลี่ยน
วงจรไฟฟ้า. (อ. switch).
สสาร, สสาร[สะสาน, สานระ] น. สิ่งที่มีมวลสาร ต้องการที่อยู่ และสัมผัสได้
อาจมีเพียงสารเดียว เช่น ทองคํา เงิน แก้ว เกลือ น้ำ หรือประกอบด้วย
สารหลายสาร เช่น ดินปืน อากาศ ก็ได้.
สสารนิยม น. วัตถุนิยม.
สสุระ[สะ] น. พ่อตา, พ่อผัว. (ป.; ส. ศฺวศุร).
สสุรี, สัสุรี[สะ, สัดสุ] น. แม่ยาย, แม่ผัว. (ป.; ส. ศฺวศฺรู).
สห[สะหะ] ว. ด้วยกัน, พร้อม, ร่วม, ร่วมกัน, (ใช้ประกอบหน้าคําอื่น)
เช่น สหประชาชาติ สหพันธ์สหรัฐ. (ป., ส.).
สหกรณ์ น. งานร่วมมือกัน เช่นทางธุรกิจหรืออุตสาหกรรม เพื่อหา
กําไรหรือเพื่อประโยชน์อื่น ๆ ในงานนั้น ๆ ร่วมกัน, (กฎ) คณะบุคคล
ซึ่งร่วมกันดําเนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
และได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ เช่น
สหกรณ์ออมทรัพย์.
สหการ น. การร่วมมือกัน.
สหจร น. ผู้ร่วมทาง, เพื่อน, สหาย. (ส.).
สหชาต, สหชาติ น. ผู้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน, ผู้เกิดร่วมปีนักษัตรใน
รอบเดียวกัน. (ป.); (ราชา) รก.
สหธรรม น. ธรรมอันเดียวกัน, กฎหรือความเชื่อถืออย่างเดียวกัน.
สหธรรมิก [สะหะทํามิก] น. ผู้มีการประพฤติธรรมร่วมกัน เช่น
พระสงฆ์ทั้งปวงเป็นเพื่อนสหธรรมิกกัน อุบาสกอุบาสิกาเป็น
สหธรรมิกกัน. (ป. สหธมฺมิก).
สหบาน น. การดื่มร่วมกัน.
สหประชาชาติ (กฎ) น. องค์การระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเป็น
ทางการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
แทนสันนิบาตชาติตามมติของที่ประชุมผู้แทนประเทศ ๕๐ ประเทศ
ในการประชุมใหญ่ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยมี
วัตถุประสงค์สําคัญ คือ การป้องกันสงคราม การยืนยันรับรองสิทธิ
มนุษยชนขั้นพื้นฐาน การเคารพและปฏิบัติตามพันธกรณีที่เกิดจาก
สนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ, เรียกชื่อเต็มว่า องค์การ
สหประชาชาติ (United Nations Organization).
สหพันธ์ น. สหภาพหรือสมาคมตั้งแต่ ๒ สหภาพหรือ ๒ สมาคม
ขึ้นไปที่ร่วมกันดำเนินกิจการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์
ของสหภาพหรือสมาคมที่เข้าร่วมกันนั้น เช่น สหพันธ์กรรมกร.
สหพันธรัฐ น. รัฐหลายรัฐที่รวมกันเป็นรัฐรวม โดยมีรัฐบาลกลาง
เป็นผู้ดําเนินกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประโยชน์ส่วนรวมตามที่กําหนด
ไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ละรัฐมีอํานาจเฉพาะกิจการภายในรัฐของตน
เท่านั้น. (อ. federal state).
สหภาพ น. การรวมตัวขององค์การตั้งแต่ ๒ องค์การขึ้นไป เพื่อทํา
กิจการทั่วไปหรือกิจการเฉพาะอย่างตามวัตถุประสงค์ขององค์การที่
เข้าร่วมกันนั้น เช่น สหภาพศุลกากร สหภาพรัฐสภา; ชื่อรูปแบบหนึ่ง
ของการรวมตัวของรัฐตั้งแต่ ๒ รัฐขึ้นไป เช่น สหภาพพม่า; องค์การ
ของลูกจ้าง เช่น สหภาพแรงงาน. (อ. union).
สหภาพแรงงาน (กฎ) น. องค์การของลูกจ้างที่จัดตั้งขึ้นตาม
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหา
และคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง และส่งเสริมความ
สัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และระหว่างลูกจ้างด้วยกัน
เช่น สหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงาน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต.
สหศึกษา น. การศึกษาที่ให้นักเรียนชายและหญิงเรียนรวมในสถาน
ศึกษาเดียวกัน.
สหัช ว. ที่มีมาแต่กําเนิด. (ป., ส.).
สหาย น. เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข. (ป., ส.).
สหัชดู สห.
สหัมบดี[สะหําบอดี] น. ชื่อท้าวมหาพรหมองค์หนึ่ง. (ป.).
สหัส, สหัสสะ[สะหัดสะ] ว. หนึ่งพัน คือ ๑๐ ร้อย (๑,๐๐๐). (ป.; ส. สหสฺร).
สหัสธารา [สะหัดสะ] น. เครื่องโปรยนํ้าให้เป็นฝอย (ใช้ใน
การอภิเษก), โดยปริยายหมายถึงการสรงนํ้าของพระเจ้าแผ่นดิน.
(ป. สหสฺสธารา; ส. สหสฺรธารา).
สหัสนัยน์, สหัสเนตร [สะหัดสะ] น. พันตา หมายถึง พระอินทร์.
(ป. สหสฺสเนตฺต, สหสฺสนยน; ส. สหสฺรเนตฺร, สหสฺรนยน).
สหัสรังสี [สะหัดสะ] น. พันแสง หมายถึง พระอาทิตย์. (ป. สหสฺสรํสิ).
สหัสา[สะหัดสา] ว. โดยเร็ว, ทันใด, โดยตรง; ยิ่งนัก. (ป., ส. สหสา).
สหายดู สห.
สอ ๑ว. ขาว เช่น ดินสอพอง. (เทียบเขมร ส ว่า ขาว).
สอปูน ก. นําปูนสอมาเชื่อมอิฐหรือหินให้ติดกัน.
สอ ๒ว. ประดังกัน เช่น วิ่งสอกันมารับหน้า, หลั่งออกมาออ ในคำว่า
น้ำลายสอ.
สอ ๓น. คอ. (ข.).
สอ ๔น. โกฐสอ. (ดู โกฐสอ ที่ โกฐ).
ส่อก. แสดงให้รู้เป็นนัย ๆ (ส่วนมากใช้ไปในทางที่ไม่ดี) เช่น สำเนียง
ส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ส่อเจตนาทุจริต ส่อพิรุธ; (โบ) ฟ้อง.
ส่อเสียด ก. อาการที่พูดยุยงให้ผู้อื่นแตกแยกกัน.
สองน. จํานวนหนึ่งบวกหนึ่ง; เดือน ๒ ทางจันทรคติ เรียกว่า เดือนยี่
ตกในราวเดือนมกราคม.
สองเกลอ น. เครื่องมือสำหรับตอกกระทุ้งเสาเข็ม ลักษณะเป็นไม้
ท่อนกลม มีที่จับสำหรับยก ๒ ที่.
สองแง่สองง่าม ว. มีความหมายตีได้เป็น ๒ นัย ทั้งความหมายธรรมดา
และความหมายที่ส่อไปในทางหยาบโลน (มักใช้ในปริศนาคำทาย)
เช่นนอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย.
สองแง่สองมุม ว. มีความหมายตีได้เป็น ๒ นัย เช่นสาบานขอให้ตาย
ใน ๗ วัน.
สองจิตสองใจ ว. ลังเล, ตัดสินใจไม่ได้, เช่น จะไปเชียงใหม่ดีหรือ
ไม่ไปดี ยังสองจิตสองใจอยู่.
สองใจ ว. มีจิตใจไม่แน่นอนในเรื่องชู้สาว (มักใช้แก่ผู้หญิง).
สองชั้น น. จังหวะของดนตรีไทยที่มีระดับปานกลางคือช้ากว่า
ชั้นเดียวเท่าตัว หรือเร็วกว่าสามชั้นเท่าตัว เรียกเต็มว่า อัตราสองชั้น,
เรียกหน้าทับและเพลงที่มีจังหวะเช่นนี้ว่า หน้าทับสองชั้น เพลงสองชั้น.
สองต่อสอง ว. แต่ลําพัง ๒ คน โดยเฉพาะในที่ลับหูลับตาคนอื่น
(มักใช้แก่ชายหนึ่งและหญิงหนึ่งที่อยู่ด้วยกันตามลําพัง).
สองตาก็ไม่แล, สองตาก็ไม่อยากแล (สำ) คำที่แสดงอาการว่าไม่แยแส
หรือตัดรอนไม่เป็นมิตรไมตรีกันอีกต่อไป.
สองผม ว. มีอายุแล้ว หมายถึงคนที่มีผมหงอกบ้างแล้ว เช่นพูดว่า
คนสองผม.
สองฝักสองฝ่าย (สํา) ว. ที่ทําตัวเข้าด้วยทั้ง ๒ ข้าง ซึ่งมักไม่เป็นมิตรกัน
โดยหวังประโยชน์เพื่อตน เช่น ประเทศเล็กที่ช่วยตัวเองไม่ได้ มักต้อง
ทําตัวสองฝักสองฝ่ายกับประเทศใหญ่เพื่อความอยู่รอดของตน.
สองไม้ น. ทํานองเพลงที่ใช้หน้าทับทําจังหวะ.
สองสลึงเฟื้อง (ปาก) ว. บ้า ๆ บอ ๆ, มีสติไม่สมบูรณ์, มีจิตใจใกล้
ไปทางบ้า ๆ บอ ๆ, สามสลึงเฟื้อง ไม่เต็มเต็ง หรือ ไม่เต็มบาท ก็ว่า.
สองหน้า น. ชื่อกลองชนิดหนึ่ง รูปคล้ายเปิงมางแต่ใหญ่กว่า ใช้ตี
ทั้ง ๒ ข้าง. (สํา) ว. ที่ทําตัวให้ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน โดยหวัง
ประโยชน์เพื่อตน เช่น เขาเป็นคนสองหน้า อย่าไว้ใจเขานักนะ.
ส่องก. ฉายแสง เช่น แดดส่อง ไฟส่อง ส่องไฟ แสงจันทร์ส่อง ตะวันส่อง
หน้า, ฉายแสงดู เช่น ส่องสัตว์ในป่า ส่องทาง ส่องกบ; เพ่งมอง เช่น
ส่องกล้อง, เล็ง เช่น ส่องปืน; (ปาก) ยิง เช่น ถูกส่องด้วยปืนลูกซอง.
ส่องกระจก ก. ดูภาพตนเองในกระจกเงา, โดยปริยายหมายความว่า
ให้สำรวจดูฐานะหรือข้อบกพร่องของตน (มักใช้ในอาการที่ดูหมิ่น)
เช่น กลับไปส่องกระจกดูเงาตัวเองเสียบ้าง.
ส้อง(กลอน) น. ซ่อง, ประชุม.
สองฤดูดู คริสต์มาส ๒.
สอดก. เสือกหรือใส่เข้าไปในช่องหรือในระหว่างที่แคบ ๆ เช่น สอด
จดหมายเข้าไปใต้ประตู สอดขาเข้าไปในกางเกง, ใส่ เช่น สอดสนับ
เพลา, แทรกเข้าไประหว่างกลาง เช่น เอาธนบัตรสอดไว้ในหนังสือ,
แทรกเข้าในระหว่าง (มักใช้ในเชิงตำหนิ) เช่น ขณะที่ผู้ใหญ่กำลัง
พูดอยู่ เด็กไม่ควรพูดสอดขึ้น.
สอดคล้อง ว. พ้อง, ประสาน, ไม่ขัดกัน, เช่น มีความเห็นสอดคล้อง
กัน ทำงานสอดคล้องกัน ความคิดกับการกระทำสอดคล้องกัน.
สอดแคล้ว ว. สงสัย, กินแหนง.
สอดแทรก ก. เข้าไปยุ่งในเรื่องที่มิใช่หน้าที่ของตน เช่น เขาชอบไป
สอดแทรกในเรื่องส่วนตัวของคนอื่น.
สอดแนม ก. ลอบเข้าไปสืบความ เช่น ส่งทหารไปสอดแนมข้าศึก.
สอดรู้, สอดรู้สอดเห็น ก. เที่ยวเข้าไปรู้ในเรื่องของคนอื่น (มักใช้
ในทางไม่ดี) เช่น ใครเขาจะทำอะไรกันที่ไหน ก็เที่ยวไปสอดรู้เขาหมด
เขาเป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็น มีเรื่องของชาวบ้านมาเล่าเสมอ.
สอดส่อง ก. ตรวจดูทั่ว ๆ ไป, เอาใจใส่ดูแล, เช่น รัฐบาลที่ดีจะต้อง
สอดส่องดูแลทุกข์สุขของราษฎร.
สอดส่าย ก. ส่ายตาค้นหา ในคำว่า สอดส่ายสายตา เช่น สอดส่ายสายตา
หาเพื่อนที่นัดไว้ ตำรวจสอดส่ายสายตาหาคนร้าย, โดยปริยายหมายถึง
ส่ายตามองหาช่องทางหรือโอกาสที่จะลักขโมยเป็นต้น.
สอดสี ว. ลักษณะการพิมพ์ให้เป็นสีตั้งแต่ ๒ สีขึ้นไป เรียกว่า พิมพ์
สอดสี.
สอดใส่ ก. ใส่โดยวิธีสอดเข้าไป.
สอดไส้ ก. ใส่ไส้ไว้ข้างใน, โดยปริยายหมายความว่า แอบสอดสิ่ง
แปลกปลอมปนเข้าไปโดยมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เช่น สอดไส้ธนบัตร
ปลอมไว้ในปึกธนบัตรจริง สอดไส้เอกสารที่เป็นประโยชน์แก่ตน
ปะปนเข้าไปพร้อมกับเอกสารในแฟ้มเสนอเซ็น. ว. เรียกขนม
ชนิดหนึ่ง มีไส้หน้ากระฉีก ปั้นเป็นก้อนหุ้มด้วยแป้งข้าวเหนียวดำ
แล้วหยอดด้วยแป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือ ซึ่งกวนสุกแล้ว ห่อด้วย
ใบตองหรือใส่กระทงนึ่งให้สุก ว่า ขนมสอดไส้, ขนมใส่ไส้ ก็เรียก.
สอดหมุด ก. สอดผ้ากอซเข้าไปในโพรงฝีเป็นต้นเพื่อซับของเหลว
ภายใน.
สอนก. บอกวิชาความรู้ให้ เช่น ครูสอนหนังสือนักเรียน, แสดงให้เข้าใจ
โดยวิธีบอกหรือทําให้เห็นเป็นตัวอย่างเพื่อให้รู้ดีชั่วเป็นต้น เช่น สอน
แม่ไม้มวยไทย สอนเย็บปักถักร้อย สอนเท่าไรไม่รู้จักจํา; เริ่มฝึกหัด
เช่น เด็กสอนพูด ผู้เป็นอัมพาตต้องมาสอนเดินใหม่ ไก่สอนขัน,
เริ่มมีผล เช่น ต้นไม้สอนเป็น.
สอนขัน ว. เรียกไก่อ่อนที่เพิ่งหัดขันว่า ไก่อ่อนสอนขัน หรือ
ไก่สอนขัน, โดยปริยายหมายถึงมีประสบการณ์น้อยยังรู้ไม่ทัน
เล่ห์เหลี่ยมของคน.
สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ (สํา) ก. สอนสิ่งที่เขารู้ดีหรือที่เขาถนัดอยู่แล้ว.
สอนใจ ว. ที่เตือนสติตนเอง เช่น สุภาษิตสอนใจ หนังสือสอนใจ.
สอนเดิน ว. เรียกเด็กที่เริ่มหัดเดินเตาะแตะว่า เด็กสอนเดิน. ก. ฝึกหัด
เดิน เช่น เขานอนป่วยอยู่หลายเดือน เมื่อหายป่วยแล้วต้องสอนเดินใหม่.
สอนนาค ก. กล่าวคำทำขวัญนาคเพื่อสอนกุลบุตรที่จะอุปสมบทให้
รู้สึกซาบซึ้งถึงพระคุณของพ่อแม่ และให้เห็นว่าการบวชนั้นเป็นการ
ตอบสนองพระคุณพ่อแม่อย่างหนึ่ง.
สอนพูด ว. เรียกเด็กที่เริ่มหัดพูดว่า เด็กสอนพูด.
สอนยาก ว. ดื้อดึง, ไม่อยู่ในโอวาท, เช่น เขาเป็นเด็กสอนยาก, มักใช้
เข้าคู่กับคำ ว่ายาก เป็น ว่ายากสอนยาก.
สอนยืน ว. เรียกเด็กที่เริ่มตั้งไข่ว่า เด็กสอนยืน.
สอนลูกให้เป็นโจร (สำ) ก. ไม่ว่ากล่าวอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี
เมื่อลูกไปลักขโมยของใครมาได้กลับชมเชยว่าเก่ง ในที่สุดลูกก็กลาย
เป็นโจร.
สอนสั่ง ก. ชี้แจงให้เข้าใจและบอกให้ทำ, สั่งสอน ก็ว่า.
สอนหนังสือสังฆราช, บอกหนังสือสังฆราช (สํา) ก. สอนสิ่งที่เขารู้ดี
อยู่แล้ว.
ส่อนว. เรียกตาที่มีตาดําอยู่ไม่ตรงที่ตามปรกติว่า ตาส่อน.
สอบ ๑ก. ตรวจ ทดลอง เปรียบเทียบ หรือไล่เลียง เพื่อหาข้อเท็จจริง หรือ วัด
ให้รู้ว่ามีความรู้หรือความสามารถแค่ไหน เช่น สอบตาชั่งให้ได้
มาตรฐาน สอบราคาสินค้า สอบปากคำผู้ต้องหา สอบพิมพ์ดีด.
สอบข้อเขียน ก. สอบความรู้โดยให้ผู้สอบเขียนคำตอบลงในกระดาษ.
สอบเขตที่ดิน ก. ตรวจสอบที่ดินโดยพนักงานที่ดินและบุคคลที่
เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบเนื้อที่และแนวเขตที่แน่นอน.
สอบแข่งขัน ก. สอบเพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับทุน
หรือบรรจุในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นต้น.
สอบความถนัด ก. ทดสอบดูว่ามีความถนัดหรือความสามารถใน
ทางใดบ้าง, ทดสอบดูว่ามีความถนัดในสาขาวิชาที่ต้องการเข้าศึกษา
หรือในงานที่จะต้องทำหรือไม่.
สอบซ่อม ก. สอบเพื่อให้ผ่านวิชาที่เคยสอบตก.
สอบซ้อม ก. ทดสอบความรู้ก่อนสอบไล่ (ใช้ในโรงเรียน).
สอบถาม ก. ถามเพื่อขอทราบข้อมูลที่ต้องการ เช่น สอบถามเวลาเดินรถ.
สอบทาน ก. ตรวจสอบหนังสือ ข้อความ หรือตัวเลข ให้ตรงกับต้นฉบับ
หรือถ้อยคำที่บอกเป็นต้น.
สอบเทียบ, สอบเทียบความรู้ ก. สอบเพื่อเทียบว่ามีความรู้เข้าเกณฑ์
มาตรฐานที่ทางราชการกำหนดหรือไม่.
สอบใบขับขี่ ก. สอบเพื่อแสดงว่ามีความรู้ในกฎจราจรและสามารถ
ขับขี่ยานยนต์ได้.
สอบประวัติส่วนบุคคล ก. ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจท้องที่ที่บุคคลซึ่ง
จะบรรจุเข้ารับราชการเป็นต้นอาศัยอยู่ สอบประวัติย่อ ภูมิลำเนาครั้ง
สุดท้าย และลายพิมพ์นิ้วมือเป็นต้นของบุคคลนั้น.
สอบปากคำ ก. ซักถามเพื่อให้บุคคลให้การโดยพนักงานสอบสวน
หรือพนักงานอัยการ เช่น สอบปากคําพยาน สอบปากคําผู้ต้องหา,
กฎหมายใช้ว่า ถามปากคํา.
สอบปากเปล่า ก. สอบโดยวิธีซักถามให้ตอบด้วยวาจา.
สอบพยาน ก. ซักถามพยานเพื่อหาข้อเท็จจริง.
สอบราคา ก. สอบดูราคาสิ่งของตามร้านค้าต่าง ๆ ว่าแตกต่างกัน
อย่างไร, ตรวจสอบราคาที่ขายว่าถูกต้องตามที่ทางราชการกำหนด
ไว้หรือไม่, สอบถามราคาในการพิมพ์หรือการซื้อเป็นต้นจากแหล่ง
ต่าง ๆ เพื่อหาราคาต่ำสุด.
สอบไล่ ก. สอบความรู้ที่เล่าเรียนมาว่าได้ตามมาตรฐานของหลักสูตร
แต่ละขั้นหรือทั้งหมด.
สอบสวน (กฎ) ก. รวบรวมพยานหลักฐานและดําเนินการอย่างอื่น
ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทําไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะ
ทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อจะเอาตัวผู้กระทําผิด
มาฟ้องลงโทษ.
สอบสวนทวนพยาน (สํา) ก. สอบพยาน.
สอบสัมภาษณ์ ก. สอบท่วงทีวาจาและไหวพริบพิจารณาดูชั้นเชิงและ
ความสามารถของผู้เข้าสอบ ว่าจะเป็นผู้เหมาะสมตามที่ต้องการหรือไม่.
สอบอารมณ์ ก. สอบถามประสบการณ์ทางจิตของผู้ที่เจริญวิปัสสนา
กรรมฐานว่าก้าวหน้าไปถึงขั้นใดแล้ว.
สอบ ๒ว. มีลักษณะเรียวลงด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้ง ๒ ด้าน ใช้แก่รูปทรง
ของภาชนะหรือสิ่งที่มีลักษณะกลวง เช่น พ้อมก้นสอบปากสอบ
เสื้อแขนสอบ กางเกงขาสอบ.
สอพลอ[สอพฺลอ] ก. กล่าวร้ายป้ายสีผู้อื่นเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีฐานะ
สูงกว่าเกลียดชังผู้นั้นเพื่อประโยชน์ของตน.
ส้อมน. เหล็ก ๒ ง่าม ปลายแหลม ใช้แทงปลาเป็นต้น; เครื่องใช้จิ้มอาหาร
กิน, คู่กับ ช้อน; ไม้ไผ่ที่จักให้เป็นซี่ ๆ ทำปลายซี่ให้แหลมสำหรับ
เสียบอ้อยที่ควั่นเป็นข้อ ๆ, เรียกอ้อยควั่นที่เสียบซี่ไม้ไผ่ปลายแหลม
ดังกล่าวว่า อ้อยส้อม. ก. ปาด เหลา หรือเจียน เช่น ส้อมงวงมะพร้าว.
ส้อมเสียง น. อุปกรณ์ทำด้วยโลหะเป็นรูปอักษร U มีก้านสำหรับ
จับยึด เมื่อเคาะจะเกิดเสียงที่มีความถี่คงที่ เป็นเวลานาน ใช้เป็นความถี่
อ้างอิง เช่น ใช้เทียบเสียงเครื่องดนตรี.
สอย ๑ก. เอาไม้มีขอหรือมีง่ามหรือไม้จำปาเกี่ยว ดึงดัน หรือบิดเอาดอกไม้
ลูกไม้เป็นต้นลงมา; แทงด้วยเข็มหรือสิ่งที่แหลมอย่างเข็มเย็บผ้าให้
เป็นตะเข็บ.
สอยดอกฟ้า (สํา) ก. หมายปองที่จะได้หญิงผู้สูงศักดิ์กว่าตนมาเป็น
คู่ครอง.
สอยดาว ว. เรียกอาการที่เดินหงายหน้าว่า เดินสอยดาว; เรียกหมัด
ที่ชกตวัดขึ้นสู่ปลายคางของคู่ต่อสู้ว่า หมัดสอยดาว.
สอยผม ก. เอาไม้แหลมเล็ก ๆ เป็นต้นแทงผมให้เรียบเรียงเส้น.
สอยไร ก. เอาไม้แหลมเล็ก ๆ เป็นต้นแทงผมให้เห็นรอยไร.
สอย ๒ก. ใช้, ใช้เข้าคู่กันเป็น ใช้สอย.
ส่อเสียดก. อาการที่พูดยุยงให้ผู้อื่นแตกแยกกัน.
สะ ๑, สะสวยว. สวย.
สะ ๒ก. ใส่หรือสุมเพื่อกันไว้ เช่น เอาหนามสะ.
สะกดก. กลั้นไว้, ข่มไว้, เช่น เมื่อเกิดความไม่พอใจ ก็รู้จักสะกดอารมณ์
ไว้บ้าง; เขียนหรือบอกตัวอักษรที่ประกอบกันเป็นคํา, เรียกพยัญชนะ
ที่บังคับตัวอักษรข้างหน้าให้เป็นมาตราต่าง ๆ เช่น แม่กน น สะกด
แม่กด ด สะกด. น. เรียกลูกประคําที่เป็นลูกคั่นว่า ลูกสะกด. (เทียบ
ข. สงฺกด).
สะกดจิต ก. ใช้อำนาจจิตเป็นสื่อสะกดให้หลับแล้วบังคับให้กระทํา
ตามความต้องการของตน.
สะกดทัพ ก. ใช้อำนาจเวทมนตร์บังคับให้ทหารในกองทัพของฝ่าย
ตรงข้ามหลับ.
สะกดผี ก. ใช้เวทมนตร์สะกดไม่ให้ผีอาละวาดหรือให้อยู่ในอำนาจ
เป็นต้น.
สะกดรอย ก. ตามไปติด ๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ตัว.
สะกดอกสะกดใจ, สะกดอารมณ์ ก. ข่มอารมณ์มิให้หวั่นไหวต่อ
เหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วหรือที่กำลังประสบ.
สะกอว. ตะกอ, หนุ่ม, รุ่น, ในคำว่า หนุ่มสะกอ รุ่นสะกอ; รวมอยู่เป็น
พวก ๆ. (ข. สรกอ ว่า รุ่นราวคราวเดียวกัน).
สะกางน. เครื่องดักจระเข้อย่างหนึ่ง มีเงี่ยง ๒ ข้าง สําหรับผูกเหยื่อลอยนํ้าไว้;
เครื่องล่อใจ เช่น สินสะกาง; ตะกาง ก็เรียก.
สะการะน. ดอกไม้. (ช.).
สะการะตาหราน. ดอกกรรณิการ์. (ช.).
สะกิดก. เอาปลายเล็บหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกันเขี่ยหรือแคะแต่เบา ๆ เพื่อให้
รู้ตัวหรือเพื่อให้หลุดหรือให้แตกออกเป็นต้น เช่น เอามือสะกิดสีข้าง
ใช้เข็มสะกิดฝีให้หนองออก; โดยปริยายหมายความว่า เตือนให้นึกถึง.
สะกิดใจ ก. ฉุกคิดถึงเหตุการณ์หรือถ้อยคำที่เคยได้เห็นหรือได้ยินมา
เช่น คำพูดของเขาสะกิดใจฉัน เมื่อได้ยินเขาพูดเรื่องเงิน ก็รู้สึกสะกิดใจ
ว่าเขาจะมาทวงหนี้.
สะกิดสะเกา ก. สะกิดบ่อย ๆ, โดยปริยายหมายถึงพูดหรือทำให้
กระทบใจบ่อย ๆ เช่น เรื่องนี้จบไปแล้วจะสะกิดสะเกาขึ้นมาทำไม.
สะเก็ดน. ชิ้นย่อยของไม้หรือหินเป็นต้นที่ตัดหรือแยกออกจากส่วนใหญ่
เช่น สะเก็ดไม้; เลือดและนํ้าเหลืองซึ่งแห้งติดกรังอยู่ที่ปากแผล เช่น
สะเก็ดแผล; โดยปริยายหมายความว่า เศษเล็กเศษน้อยซึ่งมีค่าตํ่ากว่า
มาตรฐาน, เลว, เช่น คนสะเก็ดอย่างนั้น ใครจะคบด้วย.
สะเก็ดตีนเมรุ (ปาก) ก. เลวมาก, ไม่มีค่า, เช่น เขาเป็นพวกสะเก็ด
ตีนเมรุ จะอบรมสั่งสอนอย่างไรก็ไม่ได้ดี.
สะแก ๑น. ชื่อไม้ต้นชนิด Combretum quadrangulare Kurz ในวงศ์
Combretaceae นิยมใช้ทําฟืน เมล็ดใช้ทํายาได้.
สะแกวัลย์ น. ชื่อไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Combretum punctatum Blume
ในวงศ์ Combretaceae.
สะแก ๒น. ชื่อการพนันชนิดหนึ่งคล้ายสกา.
สะแกแสงน. ชื่อไม้ต้นชนิด Cananga latifolia Finet et Gagnep. ในวงศ์
Annonaceae ใช้ทํายาได้.
สะคร้อดู ตะคร้อ.
สะคราญน. หญิงงาม เช่น โฉมสะคราญ. ว. งาม, สวย, เช่น สะคราญตา
สะคราญใจ.
สะค้านน. ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งในสกุล Piper วงศ์ Piperaceae ใช้ทํายาได้,
ตะค้าน ก็เรียก.
สะเงาะสะแงะว. เปะปะอย่างคนเมา เช่น เดินสะเงาะสะแงะ พูดจาสะเงาะสะแงะ.
สะใจว. หนําใจ, สาแก่ใจ, สมใจอยาก, เช่น อยากกินหูฉลามมานานแล้ว
วันนี้ต้องกินให้สะใจเสียที เขาโมโหน้องมาก เลยตีเสียสะใจ.
สะดมก. ปล้นโดยใช้วิธีรมยาให้เจ้าของทรัพย์หลับสนิทไม่รู้สึกตัว, ใช้เข้าคู่
กับคำ ปล้น เป็น ปล้นสะดม. (ข. สณฺฎํ).
สะดวกว. คล่อง, ไม่ติดขัด, เช่น ทางสะดวก การเดินทางสมัยนี้สะดวกกว่า
สมัยก่อน, มักใช้เข้าคู่กับคำ สบาย เป็น สะดวกสบาย.
สะดัก, สังดักก. คอย, กั้นไว้.
สะดิ้ง(ปาก) ว. ดัดจริตดีดดิ้น เช่น ทำเป็นสะดิ้งไปได้ อย่าสะดิ้งให้มากนัก,
สะดุ้งสะดิ้ง ก็ว่า.
สะดึงน. กรอบไม้สําหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวร, กรอบไม้หรือไม้แบบ
สําหรับขึงผ้าในเวลาปักดิ้นหรือไหมเป็นต้น, ขอบไม้สําหรับขึงเปล
มี ๔ ด้าน.
สะดือน. ส่วนของร่างกายอยู่ตรงกลางพื้นท้องเป็นรูหวําเข้าไป.
สะดือจุ่น น. สะดือที่มีลักษณะโปนออกมา.
สะดือทะเล น. บริเวณทะเลตอนที่มีน้ำไหลวนเป็นเกลียวลึกลงไป
ซึ่งถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของทะเล.
สะดืออ่าง น. รูเหนือท่อน้ำทิ้งที่อ่างล้างหน้าหรืออ่างอาบน้ำเป็นต้น
สำหรับให้น้ำไหลลงสู่ท่อน้ำทิ้ง.
สะดุ้ง ๑ก. ไหวตัวขึ้นทันทีด้วยความตกใจ เพราะไม่ทันรู้ตัวหรือไม่ได้นึก
คาดหมายไว้เป็นต้น เช่น เมื่อได้ยินเสียงระเบิดก็สะดุ้งสุดตัว.
สะดุ้งมาร (ปาก) น. เรียกพระพุทธรูปปางมารวิชัย คือ ปางชนะมาร
ว่า พระสะดุ้งมาร.
สะดุ้งสะเทือน ก. หวั่นไหว, เดือดร้อน, กังวลใจ, มักใช้ในความปฏิเสธ
เช่น ใครจะนินทาว่าร้ายอย่างไรก็ไม่สะดุ้งสะเทือน มหาเศรษฐีเสียเงิน
ล้านสองล้านไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก.
สะดุ้ง ๒น. เครื่องมือจับสัตว์นํ้าชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายยอยก, อีสานเรียก กะดุ้ง.
สะดุ้งสะดิ้งว. ดัดจริตดีดดิ้น, สะดิ้ง ก็ว่า.
สะดุด ๑ก. อาการที่เดินหรือวิ่ง ปลายเท้าไปกระทบสิ่งที่ขวางหน้า ทําให้ก้าว
ผิดจังหวะ เซ ถลา หรือหกล้ม เป็นต้น เช่น เขาสะดุดก้อนหินล้มลง
เด็กวิ่งไปสะดุดตอไม้.
สะดุดขาตัวเอง (สำ) ก. ทำผิดหลักเกณฑ์ที่ตนกำหนดไว้เอง.
สะดุดใจ ก. ฉุกคิดขึ้นมาได้, ฉุกใจได้คิดเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมา
กระทบใจทำให้รู้สึกสงสัยตงิด ๆ.
สะดุดตา ก. กระทบตาชวนให้มอง เช่น ผู้หญิงคนนี้สวยสะดุดตา
จริง ๆ วันนี้เขาใส่เสื้อสีสะดุดตา, ชวนให้สนใจ เช่น เขามีบุคลิก
ลักษณะเด่นกว่าคนอื่น ๆ เห็นแล้วรู้สึกสะดุดตาทีเดียว, ที่เห็นเด่นชัด
เช่น ร้านอาหารร้านนี้ทาสีแดง สะดุดตาแต่ไกล.
สะดุดหู ก. กระทบหูชวนให้อยากฟัง หรือรู้สึกเคลือบแคลงใจเป็นต้น
เช่น ได้ยินเสียงเพลงเขมรไทรโยค รู้สึกสะดุดหูทำให้นึกถึงความหลัง
ได้ยินเสียงคนพาลพูดแขวะ รู้สึกสะดุดหูทันที.
สะดุด ๒, สะดุด ๆว. ไม่ราบเรียบ (ใช้แก่ภาษาหนังสือทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง) เช่น
เรียงความสำนวนนี้อ่านสะดุด ๆ, ตะกุกตะกัก เช่น เด็กคนนี้ยังอ่าน
หนังสือสะดุดมาก, ไม่สม่ำเสมอ เช่น เครื่องจักรเดินสะดุด ๆ.
สะเด็ด ๑, สะเด็ดน้ำก. ทำให้น้ำหยุดหยดหรือหยุดไหลโดยวิธีรินหรือสงเป็นต้น เช่น
เช็ดน้ำข้าวให้สะเด็ดน้ำ สงถั่วงอกให้สะเด็ดน้ำ.
สะเด็ด ๒(ปาก) ว. อย่างยิ่ง เช่น กับข้าววันนี้อร่อยสะเด็ด.
สะเด็ดยาด (ปาก) ว. อย่างที่สุด เช่น ผู้หญิงคนนั้นสวยสะเด็ดยาด.
สะเด็ด ๓ดู หมอ ๒.
สะเดาน. ชื่อไม้ต้นชนิด Azadirachta indica Juss. var. siamensis Valeton
ในวงศ์ Meliaceae ใบมีรสขม ใบอ่อนและช่อดอกกินได้และใช้ทํายาได้.
สะเดาอินเดีย น. ชื่อไม้ต้นชนิด Azadirachta indica Juss. var. indica
Juss. ในวงศ์ Meliaceae ใบมีรสขม ใบอ่อนและช่อดอกกินได้และ
ใช้ทํายาได้, ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นชนิดเดียวกับต้นซิงโคนาที่ใช้เปลือก
สกัดเป็นยาควินิน.
สะเดาดินน. (๑) ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Hydrolea zeylanica (L.) Vahl ในวงศ์
Hydrophyllaceae ขึ้นในนา ใบยาวคล้ายหญ้า. (๒) ชื่อไม้ล้มลุกชนิด
Lobelia alsinoides Lam. ในวงศ์ Campanulaceae ต้นเล็กกว่าชนิดแรก
ใบค่อนข้างป้อม. (๓) ดู ขวง ๑.
สะเดาะก. ทําให้หลุดออกมาด้วยคาถาอาคม เช่น สะเดาะโซ่ตรวน สะเดาะ
กุญแจ; ทำให้หมดสิ้นไปหรือเบาบางลง เช่น ทำบุญสะเดาะเคราะห์
ปล่อยนกปล่อยปลาสะเดาะเคราะห์.
สะตอน. ชื่อไม้ต้นชนิด Parkia speciosa Hassk. ในวงศ์ Leguminosae
ฝักแบน เมล็ดในกินได้ มีมากทางภาคใต้.
สะตอเบา ดู กระถิน.
สะตาหมันน. สวน. (ช. สะ ว่า หนึ่ง, ตาหมัน ว่า สวน).
สะตึ, สะตึ ๆ(ปาก) ว. ไม่มีอะไรดี, ไม่ได้เรื่อง, ไม่มีค่า, เช่น หนังเรื่องนี้สะตึดูแล้ว
เสียดายเงิน ของสะตึ ๆ อย่างนี้ไม่ซื้อหรอก.
สะตือ ๑น. ชื่อไม้ต้นชนิด Crudia chrysantha Schum. ในวงศ์ Leguminosae
ฝักแบนกลม ใช้ทํายาได้.
สะตือ ๒น. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Notopterus borneensis ในวงศ์ Notopteridae
รูปร่างคล้ายปลากราย แต่ไม่มีจุดดําเด่น มีจุดสีนํ้าตาลกระจายอยู่ทั่วตัว.
สะตุก. แปรรูปลักษณะของบางอย่าง เช่นเกลือ สารส้ม จุนสี ให้เป็นผง
บริสุทธิ์โดยวิธีทําให้ร้อนจัดด้วยไฟ เพื่อให้สิ่งที่ไม่ต้องการสลาย
กลายเป็นควันไป.
สะเต๊ะน. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ใช้เนื้อหมูหรือเนื้อวัวเป็นต้นที่ปรุงรสแล้ว
เสียบไม้ย่างไฟ กินกับนํ้าจิ้มและอาจาด.
สะโตกน. ขันโตก.
สะทกสะท้านก. รู้สึกเกรงกลัว, รู้สึกเกรงกลัวจนตัวสั่น, เช่น เขาข่มขู่ฉันเสียจนสะทก
สะท้านพูดไม่ถูก เธอตอบคำถามผู้บังคับบัญชาอย่างไม่สะทกสะท้าน.
สะทนก. สะท้อน, หวั่นไหว.
สะท้อน ๑ก. วกกลับ, ย้อนกลับ, เช่น แสงสะท้อน เสียงสะท้อน, โดยปริยาย
หมายความว่า แสดงให้เห็นภาพหรือลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
นวนิยายสะท้อนภาพสังคม ละครสะท้อนชีวิตจริง.
สะท้อนใจ ก. อาการที่หายใจแรงขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะอารมณ์สะเทือนใจ
เป็นต้น.
สะท้อน ๒ดู กระท้อน ๑.
สะท้านก. รู้สึกเย็นเยือกเข้าหัวใจ ทําให้ครั่นคร้าม หรือหวั่นกลัวจนตัวสั่น
เช่น เห็นไฟไหม้แล้วสะท้าน, หนาวสั่น เช่น หนาวสะท้านเหมือน
จะเป็นไข้ หนาวสะท้านเพราะเดินกรำฝนมาหลายชั่วโมง, มักใช้เข้าคู่
กับคำ สะทก เป็น สะทกสะท้าน; ดังลั่น, ดังก้อง, สั่นสะเทือน, เช่น
เสียงปืนใหญ่ดังสะท้านก้องไปทั้งกรุง.
สะทึกก. ใจเต้นตึก ๆ.
สะทึน, สะทึ่น(กลอน) ว. ใจผิดปรกติ, ใจเป็นทุกข์, เช่น พระทองผทมตื่นขึ้น
สะทึ่นเที้ยรสระอื้น. (ลอ).
สะเทิน ๑ว. ครึ่ง ๆ กลาง ๆ, กํ้ากึ่ง, เช่น สาวสะเทิน คือ เพิ่งจะขึ้นสาว หรือ
อยู่ในระหว่างสาวกับเด็กกํ้ากึ่งกัน.
สะเทินน้ำสะเทินบก ว. ที่อยู่ได้หรือปฏิบัติการได้ทั้งในนํ้าและบนบก
เช่น การรบสะเทินนํ้าสะเทินบก เรือสะเทินนํ้าสะเทินบก เครื่องบิน
สะเทินนํ้าสะเทินบก, เรียกสัตว์จําพวกที่อยู่ได้ทั้งในนํ้าและบนบก เช่น
กบ คางคก อึ่งอ่าง ว่า สัตว์สะเทินนํ้าสะเทินบก.
สะเทิน ๒(เคมี) ก. ทำให้เป็นกลาง เช่น สามารถสะเทินด่างได้.
สะเทิน ๓ก. ไหว, โคลง, เช่น ช้างตัวนี้เดินไม่สะเทิน.
สะเทิ้น, สะเทิ้นอายก. แสดงกิริยาวาจาอย่างขัด ๆ เขิน ๆ เพราะรู้สึกขวยอาย (มักใช้แก่
หญิงสาว) เช่น หญิงสาวพอมีผู้ชายชมว่าสวยก็รู้สึกสะเทิ้น หญิงสาว
พอมีชายหนุ่มมาจ้องมองก็สะเทิ้นอาย.
สะเทือน, สะเทื้อนก. มีอาการเหมือนไหวหรือสั่นเพราะถูกกระทบกระทั่ง เช่น นั่งรถที่
แล่นไปตามทางขรุขระก็รู้สึกสะเทือน เสียงระเบิดทำให้บ้านสะเทือน,
โดยปริยายหมายความว่า รู้สึกหวั่นไหว เช่น เขาว่าลูกก็สะเทือนไปถึง
แม่ ใครจะว่าอย่างไร ๆ ก็ไม่สะเทือน, กระเทือน ก็ว่า.
สะเทือนใจ ก. มีจิตใจหวั่นไหวอย่างแรงในเมื่อได้ประสบกับสิ่งที่
ไม่น่าพอใจ เช่น เห็นภาพแม่กอดศพลูกร้องไห้แล้วรู้สึกสะเทือนใจ.
สะเทือนอารมณ์ ก. มีจิตใจหวั่นไหวอย่างแรงเพราะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
มากระทบทำให้รู้สึกเศร้าหมอง เช่น นวนิยายสะเทือนอารมณ์ อ่าน
เรื่องเศร้าแล้วสะเทือนอารมณ์.
สะบะน. ตะกร้อ. (ช.).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒