สังคาตาน. พ่อ. (ช.).
สังคายนา, สังคายนาย[คายะ, คายยะ] น. การซักซ้อม, การสวดพร้อมกันและเป็นแบบ
เดียวกัน, การประชุมชําระพระไตรปิฎกให้เป็นแบบเดียวกัน. (ปาก)
ก. สะสาง เช่น เรื่องนี้ต้องสังคายนากันเสียที. (ป. สงฺคายน).
สังคีต[คีด] น. การร้องรําทําเพลง เช่น สังคีตศิลป์. (ป.; ส. สํคีต).
สังคีติน. สังคายนา, การสวดพร้อมกันและเป็นแบบเดียวกัน, การประชุม
ชําระพระไตรปิฎกให้เป็นแบบเดียวกัน. (ป.).
สังเค็ดน. ทานวัตถุมีตู้พระธรรมโต๊ะหมู่เป็นต้น ที่เจ้าภาพจัดถวายแก่สงฆ์
หรือภิกษุผู้เทศน์หรือชักบังสุกุลในเวลาปลงศพ เรียกว่า เครื่องสังเค็ด.
สังเคราะห์(เคมี) ก. ทําให้ธาตุมีปฏิกิริยาเคมีกันเป็นสารประกอบ, ทําให้สาร
ประกอบมีปฏิกิริยาเคมีกันเป็นสารประกอบอื่น. ว. ที่สร้างขึ้นโดย
กรรมวิธีทางเคมี เช่น ใยสังเคราะห์. (อ. synthesise).
สังฆ[สังคะ] น. สงฆ์, มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาส.
สังฆกรรม [สังคะกำ] น. กิจที่พระสงฆ์ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปรวมกันทํา
ภายในสีมา เช่น การทำอุโบสถ การสวดพระปาติโมกข์. (ส. สํฆ +
กรฺมนฺ; ป. สงฺฆกมฺม).
สังฆการี น. เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับสงฆ์ในงานหลวง.
สังฆเถระ น. ภิกษุผู้เป็นใหญ่ในพระสงฆ์หมู่หนึ่ง ๆ, ภิกษุผู้เป็น
ประธานในที่ประชุมสงฆ์. (ป.).
สังฆทาน น. ทานที่ทายกถวายแก่สงฆ์หรือภิกษุโดยไม่เจาะจงรูปใด
รูปหนึ่ง, คู่กับ บุคลิกทาน. (ป.).
สังฆนายก (กฎ; เลิก) น. ตําแหน่งหัวหน้าคณะสังฆมนตรีตาม
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔.
สังฆปาโมกข์ น. หัวหน้าสงฆ์. (ป.).
สังฆภัต น. ข้าวที่ทายกถวายแก่สงฆ์ มักเรียกว่า ข้าวสงฆ์ โดยปรกติ
ทายกนําอาหารไปถวายแก่สงฆ์ที่วัด และพระทําอปโลกนกรรมแบ่งกัน.
(ป.).
สังฆเภท [เพด] น. การที่ภิกษุทําให้สงฆ์แตกหมู่แตกคณะออกไป,
นับเป็นอนันตริยกรรมอย่าง ๑ ในอนันตริยกรรม ๕. (ป.).
สังฆมณฑล [มนทน] น. วงการคณะสงฆ์.
สังฆมนตรี (กฎ; เลิก) น. ตําแหน่งพระเถระผู้รับผิดชอบในองค์การ
ของคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เช่น
สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง.
สังฆราช [ราด] น. ตําแหน่งพระมหาเถระผู้เป็นใหญ่สูงสุดใน
สังฆมณฑล. (ป.).
สังฆสภา (กฎ; เลิก) น. สภาของคณะสงฆ์ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ
คณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔.
สังฆาณัติ (กฎ; เลิก) น. กฎข้อบังคับของคณะสงฆ์ ซึ่งสมเด็จพระ
สังฆราชทรงบัญญัติขึ้นโดยคําแนะนําของสังฆสภา ตามพระราชบัญญัติ
คณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔, ปัจจุบันเรียกว่า พระบัญชาสมเด็จ
พระสังฆราช. (ป.).
สังฆาทิเสส [เสด] น. ชื่ออาบัติหนักหมวดหนึ่งรองจากปาราชิก. (ป.).
สังฆาธิการ น. พระภิกษุผู้ดํารงตําแหน่งปกครองคณะสงฆ์นับตั้งแต่
ตําแหน่งเจ้าคณะภาคลงมาจนถึงตําแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส เรียกว่า
พระสังฆาธิการ.
สังฆานุสติ น. การระลึกถึงคุณพระสงฆ์ เป็นกรรมฐานอย่างหนึ่ง. (ป.).
สังฆาวาส น. บริเวณที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ ประกอบด้วยกุฏิ หอฉัน
ศาลาการเปรียญ เป็นต้น.
สังฆาฏิน. ผ้าคลุมกันหนาวที่ภิกษุใช้ทาบบนจีวร ตามปรกติใช้พับพาดบ่าซ้าย
ในพิธีสงฆ์. (ป.; ส. สํฆาฏิ).
สังฆาณัติดู สังฆ.
สังฆาทิเสสดู สังฆ.
สังฆาธิการดู สังฆ.
สังฆานุสติดู สังฆ.
สังฆาวาสดู สังฆ.
สังปะติแหงะ, สังปะลิเหงะ[แหฺงะ, เหฺงะ] น. ฤษี. (ช.).
สังยุตนิกาย[สังยุดตะ] น. ชื่อคัมภีร์นิกายที่ ๓ แห่งพระสุตตันตปิฎก แปลว่า
หมวดประมวล คือ ประมวลเรื่องประเภทเดียวกันไว้ด้วยกันทั้งหมด.
สังโยคน. การประกอบกัน, การอยู่ร่วมกัน, การผูกรัด; (ไว) ตัวพยัญชนะ
๒ ตัวที่เรียงกัน ตัวหน้าเป็นตัวสะกด ตัวหลังเป็นตัวตาม พยัญชนะ
ที่เป็นตัวสะกด เรียกว่า พยัญชนะสังโยค เช่น มนุสฺส สตฺต พุทฺธ รฏฺ?.
(ป. สํโยค, สญฺโ?ค; ส. สํโยค).
สังโยชน์น. เครื่องพัวพัน, เครื่องผูกรัด, หมายเอากิเลสที่ผูกคนไว้กับวัฏสงสาร
มี ๑๐ อย่าง มีสักกายทิฐิเป็นต้น พระอริยบุคคลเมื่อละสังโยชน์เป็น
ลําดับจนหมดก็เป็นพระอรหันต์. (ป. สํโยชน, สญฺโ?ชน; ส. สํโยชน).
สังวร[วอน] น. ความระวัง, ความเหนี่ยวรั้ง, ความป้องกัน. ก. สํารวม,
เหนี่ยวรั้ง, เช่น สังวรศีล สังวรธรรม, ถ้าใช้เป็นส่วนท้ายของสมาส
หมายความว่า ความสำรวม, ความระวัง, เช่น อินทรียสังวร จักษุสังวร
ญาณสังวร ศีลสังวร, (ปาก) ให้ระวังจงดี (ผู้ใหญ่สั่งสอนเตือนสติผู้น้อย)
เช่น เรื่องนี้พึงสังวร ไว้อย่าให้ผิดอีกเป็นครั้งที่ ๒. (ป., ส. สํวร).
สังวัจฉระ[วัดฉะระ] น. ปี. (ป. สํวจฺฉร; ส. สํวตฺสร).
สังวัธยาย[วัดทะ] ก. ท่องบ่น, อ่านดัง ๆ เพื่อให้จําได้, สวดท่องให้จําได้.
(ส. สฺวาธฺยาย; ป. สชฺฌาย).
สังวาลน. สร้อยเครื่องประดับชนิดหนึ่งใช้คล้องเฉวียงบ่า. (ป. เสวาล;
ส. เศวาล, ไศวาล ว่าสาหร่าย).
สังวาลพราหมณ์ น. สายธุรําของพราหมณ์.
สังวาสน. การอยู่ด้วยกัน, การอยู่ร่วมกัน; การร่วมประเวณี. ก. ร่วมประเวณี,
มักใช้ว่า ร่วมสังวาส หรือ เสพสังวาส. (ป., ส. สํวาส).
สังเวคะน. ความสลด. (ป., ส. สํเวค).
สังเวช, สังเวช[สังเวด, สังเวชะ] ก. รู้สึกเศร้าสลดหดหู่ต่อผู้ที่ได้รับทุกขเวทนา
หรือต้องตายไป หรือต่อผู้ที่ตนเคารพนับถือซึ่งประพฤติตนไม่
เหมาะสมเป็นต้น เช่น เห็นผู้คนประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกแล้ว
สังเวช พอรู้ข่าวว่าญาติผู้ใหญ่ของตนพัวพันคดีฉ้อราษฎร์บังหลวง
ก็สังเวช. (ป., ส. สํเวชน).
สังเวชนียสถาน [สังเวชะนียะสะถาน] น. สถานที่ทางพระพุทธศาสนา
อันเป็นที่ตั้งแห่งความสลดสังเวช มี ๔ แห่ง คือ ๑. สถานที่ที่พระพุทธเจ้า
ประสูติ ได้แก่ สวนลุมพินีปัจจุบันได้แก่ รุมมินเด ในประเทศเนปาล
๒. สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือ ที่ควงพระศรีมหาโพธิ ปัจจุบัน
ได้แก่ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ๓. สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง
ปฐมเทศนา คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันไ
ด้แก่ สารนาถ ประเทศอินเดีย ๔. สถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ
ปรินิพพาน คือ ป่าสาลวัน เมืองกุสินารา ปัจจุบันได้แก่ เมืองกาเซีย
ประเทศอินเดีย.
สังเวยก. บวงสรวง, เซ่นสรวง, เช่น สังเวยเทวดา.
สังเวียน ๑น. คอกหรือวงล้อมสําหรับชนไก่เป็นต้น; ที่ต่อสู้ เช่น สังเวียนมวย.
สังเวียน ๒น. ชื่อลายชนิดหนึ่ง.
สังสกฤต[สะกฺริด] น. สันสกฤต.
สังสการ[สะกาน] (โบ) น. พิธีกรรมเกี่ยวกับการปลงศพ, ส่งสการ ก็ว่า เช่น
รุดเร่งส่งสการ. (ม. คําหลวง ชูชก). (ส. สํสการ).
สังสดมภ์น. ความแข็งทื่อ, การต้านทาน; เครื่องคํ้าจุน. (ส. สํสฺตมฺภ).
สังสนทนา, สั่งสนทนาก. พูดกันฐานกันเอง, พูดจาหารือกัน, มักใช้ สั่งสนทนา. (ป. สํสนฺทนา
ว่า การเทียบเคียงกัน).
สังสรรค์ก. พบปะวิสาสะกันเป็นครั้งคราวด้วยความสนิทสนม เช่น จัดงาน
สังสรรค์กันในหมู่พนักงาน เพื่อน ๆ ได้พบปะสังสรรค์กันในงาน
ชุมนุมศิษย์เก่า. ว. ที่พบปะวิสาสะกันเป็นครั้งคราวด้วยความ
สนิทสนม เช่น งานสังสรรค์. (ส. สํสรฺค).
สังสารวัฏ[สาระ] น. การเวียนว่ายตายเกิด, สงสารวัฏ หรือ วัฏสงสาร ก็ว่า.
(ป. สํสารวฏฺฏ).
สังสิทธิ[สิดทิ] น. ความสําเร็จ, ความเรียบร้อย, ความดีเลิศ; ผลสุดท้าย.
(ส. สํสิทฺธิ).
สังสุทธ์, สังสุทธิ[สุด, สุดทิ] น. ความบริสุทธิ์, ความสะอาด; การชําระ, การล้าง.
(ส. สํศุทฺธ, สํศุทฺธิ).
สังหร, สังหรณ์[หอน] ก. รู้สึกคล้ายมีอะไรมาดลใจ ทําให้รู้ว่าจะมีเหตุเกิดขึ้น (มักใช้
แก่เหตุร้าย) เช่น สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นที่บ้าน. (เทียบ ส. สํหรณ
ว่า ยึดไว้).
สังหรรษ[หัด] น. ความเต็มตื้นด้วยความยินดี, ความปีติยินดี; ความเสียวซ่าน.
(ส. สํหรฺษ).
สังหาร[หาน] ก. ฆ่า, ผลาญชีวิต. (ส.).
สังหาริมทรัพย์, สังหาริมะ[หาริมะ, หาริมมะ] น. ทรัพย์ที่นําไปได้ เช่น แหวน สร้อย โต๊ะ
เก้าอี้, คู่กับอสังหาริมทรัพย์; (กฎ) ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์
และรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นด้วย.
สังหิตก. รวมไว้, ผูกหรือติดเข้าด้วยกัน. (ส. สํหิต).
สัจ, สัจ, สัจจะ[สัด, สัดจะ] น. ความจริง, ความจริงใจ, เช่น ทำงานร่วมกันต้องมี
สัจจะต่อกัน. (ป. สจฺจ; ส. สตฺย).
สัจกิริยา [สัดจะ] น. การตั้งความสัตย์.
สัจญาณ [สัดจะ] น. ความรู้เรื่องแห่งความจริง, ในพระพุทธศาสนา
ประสงค์เอาปรีชาหยั่งรู้อริยสัจ. (ป. สจฺจ?าณ).
สัจธรรม [สัดจะทำ] น. ความจริงแท้ เช่น บรรลุสัจธรรม เข้าถึง
สัจธรรม.
สัจนิยม [สัดจะ] (ศิลปะและวรรณคดี) น. คตินิยมในการสร้างสรรค์
วรรณกรรมหรือศิลปะซึ่งแสดงให้เห็นชีวิตและโลกอย่างสมจริง;
(ปรัชญา) ทฤษฎีที่ถือว่าโลกและวัตถุเป็นสิ่งมีอยู่จริงเช่นเดียวกับจิต
และมีอยู่อย่างอิสระจากจิต. (อ. realism).
สัจพจน์ [สัดจะ] น. ข้อความที่ยอมรับในวิชาคณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ว่าจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์. (อ. postulate, axiom).
สัชฌ, สัชฌะ, สัชฌุน. เงิน. (ป.).
สัชฌกร, สัชฌการ, สัชฌุกร, สัชฌุการ น. ช่างเงิน. (ป.).
สัชฌายะก. สังวัธยาย. (ป.; ส. สฺวาธฺยาย).
สัญจร[จอน] ก. ผ่านไปมา เช่น ทางสัญจร. น. ช่องทาง, ถนน; การผ่าน
ไปมา. (ป., ส.).
สัญจรโรค น. กามโรค. ว. เรียกหญิงโสเภณีว่า หญิงสัญจรโรค.
สัญจาระ[ระ] น. การเดินไป, การเที่ยวไป. (ป., ส.).
สัญเจตนา[เจดตะนา] น. ความตั้งใจ, ความจงใจ.
สัญชาต[ชาตะ, ชาดตะ] ว. เกิดเอง เช่น สัญชาตสระ ว่า สระที่เกิดเอง. (ป.).
สัญชาตญาณ [ชาดตะ] น. ความรู้ที่มีมาแต่กําเนิดของคนและสัตว์
ทําให้มีความรู้สึกและกระทําได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน เช่น
สัญชาตญาณในการป้องกันตัว สัญชาตญาณในการรวมหมู่, สัญชาตเวค
ก็ว่า. (อ. instinct).
สัญชาติ[ชาด] น. ความเกิด, การเป็นขึ้น, ความอยู่ในบังคับ คืออยู่ในความ
ปกครองของประเทศชาติเดียวกัน เช่น ฝรั่งถือสัญชาติไทย, โดยปริยาย
หมายความว่า สันดาน เช่น สัญชาติพาล สัญชาติคางคก ยางหัวไม่ตก
ก็ไม่รู้สึก. (ป. สญฺชาติ ว่า ความเกิด, การเป็นขึ้น); (กฎ) สถานะตาม
กฎหมายของบุคคลที่แสดงว่าเป็นพลเมืองหรือคนในบังคับของ
ประเทศใดประเทศหนึ่ง. (อ. nationality).
สัญฌาน. เวลาเย็น. (ป.; ส. สนฺธฺยา).
สัญญาน. (กฎ) ข้อตกลงระหว่างบุคคล ๒ ฝ่ายหรือหลายฝ่ายว่าจะกระทําการ
หรืองดเว้นกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง; ข้อตกลงกัน, คำมั่น, เช่น
เขาให้สัญญาว่าจะมาหาพรุ่งนี้; ความจํา เป็นขันธ์ ๑ ในขันธ์ ๕ คือ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ. ก. ให้คํามั่น, รับปาก, ทําความ
ตกลง, กัน เช่น แม่สัญญากับลูกว่าถ้าสอบได้ที่ ๑ จะให้รางวัล. (ป.).
สัญญาบัตร น. ใบตั้งยศ บรรดาศักดิ์ หรือสมณศักดิ์ซึ่งพระเจ้าแผ่นดิน
ทรงตั้ง เช่น นายทหารสัญญาบัตร พระราชาคณะสัญญาบัตร
พระครูสัญญาบัตร, ถ้าเป็นใบที่เจ้ากระทรวงตั้ง เรียกว่า ใบประทวน.
สัญญาประกันชีวิต (กฎ) ดู ประกันชีวิต.
สัญญาประกันภัย (กฎ) ดู ประกันภัย.
สัญญาวิปลาส ว. มีสติฟั่นเฟือนคล้ายคนบ้า, สติวิปลาส ก็ว่า.
(ป. สญฺ?าวิปลฺลาส).
สัญญาณน. เครื่องหมายหรือเครื่องแสดงไว้ให้เห็นหรือให้ได้ยินเป็นต้นแม้อยู่
ในระยะไกล เพื่อให้รู้ล่วงหน้าจะได้ระวังอันตรายหรือกระทําตามที่
บอกหรือแนะไว้ เช่น สัญญาณไฟจราจร สัญญาณธง ตีระฆังเป็น
สัญญาณให้พระลงโบสถ์.
สัญญาณจราจร (กฎ) น. สัญญาณใด ๆ ไม่ว่าจะแสดงด้วยธง ไฟ
ไฟฟ้า มือ แขน เสียงนกหวีด หรือด้วยวิธีอื่นใดสำหรับให้ผู้ขับขี่
คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ปฏิบัติตามสัญญาณนั้น.
สัญญีว. มีความหมายรู้ได้, มีความรู้สึก, มีความระลึก, มีความจําได้. (ป.).
สัญโญชน์น. สังโยชน์. (ป.).
สัญนิยม[สันยะนิยม] น. การปฏิบัติหรือธรรมเนียมทั่วไปที่ใช้กันอยู่ในกลุ่ม
สังคมในขณะนั้น เช่น การไหว้เป็นสัญนิยมอย่างหนึ่งของคนไทย
การใช้ตะเกียบคีบอาหารเป็นสัญนิยมในการกินอาหารของคนจีน.
(อ. convention).
สัญประกาศ[สันยะปฺระกาด] น. เครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ ใช้ขีดไว้ใต้คํา
หรือข้อความที่สําคัญ เพื่อเน้นให้ผู้อ่านสังเกตเป็นพิเศษ, ขีดเส้นใต้
ก็เรียก.
สัญโยคน. สังโยค. (ป.).
สัญลักษณ์[สันยะ] น. สิ่งที่กําหนดนิยมกันขึ้นเพื่อให้ใช้หมายความแทนอีกสิ่งหนึ่ง
เช่น ตัวหนังสือเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงพูด H เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุ
ไฮโดรเจน + - x ? เป็นสัญลักษณ์เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์.
(อ. symbol).
สัฐิ[สัดถิ] ว. หกสิบ. (ป. สฏฺ??; ส. ษษฺฏิ).
สัณฐานน. รูปทรง, ลักษณะ, เช่น ป้อมปราการมีสัณฐานแปดเหลี่ยม โลกมี
สัณฐานกลมอย่างผลส้ม. (ป.; ส. สํสฺถาน).
สัณฐิติน. ความตั้งมั่น. (ป.; ส. สํสฺถิติ).
สัณฑ์น. สณฑ์. (ป.; ส. ษณฺฑ).
สัณห์ว. เกลี้ยงเกลา; อ่อน, นุ่ม; นุ่มนวล, สุภาพ; งาม, ละมุนละม่อม, ละเอียด.
(ป.; ส. ศฺลกฺษฺณ).
สัด ๑น. ภาชนะรูปทรงกระบอก ทําด้วยไม้หรือสานด้วยไม้ไผ่ ใช้ตวงข้าว;
เครื่องตวงบางชนิดในสมัยโบราณ ใช้ตวงดินปืนบรรจุปากกระบอก
ปืน; ชื่อมาตราตวงโบราณ ๒๕ ทะนาน เป็น ๑ สัด มีอัตราเท่ากับ ๑ ถัง
หรือ ๒๐ ลิตร.
สัดส่วน น. ส่วนผสมของสิ่งต่าง ๆ ตามอัตราที่กําหนด เช่น ในการ
ผสมปูนโบกฝาผนังจะใช้ซีเมนต์ ทราย และปูนขาว ตามสัดส่วน
๓ : ๒ : ๑; (คณิต) การเท่ากันของ ๒ อัตราส่วน หมายความว่า อัตราส่วน
ของปริมาณที่ ๑ ต่อปริมาณที่ ๒ เท่ากับอัตราส่วนของปริมาณที่ ๓ ต่อ
ปริมาณที่ ๔ เช่น ๑ กิโลกรัม, ๒ กิโลกรัม; ๑๐๐ บาท, ๒๐๐ บาท ได้ชื่อว่า
เป็นสัดส่วนกันก็เพราะ
๑ กิโลกรัม๒ กิโลกรัม = ๑๒ = ๑๐๐ บาท๒๐๐ บาท = ๑๒
? ๑ กิโลกรัม : ๒ กิโลกรัม = ๑๐๐ บาท : ๒๐๐ บาท.). (อ. proportion)
สัด ๒ก. ร่วมเพศเพื่อสืบพันธุ์ (ใช้แก่สัตว์).
สัดจองน. ทุ่น, แพ, เรือน้อย, จัดจอง ก็ว่า. (ข.).
สัต ๑, สัต ๑[สัด, สัดตะ] ว. ดี, งาม; น่านับถือ. (ส.).
สัตการ น. การยกย่อง, การนับถือ; การรับรอง. (ส.).
สัตบถ น. ทางที่ถูก, คติที่ชอบ. (ส.).
สัตบุรุษ [สัดบุหฺรุด] น. คนที่เป็นสัมมาทิฐิ, คนดีน่านับถือ มีคุณธรรม
ประพฤติอยู่ในศีลในธรรม. (ส. สตฺปุรุษ; ป. สปฺปุริส).
สัต ๒, สัต ๒, สัตตะ ๑[สัด, สัดตะ] ว. เจ็ด. (ป. สตฺต; ส. สปฺต).
สัตตาห น. เจ็ดวัน.
สัตตาหกรณียะ [สัดตาหะกะระนียะ, สัดตาหะกอระนียะ] น. กิจที่
พึงทำเป็นเหตุให้ภิกษุออกจากวัดไปพักแรมในที่อื่นในระหว่างพรรษา
ได้ไม่เกิน ๗ วัน เช่นเพื่อไปพยาบาลภิกษุสามเณรหรือบิดามารดาที่
ป่วยไข้หรือเพื่อบำรุงศรัทธาของทายก.
สัตตาหกาลิก น. ของที่เก็บไว้ฉันได้ชั่วคราวเพียง ๗ วัน ได้แก่ เภสัช
ทั้ง ๕ คือ เนยใส เนยข้น นํ้ามัน นํ้าผึ้ง นํ้าอ้อย. (ป.).
สัตบริภัณฑ์, สัตภัณฑ์ ๑ [สัดตะบอริพัน, สัดตะพัน] น. ภูเขาที่ล้อม
เป็นวงกลมรอบเขาพระสุเมรุเป็นชั้น ๆ รวม ๗ ชั้น สูงลดหลั่นกันลงมา
ตามลำดับชื่อภูเขาชั้นในที่สุดจากเขาพระสุเมรุออกมา คือ ยุคนธร
อิสินธร กรวิก สุทัสนะ เนมินธร วินตกะ อัสกัณ ระหว่างภูเขาแต่ละชั้น
มีทะเลสีทันดรคั่น. (ป. สตฺตปริภณฺฑ, สตฺตภณฺฑ).
สัตภัณฑ์ ๒ [พัน] น. ชื่อเชิงเทียน ทำเป็นแผงรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
ติดไม้กลึงเป็นเชิงเทียน ๗ เชิง กรอบมักทำเป็นรูปพญานาคเลื้อยลงมา
คล้ายกรอบหน้าบัน.
สัตม ว. ที่ ๗. (ป. สตฺตม).
สัตมวาร [สัดตะมะวาน] น. วันที่ครบ ๗, วันทำบุญครบ ๗ วันของ
ผู้ตาย.
สัตมหาสถาน [สัดตะมะหาสะถาน] น. สถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้า
เสวยวิมุติสุขภายหลังตรัสรู้.
สัตโลหะ [สัดตะ] น. โลหะ ๗ ชนิด คือ เหล็ก ๑ ปรอท ๑ ทองแดง ๑
เงิน ๑ และทองคำ ๑, เพียงนี้เรียกว่า เบญจโลหะ, ถ้าเติมอีก ๒ ชนิด
คือ เจ้า ๑ (เป็นคำตัดมาจาก ''เจ้าน้ำเงิน'' ว่า เป็นแร่ชนิดหนึ่ง สีเขียว
เป็นสีน้ำเงิน) และสังกะสี ๑ เรียกว่า สัตโลหะ, ถ้าเติมอีก ๒ ชนิด
คือ ชิน ๑ และบริสุทธิ์ ๑ (คือทองแดงบริสุทธิ์) เรียกว่า นวโลหะ.
(ตำราสร้างพระพุทธรูป).
สัตวาร น. สัปดาห์หนึ่ง, ๗ วัน. (ป. สตฺตวาร).
สัตสดก [สะดก] น. หมวดละ ๗๐๐ เช่น แล้วประจงจัดสัตสดกมหา
ทานเป็นต้นว่าคชสารเจ็ดร้อย. (ม. ร่ายยาว ทานกัณฑ์). (ป. สตฺตสตก).
สัตตบงกช[สัดตะบงกด] น. ชื่อบัวหลวงพันธุ์หนึ่ง. (ดู บัว).
สัตตบรรณ[สัดตะบัน] น. ชื่อบัวสายพันธุ์หนึ่ง. (ดู บัว).
สัตตบุษย์[สัดตะบุด] น. (๑) ชื่อบัวหลวงพันธุ์หนึ่ง. (ดู บัว). (๒) เทียนสัตตบุษย์.
(ดู เทียนสัตตบุษย์ ที่ เทียน ๓).
สัตตะ ๒ก. ข้องอยู่, ติดอยู่, พัวพัน. น. สัตว์. (ป.).
สัตตาหดู สัต ๒, สัต ๒, สัตตะ ๑.
สัตตาหกาลิกดู สัต ๒, สัต ๒, สัตตะ ๑.
สัตตูน. ข้าวตู. (ป. สตฺตุ; ส. สกฺตุ).
สัตถ ๑[สัดถะ] (แบบ) น. คัมภีร์, ตํารา. (ป.; ส. ศาสฺตฺร).
สัตถ ๒(แบบ) น. เกวียน. (ป.; ส. สารฺถ).
สัตถ ๓(แบบ) น. อาวุธ, มีด, หอก. (ป.; ส. ศสฺตฺร).
สัตถันดร, สัตถันดรกัป[สัดถันดอน, สัดถันดะระกับ] น. ชื่อกัปหรือกัลป์หนึ่ง ซึ่งถือว่าคน
เสื่อมจากศีลธรรมอย่างที่สุด มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่รู้จักญาติพี่น้อง
เช่น ห้าขวบมีฆราวาส ใจร้ายกาจโกลี กัลปนั้นมีนามกร ชื่อสัตถันดร
พึงมี. (มาลัยคําหลวง). (ป. สตฺถ + อนฺตร).
สัตถา(แบบ) น. ครู, ผู้สอน. (ป.; ส. ศาสฺตฺฤ).
สัตถิ(แบบ) น. ขา. (ป.; ส. สกฺถิ).
สัตถุน. ครู, ผู้สอน, มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาส. (ป.).
สัตถุศาสนา น. คําสั่งสอนของพระศาสดา คือพระพุทธศาสนา.
(ป.; ส. ศาสฺตฺฤ).
สัตบรรณ[สัดตะ] ดู ตีนเป็ด. (ป. สตฺตปณฺณ; ส. สปฺตปรฺณ).
สัตย, สัตย์[สัดตะยะ, สัด] น. ความจริง เช่น รักษาสัตย์, คำมั่นสัญญา, เช่น
เสียชีพอย่าเสียสัตย์ ลูกเสือให้สัตย์ปฏิญาณ. ว. จริง เช่น วาจาสัตย์,
มักใช้เข้าคู่กับคำอื่น เช่น สัตย์ซื่อ ซื่อสัตย์ สัตย์จริง. (ส.; ป. สจฺจ).
สัตยพรต น. การถือคํามั่นสัญญา. (ส. สตฺย + วฺรต).
สัตยวาที น. ผู้พูดแต่ความจริง เช่น อันว่าพระมหาบุรุษรัตน ผู้อยู่ใน
สัตยวาที. (ม. คําหลวงกุมาร). (ส. สตฺยวาทินฺ).
สัตยาเคราะห์ น. การยึดความจริงเป็นหลักการต่อสู้เพื่อความเป็น
ธรรมในสังคม โดยใช้วิธีดื้อแพ่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคําสั่ง
ที่ไม่ยุติธรรม แต่ไม่ใช้วิธีรุนแรง. (ส. สตฺยาคฺรห).
สัตยาธิษฐาน น. การตั้งความจริงใจเป็นหลักอ้าง เช่น ขอตั้งสัตยาธิษฐาน
อ้างอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก.
(ส. สตฺย + อธิษฺ?าน; ป. สจฺจ + อธิฏฺ?าน).
สัตยาบัน น. (กฎ) การยืนยันรับรองความตกลงระหว่างประเทศที่ได้
กระทําขึ้นไว้; การรับรองนิติกรรมที่เป็นโมฆียะอันเป็นผลให้นิติกรรม
นั้นสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก; (กลอน) การอ้างความสัตย์. (ส. สตฺย +
อาปนฺน).
สัตยาเคราะห์ดู สัตย, สัตย์.
สัตยาธิษฐานดู สัตย, สัตย์.
สัตยาบันดู สัตย, สัตย์.
สัตว, สัตว์[สัดตะวะ, สัด] น. สิ่งมีชีวิตซึ่งแตกต่างไปจากพรรณไม้ ส่วนมาก
มีความรู้สึกและเคลื่อนไหวย้ายที่ไปได้เอง, ความหมายที่ใช้กันเป็น
สามัญหมายถึง สัตว์ที่ไม่ใช่คน, เดรัจฉาน. (ส. สตฺตฺว; ป. สตฺต).
สัตวชาติ น. สัตว์, หมู่สัตว์.
สัตวบาล น. การเลี้ยงและดูแลสัตว์; ผู้เลี้ยงและดูแลสัตว์.
สัตวแพทย์ น. หมอรักษาสัตว์.
สัตวโลก น. หมู่สัตว์.
สัตววิทยา น. วิทยาศาสตร์ชีวภาพสาขาหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องของสัตว์.
(อ. zoology).
สัตว์หิมพานต์ [หิมมะ] น. สัตว์ในวรรณคดีที่เชื่อกันว่าอยู่ในป่า
หิมพานต์ เช่น คชสีห์ กินนร นรสิงห์, รูปหุ่นที่ผูกเป็นรูปสัตว์ใน
วรรณคดี ใช้บรรทุกผ้าไตรแห่เข้าขบวนพระบรมศพในสมัยโบราณ.
สัตวา[สัดตะวา] น. ชื่อนกชนิดหนึ่งในจําพวกนกแก้ว ตัวโต สีเขียวเกือบ
เป็นสีคราม. (พจน. ๒๔๙๓).
สัทธรรม[สัดทํา] น. คําสอนของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระสัทธรรม, ธรรมของ
สัตบุรุษหรือคนดี. (ส. สทฺธรฺม; ป. สทฺธมฺม).
สัทธาน. ความเชื่อ, ความเลื่อมใส. (ป.; ส. ศฺรทฺธา).
สัทธาจริต ว. มีความเชื่อเป็นเจ้าเรือน, มีนิสัยเชื่อง่าย, เช่น เขาเป็นคน
สัทธาจริตเชื่ออะไรง่าย. (ป.).
สัทธาธิกะ น. ผู้ยิ่งด้วยศรัทธา. (ป.).
สัทธินทรีย์ น. ความมีใจเชื่อ, ความเลื่อมใส. (ป.).
สัทธิงวิหาริก, สัทธิวิหาริกน. คําเรียกผู้ได้รับการอุปสมบทแล้ว, ถ้าอุปสมบทต่อพระอุปัชฌาย์
องค์ใดก็เป็นสัทธิงวิหาริกของพระอุปัชฌาย์องค์นั้น, (ใช้เข้าคู่กับ
อุปัชฌาย์). (ป.).
สัทธินทรีย์ดู สัทธา.
สัทวิทยา[สัดทะวิดทะยา] น. วิชาว่าด้วยการศึกษาระบบเสียงของแต่ละภาษา
โดยพิจารณาหน้าที่ของเสียงและการประกอบเสียงในภาษานั้น.
(อ. phonology).
สัทศาสตร์[สัดทะ] น. วิชาว่าด้วยการศึกษาธรรมชาติของการออกเสียงและ
การเปล่งเสียงพูด. (อ. phonetics).
สัทอักษร[สัดทะอักสอน] น. อักษรและเครื่องหมายที่กำหนดใช้แทนเสียง
ประเภทต่าง ๆ เช่น สัญลักษณ์แทนเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์
และเครื่องหมายพิเศษแทนการออกเสียงอื่น ๆ. (อ. phonetic alphabet).
สัน ๑น. สิ่งที่มีลักษณะนูนสูงขึ้นเป็นแนวยาว เช่น สันหลังคา สันหน้าแข้ง
ดั้งจมูกเป็นสัน; ส่วนหนาของมีดหรือขวานซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคม.
สันเขา น. ส่วนสูงของภูเขาที่ยาวเป็นทิวพืดไป.
สันดอน น. ดินหรือกรวดทรายเป็นต้นซึ่งนํ้าพัดเอามารวมกัน ปรากฏ
นูนยาวอยู่ใต้นํ้า ทําให้สูงเป็นสันขึ้น, หลังเต่า ก็เรียก.
สันปันน้ำ น. แนวสันเขาหรือสันเนินซึ่งเป็นแนวเขตแบ่งระหว่างลุ่มน้ำ,
สันเขาหรือบริเวณที่สูงซึ่งแบ่งนํ้าให้ไหลไปลงแม่นํ้าลําธารที่อยู่แต่ละ
ด้านของสันเขาหรือบริเวณที่สูงนั้น มักปรากฏเป็นแนวตอนบนสุดของ
ทิวเขาซึ่งแบ่งเขตระหว่างลุ่มนํ้าที่มีทิศทางการไหลตรงข้ามกัน.
สันมือ น. ส่วนข้างฝ่ามือด้านนิ้วก้อย เช่น สับด้วยสันมือ.
สันหลัง น. ส่วนของร่างกายด้านหลัง ซึ่งมีกระดูกเป็นแนวนูนลงมา
ตลอดหลัง; โดยปริยายหมายความว่า ส่วนที่ตั้งมั่นของสิ่งใด ๆ.
สันหลังยาว (สํา) ว. เรียกคนเกียจคร้านเอาแต่นอนว่า ขี้เกียจสันหลัง
ยาว หรือใช้สั้น ๆ ว่า สันหลังยาว ก็มี, ขี้เกียจหลังยาว ก็ว่า.
สัน ๒(ถิ่นพายัพ) น. ปีวอก.
สั่นก. ไหวถี่ ๆ เช่น กลัวจนตัวสั่น หนาวจนคางสั่น, ทําให้ไหวถี่ ๆ เช่น
สั่นกระดิ่ง สั่นหัว.
สั่นงั่ก ก. สั่นสะท้าน.
สั่นเทา ก. สั่นรัว ๆ อย่างคนเป็นไข้.
สั่นเทิ้ม ก. สั่นไปทั้งตัว.
สั้นว. ลักษณะส่วนหนึ่งของสิ่งใด ๆ มีกําหนดระยะยืดหรือยืนเป็นเส้น
ตรงจากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่งน้อยกว่าอีกสิ่งหนึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบ
กัน เช่น เสื้อแขนสั้น กระโปรงสั้น ถนนสายนี้สั้นกว่าถนนสายอื่น ๆ,
มีระยะเวลานานน้อยกว่าอีกช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีการเปรียบเทียบกัน
เช่น หน้าหนาวกลางวันสั้นกว่ากลางคืน.
สันดาน ๑น. อุปนิสัยที่มีมาแต่กําเนิด เช่น มีสันดานดี มีสันดานเลว, (ปาก) มักใช้
ไปในทางไม่สู้จะดี เช่น สันดานของเขาเป็นเช่นนั้น อย่าไปถือเลย.
(ป., ส. สนฺตาน ว่า สืบต่อ).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒