สันดาน ๒น. ชื่อโรคลมอย่างหนึ่งมีอาการให้จุกเสียดเรื้อรังอยู่เสมอ เรียกว่า ลม
สันดาน.
สันดาป[ดาบ] น. ความเร่าร้อน, ความแผดเผา; การเผาไหม้; ชื่อนรกขุมหนึ่ง.
(ป., ส.).
สันเดก(โบ) น. สันติกะ, สํานัก. (ป. สนฺติก).
สันโดษ[โดด] น. ความยินดีหรือพอใจเท่าที่ตนมีอยู่หรือเป็นอยู่ เช่น เขาถือ
สันโดษ. (ปาก) ก. มักน้อย เช่น เขาเป็นคนสันโดษ. (ส. สํโตษ; ป.
สนฺโตส).
สันต์ว. เงียบ, สงบ, สงัด. (ป.; ส. ศานฺต).
สันตติ[ตะติ] น. ความสืบต่อ เช่น สืบสันตติวงศ์. (ป.; ส. สํตติ ว่า ลูกหลาน).
สันตะปาปาน. ผู้เป็นประมุขคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก, โป๊ป ก็เรียก.
สันตะวาน. ชื่อไม้นํ้าชนิด Ottelia alismoides (L.) Pers. ในวงศ์ Hydrocharitaceae
ใบบาง สีเขียวอมนํ้าตาล กินได้.
สันติน. ความสงบ เช่น อยู่ร่วมกันโดยสันติ. (ป.; ส. ศานฺติ).
สันติบาล น. ผู้รักษาความสงบ.
สันติภาพ น. ความสงบ เช่น โลกต้องการสันติภาพ จงร่วมมือกัน
รักษาสันติภาพของโลก. (ป. สนฺติ + ภาว).
สันติวิธี น. วิธีที่จะก่อให้เกิดความสงบ เช่น เจรจาสงบศึกโดยสันติวิธี.
สันติสุข น. ความสุขที่เกิดจากความสงบ เช่น รัฐบาลบริหารประเทศ
เพื่อสันติสุขของประชาชน.
สันติกะน. สํานัก, ที่ใกล้. (ป.).
สันตุฏฐีน. สันโดษ. (ป.; ส. สํตุษฺฏิ).
สันถระน. ที่นอน, เสื่อ. (ป.).
สันถว, สันถวะ[สันถะวะ] น. การนิยมชมชอบกัน, การสรรเสริญซึ่งกันและกัน;
ความคุ้นเคย, ความสนิทสนมกัน. (ป.; ส. สํสฺตว).
สันถวไมตรี น. ความเป็นมิตรสนิทสนมกัน เช่น ต้อนรับด้วย
สันถวไมตรี ทูตสันถวไมตรี.
สันถัตน. ผ้าที่พระภิกษุรองนั่ง. (ป. สนฺถต ว่า ปูแล้ว, ลาดแล้ว).
สันถารน. การปูลาด; ที่ปูลาด, พื้น. (ป.; ส. สํสฺตาร).
สันทนะน. รถ, รถศึก. (ป.; ส. สฺยนฺทน).
สันทะว. หนาทึบ. (ป.; ส. สานฺทฺร).
สันทัดก. ถนัด, จัดเจน, เช่น เรื่องนี้เขาไม่สันทัด เขาสันทัดในด้านคำนวณ.
ว. ปานกลาง, ไม่ใหญ่ไม่เล็ก, ไม่สูงไม่ตํ่า, (ใช้แก่รูปร่าง), เช่น รูปร่าง
สันทัด.
สันทัดกรณี [สันทัดกะระนี, สันทัดกอระนี] ว. ที่รู้เรื่องนั้น ๆ ดี เช่น
เขาเป็นผู้สันทัดกรณีในด้านการต่างประเทศ.
สันทัสนะ[สันทัดสะนะ] น. การแสดง, การชี้แจง. (ป. สนฺทสฺสน).
สันทานน. สายป่าน, เชือก, เครื่องผูกพัน. (ป., ส.).
สันทิฐิก[สันทิดถิกะ] (แบบ) ว. ควรเห็นเอง, เป็นคุณของพระธรรมอย่างหนึ่ง.
(ป. สนฺทิฏฺ??ก; ส. สานฺทฺฤษฺฏิก).
สันทิส[ทิด] ก. สนทิศ. (ส. สํ + ทิศ).
สันเทส[เทด] น. สนเทศ. (ป.).
สันเทหะน. สนเท่ห์. (ป., ส.).
สันธานน. การเกี่ยวข้อง, การเป็นเพื่อน; เครื่องพัวพัน; (ไว) คําพวกที่เชื่อม
ประโยคให้เกี่ยวเนื่องกัน เช่น เขาชอบสีเหลือง แต่ฉันชอบสีแดง
น้ำท่วมเพราะฝนตกหนัก. (ป., ส.).
สันนิธิน. การสะสม, การรวบรวม; ที่ใกล้, ที่ต่อหน้า. (ป., ส.).
สันนิบาต ๑น. การประชุม, ที่ประชุม, เช่น สังฆสันนิบาต สันนิบาตชาติ, งานชุมนุม
เช่น รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตที่ทำเนียบรัฐบาล.
สันนิบาตเทศบาล น. องค์กรของเทศบาลทั่วประเทศรวมทั้งเทศบาล
เมืองพัทยาและกรุงเทพมหานคร ซึ่งรวมตัวกันโดยมีจุดมุ่งหมายช่วย
เหลือสนับสนุน และติดต่อประสานงานเทศบาลทั่วประเทศ โดยไม่มี
จุดประสงค์ทางการเมือง เรียกว่า สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย.
สันนิบาต ๒น. เรียกไข้ชนิดหนึ่งมีอาการสั่นเทิ้ม ชักกระตุก และเพ้อ ว่า ไข้สันนิบาต
เช่น ไข้สันนิบาตลูกนก ไข้สันนิบาตหน้าเพลิง. (ป., ส.).
สันนิวาสน. ที่อยู่, ที่พัก; การอยู่ด้วยกัน, การอยู่ร่วมกัน. (ป., ส.).
สันนิเวสน. การตระเตรียม, การตั้งลง. (ป.; ส. สนฺนิเวศ).
สันนิษฐาน[นิด] ก. ลงความเห็นเป็นการคาดคะเนไว้ก่อน. (ป. สนฺนิฏ?าน
ว่า ลงความเห็นในที่สุด).
สันพร้านางแอดู เฉียงพร้านางแอ.
สันพร้ามอญดู กระดูกไก่ดํา.
สันพร้าหอมน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Eupatorium stoechadosmum Hance ในวงศ์
Compositae ใช้ทํายาได้.
สันรวง(กลอน) น. สรวง.
สันลึกน. ใบตาล. (ข. สฺลึก ว่า ใบไม้).
สันสกฤต[สะกฺริด] น. ชื่อภาษาในตระกูลอินเดียยุโรป ซึ่งมีใช้ในวรรณคดี
อินเดียโบราณ เช่น คัมภีร์ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท ต่อมาใช้ในวรรณคดี
ของพราหมณ์โดยทั่วไป และในคัมภีร์พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน,
ใช้ว่า สังสกฤต ก็มี. ว. ที่ทำให้ดีพร้อมแล้ว, ที่ทำให้ประณีตแล้ว,
ที่ขัดเกลาแล้ว. (ส. สํสฺกฤต; ป. สกฺกฏ).
สับ ๑ก. เอาของมีคมเช่นมีดหรือขวานฟันลงไปโดยแรงหรือซอยถี่ ๆ เช่น
สับกระดูกหมู สับมะละกอ, กิริยาที่เอาสิ่งมีปลายงอนหรือปลายแหลม
เจาะลงไป เช่น เอาขอสับช้าง, เอาสิ่งที่เป็นขอเกี่ยวเข้าไว้ เช่น สับขอ
หน้าต่าง, โดยปริยายหมายถึงอาการที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น
สับด้วยสันมือ ถูกโขกถูกสับ; ทําเชือกให้เข้าเกลียวตั้งแต่ ๓ เกลียว
ขึ้นไปให้เขม็งแน่น เรียกว่า สับเชือก; เปลี่ยนแทนที่กัน เช่น วางของ
สับที่ ใส่รองเท้าสับข้าง เต้นรำสับคู่ สับตัวจำเลย.
สับเกลียว, สับเชือก ก. เอาเชือก ๒ เส้นฟั่นควบเป็นเส้นเดียวกัน แล้ว
เอาเชือกเส้นที่ ๓ ซึ่งเขม็งแล้วควบเข้าไประหว่างเชือก ๒ เส้นนั้น
โดยคลายเกลียวที่ปลายเชือก ๒ เส้นแรกเล็กน้อย เพื่อให้เชือกเส้น
ที่ ๓ สอดควบเข้าด้วยกันได้จนตลอด.
สับโขก ก. ดุด่าว่าให้เจ็บใจอยู่เสมอ ๆ, โขกสับ ก็ว่า.
สับเงา ว. สัปหงก, อาการที่หน้าหงุบลงเพราะง่วงนอน.
สับนก ว. เรียกแกงเผ็ดชนิดหนึ่ง ใช้ปลาตัวเล็ก ๆ สับละเอียดทั้งเนื้อ
และก้างว่า แกงสับนก.
สับเปลี่ยน ก. เปลี่ยนแทนที่กัน เช่น สับเปลี่ยนตําแหน่ง.
สับไพ่ ก. นำไพ่ทั้งสำรับมาตัดเป็นกอง ๆ แล้วรวมโดยสับกองกัน.
สับสน ก. ปะปนกันยุ่งไม่เป็นระเบียบ เช่น ข่าวสับสนทำให้ได้ข้อมูล
ไม่ถูกต้อง ผู้คนมากมายเดินไปมาสับสน.
สับหลีก (ปาก) ก. เปลี่ยนทางหลีกของรถไฟ, โดยปริยายหมายความ
ว่า เปลี่ยนหรือกำหนดนัดไม่ให้ผู้มาหาตนพบกับอีกคนหนึ่ง (มักใช้
ในทางชู้สาว).
สับหว่าง ว. เยื้องระหว่างแถว จะเป็น ๒ แถวหรือหลายแถวก็ได้ เช่น
นั่งสับหว่าง ยืนสับหว่าง.
สับ ๒(โบ) ว. สรรพ.
สับ ๓ว. ถ้วน, พอดี, เช่น ห้าสองหนเป็นสิบสับ. (มูลบทบรรพกิจ).
สับปลับว. กลับกลอกเชื่อไม่ได้ (มักใช้แก่กริยาพูด) เช่น พูดสับปลับ เขา
เป็นคนสับปลับ, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ สับปลี้ เป็น สับปลี้สับปลับ.
สับปลี้ก. พูดกลับกลอกเชื่อไม่ได้ มักใช้ประกอบกับคํา สับปลับ เป็น สับปลี้
สับปลับ หรือสับปลับสับปลี้.
สับปะขาวดู ชีปะขาว ๒ (๑).
สับปะรดน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Ananas comosus Merr. ในวงศ์ Bromeliaceae
ไม่มีลําต้นปรากฏบนพื้นดิน ใบเป็นกาบยาวให้ใยใช้ทําสิ่งทอ ขอบใบ
มีหนาม ผลมีตาโดยรอบ กินได้รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ; เรียกใยของ
พรรณไม้บางชนิดที่มีลักษณะอย่างใยสับปะรด ใช้ทำหมวกเป็นต้นว่า
ไหมสับปะรด.
สัปคับ[สับปะคับ] น. ที่สำหรับนั่งผูกติดบนหลังช้าง, แหย่งช้าง.
สัปคับช้าง น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์บุรพอาษาฒ มี ๓ ดวง, ดาวราชสีห์
ตัวผู้ ดาวปุรพษาฒ หรือ ดาวบุพพาสาฬหะ ก็เรียก.
สัปด[สับดะ] ว. เจ็ด. (ส. สปฺต; ป. สตฺต).
สัปดปกรณ์, สัปดประกรณ์ น. พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์. (ส. สปฺตปฺรกรณ).
สัปดสดก [สะดก] น. หมวดละ ๑๐๐ ๗ หมวด. (ส. สปฺตสตก).
สัปดาห์, สัปดาหะ [สับดา, สับปะดา, สับดาหะ] น. รอบ ๗ วัน เริ่ม
ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์, ระยะ ๗ วัน เช่น สัปดาห์แห่งการส่งเสริม
พระพุทธศาสนา สัปดาห์แห่งการเขียนจดหมาย. (ส. สปฺตาห).
สัปดน[สับปะดน] ว. หยาบโลน เช่น พูดสัปดนสองแง่สองง่าม, อุตรินอก
แบบนอกแผน เช่น เด็กคนนี้ชอบเล่นสัปดน เอาประทัดผูกหางหมา
แล้วจุด, (ปาก) ใช้ว่า สัปโดกสัปดน.
สัปดาห์, สัปดาหะดู สัปด.
สัปต[สับตะ] ว. เจ็ด. (ส.).
สัปตศก น. เรียกปีจุลศักราชที่ลงท้ายด้วยเลข ๗ เช่น ปีฉลูสัปตศก
จุลศักราช ๑๓๔๗. (ส.).
สัปทน[สับปะทน] น. (โบ) ร่มทำด้วยผ้ามีระบายรอบ คันยาว เป็นเครื่อง
แสดงยศขุนนางโบราณชั้นสูงกว่าพระยา; ร่มขนาดใหญ่ทำด้วยผ้า
หรือแพรสีต่าง ๆ มีระบายรอบ มีด้ามยาว ใช้กั้นนาค ผ้าไตร หรือ
พระพุทธรูป เป็นต้น.
สัปปะ[สับ] น. งู. (ป.; ส. สรฺป).
สัปปิ[สับ] น. เนยใส. (ป.; ส. สรฺปิสฺ).
สัปปุริส, สัปปุรุษ[สับปุริสะ, สับปุหฺรุด] น. คนที่เป็นสัมมาทิฐิ, คฤหัสถ์ผู้มีศรัทธา
ในพระศาสนา, คนที่มีความเห็นชอบตามทํานองคลองธรรม.
(ป. สปฺปุริส; ส. สตฺปุรุษ).
สัประยุทธ์[สับปฺระยุด] ก. รบพุ่งชิงชัยกัน.
สัปหงก[สับปะหฺงก] ว. อาการที่หน้าหงุบลงเพราะง่วงนอน.
สัปเหร่อ[สับปะเหฺร่อ] น. ผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการศพตั้งแต่ทำพิธีมัดตราสัง
จนกระทั่งนำศพไปฝังหรือเผา.
สัพ, สัพพะว. สรรพ, ทุกสิ่ง, ทั้งปวง, ทั้งหมด. (ป. สพฺพ; ส. สรฺว).
สัพพัญญู[สับ] น. ผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง, ผู้รู้ทั่ว; พระนามพระพุทธเจ้า. (ป.).
สัพเพเหระ(ปาก) ว. ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน, ไม่ใช่สิ่งสําคัญ, เช่น ของสัพเพเหระ
เรื่องสัพเพเหระไม่มีประโยชน์.
สัพยอก[สับพะยอก] ก. หยอกเย้า เช่น ผู้ใหญ่สัพยอกเด็กว่าเป็นแม่สายบัวแต่ง
ตัวเก้อ. ว. ที่พูดหยอกเย้า เช่น อย่าโกรธเลย เขาพูดจาสัพยอกเท่านั้น,
มักใช้เข้าคู่กันเป็น สัพยอกหยอกเย้า เช่น พูดจาสัพยอกหยอกเย้า.
สัมบูรณ์ว. สมบูรณ์ยิ่ง เช่น ความชื้นสัมบูรณ์. (อ. absolute).
สัมปชัญญะ[สําปะชันยะ] น. ความรู้ตัวอยู่เสมอ, ความไม่เผลอตัว, มักใช้เข้าคู่
กับคำ สติ เป็น สติสัมปชัญญะ. (ป.).
สัมปทา[สําปะทา] น. ความถึงพร้อมด้วยคุณความดี เช่น อุฏฐานสัมปทา =
ความถึงพร้อมด้วยความเพียร. (ป., ส.).
สัมปทาน[สําปะทาน] (กฎ) น. การที่รัฐอนุญาตให้เอกชนจัดทําบริการสาธารณะ
หรือจัดทําประโยชน์เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ภายในระยะเวลาและ
ตามเงื่อนไขที่รัฐกําหนด เช่น สัมปทานการเดินรถประจําทาง สัมปทาน
ทําไม้ในป่าสัมปทาน. (ป.).
สัมปยุต[สําปะยุด] ก. ประกอบด้วย. (ป. สมฺปยุตฺต; ส. สมฺปฺรยุกฺต).
สัมปโยค[สําปะโยก] น. การประกอบกัน. (ป.; ส. สมฺปฺรโยค).
สัมประสิทธิ์(คณิต) น. จํานวนจริงที่มีค่าคงตัวซึ่งคูณอยู่กับตัวแปร. (อ. coefficient).
สัมประหารน. การสู้รบกัน, การต่อสู้กัน. (ส. สมฺปฺรหาร; ป. สมฺปหาร).
สัมปรายภพ, สัมปรายิกภพ[ปะรายะ, ปะราย, ปะรายิกะ] น. ภพหน้า. (ป., ส.).
สัมปัตติน. สมบัติ. (ป., ส.).
สัมผัปลาป, สัมผัปลาปะ[สําผับปะลาบ, ปะลาปะ] น. คําพูดเพ้อเจ้อ. (ป. สมฺผปฺปลาป; ส.
สมฺปฺรลาป).
สัมผัสก. ถูกต้อง, แตะต้อง, กระทบกัน, เช่น มีใครมาสัมผัสไหล่ พยายาม
ให้เท้าสัมผัสหญ้าเสียบ้าง จะได้มีสุขภาพดี สัมผัสมือกัน; คล้องจองกัน
เช่น คําในกลอนบทนี้สัมผัสกันดี. น. การถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก
เช่น ประสาทสัมผัส, การแตะต้อง, การกระทบกัน, เช่น พอออกไป
ข้างนอกก็สัมผัสอากาศเย็นเฉียบ; ความคล้องจองของถ้อยคํา เช่น
ในนํ้ามีปลาในนามีข้าว; (วรรณ) ข้อบังคับที่ใช้ในฉันทลักษณ์เพื่อให้
เสียงรับกัน. (ป. สมฺผสฺส; ส. สํสฺปรฺศ).
สัมผัสนอก น. สัมผัสนอกวรรคหรือระหว่างวรรคตามข้อบังคับแห่ง
ฉันทลักษณ์ซึ่งเป็นสัมผัสสระและไม่ซ้ำเป็นคำเดียวกัน เช่น (รูปภาพ
กลอน) (อภัย), (ตะเลงพ่าย).
สัมผัสในน. สัมผัสที่อยู่ภายในวรรคเพื่อเพิ่มเสียงไพเราะ มีได้ทั้งสัมผัสสระ
และสัมผัสอักษร เช่น (รูปภาพ ถึงโคกฆ้องหนองสะพานบ้านกะเหรี่ยง
เห็นโรงเรียงไร่ฝ้ายทั้งซ้ายขวา). (ขุนช้างขุนแผน), ในโคลงหมายรวม
ถึงสัมผัสสระและสัมผัสอักษรที่อยู่ระหว่างวรรคในบาทเดียวกันด้วย
คือ คำสุดท้ายของวรรคแรกสัมผัสกับคำแรกของวรรคหลัง เช่น
อ้าศรีเสาวภาคย์เพี้ยง เพ็ญแข. (ตะเลงพ่าย).
สัมผัสสระ น. สัมผัสที่มีเสียงสระหรือเสียงสระกับตัวสะกดในมาตรา
เดียวกัน เช่น (รูปภาพ อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ. (เพลงยาวถวาย
โอวาท), คนใจจืดชืดชื้อเหมือนชื่อบาง ควรตีห่างเหินกันจนวันตาย).
(นิ. วัดสิงห์).
สัมผัสอักษรน. สัมผัสพยัญชนะที่มีพยัญชนะต้นตัวเดียวกันหรือเสียงพ้องกัน เช่น
จําใจจําจากเจ้า จําจร. (ตะเลงพ่าย), คูนแคขิงข่าขึ้น เคียงคาง. (หลัก
ภาษาไทยของกำชัย ทองหล่อ).
สัมพล, สมพล[สําพน, สมพน] น. อาหาร, เสบียง. (ป.; ส. ศมฺพล).
สัมพหุลา(ปาก) ว. รวมปะปนกันหลาย ๆ อย่าง เช่น งานสัมพหุลาเต็มไปหมด
ทำไม่ไหวหรอก, สรรพหุลา ก็ว่า. (ป.).
สัมพัจฉร[สําพัดฉะระ] น. ปี. (ป. สํวจฺฉร; ส. สํวตฺสร).
สัมพัจฉรฉินท์ น. พิธีสิ้นปี, ตรุษ. (ป.).
สัมพัตสรน. สมพัตสร. (ส.; ป. สํวจฺฉร).
สัมพัทธ์ว. ที่เปรียบเทียบกัน เช่น ความเร็วสัมพัทธ์ ความชื้นสัมพัทธ์. (ป., ส.).
สัมพันธ, สัมพันธ์, สัมพันธน์[สําพันทะ, สําพัน] ก. ผูกพัน, เกี่ยวข้อง, เช่น เขากับฉันสัมพันธ์กัน
ฉันญาติ ข้อความข้างหลังไม่สัมพันธ์กับข้อความข้างหน้า. (ไว) น.
การแยกความออกเป็นประโยค ๆ หรือส่วนต่าง ๆ ของประโยค แล้ว
บอกการเกี่ยวข้องของประโยคและคำต่าง ๆ ในประโยคนั้น ๆ. (ป., ส.).
สัมพันธภาพ น. ความผูกพัน, ความเกี่ยวข้อง, เช่น สัมพันธภาพ
ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตดีขึ้นตามลำดับ.
สัมพันธมิตร น. เรียกกลุ่มประเทศอันประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา
สหภาพโซเวียต อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน ที่รวมเป็นแกนร่วมรบกับ
กลุ่มประเทศฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ว่า ฝ่ายสัมพันธมิตร.
สัมพันธไมตรี น. ความเกี่ยวข้องผูกพันกันฉันมิตร เช่น ประเทศไทย
มีสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน.
สัมพาธะน. ความคับแคบ, การเบียดเสียด, การยัดเยียด, การอัดแอ. (ป., ส.).
สัมพาหน์, สัมพาหะน. การนวดฟั้น. (ป.; ส. สํวาหน).
สัมพุทธ, สัมพุทธะน. ผู้รู้พร้อม, ผู้ตื่นแล้ว, ผู้สว่างแล้ว; พระนามพระพุทธเจ้า. (ป., ส.).
สัมโพธิ[โพทิ] น. สมโพธิ. (ป., ส.).
สัมภวะ[สำพะ] น. สมภพ. (ป., ส.).
สัมภเวสี[สำพะ] น. ผู้แสวงหาที่เกิด ในคติของศาสนาพราหมณ์หมายถึงคน
ที่ตายแล้ววิญญาณกำลังแสวงหาที่เกิด แต่ยังไม่ได้เกิดในกำเนิดใด
กำเนิดหนึ่ง, ผู้ต้องเกิด, สัตว์โลก. (ป.; ส. สมฺภเวษินฺ).
สัมภัต, สัมภัตตะน. ผู้ร่วมคบหากัน, เพื่อนร่วมกินร่วมนอน. (ป. สมฺภตฺต; ส. สมฺภกฺต).
สัมภาระ[สำพาระ] น. สิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องมือเครื่องใช้และเสบียงซึ่ง
สะสมรวบรวมหรือจัดเตรียมไว้เพื่อภาระต่าง ๆ เช่น เตรียมสัมภาระ
สำหรับไปต่างจังหวัด; การเกื้อหนุน, การเลี้ยงดู. (ป., ส.).
สัมภาษณ์ก. สนทนาหรือสอบถามเพื่อนำเรื่องราวไปเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์หรือ
วิทยุกระจายเสียงเป็นต้น เช่น เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์สัมภาษณ์
นายกราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับความเป็นมาของราชบัณฑิตยสถาน.
น. การพบปะสนทนากันในลักษณะที่ฝ่ายหนึ่งต้องการทราบเรื่องจาก
อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อนำไปเผยแพร่ เรียกว่า ผู้สัมภาษณ์ และอีกฝ่ายหนึ่งที่
ต้องการจะแถลงข่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า ผู้ให้สัมภาษณ์; การสอบ
ท่วงทีวาจาและไหวพริบ พิจารณาดูชั้นเชิงและความสามารถของผู้เข้า
สอบ ว่าจะเป็นผู้เหมาะสมตามที่ต้องการหรือไม่ เรียกว่า สอบสัมภาษณ์.
(ส. สมฺภาษณ ว่า การสนทนากัน, การพูดจาซักถามกัน; คําพูดให้ตรงกัน).
สัมเภทะน. การปะปน, การรวมกัน; การแยก, การแตกออก, การแบ่ง. (ป., ส.).
มโภคกาย[สําโพกคะ] น. พระกายของพระพุทธเจ้าอันเป็นทิพยภาวะ มีรัศมี
รุ่งเรืองแผ่ซ่านทั่วไป และจะปรากฏแก่พระโพธิสัตว์ มหาสัตว์ แม้
จนบัดนี้. (ส.).
สัมมนาน. การประชุมแบบหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
ความคิดเห็น และหาข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ผลสรุปที่ได้ถือว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ผู้เกี่ยวข้องจะนําไปปฏิบัติ
ตามหรือไม่ก็ได้ เช่น สัมมนาการศึกษาประชาบาล. (อ. seminar).
สัมมัปธาน[สํามับปะทาน] น. ความเพียรที่ตั้งไว้ชอบ. (ป. สมฺมปฺปธาน;
ส. สมฺยกฺปฺรธาน).
สัมมาว. ชอบ, ดี, (มักใช้เป็นส่วนหน้าของสมาส) เช่น สัมมาทิฐิ สัมมาชีพ.
(ป.; ส. สมฺยกฺ).
สัมมากัมมันตะ น. ''การงานชอบ'' คือ ประพฤติกายสุจริต.(ป.).
สัมมาคารวะ น. ความเคารพนบนอบ เช่น พูดกับผู้ใหญ่ต้องมี
สัมมาคารวะ.
สัมมาจริยา น. การประพฤติชอบ. (ป.).
สัมมาชีพ น. อาชีพที่สุจริต, อาชีพที่ชอบธรรม, เช่น การทำไร่ทำนา
นับว่าเป็นสัมมาชีพอย่างหนึ่ง. (ป. สัมมา + อาชีว).
สัมมาทิฐิ น. ความเห็นชอบตามทํานองคลองธรรม เช่น เห็นว่า
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว. (ป. สมฺมาทิฏฺ??).
สัมมาวาจา น. ''การเจรจาชอบ'' คือ ประพฤติวจีสุจริต. (ป.).
สัมมาวายามะ น. ความพยายามชอบ. (ป.).
สัมมาสติ น. ความระลึกชอบ. (ป.).
สัมมาสมาธิ น. สมาธิชอบ, ความตั้งใจชอบ. (ป.).
สัมมาสังกัปปะ น. ความดําริในทางที่ชอบ. (ป.).
สัมมาอาชีวะ น. การเลี้ยงชีวิตในทางที่ชอบ. (ป.).
สัมโมทนียกถา[สำโมทะนียะกะถา] น. ถ้อยคําที่แสดงความชื่นชมยินดี เป็นที่ชุ่มชื่นใจ
แก่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน. (ป., ส.).
สัมฤทธิ, สัมฤทธิ์[สําริดทิ, สําริด] น. ความสําเร็จ ในคําว่า สัมฤทธิผล; โลหะเจือชนิดหนึ่ง
ส่วนใหญ่ประกอบด้วยทองแดงกับดีบุก, ทองสัมฤทธิ์ หรือ ทองบรอนซ์
ก็เรียก, โบราณเขียนว่าสําริด. (ส. สมฺฤทฺธิ; ป. สมิทฺธิ).
สัมฤทธิศก [สำริดทิสก] น. เรียกปีจุลศักราชที่ลงท้ายด้วยเลข ๐ เช่น
ปีมะโรงสัมฤทธิศกจุลศักราช ๑๓๕๐, ปีสําเร็จ (ครบรอบ คือ ปีที่ ๑๐ ของ
รอบ ๑๐ ปีของจุลศักราช) ซึ่งตั้งต้นด้วยเอกศก โทศก เป็นลําดับไปจน
นพศก แล้วสัมฤทธิศก เป็นครบรอบแล้วตั้งต้นใหม่.
สัยน์[ไส] น. สยนะ. (ป.; ส. ศยน).
สัลลาป[สันลาปะ] น. การพูดจากัน. (ป.; ส. สํลาป).
สัลเลข[สันเลขะ] น. การขัดเกลากิเลส. (ป.; ส. สํเลข).
สัสดี[สัดสะดี] น. ผู้รวบรวมบัญชีคน, เจ้าหน้าที่บัญชีทหาร; การรวมบัญชีคน.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒