หาสะน. การหัวเราะ, ความสนุกรื่นเริง. (ป., ส.).
หำ(ถิ่น-อีสาน, พายัพ) น. ลูกอัณฑะ, ไข่หํา หรือ หมากไข่หำ ก็เรียก.
ห้ำ(ปาก) ก. เข้าทําร้ายกัน; ตัดให้สั้นอย่างไม่เป็นระเบียบ; เข้าตะครุบขบกัด
(ใช้แก่สัตว์).
ห้ำหัก ก. เข้าทําร้ายศัตรูให้แตกหักยับเยิน.
ห้ำหั่น ก. เข้าฟาดฟันให้แหลกไป.
หิ้งน. ที่วางของซึ่งแขวนหรือติดไว้ข้างฝา เช่น หิ้งพระหิ้งหนังสือ.
หิงคุน. มหาหิงคุ์. (ป., ส. หิงฺคุ).
หิงสาน. ความเบียดเบียน, การทําร้าย, การคิดให้เขาทนทุกข์, หึงสา ก็ว่า, บางที
ก็ใช้เข้าคู่กับคำ พยาบาท เป็น หิงสาพยาบาท หรือ หึงสาพยาบาท.
(ป., ส. หึสา).
หิงห้อย, หิ่งห้อยน. ชื่อแมลงปีกแข็งขนาดเล็กหรือขนาดกลางหลายชนิดในวงศ์ Lampyridae
สามารถเปล่งแสงกะพริบเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน ความถี่และช่วง
ของแสงนั้นแตกต่างไปแล้วแต่ชนิด ลําตัวยาวเป็นรูปทรงกระบอก
สันหลังปล้องอกมักจะขยายเป็นขอบออกไปคลุมหัว, ทิ้งถ่วง ก็เรียก.
หิ่งหายน. ชื่อไม้พุ่มหลายชนิดในสกุล Crotalaria วงศ์ Leguminosae ส่วนใหญ่
ดอกสีเหลือง มีบางชนิดดอกสีม่วง ฝักกลมพอง, กิ่งหาย หรือ ติ่งหาย
ก็เรียก.
หิดน. ชื่อโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อ Sarcoptes scabiei ลักษณะเป็นเม็ดสีขาว
ใสเป็นเงาในเนื้อ ขึ้นตามผิวหนัง มีอาการปวดและคัน เรียกว่า หิดด้าน
เมื่อเม็ดแตกมีนํ้าเหลืองไหลเยิ้ม เรียกว่า หิดเปื่อย.
หิต, หิต-[หิด, หิตะ-] น. ความเกื้อกูล, ประโยชน์. (ป., ส.).
หิตกร [หิตะกอน] น. ผู้ทําการเกื้อหนุน. (ป., ส.).
หิตประโยชน์ [หิตะปฺระโหฺยด] น. ประโยชน์เกื้อกูล.
หิตพจน์, หิตวจนะ [หิตะพด, หิตะวะจะนะ] น. คําที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล.
หิตานุหิตประโยชน์ [หิตานุหิตะปฺระโหฺยด] น. ประโยชน์เกื้อกูลน้อยใหญ่.
หิตานุหิตประโยชน์ดู หิต, หิต-.
หิน ๑น. ของแข็งที่ประกอบด้วยแร่ชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตาม
ธรรมชาติ.
หินงอก น. คราบหินปูนที่ทับถมงอกจากพื้นถํ้าขึ้นไปหาเพดานถํ้า.
หินชนวน น. ชื่อหินชนิดหนึ่งเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนติดกัน เนื้อแน่นและ
ละเอียด มีสีต่าง ๆ กัน ตั้งแต่สีเทาไปจนถึงสีเทาแก่ และสีดํา สีนํ้าเงิน
ที่มีสีแดง สีเขียว สีม่วง ก็มี.
หินชั้น น. หินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนที่เกิดจากหินอัคนีหรือหิน
แปรที่ผุพังแตกสลายหรือการตกตะกอนทางเคมี รวมทั้งตะกอนที่เกิดจาก
การสะสมของซากดึกดำบรรพ์ มีลักษณะของการเรียงตัวเป็นชั้น ๆ, หิน
ตะกอน ก็เรียก.
หินดาน น. หินแข็งหรือหินผุที่รองรับดิน ทราย กรวด มีแร่เช่นดีบุก ทองคำ
รวมอยู่ด้วย.
หินดินดาน น. หินชั้นซึ่งประกอบด้วยอะลูมิเนียมซิลิเกตกับแมกนีเซียม
ซิลิเกต มีเนื้อละเอียดมาก บี้กับนํ้าแล้วเหนียวติดมือ.
หินดินสอพอง น. ชอล์ก. (ดู ชอล์ก ๑).
หินตะกอน น. หินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนที่เกิดจากหินอัคนีหรือ
หินแปรที่ผุพังแตกสลายหรือการตกตะกอนทางเคมีรวมทั้งตะกอน
ที่เกิดจากการสะสมของซากดึกดำบรรพ์ มีลักษณะการเรียงตัวเป็น
ชั้น ๆ, หินชั้น ก็เรียก.
หินตับเป็ด น. หินชนิดหนึ่ง สีดํา เนื้อแข็ง.
หินติดไฟ น. หินดินดานชนิดหนึ่ง สีน้ำตาลอ่อน มีสารอินทรีย์ที่เรียกว่า
เคโรเจน (kerogen) ซึ่งเป็นสารน้ำมันอุ้มอยู่ในเนื้อหิน นำมากลั่นเอาน้ำมัน
เชื้อเพลิงออกได้, หินน้ำมัน ก็เรียก.
หินทราย น. หินชั้นชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเศษหินที่มีลักษณะกลมหรือ
เหลี่ยมขนาดเม็ดทราย อาจมีวัตถุประสาน เช่น ซิลิกา เหล็กออกไซด์ หรือ
แคลเซียมคาร์บอเนต ประสานเม็ดเศษหินต่าง ๆ ให้เกาะกันแน่นแข็ง
มีสีต่าง ๆ เช่น แดง เหลือง น้ำตาล เทา ขาว.
หินน้ำมัน น. หินดินดานชนิดหนึ่ง สีนํ้าตาลอ่อน มีสารอินทรีย์ที่เรียกว่า
เคโรเจน (kerogen) ซึ่งเป็นสารนํ้ามันอุ้มอยู่ในเนื้อหิน นํามากลั่นเอานํ้ามัน
เชื้อเพลิงออกได้, หินติดไฟ ก็เรียก.
หินปากนก น. หินเหล็กไฟที่ใช้ติดกับปลายเครื่องสับของปืนโบราณบาง
ชนิดเพื่อสับแก๊ปปืนให้เกิดประกายไฟ, ศิลาปากนก ก็เรียก.
หินปูน น. หินที่มีเนื้อสารเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตเกือบทั้งสิ้น สารประกอบ
หินดังกล่าวเกิดจากการตกตะกอนเนื่องจากปฏิกิริยาเคมีก็มี และที่เกิดจาก
การตกจมรวมตัวเป็นพืดใหญ่ของสัตว์ประเภทมีเปลือกหุ้มตัวเป็นแคลเซียม
คาร์บอเนตก็มี.
หินแปร น. หินที่แปรสภาพจากหินเดิม โดยการกระทําของความร้อน
ความดัน และปฏิกิริยาเคมี.
หินฝนทอง น. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง.
หินฟองเต้าหู้ น. ยิปซัมหรือเกลือจืด.
หินย้อย น. คราบหินปูนที่ทับถมย้อยลงมาจากเพดานถํ้า.
หินแลง น. หินชนิดหนึ่ง เมื่ออยู่ใต้ดินมีลักษณะอ่อน แต่ถูกลมแล้วแข็ง
มีสีแดงอย่างอิฐเผา และเป็นรูพรุนเหมือนไม้เพรียงกิน, ศิลาแลง ก็เรียก.
หินสบู่ น. หินแปรชนิดหนึ่ง ซึ่งเนื้อสารประกอบด้วยแร่ทัลก์เป็นส่วนใหญ่
มีเนื้ออ่อน เอาเล็บขูดเป็นรอยได้ง่าย และลื่นมือคล้ายสบู่.
หินโสโครก น. แนวพืดหินหรือโขดหินใต้น้ำใกล้ ๆ ผิวพื้นน้ำทะเล อาจมี
บางส่วนโผล่พ้นน้ำหรือปริ่มน้ำก็ได้ เป็นอันตรายแก่การเดินเรือ.
หินหนืด น. หินที่อยู่ในสภาพของหนืด อยู่ลึกลงไปภายใต้เปลือกโลก
เมื่อเปลือกโลกเกิดรอยร้าวจะอูดตัวแทรกซอนขึ้นมาสู่ผิวโลก และจะ
แข็งตัวเป็นหินอัคนีพวกต่าง ๆ.
หินเหล็กไฟ น. หินสำหรับใช้เหล็กตีให้เกิดประกายไฟเพื่อให้ติดชุดซึ่ง
ทำด้วยด้ายหรือนุ่นเป็นต้น.
หินอ่อน น. หินปูนชนิดที่ขัดแล้วผิวจะเป็นมัน.
หินอัคนี [-อักคะนี] น. หินที่เกิดจากการแข็งตัวของหินหนืด.
หิน ๒(ปาก) ว. ยากมาก เช่น ข้อสอบหิน, เข้มงวดมาก เช่น ครูคนนี้หิน, เหี้ยม
มาก, แข็งมาก, เช่น เขาเป็นคนใจหิน.
หิน ๓ก. หัน, ผัน หรือ ผิน ก็ว่า.
หิน ๔, หิน-[หิน, หินนะ-] ว. เลว, ทราม, ตํ่าช้า, ใช้ว่า หืน ก็มี เช่น โหดหืน. (ป., ส. หีน).
หินชาติ [หินนะชาด] ว. มีกําเนิดตํ่า, เมื่อใช้เข้าคู่กับคํา ทมิฬ เป็น ทมิฬ
หินชาติ หมายความว่า โหดเหี้ยม เช่น ใจทมิฬหินชาติ.
หินยาน [หินนะ-] น. ชื่อนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายใต้ที่ถือกันในลังกา พม่า
และ ไทยเป็นต้น, หีนยาน หรือ เถรวาท ก็ว่า. (ป., ส. หีนยาน).
หิม-, หิมะ[หิมมะ-] น. ละอองนํ้าในอากาศที่แปรสภาพเป็นของแข็งเพราะอุณหภูมิตํ่า
ลักษณะฟูเป็นปุยลอยลงมาจากท้องฟ้า; ความหนาว, ความเยือกเย็น;
ฤดูหนาว. (ป., ส.).
หิมพาน [หิมมะ-] น. หิมวัต.
หิมพานต์ [หิมมะ-] น. ชื่อป่าหนาวแถบเหนือของอินเดีย; ชื่อกัณฑ์ที่ ๒
แห่งเวสสันดรชาดก.
หิมวัต [หิมมะวัด] ว. มีหิมะ, หนาว, ปกคลุมด้วยหิมะ. น. ชื่อหนึ่งของ
เทือกเขาหิมาลัย; ชื่อป่าหนาวแถบเหนือของอินเดีย; ศัพท์นี้แผลงใช้ได้
หลายอย่างคือ ๑. หิมวาท (แผลงจาก ส. หิมวตฺ) ๒. หิมวาน ๓. หิมพาน
(รูปประถมแห่ง ส. หิมวตฺ) ๔. หิมวันต์ (ป. หิมวนฺต) ๕. หิมพานต์
(แผลงจาก ป. หิมวนฺต) ๖. หิมวา (รูปประถมแห่ง ป. หิมวนฺต).
(ส.; ป. หิมวนฺต).
หิมวันต์, หิมวา, หิมวาต, หิมวาน [หิมมะ-] น. หิมวัต.
หิมวาส, หิมเวศ [หิมมะวาด, หิมมะเวด] น. ที่อยู่อันหนาว คือ ป่าหิมพานต์;
ใช้ว่า ป่าทั่วไป ก็มี.
หิมาลัย น. ชื่อเทือกเขาอยู่ทางทิศเหนือของอินเดีย ยอดเขามีหิมะปกคลุม
ตลอดปี. (ป., ส. หิม + อาลย = ที่อยู่ของหิมะ).
หิมาลัยดู หิม-, หิมะ.
หิรัญ, หิรัญ-[หิรัน, หิรันยะ-] น. เงิน, บางแห่งว่า ทอง ก็มี แต่โดยทั่วไปหมายถึง เงิน.
(ป. หิร?ฺ?; ส. หิรณฺย).
หิรัญบัฏ [หิรันยะบัด] น. แผ่นเงินที่จารึกราชทินนามสำหรับพระราชทาน
แก่พระสงฆ์และขุนนางผู้ใหญ่.
หิรัญญิการ์[หิรันยิกา] น. ชื่อไม้เถา ๒ ชนิดในสกุล Beaumontia วงศ์ Apocynaceae
คือ ชนิด B. murtonii Craib และชนิด B. grandiflora Wall. ดอกใหญ่
สีขาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ยางและเมล็ดเป็นพิษ.
หิรัณย-, หิรัณย์[หิรันยะ-, หิรัน] น. ทองคํา, เงิน. (ส.).
หิรัณยการ [หิรันยะกาน] น. ช่างทอง. (ส.).
หิรัณยเกศ [หิรันยะเกด] ว. มีผมสีทอง. (ส.).
หิรัณยรัศมี [หิรันยะรัดสะหฺมี] ว. มีสีผ่องดั่งเงินอย่างสีช้างเผือก. (ส.).
หิริ[หิหฺริ] น. ความละอายใจ, ความละอายบาป. (ป.; ส. หฺรี).
หิริโอตตัปปะ [หิหฺริโอดตับปะ] น. ความละอายบาปและความเกรงกลัว
บาป, ความละอายใจ. (ป.).
หิวก. อยากกิน, อยากดื่ม, โดยปริยายหมายถึงอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น
หิวเงิน.
หิ้วก. จับหรือถือให้ห้อยถ่วงลงมา.
หิ้วท้อง ก. ทนรอจนกว่าจะได้กิน.
หิ้วปีก ก. หิ้วโดยใช้แขนสอดเข้าใต้รักแร้ของผู้ถูกหิ้วแล้วพาไป.
หีน. อวัยวะสืบพันธุ์ของหญิงหรือสัตว์เพศเมียบางชนิด.
หีตา น. รูเล็กที่หัวตา.
หีเต่า น. ปอยผมในร่องเล็กที่ท้ายทอย มีรูปแหลม, หางเต่า ก็เรียก.
หีด(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ว. นิด, เล็ก, น้อย.
หีน-[หีนะ-, หีนนะ-, ฮีนะ-] ว. เลว, ทราม, ตํ่าช้า. (ป., ส.).
หีนยาน [หีนะยาน, หีนนะยาน, ฮีนะยาน] น. ชื่อนิกายพระพุทธศาสนา
ฝ่ายใต้ที่ถือกันในลังกา พม่า และไทยเป็นต้น, หินยาน หรือ เถรวาท ก็ว่า.
หีบ ๑น. ภาชนะใส่สิ่งของ รูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นต้น มีฝา.
หีบชัก (โบ) น. หีบไม้รูปทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีที่ตั้งโถอุจจาระ ด้านหลัง
เปิดได้เพื่อชักโถออกทําความสะอาด ตอนบนเป็นที่นั่ง มีร่องเจาะตรงกับ
ปากโถตอนล่าง.
หีบเชิงชาย น. หีบศพพระราชทานสําหรับพระครูสัญญาบัตร ข้าราชการ
ชั้นสัญญาบัตรขั้นต้นเป็นต้น เชิงชายทั้ง ๔ ด้านแกะสลักเป็นลายปิดทอง
ประดับกระจก.
หีบพระมาลัย น. หีบใส่คัมภีร์พระมาลัยซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าคัมภีร์ใบลาน,
ตู้พระมาลัย ก็เรียก.
หีบเพลง น. เครื่องอัดลมทําด้วยไม้หุ้มกระดาษมีรู มีลิ้นใช้นิ้วปิดเปิดให้
เป็นเสียงเพลง.
หีบเพลงชัก น. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลม ประกอบด้วยหีบ ๒ หีบ
ส่วนใหญ่เป็นหีบสี่เหลี่ยม เชื่อมต่อกันด้วยท่อลมพับ ๒ ด้าน ด้านขวามือ
มีปุ่มกดหรือมีแผงแป้นนิ้ว ด้านซ้ายมือมีปุ่มกดบรรเลงเสียงตํ่าและเสียง
ประสาน. (อ. accordion).
หีบเพลงปาก น. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลม ใช้ปากเป่า ลักษณะแบน
ยาวประกอบด้วยลิ้นเสียง ๒ แถว แถวหนึ่งดังเมื่อเป่าลมออก อีกแถวหนึ่ง
ดังเมื่อดูดลมเข้า. (อ. harmonica, mouth organ).
หีบเสียง น. เครื่องทําให้จานเสียงหมุนแล้วมีเสียงออกมา.
หีบห่อ น. สิ่งของที่บรรจุกล่องหรือมีสิ่งอื่นห่อหุ้มไว้.
หีบ ๒ก. บีบเค้นให้ส่วนที่ต้องการออกมา เช่น หีบอ้อย หีบฝ้าย.
หีบฝ้าย ก. บีบเค้นเมล็ดออกจากปุยฝ้าย. น. เรียกเครื่องมือบีบเค้นเมล็ด
ออกจากปุยฝ้ายว่า เครื่องหีบฝ้าย.
หีบสไบ ก. อัดผ้าสไบให้เป็นรอยจีบ.
หึ, หึ ๆว. เสียงดังเช่นนั้น.
หึง ๑ก. หวงแหนทางชู้สาว, มักใช้เข้าคู่กับคำ หวง เป็น หึงหวง หรือ หวงหึง.
หึง ๒(โบ) ว. นาน เช่น บ่มิหึง คือ ไม่นาน.
หึ่ง ๑ว. อาการที่กลิ่นกระจายไป (มักใช้ในทางไม่ดี) เช่น เหม็นหึ่ง ได้กลิ่นหึ่ง
มาแต่ไกล.
หึ่ง ๒, หึ่ง ๆว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงฆ้อง เสียงผึ้งหรือแมลงภู่เป็นต้นบิน เช่น เสียง
ฆ้องดังหึ่ง เสียงผึ้งบินหึ่ง ๆ.
หึงส-, หึงสา[หึงสะ-] น. ความเบียดเบียน, การทําร้าย, การคิดให้เขาทนทุกข์, หิงสา ก็ว่า,
บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ พยาบาท เป็น หึงสาพยาบาท หรือ หิงสา
พยาบาท. (ป., ส. หึสา).
หืดน. ชื่อโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง เกิดจากหลอดลมตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าอย่างเฉียบพลันและรุนแรงกว่าที่เกิดขึ้นในคนทั่วไป ทําให้
หลอดลมตีบแคบลงจนเกิดอาการหายใจไม่สะดวก, หืดหลอดลม ก็เรียก.
หืน ๑ว. มีกลิ่นเหม็นอย่างกลิ่นนํ้ามันมะพร้าวเป็นต้นที่ทิ้งไว้นาน ๆ.
หืน ๒(กลอน) ว. หิน, เลว, ทราม, ตํ่าช้า. (ดู หิน ๔, หิน-).
หื่นก. มีความอยากอย่างแรงกล้า (มักใช้ในทางกามารมณ์).
หื่นหรรษ์ [-หัน] (กลอน) ก. เหิมใจ, ยินดี, ร่าเริง, ชื่นชม.
หือ ๑อ. คำที่เปล่งออกมาเมื่อรู้สึกสงสัยเพื่อถามหรือเมื่อยังไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจ,
(เป็นคำสำหรับผู้ใหญ่กว่าหรือเสมอกันใช้).
หือ ๒ก. เถียง, คัดค้าน, เช่น อย่ามาหือนะ เขาไม่กล้าหือ.
หือไม่ขึ้น ก. เถียงไม่ได้, คัดค้านไม่ได้, ไม่กล้าเถียง, ไม่กล้าคัดค้าน.
หื้อ ๑อ. คำที่เปล่งออกมาแสดงความรับรู้.
หื้อ ๒(ถิ่น-พายัพ, อีสาน) ก. ให้, แต่งตั้ง.
หือรือโหด(กลอน) ก. หฤโหด, ชั่วร้าย, เลวทราม, เช่น แม้อันว่าเฒ่าหือรือโหดหีนชาติ
ทาสเมถุน. (ม. ร่ายยาว ชูชก).
หุงก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งสุกด้วยวิธีต้มหรือเคี่ยวเป็นต้น เช่น หุงข้าว หุงยา,
ใช้ความร้อนสูงทําให้สีของผิวสิ่งของบางชนิดเปลี่ยนไป เช่น หุงพลอย.
หุงข้าว ก. เอาข้าวสารและน้ำใส่หม้อตั้งบนเตาไฟให้ร้อนจนเดือดแล้ว
ปลงลงเช็ดน้ำ จากนั้นยกขึ้นดงบนเตาไฟจนสุก เรียกว่า หุงเช็ดน้ำ ถ้าเคี่ยว
จนน้ำแห้งไปเองโดยไม่ต้องเช็ดน้ำ เรียกว่า หุงไม่ต้องเช็ดน้ำ, โดยปริยาย
หมายถึงลักษณะที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น หุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้า.
หุงข้าวประชดหมา (สํา) ก. ทําประชดหรือแดกดัน ซึ่งรังแต่จะเสียประโยชน์,
มักพูดเข้าคู่กับ ปิ้งปลาประชดแมว ว่า หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว.
หุงขี้ผึ้ง ก. เอาขี้ผึ้งแท้ผสมกับหัวกะทิหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นต้นแล้วเคี่ยว
กับใบเตยหรือดอกไม้บางชนิด เช่น ดอกมะลิ ดอกกระดังงา สำหรับใช้สี
ปากเพื่อกันน้ำหมากเลอะริมฝีปากหรือเพื่อป้องกันริมฝีปากแตก.
หุต-[หุตะ-] น. การบูชา, การบูชาไฟ. (ป., ส.).
หุตโกวิท น. ผู้ฉลาดในการบูชา.
หุตาจารย์ น. ผู้รู้ในการบูชา.
หุตาจารย์ดู หุต-.
หุนน. ชื่อมาตราวัดหรือชั่งของจีน ในมาตราวัด ๑ หุน หมายถึง เส้นผ่าศูนย์กลาง
๑.๕ ใน ๑๖ ของนิ้ว ในมาตราชั่ง ๕ หุน เท่ากับ ๑ เฟื้อง. (จ.).
หุ่นน. รูป, รูปแบบ, รูปตุ๊กตา, รูปแบบที่จําลองจากของจริงต่าง ๆ; รูปปั้นหรือ
แกะสลักที่ทําโกลนไว้เพื่อเป็นแบบชั่วคราว, (ปาก) รูปทรงของร่างกาย
เป็นต้น เช่น คนนี้หุ่นดี; ชื่อการเล่นมหรสพที่ใช้รูปหุ่นแสดงเป็นเรื่องราว
เช่น หุ่นกระบอก หุ่นจีน, โดยปริยายหมายถึงบุคคลที่กลายเป็นเครื่องมือ
ของผู้อื่นโดยได้รับแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งบังคับบัญชา แต่ไม่มีอำนาจ
อะไรอย่างแท้จริง เช่น เป็นหุ่นให้เขาเชิด รัฐบาลหุ่น.
หุ่นกระบอก น. หุ่นชนิดหนึ่ง มีแต่ส่วนหัวและมือ ๒ ข้างลำตัวทำด้วย
ไม้กระบอก มีผ้าเย็บเป็นถุงคลุม เวลาเชิดใช้มือสอดเข้าไปจับไม้กระบอก
นั้นเชิด.
หุ่นขี้ผึ้ง น. หุ่นที่ทำด้วยขี้ผึ้งเป็นต้น มักทำเป็นรูปคนที่มีชื่อเสียง สวม
ใส่เสื้อผ้า มองดูคล้ายคนจริง ๆ.
หุ่นจีน น. หุ่นชนิดหนึ่ง ทำเป็นตัวละครในวรรณกรรมจีน มีทั้งชนิด
ครึ่งท่อนและเต็มตัว ใช้คนเชิดคนเดียว.
หุ่นนิ่ง น. เรียกภาพวาดหรือภาพถ่ายของสิ่งที่ไม่เคลื่อนไหวว่า ภาพหุ่นนิ่ง.
หุ่นพยนต์ [-พะยน] น. รูปที่ผู้ทรงวิทยาคมเอาวัตถุมาผูกขึ้นแล้วเสกเป่า
ให้เป็นเหมือนรูปที่มีชีวิต.
หุ่นยนต์ น. หุ่นที่ทำเป็นรูปคนมีเครื่องกลไกภายใน สามารถทำงาน
หลายอย่างแทนมนุษย์ได้, โดยปริยายหมายถึงผู้ที่ทำงานตามที่ถูกสั่ง
โดยไม่ต้องใช้สมองและไม่มีชีวิตจิตใจดุจเป็นเครื่องจักรกล.
หุ่นไล่กา น. หุ่นที่มักทำเป็นรูปคนสวมเสื้อผ้าสําหรับลวงนกกาให้กลัว
ทำให้ไม่กล้าลงมากินพืชผลในไร่นา.
หุ่นใหญ่ น. หุ่นชนิดทำจำลองย่อส่วนตัวละครขนาดสูงประมาณ ๒ ศอก
ตัวหนึ่งใช้คนเชิด ๓ คน ใช้แสดงละครเล็ก.
หุ้นน. ส่วนที่ลงทุนเท่ากันในการค้าขายเป็นต้น. (เทียบภาษาจีนแต้จิ๋ว หุ่ง ว่า
หุ้น, ส่วน); (กฎ) หน่วยลงทุนแต่ละหน่วยที่มีมูลค่าเท่า ๆ กัน ซึ่งรวมกัน
เป็นทุนเรือนหุ้นของบริษัทจํากัด. (อ. share).
หุ้นกู้ (กฎ) น. ตราสารแห่งหนี้ที่แบ่งเป็นหน่วย ๆ แต่ละหน่วยมีมูลค่า
เท่ากัน และกําหนดประโยชน์ตอบแทนไว้ล่วงหน้าในอัตราเท่ากัน
ทุกหน่วย โดยบริษัทออกให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ซื้อ เพื่อแสดงสิทธิที่จะ
ได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นของผู้ถือตราสารดังกล่าว แต่ไม่รวม
ถึงตั๋วเงิน. (อ. debenture).
หุ้นบุริมสิทธิ [-บุริมมะสิด] (กฎ) น. หุ้นที่กําหนดให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิพิเศษ
เหนือผู้ถือหุ้นสามัญ เช่น มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งผลกําไรก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ.
(อ. preference share).
หุ้นลม (ปาก) น. หุ้นที่ไม่ได้ลงทุนเอง.
หุ้นส่วน น. ทุนที่เข้ากันเพื่อทําการต่าง ๆ เช่น ค้าขายเป็นต้น; (ปาก) ผู้เป็น
หุ้นส่วน.
หุ้นสามัญ (กฎ) น. หุ้นธรรมดาของบริษัทจำกัด ซึ่งแบ่งทุนออกเป็นหุ้นมี
มูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กันและผู้ถือหุ้นมีความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนหุ้น
ที่ตนส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ.
หุนหันว. ไม่ยั้งใจ, ไม่รั้งรอ, ใจเร็ว.
หุนหันพลันแล่น น. ด่วนทําสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปโดยไม่ยั้งคิดด้วยความโกรธ
ความโลภ เป็นต้น.
หุบก. อาการรวมเข้าของสิ่งที่ขยายออก เช่น หุบร่ม ใบไม้หุบ; อาการที่แสง
อาทิตย์ถูกเมฆบดบัง เรียกว่า แดดหุบ.
หุบเขา, หุบผา น. แอ่งภูมิประเทศ ที่เป็นเส้นเป็นแนวยาว ๒ ข้างแอ่งขนาบ
ด้วยพื้นแผ่นดินสูงหรือภูเขาหรือเทือกเขา.
หุบปาก ก. ปิดปาก, หยุดพูด, ไม่พูด.
หุบผาชัน น. หุบผาลึกเกิดเพราะน้ำกัดเซาะอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นร่องลึก
ลงไป เหลือหน้าผาสองด้านสูงชัน.
หุบห้วย น. หุบเขาที่มีแอ่งน้ำขังอยู่.
หุบเหว น. หุบเขาที่มีเหวลึก.
หุ้มก. เอาสิ่งที่เป็นแผ่นโอบคลุมอีกสิ่งหนึ่ง, อาการที่สิ่งซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่น
กาบหรือเปลือกเป็นต้น โอบคลุมของอีกสิ่งหนึ่ง เช่น หนังหุ้มกระดูก
กาบกล้วยหุ้มหยวกเปลือกหุ้มกระพี้ รองเท้าหุ้มส้น.
หุ้มกลอง [-กฺลอง] น. ด้านหัวหรือด้านท้ายของโบสถ์ วิหาร, ถ้าเป็นด้าน
หัวหรือด้านท้ายของเรือนฝากระดาน เรียกว่า ด้านสกัด.
หุ้มแผลง [-แผฺลง] น. กรรมวิธีในการหุ้มพระพุทธรูปด้วยแผ่นเงินหรือ
แผ่นทองบาง ๆ โดยให้ตะเข็บของแต่ละแผ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายฟัน
ประสานกัน แล้วใช้เครื่องมือกวดรอยประสานให้เรียบเสมอกัน.
หุ้มแพร [-แพฺร] น. ตําแหน่งยศมหาดเล็กรองจ่าลงมา.
หุ้ยหุย ๑ว. เฉียด ๆ ไป.
หุ้ยหุย ๒น. พวกจีนฮ่อที่นับถือศาสนาอิสลาม.
หุยฮาว. เสียงหัวเราะเยาะเย้ย (มักใช้ในการละเล่น).
หุรัมว. ในเบื้องหน้า, ภพหน้า. (ป. หุรํ).
หุหนิงหงันน. ดอกบานไม่รู้โรย. (ช.).
หูน. ส่วนหนึ่งของร่างกายคนและสัตว์ ทําหน้าที่สําหรับฟังเสียง; ส่วนแห่ง
สิ่งของที่ทําไว้หิ้ว แขวน ร้อย หรือรูดเข้าออก เช่น หูกระทะ หูมุ้ง หูกางเกง
หูถุง; สิ่งที่ทําเป็นห่วงหรือเป็นวง ๆ เช่น หูแจว; (ปาก) เรียกส่วนหูฟังและ
กระบอกพูดของเครื่องรับโทรศัพท์ว่า หูโทรศัพท์.
หูกระต่าย น. เงื่อนที่ผูกมีรูปคล้ายหูกระต่าย, เรียกผ้าผูกคอชนิดหนึ่ง ผูก
เป็นรูปโบ ว่า ผ้าผูกคอหูกระต่าย; เรียกเครื่องสวมศีรษะแบบหนึ่ง ทำด้วย
ผ้าหรือสักหลาดสีต่าง ๆ รูปทรงกระบอกสั้น ๆ มีแผ่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ติดขอบหมวกสําหรับปกใบหูทั้ง ๒ ข้าง ว่า หมวกหูกระต่าย; ไม้ขวางเรือ
อันที่สุดของหัวเรือหรือท้ายเรือ, กระทงเหิน ก็เรียก. (ดู กระทงเหิน
ที่ กระทง ๑).
(รูปภาพ เงื่อนหูกระต่าย)
(รูปภาพ หมวกหูกระต่าย)
หูกว้างตากว้าง ว. รอบรู้ทันเหตุการณ์, มองเห็นการณ์ไกล, หูยาวตายาว
ก็ว่า.
หูกะพง น. ชื่อเงื่อนแบบหนึ่ง ลักษณะคล้ายรูปเลข 8 อาระบิก (?) ใช้ผูก
ตัวไม้บางตัวในเรือนเครื่องผูกให้ติดกันเป็นต้น.
หูเข้าพรรษา ว. ไม่รับรู้รับฟังสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้นมักใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบ
เช่น ทำเป็นหูเข้าพรรษาไปได้.
หูแจว น. วงด้ายดิบหรือเชือกที่ชุบนํ้าบิดให้เป็นเลข 8 อาระบิก (?)
สําหรับคล้องแจวให้ยึดกับหลักแจว.
หูฉลาม น. ชื่ออาหารคาวแบบจีน ปรุงด้วยครีบหรือกระโดงปลาฉลาม
เนื้อปู เป็นต้น.
หูฉี่ (ปาก) ว. มากเหลือเกิน เช่น แพงหูฉี่ เผ็ดหูฉี่.
หูชอง น. เชือกใบลานสําหรับมัดลานหนังสือ.
หูชัน ก. อาการที่แสดงว่าตั้งใจฟัง (มักใช้แก่สัตว์บางชนิด).
หูช้าง ๑ น. แผ่นกระดานที่ทําเป็นรูปฉากหรือพัดด้ามจิ้วสําหรับติดกับ
มุมสิ่งของ, ชื่อฉากซึ่งเป็นเครื่องมือวัดมุมของช่างไม้; แผ่นกระจกหรือ
พลาสติกที่รถยนต์เป็นรูปคล้ายหูช้าง สําหรับเปิดรับลมหรือระบายลม;
ชื่อขนมชนิดหนึ่งปรุงด้วยแป้งกับนํ้าตาลทำเป็นแผ่น ๆ.
หูดับ ว. อาการของหูที่อื้อไปพักหนึ่งเนื่องจากได้ยินเสียงดังมาก.
หูดับตับไหม้ ว. ลักษณะเสียงที่ดังมากจนกลบเสียงอื่น.
หูตัน ว. อาการที่หูฟังไม่ได้ยินเพราะมีขี้หูเต็มช่องหู, โดยปริยาย
หมายความว่าไม่ได้ยิน เช่น เรียกเท่าไรก็ไม่ได้ยิน หูตันหรืออย่างไร.
หูตาสว่าง ว. รู้เหตุการณ์ดีขึ้น, รู้ความจริงมากขึ้น.
หูตึง ว. ฟังอะไรไม่ใคร่ได้ยิน.
หูตูบ น. ใบหูตกห้อยลงมา (ใช้แก่หมา); โดยปริยายหมายถึงทํางานอย่าง
หนักหรือถูกใช้งานอย่างหนัก เช่น ถูกใช้จนหูตูบ วิ่งจนหูตูบ.
หูแตก น. แก้วหูแตก, เยื่อในหูสำหรับรับเสียงฉีกขาด, โดยปริยายหมาย
ความว่า มีเสียงดังมาก แต่ก็ไม่ได้ยินราวกับแก้วหูฉีกขาด เช่น หูแตก
หรืออย่างไร ตะโกนเรียกเท่าไร ๆ จึงไม่ได้ยิน.
หูทิพย์ น. หูที่จะฟังอะไรได้ยินทั้งหมด.
หูเบา ว. เชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง.
หูป่าตาเถื่อน ว. รู้ไม่ทันเหตุการณ์เพราะอยู่ห่างไกลหรือไม่สนใจ
เป็นต้น, โดยปริยายหมายความว่า ไม่รู้ขนบธรรมเนียมว่าควรปฏิบัติ
อย่างไรเพราะไม่ได้รับการอบรม เช่นคนสามัญเดินบนลาดพระบาท.
หูผีจมูกมด (สํา) ว. รู้เรื่องอะไรได้เร็วทันท่วงที.
หูผึ่ง ว. เอาใจใส่อยากฟังอยากรู้.
หูฝาด, หูเฝื่อน ก. ได้ยินเสียงเพี้ยนไป.
หูยาน น. ชื่อพระเครื่องแบบหนึ่ง มีติ่งหูยาวมากผิดปรกติ.
หูยาวตายาว ว. รอบรู้ทันเหตุการณ์, มองเห็นการณ์ไกล, หูกว้างตากว้าง
ก็ว่า.
หูรูด น. รูที่ร้อยเชือกสําหรับชักปากถุงเป็นต้นให้ติดกัน; ปากช่องทวาร
หนักที่กล้ามเนื้อรัดตัวเข้ามาคล้ายปากถุงที่รูด, โดยปริยายเรียกผู้ที่พูดพล่าม
พูดพล่อย หรือพูดโดยไม่ยั้งคิดเสียก่อนว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด ว่า
ปากไม่มีหูรูด.
หูลี่ ว. อาการที่หูของหมาลู่เอนไปข้างหลังแสดงอาการประจบหรือกลัว
เป็นต้น.
หูแว่ว ก. ได้ยินเสียงแผ่ว ๆ ไม่ชัดเจน; ได้ยินไปเอง.
หูไว ว. ตื่นง่าย เช่น เขาเป็นคนหูไว พอได้ยินเสียงแว่ว ๆ ก็ตื่นทันที, มี
ประสาทหูไว เช่น เขาเป็นคนหูไว ใครพูดเสียงเบา ๆ ยังได้ยิน; (ปาก) รู้
ข่าวคราวเร็ว เช่น เขาเป็นคนหูไว รู้เรื่องอะไร ๆ ก่อนคนอื่นเสมอ.
หูไวตาไว ว. รู้ทันเหตุการณ์ได้รวดเร็ว.
หูหนวก น. หูที่ขาดสมรรถภาพในการได้ยินเสียง, โดยปริยายหมายความ
ว่า ฟังอะไรไม่ได้ยิน.
หูหนวกตาบอด (สำ) ว. ไม่รับรู้รับเห็นสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น.
หูหนัก ว. ไม่เชื่อคำป้อยอหรือยุแหย่เป็นต้นของใครง่าย ๆ.
หูหนาตาโต, หูหนาตาเล่อ น. ชื่อโรคเรื้อน.
หูหาเรื่อง (สำ) น. หูที่รับฟังแล้วตีความไปอีกอย่างหนึ่งซึ่งมีลักษณะไป
ในทางที่ไม่ดี.
หูไห น. ชื่อพระเครื่องแบบหนึ่งด้านหลังมีหูสําหรับร้อยเชือกผูกคอช้างศึก
ม้าศึก.
หูอื้อ ว. อาการที่รู้สึกเหมือนมีลมอยู่ในหูทำให้ไม่ค่อยได้ยินเสียง.
หู่ก. ยู่เข้า, หดเข้า, ห่อเข้า.
หู่หี่ ว. ย่นยู่ยี่.
หูกน. เครื่องทอแบบพื้นเมือง.
หูกวาง[-กฺวาง] น. ชื่อไม้ต้นชนิด Terminalia catappa L. ในวงศ์ Combretaceae
ใบใหญ่ แตกกิ่งเป็นชั้น ๆ.
หูช้าง ๑ดูใน หู.
หูช้าง ๒น. ชื่อปลาทะเลในสกุล Platax วงศ์ Platacidae ลําตัวกว้างแบนข้างมาก
รูปร่างคล้ายรูปไพ่โพดํา มีแถบสีดําพาดขวางลําตัว เช่น ชนิด P. orbicularis
หูช้างครีบยาว (P. teira).
(รูปภาพ ปลาหูช้าง)
หูด ๑น. โรคผิวหนังชนิดหนึ่งขึ้นเป็นไตแข็ง.
หูด ๒ดู ชันโรง.
หูติน. การเรียก. (ป.).
หูปลาช่อนน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Emilia sonchifolia (L.) DC. ex Wight ในวงศ์
Compositae ใบมีขน ขอบใบจัก กินได้ แต่ไม่ควรกินเป็นประจํา.
หูเสือน. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Coleus amboinicus (Lour.) Spreng. ในวงศ์ Labiatae
ใบกลมแข็งกรอบมีขน กลิ่นฉุน กินได้.
หูหนูน. (๑) ชื่อเห็ดหลายชนิดในสกุล Auricularia วงศ์ Auriculariaceae ขึ้นบน
ขอนไม้ ดอกเห็ดเป็นแผ่นวุ้น สีนํ้าตาลอ่อนถึงนํ้าตาลดํา กินได้ เช่น ชนิด
A. polytricha (Mont.) Sacc. สีนํ้าตาลอมม่วง นิยมเพาะเลี้ยงกันมาก, ชนิด
A. delicata (Fr.) P. Henn. สีนํ้าตาลอ่อนอมเหลือง เนื้อบางนิ่มยืดหยุ่น,
ชนิด A. fuscosuccinea (Mont.) Farlow สีนํ้าตาลดํา เนื้อกรอบกรุบ. (๒)
จอกหูหนู.
เหก. เบนไป เช่น เหหัวเรือ, เขว เช่น เขาเหไปเข้าข้างศัตรู, เฉ เช่น รถยนต์
เหออกนอกทาง.
เห่น. ทำนองที่ใช้ร้องในบางพระราชพิธี, ถ้าใช้ร้องเมื่อเวลาพายเรือพระที่นั่ง
ในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรียกว่า เห่เรือ, ถ้าใช้ร้องในพระราชพิธี
ขึ้นพระอู่พระเจ้าลูกเธอ เรียกว่า เห่กล่อม; คำสั่งที่เขียนไว้ในวงเล็บท้าย
บทเพลงเพื่อให้นักดนตรี นักร้อง และ นักแสดงปฏิบัติตาม. ก. กล่อม
เช่น เห่ลูก. ว. เสียงอย่างกล่อมลูก.
เห่เรือ น. ทํานองที่ใช้ร้องเมื่อเวลาพายเรือพระที่นั่งในกระบวนพยุหยาตรา
ทางชลมารค.
เหง[เหงฺ] ก. ข่ม, มักใช้เข้าคู่กับคํา ข่ม เป็น ข่มเหง.
เหง่ง[เหฺง่ง] ว. มีเสียงอย่างเสียงระฆังดัง, มักใช้ว่า หง่างเหง่ง หรือ เหง่งหง่าง.
เหงา ๑[เหฺงา] ว. เปลี่ยวใจ, เปล่าเปลี่ยว, ไม่คึกคัก.
เหงาหงอย ว. เปลี่ยวใจไม่กระปรี้กระเปร่า, หงอยเหงา ก็ว่า.
เหงา ๒[เหฺงา] น. ชื่อลายกระหนกตัวแรก.
เหงาปั้นลม น. ตัวไม้ชายปั้นลมที่หักกลับโค้งเข้ามาคล้ายลายกระหนก
ตัวแรก.
เหง้า[เหฺง้า] น. ลําต้นที่อยู่ใต้ดินของพืชบางชนิด เช่น ขิง กระวาน ที่จมอยู่ใต้ดิน;
ต้นเดิม, ต้นวงศ์.
เหงื่อ[เหฺงื่อ] น. ของเหลวที่ร่างกายขับออกทางผิวหนัง; หยดนํ้าที่กลั่นตัวจาก
ไอนํ้าจับอยู่ที่ฝาภาชนะซึ่งปิดหรือที่ผิววัสดุซึ่งคลุมอยู่เป็นต้น, (ปาก) เหื่อ.
เหงื่อกาฬ น. เหงื่อของคนใกล้จะตาย; โดยปริยายหมายถึงเหงื่อแตกด้วย
ความตกใจกลัวเป็นต้น.
เหงื่อตกกีบ (สำ) ก. เหนื่อยมาก.
เหงือก[เหฺงือก] น. เนื้อที่หุ้มโคนฟัน; อวัยวะของสัตว์ที่ใช้หายใจในนํ้า.
เหงือกปลาหมอ ๑ น. โรคที่เกิดตามฝ่าเท้าทําให้หนังฝ่าเท้าแตกเป็นกลีบ ๆ.
เหงือกปลาหมอ ๑ดูใน เหงือก.
เหงือกปลาหมอ ๒น. ชื่อไม้ล้มลุก ๒ ชนิดในสกุล Acanthus วงศ์ Acanthaceae ชนิด
A. ebracteatus Vahl ขึ้นตามริมนํ้าบริเวณนํ้ากร่อย ดอกสีขาว ขอบใบ
เป็นหนาม ชนิด A. ilicifolius L. ดอกสีม่วงอ่อน บางทีขอบใบเรียบ,
จะเกร็ง หรือ อีเกร็ง ก็เรียก.
เห็จ(กลอน) ก. เหาะ, ไปในอากาศ, เช่น รณบุตรเห็จเข้าโจมฟัน รณาภิมุขผัน
หฤทัยเสาะสุดแรง. (สมุทรโฆษ). ว. เร็ว, เลือนมาจาก ระเห็จ.
เห็ดน. ส่วนของเชื้อราที่ออกเป็นดอก แบ่งเป็น ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งไม่มีพิษ
กินได้ เช่น เห็ดโคน เห็ดฟาง อีกชนิดหนึ่งมีพิษ บางชนิดกินแล้วถึงตาย
เช่น เห็ดระโงกหิน.
เห็ดตับเต่าขาว, เห็ดตีนแรด น. เห็ดจั่น. [ดู จั่น ๕ (๒)].
เห็ดถอบ (ถิ่น-พายัพ) น. เห็ดเผาะ. (ดู เผาะ ๒).
เห็ดหอยนางรม ดู นางรม ๒.
เห็ดโคนดู ซ่อนทราย (๒).
เห็ดหลุบดู ดอกไม้ทะเล.
เหติน. อาวุธ, เครื่องรบ. (ป., ส.).
เหตุ[เหด] น. สิ่งหรือเรื่องที่ทําให้เกิดผล, เค้ามูล, เรื่อง; เหตุผล. สัน. ด้วย,
เพราะ. (ป., ส.).
เหตุการณ์ น. เรื่องที่เกิดขึ้น.
เหตุผล น. เหตุ, เหตุและผล.
เหตุสุดวิสัย น. ภาวะที่พ้นความสามารถที่ใครจะป้องกันได้.
เห็นก. อาการของตาที่ประสบรูป, ปรากฏแก่ตา, ปรากฏแก่ใจ, คิดรู้.
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว (สํา) ก. เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง,
เห็นผิดเป็นชอบ ก็ว่า.
เห็นการณ์ไกล น. คาดคะเนเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้องหรือใกล้เคียง
โดยอาศัยเหตุผลหรือประสบการณ์เป็นต้น, มองการณ์ไกล ก็ว่า.
เห็นแก่ ก. มุ่งเฉพาะเพื่อ เช่น เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวก เห็นแก่ได้.
เห็นแก่หน้า ก. ลําเอียงในบุคคล, มุ่งเฉพาะคน.
เห็นขี้ดีกว่าไส้ (สํา) ก. เห็นคนอื่นดีกว่าญาติพี่น้อง.
เห็นเขาขึ้นคานหาม เอามือประสานก้น, เห็นเขาขึ้นคานหาม เอามือประสาน
รัดก้น (สํา) ก. ทําเลียนแบบคนใหญ่คนโตหรือคนมั่งมีทั้ง ๆ ที่ตนไม่มีกําลัง
ทรัพย์หรือความสามารถพอ, มีความหมายอย่างเดียวกับ เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง.
เห็นจะ ก. คงจะ เช่น เห็นจะจริง, ถ้าใช้ในความปฏิเสธ เป็น ไม่เห็นจะ.
เห็นใจ ก. เห็นน้ำใจว่าเป็นอย่างไร เช่นดีหรือชั่ว, ร่วมรู้สึกในความทุกข์
ยากของผู้อื่นเช่น รู้สึกเห็นใจคนจนที่ต้องอดมื้อกินมื้อ; มาทันพบก่อนตาย
เช่น เขามาทันเห็นใจก่อนพ่อจะสิ้นลม.
เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง (สํา) ก. ทําเลียนแบบคนใหญ่คนโตหรือคนมั่งมีทั้ง ๆ
ที่ตนไม่มีกําลังทรัพย์หรือความสามารถพอ, มีความหมายอย่างเดียวกับ
เห็นเขาขึ้นคานหาม เอามือประสานก้น หรือเห็นเขาขึ้นคานหาม เอามือ
ประสานรัดก้น.
เห็นช้างเท่าหมู (สำ) ก. เห็นฝ่ายตรงข้ามซึ่งแม้จะตัวใหญ่กว่าหรือมีอำนาจ
มากกว่าไม่น่าเกรงขามในเวลาที่โกรธมากจนลืมตัว.
เห็นชายผ้าเหลือง (สำ) มีโอกาสได้จัดการบวชลูกหลานเป็นต้นใน
พระพุทธศาสนา ถือว่าได้บุญมาก.
เห็นดำเห็นแดง ว. ถึงที่สุดจนรู้ความจริงว่าดีหรือชั่ว ผิดหรือถูก เป็นต้น.
เห็นดี ก. เห็นประจักษ์ในอำนาจ (มักใช้ในการขู่เด็กหรือผู้น้อย) เช่น
เดี๋ยวก็ได้เห็นดีหรอก.
เห็นดีกัน ก. เห็นว่าใครจะมีฝีมือหรือความสามารถเป็นต้นมากกว่ากัน
(มักใช้ในทางท้าทาย) เช่น สักวันหนึ่งจะต้องเห็นดีกัน.
เห็นดีเห็นงาม ก. คิดหรือรู้สึกคล้อยตาม.
เห็นผิดเป็นชอบ ก. เห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง, เห็นกงจักร
เป็นดอกบัว ก็ว่า.
เห็นหน้าเห็นหลัง ก. เห็นผลงานที่ได้ลงทุนลงแรงไป.
เหน่ง ๑[เหฺน่ง] ว. มีลักษณะใสเป็นมัน (มักใช้แก่ศีรษะโล้นหรือล้าน) เช่น หัวล้าน
เหน่ง โกนหัวจนใสเหน่ง.
เหน่ง ๒[เหฺน่ง] ว. มีเสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงระนาดเป็นต้น.
เหนงนายพราน[เหฺนง-] ดู เขนงนายพราน.
เหน็ดเหนื่อยก. อ่อนเพลียเพราะทํางานเป็นต้น, เหนื่อยเหน็ด ก็ว่า.
เหน็บ ๑น. ชื่อมีดขนาดกลาง ใบมีดรูปร่างปลายแหลม กลางป่อง โคนแคบ สัน
ค่อนข้างหนา ด้ามทำเป็นกั่นสอดติดกับด้ามไม้หรือทำเป็นบ้องติดอยู่
ในตัวก็มี ปรกติสอดใบมีดไว้ในฝักซึ่งทำด้วยไม้หรือหวายสาน นิยม
เหน็บเอวด้านหลังหรือด้านหน้าในเวลาออกนอกบ้าน ใช้ประโยชน์ได้
หลายอย่าง, อีเหน็บ ก็เรียก.
เหน็บ ๒ก. เสียบ, สอดไว้ในที่บังคับ; กิริยาที่เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีสบู่เป็นต้นสอด
เข้าไปในช่องทวารหนักเพื่อให้อุจจาระออก.
เหน็บ ๓ก. พูดเสียดสีแคะไค้ เช่น เขาชอบมาเหน็บให้เจ็บใจ. ว. อาการที่พูดเสียดสี
แคะไค้ ในคำว่า พูดเหน็บ.
เหน็บแนม ว. อาการที่พูดเสียดสีแคะไค้กระทบกระเทียบเปรียบเปรย.
เหน็บ ๔น. อาการชาและเจ็บแปลบปลาบตามแขนขาเป็นต้น เกิดจากหลอดเลือด
และเส้นประสาทหรืออย่างใดอย่างหนึ่งบริเวณนั้นถูกกดทับระยะหนึ่ง.
เหน็บชา น. ชื่อโรคชนิดหนึ่ง เกิดจากขาดวิตามินบี ๑ ทําให้มีอาการชา
ปลายมือปลายเท้าเป็นต้น.
เหน่อ[เหฺน่อ] ว. มีเสียงพูดที่เพี้ยนไปจากสําเนียงมาตรฐาน.
เห็นอ้ม(ถิ่น-อีสาน) น. ชะมด. (ดู ชะมด ๑).
เหนอะ, เหนอะหนะ[เหฺนอะ-] ว. มีลักษณะเหนียวติดมือ เช่น ข้าวติดมือเหนียวเหนอะหนะ,
โดยปริยายหมายถึงอาการที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เหงื่อไหล
จนรู้สึกว่าตัวเหนียวเหนอะหนะไปหมด.
เหน้า[เน่า] ว. รุ่น, หนุ่ม, สาว, ใช้เข้าคู่กับคำ หนุ่ม เป็น หนุ่มเหน้า หมายถึง
กำลังสาว, กำลังหนุ่ม.
เหนาะ ๆว. อาการที่ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาอย่างสะดวกหรือคล่อง เช่น ได้กำไรมา
เหนาะ ๆ.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒