| จ | พยัญชนะตัวที่ ๘ เป็นตัวต้นวรรคที่ ๒ นับเป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็น |
| ตัวสะกดในแม่กดในคําที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นต้น เช่น กิจ |
| วินิจฉัย ตํารวจ จอร์จ. |
|
|
| จก | ก. ฉก เช่น ระวังงูจะจกเอา, ล้วง เช่น รู้สึกเหมือนกับว่ามีมือใครมาจกกระเป๋า, |
| ควัก เช่น น้องคงแอบมาจกเงินไป ๕๐๐ บาท, ขุด เช่น จกแรง ๆ หน่อย |
| ทำอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ไม่ได้สักหลุม, คุ้ย, สับ เช่น เอาจอบจกลงไปตรงนั้นซิ; |
| เอาตัวมา เช่น คุณต้องไปจกตัวเขามาให้ได้. |
|
|
| จง | เป็นคําช่วยกริยา บอกความบังคับ เช่น จงปฏิบัติตามระเบียบวินัย, หรือ |
| บอกความหวัง เช่น จงมีความสุขความเจริญ. |
| จงเกลียดจงชัง ก. ผูกใจเกลียดชังอย่างยิ่ง. |
| จงใจ ก. ตั้งใจ, หมายใจ, เจตนา. |
| จงดี ว. ให้ดี, ให้เรียบร้อย. |
| จงรัก, จงรักภักดี ก. ผูกใจรักด้วยความเคารพนับถือหรือรู้คุณอย่างยิ่ง. |
|
|
| จ่ง | (กลอน) ว. จง. |
|
|
| จ๋ง | (โบ) น. เรียกลูกชายคนที่ ๑๐ ว่า ลูกจ๋ง, คู่กับ ลูกหญิงคนที่ ๑๐ ว่า |
| ลูกอัง. (กฎ. ๒). |
|
|
| จงกรม | [-กฺรม] ก. เดินไปมาโดยมีสติกำกับอย่างพระเดินเจริญกรรมฐาน เรียกว่า |
| เดินจงกรม. (ส.; ป.จงฺกม). |
| จงกรมแก้ว น. พระพุทธรูปปางหนึ่งยืนย่างพระบาทซ้าย พระหัตถ์ทั้ง ๒ |
| ประสานพระเพลา มีเรือนแก้ว. (พุทธเจดีย์). |
|
|
| จงกล | [-กน] น. บัว, บัวสาย, เช่น อันประดับด้วยอรพินธุเนานึก บุณฑรึกจงกล. |
| (ม. คำหลวง วนปเวสน์); สิ่งที่ทําให้มีรูปร่างคล้ายดอกบัวชนิดหนึ่ง |
| สําหรับเป็นส่วนประกอบเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆ เช่น |
| จงกลเชิงเทียน จงกลปลายพระทวย จงกลปิ่น จงกลดาวเพดาน; ก้าน |
| ของพู่ที่ประดับหัวม้าติดอยู่กับขลุมทั้ง ๒ ข้าง ตั้งขึ้นไป. |
| (รูปภาพ จงกล) |
|
|
| จงกลนี | [-กนละนี] น. บัว, บัวดอกคล้ายบัวขม มีเกสรซ้อนหลายชั้น แตกก้านต่อดอก |
| แล้วมีดอกต่อกัน ๓ ดอกบ้าง ๔ ดอกบ้าง. (ทมิฬ เจ็ง ว่า แดง กาฬนีร ว่า บัว |
| หมายความว่า บัวแดง). (พจน. ๒๔๙๓). |
|
|
| จงโคร่ง, โจงโคร่ง | [-โคฺร่ง] น. ชื่อสัตว์สี่เท้าสะเทินนํ้าสะเทินบกชนิด Bufo asper ในวงศ์ |
| Bufonidae เป็นสัตว์สกุลเดียวกับคางคก อาศัยในป่าบริเวณริมลําธาร |
| หรือน้ำตก, กระทาหอง กระหอง หรือ กง ก็เรียก. |
|
|
| จงอร | [-ออน] (แบบ) ก. จงทำให้ดีใจ, จงทำให้ปลาบปลื้ม, เช่น ใครรู้แห่ง |
| พระแพศยันดร บอกจงอรใจกู. (ม. คําหลวง ชูชก). (ข. อร ว่า ดีใจ, ปลาบปลื้ม). |
|
|
| จงอาง | น. ชื่องูพิษชนิด Ophiophagus hannah ในวงศ์ Elapidae เป็นงูพิษที่มี |
| ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มวัยยาวประมาณ ๔.๕ เมตร ตัวสีเขียวอมเทา |
| หรือสีคลํ้า ชูคอแผ่แม่เบี้ยได้พบทั้งในป่าโปร่งและป่าทึบ, บองหลา ก็เรียก. |
|
|
| จแจ้น | (แบบ) ว. แตกจากหมู่, กระจัดกระจาย, ในคําว่า หนีญญ่ายพายจแจ้น. |
| (จารึกสยาม). |
|
|
| จญ | (โบ; กลอน) ก. ประจญ, สู้รบ, เช่น คือนาคจญครุทธสรงง วิ่งเว้น. |
| (ยวนพ่าย). (ข. ชล่). |
|
|
| จด ๑ | ก. จ่อให้ถึงกัน, ถึง, จนถึง; แตะ. |
| จดจ้อง, จด ๆ จ้อง ๆ ก. ตั้งท่าจะทําแล้วไม่ลงมือทําเพราะไม่แน่ใจ. |
| จดไม่ลง (ปาก) ก. ไม่กล้าซื้อเพราะราคาแพงมาก. |
| จดหมัด ก. ตั้งท่ามวย. |
|
|
| จด ๒ | ก. กําหนด, หมายไว้, เขียนไว้. |
| จดจ่อ ก. มีใจฝักใฝ่ผูกพันอยู่. |
| จดจำ ก. กําหนดไว้ในใจ, จําไว้ในใจ. |
| จดทะเบียน (กฎ) ก. ลงบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐานตามที่กฎหมายกําหนด |
| เช่น จดทะเบียนรถยนต์ จดทะเบียนสมรส จดทะเบียนหุ้นส่วนและบริษัท. |
| จดหมาย น. หนังสือที่มีไปมาถึงกัน. |
| จดหมายเวียน น. (ปาก) หนังสือเวียน; หนังสือที่มีข้อความเหมือนกัน |
| ส่งไปถึงคนจํานวนมาก. |
| จดหมายเหตุ น. หนังสือบอกข่าวคราวที่เป็นไป, รายงานหรือบันทึกเหตุการณ์ |
| ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น, เอกสารที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ผลิตขึ้นเพื่อ |
| ใช้เป็นหลักฐานและเครื่องมือในการปฏิบัติงาน. |
|
|
| จดุร- | [จะดุระ] (กลอน) แผลงมาจาก จตุร หมายความว่า สี่. |
|
|
| จดุรงค์ | [จะดุรง] (แบบ) ว. องค์ ๔. (ป. จตุร + องฺค). |
|
|
| จดูร- | [จะดูระ-] ว. สี่ เช่น จดูรพรรค ว่า รวม ๔ อย่าง. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์). |
|
|
| จตุ- | [จะตุ-] ว. สี่, ใช้ประกอบหน้าคําที่มาจากภาษาบาลี. (ป.). |
| จตุกาลธาตุ [-กาละทาด] น. ธาตุกาล ๔ คือ ว่านนํ้า เจตมูลเพลิง แคแตร |
| พนมสวรรค์. |
| จตุทิพยคันธา [-ทิบพะยะ-] น. กลิ่นทิพย์ ๔ ประการ คือ ดอกพิกุล ชะเอมเทศ |
| มะกลํ่าเครือ ขิงแครง. |
| จตุบท น. สัตว์สี่เท้า. (ป.). |
| จตุบริษัท น. บริษัท ๔ เหล่า, ถ้าเป็นพุทธบริษัท คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก |
| อุบาสิกา, ถ้าเป็นราชบริษัทหรือประชุมชนทั่วไป ได้แก่ กษัตริย์ พราหมณ์ |
| คฤหบดี สมณะ. (ป.). |
| จตุปัจจัย [จะตุปัดไจ] น. เครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิตของบรรพชิตในพระพุทธศาสนา |
| ๔ อย่าง คือ จีวร (ผ้านุ่งห่ม) บิณฑบาต (อาหาร) เสนาสนะ (ที่อยู่) |
| คิลานเภสัช (ยา). (ป.). |
| จตุปาริสุทธิศีล [จะตุปาริสุดทิสีน] น. ศีลคือความบริสุทธิ์ หรือ ศีลคือ |
| เครื่องให้บริสุทธิ์ ๔ ประการ คือ ๑. สํารวมในพระปาติโมกข์ (ปาติโมกฺขสํวร) |
| ๒. สํารวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อินฺทฺริยสํวร) ๓. เลี้ยงชีพโดยทางชอบ |
| (อาชีวปาริสุทฺธิ) ๔. บริโภคปัจจัยด้วยการพิจารณา (ปจฺจยสนฺนิสฺสิต). (ป.). |
| จตุลังคบาท [จะตุลังคะบาด] (โบ) น. เจ้ากรมพระตำรวจหลวงประจำ ๔ |
| เท้าช้างทรงของพระมหากษัตริย์หรือพระมหาอุปราชในเวลาสงคราม เช่น |
| จตุลังคบาทสี่ตน ล้วนขุนพลสามรรถ. (ตะเลงพ่าย), จัตุลังคบาท ก็ว่า. |
| จตุโลกบาล [จะตุโลกกะบาน] น. ท้าวจาตุมหาราช, หัวหน้าเทวดาในสวรรค์ |
| ชั้นจาตุมหาราช มีหน้าที่รักษาโลกในทิศทั้ง ๔ เรียกว่า ท้าวจตุโลกบาล คือ |
| ๑. ท้าวธตรฐ จอมภูตหรือจอมคนธรรพ์ รักษาโลกด้านทิศบูรพาหรือทิศ |
| ตะวันออก ๒. ท้าววิรุฬหก จอมเทวดาหรือจอมกุมภัณฑ์ รักษาโลกด้าน |
| ทิศทักษิณหรือทิศใต้ ๓. ท้าววิรูปักษ์ จอมนาค รักษาโลกด้านทิศประจิม |
| หรือทิศตะวันตก ๔. ท้าวกุเวร จอมยักษ์ รักษาโลกด้านทิศอุดรหรือทิศเหนือ, |
| จัตุโลกบาล ก็ว่า. |
| จตุสดมภ์ น. วิธีจัดระเบียบราชการบริหารส่วนกลางในสมัยโบราณโดย |
| ตั้งกรมหรือกระทรวงใหญ่ขึ้น ๔ กรม คือ กรมเมือง กรมวัง กรมคลัง กรมนา |
| มีเสนาบดีเจ้ากระทรวงว่าการในแต่ละกรมนั้น รวมเรียกว่า จตุสดมภ์ ซึ่งแปลว่า |
| หลัก ๔. (ป. จตุ = สี่ + ส. สฺตมฺภ = หลัก หมายความว่า หลัก ๔). |
|
|
| จตุตถ-, จตุตถี | [จะตุดถะ-, -ตุดถี] ว. ที่ ๔ เช่นจตุตถจุลจอมเกล้า จตุตถสุรทิน จตุตถีดิถี. (ป.). |
|
|
| จตุร- | [จะตุดถะ-, -ตุดถี] ว. ที่ ๔ เช่นจตุตถจุลจอมเกล้า จตุตถสุรทิน จตุตถีดิถี. (ป.). |
| [จะตุระ-] ว. สี่, ใช้ประกอบหน้าคําที่มาจากภาษาบาลีหรือสันสกฤต. (ส.; ป. จตุ). |
| จตุรคูณ ว. ๔ เท่า. |
| จตุรงค์ ว. องค์ ๔, ๔ เหล่า. น. หมากรุก เช่น ต่งงกรดานจตุรงคมยง ม่ายม้า. |
| (กำสรวล). (ป.; ส. จตุร + องฺค). |
| จตุรงคนายก [จะตุรงคะ-] น. ชื่อกลอนกลบทโบราณ มีบังคับพิเศษคือ |
| กลอนแต่ละวรรค แบ่งออกเป็น ๔ จังหวะ จังหวะละ ๒ คำ คำเริ่มต้นของ |
| ทุกจังหวะใช้คำเดียวกันซ้ำตลอด คำที่ ๒ กับคำที่ ๔ ใช้เสียงพยัญชนะเดียวกัน |
| และคำที่ ๖ กับคำที่ ๘ ใช้เสียงพยัญชนะเดียวกัน ตัวอย่างว่า จักกรีดจักกราย |
| จักย้ายจักย่อง ไม่เมินไม่มองไม่หมองไม่หมาง งามเนื้องามนิ่มงามยิ้มงามย่าง |
| ดูคิ้วดูคางดูปรางดูปรุง. (ชุมนุมตำรากลอน). |
| จตุรงคประดับ [จะตุรงคะ-] น. ชื่อกลอนกลบทโบราณ มีบังคับพิเศษคือ |
| กลอน ๔ วรรค ในแต่ละบทขึ้นต้นวรรคด้วยคำ ๒ คำซ้ำกัน ตัวอย่างว่า |
| พระหน่อไทยได้สดับแสดงกิจพระหน่อคิดจิตวาบระหวาบหวาม พระหน่อ |
| ตรึกนึกคะเนคะนึงความ พระหน่อนามแจ้ง กระจัดกระจ่างใจ. |
| (ชุมนุมตำรากลอน). |
| จตุรงคพล [จะตุรงคะ-] น. กองทัพมีกำลัง ๔ เหล่า คือ เหล่าช้าง เหล่ารถ |
| เหล่าม้า เหล่าราบ; หมากรุก. |
| จตุรงคยมก [จะตุรงคะยะมก] น. ชื่อกลอนกลบทโบราณ มีบังคับพิเศษคือ |
| ทุก ๆ ๒ บทให้ใช้ภาษาบาลีแต่งวรรคแรกทั้งวรรค และวรรคที่ ๒ เฉพาะ |
| จังหวะแรก ตัวอย่างว่า ภุมมาจายันตุเทวา ภุมมะจาเจ้าที่บดีสูร อารักษ์เรือง |
| ฤทธิ์เดชเกษสกูล อันเรืองรูญรังษีระวีวร. (ชุมนุมตำรากลอน). |
| จตุรงคโยธา [จะตุรงคะ-] น. กองทัพมีกำลัง ๔ เหล่า คือ เหล่าช้าง เหล่ารถ |
| เหล่าม้า เหล่าราบ. (ป., ส. จตุรงฺค + โยธา). |
| จตุรงคเสนา [จะตุรงคะ-] น. กองทัพมีกำลัง ๔ เหล่า คือ เหล่าช้าง เหล่ารถ |
| เหล่าม้า เหล่าราบ, จตุรงคินีเสนา ก็ว่า. (ป., ส. จตุรงฺค + เสนา). |
| จตุรงคินีเสนา [จะตุรง-] น. กองทัพมีกำลัง ๔ เหล่า คือ เหล่าช้าง เหล่ารถ |
| เหล่าม้า เหล่าราบ, จตุรงคเสนา ก็ว่า. (ป., ส. จตุรงฺคินี + เสนา). |
| จตุรพักตร์ ว. ''ผู้มี ๔ หน้า'' คือ พระพรหม. |
| จตุรพิธ ว. มี ๔ อย่าง. |
| จตุรพิธพร [-พิดทะพอน] น. พร ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ, |
| ใช้ในการให้พรขอให้มีอายุยืน มีผิวพรรณผ่องใส มีความสุขกายสุขใจ |
| และมีกําลังแข็งแรง. |
| จตุรภุช [-พุด] ว. ''ผู้มี ๔ แขน'' คือ พระนารายณ์. |
| จตุรภูมิ [-พูม] น. ภูมิ ๔ คือ ๑. กามาวจรภูมิ ภูมิของผู้ท่องเที่ยวในกามภพ |
| ๒. รูปาวจรภูมิ ภูมิของผู้ท่องเที่ยวในรูปภพ ๓. อรูปาวจรภูมิ ภูมิของผู้ท่องเที่ยว |
| ในอรูปภพ ๔. โลกุตรภูมิภูมิอันพ้นจากโลก. |
| จตุรมุข (กลอน) น. ''ผู้มี ๔ หน้า'' คือ พระพรหม. |
| จตุรยุค น. ยุคทั้ง ๔ คือ กฤดายุค ไตรดายุค ทวาบรยุค กลียุค. |
| จตุรเวท, จตุรเพท [จะตุระเวด, จะตุระเพด] น. ชื่อคัมภีร์พระเวท ๔ คัมภีร์ |
| ของศาสนาพราหมณ์ในยุคพระเวท คือ ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท และ |
| อถรรพเวทหรืออาถรรพเวท. (ดู เวท, เวท-). |
| จตุราริยสัจ [จะตุราริยะสัด] น. อริยสัจ ๔ ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ |
| มรรค. (ป. จตุร + อริยสจฺจ). |
|
|
| จตุรงค์ | ดู จตุร-. |
|
|
| จตุรถ- | [จะตุระถะ-] ว. ที่ ๔ เช่น จตุรถาภรณ์. (ส.; ป. จตฺตถ). |
|
|
| จทึง | [จะทึง] น. แม่นํ้า, ใช้ว่า ฉทึง ชทึง ชรทึง สทิง สทึง หรือ สรทึง ก็มี. |
| (ข. สฺทึง ว่า คลอง). |
|
|
| จน ๑ | ว. อัตคัดขัดสน, ฝืดเคือง, มีเงินไม่พอยังชีพ. ก. แพ้ เช่น หมากรุกจน; หมดทาง |
| เช่น จนใจ คือ ไม่มีทางที่จะทําได้อย่างคิด, จนตรอก คือ ไม่มีทางไป, จนแต้ม |
| คือ ไม่มีทางเดินหรือไม่มีทางสู้, จนมุม คือ ไม่มีทางหนี. |
|
|
| จน ๒ | สัน. ตราบเท่า เช่น จนตาย, จนกระทั่ง หรือ จนถึง ก็ว่า. |
| จนกระทั่ง, จนถึง สัน. ตราบเท่า, ที่สุดถึง. |
| จนกว่า สัน. กระทั่งถึงเวลานั้น ๆ เช่น จนกว่าจะตาย. |
| จนชั้น สัน. ที่สุดแต่. |
| จนด้วยเกล้า (ปาก) ก. หมดปัญญาคิด. |
| จนได้ ว. ในที่สุดก็เป็นเช่นนั้น เช่น ห้ามแล้วยังไปทำอีกจนได้. |
| จนแล้วจนรอด ว. เป็นอยู่อย่างนั้นจนถึงบัดนี้. |
|
|
| จ้น | ว. ถี่ ๆ เช่น กินออกจ้นมิได้หยุดช่างสุดแสน. (นิ. ลอนดอน). |
|
|
| จบ ๑ | น. การสิ้นสุดคราวหนึ่ง ๆ, ลักษณนามเรียกการสิ้นสุดเช่นนั้น เช่น |
| สวดจบหนึ่ง ตั้งนโม ๓ จบ. ก. สิ้นสุดคราวหนึ่ง ๆ เช่น จบชั้นไหน. |
| จบเห่ (ปาก) ก. หมดเสียง; สิ้นท่า, หมดท่า; ยุติ. |
|
|
| จบ ๒ | ก. ยกของขึ้นหรือพนมมือเหนือหน้าผากเพื่อตั้งใจอุทิศให้เวลาทำบุญทำทาน; |
| กิริยาที่ช้างชูงวงขึ้นเหนือหัวทําความเคารพ ในคำว่า ช้างจบ. |
|
|
| จบ ๓ | ก. ต่อกัน, พบกัน, เช่น จับปลายเชือก ๒ เส้นมาจบกัน. |
|
|
| จม | ก. หายลงไปหรืออยู่ใต้ผิวพื้น เช่น จมนํ้า จมดิน, โดยปริยายหมายความว่า |
| เข้าลึก เช่น จมมีด จมเขี้ยว, หมกตัวหรือฝังตัวอยู่ เช่น จมอยู่ในห้องหนังสือ |
| จมเลือด, ถอนทุนไม่ขึ้น เช่น ทุนจม, ยุบตัวลง เช่น สะบักจม; เรียกลวดลาย |
| ที่ไม่เด่นว่า ลายจม. (ปาก) ว. มาก เช่น วันนี้มีการบ้านจมเลย. |
| จมเบ้า ว. อยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ. |
| จมปลัก ก. ติดอยู่กับที่, ไม่ก้าวหน้า. |
| จมไม่ลง (สํา) ก. เคยทําตัวใหญ่มาแล้วทําให้เล็กลงไม่ได้ (มักใช้แก่คนที่เคย |
| มั่งมีหรือรุ่งเรืองมาก่อน เมื่อยากจนหรือตกอับลงก็ยังทําตัวเหมือนเดิม). |
|
|
| จ่ม | (ถิ่น-พายัพ, อีสาน) ก. บ่น. (จ่ม ไทยดำ ว่า บ่น). |
|
|
| จมร, จมรี | ดู จามรี. |
|
|
| จมูก | [จะหฺมูก] น. อวัยวะส่วนหนึ่งที่ยื่นออกมา อยู่เหนือปาก มีรู ๒ รู สําหรับ |
| ว. ซีดเซียว, หงอยเหงา, สลด, เช่น หน้าจ๋อย. |
| โดยปริยายเรียกสิ่งที่ยื่นออกมาคล้ายจมูก, เรียกสิ่งที่เจาะเป็นรู ๒ รูเพื่อ |
| ร้อยเชือกเป็นต้น เช่น จมูกซุง. (ข.จฺรมุะ). |
| จมูกข้าว น. ส่วนปลายของเมล็ดข้าวที่ติดกับก้านดอก เป็นส่วนที่ต้นอ่อนงอก. |
| จมูกมด (สํา) ว. ที่ไหวตัวหรือรู้ตัวทันเหตุการณ์, บางทีใช้เข้าคู่กับคํา หูผี |
| เป็น หูผีจมูกมด. |
| จมูกวัว น. ท่อที่ต่อจากสูบไปเป่าเปลวไฟไปท่วมเบ้า. |
|
|
| จมูกปลาหลด, จมูกปลาไหล | ดู กระพังโหม. |
|
|
| จมูกหลอด | ดู ตะพาบ, ตะพาบนํ้า. |
|
|
| จยุติ | [จะยุดติ] (กลอน) ก. จุติ. (ส.). |
|
|
| จร ๑, จร- | [จอน, จอระ-, จะระ-] ว. ไม่ใช่ประจํา เช่น คนจร รถจร, แทรกแปลกเข้ามา |
| เช่น โรคจร ลมจร. ก. ไป, เที่ยวไป; ประพฤติ. (ป., ส.), ใช้เป็นบทท้าย |
| สมาสก็มี เช่น ขจร = เที่ยวไปในอากาศ, วนจร = เที่ยวไปในป่า, ที่ใช้ควบ |
| กับคําไทยก็มี. |
| จรกลู่ [จอระกฺลู่] (กลอน) ก. เที่ยวลอยเกลื่อนกลาดอยู่ เช่น จรกลู่ขึ้น |
| กลางโพยมากาศ. (ม. คําหลวง ทศพร). |
| จรจรัล [จอระจะรัน, จอนจะรัน] (กลอน) ก. เที่ยวไป, เดินไป, เช่น |
| แม่รักลูกรักจรจรัล พลายพังก็กระสัน. (ดุษฎีสังเวย). |
| จรจัด [จอน-] ว. ร่อนเร่และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง. |
| จรดล [จอระดน] (กลอน) ก. เที่ยวไปถึง. (ป. จร + ตล = พื้น; ข. ฎล = ถึง). |
| จรบน, จรบัน [จะระ-] (กลอน) ก. เที่ยวไปเบื้องบน, ฟุ้งไป, บินไป, เช่น |
| ด้วยคันธามลกชําระจรบันสระหอมรส. (ม. คําหลวง นครกัณฑ์). |
| จรบาท [จอระ-] (กลอน) ก. เดินไปด้วยเท้า, ตรงกับคําว่า บทจร. |
| undefined |
| จรมัน [จอระ-] (กลอน) ก. ทําให้มั่น, ทําให้แข็งแรง. |
| จรลวง, จรล่วง [จอระ-] (กลอน) ก. ล่วงไป, ลับไป. |
| จรลาย [จอระ-] (กลอน) ก. ละลายไป, หายไป. |
| จรล่ำ, จรหล่ำ [จอระหฺล่ำ] (กลอน) ก. เที่ยวไปนาน, ไปช้า, เช่น ในเมื่อ |
| ชีชูชกเถ้ามหลกอการไปแวนนานจรล่ำแล. (ม. คำหลวง ชูชก), เท่าว่า |
| ทางไกลจรล่ำ วันนี้ค่ำสองนางเมือ. (ลอ.), คิดใดคืนมาค่ำ อยู่จรหล่ำต่อ |
| กลางคืน. (ม. คำหลวง มัทรี). |
| จรลิ่ว [จอระ-] (กลอน) ก. เที่ยวไปไกล, ลอยไป, เช่น เหลียวแลทางจรลิ่ว |
| เหลียวแลทิวเทินป่า. (ลอ). |
| จรลี [จอระ-] (กลอน) ก. เดินเยื้องกราย. |
| จรลู่ [จอระ-] (กลอน) ก. เที่ยวไปตามทาง, เที่ยวกลิ้งอยู่, เที่ยวกองอยู่. |
|
|
| จร ๒ | [จอน] ดู จอน ๒. |
|
|
| จรก | [จะรก] น. ผู้เที่ยวไป, ผู้เดินไป. (ป., ส.). |
|
|
| จรแกว่ง | [จะระแกฺว่ง] (กลอน) ก. แกว่ง. |
|
|
| จรคั่ง | [จะระ-] (กลอน) ก. คั่ง. |
|
|
| จรณะ | [จะระ-] น. ความประพฤติ, ในพระพุทธศาสนาหมายความว่า |
| ข้อปฏิบัติเป็นเครื่องบรรลุวิชชา. (ป.). |
|
|
| จรด | [จะหฺรด] (โบ; แบบ) ก. จด, ถึง, จ่อให้ถึง. |
| จรดพระกรรไกรกรรบิด, จรดพระกรรไตรกรรบิด (ราชา) ก. ใช้ |
| กรรไตรและมีดโกนขริบและโกนผมเล็กน้อย เป็นการเริ่มใน |
| พระราชพิธีโสกันต์และเกศากันต์. |
| จรดพระนังคัล ก. จดไถลงดินเพื่อไถนาในพระราชพิธีจรด |
| พระนังคัลแรกนาขวัญ. |
|
|
| จรมูก | [จะระหฺมูก] (กลอน) น. จมูก. (ข. จฺรมุะ). |
|
|
| จรรจา | [จัน-] (กลอน) ก. พูด, กล่าว, เช่น อันว่าคนจรรจาลิ้นล่าย กล่าวสองฝ่ายให้ดูดี. |
| (ม. คำหลวงกุมาร). (ส. จฺรจา). |
|
|
| จรรโจษ | [จันโจด] ก. โจษจัน, พูดอึง, พูดกันเซ็งแซ่, เล่าลือกันอื้ออึง, เช่น |
| จรรโจษประชามี พลพิรียชาญชม. (สมุทรโฆษ), จันโจษ ก็ว่า. |
|
|
| จรรม, จรรม- | [จํา, จํามะ-] (แบบ) น. หนังสัตว์. (ส. จรฺมนฺ; ป. จมฺม). |
| จรรมการ น. ช่างหนัง. (ส.; ป. จมฺมการ). |
| จรรมขัณฑ์ น. ท่อนหนัง, แผ่นหนัง, เช่น ทรงครองอชินจรรมขัณฑ์เป็น |
| เครื่องคลุม. (ม. ร่ายยาว จุลพน). (ส.; ป. จมฺม + ขณฺฑ). |
|
|
| จรรยา | [จัน-] น. ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติในหมู่ในคณะ เช่น |
| จรรยาแพทย์, นิยมใช้ในทางดี เช่น มีจรรยา หมายความว่า มีความ |
| ประพฤติที่ดี. (ส. จรฺยา; ป. จริยา). |
| จรรยาบรรณ [จันยาบัน] น. ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพ |
| การงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง |
| และฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้. |
|
|
| จรรโลง | [จัน-] (แบบ) ก. พยุงไว้ไม่ให้เซหรือไม่ให้ล้มลง, ผดุง, ค้ำชู, เช่น |
| จรรโลงประเทศ, บำรุงรักษาและเชิดชูไว้ไม่ให้เสื่อม เช่น จรรโลงศาสนา. |
|
|
| จรลาด, จรหลาด | [จะระหฺลาด] (กลอน) น. ตลาด, ที่ชุมนุมซื้อขายของต่าง ๆ, เช่น |
| จบจรลาดแลทาง ทั่วด้าว. (นิ. นรินทร์), จรหลาดเลขคนหนา |
| ฝ่งงเฝ้า. (กำสรวล). |
|
|
| จรวจ | [จฺรวด] (แบบ) ก. กรวด, หลั่งน้ำ. (เทียบ ข. จฺรวจทึก ว่า กรวดนํ้า). |
|
|
| จรวด ๑ | [จะหฺรวด] น. ชื่อดอกไม้ไฟชนิดหนึ่ง ใช้ไม้อ้อบรรจุดินดำ มีหางยาว เมื่อ |
| จุดชนวนแล้วเหวี่ยงให้พุ่งขึ้นสูง, กรวด ก็เรียก. (ข. กําชฺรัวจ ว่า พลุ). |
| ว. สูงชัน, ใช้ว่า กรวด ก็มี. |
|
|
| จรวด ๒ | [จะหฺรวด] น. อาวุธหรือยานอวกาศที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงมาก โดย |
| ใช้เชื้อเพลิงในตัวเองเผาไหม้เป็นแก๊สพุ่งออกมาจากส่วนท้าย มีทั้งชนิด |
| ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งและชนิดที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว. (อ. rocket). |
| จรวดนำวิถี น. อาวุธปล่อยนําวิถีซึ่งขับเคลื่อนด้วยจรวด. (อ. guided rocket). |
|
|
| จรวดจรี | [จฺรวดจะรี] (แบบ) น. ยอดแหลมสูง. |
|
|
| จรวดไจร | [จะหฺรวดจะไร] (แบบ) ก. ตรวจดู, พิจารณาดู, เช่น ทังทุ่มทู้ต่างย้าง |
| จรวจไจร. (ยวนพ่าย). |
|
|
| จรวัก | [จะระหฺวัก] (กลอน) น. ตวัก. |
|
|
| จรส | [จะหฺรด] ว. จรัส, แจ่มแจ้ง, รุ่งเรือง, สว่าง, เช่น เหลืองจรุลจรสรจนา. |
| (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์). |
|
|
| จรอก ๑ | [จะหฺรอก] (กลอน) น. ทาง, ทางแคบ, ทางเล็ก, ตรอก, ซอก, เช่น มาคะคล้าย |
| โดยทาง ถับถึงกลางจรอกปู่. (ลอ), บ้างก็นั่งในท่าน้ำบ้างก็ค้ำกันไปนั่งในจรอก. |
| (ม. คำหลวง ชูชก). (ข. จฺรก). |
|
|
| จรอก ๒ | [จะหฺรอก] (กลอน) น. จอก, ขันเล็ก ๆ ที่ใช้ตักนํ้าจากขันใหญ่, เช่น |
| จับจรอก คันธรสจุณจันทน์. (สุธนู). |
|
|
| จระกล้าย | [จะระ-] (กลอน) ก. วางเฉย, อยู่เฉย, ไม่รู้สึกยินดียินร้าย, โบราณเขียนเป็น |
| จรกล้าย ก็มี เช่น เออาศนไอสูรยเสีย จรกล้าย. (ยวนพ่าย), แล้วก็น่งงเยียม่งง |
| ช่งงอยู่จรกล้าย ว่าเถ้าร้ายฤๅจะรู้กล. (ม. คำหลวง กุมาร). |
|
|
| จระขาบ | [จะระ-] (กลอน) น. ตะขาบ, ใช้ว่า จะขาบ ก็มี. |
|
|
| จระเข้ | [จอระ-] น. ชื่อสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ในวงศ์ Crocodylidae อาศัยบริเวณ |
| ป่าริมนํ้า หนังเป็นเกล็ดแข็ง ปากยาวและปลายปากนูนสูงขึ้นเป็นช่องเปิดของ |
| รูจมูก เรียกว่า ก้อนขี้หมา หางแบนยาวใช้โบกว่ายนํ้า มักหากินในนํ้า ใน |
| ประเทศไทยมี ๓ ชนิด คือ จระเข้บึง จระเข้นํ้าจืด หรือ จระเข้สยาม |
| (Crocodylus siamensis) จระเข้อ้ายเคี่ยม หรือ จระเข้นํ้าเค็ม (C. porosus) และ |
| จระเข้ปากกระทุงเหว หรือ ตะโขง (Tomistoma schlegelii), ตะเข้ หรือ อ้ายเข้ |
| ก็เรียก, อีสานเรียก แข้, ปักษ์ใต้ เรียก เข้; ชื่อดาวฤกษ์กลุ่มหนึ่ง; เรียกธงผืนผ้า |
| มีรูปจระเข้ตรงกลาง มักปักไว้ที่ท่านํ้าหน้าวัดแสดงว่าทอดกฐินแล้ว ว่า |
| ธงจระเข้. |
| จระเข้ขวางคลอง (สำ) น. ผู้ที่ชอบกันท่าหรือขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นทำการ |
| อย่างใดอย่างหนึ่งได้สะดวก เหมือนจระเข้ที่ขึ้นมาขวางคลองทำให้เรือ |
| ผ่านไปมาไม่สะดวก. |
| จระเข้คับคลอง (สำ) น. ผู้ที่ชอบวางตัวใหญ่โตเกินไปย่อมมีอุปสรรคในการ |
| ดำรงตนในสังคม. |
| จระเข้ปากกระทุงเหว ดู ตะโขง. |
| จระเข้หางยาว น. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง. |
|
|
| จระคลับ | [จะระคฺลับ] (กลอน) ว. มืด, ครึ้ม. |
|
|
| จระคล้าย | [จะระคฺล้าย] (กลอน) ก. ใกล้กราย, อยู่ใกล้, โบราณเขียนเป็น จรคล้าย |
| ก็มี, เช่น โหยบเหนสายใจ จรคล้าย. (กำสรวล). |
|
|
| จระคลุ่ม | [จะระคฺลุ่ม] (กลอน) ว. มืดมัว, คลุ้ม. |
|
|
| จระแคง | [จะระ-] (กลอน) ว. ตะแคง เช่น เท้าล้มจระแคง ทลายพุงพัง. (สุธนู). |
|
|
| จระจุ่ม | [จะระ-] (กลอน) ก. ใส่, เผา, ทิ้ง, โยน. |
|
|
| จระทก, จระเทิน | [จะระทก, -เทิน] (กลอน) ก. สะทก, สะเทิน, งกเงิ่น; จับจด, โบราณเขียนเป็น |
| จรเทิน ก็มี เช่น อ้าแม่อย่าจองจิตรจรเทิน ศุขเพลินภิรมย์สม. (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| จระนำ | [จะระ-] น. ซุ้มคูหาท้ายวิหารหรือท้ายโบสถ์มักเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป |
| เรียกว่า ซุ้มจระนํา. (ทมิฬ จาฬรัม ว่า หน้าต่าง). |
|
|
| จระบาน | [จะระ-] (กลอน) ก. สู้รบ. |
|
|
| จระบี | [จะระ-] น. จาระบี. |
|
|
| จระลิ่ง, จระลึง | [จะระ-] (กลอน) ก. ตะลึง เช่น จระลิ่งทางทิพห้อง แห่งองค์. (ทวาทศมาส). |
|
|
| จระลุง, จะลุง | [จะระ-] (กลอน) น. เสาตะลุง, โบราณเขียนเป็น จรลุง หรือ จลุง ก็มี เช่น |
| แท่นที่สถิตย์ จรลุงโสภิต พื้นฉลักฉลุทอง. (ดุษฎีสังเวย), |
| จลุงอาศน์เบญพาศเกลี้ยงเกลา พเนกพนักน่าเนา จะนอนก็ศุขสบไถง. |
| (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| จรัล | [จะรัน] (กลอน) ก. เดิน เช่น แปดโสตรสี่ภักตร์ทรงพา หนหงษ์เหินคลา |
| วิหาศจรัลผันผาย. (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| จรัส | [จะหฺรัด] (แบบ) ว. แจ่มแจ้ง, รุ่งเรือง, สว่าง. |
|
|
| จราก | [จะหฺราก] (กลอน) ก. ตรากตรำ, ทําให้ลําบาก, เช่น คล้องติดคชคลอคชทังป่า |
| ขับจากขัง แลเข้าจรลุงจรากจอง. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| จราง | [จะราง] (แบบ) ก. ผุดขึ้น เช่น ลางส่ำจรางมันผัน ม่ายม้า. (ยวนพ่าย). |
| (ข. จฺรางว่า ตั้งขึ้น, ขนชัน). |
|
|
| จราจร | [จะราจอน] น. การที่ยวดยานพาหนะ คน หรือ สัตว์พาหนะเคลื่อนไปมา |
| ตามทาง, เรียกผู้มีหน้าที่เกี่ยวด้วยการนั้น; (กฎ) การใช้ทางของผู้ขับขี่ |
| คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์. |
|
|
| จราญ | [จะราน] (กลอน) ก. ผลัก, พัง, ทําลาย, กระจาย, ดับ. (ข. จฺราน ว่า ผลัก). |
|
|
| จราย | [จะ-] (กลอน) ก. ทําลาย, กระจาย. |
|
|
| จราว ๑ | [จะ-] น. ตะพาบนํ้า เช่น จริวจราวจรัลชลจรมกรกรรกฏกูรม์. (สมุทรโฆษ). |
|
|
| จราว ๒ | [จะ-] (กลอน) น. ดอกไม้ เช่น แคแจรเจรอญจราว. (ม. คําหลวง จุลพน). |
| (แผลงมาจาก จาว). (ดู จาว ๔). |
|
|
| จราส | [จะหฺราด] ว. ตลอดตัว เช่น แถวจราสศุภลักษณ์. (ลอ). (ข. จราส ว่า |
| ทวนจากล่างไปบน). |
|
|
| จริก ๑ | [จะหฺริก] (กลอน) ก. เอาปากสับและงับอย่างอาการนกสับ, กดลง. |
| (แผลงมาจาก จิก). |
|
|
| จริก ๒ | [จะหฺริก] (กลอน) น. ต้นจิก เช่น จริกโจรตพยงผกากรรณก็มี. |
| (ม. คําหลวง มหาพน). |
|
|
| จริง, จริง ๆ | [จิง] ว. แน่ เช่น ทําจริง ชอบจริง ๆ; แท้, ไม่ปลอม, เช่น ของจริงไม่ใช่ของเทียม; |
| เป็นอย่างนั้นแน่แท้ ไม่กลับเป็นอย่างอื่น เช่น ข้อนี้เป็นความจริง, ไม่เท็จ, |
| ไม่โกหก, ไม่หลอกลวง, เช่น เรื่องจริง พูดจริง, เป็นไปตามนั้น เช่น ความฝัน |
| กลายเป็นความจริง. |
| จริงจัง ว. แน่แท้ เช่น เชื่อถืออย่างจริงจัง, ไม่เป็นการเล่น เช่น ทํางาน |
| อย่างจริงจัง. |
| จริงใจ ว. บริสุทธิ์ใจ, สุจริตใจ. |
| จริงอยู่แต่, จริงอยู่...แต่ สัน. ใช้แสดงความยืนยันข้อความที่กล่าวมาแล้ว |
| ข้างหน้าและแสดงว่ามีข้อความขัดแย้งตามมาข้างหลัง. |
|
|
| จริต | [จะหฺริด] น. ความประพฤติ, กิริยาหรืออาการ, เช่น พุทธจริต เสียจริต วิกลจริต, |
| บางทีใช้ในทางไม่ดี เช่น ดัดจริต มีจริต, จริตจะก้าน ก็ว่า. (ป.). |
|
|
| จริม- | [จะริมะ-] ว. สุดท้าย เช่น จริมจิต ว่า จิตดวงสุดท้าย. (ป.). |
|
|
| จริย- | [จะริยะ-] น. ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติ, ใช้ในคำสมาส เช่น |
| จริยศึกษา. (ป.). |
| จริยธรรม น. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม. |
| จริยวัตร, จริยาวัตร น. หน้าที่ที่พึงประพฤติปฏิบัติ; ความประพฤติ ท่วงทีวาจา |
| และกิริยามารยาท. |
| จริยศาสตร์ น. ปรัชญาสาขาหนึ่งว่าด้วยการแสวงหาความดีสูงสุดของชีวิต |
| มนุษย์ แสวงหาเกณฑ์ในการตัดสินความประพฤติของมนุษย์ว่าอย่างไหน |
| ถูกไม่ถูก ดีไม่ดีควรไม่ควร และพิจารณาปัญหาเรื่องสถานภาพของค่าทาง |
| ศีลธรรม. (อ. ethics). |
| จริยศึกษา น. การศึกษาเกี่ยวกับความเจริญงอกงามในทางความประพฤติ |
| และการปฏิบัติตน เพื่อให้อยู่ในแนวทางของศีลธรรมและวัฒนธรรม. |
| (อ. moral education). |
|
|
| จริยา | [จะ-] น. ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติ, ใช้ในคําสมาส เช่น |
| ธรรมจริยา. |
| จริยาปิฎก น. ชื่อคัมภีร์ที่ว่าด้วยการบําเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าในชาติ |
| ที่ล่วงแล้วรวมอยู่ในขุทกนิกายแห่งสุตตันตปิฎก. |
|
|
| จริว ๑ | [จะ-] น. เต่า; ตะพาบนํ้า; เช่น จริวจราวจรัลชลจรมกรกรรกฏกูรม์ |
| (สมุทรโฆษ); กริว หรือ ตริว ก็ว่า. |
|
|
| จริว ๒ | [จะ-] (กลอน) ว. เกรียว. |
|
|
| จรี | [จะ-] (กลอน) น. มีด, หอก, ดาบ, เช่น บัดออกกลางสนามสองรา |
| สองแขงขันหาก็กุมจรีแกว่งไกว. (สมุทรโฆษ). (ข.). |
|
|
| จรึง | [จะ-] (กลอน) ก. กรึง, ตรึง, เช่น เทียบที่ถมอก่อภูเพียง บรรพตจรึงเรียง. |
| (ดุษฎีสังเวย). |
|
|
| จรุก | [จะหฺรุก] (แบบ) น. หมู. (จินดามณี). (ข. ชฺรูก). |
|
|
| จรุง, จรูง | [จะรุง, จะรูง] (กลอน) ก. จูง, ชักชวน, เช่น ปลดยากพรากทุกข์ยุคเขิน |
| จรุงราษฎร์ดำเนินสู่ศุขสวัสดีโดยไว. (ดุษฎีสังเวย); ยั่ว เช่น จรุงใจ; กรุ่น, |
| อบอวล, ชื่น, เช่น จรุงกลิ่นแก้มน้องแก้ว ไป่วาย. (กำสรวล). |
|
|
| จรูญ | [จะรูน] (กลอน) ว. รุ่งเรือง, งาม. |
|
|
| จรูส | [จะหฺรูด] (แบบ) ว. สูง, กรวด, จรวด. |
|
|
| จเร | [จะ-] น. ผู้ดูแลทั่ว ๆ ไป, ผู้ตรวจตราทั่ว ๆ ไป, เช่น จเรตำรวจ จเรทหาร. |
| ก. ตระเวนไป. |
|
|
| จล | [จน] ก. ไหว, สั่น, เช่น จลวิจล. (ป.). |
|
|