จำบับการปล้ำกัน, การประสานมือกัน).
จำเบศความหมายอย่างเดียวกับ จําบัง แต่เพื่อประโยชน์ในกลอนจึงใช้ ศ เข้าลิลิต
เช่น หมู่โยธาโยเธศ รู้จําเบศจําบัง. (ม. คําหลวง มหาราช).
จ้ำเบ้าว. อาการที่ก้นกระแทกพื้นลุกไม่ขึ้น เช่น หกล้มจํ้าเบ้า.
จำแบน. ชื่อปลาแห้งชนิดหนึ่งที่ไม่เป็นริ้ว, ตําแบ ก็ว่า. ก. แผ่ออก.
จำปาน. (๑) ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Michelia champaca L. ในวงศ์
Magnoliaceae ดอกสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกใหญ่ยาว มีหลายกลีบ
กลิ่นหอม; สีเหลืองอมส้มอย่างดอกจำปา; เครื่องหน้าซุงว่าวจุฬา รูปเป็น
กลีบเหมือนกลีบดอกจําปา; แหนบรูปคล้ายกลีบดอกจําปาซึ่งติดอยู่กับ
แกนในประแจจีน สําหรับยันไม่ให้กุญแจหลุดออกจากกัน, จัมปา ก็ใช้;
ไม้ไผ่ที่จักปลายด้านหนึ่งเป็น ๔-๕ แฉก แล้วเอาชิ้นไม้ขัดให้บานออก
เป็นรูปดอกจำปา ใช้เสียบปลายไม้สำหรับสอยผลไม้; เครื่องยึดธรณีบน
ของประตูให้ติดกับกรอบเช็ดหน้าของอาคารประเภทโบสถ์ วิหาร
ในสถาปัตยกรรมไทย ทำด้วยไม้ เป็นแท่งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้า
ตกแต่งเป็นเส้นขอบของดอกไม้หรือแต่งให้เป็นรูปดอกสี่กลีบที่เรียกว่า
ดอกประจำยาม. (๒) (ถิ่น-อีสาน) ต้นลั่นทม. (ดู ลั่นทม).
จำปาขอม(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ต้นลั่นทม. (ดู ลั่นทม).
จำปาแขกดู จําปีแขก (๑).
จำปาดะ(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Artocarpus integer (Thunb.)
Merr. ในวงศ์ Moraceae คล้ายต้นขนุน เยื่อหุ้มเมล็ดเนื้อเหลว กลิ่นฉุน
กินได้; เรียกขนุนพันธุ์ที่มียวงสีจําปา เนื้อนุ่ม ว่า ขนุนจําปาดะ. (ดู ขนุน ๑).
จำปาทองเทศ ๑น. ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง. (พจน. ๒๔๙๓).
จำปาทองเทศ ๒น. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
จำปาลาว(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นลั่นทม. (ดู ลั่นทม).
จำปาหอมดู ลั่นทม.
จำปีน. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Michelia alba DC. ในวงศ์ Magnoliaceae
ดอกสีขาว คล้ายดอกจําปาแต่กลีบเล็กและหนากว่า บางพันธุ์สีนวลหรือ
สีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมเย็น.
จำปีแขกน. (๑) ชื่อไม้พุ่มชนิด Michelia figo (Lour.) Spreng. ในวงศ์
Magnoliaceae ดอกคล้ายดอกจําปีแต่เล็กกว่า กลีบเลี้ยงสีนํ้าตาล
มีขนหนานุ่ม กลีบดอกแข็งสีนวล กลิ่นหอมมาก, จําปาแขก ก็เรียก.
(๒) ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Pterospermum diversifolium
Blume ในวงศ์ Sterculiaceae กลีบเลี้ยงสีนํ้าตาล กลีบดอกสีขาว
กลิ่นหอมอ่อน.
จำปูนน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Anaxagorea javanica Blume ในวงศ์
Annonaceae มีตามป่าดิบทางปักษ์ใต้ กลีบดอกแหลมหนาแข็ง
ด้านนอกสีเขียว ด้านในสีขาวนวล กลิ่นหอมมาก.
จำพวกน. พวก, ประเภท, ชนิด, หมู่, เหล่า.
จำเพาะว. เฉพาะ, เจาะจง, เผอิญ, เช่น จําเพาะฝนมาตกเวลาจะออกจากบ้าน
จึงไปไม่ได้.
จำแพรกน. ชื่อไม้ยืนต้น. (พจน. ๒๔๙๓).
จ้ำม่ำว. คําประกอบลักษณะอ้วน ให้รู้ว่าอ้วนน่ารัก (โดยมากใช้เฉพาะเด็ก).
จำรด[-หฺรด] (กลอน) ก. จด, ถึง, จ่อให้ถึง. (แผลงมาจาก จรด).
จำรัส[-หฺรัด] ว. แจ่มแจ้ง, รุ่งเรือง, สว่าง. (แผลงมาจาก จรัส).
จำราญ(กลอน) ก. หัก, พัง, ทําลาย, กระจาย, ดับ. (แผลงมาจาก จราญ).
จำราย(กลอน) ก. กระจาย, แผ่ไป, เช่น เสด็จจรจํารายศักดิ์ โสภิต.
(ทวาทศมาส).
จำรูญว. รุ่งเรือง, งาม, เช่น ลางหมู่หน้าแดงจกูรล ดูจำรูญจกราด.
(ม. คำหลวง มหาราช). (แผลงมาจาก จรูญ).
จำเริญก. เติบโต, งอกงาม, มากขึ้น, สมบูรณ์; ทิ้ง เช่น จําเริญยา, ตัด เช่น จําเริญเกศา.
(แผลงมาจาก เจริญ).
จำเรียงก. ขับลํา, ขับกล่อม, ร้องเพลง. (แผลงมาจาก เจรียง).
จำลอง ๑ก. ถ่ายแบบ เช่น จําลองจากของจริง. ว. แทน เช่น พระพุทธชินราชจําลอง,
ที่ทําให้เหมือนของจริง เช่น ท้องฟ้าจําลอง.
จำลอง ๒น. อาน, สัปคับ.
จำลองทอง น. เครื่องสัปคับจำพวกกูบ ใช้ผูกหลังช้างพัง.
จำลาย(โบ) ก. สลัก.
จำเลยน. (กฎ) บุคคลผู้ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว; ผู้ถูกฟ้องความ. (กลอน)
ก. เฉลย, ตอบ. (ข. จํเลิย ว่า ผู้ตอบ).
จำเลาะก. ทะเลาะ. (ข. เฌฺลาะ).
จำเลาะตา[-เหฺลาะ-] น. ซีกไม้ไผ่ที่มีตาไม้ติดอยู่.
จำแลงก. แปลงตัว.
จำแล่นก. ให้แล่น เช่น ตีด้วยเชือกเขาแขง ไม้ท้าวแทงจำแล่นแล.
(ม. คำหลวง มหาราช).
จำหนับ ๑ก. อาการที่ใช้มือจับต้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งตลอดจนกำไว้ยึดไว้, ใช้ จำนับ
ก็มี. (แผลงมาจาก จับ).
จำหนับ ๒(ปาก) ว. เต็มที่, เต็มแรง, จั๋ง จังหนับ หรือ จํ๋าหนับ ก็ว่า.
จ๋ำหนับ(ปาก) ว. เต็มที่, เต็มแรง, จั๋ง จังหนับ หรือ จําหนับ ก็ว่า.
จำหน่ายก. ขาย, จ่าย, แจก, แลกเปลี่ยน, โอน; เอาออก เช่น จําหน่ายจากบัญชี.
(แผลงมาจาก จ่าย).
จำหระน. แถบ, ซีก, แปลง, (ใช้แก่ที่ดินหรือร่างกาย), ตําหระ ก็ว่า.
จำหล่อน. เครื่องกีดกั้นขวางทางในสมัยโบราณ ปักเสาสูงราว ๒ ศอก มีไม้เสา
ทับหลังขวางถนนเป็น ๒ แนวเยื้องไม่ตรงกัน ปลายต่อปลายเกินกันทั้ง
๒ ข้าง, ค่ายผนบบ้านหล่อ จั้นหล่อ หรือ จังหล่อ ก็เรียก.
จำหลอก[-หฺลอก] (กลอน) ก. ถลอก, ลอก, ไสหรือแซะให้ลึกเป็นร่อง, ทำให้เป็น
ลวดลาย, เช่น จําหลักจําหลอกกลม ภบังอวจจําหลักราย. (สมุทรโฆษ).
จำหลักก. สลัก, แกะให้เป็นลวดลาย.
จำหัน ๑, จำหาย ๑น. หมวก, เทริด.
จำหัน ๒ว. ฉัน, มีแสงกล้า; เฉกเช่น, ดังเช่น; โบราณเขียนเป็น จำหนน ก็มี
เช่น จำหายแสงส่องตรวัน จำหนนแสงส่องฟ้า. (ม. คำหลวง
มหาราช). (แผลงมาจาก ฉัน).
จำหาย ๒ก. ส่อง เช่น จำหายแสงส่องตรวัน จำหนนแสงส่องฟ้า. (ม. คำหลวง
มหาราช). (แผลงมาจาก ฉาย).
จำหุดก. แม่น, ปรากฏ, เที่ยง, แข็งแรง, เปรื่องปราด, ศักดิ์สิทธิ์, สําคัญ,
เช่น อันหนึ่งให้จำหุดให้กระทำบุญ. (ไตรภูมิ). (ข. จํหุต ว่า
ความถูกต้อง, ความเที่ยงตรง).
จำเหียงก. โค้งงอน เช่น งาเจียงจําเหียงแข. (ยวนพ่าย). (แผลงมาจาก เฉียง).
(ข. จํเหียง ว่า ซีก, เสี้ยว).
จำอวดน. การแสดงโดยใช้ถ้อยคํา ท่าทาง ชวนให้ตลกขบขัน.
จิ(แบบ) ก. จะ เช่น จิปากทั้งลิ้นล้า เพื่อเจ้าเจียรจันทร์. (ทวาทศมาส).
จิก ๑ก. กิริยาที่เอาจะงอยปากสับอย่างอาการของนกเป็นต้น, กิริยาที่เอาสิ่ง
มีปลายคมหรือแหลมกดลงพอให้ติดอยู่ เช่น เอาเล็บจิกให้เป็นรอย เอา
ปลายเท้าจิกดินให้อยู่; (ปาก) โขกสับเมื่อเป็นต่อ เช่น เมื่อได้ท่าก็จิกเสียใหญ่.
จิกปีก ก. งงจนไม่รู้จะทําอะไรได้ (มาจากอาการของไก่ที่ถูกตีจนงง
แล้วเอาปากจิกปีกตัวเอง).
จิกหัว ก. เอามือขยุ้มผมแล้วรั้งไป; บังคับให้พุ่งไป เช่น เครื่องบินจิกหัวลง;
กดขี่, ข่มขี่, เช่น จิกหัวใช้.
จิก ๒น. (๑) ชื่อไม้ต้นขนาดกลางหลายชนิดในสกุล Barringtonia วงศ์
Lecythidaceae ขึ้นในที่ชุ่มชื้นและที่นํ้าท่วมถึง ดอกสีขาว เกสร
เพศผู้สีแดงมักออกเป็นช่อยาวห้อยเป็นระย้า เช่น จิกนา [B. acutangula
(L.) Gaertn.] จิกบ้าน หรือ จิกสวน [B. racemosa (L.) Roxb.]
จิกเล [B. asiatica (L.) Kurz]. (๒) ดู กระโดน. (๓) ดู ตีนตุ๊กแก (๖).
จิ่ง(โบ) สัน. จึง.
จิ้งโกร่งน. เรียกจิ้งหรีดชนิด Brachytrypes portentosus เป็นจิ้งหรีด
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ยาวประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร กว้างประมาณ
๑ เซนติเมตร สีน้ำตาลตลอดทั้งตัว, อ้ายโกร่ง หรือ หัวตะกั่ว ก็เรียก,
พายัพเรียก จี้กุ่ง หรือ ขี้กุ่ง, อีสานเรียก จี่นายโม้ จี่ป่ม หรือ จี่โป่ง.
จิ้งจกน. ชื่อสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กในวงศ์ Gekkonidae ซึ่งเป็น
วงศ์เดียวกับตุ๊กแก ในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น จิ้งจกบ้าน
(Cosymbotus platyurus) ตีนเกาะติดผนังได้, จิ้งจกดิน
ลายหินอ่อน (Cyrtodactylus peguensis) ตีนเกาะติดผนัง
ไม่ได้, จิ้งจกบิน (Platyurus craspedotus) สามารถร่อนตัว
ไปในอากาศได้, พายัพเรียก จั๊กกิ้ม.
จิงจ้อน. ชื่อไม้เถาหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Convolvulaceae เช่น
จิงจ้อขาว จิงจ้อเหลี่ยม หรือ จี๋จ้อ [Operculina turpethum (L.)
S. Manso] ลําต้นเป็นเหลี่ยมหรือมีครีบ ดอกสีขาว จิงจ้อใหญ่
จิงจ้อเหลือง หรือ จิงจ้อขน (Merremia vitifolia Hallier f.)
ลําต้นกลม มีขนมาก ดอกสีเหลือง, ทั้ง ๒ ชนิดรากใช้ทํายาได้.
จิ้งจอกดู หมาจิ้งจอก ที่ หมา.
จิงจัง, จิ้งจัง(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. อาหารอย่างหนึ่ง ทำด้วยปลาเล็ก ๆ หมักเกลือกับข้าวคั่ว
อย่างเดียวกับปลาจ่อม ใช้เป็นเครื่องจิ้ม, จุ้งจัง ก็ว่า.
จิงโจ้ ๑น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Macropodidae ขาคู่หน้าสั้น
คู่หลังยาวและแข็งแรง ใช้กระโดดได้ไกล ๆ หางยาวและแข็งแรง
ใช้เป็นอวัยวะช่วยในการทรงตัว ตัวเมียออกลูกเป็นตัวไม่มีรกติดออกมา
มีถุงที่หน้าท้องสําหรับใส่ลูก มีหลายชนิด เช่น ชนิด Macropus rufus,
M. giganteus มีถิ่นกําเนิดในทวีปออสเตรเลีย.
จิงโจ้ ๒น. ชื่อแมลงพวกมวนในวงศ์ Gerridae หรือ Gerrididae ลําตัวลีบและยาว
โดยทั่วไปยาว ๑-๒ เซนติเมตร มีทั้งพวกที่มีปีกซึ่งอาจสั้นหรือยาวหรือ
ไม่มีปีก ขาคู่หน้าสั้นใช้จับสัตว์เล็ก ๆ กิน ขาคู่กลางและคู่หลังยาวกว่า
ลําตัวมาก ที่ปลายขามีขนละเอียดปกคลุมแน่น สามารถวิ่งไปตามผิวนํ้าได้
อาศัยตามแหล่งนํ้าต่าง ๆ มีหลายชนิด ที่พบบ่อย ๆ ตามสระมักเป็นพวก
ที่อยู่ในสกุล Limnogonus, จิงโจ้นํ้า ก็เรียก.
จิงโจ้ ๓น. เครื่องป้องกันใบจักรเรือไม่ให้สวะเข้าไปปะกันกระทบ และกัน
ไม่ให้เพลาแกว่ง.
จิงโจ้ ๔น. เรียกทหารผู้หญิงในวังครั้งรัชกาลที่ ๔ ว่า ทหารจิงโจ้.
จิงโจ้ ๕น. ชื่อเครื่องแขวนให้เด็กดู.
จิงโจ้น้ำดู จิงโจ้ ๒.
จิ้งหรีดน. ชื่อแมลงพวกหนึ่งในวงศ์ Gryllidae ลําตัวขนาดปานกลาง หนวดยาว
มีปีก ๒ คู่ คู่หน้าเนื้อปีกหนากว่าคู่หลัง ปีกเมื่อพับจะหักเป็นมุมที่ด้านข้าง
ของลําตัว ปีกคู่หลังบางพับได้แบบพัดสอดเข้าไปอยู่ใต้ปีกคู่หน้า ปากเป็น
ชนิดกัดกิน หัวกับอกมีขนาดกว้างไล่เลี่ยกัน ตัวผู้มีอวัยวะพิเศษสําหรับ
ทําเสียงเป็นฟันเล็ก ๆ อยู่ตามเส้นปีกบริเวณกลางปีก ใช้กรีดกับแผ่นทํา
เสียงที่อยู่บริเวณท้องปีกของปีกอีกข้างหนึ่ง มีหลายชนิด เช่น ทองดํา
(Acheta bimaculatus) ทองแดง (Gryllus testaceus), จังหรีด ก็เรียก.
จิ้งหรีดผี ดู แอ้ด ๑.
จิ้งเหลนน. ชื่อสัตว์เลื้อยคลานหลายสกุลในวงศ์ Scincidae เกล็ดเป็นมันเงา
ส่วนมากอยู่ตามพื้นดิน เช่น จิ้งเหลนบ้าน (Mabuya multifasciata)
มีบางชนิดขึ้นหากินตามต้นไม้ เช่น จิ้งเหลนต้นไม้ (Leiolopisma
vittigerum) บางชนิดไม่มีขา เช่น จิ้งเหลนด้วง (Ophioscincus
anguinoides), พายัพเรียก จักเล้อ.
จิ้งเหลนด้วง ๑น. จิ้งเหลนชนิดหนึ่ง. (ดู จิ้งเหลน).
undefined
จิ้งเหลนด้วง ๒ดู ปากจอบ.
จิต, จิต-[จิด, จิดตะ-] น. ใจ, สิ่งที่มีหน้าที่รู้ คิดและนึก, (โบ เขียนว่า จิตร),
ลักษณนามว่า ดวง. (ป. จิตฺต).
จิตกึ่งสำนึก น. ภาวะที่จิตไม่ค่อยรู้สึกตัว เมื่อปลุกอาจรู้สึกตัวดีขึ้น
แต่ไม่รู้ตัวเต็มที่. (อ. semiconscious).
จิตใจ น. ใจ, อารมณ์ทางใจ, (ปาก) กะจิตกะใจ.
จิตใต้สำนึก น. ภาวะของจิตที่ไม่อาจรู้สึกได้ เพราะอยู่ในส่วนลึกของ
จิตใจ. (อ. subconscious).
จิตนิยม [จิดตะ-] น. ลัทธิที่เชื่อว่าจิตเท่านั้นเป็นความแท้จริงขั้นสูงสุด
วัตถุทั้งหลายเป็นเพียงสิ่งที่จิตคิดขึ้น. (อ. idealism).
จิตบำบัด [จิดตะ-, จิด-] น. วิธีรักษาผู้ป่วยหรือผู้มีปัญหาทางด้านจิตใจ
undefined
ด้วยวิธีที่จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาสนทนากับผู้ที่มารับการรักษา
เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของโรคหรือปัญหาแล้วหาทางแก้ไข.
(อ. psychotherapy).
จิตแพทย์ [จิดตะ-] น. แพทย์ผู้รักษาโรคทางจิตใจ ซึ่งมีอาการแสดง
ความรู้สึก ความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่ผิดปรกติ. (อ. psychiatrist).
จิตภาพ [จิดตะ-] น. ลักษณะทั่วไปของจิตที่แสดงให้เห็นเด่นชัด,
บางทีใช้หมายถึงวิสัยสามารถของจิต. (อ. mentality).
จิตไร้สำนึก น. ความคิด ความรู้สึก และแรงผลักดัน ซึ่งถูกกดเก็บไว้
ภายในจิตใจโดยไม่รู้ตัว แม้จะพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก.
(อ. un-conscious).
จิตวิทยา [จิดตะ-] น. วิชาว่าด้วยจิต, วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งว่าด้วย
ปรากฏการณ์ พฤติกรรม และกระบวนการของจิต.
จิตวิสัย [จิดตะ-] ว. ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัย
วัตถุภายนอก, ตรงข้ามกับ วัตถุวิสัย; เรียกการสอบแบบที่ให้ผู้ตอบแสดง
ความคิดเห็นด้วยว่า การสอบแบบจิตวิสัย, อัตนัย ก็ว่า. (อ. subjective).
จิตเวชศาสตร์ [จิดตะเวดชะ-] น. วิชาแพทย์แขนงหนึ่งที่เกี่ยวกับการศึกษา
การตรวจรักษาและป้องกันโรคของจิตใจ เช่น โรคประสาท โรคจิต.
(อ. psychiatry).
จิตสำนึก น. ภาวะที่จิตตื่นและรู้ตัวสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจาก
ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยกาย.
(อ. conscious).
จิตกาธาน[จิดตะ-] น. เชิงตะกอน (สำหรับเจ้านาย), (ราชา) พระจิตกาธาน.
(ป., ส. จิตก + อาธาน).
จิตต-, จิตต์[จิดตะ-] (แบบ) น. จิต. (ป.).
จิตตภาวนา (แบบ) น. การอบรมจิต.
จิตตวิสุทธิ (แบบ) น. ความหมดจดของจิต คือหมดจดจากกิเลส.
จิตตานุปัสสนา น. การพิจารณาจิตเป็นอารมณ์เป็นข้อ ๑ ในสติปัฏฐาน ๔.
จิตร ๑, จิตร- ๑[จิด, จิดตฺระ-] น. การวาดเขียน, การระบายสี, ลวดลาย. ว. งดงาม,
สดใส, ที่เขียนงดงาม. (ป., ส.).
จิตรกร น. ช่างวาดเขียน, ช่างวาดภาพ. (ป., ส.).
จิตรกรรม น. ศิลปะประเภทหนึ่งในทัศนศิลป์เกี่ยวกับการเขียนภาพ
วาดภาพ, รูปภาพที่เขียนหรือวาดขึ้น. (ส.).
จิตรปทา น. ชื่อฉันท์ในวรรณพฤติ. (ป., ส.).
จิตรลดา ๑ น. ชื่อกาพย์ชนิดหนึ่ง, คู่กับ มหาจิตรลดา.
จิตรเลขา น. รูปภาพลายเส้น. (ส.; ป. จิตฺตเลขา).
จิตร ๒[จิด] (โบ) น. จิต, ใจ.
จิตร- ๒[จิดตฺระ-] น. เดือนอันมีพระจันทร์เพ็ญเสวยฤกษ์จิตรา เรียกว่า จิตรมาส
คือ เดือน ๕ ตกในราวเดือนเมษายน. (ส. ไจตฺร; ป. จิตฺต).
จิตรจุล[จิดตฺระ-] (ราชา) น. เต่า. (ชื่อเต่าในภูริทัตชาดกว่า จิตฺตจูฬ).
จิตรลดา ๑ดูใน จิตร ๑, จิตร- ๑.
จิตรลดา ๒[จิดตฺระ-] น. เครือเถาชนิดหนึ่ง. (ส. แปลว่า หลากด้วยไม้เถาต่าง ๆ
หรือว่าเป็นที่รวมแห่งไม้ทิพย์ชื่อจิตรลดา; ป. จิตฺตลตา).
จิตรลดาวัน น. ชื่อสวนของพระอินทร์ ๑ ใน ๔ แห่ง ได้แก่ นันทวัน
ปารุสกวัน จิตรลดาวัน และมิสกวัน. (ป. จิตฺตลตาวน).
จิตระ, จิตรา[จิดตฺระ, จิดตฺรา] น. ดาวฤกษ์ที่ ๑๔ มี ๑ ดวง เห็นเป็นรูปต่อมนํ้าหรือ
ไต้ไฟ เช่น จิตราก็ปรากฏดําบล เสถียรที่สิบสี่หมาย. (สรรพสิทธิ์),
ดาวต่อมนํ้า ดาวไต้ไฟ ดาวตาจระเข้ หรือ ดาวตาเสือ ก็เรียก.
(ส.; ป. จิตฺตา).
จินเจาน. ชื่อแพรจันชนิดหนึ่ง มีดอกดวงโต.
จินดาน. ความคิด, ความนึก; แก้วมีค่า เช่น ทับทรวงดวงกุดั่นจินดาแดง. (อิเหนา).
จินดามณี น. แก้วอันให้ผลแก่เจ้าของตามใจนึก, แก้วสารพัดนึก; ชื่อตำรา
แบบเรียนหนังสือไทยโบราณ เช่น จินดามณีฉบับพระโหราธิบดีแต่งใน
รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จินดามณีฉบับไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง
ในรัชกาลสมเด็จพระบรมโกศ จินดามณีฉบับกรมหลวงวงษาธิราชสนิท
แต่งในสมัยรัตนโกสินทร์. (ป., ส.).
จินดามัย ว. ที่สําเร็จด้วยความคิด. (ป., ส. จินฺตามย).
จินดาหนา[-หฺนา] น. ต้นจันทน์. (ช.).
จินดาหรา[-หฺรา] ว. ฉลาด. (ช.).
จินต-, จินต์[จินตะ-] ก. คิด. (ป., ส.).
จินตกวี น. กวีผู้มีความสามารถในการแต่งร้อยกรองตามแนวความคิด
และจินตนาการของตนเอง.
จินต์จล ก. คิดหวั่น, คิดหวาดหวั่น, เช่น ใจปราชญ์ฤๅเฟื่องฟื้นห่อนได้
จินต์จล. (โลกนิติ). (ป. จินฺต ว่า คิด, จล ว่าหวั่นไหว).
จินตนาการ น. การสร้างภาพขึ้นในจิตใจ. (ป. จินฺตน + อาการ).
จินตนิยม น. (ปรัชญา) ขบวนการในประวัติศาสตร์ของปรัชญาและศิลปะ
ที่เน้นการเป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระจากกฎเกณฑ์และระเบียบการที่ยึดถือ
กันมา นักปรัชญาและศิลปินของขบวนการนี้ถือว่าอารมณ์ ความรู้สึกสำคัญ
กว่าเหตุผล; (ศิลปะและวรรณคดี) คตินิยมในการสร้างสรรค์วรรณกรรม
หรือศิลปะซึ่งแสดงให้เห็นชีวิตและโลกตามจินตนาการหรือมโนภาพ.
(อ. romanticism).
จินตภาพ น. ภาพที่เกิดจากความนึกคิดหรือที่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั้น,
ภาพลักษณ์ ก็ว่า. (อ. image).
จิบ ๑ก. ลิ้ม, ดื่มทีละนิด.
จิบ ๒น. เครื่องมือจับสัตว์นํ้าชนิดหนึ่ง ใช้เสาหรือไม้ลําปักทางซ้ายและ
ทางขวาเรียงกันเป็นลําดับ แล้วเอาเฝือกขนาบกับเสาทั้ง ๒ ข้างอย่างเดียว
กับกะบัง แต่ระหว่างกลางเอาอวนลงกางกั้นให้ปลาเข้าถุงอวน จับเมื่อ
เวลานํ้าไหลอ่อน ๆ.
จิบ ๓(กลอน) น. นกกระจิบ.
จิปาถะว. สารพัด, ไม่เลือกว่าอะไร, ทุกสิ่งทุกอย่าง.
จิ่มก. ล่วงเข้าไปแต่น้อย เช่น ใส่กลอนจิ่มไว้นิดเดียว.
จิ้มก. จุ่ม, จุ้ม, เช่น จิ้มนํ้าพริก จิ้มหมึก; เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งทิ่มหรือแทงเบา ๆ
เช่น จิ้มฟัน, เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งแตะ ๆ เช่น เอามะม่วงจิ้มพริกกะเกลือ.
จิ้มก้องก. เจริญทางไมตรีโดยนำเครื่องบรรณาการไปมอบให้ เช่น แต่งทูต
ออกไปจิ้มก้อง. (พงศ. ร. ๓), (ปาก) โดยปริยายหมายถึงนำสิ่งของเป็นต้น
ไปกำนัลเพื่อเอาใจ.
จิ้มฟันจระเข้น. ชื่อปลาทะเลและนํ้าจืดทุกชนิดในวงศ์ Syngnathidae ปากยื่นเป็นท่อ
ลําตัวหน้าตัดเป็นเหลี่ยมแต่ยาวเรียวมาก ผิวหนังเป็นแผ่นแข็งเรียงต่อกัน
เป็นเหลี่ยมเป็นข้อ ครีบต่าง ๆ มีขนาดเล็ก เฉพาะครีบท้องไม่มี ตัวผู้ทํา
หน้าที่ฟักไข่โดยเก็บไว้บริเวณหน้าท้อง ลําตัวมักมีสีนํ้าตาล อาจมีลาย
สีเข้มพาดขวาง ที่พบในนํ้าจืดได้แก่ ชนิด Microphis boaja ส่วนในทะเล
ได้แก่ชนิดในสกุลต่าง ๆ เช่น Doryrhamphus, Corythoichthys,
Trachyramphus.
จิ้มลิ้มว. น่ารักน่าเอ็นดู (มักใช้แก่หน้าตาหญิงรุ่นสาว).
จิร-[-ระ-] ว. นาน, ช้า. (ป., ส.).
จิรกาล น. กาลนาน, เวลาช้านาน.
จิรัฐิติกาล [จิรัดถิติ-] น. เวลายั่งยืน, เวลาที่ตั้งอยู่นาน. (ป. จิร + ??ติ + กาล).
จิ๋วว. เล็กมาก.
จีว. ตูม เช่น สงวนมิ่งมาลยจาวจี แกล่กลํ้า. (ทวาทศมาส), พายัพว่า จี๋.
จี่ ๑ก. เผา, ใช้เข้าคู่กับคํา เผา เป็น เผาจี่, โดยปริยายหมายความว่า ทอดในกระทะ
ที่ทานํ้ามันน้อย ๆ เช่น แป้งจี่.
จี่ ๒น. ชื่อแมลงพวกด้วงปีกแข็งในวงศ์ Copridae อาศัยอยู่ตามมูลสัตว์ ส่วนใหญ่
ตัวขนาดกลาง ยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร
หัวแบน ขาแบน ด้านข้างมีลักษณะเป็นหนามคล้ายฟันเลื่อย สีดําตลอด ปั้น
มูลสัตว์ให้เป็นก้อนเพื่อวางไข่ ให้ลูกได้อาศัยอยู่ภายใน เมื่อถูกต้องตัวมักทํา
เสียงร้องดังฉู่ฉี่ บางครั้งจึงเรียกตัวฉู่ฉี่ หรือด้วงจู้จี้ ชนิดที่พบบ่อยได้แก่พวก
ที่อยู่ในสกุล Onitis เช่น ชนิด O. subopacus พบมากในภาคใต้ ชนิด
O. philemon พบมากในภาคอีสาน ส่วนในภาคอื่น ๆ เป็นชนิด O. virens.
จี้ ๑น. เครื่องประดับมีรูปเหลี่ยม กลม หรือรี มักทําด้วยทองคําประดับ
เพชรพลอยเป็นต้น มีห่วงที่กรอบสําหรับห้อยคอ.
จี้ ๒ก. เอานิ้วมือหรือสิ่งของจดหรือแหย่เข้าไป, เอามือแหย่ให้รู้ตัวหรือให้
สะดุ้ง; ติดตามอย่างกระชั้นชิด เช่น วิ่งจี้หลังมา, ติดตามเร่งรัด เช่น จี้
ให้ทำงาน; (ปาก) ใช้อาวุธขู่เข็ญบังคับให้ทําตาม.
จี้เส้น (ปาก) ก. พูดหรือแสดงท่าทางให้เกิดอารมณ์ขัน.
จี้ ๓น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วยแป้งข้าวเหนียวผสมแป้งข้าวเจ้านวดกับกะทิ
แล้วนึ่งให้สุก ปั้นเป็นก้อนกลมแบน หุ้มไส้ที่ทำด้วยน้ำตาลทรายเคี่ยว
จนเหนียวผสมงาคั่ว แล้วคลุกนวลแป้งข้าวเจ้าที่คั่วสุก.
จี้ ๔(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นคนทา. (ดู คนทา).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒