แจ๋วว. มีเสียงดังกังวานแจ่มชัด, ใสมาก เช่น นํ้าใสแจ๋ว; (ปาก) ดีเยี่ยม เช่น
ปาฐกถาวันนี้แจ๋ว.
แจ๋วแหวว ว. มีประกายสดใส.
แจะ ๑ก. แตะ, กระทบ, ประกบกัน, (ใช้เฉพาะการเล่นอย่างเล่นโยนหลุม
โดยโยนสตางค์หรือเบี้ยให้ไปแตะหรือประกบกัน), ภาษาปากใช้ว่า
กบแจะ ก็มี; แตะต้อง เช่น มือไปแจะหน้าขนม.
แจะ ๒ว. เสียงดังเช่นนั้น เช่น เคี้ยวหมากแจะ ๆ.
โจกน. หัวหน้า (มักใช้ในทางไม่สู้ดี).
โจ๊ก ๑น. ข้าวต้มชนิดหนึ่งที่ใช้ปลายข้าวต้มจนเละ. (จ.).
โจ๊ก ๒ว. มีนํ้ามากเกินส่วน (ใช้แก่นํ้าแกง) เช่น น้ำแกงใสโจ๊ก; เสียงดัง
อย่างเสียงนํ้าไหล.
โจ๊ก ๓น. ไพ่ตัวพิเศษจะใช้แทนตัวไหนก็ได้ตามที่ต้องการ. (อ. joker).
โจ๊ก ๔น. ตัวตลก. (อ. joker); เรื่องตลก. ว. ตลกขบขัน. (อ. joke).
โจงก. โยงขึ้น, รั้งขึ้น.
โจงกระเบน ก. ม้วนชายผ้านุ่งแล้วสอดไปใต้หว่างขา ดึงขึ้นไปเหน็บขอบ
ผ้านุ่งด้านหลังระดับบั้นเอว, เรียกวิธีนุ่งผ้าเช่นนั้นว่า นุ่งผ้าโจงกระเบน.
โจงกระเบนตีเหล็กน. ท่าละครท่าหนึ่ง.
โจ่งครึ่ม, โจ๋งครึ่ม, โจ่งครุ่มว. ลักษณะเสียงอย่างหนึ่งคล้ายกับเสียงกลองแขกดัง เลยหมายความ
เลือนไปถึงทําการสิ่งไร ๆ ที่เป็นการเปิดเผย, อย่างเปิดเผย, อย่างโจ่งแจ้ง,
อย่างไม่เกรงกลัวใคร.
โจ๋งเจ๋งว. ใสมีแต่นํ้า เช่น น้ำแกงใสโจ๋งเจ๋ง.
โจ่งแจ้งว. อย่างเปิดเผย, ไม่ปิดบัง, เช่น เขาแสดงอย่างโจ่งแจ้ง.
โจท[โจด] (โบ) ก. ฟ้อง เช่น ทาษโจทเจ้าว่ามิได้เปนทาษก็ดีว่าได้ส่งเงิน
ค่าตัวแล้วก็ดี. (สามดวง).
โจทเจ้า ก. เอาความผิดของเจ้าไปโพนทะนา; เอาใจออกหาก.
โจทก์[โจด] น. (กฎ) บุคคลผู้ฟ้องคดีต่อศาล; ผู้กล่าวหา. (เดิมเขียนเป็นโจทย์).
(ป., ส.).
โจทนา[โจดทะนา] น. การทักท้วง, การฟ้องหา; คําฟ้องหา. (ป., ส.).
โจทย์[โจด] น. คําถามในวิชาคณิตศาสตร์, โดยปริยายใช้หมายถึงสิ่งที่
คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ปัญหานี้เป็นโจทย์ที่รัฐบาลแก้ไม่ตก.
โจนก. กระโดดพุ่งไปโดยเร็ว เช่น โจนนํ้า, เผ่นข้ามไป เช่น โจนท้องร่อง,
กระโจน ก็ว่า, โดยปริยายหมายถึงอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น นํ้าโจน.
โจนร่ม (โบ) น. การเล่นชนิดหนึ่ง เช่น มีการมหรสพสมโภชต่าง ๆ
และมีโจนร่มด้วย. (พงศ. เลขา).
โจม ๑น. สิ่งที่ตามปรกติมียอดเป็นลอมอย่างซุ้ม ใช้เป็นเครื่องกำบังแดดลม
เป็นต้น; กูบที่มีด้านเปิดโล่ง ๔ ด้าน; กระโจม ก็ว่า.
โจม ๒ก. โถมเข้าไป, กระโดดเข้าไป, เช่น โจมจับ โจมฟัน.
โจมจับ น. ชื่อช้างศึกพวกหนึ่ง มีหน้าที่เข้าโจมตีข้าศึก, ช้างโจมทัพ ก็เรียก.
โจมตี ก. ใช้กําลังบุกเข้าตี, โดยปริยายหมายความว่า พูดหรือเขียนว่าหรือ
กล่าวหาผู้อื่นอย่างรุนแรง.
โจมทัพ น. ชื่อช้างศึกพวกหนึ่ง มีหน้าที่เข้าโจมตีข้าศึก, ช้างโจมจับ ก็เรียก.
โจร ๑, โจร-[โจน, โจระ-, โจนระ-] น. ผู้ร้ายที่ลักขโมยหรือปล้นสะดมทรัพย์สิน
ผู้อื่นเป็นต้น. (ป., ส.).
โจรกรรม [โจระกํา, โจนระกํา] น. การลัก, การขโมย, การปล้น.
(ส.; ป. โจรกมฺม).
โจรสลัด [โจนสะหฺลัด] น. โจรที่ปล้นเรือในทะเล.
โจร ๒น. ชื่อโรคซางชนิดหนึ่ง เรียกว่า ซางโจร.
โจล[โจน, โจละ] (แบบ) น. ผ้า, ท่อนผ้า, เช่น บริขารโจล. (ป.).
โจษ, โจษจัน[โจด, โจดจัน] ก. พูดอึง, พูดกันเซ็งแซ่, เล่าลือกันอื้ออึง, จรรโจษ
หรือ จันโจษ ก็ใช้.
โจษจน, โจษแจ (กลอน) ก. พูดอึง, เล่าลือกันอื้ออึง.
ใจน. สิ่งที่ทําหน้าที่รู้ รู้สึก นึก และคิด เช่น ใจก็คิดว่าอย่างนั้น, หัวใจ เช่น
ใจเต้น, ลมหายใจ เช่น กลั้นใจ อึดใจ หายใจ, ความรู้สึกนึกคิด เช่น ใจคด
ใจซื่อ; จุดสำคัญของบางสิ่งบางอย่าง เช่น ใจมือ, บริเวณที่ถือว่าเป็นจุด
สำคัญของสถานที่ เช่นใจบ้านใจเมือง.
ใจกลาง น. ศูนย์กลาง.
ใจกว้าง ว. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่.
ใจขาด ว. จนสุดความสามารถ เช่น สู้ใจขาด.
ใจขุ่น ว. มีใจไม่ผ่องใส.
ใจแข็ง ว. ไม่ยอมง่าย ๆ, ไม่รู้สึกสงสาร, อดกลั้นความเจ็บปวดหรือ
ทุกข์โศกไว้ได้.
ใจความ น. ส่วนสําคัญของเรื่อง, ตรงข้ามกับ พลความ.
ใจคอ น. จิตใจ, อัธยาศัย, อารมณ์, บางทีใช้ในทางร้ายก็มี เช่น ใจคอ
จะทิ้งบ้านทิ้งช่องไปได้หรือ.
ใจแคบ ว. ไม่คิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร ๆ.
ใจง่าย ว. เชื่อง่าย, ยินยอมง่าย.
ใจจดใจจ่อ ว. มุ่งอยู่, เป็นห่วงอยู่.
ใจจืด ว. ไม่มีแก่ใจเอื้อเฟื้อใคร.
ใจเฉื่อย ว. มีอารมณ์เฉื่อยชา, ไม่กระตือรือร้น.
ใจชื้น ว. รู้สึกเบาใจ, มีหวังขึ้น, ไม่เดือดร้อน.
ใจดำ ว. เห็นแก่ตัว, ไม่เอื้อเฟื้อใคร, ขาดกรุณา. น. ความในใจ เช่น
พูดถูกใจดํา แทงใจดํา; จุดดําที่อยู่กลางเป้า.
ใจดี ว. มีใจเมตตากรุณา, ไม่โกรธง่าย; คุมใจไว้ให้มั่น เช่น ใจดีสู้เสือ.
ใจเด็ด ว. มีนํ้าใจเด็ดเดี่ยว.
ใจเดียว ว. ไม่หลายใจ, มีความรักและซื่อตรงในบุคคลเดียวหรือ
สิ่งเดียวไม่เปลี่ยนแปลง.
ใจเดียวกัน ว. มีความรู้สึกนึกคิดตรงกัน.
ใจต่ำ ว. มีใจใฝ่ในทางเสีย.
ใจเติบ ว. มีใจกว้างขวางเกินสมควร; มีใจอยากให้มากไว้หรือใหญ่โตไว้.
ใจแตก ว. ประพฤติไปตามที่ตนนิยมในทางที่ผิดหรือนอกโอวาทจนเคยตัว.
ใจโต ว. มีใจกว้างเกินประมาณ, มักใช้เข้าคู่กับ หน้าใหญ่ เป็น หน้าใหญ่ใจโต.
ใจถึง ว. กล้าทํา, กล้าพูด.
ใจทมิฬ ว. มีใจดุร้าย, มีใจร้ายกาจ, บางทีก็ใช้คู่กับคำ หินชาติ เป็น
ใจทมิฬหินชาติ.
ใจน้อย ว. โกรธง่าย.
ใจนักเลง น. มีใจกล้าสู้; มีใจกว้างขวางกล้าได้กล้าเสีย.
ใจบาน ว. ดีใจ, ปลื้มใจ.
ใจบาป, ใจบาปหยาบช้า ว. มีใจฝักใฝ่ในทางชั่วร้าย.
ใจบุญ ว. มีใจฝักใฝ่ในการบุญ.
ใจเบา ว. ไม่ยั้งคิด, เชื่อง่าย.
ใจปลาซิว ว. มีใจไม่อดทน.
ใจป้ำ ว. กล้าได้กล้าเสีย.
ใจแป้ว ว. มีใจห่อเหี่ยว.
ใจฝ่อ ว. ตกใจ.
ใจพระ ว. มีใจบุญ, มีใจเมตตา.
ใจเพชร ว. ใจแข็ง.
ใจมา ว. มีหวังขึ้น เช่น ใจมาเป็นกอง ใจมาเป็นกระบุง.
ใจมาร ว. มีใจดุร้าย, มีใจอำมหิต, บางทีก็ใช้คู่กับ ใจยักษ์ เป็น ใจยักษ์ใจมาร.
ใจมือ น. มาตราตวงตามวิธีประเพณีของไทยโบราณ ๑๕๐ เมล็ดข้าว = ๑
ใจมือ ๔ ใจมือ = ๑ กำมือ และ ๘ กำมือ = ๑ จังออน; กลางฝ่ามือ.
ใจเมือง ว. ศูนย์กลางของเมือง, กลางเมือง เช่น เกิดเรื่องที่กลางใจเมือง.
ใจไม่ดี ว. ใจเสียเพราะกลัวหรือวิตกกังวล.
ใจไม้ไส้ระกำ ว. เพิกเฉยดูดาย, ไม่มีเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร.
ใจยักษ์ ว. มีใจดุร้าย, มีใจอํามหิต, บางทีก็ใช้คู่กับ ใจมาร เป็น ใจยักษ์ใจมาร.
ใจเย็น ว. ใจหนักแน่นไม่ฉุนเฉียว, ไม่รีบร้อน.
ใจร้อน ว. มีใจไม่หนักแน่น ฉุนเฉียวง่าย; มีใจรีบร้อนอยากจะให้เสร็จเร็ว ๆ.
ใจร้าย ว. ดุร้าย, ไม่ปรานี.
ใจเร็ว ว. ตกลงใจอย่างรวดเร็วโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ.
ใจเร็วด่วนได้ (สำ) ว. อยากได้เร็ว ๆ โดยไม่คิดให้รอบคอบ.
ใจลอย ว. เผลอสติ, เคลิบเคลิ้ม.
ใจสูง ว. มีใจที่อบรมมาดี, มีใจใฝ่ในทางดี.
ใจเสาะ ว. มีใจขี้กลัวหรือร้องไห้ง่าย, มีใจอ่อนแอ.
ใจเสีย ว. มีใจไม่ดีเพราะกลัวหรือวิตกกังวล, หมดกําลังใจ.
ใจหนักแน่น ว. มีใจอดทน, ไม่เชื่อง่าย.
ใจหาย ว. อาการที่ตกใจเสียวใจขึ้นทันที, ใช้ประกอบท้ายคําอื่นมี
ความหมายว่า มาก เช่น ดีใจหาย แพงใจหาย.
ใจหายใจคว่ำ ว. ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว.
ใจหิน ว. มีใจโหดเหี้ยม, มีใจที่แข็งมากไม่ยอมโอนอ่อน เช่น โจรใจหิน.
ใจเหี่ยวแห้ง ว. มีใจไม่สดชื่น.
ใจใหญ่ใจโต ว. มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เกินฐานะ.
ใจอ่อน ว. ยอมง่าย, สงสารง่าย.
ไจน. ด้ายหรือไหมที่แยกจากเข็ดแล้วมัดผูกไว้เพื่อไม่ให้ยุ่ง, ลักษณนาม
เรียกด้ายหรือไหมที่แยกออกจากเข็ดแล้วเช่นนั้น เช่น ด้ายไจหนึ่ง
ด้าย ๒ ไจ.
ไจ้(ถิ่น-พายัพ) น. ปีชวด.
ไจ้ ๆ(กลอน) ว. เนือง ๆ, บ่อย ๆ, เป็นอยู่อย่างนั้น, จะไจ้ ก็ว่า.
ไจร[ไจฺร] (กลอน) จร, จากไป, เช่น แลเอกจักร เจียรไจร. (สมุทรโฆษ).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒