ช ๑พยัญชนะตัวที่ ๑๐ เป็นพวกอักษรตํ่า ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กด
ในคําที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นต้น เช่น ราช คช กริช
แซนด์วิช.
ช ๒ในภาษาบาลีและสันสกฤต ถ้าใช้ประกอบท้ายคำบางคำ แปลว่า
เกิด เช่น บงกช ว่า เกิดในเปลือกตม หมายถึง บัว, วาริช ว่า เกิด
ในน้ำ หมายถึง ปลา, ทวิช ว่า เกิด ๒ ครั้งหมายถึงพราหมณ์, นก.
ชกก. ต่อยด้วยหมัดหรือกําปั้น.
ชกมวยน. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
ชกา[ชะ] (กลอน) น. นกสาลิกา. (กล่อมช้างของเก่า).
ชค[ชะคะ] (แบบ) น. แผ่นดิน เช่น ชคสัตว์ ว่า สัตว์ที่อาศัย
แผ่นดิน. (ป., ส.).
ชคดี[ชะคะดี] น. แผ่นดิน เช่น แลเนืองนองด้วยมนุษยชาติ
เดียรดาษชคดี. (ม. คําหลวง วนปเวสน์). (ป. ชคติ; ส. ชคตี).
ชคัตตรัย[ชะคัดไตฺร] (แบบ) น. โลก ๓ เช่น ชคัตตรยาพดง ว่า ผู้เป็นยอด
ของ โลก ๓. (ม. คําหลวง วนปเวสน์).
ชคดีดู ชค.
ชคัตตรัยดู ชค.
ชง ๑ก. เทนํ้าร้อนลงบนใบชาหรือยาเป็นต้นเพื่อให้รสออก.
ชง ๒(ถิ่นปักษ์ใต้) ว. งง, ชะงัก, ประหม่า.
ชงคา(กลอน) น. ราชโองการ เช่น ชุลีกรรับชงคาครรไล.
(นิ. เกาะแก้วกัลกตา).
ชงโคน. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Bauhinia purpurea L. ในวงศ์
Leguminosae ดอกสีชมพูอมแดง หรือม่วงแดง.
ชงฆ, ชงฆ์, ชงฆา[ชงคะ] (กลอน; แบบ) น. แข้ง, ราชาศัพท์ว่า พระชงฆ์.
(ป. ชงฺฆ; ส. ชงฺฆา).
ชงโลง ๑น. โพง, เครื่องวิดนํ้ารูปคล้ายเรือครึ่งท่อน มีด้ามถือ ผูกแขวน
เข้ากับขาหยั่ง แล้วจับด้ามให้พุ้ยนํ้าเข้าออกตามต้องการ,
โชงโลง ก็ว่า, (ถิ่น–อีสาน) กะโซ้. (ข. โชฺรง).
(รูปภาพ ชงโลง)
ชงโลง ๒ดู กดเหลือง.
ชฎา[ชะดา] น. เครื่องสวมศีรษะรูปคล้ายมงกุฎ, ผมที่เกล้าเป็นมวย
สูงขึ้น. (ป., ส. ชฏา).
ชฎากลีบ น. ชฎารูปเหมือนชฎาเดินหน แต่มีกลีบเป็นลาย
ประดับมาก.
ชฎาธาร น. ผู้ทรงไว้ซึ่งชฎา.
ชฎาเดินหน น. ชฎายอดงอนที่มีกลีบ.
ชฎาแปลง น. ชฎารูปเหมือนชฎากลีบแต่ไม่มีลวดลาย.
ชฎาพอก น. ชฎาที่ทําสําหรับสวมพระศพเจ้านาย.
ชฎามหากฐิน น. ชฎาที่ทํายอดเป็น ๕ ยอด มีขนนกการเวกปัก
ตอนบน, ชฎาห้ายอด ก็เรียก.
ชฎามังษี, ชฎามังสีน. โกฐชฎามังษี. (ดู โกฐชฎามังษี, โกฐชฎามังสี ที่ โกฐ).
ชฎิลน. ผู้มีผมมุ่นเป็นชฎา, นักพรตพวกหนึ่งที่เราเรียกว่า ฤษี.
(ป., ส.).
ชดก. ทําให้ชุ่มชื่น, ใช้แทนที่เสียไป. ว. อ่อน, ช้อย, งอนอย่าง
งอนรถ.
ชดช้อย ว. อ่อนช้อย เช่น กิริยาชดช้อย; มีลักษณะกิริยาท่าทาง
งดงาม เช่น คนชดช้อย, ช้อยชด ก็ว่า.
ชดเชย ก. ใช้แทนสิ่งที่เสียไป, เพิ่มเติม.
ชดใช้ ก. ใช้ค่าใช้จ่ายที่ทดรองจ่ายไปก่อนแล้ว, ให้ทดแทน
สิ่งที่ใช้ หรือเสียไป.
ชทึง[ชะ] (กลอน) น. แม่นํ้า เช่น ชลชทึงบึงบาง. (ประกาศ
พระราชพิธี), ใช้ว่า จทึง ฉทึงชรทึง สทิง สทึง หรือ สรทึง ก็มี.
(ข. สฺทิง ว่า คลอง).
ชน ๑ก. โดนแรง ๆ เช่น รถยนต์ชนต้นไม้, ชิดจนติด เช่น ตั้งตู้
ชนฝา; บรรจบ เช่น ชนขวบ; ให้ต่อสู้กัน เช่น ชนโค ชนไก่.
น. เรียกไก่อูชนิดหนึ่งที่เลี้ยงไว้ชนกันว่า ไก่ชน.
ชนช้าง ก. ขี่ช้างรบกัน.
ชน ๒, ชน[ชนนะ] น. คน (มักใช้ในภาษาหนังสือ).(ป., ส.).
ชนบท [ชนนะบด] น. บ้านนอก, เขตแดนที่พ้นจากเมืองหลวง
ออกไป. (ป., ส. ชนปท).
ชนกลุ่มน้อย, ชนหมู่น้อย น. ชนต่างเผ่าหรือต่างเชื้อชาติที่อยู่
อาศัยรวมกันกับชนเผ่าอื่นหรือเชื้อชาติอื่นที่มีจํานวนมากกว่า.
ชนินทร์ น. ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน. (ส. ชน + อินฺทฺร).
ชนก, ชนก[ชะนก, ชะนะกะ] น. ชายผู้ให้เกิด, พ่อ. (ป., ส.).
ชนกกรรม [ชะนะกะกํา] น. กรรมอันนําให้เกิดหรือกรรมอัน
เป็นต้นเค้าทั้งข้างดีหรือข้างชั่ว เช่น กรรมอันทําให้เกิดเป็นคน
ชั้นสูง เป็นชนกกรรมฝ่ายกุศล. (อรรถศาสน์).
ชนนี[ชนนะนี] น. หญิงผู้ให้เกิด, แม่. (ป., ส.).
ชนม, ชนม์[ชนมะ, ชน] น. การเกิด. (ส. ชนฺมนฺ).
ชนมพรรษา [ชนมะพันสา] น. อายุ. (ส. ชนฺมวรฺษ ว่า ขวบปี
ที่เกิดมา).
ชนมาพิธี, ชนมายุพิธี [ชนนะ] น. อายุ, อายุขัย, กําหนดอายุ,
เช่น ครั้นว่าจะสิ้นชนมาพิธีแล้วก็เสด็จเข้าสู่นฤพานแล.
(ไตรภูมิ), ก็อยู่จนสิ้นชนมายุพิธี ในธรณีดลน้นน. (ม. คําหลวง
ทศพร). (พิธี ว่า กําหนด).
ชนมาพิธี, ชนมายุพิธีดู ชนม, ชนม์.
ชนวน ๑[ชะ] น. ชื่อหินชนิดหนึ่งเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนติดกัน เนื้อแน่น
และละเอียดมีสีต่าง ๆ กันตั้งแต่สีเทาไปจนถึงสีเทาแก่ และสีดำ
สีน้ำเงิน ที่มีสีแดง สีเขียว สีม่วง ก็มี;เรียกกระดานเขียน
หนังสือทําด้วยไม้ทาสมุกบ้าง ด้วยแผ่นหินชนวนบ้าง ว่า
กระดานชนวน; ดินปืนที่ใช้ จุดให้ไฟลุกแล่นเข้าไปติดดิน
ระเบิด, ถ้ามีกระดาษห่อดินปืนม้วนเป็นเส้น เรียกว่า สายชนวน;
เรียกเทียนที่จุดไว้เพื่อใช้จุดต่อว่า เทียนชนวน; โดยปริยาย
หมายความว่า ต้นเหตุให้เกิดเรื่องอื่นขึ้นต่อไป เช่น
ชนวนสงคราม.
ชนวน ๒[ชะ] ดู ฉนวน ๔.
ชนะ ๑[ชะ] ก. ทําให้อีกฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้.
ชนะ ๒[ชะ] น. ชื่อกลองชนิดหนึ่ง รูปเหมือนกลองแขก ใช้ตีด้วยไม้
ใช้เฉพาะในงานหลวง.
ชนัก[ชะ] น. เครื่องแทงสัตว์ชนิดหนึ่ง ทําด้วยเหล็กปลายเป็นรูป
ลูกศร มีด้ามยาวมีเชือกชักเมื่อเวลาพุ่งไปถูกสัตว์; เครื่องผูกคอ
ช้างทําด้วยเชือกเป็นปมหรือห่วงห้อยพาดลงมาเพื่อให้คนที่
ขี่คอใช้หัวแม่เท้าคีบกันตก.
(รูปภาพ ชนัก)
ชนักติดหลัง (สํา) น. ความชั่วหรือความผิดที่ยังติดตัวอยู่.
ชนา[ชะ] (กลอน) น. ชน เช่น เอาลวดถักคั่นกันชนา.
(นิ. เกาะแก้วกัลกตา).
ชนาง[ชะ] น. เครื่องดักปลาและสัตว์ป่า เช่น บ้างวงข่ายราย
รอบปาก ชนาง. (ไชยเชฐ). (ข.).
ชนิด[ชะ] น. อย่าง เช่น มี ๒ ชนิด, จําพวก เช่น คนชนิดนี้.
ชนินทร์ ดู ชน ๒, ชน.
ชเนตตี[ชะเนดตี] น. แม่ เช่น ชเนตตีสมะนามกร. (ฉันท์วรรณพฤติ).
(ป.; ส. ชนยิตฺรี).
ชบา[ชะ] น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Hibiscus rosasinensis L. ในวงศ์
Malvaceae ดอกมีสีต่าง ๆ พันธุ์ที่สีแดงดอกและยอดใช้
ทํายาได้.
ชบาหนู น. ชื่อไม้พุ่ม ๒ ชนิด ในสกุล Malvaviscus วงศ์
Malvaceae ลักษณะคล้ายดอกชบาแต่ดอกเล็กกว่าและไม่บาน
ชนิด M. arboreus Cav.ดอกตั้ง ชนิด M. penduliflorus DC.
ดอกห้อยลง.
ชปโยค[ชะปะโยก] (แบบ) น. มนตร์กระซิบ เช่น สมมุขบ่ายบูชา
ชปโยค. (เฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์). (ส. ชปฺ + โยค).
ชม ๑ก. สรรเสริญ, ยกย่อง; ดู (ใช้ในที่สุภาพ) เช่น เชิญชมของ
ในร้าน, ดูเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินใจหรือชื่นใจ เช่น
ชมสวน ชมนกชมไม้.
ชมชัว ก. ชื่นชม, รื่นรมย์, เช่น สองฟากนํ้าพลชมชัว.
(สมุทรโฆษ), ชัวชม ก็ว่า.
ชมชาญ ก. เหิม, รื่นเริง, เช่น เสียงโห่เอาชัยชมชาญ.
(สมุทรโฆษ).
ชมเชย ก. ยกย่อง, สรรเสริญ; แสดงกิริยาเสน่หา.
ชมไช (กลอน) ก. ชื่นชมยินดี, รื่นเริง, เช่น
พนคณนกหคชมไช. (ม. คําหลวง มหาพน).
ชมเปาะ ก. ชมไม่ขาดปาก, ชมด้วยความจริงใจ.
ชม ๒น. ชื่อเพลงไทยจําพวกหนึ่ง มีชื่อขึ้นต้นด้วยคําว่า ชม เช่น
ชมดง ชมตลาด.
ชมดชม้อย[ชะมดชะม้อย] ก. อายเหนียมอย่างชดช้อย.
ชมนาด[ชมมะ] น. ชื่อไม้เถาชนิด Vallaris glabra Kuntze ในวงศ์
Apocynaceae ดอกสีขาวเป็นช่อ กลิ่นเหมือนข้าวใหม่,
ดอกข้าวใหม่ ก็เรียก, เขียนเป็น ชํามะนาด ก็มี.
ชมบ[ชะมบ] น. ผีผู้หญิงที่ตายในป่าและสิงอยู่ในบริเวณที่ตาย
มีรูปเห็นเป็นเงา ๆ แต่ไม่ทําอันตรายใคร, ฉมบ หรือ ทมบ
ก็ว่า.
ชมพู ๑(แบบ) น. ไม้หว้า. (ป., ส. ชมฺพุ).
ชมพูทวีป (แบบ) น. ดินแดนที่เป็นประเทศอินเดีย ปากีสถาน
เนปาลและบังกลาเทศในปัจจุบัน; ทวีปใหญ่อยู่ทางทิศใต้
ของเขา พระสุเมรุ เป็นทวีป ๑ ใน ๔ ทวีปได้แก่ อุตรกุรุทวีปหรือ
อุตรกุรูทวีป บุพวิเทหทวีป ชมพูทวีป และอมรโคยานทวีป.
ชมพูนท, ชมพูนุท น. ทองคําเนื้อบริสุทธิ์ (ในคัมภีร์ไตรภูมิ
กล่าวว่าเกิดใต้ต้นหว้า), ใช้ว่า ชามพูนท ก็มี. (ส. ชามฺพูนท ว่า
เกิดในแม่นํ้าชมพูนที).
ชมพู ๒ว. สีแดงอ่อน, สีแดงเจือขาว.
ชมพู่น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางหลายชนิดในสกุล Syzygium วงศ์
Myrtaceae ผลกินได้ เช่น ชมพู่แก้มแหม่ม [S. samarangense
(Blume) Merr. et L.M. Perry] ชมพู่นํ้าดอกไม้ [S. jambos
(L.) Alston] ชมพู่สาแหรก [S. malaccensis (L.) Merr. et
L.M. Perry].
ชมพูพาดบ่าน. ท่ารําชนิดหนึ่งแห่งควาญช้าง รําเมื่อนําช้างบํารูงาเสร็จ
ครั้งแรกแล้ว.
ชมรมน. ที่พักชั่วคราวของกลุ่มบุคคล; ที่ประชุมของกลุ่มบุคคลที่มี
จุดประสงค์เพื่อประโยชน์บางประการร่วมกัน เช่น ชมรม
นักวรรณศิลป์ ชมรมพุทธศาสตร์, โชมโรม ก็ว่า.
ชมเลาะ(โบ) ก. ทะเลาะ เช่น ความชมเลาะกันก็จแรก.
(ม. คําหลวง วนปเวสน์). (ข. เฌฺลาะ ว่า ทะเลาะ).
ชมสวนสวรรค์น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.
ชม้อย[ชะ] ก. ช้อนตาลอบชําเลืองดูด้วยความสนใจ.
ชมัน[ชะ] ดู กระโดงแดง (๑).
ชมา[ชะ] น. แมว. (ข.).
ชม้าย[ชะ] ก. ชายหางตาดูด้วยความสนใจ.
ชไม[ชะ] ว. ทั้งคู่, ทั้ง ๒. (ข.).
ชย, ชย[ชะยะ] น. การชนะ. (ป., ส.). (ดู ชัย).
ชยา[ชะ] (แบบ) น. สายธนู. (ป. ชิยา; ส. ชฺยา).
ชโย[ชะ] น. ความชนะ. (คําเดียวกับ ชัย). อ. คําที่เปล่งเสียง
อวยชัยให้พรหรือแสดงความดีใจเมื่อได้รับชัยชนะเป็นต้น.
ชร ๑[ชอน] น. ลวดลาย, ลายประกอบริม, ระบาย, เช่น
ขนนเขนยชร. (ข.).
ชร ๒[ชอน] น. น้ำ เช่น ชรเซาะเขาเราตกแต่ง. (คําฤษดี), ชรธารา.
(ม. คําหลวง วนปเวสน์).
ชร ๓[ชฺระ] เป็นพยางค์หน้าของคําที่ตั้งต้นด้วยตัว ช ในบทกลอน
เช่น ชทึง เป็น ชรทึง.
ชรงำ[ชฺระ] (กลอน) ว. คลุ้ม, มืด, งำ, เช่น เปนไพรชัฏชรงำผลู.
(สมุทรโฆษ).
ชรทึง[ชฺระ] น. แม่นํ้า, ใช้ว่า จทึง ฉทึง ชทึง สทิง สทึง หรือ สรทึง
ก็มี. (ข. สฺทึง ว่า คลอง).
ชรโมล[ชฺระโมน] (กลอน) น. ทโมน, ลิงตัวผู้ขนาดใหญ่, เช่น
มีชระมดชรโมลตาม. (สมุทรโฆษ). (ข. โฌฺมล ว่า สัตว์ตัวผู้).
ชรไม[ชฺระ] ว. ชไม, ทั้งคู่.
ชรราง[ชฺระ] (กลอน) ก. ราง ๆ เช่น แฝงข่าวยินเยียชรราง.
(แช่งนํ้า).
ชรริน[ชฺระ] (กลอน) ก. ประดับ เช่น ชรรินชรเรือดแฝง มณิเพ็ญดู
เพรี้ยมพราย. (สมุทรโฆษ).
ชรเรือด[ชฺระ] (กลอน) ก. แทรก เช่น ชรรินชรเรือดแฝง มณิเพ็ญดู
เพรี้ยมพราย. (สมุทรโฆษ). (ข. เชฺรียต, เชียต).
ชรแรง[ชฺระ] (กลอน) ว. แรง ๆ, ขลัง, เช่น เยียชรแรง. (แช่งนํ้า).
ชรแร่ง[ชฺระ] (กลอน) ก. แบ่ง, แยก, เช่น ฟ้าชรแร่งหกคลอง ช่วยดู.
(แช่งนํ้า).
ชรโลง[ชฺระ] (กลอน) ก. ชโลง, จูง, พยุง, โยง.
ชรอกชรัง[ชฺรอกชฺรัง] ก. ซอกซอน, ซอกแซก.
ชรออบ[ชฺระ] (กลอน) ก. ชอบ เช่น ธมาพักชรออบ คืนเดียวชอบ
ชีนอน. (ม. คําหลวง กุมาร).
ชรอัด[ชฺระ] (กลอน) ว. ชัด เช่น ลางหมู่งาชรอัดชรแอ้น.
(ม. คําหลวง มหาราช).
ชรอ่ำ[ชฺระ] (กลอน) ว. ชอํ่า, มืดมัว, มืดครึ้ม, เช่น ชรอ่ำฟ้าใต้
แผ่นหงาย. (แช่งน้ำ), ฟ้าหล้าเข็ดขาม ชรอื้อชรอ่ำอับทิศ.
(สมุทรโฆษ).
ชรอื้อ[ชฺระ] (กลอน) ว. ชื้อ, ชอื้อ, มืดมัว, มืดคลุ้ม, ครึ้ม, อับแสง,
เช่น ด่งงไซรชรเอมชรอื้อ อรทื้อแทบทางเดอร. (ม. คำหลวง
ชูชก), ฟ้าหล้าเข็ดขาม ชรอื้อชรอ่ำอับทิศ. (สมุทรโฆษ).
ชรอุ่ม[ชฺระ] (กลอน) ว. ชอุ่ม, มืดคลุ้ม, มืดมัว, เช่น อากาศชร
อุ่มอับ ทิศบังด้วยธุลี. (สุมทรโฆษ).
ชระ ๑[ชฺระ] ว. สะอาด, บริสุทธิ์, เช่น ให้ฉลักแสบกภาพอันชระ.
(สมุทรโฆษ).
ชระ ๒[ชฺระ] เป็นพยางค์หน้าของคําในบทกลอน เช่น ชระงม
ชระง่อน.
ชระงม[ชฺระ] (กลอน) น. ป่ากว้าง, ป่าใหญ่. ว. เปลี่ยวเปล่า,
เงียบสงัด, เช่น อยู่ชระงมนั้น. (ม. คําหลวง มหาราช).
ชระง่อน[ชฺระ] (กลอน) น. ชะง่อน, หินที่เป็นปุ่มเป็นแง่ยื่น
ออกมาจากเขา.
ชระงำ[ชฺระ] (กลอน) ว. คลุ้ม, มืด, งำ.
ชระดัด[ชฺระ] (กลอน) ก. ดัด.
ชระดื่น[ชฺระ] (กลอน) ว. ดื่น.
ชระเดียด[ชฺระ] (กลอน) ว. รายไป, เรียดไป, โบราณเขียนเป็น ชรดียด
ก็มี เช่น ผลักให้ตากตนอยียด ชรดียดด้าวดิ้นดรนอนอยู่แล.
(ม. คำหลวง กุมาร).ชระเดียดชระดัด (กลอน)
ว. เกลื่อนกล่น, ดาษดื่น.
ชระบอบ[ชฺระ] (กลอน) ก. บอบชํ้า, เมื่อยล้า.
ชระบาบ[ชฺระ] (กลอน) ว. ราบเรียบ, เสมอ.
ชระมด[ชฺระ] (กลอน) น. ชะมด.
ชระมัว[ชฺระ] (กลอน) ว. ขมุกขมัว, ยังไม่สว่าง, เช้าตรู่, มืด, เช่น
ชระมัวทั่วทิศเอียง อากาศ. (นิ. นรินทร์).
ชระมื่น[ชฺระ] (กลอน) ว. ทะมื่น เช่น ผีพรายชระมื่น ดําช่วยดู.
(แช่งนํ้า).
ชระมุกชระมอม[ชฺระ] (กลอน) ว. ขะมุกขะมอม.
ชระมุ่น[ชฺระ] (กลอน) ว. มุ่น, นุ่ม, เช่น ลานโลมวิไลแถงชระมุ่น
อกเอย. (นิ. นรินทร์).
ชระเมียง[ชฺระ] (กลอน) ก. เมียง, มองดู.
ชระเมียน[ชฺระ] (กลอน) ก. ชม, ดู
ชระลอ[ชฺระ] (กลอน) ก. ชะลอ, พยุงให้เคลื่อนไป, ประคองไว้.
ชระลอง, ชระล่อง[ชฺระ] น. ทางล่อง, ซอกเขา, ลําธาร, เช่น ผู้ชระลองล่วงห้วง
มหรรณพ. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์).
ชระลั่ง[ชฺระ] (กลอน) ก. ทะลึ่งทะลั่ง เช่น จงสองเจ้าอย่าได้
ทะลิ่นชระลั่งคอยนั่งเฝ้าพระบาท. (ม. คําหลวง กุมาร).
ชระลัด[ชฺระ] (กลอน) น. ทางลัดไปได้.
ชระล้ำ[ชฺระ] (กลอน) ก. ลํ้า. (ดุษฎีสังเวย).
ชระลุ[ชฺระ] (กลอน) ก. ปรุ, สลัก, ฉลุ.
ชระแลง[ชฺระ] (กลอน) น. ชะแลง.
ชระอับ[ชฺระ] (กลอน) ว. อับ, มืดมัว, มืดคลุ้ม.
ชระอาบ[ชฺระ] (กลอน) ก. อาบ, ชโลม, ทา, ทําให้ซึมซาบ.
ชระเอม[ชฺระ] (กลอน) ว. ร่มเย็น เช่น ดั่งฤๅดั่งไทรชระเอมชรอื้อ.
(ม. คําหลวง ชูชก).
ชรัด[ชฺรัด] (กลอน) ก. ซัด เช่น หมู่หนึ่งชรัดด้วยทองแดง.
(ม. คําหลวง มหาราช).
ชรัว[ชฺรัว] น. ซอกเขา, หุบเขา.
ชรา[ชะ] ว. แก่ด้วยอายุ, ชํารุดทรุดโทรม. (ป., ส.).
ชราธรรม ว. มีชราเป็นธรรมดา, มีความแก่ความชํารุด
ทรุดโทรมเป็นธรรมดา.
ชราภาพ น. ความแก่ด้วยอายุ, ความชํารุดทรุดโทรม, เช่น
อันทุพพลชรา ภาพแล้ว. (โลกนิติ).
ชรากากี[ชะ] น. ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง. (โอสถพระนารายณ์).
ชราบ[ชฺราบ] (โบ) ก. ทราบ. (ข. ชฺราบ).
ชราบชรับ[ชฺราบชฺรับ] ก. ซึมซาบ.
ชรายุ[ชฺรา] (แบบ) น. คราบงู, รกที่ห่อหุ้มลูกคนหรือลูกสัตว์. (ส.).
ชริน[ชะ] ก. ประดับ เช่น กรุงชรินไว้.
ชรุก[ชฺรุก] (กลอน) ก. ซุก, แอบ, แทรก, เอาของไปแอบแฝงไว้,
เช่น ช่อช้อยชรุกระโยงยาน. (ม. คําหลวง จุลพน).
ชรูบ[ชฺรูบ] (โบ) ว. ซูบ.
ชล, ชล[ชน, ชนละ] น. นํ้า. (ป., ส.).
ชลจร น. ทางนํ้า, สัตว์นํ้า, เช่น ค้าวเขือเชื้อชลจรและ
ช่อนสลับ. (สมุทรโฆษ).
ชลจัณฑ์ น. นํ้าจัณฑ์ เช่น ชื่อชลจัณฑ์ ดุมุเมามน.
(จิตรปทาฉันท์).
ชลชาติ น. นํ้า เช่น ประพรมพระเจ้าด้วยชลชาติ. (ม. คําหลวง
มัทรี); สัตว์นํ้า เช่น ลงดําสํ่ามัจฉา ชลชาติ. (โลกนิติ).
ชลธาร น. ลํานํ้า, ลําคลอง, ร่องนํ้า, ห้วย, ทะเลสาบ.
ชลธารก น. สายนํ้า, กระแสนํ้า.
ชลธิศ น. ชลธี, ทะเล.
ชลธี น. ทะเล. (ป.).
ชลนัยน์, ชลนา, ชลเนตร (กลอน) น. นํ้าตา.
ชลประทาน [ชนละ, ชน] น. การทดนํ้าและระบายนํ้า
เพื่อการเพาะปลูกเป็นต้น.
ชลมารค [มาก] น. ทางนํ้า เช่น กระบวนเสด็จ
พระราชดำเนินโดยทางชลมารค. (ส.).
ชลสถาน น. บ่อ, สระ. (ส.).
ชลัมพุ (แบบ) น. นํ้า เช่น และไขชลัมพุธารา.
(อภิไธยโพธิบาทว์). (ป. ชล + อมฺพุ).
ชลาธาร น. บ่อ, สระ. (ส.).
ชลาพุช, ชลามพุช น. สัตว์ที่เกิดในครรภ์. (ป.; ส. ชรายุช).
ชลาลัย น. ทะเล, แม่นํ้า. (ป., ส. ชล + อาลย = ที่อยู่ของนํ้า).
ชลาศัย น. บ่อ, สระ, ทะเล; ปลา. (ส.; ป. ชลาสย).
ชลาสินธุ์ น. ทะเล, แม่น้ำ, เช่น ข้าเป็นไรแทรกขนสุบรรณ
บิน เร็วรีบยิ่งมหาวายุพัดกวักกวัดปีกข้ามชลาสินธุ์. (กากี), น้ำ
เช่น พระเหลือบเล็งชลาสินธุ์ ในวารินทะเลวน ก็เห็นรูป
อสุรกล ซึ่งกลายแกล้งเป็นสีดา. (พากย์นางลอย).
ชโลทร [ชะโลทอน] น. แม่นํ้า, ทะเล, ห้วงนํ้า, ท้องนํ้า.
(ป., ส. ชล + อุทร).
ชลัมพุดู ชล, ชล.
ชลาธารดู ชล, ชล.
ชลาพุช, ชลามพุชดู ชล, ชล.
ชลาลัยดู ชล, ชล.
ชลาศัยดู ชล, ชล.
ชลาสินธุ์ดู ชล, ชล.
ชลี(กลอน) ก. อัญชลี, ไหว้, เช่น ชลีกรงอนงามกิริยา. (อิเหนา).
(ตัดมาจาก อัญชลี).
ชลูกา(แบบ) น. ปลิง, ชัลลุกา ก็ใช้. (ส., ป. ชลุกา, ชลูกา).
ชเล(โบ) น. ทะเล, ในนํ้า, ใช้เป็นส่วนหน้าสมาสก็มี เช่น ชเลจร
ว่า ผู้เที่ยวไปในนํ้า.
ชโลง[ชะ] (โบ) ก. พยุงไว้ไม่ให้เซ, จรรโลง, จูง เช่น
ให้เป็นหลักชโลงจิต. (กฎ. ราชบุรี).
ชโลทรดู ชล, ชล.
ชโลม[ชะ] ก. ลูบไล้ให้เปียก เช่น ชโลมยา ชโลมนํ้ามันยาง;
ทำให้ชุ่มชื่น เช่น ชโลมใจ.
ชว[ชะวะ] (แบบ) ว. เร็ว, (มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาส) เช่น
ชวการ ชวกิจ ชวเลข, แผลงเป็น เชาว์ ก็มี.
ช่วง ๑น. ตอน, ระยะ (ที่ต่อเนื่อง). ก. รับเป็นตอน เช่น
รับช่วง เช่าช่วง.
ช่วงเมือง (โบ) น. เมืองเล็กที่ขึ้นแก่ประเทศราช.
ช่วง ๒ว. สว่าง, รุ่งโรจน์.
ช่วงโชติ ก. สว่างรุ่งโรจน์, โชติช่วง ก็ว่า.
ช่วง ๓ก. มักใช้พูดเข้าคู่กับคํา ใช้ เป็น ช่วงใช้. (ไทยใหญ่
ช่วง ว่า ใช้).
ช่วงใช้ ก. รับใช้ เช่น เป็นข้าช่วงใช้.
ช่วงบาท น. ผู้อยู่ในระยะเท้า ''คือ ใกล้เท้า หมายความ
ว่า ผู้รับใช้''.
ช่วง ๔ก. แย่ง, ชิง, มักใช้พูดเข้าคู่กับคํา ชิง เป็น ช่วงชิง หรือ ชิงช่วง.
ช่วงชัย น. การเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่ง นิยมเล่นในเทศกาล
เช่น สงกรานต์ มีผู้เล่นหลายคน แบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ชายฝ่าย
หนึ่ง หญิงฝ่ายหนึ่ง ยืนหันหน้าเข้าหากัน ห่างพอที่จะใช้
ลูกช่วงที่ทําด้วยผ้าขาวม้าเป็นต้นเป็นลูกกลม ๆ ผูกให้แน่น
โยน หรือปาให้กัน ถ้าฝ่ายใดรับได้แล้วปาไปถูกคนใดคนหนึ่ง
ของฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายนั้นก็เป็นฝ่ายแพ้ มี ๓ ชนิด คือ ช่วงรํา
ผู้แพ้ต้องออกไปรํา ช่วงใช้ ผู้แพ้ต้องไปอยู่อีกข้างหนึ่ง และ
ช่วงขี้ข้า ผู้แพ้ต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งขี่คอ.
ช่วงชิง ก. แย่งชิง.
ช่วงทรัพย์(กฎ) ก. เอาทรัพย์สินอันหนึ่งแทนที่ทรัพย์สินอีกอันหนึ่ง
ซึ่งมีฐานะทางกฎหมายอย่างเดียวกันกับทรัพย์สินอันก่อน.
ช่วงสิทธิ์(กฎ) ก. เข้าสวมสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่
เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้ รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนาม
ของตนเอง.
ชวด ๑น. ชื่อปีที่ ๑ ของรอบปีนักษัตร มีหนูเป็นเครื่องหมาย.
(ข. ชูต).
ชวด ๒ก. ผิดหวัง, ไม่ได้ดังหวัง.
ชวด ๓(ปาก) น. พ่อหรือแม่ของปู่ ย่า ตา ยาย, ทวด ก็ว่า.
ชวน ๑ก. จูงใจ, โน้มนํา, เช่น ชวนกิน; ชักนํา, ขอให้ทําตาม, เช่น
ชวนไปเที่ยว.
ชวนหัว ว. ที่ทําให้ขบขัน เช่น เรื่องชวนหัว ละครชวนหัว.
ชวน ๒[ชะวะนะ] (แบบ) น. ความเร็ว, ความไว, ความเร็ว
ของปัญญาหรือความคิด, แผลงเป็น เชาวน์ ก็มี. (ป., ส.).
ชวนชมน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Adenium obesum Balf. ในวงศ์ Apocynaceae
ดอกมีหลายสี เช่น สีแดง ขาว ชมพู ม่วง ปลูกเป็นไม้ประดับ.
ชวยก. พัดอ่อน ๆ, พัดเรื่อย ๆ, (ใช้แก่ลม).
ช่วยก. ส่งเสริมเพื่อให้สําเร็จประโยชน์; ป้องกัน เช่น ช่วยไม่ได้.
ช่วยเหลือ ก. ช่วยกิจการของเขาเพื่อให้พร้อมมูลขึ้น.
ชวร, ชวระ[ชวน, ชะวะระ] (แบบ) น. ไข้, ความไข้. ก. เป็นไข้, ป่วย.
(ส.; ป. ชร).
ชวลิต[ชะวะลิด] (แบบ) ว. รุ่งเรือง, รุ่งโรจน์, สว่าง.
(ส. ชฺวลิต; ป. ชลิต).
ชวัก[ชะ] (กลอน) ก. ชัก เช่น เคล้าฟ้าเคลือกเปลวลาม พระราม
พระลักษณชวักอร. (แช่งน้ำ).
ชวา[ชะ] น. ชื่อเกาะสําคัญที่สุดและเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของ
ประเทศอินโดนีเซีย, (โบ) ใช้ว่า ยะวา ก็มี, เรียกประชาชน
ที่พูดภาษาชวาว่า ชาวชวา; ชื่อปี่ชนิดหนึ่ง เรียกว่า ปี่ชวา.
ชวาล[ชะ] (แบบ) น. ความรุ่งเรือง, เปลวไฟ, โคมไฟ;
ความสว่าง. ว. ซึ่งลุกโพลง, สว่างโพลง. (ส. ชฺวาล; ป. ชาลา).
ชวาลา[ชะ] (โบ) น. เครื่องตามไฟชนิดหนึ่ง ใช้ตั้งหรือแขวน
มีรูปเป็นหม้อกลม สำหรับใส่น้ำมันมีพวยยื่นมาใช้ใส่
ไส้จุดไฟ.
ช่อ ๑น. ใบไม้หรือดอกไม้ที่แตกออกเป็นพวง, เรียกดอกของต้นไม้
บางชนิดเช่นมะม่วงและสะเดาที่ออกดอกเล็ก ๆ เป็นกลุ่มหรือ
เป็นพวงว่า ช่อมะม่วง ช่อสะเดา, ใบไม้หรือดอกไม้ที่ผูกเป็น
กลุ่ม หรือเป็นพวง, โดยปริยายเรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึง
เช่นนั้น เช่น ช่อดอกไม้ไฟโคมช่อองุ่น.
ช่อฟ้า น. ชื่อตัวไม้ที่ติดอยู่บริเวณหน้าจั่ว รูปเหมือนหัวนาค
ชูขึ้นเบื้องบน.
ช่อม่วง น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง. (เห่เรือ); ชื่อดอกไม้ไฟชนิดหนึ่ง.
ช่อ ๒ก. ชักรอก.
ชอก ก. ชํ้า, มักใช้พูดเข้าคู่กับคํา ชํ้า เป็น ชอกชํ้า หรือ ชํ้าชอก.
ชอกช้ำ ก. บอบชํ้ามาก, ชํ้าชอก ก็ว่า.
ช็อกน. สภาวะที่ร่างกายเสียเลือดจนความดันเลือดต่ำมาก หรือถูก
กระทบจิตใจอย่างรุนแรงหรือถูกกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
เป็นต้น จนทำให้เป็นลมหรือหมดสติในทันที. (อ. shock).
ช็อกโกเลต, ช็อกโกแลตน. ขนมหวานทําจากเมล็ดโกโก้และนํ้าตาล บางชนิดก็มี
ไส้หวาน. ว. เรียกสีอย่างสีนํ้าตาลไหม้ ว่า สีช็อกโกเลต หรือ
สีช็อกโกแลต. (อ. chocolate).
ชองน. ชื่อชนกลุ่มน้อยเผ่าหนึ่งในตระกูลมอญ–เขมร มีมาก
ทางตอนเหนือของจังหวัดจันทบุรี, เรียกตัวเองว่า สําเร
หรือ ตําเหรด, เขมรเรียกว่า พวกปอร.
ช่องน. ที่ว่างซึ่งเป็นทางเข้าออกได้ เช่น ช่องเขา ช่องหน้าต่าง
ช่องลม; โอกาส เช่น ไม่มีช่องที่จะทําได้.
ช่องกุด น. ประตูแบบมียอดที่เจาะกําแพงเมืองหรือกําแพงวัง
ชั้นนอกเป็นทางเข้าออก.
ช่องเขา น. เส้นทางที่ใช้เป็นทางข้ามจากทิวเขาด้านหนึ่งไป
ยังอีกด้านหนึ่ง, ช่องที่อยู่ในระหว่างเขา ๒ ลูก.
ช่องแคบ น. ทางนํ้ายาวที่อยู่ระหว่างแผ่นดินหรือเกาะ
เชื่อมต่อทะเลทั้ง ๒ ข้าง.
ช่องดาล น. รูสําหรับสอดลูกดาลเข้าไปเขี่ยดาลที่ขัด
บานประตู.
ช่องตีนกา น. ช่องอิฐโปร่งหรือที่ก่อเป็นช่องลึกรูปกากบาท
ใต้แนวใบเสมาของกำแพงเมืองหรือกำแพงวัง.
ช่องไฟ น. ช่องว่างระหว่างตัวหนังสือ; (ศิลปะ) บริเวณที่
เว้นไว้เป็นพื้นเท่า ๆ กันระหว่างลวดลายแต่ละตัว.
ช่องว่าง น. ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงที่ทำให้เข้ากันยาก เช่น
ช่องว่างระหว่างชนชั้น ช่องว่างระหว่างวัย.
ช้องน. ผมสําหรับเสริมผมให้ใหญ่หรือยาว.
ช้องนางน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Thunbergia erecta T. Anders. ในวงศ์
Acanthaceae ดอกสีม่วงนํ้าเงินเข้มหรือขาว หลอดดอก
ด้านในสีเหลืองเข้ม.
ช้องนางคลี่น. ชื่อไม้อิงอาศัยไร้ดอกชนิด Lycopodium phlegmaria L.
ในวงศ์ Lycopodiaceae ลําต้นยาวห้อยลง แยกแขนงเป็นคู่ ๆ.
ช้องแมวดู ซ้องแมว.
ชองระอาน. (๑) ชื่อไม้เถาชนิด Strychnos thorelii Pierre ex Dop.
ในวงศ์ Strychnaceae ดอกสีขาวนวลผลกลม ใช้ทํายาได้.
(๒) ชื่อไม้เถาชนิด Securidaca inappendiculata Hassk.
ในวงศ์ Polygalaceae ดอกสีเหลือง ผลมีปีก.
ชอนก. ไชคดเคี้ยวไปในดินหรือภายในสิ่งอื่นด้วยอาการเช่นนั้น
เช่น รากไม้ชอนไปในดิน; พุ่งแยงออกมา (ใช้แก่แสงอย่าง
แสงแดดแสงไฟ) เช่น แสงตะวันชอนตา.
ช่อนน. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Channa striatus ในวงศ์ Channidae
ลําตัวทรงกระบอกส่วนท้ายแบนข้างเล็กน้อย มีเกล็ดในแนว
เส้นข้างตัวราว ๕๒-๕๗ เกล็ด ด้านหลังลําตัวเป็นสีนํ้าตาลเทา
หรือค่อนข้างดํา ด้านข้างสีอ่อนกว่าและมีลายสีดําพาดเฉียง
ท้องสีขาว ครีบต่าง ๆ มีจุดหรือริ้วสีนํ้าตาลดํา พบชุกชุม
ทั่วไป อาจยาวได้ถึง ๘๐ เซนติเมตร, พายัพเรียก ก่อ หรือ
หลิม, อีสานเรียก ค่อ.
ช้อนน. เครื่องใช้สําหรับตักของกิน มีที่จับยื่นออกมา, ลักษณนาม
ว่า คัน, ราชาศัพท์ว่าฉลองพระหัตถ์ช้อน; เรียกเครื่องใช้ที่มีรูป
คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ช้อนรองเท้า; เครื่องจับปลาชนิดหนึ่ง
ใหญ่กว่าสวิง ถักเป็นร่างแห ขอบเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือ
วงกลม มีด้ามจับ. ก. ตักเอาสิ่งที่อยู่ในนํ้าหรือในของเหลว
เช่น ช้อนปลา ช้อนลูกนํ้า ช้อนแหน ช้อนผง; โดยปริยาย
หมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ช้อนหุ้น; เอามือ
เป็นต้นสอดลงไปข้างล่างแล้วยกขึ้น เช่น ช้อนศีรษะ;
เหลือบขึ้น เช่น ช้อนตา.
ช้อนหอย ๑ น. ชื่อเรียกช้อนกระเบื้อง.
ช้อนนางน. ต้นรางจืด. (พจน. ๒๔๙๓).
ช้อนหอย ๑ดูใน ช้อน.
ช้อนหอย ๒น. ชื่อนกหลายชนิดในวงศ์ Threskiornithidae ปากยาวโค้ง
ปลายแหลม หากินในนํ้าตื้นกินปลา ปู และสัตว์นํ้าเล็ก ๆ
ในประเทศไทยมี ๔ ชนิด คือ ช้อนหอยขาว หรือ กุลาขาว
(Threskiornis melanocephalus) ช้อนหอยดํา หรือ กุลาดํา
(Pseudibis davisoni) ช้อนหอยใหญ่ หรือ กุลาใหญ่ (P.
gigantea) และ ช้อนหอยดำเหลือบ(Plegadis falcinellus),
กุลา หรือ ค้อนหอย ก็เรียก.
ชอบก. พอใจ เช่น ชอบอ่านหนังสือ ชอบเที่ยว; ถูกต้อง เช่น
คิดชอบ ชอบแล้ว; เหมาะ เช่น ชอบด้วยกาลเทศะ; ถูกใจ,
ถูกกัน, เช่น เขาชอบกันมาก, บางทีใช้หมายความไปในเชิง
ว่ารักใคร่ก็มี เช่น หนุ่มสาวชอบกัน; มีสิทธิ์ เช่น ชอบ
ที่จะทําได้.
ชอบกล ว. ต้องด้วยชั้นเชิง, เข้าที, แปลก, น่าคิด.
ชอบใจ ก. ถูกใจ, ยินดี, พอใจ.
ชอบธรรม ว. ถูกตามหลักธรรม, ถูกตามนิตินัย.
ชอบพอ ก. รักใคร่กัน, ถูกอัธยาศัยกัน.
ชอบมาพากล ว. ชอบกล, มักใช้ในความปฏิเสธว่า
ไม่ชอบมาพากล.
ชอม ๑ก. ชม.
ชอม ๒ก. จ่อม, จม.
ช่อย(โบ) ก. ช่วย. (จารึกสยาม).
ช้อยว. งอนงาม.
ช้อยชด ว. อ่อนช้อย, งามกิริยาท่าทาง, ชดช้อย ก็ว่า.
ช้อยช่างรำ, ช้อยนางรำดู กระช้อยนางรํา.
ชอล์ก ๑น. ชื่อแร่ชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต
มีซิลิกาปนอยู่เล็กน้อยเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยการ
รวมตัวของหินปูนจากซากสัตว์ พืช และเปลือกหอยใน
ทะเล, หินดินสอพอง ก็เรียก. (อ. chalk).
ชอล์ก ๒น. เครื่องเขียนกระดานดําชนิดหนึ่งที่เป็นสีขาวทําจาก
แคลเซียมซัลเฟต ซึ่งได้จากเกลือจืดหรือยิปซัมผสมนํ้า,
ที่มีสีอื่น ๆ ผสมด้วยดินสีหรือสีสําเร็จรูป เรียกว่า
ชอล์กสี. (อ. chalk).
ช่อลำดวนดู สำลี ๓.
ช่ออินทนิลดู สร้อยอินทนิล.
ชอ่ำ[ชะ] ว. มืดมัว, มืดครึ้ม.
ชอื้อ[ชะ] ว. ชื้อ, มืดมัว, มืดคลุ้ม, ครึ้ม, อับแสง.
ชอุ่ม[ชะ] ว. ชุ่ม, สดชื่น, เช่น เขียวชอุ่ม;ชุ่มด้วยละอองนํ้า
จนเห็นเป็นมืดคลุ้มหรือมืดมัว เช่น ท้องฟ้าชอุ่ม.
ชะ ๑ก. ทําให้สิ่งที่ติดอยู่หลุดไปหรือหมดไปด้วยนํ้า ในลักษณะ
และ อาการอย่างชะแผล; ชําระล้างด้วยอาการคล้ายคลึง
เช่นนั้น เช่น ฝนชะลาน ฝนชะช่อมะม่วง.
ชะ ๒, ชะชะอ. คําที่เปล่งออกมาเมื่อเวลาโกรธหรือไม่ชอบใจเป็นต้น,
ชะช้า หรือ ชัดช้า ก็ว่า.
ชะคราม[คฺราม] น. ชื่อไม้พุ่มขนาดเล็กชนิด Suaeda maritima (L.)
Dumort. ในวงศ์ Chenopodiaceae ขึ้นตามเลนใกล้ทะเล
กิ่งก้านและใบพองกลมปลายแหลมสีเขียว เขียวอมม่วง
ชมพู มีนวล กินได้, ชักคราม ก็เรียก.
ชะงอกน. หินที่งอกออกไป.
ชะง่อนน. หินที่เป็นปุ่มเป็นแง่ยื่นออกมาจากเขา.
ชะงักก. หยุดลงกลางคันทันที.
ชะงัดว. แม่นยํา, ขลัง, แน่, ได้จริง, เช่น ยาขนานนี้แก้โรคปวดหัว
ได้ชะงัดนัก.
ชะงาบว. อ้าปากงาบ ๆ ด้วยอาการชัก.
ชะง้ำว. สูงและยื่นงํ้าออกมา.
ชะงุ้มว. เป็นเพิงงุ้มลงมา.
ชะเง้อก. ชูคอขึ้นดู.
ชะเงื้อมว. ยื่นออกจากที่สูง.
ชะแง้ก. เหลียวแลดู, เฝ้าคอยดู.
ชะโงกก. ยื่นหน้าหรือส่วนหน้าออกไป.
ชะโงกผา น. หินซึ่งยื่นออกไปจากหน้าผา.
ชะฉ่าว. เสียงลูกคู่ที่รับเพลงปรบไก่.
ชะช่องน. ช่อง, รูที่ผ่านได้, โอกาส, ทาง.
ชะช้าอ. คําที่เปล่งออกมาเมื่อเวลาโกรธหรือไม่ชอบใจเป็นต้น,
ชะ ชะชะ หรือ ชัดช้า ก็ว่า.
ชะชิดก. ชิด, สนิท, ใกล้, เคียง.
ชะดีชะร้าย(ปาก) ว. เผื่อว่า, บางทีแสดงถึงความไม่แน่นอน, โดยปรกติ
มักใช้ในลักษณะเหตุการณ์ที่สังหรณ์หรือกริ่งเกรงว่าอาจจะ
เกิดขึ้นตามที่คาดไว้.
ชะโดน. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Channa micropeltes ในวงศ์ Channidae
รูปร่างคล้ายปลาช่อนซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกันแต่เกล็ดเล็กและมี
จํานวนมากกว่า เฉพาะบนเส้นข้างตัวมี ๘๒–๙๕ เกล็ด
ข้างลําตัวมีแถบสีดําเรียงคู่กันจากนัยน์ตาถึงหาง ระหว่างแถบ
เป็นสีแดง แถบนี้อาจแตกเป็นแต้มหรือจุดในปลาที่โตเต็มที่
ขนาดยาวได้ถึง ๙๐ เซนติเมตร, แมลงภู่ อ้ายป๊อก หรือ โด
ก็เรียก.
ชะตาน. ลักษณะหรืออัธยาศัยบางอย่างที่ทําให้รู้สึกชอบหรือ
ไม่ชอบในทันทีทันใด เช่น ถูกชะตากัน ไม่ถูกชะตากัน,
ลักษณะที่บังเกิดสําแดงเหตุดีและร้าย เช่น ชะตาดีชะตาร้าย;
แบบรูปราศีที่บอกดาวพระเคราะห์เดินถึงราศีนั้น ๆ ในเวลา
เกิดของคนหรือเวลาสร้างสิ่งสําคัญเช่นบ้านเมืองเป็นต้นที่
โหรคํานวณไว้ โดยแบ่งเป็น ๑๒ ราศีเรียกว่า ดวงชะตา
หรือ ดวง, ชาตา ก็ว่า.
ชะต้า(แบบ) อ. คําที่เปล่งออกมาเมื่อเวลาโกรธหรือชอบใจ เช่น
ชะต้าเขา เป็นหญิงยังทำได้. (ขุนช้างขุนแผนแจ้ง), ใช้ว่า
ฉะต้า ก็มี.
ชะนี ๑น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Hylobatidae แขนยาวมาก
ไม่มีหาง ขนยาวนุ่มเดินตัวตั้งตรงได้ ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้
สูง ๆ ร้องเสียงดัง เสียงร้องแสดงถึงอาณาเขตของแต่ละคู่
แต่ละชนิดมีเสียงร้องไม่ เหมือนกัน กินผลไม้และใบไม้ ใน
ประเทศไทยมี ๓ ชนิด คือ ชะนีมือขาว (Hylobates lar) สีดํา
และนํ้าตาล, ชะนีหัวมงกุฎ (H. pileatus) ตัวผู้สีดํา ตัวเมีย
สีเทา, ชะนีมือดํา (H. agilis) สีดํา นํ้าตาล และเทา.
ชะนีร่ายไม้ น. ท่าละครท่าหนึ่ง.
ชะนี ๒น. ชื่อทุเรียนพันธุ์หนึ่ง.
ชะนุงน. ไม้คู่สําหรับขึงเข็ดด้ายให้ตึง แล้วใช้แปรงขนหมีหวี
เพื่อแยกเส้นด้าย.
ชะเนาะน. ไม้สั้น ๆ สำหรับขันบิดเชือกที่ผูกให้แน่นเช่นในการ
ทํานั่งร้าน, ลูกชะเนาะ ก็เรียก.
ชะเนียง(ถิ่นจันทบุรี) น. ต้นเนียง. (ดู เนียง ๒).
ชะพลู[พฺลู] ดู ช้าพลู.
ชะเพลิงดู กระดูกค่าง.
ชะมด ๑น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Viverridae ซึ่งเป็น
วงศ์เดียวกับอีเห็นและพังพอนหน้าแหลม รูปร่างเพรียว
สีเทาหรือนํ้าตาล มีลายจุดสีดําตามยาวทั่วตัว หางและ
ขนหางยาวมีลายเป็นปล้อง มีต่อมกลิ่นใกล้เครื่องเพศ
มักออกหากินในเวลากลางคืน ในประเทศไทยมีหลายชนิด
เช่น ชะมดเช็ด (Viverricula malaccensis) เป็นชนิดที่ใช้
นํ้ามันจากต่อมกลิ่นทําเครื่องหอม, ชะมดแผงหางปล้อง
(Viverra zibetha), ชะมดแผงสันหางดํา(V. megaspila),
อีสานเรียก เห็นอ้ม.
ชะมด ๒น. ชื่อมะกรูดพันธุ์หนึ่ง.
ชะมด ๓น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยข้าวเม่า มะพร้าวขูด และน้ำตาล
กวนให้เข้ากันปั้นเป็นก้อนกลมแบน ชุบด้วยแป้งข้าวเจ้าแล้ว
ทอดน้ำมัน.
ชะมดเชียงน. ชื่อเครื่องหอมชนิดหนึ่งซึ่งได้จากกวางชะมดตัวผู้
ใช้แต่งกลิ่นเครื่องหอมและทํายาได้. (ดู กวางชะมด
ประกอบ).
ชะมดต้นน. ชื่อไม้พุ่มชนิด Abelmoschus moschatus Medic. subsp.
moschatus ในวงศ์ Malvaceae ดอกสีเหลือง โคนกลีบสี
นํ้าตาลเข้ม เมล็ดมีกลิ่นคล้ายกลิ่นชะมดเช็ด ใช้ทํายาได้,
ฝ้ายผี ก็เรียก.
ชะมบน. ไม้ปักเป็นเครื่องหมายสําหรับขุดหลุมจะปลูกเรือน.
(ปรัดเล).
ชะมวงน. ชื่อไม้ต้นชนิด Garcinia cowa Roxb. ในวงศ์ Guttiferae
ใบมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นผัก.
ชะมังดู ทํามัง.
ชะมัดว. มาก, ยิ่ง, เช่น เก่งชะมัด, ชะมัดยาด ก็ว่า.
ชะแม่น. หัวหน้าโขลน.
ชะรอยว. เห็นจะ, เห็นทีจะ, ท่าจะ, บางที, ในบทกลอนใช้ว่า รอย ก็มี.
ชะลอก. อาการที่ลากเลื่อนสิ่งของที่หนักให้ค่อย ๆ เคลื่อนไปจากที่,
พยุงไว้, ประคองไว้, ค่อย ๆ ประคองไป เช่น โคลงชะลอ
พระพุทธไสยาสน์, ค่อย ๆ พยุงขึ้น; ทําให้ช้าลง, ทําให้ช้าลง
เพื่อรอ เช่น ชะลอเวลา ชะลอการเกิด.
ชะลอมน. เครื่องสานชนิดหนึ่ง รูปทรงกระบอก สานด้วยตอก
เป็นต้น ตาห่าง ๆ สําหรับใส่สิ่งของ, อีสานเรียก กระลอม ก็มี.
ชะล่า ๑น. ชื่อเรือขุดชนิดหนึ่ง ท้องแบน หัวเชิดขึ้นเล็กน้อย หัวตัด
ท้ายตัดมีขนาดยาวมาก.
ชะล่า ๒ก. เหิมใจ, ได้ใจ, กําเริบ, กล้าล่วงเกิน.
ชะลานน. ชื่อหนึ่งของฝนชะช่อมะม่วง ชาวนาเรียกว่า ฝนชะลาน
เพราะมักตกในระยะเวลาที่ยังนวดข้าวไม่เสร็จ.
ชะลินดู นวลจันทร์ทะเล.
ชะลูด ๑ว. เรียวยาวสูงขึ้นไป.
ชะลูด ๒น. ชื่อไม้เถาชนิด Alyxia reinwardtii Blume ในวงศ์
Apocynaceae เปลือกหอม ใช้ทํายาและปรุงเครื่องหอม.
ชะลูด ๓ก. ลงท้อง, ท้องเดิน, (ใช้แก่ช้าง).
ชะเลงน. เครื่องดักปลาชนิดหนึ่งคล้ายชนาง.
ชะเลยก. ชะล่า เช่น พระทําเฉยจะให้นางชะเลยใจ. (อิเหนา).
ชะแล็ก(ปาก) น. เชลแล็ก. (อ. shellac).
ชะแลงน. เครื่องมือชนิดหนึ่ง ทําด้วยท่อนเหล็กมีปลายแบน สําหรับ
งัดสิ่งของหรือขุดดิน.
ชะวังน. ชื่อหวายชนิดหนึ่งผิวงาม โดยมากใช้ทําไม้ถือ.
(พจน. ๒๔๙๓).
ชะวากน. ช่องที่เวิ้งว้างเข้าไป.
ชะวากทะเล น. ฝั่งทะเลที่เว้าเป็นช่องเข้าไปยังปากแม่นํ้า
ซึ่งนํ้าจืดไหลมาผสมกับนํ้าทะเล.
ชะวาดน. ชื่อปลาชนิดหนึ่ง เช่น ชะวาดแอบแปบปนปลอม. (เห่เรือ).
ชะวุ้งว. เป็นคุ้ง, คด, อ้อม, เช่น หว่างเวิ้งชะวุ้งศิขร. (กุมารคําฉันท์).
ชะเวิกชะวากว. เปิดกว้างและลึก เช่น สวมเสื้อคอกว้างชะเวิกชะวาก.
ชะแวงน. ชื่อปลาชนิดหนึ่ง เช่น ชะแวงแฝงฝั่งแนบ. (เห่เรือ).
ชะอมน. ชื่อไม้พุ่มรอเลื้อยชนิด Acacia pennata (L.) Willd. subsp.
insuavis (Lace) Nielsen ในวงศ์ Leguminosae มีหนาม
กลิ่นแรง ใบเล็กเป็นฝอยยอดและใบอ่อนกินได้.
ชะอ้อนก. แสดงกิริยาวาจาเพื่อให้เขาเมตตา, ฉะอ้อน ก็ใช้.
ว. กล้องแกล้ง, แน่งน้อย, รูปเล็กบาง, ฉะอ้อน ก็ใช้.
ชะเอมน. (๑) ชื่อไม้เถาชนิด Myriopteron extensum (Wight) K.
Schum.ในวงศ์ Asclepiadaceae เถามีรสหวาน ใช้ทํายา
ผลมีครีบโดยรอบ กินได้, ข้าวสาร ก็เรียก. (๒) ชื่อพรรณไม้
๓ ชนิดในวงศ์ Leguminosae คือ ชะเอมไทย หรือ ชะเอมป่า
(Albizia myriophylla Benth.)เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เถามีรสหวาน
ใช้ทํายาได้, ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra L.) และ ชะเอม
ขาไก่ (G. uralensis Fish.)เป็นไม้พุ่มต่างประเทศ รากมีรส
หวานชุ่มคอ ใช้ทํายาได้. (ข. เฌีแอม ว่า ไม้หวาน).
ชะโอนน. ชื่อปลานํ้าจืด ไม่มีเกล็ด ในวงศ์ Siluridae มีฟันเล็กแต่
แหลมคมลําตัวด้านหลังสีนํ้าตาลครีบต่าง ๆ มีจุดประสีเทาดํา
เป็นพวกปลาเนื้ออ่อนมี ๒ ชนิด คือ ชนิด Ompok bimaculatus
ซึ่งมีครีบหลัง ปากเชิดขึ้นเหนือครีบอกมีจุดกลมสีดํา ๑ จุด,
เนื้ออ่อน โอน หน้าสั้น สยุมพรหรือ นาง ก็เรียก; และชนิด
Kryptopterus apogon ไม่มีครีบ หลัง ปากอยู่ปลายสุดของหัว
ไม่มีจุดดําบนลําตัว, เนื้ออ่อน แดง นํ้าเงิน หรือ นาง ก็เรียก.
ชัก ๑ก. ดึงสายเชือกเป็นต้นที่ผูกอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้สิ่งนั้น
เคลื่อนไหวไปตามต้องการ เช่น ชักว่าว ชักรอก; ดึง, ดึงออกมา,
ดึงขึ้น, เช่น ชักดาบออกจากฝัก ชักลิ้นชักโต๊ะ; ดึงเอามา เช่น
ชักผ้าป่า ชักผ้าบังสุกุล; ดึงออกแล้วดันเข้า เช่น ชักสูบ ชักเข้า
ชักออก; นํา เช่น ชักนํ้าเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน; นําเอามาอ้าง,
ยกเอามาอ้าง, เช่น ชักตัวอย่าง; เอาออก, หักออก, เช่น ชัก
ค่าอาหาร ชักค่านายหน้า; ขยายแนวให้ยืดออก เช่น ชักปีกกา
ชักกําแพง; สี เช่น ชักซอ; กระตุก เช่น ชักจ้องหน่อง.
ว. ค่อนข้าง, เกือบ, เริ่ม, เช่น ชักโกรธ ชักหิว.
ชักกระบี่สี่ท่า น. ท่าละครท่าหนึ่ง.
ชักครอก [คฺรอก] น. เรียกลูกปลาจำพวกปลาช่อนที่ตาม
พ่อเป็นฝูง ๆ ว่า ลูกชักครอก, ลูกครอก ก็ว่า.
ชักโครก [โคฺรก] น. ที่นั่งถ่ายอุจจาระมีที่เปิดนํ้าขับล้างได้.
ชักเงา ก. ทําให้เกิดเงา. ว. ที่ทําให้เกิดเงา เช่น นํ้ามันชักเงา.
ชักจูง ก. จูงใจเพื่อให้เห็นคล้อยตาม.
ชักชวน ก. ชวนให้ทําด้วยกัน.
ชักซอสามสาย น. ท่าละครท่าหนึ่ง.
ชักซุงตามขวาง (สํา) ก. ทําอะไรที่ไม่ถูกวิธีย่อมได้รับความ
ลําบาก; ขัดขวางผู้มีอํานาจย่อมได้รับความเดือดร้อน.
ชักตะพานแหงนเถ่อ (สํา) ก. ตั้งใจทําอะไรแล้วไม่เป็น
ผลสําเร็จ ต้องคอยค้างอยู่.
ชักนำ ก. เกลี้ยกล่อมหรือโน้มนําให้เห็นคล้อยตาม.
ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน (สํา) ก. นําศัตรูเข้าบ้าน.
ชักเนื้อ ก. เอาทรัพย์หรือผลประโยชน์ของตนออกใช้
ทดแทน, ใช้เงินเกินกว่าจํานวนที่เขากําหนดไว้ แล้ว
เรียกเอาส่วนเกินคืนไม่ได้, ชักทุนเดิม.
ชักใบให้เรือเสีย (สํา) ก. พูดหรือทําขวาง ๆ ให้การสนทนา
หรือการงานเขวออกนอกเรื่องไป.
ชักแป้งผัดหน้า น. ท่าละครท่าหนึ่ง.
ชักพระ น. ชื่อประเพณีอย่างหนึ่งทางภาคใต้ ถือว่าเป็น
ประเพณีสําคัญ นิยมมีในวันแรม ๑ คํ่า เดือน ๑๑ ซึ่งถือ
ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
กลับจากโปรดพระพุทธมารดา คล้ายวันตักบาตรเทโว
ของภาคกลาง, การชักพระมี ๒ อย่าง คือ ชักพระทางบก
กับทางน้ำ, ถ้าชักพระทางบก ก็อัญเชิญพระพุทธรูป
ประดิษฐานไว้บนบุษบกซึ่งตั้งอยู่บนยานพาหนะแล้ว
ช่วยกันชักลากไป, ถ้าชักพระทางน้ำ ก็อัญเชิญพระพุทธรูป
ประดิษฐานบนบุษบกในเรือ แล้วใช้เชือกผูกเรือพระช่วยกัน
ลากไปยังสถานที่ที่กำหนด แล้วจึงถวายภัตตาหารแก่
พระสงฆ์ มักจะมีการโยนข้าวต้มรูปสามเหลี่ยมห่อด้วย
ใบกะพ้อเป็นต้นใส่กัน บางทีก็มีแข่งเรือและอื่น ๆ ด้วย.
ชักแม่น้ำทั้งห้า (สํา) ก.พูดจาหว่านล้อมยกยอบุญคุณเพื่อ
ขอสิ่งที่ประสงค์ เช่น เถ้าก็พูดจาหว่านล้อมด้วยคํายอ
ชักเอาแม่นํ้าทั้งห้าเข้ามาล่อ. (ม. ร่ายยาว กุมาร).
ชักยันต์ ก. ลากเส้นและลงอักขระเป็นรูปยันต์ต่าง ๆ
พร้อมทั้ง บริกรรมคาถา; ขี่ม้าแปรขบวนเป็นรูปคล้ายยันต์.
ชักเย่อ [ชักกะ] น. ชื่อการเล่นอย่างหนึ่ง โดยแบ่งผู้เล่น
ออกเป็น ๒ ฝ่าย แต่ละฝ่ายจะมีจำนวนเท่า ๆ กันหรือกำลัง
พอ ๆ กัน มักใช้เชือกขนาดพอกำรอบ ยาวพอที่จะให้ผู้เล่น
ทั้ง ๒ ฝ่ายเรียงแถวจับได้ โดยมีที่ว่างระหว่างกลางเหลือไว้
ประมาณ ๒ เมตร กลางเชือกคาดด้วยผ้าหรือใช้สีป้ายเป็น
เครื่องหมายไว้ วางกึ่งกลางเชือกไว้บนพื้นที่ที่มีเส้นขีดกลาง
เป็นเส้นแบ่งเขตแดน เมื่อกรรมการให้สัญญาณ ผู้เล่นทั้ง ๒
ฝ่าย ต่างก็จะพยายามดึงเชือกให้กึ่งกลางของเชือกเข้ามา
ในแดนของตนถ้าฝ่ายใดสามารถดึงกึ่งกลางเชือกเข้ามา
ในแดนของตนได้ ถือว่าชนะตามปรกติจะแข่งกัน ๓ ครั้ง
ฝ่ายที่ชนะ ๒ ใน ๓ ครั้งถือว่าชนะเด็ดขาด. ก. ดึง, รั้ง.
ชักใย (สํา) ก. บงการอยู่เบื้องหลัง.
ชักรอก ก. อาการที่ทำให้เส้นเชือกหรือเส้นลวดเคลื่อน
ผ่านร่องของรอกเพื่อยกลาก หรือดึงของหนักหรือคนเป็นต้น
ให้เบาแรงและ สะดวกคล่องขึ้น. น. เรียกโขนที่ชักรอกผู้
แสดง เช่น หนุมาน เบญกาย ขึ้นไปจากพื้นเวทีแสดงท่าเหาะ
ว่า โขนชักรอก.
ชักรูป ก. บันทึกภาพโดยวิธีให้แสงจากสิ่งที่จะถ่ายไป
ลงบนแผ่นวัสดุใสเช่นฟิล์ม กระจกถ่ายรูป, ถ่ายรูป ก็ว่า.
ชักศพ ก. ถือสายสิญจน์ที่โยงจากศพและนําศพให้เคลื่อนที่
ไปยังที่เก็บ ที่ตั้ง หรือที่เผาศพ (ใช้แก่พระ).
ชักสองแถว ก. ยอมแพ้ (ใช้แก่ปลากัดซึ่งมีตัวซีด มีเส้นดํา
ขึ้นที่ตัวเป็น ๒ แถว).
ชักสีหน้า ก. ทำสีหน้าโกรธไม่พอใจ, ชักหน้า ก็ว่า.
ชักสื่อ ก. แนะนําชายหญิงให้รู้จักกันในฐานชู้สาว.
ชักหน้า ๑ ก. ทําสีหน้าโกรธไม่พอใจ เช่น นางนั่งก้มพักตร์
แล้วชักหน้า. (อิเหนา), ชักสีหน้า ก็ว่า.
ชักหน้าไม่ถึงหลัง (สำ) ก. มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย.
ชัก ๒ก. อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกอย่างกะทันหันและรุนแรง
มักมีอาการมือเท้าเกร็ง.
ชักคราม[คฺราม] ดู ชะคราม.
ชักช้าว. โอ้เอ้, ล่าช้า.
ชักหน้า ๑ดูใน ชัก ๑.
ชักหน้า ๒น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งมัน
ละลายกับนํ้าเชื่อมใส่ถ้วยตะไลนึ่ง เมื่อสุกหน้าจะบุ๋ม,
ขนมนํ้าดอกไม้ ก็เรียก.
ชัค[ชักคะ] (แบบ) น. แผ่นดิน เช่น ชัคสัตว์เสพสำราญ รมยทั่ว
กันนา. (ตะเลงพ่าย). (ป. ชค).
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒